หนี้พิศวาส (Debt love)

ตอนที่ 13 : บทที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    9 พ.ค. 54

 

หนี้พิศวาส 13

              สาวสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เขาปรามาสไว้ก่อนหน้านี้ว่าไม่มีทางที่จะดูดีไปกว่าที่เป็นอยู่ หากทว่าตอนนี้เขาคงต้องกลับคำพูดนั้นเสียแล้ว ปรมินทร์ยังคงนิ่งตะลึงกับภาพตรงหน้า เขาไม่คิดว่าเธอจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากขนาดนี้ ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแต่สายตายังจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าหวาน ปลายเทียนสวยหวานจับใจ ทุกอิริยาบถสามารถตรึงคนที่พบเห็นให้หยุดนิ่งได้

              ปลายเทียนเริ่มประหม่าเมื่อตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายคน ทั้งพนักงานและลูกค้าภายในร้านที่หันมามองเธออย่างชื่นชม หญิงสาวรู้สึกขัดเขินมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะกับสายตาคมคู่นั้นของปรมินทร์ มันทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าจนทำตัวไม่ถูก

              เป็นยังไงบ้างคะ สวยถูกใจไหมเอ่ย เปลี่ยนโฉมใหม่สวยอย่างกับนางฟ้าเลยไหมคะ พนักงานสาวประเภทสองผู้แปลงโฉมให้เธอถามมาคล้ายจะเย้าแย่เล่น และแอบชื่นชมในฝีมือของตนในใจ

              ก็ดี ขอบคุณนะครับที่ช่วยทำให้ดูเป็นคน... เขาหยุดเว้นระยะคำว่า สวย ก่อนจะเอ่ยคำอืนแทน ขึ้นมาหน่อย ปรมินทร์เดินไปจ่ายเงินที่เค้าเตอร์แล้วก็เดินนำออกไปโดยไม่รออย่างเคย ทำราวกับว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ไม่ได้มีความสำคัญอะไร ความสวยของเธอไม่มีผลต่อเขาเลย ปลายเทียนเดินตามหลังเขาไปอย่างเงียบๆ เธอคงไม่มีอะไรดีในสายตาเขาเลยจริงๆ หญิงสาวมองแผ่นหลังคนที่เดินนำ ตัดพ้อเขาอยู่ในใจ

              คนต่ำต้อยอย่างฉันคงไม่มีอะไรที่จะสามารถให้คุณหันมามองหรือว่าสนใจได้บ้างเลยหรือย่างไรกัน

              ส่วนคนเดินนำก็เริ่มใจสั่นหวั่นไหว เพียงแค่ภายนอกเท่านั้นที่ดูแข็งกระด้างทำไม่สนใจ หากทว่าภายในกลับร้อนรุ่ม เขายอมรับว่าสาวน้อยที่เดินตามหลังเขานั้นทั้งสวยทั้งน่ารัก จนอยากจะดึงเธอเข้ามากอดหอมซักฟอดให้หนำใจ ปรมินทร์ยังคงเดินทอดน่องไปเรื่องๆ โดยไม่หันมามองคนเดินตาม ขณะที่ปลายเทียนเดินผ่านตู้เกมส์หยอดเหรียญหยิบตุ๊กตาที่อยู่ในตู้ก็เกิดความสนใจขึ้น มันเป็นสิ่งแปลกใหม่ซึ่งเธอไม่เคยเห็นมาก่อน จะว่าเชยก็ยอมรับเพราะเธอไม่เคยมาเดินห้างสรรพสินค้าหรูหราอย่างนี้มาก่อน พ่อและแม่ของเธอไม่ยอมให้ออกไปไหนมาไหนกับใครแม้แต่กับเพื่อนๆ เธอจึงกลายเป็นคนไม่มีเพื่อนจนทุกวันนี้ หญิงสาวหยุดยืนมองเด็กๆ สามสี่คน ที่กำลังพยายามเอาตุ๊กตาออกจากตู้นั้นให้ได้ เท่าแล้วเท่ารอดความพยายามของเด็กๆ ดูเหมือนจะไม่เป็นผลสำเร็จ เงินเหรียญที่อยู่ในมือก็หยอดจนหมดก็ไม่เห็นว่าจะได้ตุ๊กตามาสักตัว เสียงบ่นงึมงำพร้อมกับตบที่ตู้เกมส์แรงๆ เพราะอารมณ์หงุดหงิดที่เสียเงินเปล่าทำให้หญิงสาวซึ่งยืนมองอยู่ถึงกับยิ้มออกมาอย่างนึกขำ

              อยากเล่นเหรอ เสียงนั้นกระซิบถามเบาๆ ที่ข้างหู ปลายเทียนสะดุ้งเล็กน้อยเพราะตกใจ เธอกำลังเพลินเพลินที่ได้มองเด็กๆ เล่น จนลืมนึกถึงเขาไปชั่วขณะ

