[YAOI]ช่างใจรัก::ทำมือ::

ตอนที่ 7 : ชั่งใจ ครั้งที่ 5: พี่เหนือเดลิเวอร์รี[100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    20 ก.พ. 59

ชั่งใจ ครั้งที่ 5: พี่เหนือเดลิเวอร์รี

ความฟินว่าอยู่ยั้งยืนยงแล้ว ความงงนี่อยู่ยั่งยืนกว่า

ยั่งยืนชนิดฝังรากแก้วลงไปในสมองผมเลยเถอะ จนตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าไปพูดอะไรให้ธารมันโกรธ อันที่จริงผมจะไม่สนใจก็ได้ว่าเด็กนั่นโกรธเรื่องอะไร แต่พอนึกถึงสวัสดิภาพของรถคันเก่งของตัวเองแล้วจะปล่อยผ่านก็เห็นทีจะไม่ได้ เลยต้องรีบเสนอหน้าไปถามพี่สมรว่าธารมีปัญหาอะไรที่บ้านหรือเปล่า ผมเดาเอาว่าอย่างนั้นเพราะตอนธารตอกกลับผม มันเน้นประเด็นเรื่องผู้ใหญ่ แต่ถามว่าพอไปถามพี่สมรที่เพิ่งดลับมาจากการพาโรมไปโรงพยาบาลแล้ว ถามว่าพี่สมรตอบคำถามผมมั้ย... ตอบ แต่ด่าก่อนตามด้วยเทศนาอีกหนึ่งชุดใหญ่ โทษฐานที่ผมปล่อยให้ธารหนีออกไปจากห้องปกครอง

บอกเลยว่ากูไม่ได้ปล่อยเว้ย มันก็ไม่ได้หนีด้วย แต่แม่งเดินออกไปเองหน้าด้านๆเลยต่างหาก!

สุดท้ายพี่สมรก็ตามกลับมาได้ แล้วก็พามันเข้าห้องเย็น พร้อมเชิญผู้ปกครองมารับทราบเรื่องอีกครั้ง ผมเลยได้รู้ในตอนนี้ว่าครั้งก่อนที่พี่สมรขู่ว่าจะเชิญผู้ปกครองตอนที่มันดูดบุหรี่ อันนั้นแค่ขู่ ไม่ได้ทำจริงเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เลยให้แค่เขียนสัญญาว่าจะไม่สูบบุหรี่ในวิทยาลัยอีก 

แต่รอบนี้คือของจริง โทรตามจริง และผู้ปกครองมาจริง ตอนแรกที่ผมเห็นผู้ปกครองของธาร ผมอดตกใจไม่ได้เลยที่เห็นว่าพ่อของเด็กนั่นยังหนุ่มยังแน่นอยู่ อายุอานามไม่น่าจะเกินสามสิบห้าด้วยซ้ำ ทว่าผิด... ไม่ใช่พ่อของเด็กนั่น เป็นเลขาของพ่อต่างหาก มาแทนเพราะพ่อของธารไปประชุมที่กรุงเทพฯ เลยไม่ว่างมาเอง

มิน่า หน้าตาถึงไม่เหมือนกันสักนิด ธารหล่อกว่าเยอะ

แต่การมาของเลขาพ่อก็ทำให้ผมรู้ว่าพ่อของเด็กนั่นเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าตำแหน่งอะไรมารู้หลังไมค์จากพี่สมรอีกทีว่าเป็น ส.จ.

โหย ไม่แปลกใจละว่าทำไมเด็กเวรนั่นถึงได้มีรถมอเตอร์ไซค์แพงๆอย่างนั้น เรื่องแม่ของโรมกับจอมแก่นที่ไปเป็นแม่นมกับแม่บ้านก็ไม่สงสัยแล้วด้วย บ้านรวยชัวร์ไม่มั่วนิ่ม และดูท่าทางเป็นลูกคุณหนูโดนสปอยล์แน่นอนถึงนิสัยเสียแบบนี้

"แล้วพี่สมรพอจะรู้บ้างมั้ยครับว่าเด็กเวร...เอ้ย ธารใจมีปัญหาครอบครัวบ้างมั้ยครับ" ผมถามพี่สมรทันทีที่เคลียร์ปัญหาเด็กตีกันเสร็จและกลับเข้ามาในห้องพักครู นึกถึงตอนที่ธารพูดกับผมก็ถามออกไป ดีนะที่เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกมันได้ทัน ไม่งั้นพี่สมรต้องตกใจแน่ที่เห็นคนสุภาพเรียบร้อยอย่างผมพูดจาหยาบคาย

ก็นะ ฉากหน้าก็ต้องดูดีหน่อย ลับหลังก็ช่างมันเถอะ

"เท่าที่เห็นก็ไม่มีนะ เอาตรงๆ พี่ก็ไม่รู้หรอก ตั้งแต่สอนเจ้าธารมาตั้งแต่เรียนปี1 พี่ยังไม่เคยเจอพ่อของเจ้าธารเลยสักครั้ง" พี่สมรพูดโดยไม่มองหน้าผม มือก็ขยับเม้าส์สลับกับกดแป้นพิมพ์บนโน้ตบุ๊กไปด้วย

"เอ้า แล้วที่เชิญผู้ปกครองมาล่ะครับ"

"ไม่ส่งเลขามา ก็ส่งลูกน้องคนอื่นมาตลอด ไม่เคยมาเองเลย"

"งานปฐมนิเทศอะไรนี่ก็ไม่เคยมาเหรอครับ"

"ไม่เคย ส่งลูกน้องมาตลอดแหละ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีผู้ปกครองนักศึกษาคนไหนมานะ มีแต่นักศึกษาที่มา มีแค่ธารคนเดียวนี่แหละที่มีผู้ปกครองมาด้วย รายนี้มีผู้ปกครองมาด้วยตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว ประชุมผู้ปกครองก็มีแค่คนของคุณพ่อเจ้าธารนี่แหละที่มาคนเดียว"

ตอนแรกผมเกือบจะเดาเอาแล้วว่าธารอาจจะมีปัญหากับพ่อ เพราะพ่อไม่ใส่ใจอะไรเทือกนี้ แต่ถ้าพี่สมรพูดอย่างนี้ ก็แสดงว่าการคาดเดาของผมผิดพลาดอย่างแรง

ถึงพ่อจะไม่มีเวลาให้ก็ใช่ว่าจะไม่ใส่ใจสักหน่อยนี่นา ส่งคนมาดูแลรับทราบพฤติกรรมของลูกชายตลอด กระนั้นผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ

“แล้วพี่สมรพอจะรู้มั้ยครับว่านอกจากคุณพ่อของธารแล้ว ยังมีผู้ใหญ่คนอื่นในครอบครัวด้วยอีกมั้ย” เดาว่าอาจจะมีปัญหากับสมาชิกในครอบครัวคนอื่น

พี่สมรละสายตาจากจอโน้ตบุ๊กมามองหน้าผม

“ไม่มีนะ เท่าที่เคยได้ยินจากคุณเลขา เห็นว่าเจ้าธารอยู่กับคุณพ่อแค่สองคน”

“อยู่แค่สองคน... หมายถึงธารอยู่บ้าน?” อันนี้ผมสงสัยขึ้นมากะทันหัน เพราะที่ผมรู้คือไอ้เด็กนั่นมันเช่าห้องอยู่ข้างห้องผม

ทว่าเหมือนพี่สมรจะไม่รู้ พยักหน้าแล้วพูดขึ้น

“อืม บ้านของเจ้าธารอยู่เลยวิทยาลัยไปหน่อยเดียวเอง ถัดไปถนนนึงน่ะ”

