หนี้พิศวาส (Debt love)

ตอนที่ 11 : บทที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    9 พ.ค. 54

 

หนี้พิศวาส 11

              ปรมินทร์กลับจากบริษัทด้วยความอ่อนเพลีย เขาทิ้งตัวลงนอนยังเตียงนอนอันหนานุ่ม นัยน์ตาเหม่อมองไปยังเพดานสูง รู้สึกเหมือนว่าอะไหล่ของร่างกายจะหลุดออกเป็นชิ้นๆ เลยทีเดียว งานที่เขาต้องรับผิดชอบในช่วงที่พ่อกับพี่ชายไม่อยู่นั้น หนักเอาการอยู่พอควร เรื่องงานถึงจะหนักสมองแต่ก็ไม่ได้ทำให้หนักใจเหมือนเรื่องที่ถูกบังคับอยู่ในขณะนี้ เขาต้องยอมจำนนต่อไม้ตายที่ผู้เป็นพ่อนำมาขู่ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ปลายเทียนก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าจะถูกกำหนดเอาไว้โดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเซ็งๆ กับเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เขาถูกมัดมือชกเอาดื้อๆ กับคนที่เขาไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้พบได้รู้จัก หรือไม่ก็ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะมีตัวตนอยู่ในโลกนี้ด้วยซ้ำ

              ฉันควรจะทำอย่างไรกับเธอดี ทำไมเธอต้องเข้ามาในชีวิตฉันด้วย ปลายเทียน ปรมินทร์พูดกับตัวเองเหมือนละเมอ ความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียทำให้เขาผล็อยหลับทั้งที่ยังอยู่ในชุดทำงาน

              ทุ่มครึ่งบัวตองและแอบเปิ้ลมาที่เรือนหลังเล็กพร้อมกับผลไม้และผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ที่นำมาให้ปลายเทียนแทนผืนเก่า ที่มันเก่าคร่ำคร่าไม่น่าใช้

              ใช้ผืนนี้แทนนะคะน้องปลาย ผืนเก่าน่ะทิ้งมันไปได้แล้ว ถึงมันจะดูสะอาดแต่พี่ว่ามันเก่าเกินที่จะใช้ต่อได้แล้วล่ะคะ บัวตองว่าพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ให้ หล่อนไม่อยากถามว่าทนใช้มันมาได้อย่างไรเก่าจนขนาดนั้นแต่กลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาทจึงพูดเพียงแค่นั้น

              ขอบคุณค่ะ ปลายเทียนยกมือไหว้ก่อนจะรับของ

              ไม่ต้องไหว้ค่ะ ไหว้พี่อีกแล้ว มันไม่ควรรู้ไหมคะ พี่เป็นคนใช้ไม่ใช่เจ้านาย ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไหว้หรอกคะ บัวตองละล่ำละลักบอก

              ก็พี่บัวให้ของกับปลาย ผู้ใหญ่ให้ของก็ต้องไหว้ และอีกอย่างปลายเองก็ไม่ได้เป็นลูกคุณหนูมาจากไหน ไม่ได้เป็นเจ้าเป็นนายใคร ปลายเองก็ไม่ต่างอะไรจากพี่บัวหรอกค่ะ อย่ารังเกียจที่จะรับไหว้ปลายเลยนะคะ หญิงสาวทำเสียงละห้อยอ้อนวอน

              พี่ไม่ได้รังเกียจที่จะรับไหว้น้องปลายหรอกนะคะ แต่พี่คิดว่ามันไม่สมควรแค่นั้นเอง บัวตองให้เหตุผลมา

              ทำไมจะไม่สมควรละคะ ปลายก็บอกพี่บัวแล้วยังไงคะว่า ปลายไม่ได้ต่างอะไรกับพี่เลย ปลายมาอยู่ที่นี่ไม่รู้ว่าอยู่ในฐานะอะไรด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นพี่บัวไม่ต้องคิดมากหรอกคะเรื่องแค่นี้เอง เราก็คนเหมือนกันไม่ได้ต่างชนชั้นต่างวรรณะ ถือซะว่าปลายเป็นน้องสาวพี่บัวคนหนึ่งแล้วกันนะคะ

              โถ... น้องปลาย บัวตองอุทานชื่อของเธอและมองด้วยความเอ็นดู เฮ้ย... ก็ได้ค่ะ เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้น พี่ว่าน้องปลายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าไหมคะ จะได้มาทนผลไม้กัน พี่กับแอบเปิ้ลแบ่งเอามาจากตึกใหญ่ มีส้มแล้วก็มังคุดเดี๋ยวพี่จะทำเอาไว้รอ อาบน้ำเสร็จจะได้ทานกันเลย

              ไม่ต้องทำให้ปลายถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะพี่บัว ปลายเกรงใจ ปลายเทียนมีสีหน้าอึดอัดและไม่สบายใจ บัวตองทำราวกับเธอเป็นเจ้านายของบ้านก็ไม่ปานทั้งที่เธอเองก็เป็นเพียงคนอาศัยดีไม่ดีก็เป็นคนใช้แบบเดียวกัน

              แอบเปิ้ลผู้นั่งมองสองสาวสนทนากันอย่างเงียบๆ รู้สึกว่าผู้ที่มาอยู่ใหม่อย่างปลายเทียนนั้นมีอะไรที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ในความน่าสนใจก็ซ่อนเอาไว้ด้วยความน่าสงสาร ต้นสายปลายเหตุที่ปลายเทียนเข้ามาอยู่ที่นี่มันคืออะไรและอีกอย่าง เข้ามาอยู่ในฐานะอะไรอย่างที่หญิงสาวว่า

              ไม่ต้องมัวเกรงใจกันอยู่หรอกค่ะ เอาเป็นว่าพี่ปลายไปอาบน้ำแล้วก็แต่ตัวให้เรียบร้อยแอบเปิ้ลกับพี่บัวจะลงไปรอข้างล่างนะคะ เด็กสาวเอ่ยขึ้น และพลันคิดอะไรบางอย่างได้ แล้วพี่ปลายหายดีแล้วหรือคะถึงจะไปอาบน้ำ เดี๋ยวไข้ก็กลับมาอีกหรอก

              เออ... นั่นสิคะ บัวตองเองก็เพิ่งจะนึกได้เมื่อแอบเปิ้ลเอ่ยขึ้น

              ปลายดีขึ้นมากแล้วค่ะ คิดว่าอาบน้ำได้แล้ว คงไม่ต้องเช็ดตัวเหมือนเด็กหรอกมั้งคะ หญิงสาวว่ามาพลางยิ้มให้ทั้งคู่ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ แอบเปิ้ลกับบัวตองหันมามองหน้ากันและกันอย่างเข้าใจ

              ปรมินทร์รู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกครั้งเป็นเวลาเกือบสามทุ่ม เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หลังจากที่ได้พักผ่อนมาหลายชั่วโมงเขาก็รู้สึกดีขึ้นแต่มันก็มีผลข้างเคียงด้วยเช่นกันคือเมื่อถึงเวลานอนอันเป็นเวลาปกติ เขาไม่สามารถที่จะนอนหลับได้

             ชายหนุ่มลุกไปอาบน้ำชำระร่างกายเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะเดินลงมายังชั้นล่างเขารู้สึกหิวจนแสบไส้เพราะเลยเวลาอาหารมานานหลายชั่วโมงแต่ทำไมถึงไม่มีใครขึ้นไปปลุกเขาเลยสักคน พอลงมาถึงข้างล่างแล้วก็เจอแต่ความเงียบเชียบของบ้าน เขาสงสัยว่าคนในบ้านของเขาหายไปไหนหรือว่าเข้านอนกันหมดแล้ว แต่ก็ไม่น่าจะใช่เพราะปกติทุกคนจะเข้านอนหลังเวลาสี่ทุ่มไปแล้ว นี่เพิ่งจะสามทุ่มกว่าเอง ความสงสัยวิ่งเข้ามาให้คิด ปรมินทร์นิ่วหน้าพลางสอดส่ายสายตาหาคนในบ้านอยู่ครู่ก่อนจะนึกได้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องมองหาใครในยามนี้ ตอนนี้เขาหิวมากและรู้สึกว่าจะกินช้างได้ทั้งตัวเลยก็ว่าได้ และนั่นก็ทำให้เขาคิดถึงใครบางคนขึ้นมา สองเท้าของเขาก้าวยาวๆ ตรงไปยังเรือนหลังเล็กซึ่งลูกหนี้สาวอยู่ที่นั่น ไฟในบ้านยังคงเปิดอยู่ก็แสดงว่าปลายเทียนยังไม่ได้หลับ