เอะใจขึ้นมาอีกแล้วแฮะ ในเมื่อบ้านก็อยู่ใกล้แค่นี้ ทำไมถึงต้องมาเช่าหออยู่

หากแต่ไม่ทันที่ผมจะได้ถามอะไรต่อ เอาแต่ยืนครุ่นคิด พี่สมรก็มองหน้าผมอย่างจับผิด แล้วเป็นฝ่ายถามผมบ้าง

“อยากรู้เรื่องเจ้าธารเยอะขนาดนี้นี่ มีอะไรหรือเปล่า ไอ้ตัวแสบทำอะไรน้องเหนือมาใช่มั้ย”

“เปล่าครับ เปล่าเลย” ...ยังไม่ได้ทำครับ แต่อีกเดี๋ยวมันใกล้จะทำแล้วล่ะ อยากบอกอย่างนี้ชะมัด

“งั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าจะก่อปัญหาอะไรอีก แค่นี้ก็ก่อเรื่องไม่เว้นวันอยู่แล้ว รายนี้น่ะนะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง มีเรื่องได้ทุกวี่ทุกวัน ทั้งที่การเรียนก็ดี แต่เรื่องเกเรนี่เหลือรับประทานจริงๆ”

“เด็กนั่นน่ะนะครับเรียนดี?” ผมถามอย่างไม่เชื่อหู ก็จะให้เชื่อได้ไง ผมเข้าสอนทีไร มันหลับตลอดศกอย่างนั้น แถมหน้าตาก็ไม่ได้ดูฉลาดอะไรด้วย

พี่สมรก็เลยพิสูจน์ให้ผมเห็นด้วยการเปิดไฟล์ผลการเรียนของธารใจทุกเทอมขึ้นมา แล้วเลื่อนหน้าจอโน้ตบุ๊กให้ผมดู เห็นเลข 4.00 ทุกเทอมแล้วผมก็อ้าปากค้าง

โหย ฉลาดนี่หว่า มึงนอนเพื่อนิมิตความรู้เอาไปสอบแน่ๆ เหมือนกูเดี๊ยะ!

เหมือนหรือไม่เหมือนไม่รู้ แต่ผมเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้งเลยว่าเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะบุคคล ผมเองก็ไม่เข้าเรียนเหมือนกันถ้าวิชานั้นไม่มีเช็คชื่อ อ่านหนังสือเอาเองแล้วเข้าไปสอบก็กวาดเอมาได้ง่ายๆ เช่นเดียวกันถ้าจับจุดถูก

หากแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมสนใจมากเท่าสิ่งที่พี่สมรพูดขึ้นต่อไป

“เจ้าธารเรียนเก่งมาก ได้ที่หนึ่งของแผนกทุกเทอม แต่พี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเกเรนัก พี่พยายามเข้าหาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน สนิทน่ะมันก็สนิทอยู่นะ แบบพูดเล่นกันได้ แต่เจ้าธารก็ไม่ยอมเปิดใจเท่าไหร่ ถามเรื่องทางบ้านทีไร ถ้าไม่คุยด้วยก็เดินหนีทุกที พี่เองก็จนปัญญาจะไปยุ่มย่ามเหมือนกัน เคยแต่ได้ยินเพื่อนของพี่ที่เป็นครูโรงเรียนประจำที่เจ้าธารเคยเรียนบอกมาว่าเจ้าธารเริ่มเกเรตั้งแต่ที่คุณแม่เสียไปตอน ม.สาม ก่อนหน้านี้เป็นเด็กเรียบร้อยจะตาย”

โรงเรียนประจำก็คือโรงเรียนเอกชนชื่อดังของจังหวัดน่ะ ส่วนเรื่องธารเข้าถึงยาก ผมเห็นด้วยจังๆ รู้สึกตลอดว่าเหมือนมีกำแพงบางอย่างมากั้นขวางเวลาที่ผมคุยกับเด็กนั่นอยู่ตลอดเวลา ส่วนเรื่องแม่เสียชีวิตนั้น ผมรู้มาจากลูกสมุนธารใจแล้วเลยไม่แปลกใจเท่าไหร่ จะมีอยู่เรื่องเดียวนี่แหละที่ยังคาใจอยู่

“เห็นพวกเพื่อนๆ ธารใจบอกว่าตอนที่คุณแม่เสีย ธารใจหยุดเรียนไปปีนึง พี่สมรพอจะรู้มั้ยครับว่าเพราะอะไร”

พี่สมรส่ายหน้าแทบจะไม่ต้องเสียเวลาคิด “เรื่องละเอียดอ่อนแบบนั้น ถามไป เจ้าธารไม่พูดหรอก พี่เองก็ไม่อยากจะไปเซ้าซี้ถามด้วย เพราะพูดถึงแม่ทีไร เจ้าธารก็ของขึ้นทุกที เลยไม่อยากไปแตะเท่าไหร่”

“งั้นเหรอครับ” ผมคราง เข้าใจขึ้นมาอีกนิดว่าทำไมธารถึงสั่งให้เปลี่ยนเรื่องคุยตอนที่ผมถามเรื่องแม่

“แต่เท่าที่พี่รู้ คุณแม่ของธารเสียชีวิตเพราะถูกฆ่านะ”

“ฮะ!?” อันนี้เซอร์ไพรส์ผมอย่างจัง อุทานออกมาซะเสียงดังจนพี่สมรตีแขนผมเรียกสติเบาๆ เมื่อถูกสายตาของอาจารย์คนอื่นในห้องจับจ้อง

“ถูกยิงน่ะน้องเหนือ ถูกยิงค่ะ ไม่ใช่ฆ่าแบบชำแหละอะไรอย่างนั้น ตอนนั้นที่ออกข่าว เหมือนจะเป็นการยิงผิดตัวด้วย พูดง่ายๆ คือโดนลูกหลงน่ะ”

ผมพ่นลมหายใจออกมาเลย เกือบจะเข้าใจผิดไปแล้วว่าโดนฆ่าแบบโหดเหี้ยมอะไรอย่างนี้ แต่เอาจริงๆ โดนยิงนี่ก็ถือว่าโหดร้ายเหมือนกันนะแม้ว่าจะเป็นการโดนลูกหลงก็เถอะ

“น้องเหนือมีอะไรจะถามอีกมั้ยคะ ถ้าไม่มี เดี๋ยวพี่จะได้ขึ้นไปสอน” พี่สมรตัดบท ผมเลยส่ายหน้าให้เป็นพัลวัน ตามด้วยยกมือไหว้

“ไม่มีครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากนะครับพี่สมร”

พี่สมรรับไหว้ เตรียมอุปกรณ์การสอนแล้วทำท่าจะออกจากห้องพักครูไป ทว่าไม่ทันจะได้ก้าวออกไปไหน เธอก็เดินกลับเข้ามาหาผม ยกมือขึ้นตบไหล่เบาๆ พลางกระซิบบอก

“เจ้าธารน่ะเป็นเด็กดีนะจริงๆ แล้ว เป็นเด็กที่น่าสงสารมากด้วย ถึงจะเกเร แต่ก็ไม่ได้ดื้อด้านถึงขนาดจัดการไม่ได้ ถ้าน้องเหนือสามารถทำให้เจ้าธารไว้ใจได้ รับรองเลยว่าเอาเจ้าธารอยู่แน่ ฉะนั้น พี่ฝากให้น้องเหนือดูแลเจ้าธารเป็นกรณีพิเศษด้วยนะ”

อะ...เอ้าป้า! กูแค่มาถามหาข้อมูลเฉยๆ ไหงจู่ๆ ยัดงานช้างให้กูล่ะวะ!?

กำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่พี่สมรก็ยกนิ้วชี้ขึ้นไหวไปมาในอากาศ พลางขู่

“ไม่ทำก็ไม่ผ่านฝึกงานนะจ๊ะ”

อีป้ามึง! กูเป็นนักศึกษาฝึกงานนะ ไม่ใช่นักสังคมสงเคราะห์ที่จะได้ให้ไปบำบัดไอ้เด็กมีปัญหาเนี่ย!

แต่ผมเถียงออกมั้ยล่ะ... ไม่ แถมป้านั่นก็เดินออกจากห้องพักครูไปสบายใจเฉิบแล้วด้วยหลังผลักภาระมาให้ผมได้

ทีนี้ผมจะเอาไงต่อล่ะ...

ปล่อยแม่ง ใครจะไปดูแลมันวะ แค่ตัวเองยังจะเอาไม่รอด แถมยังโดนมันขู่ตลอดเวลาอย่างนั้น คงน่าเอ็นดูตายล่ะ!

 

แม้จะคิดว่าปล่อยให้ไอ้เด็กเวรนั่นมันไปดี แล้วผมก็ทำเฉยๆ ตามปกติ เวลาพี่สมรถามว่าได้ดูแลมันมั้ย ผมก็กะจะเนียนๆ ไปว่าดูแลแล้ว แต่มันไม่สนใจผมไรงี้ จะได้ไม่ถูกปรับคะแนนฝึกงานตก ทว่าเอาเข้าจริงแล้ว ผมก็แอบเป็นห่วงเด็กนั่นเหมือนกันนะ ที่ห่วงนี่ไม่ใช่อะไรหรอก อันดับแรกเลยคือห่วงรถตัวเองเพราะมันประกาศไว้เรียบร้อยแล้วว่ารถได้เข้าไปนอนเล่นในอู่บ่อยแน่ และอันดับสองคือห่วงความปลอดภัยของตัวเอง วันดีคืนดีมันเกิดคุ้มคลั่งขึ้นมาเมื่อไหร่ เอามีดมากระซวกผมจะทำยังไง ยิ่งอยู่ห้องข้างๆ มันด้วยนี่ยิ่งต้องระแวง

จริงๆ เอามีดมาแทงให้ตายทีเดียวเลยยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเอาอีน้องมายด์มาบุกห้องข่มขืนผมล่ะก็ เหย...นี่แหละนรกของจริง

เย็นวันนั้นพอไปเอารถออกจากอู่ได้ ผมก็โทรหาไอ้ยีนส์กับไอ้กั้ง บอกว่าจะขับไปหามัน พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ด้วยเลยไม่ต้องไปฝึกงาน พวกมันแปลกใจนิดหน่อยที่ผมจะมาหาแบบกะทันหัน ผมเลยบอกพวกมันไปตามตรงว่าไม่อยากอยู่ห้อง จะไปขอค้างด้วยคืนนึง

ก็ใครมันจะกล้าไปอยู่วะ วันนี้เพิ่งไปขัดใจเด็กช่างนั่นมา อย่าหวังเลยว่าคืนนี้จะได้อยู่ในห้องตัวเองอย่างเป็นสุข

ใช้เวลาร่วมชั่วโมงก็ขับรถมาถึงกำแพงเพชร ยีนส์กับกั้งอยู่ในตัวเมืองเลยหาหอพักพวกมันไม่ยาก ทันทีที่เจอหน้าผม พวกมันก็แสดงท่าทางเหมือนตายอดตายอยาก สั่งให้ผมขับรถพาไปตระเวนหาของกินซะทั่วเมือง โดยเฉพาะไอ้ยีนส์เนี่ย ไม่รู้ท้องมันมีหลุมดำหรือไง กินร้านนู้นร้านนี้แล้วก็ยังไม่พอ ยังจะชวนไปกินต่ออีก มารู้อีกทีก็ตอนไอ้กั้งกระซิบบอก

ยีนส์เป็นเมนส์’…

โอเค กูจะไม่ยุ่ง กูจะเอามึงวางบนหิ้ง ผู้หญิงมีวันนั้นของเดือนคือร่างทรานส์ฟอร์มที่น่ากลัวที่สุดแล้ว โดยเฉพาะไอ้ยีนส์เวลามันทรานส์ฟอร์มเนี่ย หงุดหงิดกับแฟนมันคนเดียวไม่พอ ยังพาลมาหงุดหงิดผมด้วย ยอมเลย ยอม

“ทำไมมึงไม่กินวะ”

เป็นคำถามรอบที่ล้านแปดหลังจากที่มันสั่งให้ผมแวะร้านน้ำแข็งไสเกาหลีบิงซู สั่งอย่างเดียวไม่พอ บังคับให้ผมกับไอ้กั้งช่วยมันกินอีก คอยดูเถอะ อีกเดี๋ยวมันต้องบ่นว่าปวดท้อง ผู้หญิงมีประจำเดือนเค้าให้กินของเย็นๆ แบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ

“กินสิวะ นั่งมองหาสวรรค์วิมานอะไร กูกินคนเดียวไม่หมด”

มึงสั่งมา มึงก็รับผิดชอบสิโว้ย!

อยากจะตะโกนใส่หน้ามันแบบนี้ชะมัด แต่พอเห็นสีหน้าหงุดหงิดประหนึ่งป้าแม่บ้านโดนหวยกินหลายงวดติดกันแล้ว ผมก็เลยยอมหุบปากเงียบ มีแต่กั้งเท่านั้นที่ยอมหยิบช้อนขึ้นมาตักน้ำแข็งไสเข้าปากแต่โดยดี ขณะที่มันกินไป มันก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของผมที่มาถึงก็เอาแต่เงียบ ไม่พูดมากเหมือนปกติ จนกั้งเป็นฝ่ายถามขึ้นมา

“ว่าจะทักหลายรอบแล้ว มึงเป็นอะไรไอ้เหนือ ไม่ค่อยร่าเริง มีเรื่องอะไรให้คิดไม่ตกหรือไง”

นี่แหละไอ้กั้ง คนสนิทมีท่าทีผิดแปลกไปนิดหน่อยก็ดูออกหมด

“ก็นิดนึงว่ะ”

“เรื่องฝึกงาน?”

“เออ” ผมตอบรับ มือก็หยิบช้อนเขี่ยน้ำแข็งไสไปมาจนมันละลาย

ยีนส์ละสายตาขึ้นมามองผมตอนนี้นี่เอง ก่อนจะว่าเสียงแหลม

“ถึงว่ามึงถึงได้ถ่อมาหาพวกกูได้ ทำไมวะ โดนเด็กช่างรุมตุ๋ยหรือไง”

“ไม่ใช่” ผมเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเพื่อนบ้านี่พูดไร้สาระ แถมพูดเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง

แต่มันก็ไม่หยุด พูดขึ้นมาอีก

“งั้นมึงก็ไปตุ๋ยเด็ก?”

“ป้ามึงเถอะไอ้ยีนส์ เห็นกูเป็นคนยังไงเนี่ย!

“ขี้เมา ทุเรศ หื่นกาม มั่วไปเรื่อย” มันตอบมาหน้าตาเฉย ผมเลยรู้หมดเลยว่าพวกเพื่อนเวรนี่คิดกับผมยังไง

“มึงพูดไร้สาระอีก กูจะตบมึงด้วยช้อนเลยไอ้ยีนส์” ผมแยกเขี้ยวขู่

ยีนส์ยักไหล่ไม่ยี่หระ กินน้ำแข็งไสต่อ มีแต่กั้งเท่านั้นที่เข้าประเด็นแบบสาระเน้นๆ

“ตกลงมีเรื่องอะไร มึงถูกเด็กช่างทำอะไรมาหรือเปล่า”

“ก็ไม่เชิงว่ะ”

พูดแค่นี้ หัวคิ้วของกั้งก็ย่นยู่ทันตา “กูบอกมึงแล้วใช่มั้ยว่าให้หาอาวุธติดตัวไปด้วย”

“มึงเข้าใจผิดไปไหนต่อไหนแล้วเนี่ย กูไม่ได้โดนทำร้ายร่างกาย แล้วไอ้เด็กที่วิทยาลัยมันก็ไม่ได้พกอาวุธ มีการตรวจทุกเช้าเย็นอย่างนั้น ไม่ต้องห่วงเลยว่ามันจะเอามีดมาฟันโชะเดียว เจี๊ยวหายอย่างที่ไอ้ยีนส์เคยพูด มีแต่รถนี่แหละที่โดน หมากฝรั่งป้ายบ้าง พ่นสีใส่บ้าง อะไรอย่างนั้น” ผมว่าไปตามความจริง สีหน้าของกั้งเลยดูผ่อนคลายลง

“งั้นก็ค่อยยังชั่ว ว่าแต่มึงไปทำอีท่าไหนถึงได้โดนเล่นงานเข้าวะ”

“เรื่องมันไม่มีอะไรเลยมึง แค่เด็กคนนึงมันไม่ชอบขี้หน้ากู แล้วกูดันไปอบรมมันเพราะมันไปตีกับชาวบ้าน มันก็เลยขู่กูใหญ่เลยทีนี้ ไม่รู้ว่าอาทิตย์หน้าจะโดนอะไรบ้าง กูล่ะเพลียเหลือเกิน” ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นเท้าหน้าผากไปด้วย บ่งบอกให้รู้ว่าเพลียจริงๆ ไม่ได้เพลียร่างกายนะ เพลียใจ

“มึงก็ไม่ต้องเอารถไปฝึกงานสิ นั่งรถสามล้อ ไม่ก็นั่งรถมอไซค์วินไป”

“ถ้ามันง่ายอย่างนั้นก็ดีสิวะ แต่ไอ้เด็กคนที่กูบอกดันอยู่หอเดียวกับกูด้วยเถอะ หอเดียวไม่ว่า ข้างห้องกันด้วย มึงจะให้กูหนียังไง”

พูดอย่างนี้ กั้งกับยีนส์ก็มองหน้ากันเลย เหมือนจะเข้าใจโดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง อันที่จริงผมว่าพวกมันไม่สนใจมากกว่าว่าเรื่องมันเกิดขึ้นจากอะไร พวกมันสนวิธีแก้ปัญหาของผมต่างหาก

“แล้วทีนี้มึงจะเอาไง กูว่าโดนฆ่าหมกห้องแน่”

“ไอ้ยีนส์ ขอร้องเลยนะ ถ้ามึงไม่รู้จะพูดอะไรก็อย่าพูด สำรอกออกมาแต่ละคำนี่คำมงคลทั้งนั้น” ผมแขวะยีนส์บ้างหลังจากทนฟังมันกระแหนะกระแหนอยู่นาน

ไอ้ยีนส์ยักไหล่อีกที ส่วนกั้งในตอนนี้ก็ยกมือขึ้นประสานกันอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเปรยออกมาลอยๆ

“กูว่าเด็กที่มึงมีปัญหาด้วยน่าจะเป็นคนมีปัญหาอยู่แล้ว อย่างพวกปัญหาทางบ้านอะไรแบบนี้ เลยออกอาการต่อต้าน”

ใช่เลย! ฉลาดมากกั้งเพื่อนรัก ไอ้ยีนส์ มึงดูแฟนมึงเป็นตัวอย่างเลย!

“กูก็คิดแบบมึงนั่นแหละ แต่พอไปถามพี่ซุปฯ พี่เค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กนั่นมีปัญหาอะไรทางบ้านมั้ย ทั้งครอบครัวมีมันกับพ่อแค่สองคน แต่ก็ไม่ใช่ว่าพ่อมันจะไม่ใส่ใจนะ ถึงจะไม่มีเวลาให้ลูก แต่ก็ส่งคนมาดูแลตลอด เรื่องโดนเด็กจองล้างจองผลาญว่าแย่แล้วนะ โดนพี่ซุปฯ สั่งให้ดูแลมัน ถ้าไม่ดูแลก็ขู่ว่าจะไม่ให้ผ่านฝึกงานนี่แย่บรมเลยว่ะ” ผมบ่นยาว ขณะที่ยีนส์กับกั้งเองเบิกตาโต

“เออว่ะ แย่จริงด้วย แต่นะ ไอ้เด็กนั่นอย่างกับบ้านรวยเลยว่ะ พ่อมันทำงานอะไรวะ” ยีนส์เป็นคนถาม

ได้ยินมาว่าพ่อมันเป็น ส.จ.นะ แล้วก็ไม่ใช่แค่บ้านรวยด้วย เรียนก็เก่ง ได้ 4.00 ทุกเทอม แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงได้เกเรงี้ กูพูดอะไรถามอะไรไป แม่งทำท่าเหมือนอย่างกับจะกินหัวกูตลอด”

ยีนส์กับกั้งแทบไม่ได้ฟังที่ผมพูดเมื่อกี้เลยสักนิด แถมยีนส์ยังหันไปถามกั้งหน้าตาเฉยอีกต่างหาก

“ส.จ.ย่อมาจากอะไรอะกั้ง”

กั้งยกมือขึ้นใช้นิ้วดันกรอบแว่นให้เข้าที่พลางพูด

“อสุจิ”

อสุจิบ้านมึงสิไอ้กั้ง! สมาชิกสภาจังหวัดเว้ย! ใครสอนสังคมมึงตอนมัธยม มึงกลับไปขอเรียนใหม่เดี๋ยวนี้!

“ไอ้กั้ง นี่มึงเล่นมุข?” ผมถามเสียงเครียด กั้งเลยพยักหน้า

“เออ กูเห็นมึงเครียด เลยหยอดไปนิดหน่อย”

ทีหลังมึงจะเล่นมุขแบบนี้ มึงเอากลับไปเล่นที่บ้านเลยไอ้กั้ง!

แม่งเครียดหนักกว่าเดิมอีก แทนที่มาหาเพื่อนจะได้ไอเดียอะไรไว้เอาตัวรอดจากไอ้เด็กธารบ้าง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เรื่องสักอย่าง เสียเวลาขับรถมาหาพวกมันจริงๆ เปลืองน้ำมันอีกให้ตาย!

“เหนือ กูพูดจริงๆ นะ” จู่ๆ ยีนส์ก็แทรกขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พอผมเงยหน้าไปมอง มันก็พูดต่อ “เด็กนั่นน่ะ จริงๆ ไม่มีอะไรหรอก กูเคยเรียนวิชาของสังเคราะห์ฯ มาตัวนึง ว่ากันว่าพวกคนที่มีปมอะไรแบบกระทบกระเทือนจิตใจแรงๆ จะมีการต่อต้านคนหรือสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกับต้นเหตุของปมที่ตัวเองเกลียด กูว่าถ้ามึงจับจุดได้ว่าเด็กนั่นเกลียดอะไร แล้วมึงใช้วิธีเข้าหาด้วยลักษณะตรงข้ามสิ่งที่เด็กนั่นเกลียด กูว่ามึงเข้าหาเด็กนั่นได้ไม่ยากเลย”

สังเคราะห์ฯ ที่ยีนส์ว่า หมายถึงคณะสังคมสงเคราะห์ที่มหาลัยผม แต่การที่มันเรียนวิชาแปลกๆ ต่างคณะก็ไม่น่าแปลกใจเท่ากับการที่คำพูดคำจาของมันมาในเชิงวิชาการ ร้อยวันพันปีเห็นไร้สาระตลอด วันนี้องค์เจ้าแม่ยีนส์ลงเพราะเป็นเมนส์แน่ๆ

“มึงมั่นใจได้ไงวะว่าจะได้ผลถ้ากูทำแบบนั้นน่ะ”

“กูก็ไม่มั่นใจ”

เอ้า!