             เสียพูดคุยดังแว่วมาให้ได้ยินเมื่อเขาเดินไปถึงหน้าประตูบ้าน ภายในบ้านคงมีกันอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าสองหรือสามคน หนึ่งในสองหรือสามนั่นเขาจำได้ดีว่าเป็นเสียงของใคร บัวตองสาวใช้ของเขานั่นเอง แล้วอีกหนึ่งนั่นล่ะเป็นใคร ปรมินทร์ขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะเปิดประตูบ้านเข้าไปดูเพื่อให้หายสงสัย ทั้งสามคนที่นั่งสนทนากันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลินพลันหยุดชะงักการพูดคุยทันที เมื่อเห็นผู้มาเยือนในยามราตรีเป็นใคร คนที่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงเจ้าของบ้านผู้เอาแต่ใจนั่นเอง นัยน์ตาคมมองสามสาวด้วยความฉงนเล็กน้อย ความสนิทสนมที่แสดงออกผ่านทางน้ำเสียงเมื่อครู่นี้ยังไม่เท่ากับที่เห็น เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองสักเท่าไหร่ว่าบัวตองและแอบเปิ้ลหลานสาวของแม่บ้านจะสนิทสนมกับสมาชิกใหม่รวดเร็วปานนี้ ทั้งสามคนนั่งใกล้ชิดกันและต่างก็ปลอกผลไม้ยื่นให้กันแลกันทาน เห็นแล้วอยากจะหัวเราะดังๆ เสียจริง มาอยู่แค่ไม่กี่วันก็หาพรรคพวกได้อย่างรวดเร็ว นี่ดูท่าคงจะไช้ความไร้เดียงสาที่แสร้งทำขึ้นมาเพื่อหลอกล่อคนของเขาให้ติดกับอย่างแน่นอน

             ทำไมถึงยังไม่นอนอีก น้ำเสียงที่เอ่ยถามมานั้นเหมือนจะหาเรื่องอยู่ในที ทั้งสามสามมองหน้ากันเลิกลัก ไม่รู้ว่าปรมินทร์ถามใครโดยตรงหรือว่าทั้งหมดสามคน ในภาวะเช่นนี้คนที่ใจกล้าและสามารถตอบคำถามเขาได้คงหนี้ไม่พ้นบัวตองอีกตามเคย

             เอ่อ... คือ... บัวตองอึกอักไม่รู้ว่าจะตองอย่างไรดีให้เขาพอใจ ถึงจะใจกล้าแต่ทว่าหล่อนและแอบเปิ้ลหายมาจากเรือนใหญ่เป็นเวลานานพอสมควร ถ้าตอบไม่เข้าทีมีโดนแน่ บัวตองหนึกหวั่นในใจ

             คืออะไรบัว ปรมินทร์ถามมาสั้นๆ น้ำเสียงห้วนดัง

             คือว่า... ก็ว่า... จะไปนอนอยู่พอดีเลยค่ะ แห่ะ แห่ะบัวตองหัวเราะแห้งแล้ง หันมามองตาเด็กสาวอย่างรู้กันก่อนจะกระซิบบอกกับปลายเทียน

             พี่กับแอบเปิ้ลคงอยู่ต่อไม่ได้แล้วล่ะคะน้องปลาย ได้เวลากลับแล้ว ปลายเทียนรู้สึกเหมือนว่าโลกทั้งโลกจะหยุดหมุน มือเท้าเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอไม่อยากอยู่กับเขาสองต่อสอง หากว่าบัวตองกับแอบเปิ้ลไปแล้วจะทำอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างที่ทั้งคู่ไม่อยู่ด้วย เขาจะหาเรื่องอะไรเธออีกก็ไม่อาจรู้ได้ ไม่ว่าอะไรก็ช่างปลายเทียนรู้สึกใจหายวูบเหมือนกำลังตกลงไปในเหวลึก นัยน์ตาคมคู่นั้นมองมาอย่างไม่น่าไว้ใจ มองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจนเธอต้องหลบสายตาไม่กล้ามองสบนานนาน

              แอบเปิ้ลไปแล้วนะคะพี่ปลาย พรุ่งนี้จะมาใหม่ เด็กสาวกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของปลายเทียน หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ เมื่อซาตานร้ายเข้ามาใครล่ะที่จะกล้าอยู่ต่อ และชะตากรรมต่อไปก็คือเธอ ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้างต่อจากนี้ บัวตองและแอบเปิ้ลออกไปและปิดประตูบ้านให้เป็นที่เรียบร้อย ปรมินทร์ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอ กวาดสายตามองทุกอย่างที่อยู่รอบตัวแล้วก็มาหยุดอยู่ที่ใบหน้าอันจืดชืดของลูกหนี้สาว

              หายดีแล้วหรือยัง ปรมินทร์ถามเสียงเรียบผิดจากเมื่อครู่ที่ดูเกรี้ยวกราดไม่สบอารมณ์

              ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ใกล้หายเป็นปกติแล้ว หญิงสาวตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทำไมเขาถึงเปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็วอย่างนี้ก็ไม่รู้

              ดีขึ้นก็ดีแล้ว เขาพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรนักพลางนั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกับเธอ ปลายเทียนตัวชาวูบเพียงแค่เขาเข้ามาใกล้ มันเป็นอาการชาเพราะความหวาดกลัว เธอยังกลัวเขาไม่หายจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อหลายวันก่อน

            ทำไมถึงชอบก้มหน้าเวลาที่ฉันถามหรือคุย เงยหน้าขึ้นหน่อยได้ไหม ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ให้ก้มหน้าคุย ฉันไม่ชอบ ประโยคหลังน้ำเสียงของเขาแข็งกระด้างจนน่ากลัว หญิงสาวรีบเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากมีปัญหากับคนเอาแต่ใจขี้โมโหอย่างเขาไม่อย่างนั้นเธออาจะเจอดีเข้าให้หากไม่ยอมทำตามที่เขาบอก นัยน์ตาสวยมองสบสายตาคมที่มองมาอยู่ก่อนแล้วอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดฝัดว่าจะได้พบเห็นก็ปรากฏขึ้น สายตาคู่นั้นของซาตานร้ายซึ่งมองมายังเธอช่างดูอ่อนโยนและเป็นมิตร ต่างจากเมื่อครู่นี้ยิ่งนัก ใบหน้าคมนิ่งเรียบไม่แสดงอาการใด ไม่พูดไม่จาหากแต่มองหน้าเธออยู่อย่างนั้น หญิงสาวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเมื่อมองสบตาคมนานนาน นัยน์ตาคู่นั้นมันเหมือนมีอำนาจอะไรแฝงอยู่ มันซ่อนความรู้สึกที่หลากหลายเอาไว้และเธอเองก็ไม่สามารถที่จะบรรยายได้ เวลาโกรธสายตาคู่นั้นก็เหมือนมัจจุราชแต่ในยามปกติก็ให้ความอบอุ่นและปลอดภัย

              ฉันมีอะไรให้เธอทำ แล้วเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนคนฟังรู้สึกกระดากหูอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่มันเป็นประโยคคำสั่ง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็หลายวันแล้วเธอยังไม่เคยเห็นเขาแสดงท่าทีแบบนี้เลย นี่เขาจะมาไม้ไหนอีกกันแน่ ผู้ชายคนนี้เชื่ออะไรได้บ้างนะ เขาเป็นคนที่อ่านยากหลากหลายอารมณ์อยู่ในตัว อะไรล่ะที่เขาจะให้เธอทำต่อไปนี้ หวังว่ามันคงไม่ใช่เรื่องที่เหนือบากกว่าแรงหรอกนะ ไม่อย่างนั้นอาการป่วยของเธอคงได้กลับมาอีกเป็นแน่ ร่างกายเธอตอนนี้ใช่จะหายดีซะทีเดียวเพียงแต่ดีขึ้นเท่านั้น

              อะไรหรือคะ ปลายเทียนถามเสียงเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน ประหวั่นว่าเรื่องที่เขาจะให้ทำมันจะเกินความสามารถของเธอในตอนนี้

              เธอทำอาหารเป็นไหม นี่ถ้าหูไม่ฝาดไปเหมือนเขากำลังจะหาเรื่องคุยกับเธอ และเป็นการพูดจากันดีๆ เป็นครั้งแรกเสียด้วย