“แต่ไม่ลองก็ไม่รู้” กั้งเสริมทันทีที่เห็นผมทำหน้าเหวอ “แต่มันก็แล้วแต่มึงจะเลือก เลือกเอาว่าจะปล่อยให้เด็กนั่นแกล้งมึงไปตลอดการฝึกงานแล้วมึงก็หนีอย่างเดียว หรือจะเป็นฝ่ายไล่กวดมันให้มันเลิกแกล้งมึงเอง ถ้ามึงจะเป็นฝ่ายไล่กวด มึงก็ต้องทำให้ได้อย่างที่ยีนส์พูด... เป็นคนที่เด็กนั่นไว้วางใจ”

ฟังแล้ว ผมก็ถอนหายใจแล้วพยักหน้าเออออไป เข้าใจสิ่งที่พวกมันพูดอยู่แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอายังไง

ก็จะให้ตัดสินใจได้ยังไงล่ะ วันนี้เพิ่งจะโดนพูดแสกหน้ามาเองว่า โคตรคิดถูกเลยที่ไม่ไว้ใจเต็มร้อยตั้งแต่ตอนแรกแล้วอย่างนี้คิดเหรอว่าธารมันจะเข้าใกล้ผมอีก

จากนั้นพวกเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันต่อเพราะจู่ๆ ไอ้ยีนส์ก็เกิดปวดท้องด้วยกินเยอะเกินลิมิต ลำบากผมต้องขับรถพามันไปหาหมออีก วุ่นวายกันทั้งคืนก็เพราะวันแดงเดือดของมันคนเดียวเลย แต่ก็เอาเถอะ ถือว่าการมาหาพวกมันก็มีประโยชน์บ้างล่ะนะ

 

ผมกลับมาที่พิษณุโลกในเช้าวันอาทิตย์ด้วยยีนส์กับกั้งต้องไปฝึกงานในวันอาทิตย์นี้ด้วย เหตุผลก็ไม่มีอะไร พี่ซุปฯ ของพวกมันขอให้ไปช่วยเตรียมเอกสารงานกิจกรรมวิชาการของอาทิตย์หน้าที่จะมาถึง ผมเองก็ไม่อยากรบกวนพวกมันเลยตัดสินใจกลับดีกว่า

ทันทีที่ถึงหอ ตอนแรกก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่าถ้าเจอไอ้เด็กธาร ผมจะทำหน้ายังไง แต่พอมาถึงหน้าห้องมันปุ๊บ ก็เห็นว่าหน้าห้องมีแม่กุญแจคล้อง บ่งบอกว่ามันไม่ได้อยู่ ผมเลยโล่งใจไปว่าไม่ต้องเผชิญหน้ากับมันตอนที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลายอย่างนี้ ทว่าก็อดอยากรู้ไม่ได้เลยว่ามันหายหัวไปไหน คอยเปิดประตูมาสังเกตการณ์ตลอด แต่ก็ไม่เห็นมันโผล่หัวกลับมาซะทีกระทั่งฟ้ามืด แล้วผมออกไปซื้อผัดไทกลับมาที่ห้อง ถึงได้เห็นว่าแม่กุญแจที่คล้องอยู่ข้างหน้า บัดนี้มันหายไปแล้ว

กลับมาห้องแล้วแหง... เพื่อความชัวร์ ก้มมองใต้ประตูมันด้วย หูก็เอาแนบประตู ฟังว่ามันกำลังทำอะไรอยู่

สภาพเหมือนพวกถ้ำมองไม่มีผิด แต่พอได้ยินเสียงเพลงดังลอยออกมาจากห้อง ผมก็ลุกขึ้นยืนเหมือนเดิม จากความอยากรู้ว่ามันไปไหน ตอนนี้กลายเป็นความหวั่นใจละว่าดึกๆ มันจะปีนระเบียงมาห้องผม แล้วจัดการเอาอีโต้สับโชะตายคาห้อง

เอาไงดีวะไอ้เหนือ ทำอะไรสักอย่างให้มันรู้สึกว่า...เออ ถึงวันก่อน มึงจะโกรธกู แต่กูยังหวังดีและเป็นห๊วงเป็นห่วงมึงอยู่นะ ทั้งที่ใจจริงจะไม่ใช่เลยก็เถอะ ทำเพื่อความอยู่รอดล้วนๆ

คิดอยู่พักนึง สายตาก็เหลือบไปเห็นผัดไทในมือตัวเองที่ซื้อมาสองห่อ

เอาวะ เสียสละให้มันไปห่อนึงแล้วกัน เอาของตัวเองออกมา เหลืออีกห่อที่อยู่ในถุงเอาไปแขวนบนลูกบิดประตู แขวนเสร็จก็เคาะเรียกสองสามที จากนั้นก็กะว่าจะวิ่งเข้าห้อง

แต่... เวรเอ๊ย กูลืมไขประตูห้องรอไว้ก่อน

มือไม้เป็นระวิงเลยทีนี้ โชคดีที่วิ่งเข้าห้องได้ทันก่อนที่มันจะเปิดประตูออกมา ที่รู้ก็เพราะได้ยินเสียงเปิดประตูน่ะ ตามมาด้วยเสียงขุ่นๆ ว่า ใครวะ ครวะ ว่า ระวิงเลยทีนี้ โชคดีที่วิ่งเข้าห้องได้ทันก่อนที่มันจะเปิดประตูออกมา ที่รู้ก็เพราะได้ยินเสียงเปิดประตูน่ะ ตามมาด้วยเสียงแล้วนี่ถุงเชี่ยไรผมอยากจะตะโกนตอบกลับไปมากว่า ถุงผัดไทเว้ย ไม่ใช่ถุงเชี่ย!’ แต่ก็ไม่กล้าพอ ยืนฟังมันอยู่ครู่หนึ่งกระทั่งได้ยินเสียงประตูปิด ถึงได้หายใจโล่งอีกครั้ง

ขะ...ขวัญเอ๊ย ขวัญมาไอ้เหนือ ครั้งแรกก็งี้แหละ ตื่นเต้นเป็นธรรมดา พรุ่งนี้ค่อยเอาใหม่

 

พรุ่งนี้ค่อยเอาใหม่จริงๆ พอถึงเวลาที่ผมไปซื้อข้าว ผมก็ซื้อเผื่อธารมาด้วย แล้วก็เอาไปแขวนหน้าห้องมันดังเดิม ทำแบบนี้ได้อยู่สามสี่วัน อาการหวาดผวาที่ต้องเคาะห้องมันก่อนแล้วหนีเข้าห้องตัวเองก็เริ่มหายไปละ แถมไปฝึกงานอย่างสบายใจด้วยถึงแม้รถจะโดนเล่นงานอยู่เนืองๆ ทุกวันก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หนักมากอย่างคราวก่อน ก็แค่โดนปล่อยยาง และล่าสุด...

เอ่อ...โดนถอดล้อ

ไม่หนักพร่อม! พวกมึงไปเอาเครื่องมือจากไหนกันมาถอดล้อรถกูวะ!

เอามาจากแผนกช่างยนต์แน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ปฏิบัติการทำลายกำแพงต่อต้านของเด็กเวรนั่นก็ยังดำเนินต่อไป ผมก็ยังซื้อข้าวไปแขวนหน้าห้องมันทุกเย็นอยู่ดี คิดเอาเองว่ามันน่าจะรู้ว่าผมเป็นคนเอาไปแขวน แล้วอีกสักพักมันก็คงจะเลิกแกล้งผม

ทว่า... ผิดถนัด! ไม่รู้ไม่พอ แม่งติดกระดาษเขียนตัวหนังสือเบ้อเร่อว่า อย่าเอาอะไรมาแขวนไว้หน้าห้อง ไม่กิน!’

โห ไอ้โหด ความหวังดีของกูนี่ปลิวไปกับสายลมเลย เดาออกทันทีว่าไอ้ที่เสียเงินซื้อๆ ให้มันไปนี่ มันเอาไปทิ้งหมดแน่

ได้! ในเมื่อมึงไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอาไปแขวนก็ได้! เขียนชื่อแปะแม่ง!

เอาใหม่ เขียนชื่อแปะก็ดูจะอาจหาญไป เอาเป็นเขียนโน้ตเล็กๆ น่ารักมุ้งมิ้งก็แล้วกัน

กินข้าวหรือยังครับน้องธาร พี่เหนือซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝากนะ เจ้านี้อร่อย กินเยอะๆ นะครับ

แขวนเสร็จ เคาะประตูแล้วหนีเข้าห้องเหมือนเดิม ตามด้วยธารที่เปิดประตูออกมาให้ได้ยิน ผมที่อยู่ในห้องลุ้นใจเต้นระทึกเลยว่ามันจะมาเคาะห้องผมเรียกออกไปกระทืบมั้ย แต่ไม่ มันแค่ตะโกนมาเท่านั้น

“บอกว่าไม่ต้องเอามาแขวนอีก ไม่เข้าใจหรือไงวะ!

กูเข้าใจ... เข้าใจดีเลย แล้วมึงคิดว่ากูอยากทำหรือไง ถ้าพี่สมรไม่ขู่ว่าจะไม่ให้กูผ่านฝึกงานเพราะไม่ดูแลมึง กูก็ไม่ทำหรอกเว้ย!

ผ่านมาอีกวัน ผมก็ทำแบบเดิมอีก เพิ่มเติมคือมีโน้ตเล็กๆ ติดไปด้วย ทำแบบนี้มาได้สักอาทิตย์ จากที่ได้ยินเสียงธารตะโกนด่ามาทุกครั้งที่ผมเคาะประตูห้องมันแล้วหนีเข้าห้อง ก็เริ่มจะไม่มีเสียงละ มีแค่เสียงเปิด-ปิดประตูแล้วก็เงียบตลอดคืน เพิ่งสังเกตด้วยว่าพักนี้พวกลูกสมุนไอ้เด็กธารก็ไม่มารวมตัวกินเหล้าส่งเสียงโวยวายด้วย ผมก็เลยได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่

วันนี้ก็เลยตื่นเช้ากว่าปกติ กะว่าจะไปที่วิทยาลัยเร็วสักหน่อยเพราะอาจารย์จะมานิเทศการฝึกงานครั้งแรก

ทว่าพอเปิดประตูห้องออกไปปุ๊บ สายตาผมก็เหลือบเห็นถุงพลาสติกที่แขวนอยู่บนลูกบิดประตูด้านนอก พอเดินออกมาดูก็เห็นว่ามันเป็น...

“ข้าวเหนียวหมูปิ้ง...”

มีข้าวเหนียวอยู่ห่อนึงกับหมูปิ้งสามไม้ มองแล้วก็เอะใจว่ามันมาแขวนอยู่หน้าห้องผมได้ยังไง แถมยังร้อนๆ อีกด้วย ก่อนสายตาจะเหลือบเห็นโน้ตที่เขียนลงบนกระดาษทิชชูเน่าๆ

หัดกินข้าวเช้าบ้าง เดี๋ยวก็ไม่มีแรงไปรับมือเด็กหรอก งี่เง่า!’

โอ้ สำนวนอย่างนี้ ใช่เลย น้องธารใจรูปหล่อแน่นอน แหม ตอบแทนกันอย่างนี้ แสดงว่าเริ่มมีไมตรีแล้วสินะ

แต่ถามว่าผมกินมั้ยละหมูปิ้งมันเนี่ย... ไม่ เกิดมันเอายาเบื่อหนูทาไว้ ผมก็ตายหองกันพอดี จะเอาทิ้งถังขยะก็กลัวว่าเดี๋ยวจะมีหมาไปคุ้ยแล้วกินโดนยาพิษตาย ฉะนั้นจึงเอาไปวิทยาลัยด้วย และให้... น้องมายด์

กินเลยจ้า กินเลย มึงตายไปจะได้เลิกเต๊าะกูซะที ขณะที่อีน้องมายด์รับข้าวเหนียวหมูปิ้งไปด้วยสีหน้าระรื่น

“อ้ายเหนือใจ๋ดีแต้ดีว่า ฮักเมาข้าเจ้าแล้วอะเนอะ (พี่เหนือใจดี๊ใจดี ตกหลุมรักหนูแล้วล่ะซี่)” ตามด้วยการยัดข้าวเหนียวเข้าปากอย่างเมามันส์

บอกเลยกูไม่ได้ตกหลุมรักมึงหรอก มีแต่มึงนี่แหละที่ลงหลุมถ้ามียาเบื่อน่ะ

เดชะบุญ อีน้องมายด์ดวงแข็ง ฟาดเรียบแต่ไม่ตาย แถมยังมาเต๊าะผมหนักกว่าเดิมด้วยเพราะคิดว่าผมเอ็นดูมัน

โอย กรรมของกูแท้ๆ

 

เย็นนี้เลยอ่อนล้าผิดปกติด้วยต้องรับมือน้องมายด์ตลอดทั้งวัน เหนื่อยถึงขนาดลืมซื้อข้าวเย็นทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะแวะก่อนกลับ แต่ก็ช่างเถอะ ลืมแล้วก็ลืมไป เข้านอนเลยแล้วกัน เหนื่อยเกินจะทนละ

หากแต่หลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมง เสียงเคาะประตูห้องผมก็ดังขึ้น ก่อนจะดังถี่รัวเมื่อผมไม่ลุกไปเปิดสักที

“ใครวะ!” ด้วยความหงุดหงิดที่โดนรบกวนเวลานอนเลยแผดเสียงออกไปขณะที่ขาก็เดินไปเปิดประตูห้องด้วย

พอเปิดออกมา เห็นว่าเป็นธารที่ใบหน้ายังมีรอยช้ำและใส่ชุดลำลอง จากที่งัวเงียๆ อยู่ ผมก็ตาสว่างทันควัน

ปัง!

ปิดประตูใส่หน้าแม่ง

คุณพระคุณเจ้า! มันมาเคาะห้องเรียกกูทำไมวะ! ไปทำอะไรไม่ถูกใจมันอีกหรือเปล่าเนี่ย!

เพราะปิดประตูใส่ มันก็เลยเคาะรัวหนักกว่าเดิม

“เปิดสิโว้ย! จะปิดใส่หน้าทำไมวะ!

แล้วมึงพูดอย่างนี้ ใครมันจะไปอยากเปิดให้วะ! เปิดไปกูจะโดนมึงต่อยมั้ย ตอบ!