              ทำอาหาร อาหารอะไรคะ หญิงสาวเริ่มรู้สึกแปลกใจ หรือว่าเขากำลังจะให้เธอทำอาหารให้ทานอย่างนั้นหรือเปล่า นี่เป็นเพียงการเดาสุ่มแค่ในใจ

              ก็อย่างเช่นพวกกับข้าวอะไรทำนองนั้น ทำได้หรือเปล่า หรือว่าทำไม่เป็น

              ก็... พอทำได้ค่ะ แต่ก็ทำได้แค่อาหารง่ายๆ น่ะคะ

              อาหารง่ายๆ ของเธอมันคืออะไร อย่าบอกนะว่าไข่เจียว เหมือนเขาจะดูถูกเธอไปเสียทุกอย่าง แม้กระทั้งเรื่องกับข้าว นี่เธอจะมีอะไรดีในสายตาเขาบ้างไหม ซักเรื่องก็ยังดี ดูท่าแล้วคงเป็นไปได้ยาก เขาคงไม่มีทางที่จะมองเธอในแง่ดีได้แน่ เพราะเธอมันก็แค่ลูกหนี้ขัดดอกที่เอาตัวเข้าแลกอย่างที่เขาประณามไว้

              มากกว่าไข่เจียวก็ทำได้ค่ะ อาหารง่ายๆ ที่ฉันหมายถึงก็อย่างเช่นพวกผัดหรือว่าทอดและก็พวกแกงและต้มยำ อะไรทำนองนั้น หญิงสาวรีบบอกมา ไม่อยากให้เขาคิดดูถูกเธอแค่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพราะกับเรื่องทำกับข้าว ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เธอชอบและทำเป็นประจำเมื่อตอนอยู่ที่บ้าน

             ปรมินทร์เลิกคิ้วขึ้นสูงมองหญิงสาวด้วยความทึ่งเล็กน้อย ถ้าทำได้หลายอย่างขนาดนั้นก็น่าจะลองให้ทำดู ดูซิว่าจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า หรือว่าแค่คุยโม้เท่านั้น ปรมินทร์นึกดูถูกในใจ

              ก็ดี ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยทำให้ฉันทานหน่อยก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันรู้สึกหิวมาก หิวจนแสบไส้เลยทีเดียวและคิดว่าสามารถกินคนแทนอาหารได้เหมือนกัน ถ้าทนไม่ไหว ประโยคหลังเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เธอ ปลายเทียนตาโตพร้อมกับจะขยับถอยออกให้ห่างแต่ทว่ามือหนาก็เอื้อมมาคว้ายึดต้นแขนไว้แล้วดึงเข้าหาตัวแต่พอประมาณไม่ถึงกับชิด

              คุณปรมินทร์คุณจะทำอะไร ปลายเทียนถามหน้าตาตื่น หัวใจเต้นโครมครามแทบไม่เป็นจังหวะ

              ทำอะไร หมายความว่ายังไง เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรอย่างนั้นหรือ

              ...เอ่อ ไม่ทราบค่ะ แต่ปล่อยฉันก่อนได้ไหมคะ คุณหิวข้าวไม่ใช่เหรอ ฉันจะทำอะไรให้ทานเอาไหมคะ หญิงสาวเอียงหน้าบอกมา รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เมื่อเขาใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากใบหน้าของเธอไม่ถึงคืบ การจู่โจมของเขาเล่นเอาเธอหายใจหายคอแทบไม่ทัน จะมีบ้างไหมสักครั้งเวลาที่อยู่ด้วยกันตามลำพังที่เขาไม่คิดที่จะลวนลามหรือเข้าถึงเนื้อถึงตัวเธอ

              นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ ว่าแล้วเขาก็ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปลายเทียนลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอใจหายหมดนึกว่าเขาจะทำอะไรกับเธออย่างเมื่อวันนั้นเสียแล้ว

              ตามฉันไปที่ตึกใหญ่ เขาหันมาสั่งเธอที่นั่งก้มหน้าอยู่แต่พอเธอเงยหน้าขึ้น เขาก็ก้มคว้าข้อมือของเธอแล้วก็ฉุดให้ลุกขึ้น โดยที่เธอเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วก็จูงเธอให้เดินตามอย่างกับเด็กเล็กๆ การกระทำของเขาเล่นเอาลูกหนี้สาวถึงกับคาดไม่ถึง เกิดอะไรขึ้นกันจู่ๆ เขาก็เริ่มญาติดีกับเธอขึ้นมาซะอย่างนั้น หรือเป็นเพราะว่าเขากำลังหิวและหาใครเพื่อที่จะทำอะไรให้ทาน แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะแม่บ้านก็มีทำไมเขาถึงไม่ใช้ มิหนำซ้ำยังจะลากเธอมาที่นี่อีก

         คุณปรมินทร์คะ ไม่ต้องจูงฉันก็ได้ค่ะ ฉันเดินเองได้ คุณจูงฉันแบบนี้ฉันเดินไม่ถนัด หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับยึดข้อมือไว้ ชายหนุ่มหันมามองคนรั้งด้วยสายตาอันว่างเปล่าและทำไม่สนใจยังคงไม่ยอมปล่อยข้อมือบางและจูงให้เดิมตามต่อไป ปลายเทียนถึงกับถอนหายใจออกมาที่ไม่สามารถขอร้องเขาได้ เธอลืมไปว่าคนเอาแต่ใจอย่างเขาถึงจะร้องขออะไรก็คงได้ยาก

              หวังว่าอาหารที่จะทำให้ฉันคงทานได้นะ ไม่ใช่ว่าทำแล้วทานไม่ได้ต้องเททิ้ง เขาหันมาพูดกับเธอเมื่อเข้ามายังภายในห้องครัว

              ถ้ากลัวว่าจะกินไม่ได้จะให้ฉันทำให้ทานทำไมล่ะคะ ถ้าคุณกลัวว่าจะเสียของขนาดนั้นทำไมไม่ให้พี่บัวหรือไม่ก็คุณกำไรเธอทำให้ทาน อีกอย่างคุณเองก็ทานฝีมือของแม่บ้านอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ

              ก็ฉันจะให้เธอทำ ทำไม? ทำไม่ได้ หรือไอ้ที่บอกฉันมาก็แค่คุยโม้เท่านั้นหรือ นึกว่าจะเก่งอย่างที่พูดที่ไหนได้ก็แค่พูดอวด

              ฉันไม่ได้พูดโอ้อวดนะคะ ฉันทำได้จริงๆ หญิงสาวเถียงมาเบาๆ

              ทำได้ก็ทำสิ จะไปเกี่ยงคนอื่นทำไม ในเมื่อฉันใช้ให้เธอทำ ถ้าฉันอยากทานฝีมือบัวหรือว่าป้ากำไรฉันก็คงใช้เขาไปนานแล้ว ไม่ลากเธอมาที่นี่ให้เสียเวลาหรอก ไปดูในตู้เย็นซิ ว่ามีอะไรพอที่จะทำให้ฉันได้บ้าง และก็อย่าอิดออดนะเพราะตอนนี้ฉันหิวมาก ก็อย่างที่บอกไปแล้ว ฉันสามารถกินคนได้ทั้งตัวเลยในเวลานี้ ประโยคหลังเขาโน้มใบหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆ กับใบหน้าของเธอ ปลายเทียนไม่พูดหรือตอบโต้แต่อย่างใดเพียงเลี่ยงหลบด้วยการเดินตรงไปยังตู้เย็นเปิดดูของที่อยู่ในนั้น ว่ามีอะไรที่พอจะทำให้เขาทานได้บ้าง ปรมินทร์ยืนพิงโต๊ะใหญ่กลางห้องครัวมองดูเธออย่างเงียบๆ ในขณะที่หญิงสาวเอาเนื้อหมูและผักคะออกมาวางไว้ที่โต๊ะ ปรมินทร์ทำเป็นไม่สนใจปล่อยให้เธอทำไปเรื่อยๆ ใช้สายตามองทุการกระทำของเธอแทน

             ของที่อยู่ในตู้เย็นมีอยู่ไม่กี่อย่างเองค่ะ มีเนื้อหมูแล้วก็ผักสองสามอย่างเท่านั้น ฉันจะทำอาหารตามที่มีของให้ทำ คุณคงไม่ว่าอะไรนะคะ เพราะมันไม่มีอะไรให้ทำมากไปกว่านี้จริงๆ ปลายเทียนลองขอความเห็นเขาดูก่อน เพื่อที่เขาจะว่าเธอไม่ได้ในภายหลัง

             มีอะไรก็ทำๆ ไปเถอะๆ บอกแล้วไงว่าฉันหิวมาก อย่าเสียเวลาเลย ไม่อย่างนั้นฉันจะกินเธอแทนอาหารเอาได้ เขาบอกหน้าตาย ปลายเทียนถึงกับสะดุ้งรีบกุลีกุจอทำอย่างรวดเร็วทันที ก่อนที่เขาจะกินเธอแทนอาหารอย่างที่พูดจริงๆ ปรมินทร์เป็นคนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เพราะฉะนั้นเธอไม่อยากจะเสี่ยง

ที่บ้าน ประจักษ์พงศ์

             นาย บำรุง ประจักษ์พงศ์ นั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องทำงาน แฟ้มเอกสารกองโตวางสุมอยู่ตรงหน้า เขาไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรในตอนนี้ สภาวะเศรษฐกิจที่มันตกต่ำทำให้ชีวิตครอบครัวของเขาต้องย่ำแย่ หนี้สินมากมายก่ายกองจนไม่รู้ว่าจะหาเงินมาใช้หนี้หมดได้อย่างไร สิ่งที่เขาทำลงไปกับลูกสาวคนโตนั้นมันเหมือนตราบาปที่ไม่สามารถจะลบเลือนได้ เขาได้ส่งลูกสาวให้สู่ห้วงเหวนรกให้ตายทั้งเป็น ด้วยการเป็นตัวแทนของการชดใช้หนี้สินอันมหาศาล ความโหดร้ายที่ปลายเทียนได้รับจากคนเป็นพ่ออย่างเขามันก็ไม่เท่ากับว่า หากที่เมื่อใดที่ความจริงได้ถูกเปิดเผยออกมา ลูกสาวของเขาจะมีสภาพเช่นไร เวลานั้นก็ใกล้จะมาถึงเต็มทีแล้ว เขาจะช่วยลูกสาวเขาได้ยังไงกัน มิหนำซ้ำหนี้สินที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้เจ้าหนี้ได้มีโอกาสยื่นข้อเสนอที่เขาแทบไม่อยากจะมีชีวิตหายใจอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป หากไม่มีลูกเมียซึ่งเป็นภาระหน้าที่ ที่เขาต้องรับผิดชอบ หากเขาตัวคนเดียวลำพัง คงจะตัดสินใจอะไรได้ง่ายกว่านี้

             คิดอะไรอยู่หรือคะ เสียงอันนุ่มนวลคุ้นหูเอ่ยถามขึ้นในความเงียบ ขณะที่คุณบำรุงนั่งเหม่อลอยอยู่ในห้วงภวังค์ลึกจนไม่รู้ว่าภรรยาได้เดินเข้ามาในห้องทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่ ในมือของหล่อนถือถ้วยกาแฟพร้อมกับยื่นให้ กลิ่นอันหอมฉุยลอยเข้าจมูกของหัวหน้าครอบครัว เขายิ้มให้ภรรยาเป็นการขอบคุณแทนคำพูดมือก็รับถ้วยกาแฟนั้นมา

             คิดถึงปลาย... ผมมันไม่ดีเองที่เป็นแบบนี้ ผมบริหารงานไม่ดีและแย่จึงทำให้ทุอย่างพัง ทุกคนต้องมามีสภาพที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมเป็นหัวหน้าครอบครัวที่แย่มากไม่เอาไหนเลยจริงๆ ไม่สามารถที่จะทำให้คุณกับลูกๆ มีความสุขกันได้ น้ำเสียงอันสั่นเครือของผู้เป็นสามีทำให้คุณบุหงันเดินเข้าไปโอบกอดเขาเอาไว้ด้วยอาการปลอบใจ

             ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะคะ ปัญหาทุกอย่างมันมีทางแก้เสมอ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ ฉันเชื่อค่ะว่าคุณจะผ่านมันไปได้ และครอบครัวของเราจะกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ฉันจะคอยอยู่ข้างๆ คุณ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่มันจะเข้ามาและร้ายแรงสักแค่ไหน เราจะผ่านมันไปด้วยกันค่ะ เพื่อครอบรัวของเราเพื่อลูกๆ อย่าคิดอะไรมากเลยนะคะ เราแค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเท่านั้นก็พอ ถือซะว่ามันเป็นโชคชะตาพระเจ้ากำลังทดสอบเราอยู่ คนเป็นภรรยาช้อนใบหน้าอันเริ่มมีริ้วร้อยเหี่ยวย่นอันตามกาลเวลาขึ้นมา เขาโอบกอดภรรยาเอาไว้แน่น คำปลอบโยนและให้กำลังใจของภรรยาทำให้น้ำตาแห่งความอ่อนแอที่มันเก็บซ่อนลึกเอาไว้ภายในไหลอาบสองแก้ม ในภาวะเช่นนี้เขายังมีภรรยาที่เปรียบเสมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้มั่นคง ไม่วู่วามและคิดสั้น เขายังมีภรรยาและลูกๆ ที่แสนดี คอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจตอลดมา

             ขอบคุณมากนะบุหงัน คุณไม่เคยทอดทิ้งผมเลยไม่ว่าจะอยู่ในสภาพหรือสถานการณ์ไหน คุณยังอยู่เคียงข้างผมเสมอ ขอบคุณจริงๆ คนเป็นสามีสะอื้นฮักในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของภรรยา น้ำตาของหล่อนนก็ไหลอาบสองแก้มเช่นกัน สงสารสามีจับใจ เขาเป็นหลักของครอบครัวเป็นผู้นำที่ดีเสมอมา ไม่เคยที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นอย่างเช่นตอนนี้ นี่ก็คงแสดงว่ามันคงถึงที่สุดแล้วแห่งความอดทนที่เก็บมันเอาไว้ ความอ่อนแอที่ถูกเก็บซ่อนมานานแสนนาน หล่อนเข้าใจเขาเป็นอย่างดี

             ฉันเต็มใจที่จะอยู่เคียงข้างคุณเสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันรักคุณนะคะบำรุง คุณก็รู้ว่าฉันไม่หวั่นไหวไม่ว่าคุณจะเจอกับอะไร ขอแค่ให้รู้ไว้ว่า ฉันพร้มอเสมอที่จะผ่าฟันไปพร้อมกับคุณ ทั้งคู่มองสบตากันนิ่ง ไม่จำเป็นต้องหวั่นไหวกับเรื่องใดอีกต่อไปแล้วในเมื่อเขามีภรรยาที่แสนดีอย่างนี้อยู่ด้วย มันคงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านี้อีกแล้วในชีวิตของเขา

             วันนี้ผมได้รับอีเมล์จากเขา คุณบำรุงเอ่ยขึ้นเมื่อสงบจิตสงบใจได้แล้ว เขาคนนั้นที่สามีของหล่อนเอ่ยถึงไม่ต้องบอกก็รู้กันว่าเป็นใคร เจ้าหนี้ที่ต้องการทุกอย่างในชีวิตของครอบครัวหล่อน

             พวกเขาต้องการอะไรจากเราอีกคะ นี่เราก็ไม่มีอะไรจะให้เขาอีกแล้วนะ น้ำเสียงนั้นสั่นเครือจนเหมือนเสียงสะอื้นถามมา

             เขาต้องการให้เราไปอยู่ต่างประเทศ ไปทั้งครอบครัวเขาจะทำเรื่องให้เราอยู่ที่นั่นอย่างถาวรโดยไม่ให้กลับมาที่นี่อีก

             อะไรนะ มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือคะ เขามีสิทธิ์อะไรมาไล่เราให้ไปอยู่ที่อื่น เราทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือคะ เราไม่ได้ทำผิดกฏหมายอะไรเขาไม่มีสิทธิ์มาทำกับเราแบบนี้ ฉันไม่ยอมค่ะ ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่คือบ้านเกิดของเรา ฉันไม่ยอมไปอยู่ที่อื่นอย่าเด็ดขาด คุณบุหงันบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด หล่อนไม่ยอมแน่หากฝ่ายเจ้าหนี้จะเล่นกันถึงขนาดนี้