แต่ก็เปิดอยู่ดีนั่นแหละ ตามด้วยยิ้มแห้งๆ ใส่ด้วย

“วะ...ว่าไงครับน้องธาร มีธุระอะไรกับพี่เหนือเหรอ”

ธารไม่ตอบ มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดเรื่องอื่นเฉย “อย่าบอกนะว่านอนทั้งชุดนักศึกษาแบบนี้?”

เออสิ มึงคิดว่าโดนเพื่อนมึงเต๊าะจนหมดแรงอย่างนั้น กูจะมีเรี่ยวแรงที่ไหนไปอาบน้ำอีก

“เดี๋ยวพี่เหนือค่อยอาบน่ะครับ งีบเฉยๆ” ตอบได้สุภาพมาก ขัดกับความในใจสุดๆ

ทว่าธารก็ไม่สนใจ กอดอกเอียงคอมองผมอย่างหาเรื่อง

“แล้วข้าวเย็นล่ะ”

“ฮึ?”

“ข้าวเย็น ถามว่าข้าวเย็นอยู่ไหน ทำไมไม่เห็นเอามาแขวนหน้าห้อง”

เอ้า กูกลายเป็นคนส่งข้าวให้มึงตั้งแต่เมื่อไหร่! หน้ากูมีตัวหนังสือแปะไว้หรือไงว่า พี่เหนือเดลิเวอร์รี รับส่งข้าวให้น้องธารทั่วราชอาณาจักร’!

กลายเป็นว่าการที่ผมทำอย่างนั้น ทำให้เด็กเวรนี่เคยตัวไปซะแล้ว พอไม่เอาของกินไปแขวนหน้าห้อง มันก็เลยมาทวงแบบนี้ เสียวสันหลังขึ้นมาเลยเมื่อตระหนักขึ้นมาได้ว่าลืมซื้อข้าวเย็นมา

“พี่เหนือลืมครับ” ยอมรับสารภาพไปตามตรงแล้วกัน ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง

ธารชักสีหน้ารำคาญใส่ผมเล็กน้อย ปากก็บ่นไปด้วย

“หิวจนท้องกิ่วแล้วเนี่ย”

แล้วมึงมาบอกกูทำซากอะไร บอกกูแล้วมึงจะหายหิวมั้ย!

“อยากกินข้าวต้มกุ๊ย”

ยัง...ยังบอกกูอีก อยากกินก็ไปกินสิเว้ย!

“ข้าวต้มกุ๊ยกินคนเดียวไม่อร่อย”

“แล้ว?” ผมพยายามปั้นหน้าเป็นมิตรใส่มันสุดฤทธิ์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าเหวอเมื่อจู่ๆ มือใหญ่ก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือผมก่อนจะกระชากผมที่ยืนหลบอยู่หลังประตูออกไปนอกห้อง

“ไปกินเป็นเพื่อนหน่อย อยากกินหลายอย่างแต่สั่งมาแล้วเดี๋ยวกินไม่หมด”

“ฮะ?”

ฮะเฉยๆ ไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อเลยก็โดนลากไปตามระเบียงทางเดินแล้ว รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ตรงลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ ขณะที่ธารขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ออโต้ แล้วร้องเรียกให้ผมขึ้นซ้อน

“ขึ้นมาเร็วๆ หิว!

เดี๋ยว... กูยังงงอยู่

งง... แต่แม่งปีนขึ้นรถไปซ้อนท้ายมันเรียบร้อย ก่อนจะ...

“อ๊าก! นะ...น้องธาร...ขะ...ขี่ช้าๆ หน่อย!

“หุบปากน่า! อย่ามากวนคนหิว!

หิวจริงหิวจัง หิวแบบไม่ได้พูดเล่น บิดมอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานไปด้วยความเร็วแสง โชคดีที่ร้านข้าวต้มกุ๊ยที่มันพาไปอยู่ไม่ไกลนัก แค่ลานขายของกินด้านหลังศูนย์การค้าที่ผมเช่าหอพักอยู่ ผมเลยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงบนเส้นด้ายนาน

มาถึง ธารก็ไม่พูดกับผมสักแอะ สั่งอาหารมาสามสี่อย่างแล้วจัดการลงมือกินชนิดตายอดตายอยาก

ผมมองมันกินแล้วรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในเทศกาลชิงเปรต

ถ้ามึงจะหิวขนาดนี้ มึงก็ไม่ต้องรอกูหรอกเว้ย!

ได้แค่คิดเช่นเดิม ก่อนผมจะลงมือกินบ้างเมื่อเด็กนั่นส่งสายตาขวางๆ มาเป็นเชิงสั่งว่า ยัดเข้าปากซะที!’

กินข้าวทั้งน้ำตาเป็นยังไงก็ตอนนี้ กลัวมันเอาตะเกียบจิ้มตามากเลยกินไปได้ไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนไอ้ที่ธารบอกว่าอยากกินหลายอย่าง สั่งมาแล้วกลัวจะกินคนเดียวไม่หมด เอาเข้าจริง เห็นมีแต่มันนี่แหละที่กินเรียบ

บอกเลยว่ากูได้กินแค่วิญญาณปลาเค็มในผัดผักบุ้งกับข้าวเนี่ย!

พอมันอิ่ม ผมก็รีบคว้ากระเป๋าตังค์มาเตรียมจ่ายให้มัน แต่ไม่ทัน มันเดินไปจ่ายก่อนแล้วเดินดุ่มๆ กลับไปที่รถโดยไม่สนใจผมสักนิด ทันทีที่ผมเดินตามมาถึง มันก็ถามเสียงเรียบอีก

“ขี่ให้หน่อย อิ่มจะอ้วก ขี่ไม่ไหว”

อะไรของมึงเนี่ย!

“พี่เหนือขี่มอไซค์ไม่เป็นครับ” ผมว่าออกไปตามความจริง หัวคิ้วเด็กนั่นยู่ทันตา

“ขับรถยนต์เป็นแต่ขี่มอไซค์ไม่เป็นเนี่ยนะ ตลกมากไปละจารย์” มันว่าเสียงขุ่น

ก็จะให้กูทำยังไง ขี่ไม่เป็นก็คือขี่ไม่เป็นเว้ย!

“แบบว่า...พี่เหนือหัดขับรถยนต์เลยน่ะครับเลยขี่มอไซค์ไม่เป็น”

พอพูดไปอย่างนี้ ธารก็พ่นลมหายใจใส่ผมเต็มแรง

“ขี่จักรยานเป็นมั้ย” ถามแบบจับจุดไม่ได้อีกด้วยว่ามันจะพูดอะไร

“ขี่ได้ครับ”

“งั้นก็ขึ้นมา” แค่นั้นแหละ มันก็ลุกจากมอเตอร์ไซค์ ให้ผมขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับแทนมันเลย

“พะ...พี่เหนือบอกแล้วไงว่าขี่ไม่เป็น” ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นประกอบการปฏิเสธ ก่อนจะถูกผลักเบาๆ

“ขี่ไม่เป็นก็เดี๋ยวจะสอนเนี่ย ขึ้นไปนั่งคร่อมเร็ว!

ถามดีๆ ก็ไม่ต้องเสียงดังใส่ก็ได้!

แล้วขึ้นมั้ย...ขึ้น! ไม่ขึ้นก็โดนมันประทุษร้ายร่างกายอีก แม่ง เห็นกูเป็นน้องมายด์หรือไงวะ รุนแรงกับกูจังเนี่ย!