             ผมก็คิดอย่างคุณเหมือนกัน แต่ทว่ามันไม่ง่ายเลยน่ะสิ หนี้ที่เรากู้เขาเพิ่มเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้มันก็มาโขอยู่นะ ตอนนี้ถ้ารวมกันแล้วมันเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เขาให้เวลาเราตัดสินใจสามวันแล้วจะมาเอาคำตอบ คุณบำรุงบอกเสียงเศร้า

             แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะคุณ คุณบุหงันถึงกับเข่าอ่อน หล่อนลืมไปว่าได้ไปกู่เงินมาเพิ่มเพราะธุรกิจของครอบครัวกำลังอยู่ในสภาวะขาดทุนอย่างหนักถึงขั้นล้มละลาย

             ผมก็กำลังคิดหาทางออกอยู่เหมือนกัน แต่จนป่านนี้ผมก็ยังคิดอะไรไม่ออก ผมจนปัญญาจริงๆ ทั้งคู่ถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างเหนื่อยอ่อนโดยเฉพาะหัวหน้าครอบครัว เขาเองก็จนต่อปัญญา ทุกอย่างที่มีกำลังจะหลุดลอยไป มรดกของครัวกำลังจะตกอยู่ในมือของคนอื่น เขาไม่สามารถที่จะรักษามันไว้ได้อย่างนั้นแล้วหรือ

             ทางด้านปรมินทร์ซึ่กำลังรอทานอาหารฝีมือลูกหนี้สาวก็เริ่มน้ำลายสอ เพราะกลิ่นอันหอมฉุยยั่วน้ำลายจนทำให้เขาเดินเข้าไปชะโงกดูสิ่งที่เธอกำลังผัดอยู่ในกระทะขณะนี้ เมื่อเห็นแล้วเขาก็ก้มหน้าเข้ามาใกล้คนทำกระซิบถามเบาๆ มาว่า

             เมื่อไหร่จะเสร็จซะที ฉันหิวแล้วนะ

             เสร็จแล้วค่ะ คุณไปนั่งรอได้เลย เดี๋ยวฉันจะใส่จานยกออกไปให้

             ไม่ต้องฉันจะทานในนี้ เร็วๆ เข้าเถอะฉันหิวแล้ว ไม่ทันใจเดี๋ยวก็ได้กินเธอแทน พูดจบก็เดินไปนั่งรอที่โต๊ะใหญ่กลางห้องครัว ปล่อยให้คนทำกับข้าวยืนหน้าร้อนผ่าวอยู่หน้าเตา มือบางสั่นนิดหน่อยกับคำขู่นั้น รู้อยู่ว่ามันไม่ได้จริงจังแต่ก็สามารถทำให้เธอประหม่าได้

             อาหารง่ายๆ ที่เธอทำให้เขาทานก็คือ ผัดคะน้าหมูน้ำมันหอย ไข่เจียวแคร็อท ถูกนำมาวางบนโต๊ะที่เขานั่งรออย่างใจจดใจจ่อ กลิ่นของมันเรียกน้ำย่อยให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทุกขณะจิตที่เขายืนรออยู่นั้น ท้องไส้มันแสบจนแทยทนไม่ไหว อาจเป็นเพราะว่าเขากำลังหิวเอามากๆ ก็ว่าได้ถึงได้มีอาการอย่างนี้ แต่ให้ตายเถอะหน้าตาของมันก็แสนจะธรรมดาเหลือเกินไม่เห็นว่ามันจะหน้ากินตรงไหน มันก็คงจะเป็นแค่กลิ่นเท่านั้นเองนั่นแหละที่ชิญชวนให้อยากลิ้มลอง รสชาติของมันก็คงงั้นๆ ถึงจะหิวจนแสบไส้แต่ก็ไม่วายนึกหยันตามเคย

             คุณจะนั่งทานในนี้จริงๆ น่ะหรือคะ ปลายเทียนเอ่ยถามขึ้นเมื่อตักข้าวใส่จานให้เขาเรียบร้อยแล้ว

             ทำไม เขาถามสั้นๆ พร้อมกับตักอาหารใส่จาน นัยน์ตาคมช้อนมองคนถามนิดหนึ่งก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานเพราะความหิว

             เปล่าค่ะไม่มีอะไร ปลายเทียนตอบเสียงเบา ยืนมองเขาทานข้าวอย่างเงียบๆ ปรมินทร์ทานเอาๆ อย่างกับคนอดข้าวมาหลายวัน เห็นแล้วก็รู้สึกสงสารนี่คงจะทำงานเพลินจนเลยเวลาอาหรเย็น เห็นเขาไม่เรื่องมากทานง่ายก็ทำให้เธอคิดไปเรื่อยเปื่อย พลันคิดว่าหากเขาไมรื่องมากกับเธอคงจะดีไม่น้อย ไม่โหดร้ายไม่พูดจาเหยียดหยามดูถูกผู้ชายคนนี้คงจะน่ารักอยู่ไม่ใช่น้อย ในขณะที่เข้าห้วงภวังค์แห่งความคิดอยู่นั้นก็ต้องสะดุ้งตกใจจากน้ำเสียงของเขา

             ยืนมองคนอื่นเขาทานข้าวอย่างนี้มันเสียมารยาทเธอไม่รู้หรือไง ถึงจะต่อว่ามาแต่ก็ยังก้มหน้าก้มตาทานต่อ

             ส่วนคนที่ถูกต่อว่าก็หน้าเสียได้แต่กล่าวขอโทษและเลี่ยงขอตัวไปที่อื่น เจ้าของบ้านที่กำลังก้มหน้าทานอย่างเอร็ดอร่อยก็ถึงกับวางช้องลงและหันมามองลูกหนี้สาวด้วยสายตาขุ่นๆ

             ฉันไม่อนุญาต เธอต้องอยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะทานข้าวเสร็จเพราะหลังจากนั้นเธอต้องล้างจานพวกนี้ หรือว่าจะให้ฉันล้างเอง

             ดูเอาเถอะว่าเขาจะเอาแต่ใจขนาดไหน เธอยังไม่ได้พูดซักคำเลยว่าจะไม่ล้างจานพวกนั้นให้ ปลายเทียนถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ พอเห็นหญิงสาวถอนหายใจต่อหน้าปรมินทร์ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา เห็นเขาเป็นอะไรมาถอนหายใจต่อหน้า

             เธอถอนหายใจทำไม ฉันพูดอะไรผิดอย่างนั้นเหรอ หรือว่าขี้เกียจที่จะล้างจาน หรือว่าจะหลบหน้าฉันไปไหนอีก ทำไมอยู่กับฉันนานนานเนี่ยมันเป็นอะไร ปรมินทร์ร่ายยาวเป็นชุด โดยที่คนถูกต่อว่ายังไม่ได้พูดหรือแย้งอะไรสักคำเดียว ได้แต่ยืนมองเขาตาปริบๆ นี่เขาคิดอะไรของเขาอยู่หรือว่าอารมณ์แปรปรวนอีกแล้ว

             คุณปรมินทร์คะ คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรอย่างนั้นซักคำเลยนะ ปลายเทียนบอกเสียงเรียบ และกลายเป็นว่าเขาเองนั่นแหละที่สะอึก อึ้งค้างไป ไม่รู้ตัวว่าได้พูดอะไรออกไปเมื่อครู่ ชายหนุ่มตีหน้านิ่งขรึมบอกมาเบาๆ ว่า

             ก็ฉันเห็นเธอทำท่าจะเดินออกไป จะไม่ให้คิดอย่างนั้นได้ยังไงกัน ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น มานั่งนี่ เขาออกคำสั่งชี้มือไปยังเก้าอี้อีกตัวซึ่งอยู่ตรงข้าม ปลายเทียนมองตามอย่างละเหี่ยใจ แล้วก็ต้องทำตามอย่างที่ไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งนั้นได้ ทั้งที่ในใจไม่อยากจะทำ

             เธอทานข้าวหรือยัง แล้วเขาก็เปลี่ยนอารมณ์ในคำถาม เล่นเอาหญิงสาวกับตาโตไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง นี่เป็นอีกครั้งแล้วที่ทำให้เธอสับสนในอารมณ์ของเขา

             ทานแล้วค่ะ ตอนหกโมงเย็น ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งทางผลไม้ไป หญิงสาวตอบเสียงเรียบ

             ที่ถามไม่ใช่อะไรหรอก ถ้ายังไม่ได้ทานก็จะชวนทานด้วยกัน แต่ทานแล้วก็ไม่เป็นไร นั่งมองฉันทานไปแล้วกัน เขาบอกมาหน้าตาเฉย ปลายเทียนฉงนคำในคำพูดของเขายิ่งนัก นี่เขากำลังจะมีอารมณ์ขันกับเธออย่างนั้นใช่ไหม หญิงสาวซ่อนยิ้มไว้ด้วยใบหน้าอันเป็นปกติและก็นั่งมองเขาทานข้าวตามคำสั่งอย่างเงียบๆ จนเสร็จ ผู้ชายหลากอารมณ์อย่างปรมินทร์นี่เดายากเสียจริง มีอะไรในตัวของเขาบ้างที่เธอพอจะเดาได้

              หลังจากที่เขาทานข้าวเสร็จ ปลายเทียนก็เก็บจานไปล้างเป็นที่เรียบร้อยแต่พอหันกลับมาอีกทีเจ้าของบ้านก็หายตัวไปเสียแล้ว เมื่อไม่เห็นเขาเธอจึงตัดสินใจเดินกลับไปยังเรือนหลังเล็ก มีไฟให้แสงสว่างตามทางเดินเล็กๆ ระหว่างทางอันเงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงจักจั่นเรไรร้องแซ่ระงมไปทั่วบริเวณบ้านซึ่งมีต้นไม้ใหญ่น้อยอยู่หลายต้น จึงทำให้เป็นที่อาศัยของพวกแมลงและสัตย์มีปีก

             ทว่าเธอไม่เคยได้สังเกตเห็นเลยว่าภายในพื้นที่ของบ้านจะมีต้นไม้อยู่เต็มไปหมดอย่างนี้ เพราะตั้งแต่มาถึงเธอก็ถูกใช้งานเยี่ยงทาสแล้วแถมยังมาล้มป่วยอยู่หลายวัน ถ้าเป็นตอนกลางวันเธอคงจะรู้สึกดีกว่านี้แต่นี่เป็นตอนกลางคืนต้นไม้พวกนี้ทำให้บรรยากาศมันวังเวงชอบกล ปลายเทียนขนลุกซู่เมื่อมองไปรอบด้านแล้วเห็นเงาขมุกขมัวของต้นไม้พวกนั้น

             หญิงสาวเร่งฝีท้าวให้เร็วขึ้น เมื่อใกล้ถึงเรือนหลังเล็กที่ตนพักอาศัย ภายในบ้านนั้นเงียบเชียบจนเธอรู้สึกวังเวงอย่างบอกไม่ถูก ความเหงาและอ้างว้างวิ่งปราดเข้าสู่หัวใจดวงน้อย  ปลายเทียนก้าวขึ้นไปบนชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอนของเธออย่างเชื่องช้า ก้าวแต่ละก้าวไร้เรี่ยวแรงอ่อนล้ามันไม่ได้เหนื่อยที่ร่างกายทว่าความอ่อนล้าเหน็ดเหนื่อยมันอยู่ข้างในจิตใจ

             ปลายเทียนสะดุ้งตื่นอีกครั้งในตอนกลางดึกเพราะเสียงเคาะประตูจากใครบางคน หญิงสาวลุกไปเปิดไฟหัวเตียงเพื่อให้แสงสว่างก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยไมคิดเฉลียวใจว่าใครที่เป็นคนมาเคาะประตูในยามวิการเช่นนี้ ไม่ทันที่ประตูนั้นจะถูกเปิดออกเพียงแค่หมุนลูกบิดเท่านั้น ประตูก็ถูกผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ปลายเทียนเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าใครที่เป็นคนผลักเข้ามา

             คุณปรมินทร์ ปลายเทียนอุทานชื่อเขาออกมาอย่างลืมตัว หญิงสาวได้แต่ยืนมองเขาด้วยอาการตาโตอยู่อย่างนั้น ไม่คิดว่าจะเป็นเขาจริงๆ ทีแรกหญิงสาวติดว่าเป็นบัวตองเสียอีก ที่ไหนได้กลับเป็นคนเอาแต่ใจคนนี้ แล้วเขามาทำไมเอาป่านนี้ นี่มันเวลาเท่าไหร่แล้วทำไมเขาถึงไม่ยอมหลับยอมนอนอีกนะ หญิงสาวได้แต่บ่นว่าเขาในใจ

             ทำไมเห็นฉันแล้วทำไมทำหน้าอย่างกับเห็นผีอย่างนั้น ตกใจอะไรนักหนา

             จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงคะ ก็ฉันไม่คิดว่าจะเป็นคุณนี่ แล้วนี่คุณมาทำไมคะดึกดื่นป่านนี้แล้ว คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า ดูเหมือนปลายเทียนจะหายจากอาการง่วงนอนเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเห็นเจ้าของบ้านมาเยือนในยามวิการ

             จำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องมีธุระ ที่นี่มันบ้านของฉัน ฉันจะไปจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ หรือเธอว่าไง ฉันไม่ควรที่จะมาที่นี่อย่างนั้นใช่ไหม ทั้งที่มันบ้านของฉันเอง น้ำเสียงและท่าทางของเขาเหมือนจะหาเรื่องอยู่ในที

             เปล่าฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เพียงแต่ว่าฉันเห็นว่ามันดึกแล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่คิดว่าเป็นคุณที่จะมาที่นี่ดึกดื่นอย่างนี้ ฉันคิดว่าคุณหลับไปแล้วเสียอีก หญิงสาวบอกเสียงเรียบ พยายามข่มอารมณ์ความรู้สึกที่ประหวั่นพรั่นพรึงไว้

             เผอิญว่าฉันนอนไม่หลับ อีกอย่างมีเรื่องที่จะต้องคุยกับเธอด้วย

             หญิงสาวรู้สึกฉุนกึกเมื่อเขาบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แล้วไหนบอกว่าไม่มีธุระกับเธอยังไง เรื่องที่จะคุยนี่มันอะไรไม่ใช่ธุระหรอกรึ ปลายเทียนได้แต่ว่าเขาในใจไม่สามารถพูดมันออกมาได้ทั้งที่นึกเคือง ในความยียวนกวนประสาทของเขา

             เรื่องอะไรหรือคะ ทำไมต้องมาคุยตอนนี้ด้วยล่ะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยไม่ได้หรือคะ นี่เกือบจะเที่ยงคืนอยู่แล้วนะ

             แล้วไง... ปรมินทร์ลอยหน้าถามมา

             เอ่อ... ก็ คือว่าฉันง่วง ธุระของคุณมันรีบร้อนที่จะคุยนักหรือไงคะ ฉันคิดว่าพรุ่งนี้ค่อยคุยไม่ดีกว่าหรือคะ

             ฉันจะคุยตอนนี้และเดี่ยวนี้ ฉันไม่สนว่าเธอจะง่วงหรือไม่ เพราะฉันจะพูดเรื่องของฉันให้มันจบภายในคืนนี้ คนเอาแต่ใจไม่สนว่าหญิงสาวจะรู้สึกอย่างไร การที่เขามารบกวนในเวลาดึกดื่นอย่างนี้ ทั้งที่มันควรจะเป็นเวลาหลับนอนของใครหลายๆ คน รวมทั้งคนที่เขาเลือกที่จะมาหาในตอนนี้ด้วย แต่สำหรับเขากลับหลับไม่ลงเสียแล้ว เพราะเมื่อช่วงหัวค่ำหลับเพลินไปหลายชั่วโมงมันเลยกลายเป็นว่าเขาไม่สามารถเข้านอนให้เหมือนเวลาปกติได้อย่างเช่นทุกวัน

             ถ้าอย่างนั้นก็ว่าเรื่องของคุณมาเลยค่ะ จะคุยเรื่องอะไรคะ ปลายเทียนว่าพลางเดินไปนั่งที่ขอบเตียงนอน ปรมินทร์เดินตามไปแต่ไม่ได้นั่งลงอย่างเช่นเธอหากแต่ยืนก้มมองหน้าเธออยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไร ส่วนลายเทียนเองก็แหงนหน้ามองตอบอย่างไม่ยอมแพ้ เธอเหนื่อยกับผู้ชายคนนี้เหลือเกิน อะไรกันนักก็ไม่รู้ หรือว่าไม่มีใครให้หาเรื่องถึงมาพาลเอากับเธออยู่เรื่อย