ทว่าพอผมขึ้นมานั่งคร่อมเท่านั้น ธารก็ตามขึ้นมาซ้อนหลัง ซ้ำยังออกแรงให้รถตั้งตรง เตะขาตั้งขึ้นแล้วถือวิสาสะจับมือทั้งสองข้างของผมวางบนแฮนด์

“สตาร์ทรถตรงนี้ เวลาสตาร์ทก็กำเบรกไว้ด้วย รถออโต้มันจะสตาร์ทไม่ได้ถ้าไม่กำเบรก พอเครื่องติดแล้วก็บิดออกไป ขี่ไม่ยาก ไม่เหมือนพวกมีเกียร์” ตามมาด้วยสอนอีกยืดยาว

แต่บอกตรงๆ ว่าไม่ได้เข้าหูผมเลย รู้สึกอย่างเดียวว่าลมหายใจอุ่นๆ ของเด็กนั่นที่ปะทะเข้ามาบนต้นคอ แผงอกแกร่งที่แนบหลังผมชนิดสัมผัสได้ถึงแรงเต้นของหัวใจ ร้ายกว่านั้นคือเด็กนั่นจับมือผมข้างขวาแล้วบังคับให้บิดมอเตอร์ไซค์ออกไปด้วย

อ่า...ตอนนี้รู้สึกว่าไม่ใช่แค่นั้น เป้าก็ไหลลงมาติดอีกต่างหาก หูย... เหนือฟิน

รถเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ บนถนนในเวลานี้รถน้อยแล้ว มือใหม่อย่างผมเลยขี่ง่ายไร้ปัญหา แต่การได้หัดขี่มอเตอร์ไซค์ครั้งแรกก็ไม่ได้ทำให้ผมตื่นเต้นเท่ากับการได้สัมผัสตัวของธารแนบชิดอย่างนี้เลย ตอนนี้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของผมเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะแล้ว เต้นหนักกว่าเดิมอีกตอนที่ได้ยินเสียงธารดังขึ้นข้างๆ หูผม

“สอนขี่นี่ตอบแทนเรื่องข้าวนะจารย์ เรื่องอื่นไม่เกี่ยวกัน”

จะ...จ้า เอาเลยจ้า ตอบแทนแบบนี้อีกบ่อยๆ นะ พี่เหนือชอบ

ครั้งหน้าเอาข้าวไปแขวนหน้าห้อง สงสัยต้องเอาถุงยางใส่ไปในถุงด้วยแล้ว

เผื่อได้เผื่อโดน...

-------------------------------------------

พี่เหนือนี่ เล็กๆ น้อยๆ ก็เอาหมดเลยนะ 555

น้องธารตอนนี้น่ารักมุ้งมิ้งมาก พี่เหนือก็ง้อน้องได้น่ารักมากๆ เช่นกัน เอาข้าวไปแขวนทุกวันนี่ น้องธารไม่ใจอ่อนก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วเนอะ นี่แหละวิธีการเต๊าะของพี่เหนือ อันนี้เต๊าะแบบไม่ได้ตั้งใจนะ ถ้าตั้งใจเมื่อไหร่ล่ะก็ หืม... อ่อยหนักมาก กร๊ากกก

ปล.อ่านแล้วทิ้งฟีดแบ็กให้กันบ้างนะคะ ช่วงนี้ส่วนใหญ่จะอัพดึก ไม่ใช่ช่วงเวลาฮ็อตฮิต เลยรู้สึกว่าคนอ่านน้อยจัง ใครอ่านอยู่ แวะมาทักทายกันได้นะคะ เก๊าเหงา ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

3,377 ความคิดเห็น

  1. #3360 maybunny (@blossomorrain) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 10:21
    อิๆ น้องธารเริ่มใจดีแล้ว ส่วนพี่เหนือนี่อะไร ว้อย5555555555
    #3360
    0
  2. #3328 2twinid (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 08:15
    5555 เหนือออออ ตลกอ่ะ
    #3328
    0
  3. #3317 Candy Rainbow (@lukygirl) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 23:45
    เดี๊ยวววว

    ประโยคสุดท้ายนี่คิดว่าไม่ใช่ละนะ
    #3317
    0
  4. #3275 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 16:43

    พี่เหนือฟิน อีบ้าาาาาาไม่รักนวลสงวนตัวเลยซักนิดอยากได้อยากโดนอย่างเดียวเลย

    #3275
    0
  5. #3269 Kamobee (@BeeSangprow) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 11:52
    พี่เหนือคนหื่น!!!555
    #3269
    0
  6. #3256 NattLatt (@NattLatt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 23:28
    พี่เหนือ-เด่วนะ5555555
    #3256
    0
  7. #3246 MByymm (@MByim) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 21:35
    พี่เหนือ คือเอาจริงตอนนี้มันก็ไม่น่าสงสารเท่าไหร่แล้วนะ เพราะดูมันมองโลกไม่เคยหม่นเลย ต่อให้โดนอะไรหนักแค่ไหนมันพาเข้าตลกได้ตลอดอะ
    #3246
    0
  8. #3201 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 17:17
    พี่เหนือหื่นนนนน
    #3201
    0
  9. #3171 saralewd (@saralewd) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 22:47
    เกลียดอ่ะ พี่เหนือแรดเงียบเฟร่อ 555
    #3171
    0
  10. #3165 wieww (@wieww) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 22:23
    เกลียดความเผื่อได้เผื่อโดน
    #3165
    0
  11. #3162 Hello! It me~ (@0958915410) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 15:29
    เเหมเหนือหื่นนะเรา -.,-
    #3162
    0
  12. #3150 Naruthaik1972 (@Naruthaik1972) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 08:52
    เกลียดพี่เหนืออ่ะหื่นตลอดๆ น่ารัก มีความย้อนแย้ง555
    #3150
    0
  13. #3115 lalitjoy (@lalitjoy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 11:52
    เผื่อได้เผื่อโดน โอ้ยยยยยยยยยยนนยัยเหนือเธอมันร้ายยยยยย
    #3115
    0
  14. #3065 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 19:40
    เผื่อได้เผื่อโดน5555555555555555555
    น้องธารคนซึน หลงพี่แสงเหนือเข้าแล้วล่ะสิ พี่เขาเอาข้าวมาเต๊าะทุกวันขนาดนี้ ว้ายยย
    #3065
    0
  15. #3029 oohhsehun (@oohhsehun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 16:35
    ขำที่เอาหมูปิ้งให้มายด์กิน555555
    #3029
    0
  16. #3018 Cartoon_kuma (@Cartoon_kuma) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 00:12
    เหนือจิตอ่อนๆน่ะค่า
    #3018
    0
  17. #3017 Cartoon_kuma (@Cartoon_kuma) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 00:11
    55555ชอบอ่ะค่าฟินดี
    #3017
    0
  18. #3016 ...., (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 23:42
    ฟินนนนน
    #3016
    0
  19. #2924 161149381 (@161149381) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 11:34
    เชรดดดดดดมีกุ๊กกิ๊ก5555
    #2924
    0
  20. #2837 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 22:19
    แอะแฮ้ม! พี่เหนือ...เบาๆหน่อย
    #2837
    0
  21. #2773 Ann Healy (@2annan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 06:14
    กรี๊ดดดดน้องฟินนนจังค่ะ
    #2773
    0
  22. #2652 Mr-Kizzz (@Mr-Kizzz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 20:46
    นายออโรร่ามีความฮา55555555หนูได้อยู่แล้วลูกกกก แต่หนูต้องรอก่อน555555
    #2652
    0
  23. #2577 fa-rong (@say-ning) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 19:35
    พี่เหนือโคตรหื่น
    #2577
    0
  24. #2572 นิธานนาธิน (@nithannahtin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 16:27
    ยิ้มแก้มแตก
    #2572
    0
  25. #2519 PP_ELF (@pare_mukuro6927) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 18:43
    ชอบค่ะ5555 เผื่อได้เผื่อโดน ถถถถถถ
    #2519
    0