             คุณ... ยืนจ้องหน้าฉันทำไม หน้าฉันมีอะไรอย่างนั้นหรือ ทำไมคุณไม่พูดเรื่องที่คุณจะคุยกับฉัน ยืนจ้องแล้วได้อะไร ประโยคหลังก้มหน้าบ่นอุบอิบ ว่าจะไม่หลบตาแล้วเชียวแต่ก็ทำไม่ได้ เธอไม่สามารถสู้สายตาคมคู่นั้นได้เลยจริงๆ มันเหมือนมีพลังอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอพ่ายแพ้ทุกครั้งที่มองสบตาสีสนิมคู่นั้นของเขา

             ที่ฉันยืนมองหน้าเธอก็เพราะฉันพยามยามนึกเรื่องที่จะคุยกับเธออยู่น่ะสิ ก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องที่จะมาคุยกับเธอนั่นแหละแต่พอเข้ามาในห้องแล้ว จู่ๆ ก็ลืมมันไปซะอย่างนั้น ก็เลยต้องยืนมองหน้าเธออย่างนี้ไงล่ะ เผื่อจะนึกเรื่องที่จะคุยออกมาได้

             อะไรนะ คุณลืมเรื่องที่จะคุยอย่างนั้นหรือ คุณอย่ามาหาเรื่องฉันดีกว่ามีอะไรก็ว่ามา อย่ามาแกล้งกันแบบนี้ ฉันไม่สนุกกับคุณด้วยหรอกนะ ดึกดื่นค่อนคืนแล้วถึงคุณไม่ง่วงแต่ฉันง่วงนอนรู้ไหม ปลายเทียนเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาจริงๆ นี่เขาตั้งใจจะมากวนประสาทเธอใช่ไหมเนี่ย

             คืนนี้ปรมินทร์ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาไม่ได้สนใจในท่าทีไม่พอใจของลูกหนี้สาว ทั้งที่ปลายเทียนขึ้นเสียงใส่ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้อาจจะไม่แน่ว่าเธอคงโดนเขาจับเหวี่ยงหรือไม่ก็โดนเล่นงานจนน่วมเป็นแน่ ไม่ใช่แค่ไม่สนใจเท่านั้นดูเหมือนชายหนุ่มต้องการหาเพื่อนคุยแก้เซ็งที่นอนไม่หลับด้วยการนั่งลงใกล้ๆ และเริ่มการสนทนาขึ้น

             ฉันขอถามอะไรเธอหน่อยได้ไหมปลายเทียน เขาเกริ่นก่อนจะหันมามองสบตาคนนั่งข้าง ปลายเทียนเริ่มสับสนเล็กน้อยกับท่าทีของเขา วันนี้ปรมินทร์มาแปลก เขาแปลกไปกว่าทุกวันจนเธอนึกหวั่น เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษไม่โวยวายไม่โมโหง่ายทั้งที่เมื่อครู่นี้เธอขึ้นเสียงกับเขาแท้ๆ อะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป และอะไรเป็นเหตุให้เขาแสดงท่าทีเป็นมิตรยอมพูดจากับเธอดีๆ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

             ถามอะไรเหรอคะ

             ครอบครัวเธอวางแผนอะไรไว้กับหนี้สินยี่สิบล้าน พ่อกับแม่ของเธอยังก่อร่างสร้างหนี้ให้พอกพูนไม่มีหยุดหย่อน เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้หนี้สินของครอบครัวเธอมันมากกว่ายี่สิบล้านแล้ว ที่ฉันอยากรู้ที่สุดก็คือ เธอมีค่ามากมายมหาศาลขนาดไหนนะ พ่อของฉันถึงได้ยอมให้พ่อของเธอกู้เพิ่มโดยไม่อิดออดไม่ว่าอะไร จะเรียกร้องเท่าไหร่ก็ยอมให้

             ดูเหมือนปลายเทียนจะอึ้งในคำถามของเขาเพราะเธอเพิ่งจะรู้เดี่ยวนี้เองว่าพ่อกับแม่ของเธอได้กู้หนี้เพิ่ม จากที่มีอยู่แล้วยี่สิบล้านเธอคิดว่ามันมากมายมหาศาลจนชาตินี้ทั้งชาติเธอก็ไม่มีปัญญาจะชดใช้ให้ได้หมด แล้วนี่มันอะไรอีกพ่อของเธอกู้เงินเพิ่มอีกอย่างนั้นหรือ แล้วมันจะเป็นเท่าไหร่ล่ะ เธอจะทำยังไงดีในเมื่อเธอมาอยู่ที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนของการชดใช้หนี้สินในครั้งนี้ นี่ถ้าเขาไม่บอกเธอก็คงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอบ้าง ปลายเทียนพูดไม่ออกตอบไม่ได้ เธอหมดเรี่ยวแรงเมื่อรู้ว่าชะตากกรมของตังเองนั้นหนักหนาสักเพียงไหนต่อจากนี้

             ฉันไม่รู้ค่ะ ทำไมคุณถึงคิดว่าพวกฉันมีแผนค่ะ ปลายเทียนถามเสียงแผ่วก่อนจะเอ่ยต่อ ฉันไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลย และไม่รู้ตัวมาก่อนด้วยซ้ำว่าจะต้องมาใช้หนี้ด้วยวิธีนี้ เรื่องงแผนการอะไรนั่นฉันก็ไม่รู้ ฉันไม่รู้ว่าใครจะมีแผนหรืออะไรทั้งนั้นหญิงสาวน้ำตาซึมปริ่มขอบตาบอกเสี่ยงสั่น

             พวกเธอไม่ได้มีแผนกันจริงหรือ เธอคิดว่าฉันควรจะเชื่อเธอดีไหม ตัวแทนการใช้หนี้คือเธอ เงินหลายสิบล้านที่ครอบครัวเธอกู้ยืมจากครอบครัวของฉัน เธอคิดว่ามันคุ้มไหมที่ได้เธอมา

             ปลายเทียนก้มหน้าหลบสายตาคม เธอรู้ว่ามันไม่คุ้มเลยสำหรับพวกเขา รู้ดีว่าเธอไม่ได้มีค่ามากมายมหาศาลขนาดนั้น แต่ทำไมพ่อของเขาถึงยอมให้ครอบครัวของเธอกู้เพิ่มอยู่เรื่อยๆ คำถามของเขาเธอไม่มีคำตอบให้ได้หรอกเพราะคิดว่าเขาเองก็น่าจะรู้ดีอยู่แกใจ ใยเขาถึงคอยถามคำถามพวกนี้ให้เธอต้องเจ็บช้ำอยู่เรื่อย

             ฉันรอคำตอบจากเธออยู่ เขาเร่งเร้าเอาคำตอบมาเบาๆ

             ฉันคิดว่าคุณรู้ดีอยู่แล้วในเรื่องนี้ ทำไมคุณต้องการคำตอบจากฉันด้วยคะ คุณคิดว่าฉันจะมีคำตอบที่ฟังดูดีให้คุณอย่างนั้นหรือ คนมีแต่ตัวอย่างฉันและแถมเป็นหนี้ไม่รู้อีกตั้งกี่สิบล้านจะมีคำตอบอะไรให้คุณได้ ปลายเทียนหันไปสบตาคม นัยน์ตาสวยคู่นั้นเศร้าตรม ขอบตาแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้หากแต่เธอกลั้นมันไว้ ไม่กล้าให้น้ำตามันไหลออกมาตอนนี้ ยามที่เขาอยู่ใกล้และยังดูเหมือนว่าจะอารมณ์ดีอยู่ ก็ไม่อยากให้เขาต้องมาอารมณ์เสียเพราะน้ำตาของเธอ

             ฉันก็อยากเชื่อในสิ่งที่เธอบอกมา ฉันจะคอยดูและรอวันที่ความจริงปรากฏ จะดูสิว่าเมื่อวันนั้นมาถึง ครอบครัวของเธอและเธอจะว่ายังไง

             อะไรที่ทำให้คุณคิดอย่างนั้น ทำไมถึงได้คิดว่าพวกฉันมีแผนการ

             ก็รูปการมันเป็นอย่างนั้น และสถานการณ์ตอนนี้มันก็ส่อเค้าให้คิดเช่นนั้นด้วย ปรมินทร์โน้มใบหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆ ปลายเทียนเบี่ยงตัวหลบขยับถอยห่างออกมา

             ถ้าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทำให้คุณมองว่าเป็นแบบนั้น ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดหรือแก้ตัว และฉันก็คิดว่า ฉันจะรอมันไปพร้อมกับคุณ รอวันที่ความจริงนั้นปรากฏว่าอะไรเป็นอะไร เพราะตอนนี้ฉันก็เหมือนกบในกะลา ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่เคยเห็นโลกภายนอกว่าเป็นอย่างไร ขนาดเป็นหนี้พวกคุณตั้งหลายสิบล้านฉันยังมารู้เอาวันสุดท้ายก่อนจะมาที่นี่เพียงวันเดียวเท่านั้น

             ปลายเทียนระบายความอัดอั้นออกมาอย่างเหลืออด เธอเก็บมันไว้จวนเจียนจะระเบิดอยู่แล้ว ดีเหมือนกันที่เขามาพูดกับเธอวันนี้ทำให้เธอได้ระบายมันออกมาบ้างไม่อย่างนั้นเธออาจจะช็อกตายเพราะความเก็บกดที่มีอยู่ก็ได้ ปรมินทร์นั่งฟังอย่างเงียบๆ เขาไม่ได้แสดงท่าทีหรือว่ามีความคิดเห็นใดๆ ตอบกลับมาหลังจากที่เธอระบายความในใจออกมา เขาเปลี่ยนเรื่องคุยเฉยเลยโดยทำไม่สนใจกับคำพูดของเธอเมื่อครู่ ราวกับมันไม่ได้มีความหมายอะไร เป็นอากาศธาตุไร้ซึ่งตัวตนเหมือนลมที่ผัดผ่านแล้วผ่านไป

             เธอบอกว่าเธอไม่เคยเห็นโลกภายนอกว่าเป็นยังไงใช่ไหม

             คะ... ปลายเทียนตามเขาแทบไม่ทันเมื่อเขาเปลี่ยนเรื่องคุยกะทันหันอย่างนี้

             พรุ่งนี้เตรียมตัวไว้ด้วย เย็นๆ ฉันจะพาออกไปข้างนอก เอาล่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว ฉันคิดว่าเราน่าจะนอนกันได้แล้ว ดึกมากว่านี้เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะตื่นไปทำงานไม่ไหว พูดจบเขาก็ก้าวขึ้นเตียง ล้มตัวลงอีฝั่งอย่างหน้าตาเฉย ปลายเทียนมองตามอย่างงงๆ นี่เขาคิดจะทำอะไรของเขากัน เมื่อเห็นเธอมองมาหน้าตาตื่น เขาก็ชันตัวขึ้นโดยชันศอกกับที่นอน มืออีกข้างที่ว่างก็ตบลงบนที่นอนเป็นการเชิญชวน ปลายเทียนตาโตเป็นไข่ห่านเมื่อเห็นการกระทำของเขา นี่แสดงว่าเขาจะนอนที่นี่อย่างนั้นหรือ โอ้... ไม่นะ หญิงสาวครางในใจ

             มัวนั่งอยู่ทำไม มานอนได้แล้ว ก่อนหน้านี้เธอบ่นไม่ใช่เหรอว่าง่วง แล้วนั่นจะนั่งเป็นนกเค้าแมวอยู่ทำไม มานี่... มานอนที่ของเธอนี่ เขาตบไปที่ ที่เธอนอนพร้อมกับรื้อผ้าห่มออกให้

             แล้วคุณล่ะ... คุณก็ควรจะกลับไปนอนได้แล้ว คุณออกไปจากห้องของฉันก่อนฉันถึงจะนอน ปลายเทียนบอกเสียงตะกุกตะกัก กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ

             ทำไมฉันต้องออกไปด้วย ในเมื่อห้องนี้ก็เป็นห้องนอนของฉันเหมือนกัน ทุกอย่างในบ้านนี้ไม่ว่าอะไรก็เป็นของฉันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะมาไล่ฉัน นอกจากจะทำตามคำสั่งของฉันเท่านั้น เข้าใจ๋

             ทำตามคำสั่ง... ปลายเทียนตาโตอีกรอบ

             มานอนดีกว่ามา... ดึกมากแล้ว เขาชวนเธอราวกับว่าเธอเป็นอะไรกับเขาอย่างนั้น

             มะ ไม่ ไม่ดีกระมังคะคุณปรมินทร์ คุณจะนอนที่นี่ บนเตียงนี้ มะ มันไม่เหมาะมั้งคะ

             อะไรคือเหมาะไม่เหมาะ อะไรคือดีไม่ดี ฉันจะนอนที่ไหนก็ได้ในเมื่อที่นี่ก็บ้านของฉันเหมือนกันและฉันก็ไม่สนด้วยว่าที่นี่จะมีใครนอนอยู่ก่อนแล้ว เขาพูดดักคอเธอด้วยสีหน้าจริงจัง พร้อมกับลุกขึ้นเข้ามากระชากเธอให้ขึ้นไปบนเตียงนอนพร้อมกับผลักให้เธอนอนลงโดยมีร่างของเขาค่อมตัวเธอไว้ ปลายเทียนตกอยู่ใต้ร่างเขาอย่างที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะเธอไม่ทันได้ระวังตัวจากการกระทำอัดรวดเร็วนั่น ใบหน้าของเขาห่างจากเธอเพียงฝ่ามือเดียว หญิงสาวหัวใจเต้นโครมคราม เธอตกใจจนแทบช็อกกลั้นหายใจอยู่เกือบนาที นัยน์ตาเบิกกว้างจ้องสบตาเขาค้าง ริมผีปากไม่อาจจะพูดหรือเปล่งคำใดออกมาได้เพราะหัวใจมันเต้นรัวเร็วจนเธอคิดว่าแม้แต่ที่วัดก็ไม่สามารถวัดได้ว่ากี่ครั้งต่อวินาที

             จะนอนดีๆ หรือว่าต้องให้ทำอย่างอื่น เขาขู่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หญิงสาวหลับตาปี๋เมื่อเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม ลมหายใจเป่ารดผิวแก้วเนียนใส หญิงสาวกายสั่นเทิ้มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่าบอกไม่ถูก

             เอาอีกแล้วเขาจะรังแกเธออีกแล้วหรือ

 

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

1,019 ความคิดเห็น

  1. #423 darika-grammy (@darika-grammy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กันยายน 2554 / 20:46
     เรื่องเป็นยังไงกันแน่
    #423
    0
  2. #304 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2554 / 21:35
    ยังไงปลายก็เป็นเครื่องมืออะไรซักอย่างของสองฝ่ายแน่ๆ
    #304
    0
  3. #187 pimpimwall (@pimpimwall) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2554 / 22:36

    ต้องมีอะไรที่เป็นเงื่อนงัมระหว่างผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่านแน่แน่

    #187
    0
  4. #111 NumZ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2554 / 23:11
    อยากจะรู้แล้วสิว่าพระเอกจะทามยังงัยถ้าเรื่องจริงแล้ว มันไม่ใช่ความผิดของนางเอก
    #111
    0
  5. #73 นานา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 12:02
    อ๊ากกกกก รีบมาอัพต่อไวๆๆ อย่าทิ้งไว้นานกำลังลุ้น อุๆๆๆ
    #73
    0
  6. #72 ความรู้นอกกะลา (@mustchy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2554 / 13:24

    ทำมันเศร้าอย่างนี้ น่าสงสารนางเอกจังเลย

    #72
    0
  7. #71 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2554 / 12:09
    อยากจะรู้ทุกเรื่องแล้ว ทำไมนางเอกรันทด แล้วมีค่ามากถึงขนาดนี้
    #71
    0
  8. #70 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 21:28

    รอๆๆอ่านค่ะ

    #70
    0
  9. #69 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 08:47
    รออ่านต่อนะคะ
    #69
    0
  10. #68 porb (@porb) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 01:19
     แล้วมาอัพอีกไวไวน๊า
    #68
    0
  11. #67 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 00:56

    อยากรู้ว่าความจริงมันคืออะไร ทำไมนางเอกไม่ได้ของเหมือนน้องๆคะ แล้วมันเกี่ยวกับบ้านพระเอกยังไงกัน

    #67
    0
  12. #66 นานา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 00:25
    อ๊ากไรเตอร์ที่รัก อัพซะที รอมาตั้งนานแล้ว รู้ไว้เลยนะตัว เค้ารอตัวเองมาตั้งนานแล้ว อ่านซ้ำไปซ้ำมาไม่รุ้กี่รอบ เสียน้ำตาไม่รู้กี่หน ขอเถอะนาไรเตอร์ อัพบ่อยๆเขียนยาวๆให้รีดเดอร์ได้ชื่นใจ

    แล้วเค้าจารอน่ะ จุ๊บๆๆๆๆๆ
    #66
    0