              ปะ เปล่าค่ะ แค่ดูเฉยๆ เท่านั้น

              แต่เผอิญว่าฉันอยากเล่น พูดจบปรมินทร์ก็เดินไปแลกเหรียญที่โต๊ะรับแลกเหรียญมาจนเต็มกำมือ พร้อมกับเดินเข้ามาหาและดึงมือบางกระตุกเล็กน้อย ปลายเทียนหน้าตื่นแต่ก็ยอมให้เขาจูงไปยังตู้เกมส์

              อยากได้ตัวไหนเล็งไว้หรือยัง เขาหันมาถาม นัยน์ตาคมหรี่มองพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มแบบนี้แหละไม่ว่าสาวที่ไหนได้เห็นเป็นต้องใจอ่อนระทวย แม้แต่ปลายเทียนเองก็อดไม่ได้ที่จะขวยเขิน อายจนหน้าแดง

              คะ เอ่อ... ตัวไหนก็ได้ค่ะ คุณปรมินทร์... คุณแน่ใจหรือคะว่าจะเล่นได้ เมื่อครู่นี้เห็นเด็กๆ หมดเงินไปตั้งเยอะ ไม่ได้ตุ๊กตาเลยซักตัว ปลายเทียนกลัวเขาจะเสียเงินเปล่าเพราะเห็นตัวอย่างเมื่อครู่นี้ดูเหมือนมันจะไม่ได้ง่ายเอาเสียเลย แต่ทว่ากลับเหมือนเป็นการดูถูกเขาเข้าอย่างจัง

              นี่เธอกำลังดูถูกฉันอย่างนั้นเหรอ... ใบหน้าคมเข้มขึ้น ปลายเทียนละล่ำละลักบอกแทบไม่ทันว่า

              ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันเพียงแต่... กลัวว่าคุณจะเปลืองเงินไปเสียเปล่าๆ ตุ๊กตาพวกนี้ซื้อเอาน่าจะถูกกว่าไหมคะ

              ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะจนลงหรอกน่ะ เล่นแค่ไม่ถึงร้อย มานี่ พูดจบเขาก็ดึงข้อมือเธอแล้วกระชากเข้าหาตัว จับตัวหญิงสาวหมุนแล้วหันหน้าเข้าหาตู้เกมส์ส่วนตัวเขาเองนั้นยืนโอบอยู่ด้านหลัง มือขวาก็หยอดเหรียญพร้อมเล่น กลิ่นหอมจากกายสาวลอยเข้าสู่จมูกเมื่อเขาก้มกระซิบบอกกับเธอ

              พร้อมเล่นนะ ฉันหยอดเหรียญไปแล้ว

              คะ ฉะ ฉัน เล่นไม่เป็น เดี๋ยวค่ะ ปรมินทร์ไม่ฟังเสียงจับมือของเธอให้ไปจับคันบังคับเลื่อนตัวหนีบตุ๊กตาทันที ปลายเทียนเงอะงะแต่ก็ยังดีที่มีมือของเขาคอยควบคุมมือของเธออีกที หญิงสาวเริ่มสนุกเมื่อได้ตุ๊กตามาตัวแรกและอีกสองสามตัวตามมา เสียงหัวเราะคิกคักถูกใจเมื่อตุ๊กตาเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เขาเองก็รู้สึกสนุกและเพลิดเพลินไปด้วย นานแล้วที่เขาไม่มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้ ใบหน้าสวยหันมายิ้มให้เขาเมื่อได้ตุ๊กตาเพิ่มอีกตัว ปรมินทร์เผลอมองรอยยิ้มนั้นอย่างหลงไหลลืมตัว มันเป็นยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอไม่เคยยิ้มให้เขาเลยตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่บ้าน ปลายเทียนมีรอยยิ้มหวานบาดใจแม้ใครได้เห็นก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกัน จู่ๆ เขาก็เกิดความรู้สึกอยากจะเก็บรอยยิ้มของเธอไว้เพียงคนเดียว เขาไม่ต้องการให้ใครได้เห็นมันเพราะว่ามันเป็นสมบัติของเขา

              เห็นไหมบอกแล้วว่าอย่าดูถูกฝีมือ เกมส์พวกนี้ฉันเล่นมาตั้งแต่เด็กฉันรู้เทคนิกในการเล่นดี แล้วนี่ได้ตุ๊กตามากี่ตัวแล้วล่ะ ปรมินทร์ถามขึ้นเมื่อหยุดเล่นแต่ยังไม่คลายอ้อมแขนที่โอบเธอไว้

              หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า…” แล้วหญิงสาวนับในใจเพิ่มอีกสามตัว ...แปดตัวค่ะ เธอหันมาตอบพร้อมกับยิ้มละมัย

              พอใจหรือยัง

              คะ หมายความว่าตุ๊กตาพวกนี้ คุณเล่นให้ฉันหรือคะ ปลายเทียนตาโตเอี้ยวหน้ามองเขาด้วยความแปลกใจ

              ...นี่แม่คุณ เธอคิดว่าฉันยังจะเล่นตุ๊กตาเหมือนเด็กอยู่หรือไง อีกอย่างฉันเป็นผู้ชายนะไม่ใช่ผู้หญิง ขืนเล่นตุ๊กตามีหวังถูกมองว่าเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วกันพอดี ถ้าไม่ให้เธอแล้วจะให้ใครหืมส์ เห็นยืนมองเด็กๆ เล่นตานี่เป็นมันเชียว อย่าปฏิเสธนะว่ามันไม่จริง เขาดักคอเธอไว้ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร

              ขอบคุณค่ะ เมื่อไม่อาจปฏิเสธเธออะไรได้ ก็จำต้องยอมรับไปโดยปริยาย ปรมินทร์ยิ้มในหน้าแล้วก็ช่วยเธอหยิบถือตุ๊กตาที่เล่นได้เตรียมไปที่อื่นต่อ แต่พอหันกลับมาทางด้านหลังก็เห็นเด็กกลุ่มที่เล่นก่อนหน้านี้ยืนทำตาโตมองมาที่ตุ๊กตาซึ่งอยู่ในมือของทั้งคู่ ปลายเทียนและปรมินทร์มองหน้ากันอย่างอัตโนมัติทันที

              ทำไมพี่เก่งจังเล่นได้ตั้งเยอะ ทีพวกผมเล่นไม่เห็นได้อย่างนี้บ้างเลย เด็กร่างอ้วน หนึ่งในสี่คนเอ่ยขึ้น

              ก็เพราะว่าพี่เก่งยังไงล่ะถึงเล่นได้เยอะ ปรมินทร์หาได้ถ่อมตัวไม่ ใบหน้าคมทำหน้าตายให้เด็กที่ยืนรายล้อมเชื่อ

              ถ้างั้นก็เล่นให้ผมด้วยสิครับ เด็กคนเดิมบอกมา

              ได้ เอาเงินมาสิ พี่จะเล่นให้

              ... เด็กทั้งสี่มองหน้ากันเลิกลัก เพราะไม่มีเงินติดตัวกันเลยซักบาท ที่มีอยู่ก็หยอดเล่นเกมส์ไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว

              ไม่มีเงิน ทั้งสี่ตอบพร้อมกันแล้วทำหน้าละห้อยน่าสงสาร ทั้งเขาและเธอเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ ปรมินทร์หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปถามความคิดเห็นจากเธอ

              ว่าไงครับคุณปลายเทียน เด็กๆ เขาบอกว่าไม่มีเงิน แต่อยากได้ตุ๊กตา

              คุณจะมาถามฉันทำไมล่ะคะ ฉันก็ไม่มีเงินเหมือนเด็กๆ นั่นแหละค่ะ จะมีก็แต่ตุ๊กตาที่คุณเล่นให้เท่านั้น เอาอย่างนี้ดีไหมคะเด็กๆ ปลายเทียนหันมาพูดกับเด็กที่ยืนรายล้อมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เอาตุ๊กตาที่พี่ผู้ชายเขาเล่นได้นี่ไปจะได้ไม่ต้องเสียเงิน เด็กทั้งสี่คนมองหน้ากันเหมือนว่าจะดีหรือไม่ มองหน้าเขาและเธอสลับไปมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

              พี่ผู้ชายเขาไม่ว่าหรอกค่ะ พี่เขาใจดี จริงไหมคะคุณปรมินทร์ จู่ๆ เธอก็โยนมาให้เขาซะงั้น ให้มันได้อย่างนี้สิ

              อืม... เอ้า อยากได้ตัวไหนก็เลือกเอา แต่คนละตัวนะ ว่าพร้อมกับยื่นตุ๊กตาที่อยู่ในมือส่งไปให้เด็กๆ เลือก ปลายเทียนเองก็เช่นกัน พอเลือกตัวที่ถูกใจได้แล้วเด็กทั้งสี่คนก็ยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะพากันวิ่งจากไปอย่างลิงโลด

              ว่าไงแม่พระ พอใจหรือยังปรมินทร์หันมาถามแกมประชดเล่น

              ตุ๊กตามีตั้งหลายตัว คุณอย่าทำเป็นงกไปหน่อยเลยค่ะ และอีกอย่าง คุณก็บอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าตุ๊กตาพวกนี้คุณเล่นให้ฉันเอง ปลายเทียนต่อว่ามาตรงเมื่อเขาทำเหมือนว่าไม่เต็มใจที่จะให้ตุ๊กตากับเด็กๆ พวกนั้น เมื่อเจอประโยคนี้เข้าให้ปรมินทร์ถึงกับอึ้ง เขาไม่ได้ที่จะไม่ให้แต่ทำไมเธอถึงเข้าใจเขาไปอย่างนั้น

              แล้วหันมาถามฉันทำไม อย่าทำเป็นจริงจังไปหน่อยเลยน่า... ฉันแค่ประชดเล่นไม่ได้งกอย่างที่เธอเข้าใจหรอก

              ก็ใครจะไปรู้เห็นคุณถามมาอย่างนั้น ปลายเทียนอ้อมแอ้มบอกมา

              ก็แค่ประชดเล่น ดูทำหน้าเข้าสิ ว่าพร้อมกับก้มหน้าเข้ามาใกล้แล้วใช้มือบีบที่จมูกได้รูปของเธอเบาๆ อย่างเอ็นดูในความน่ารักและใจดีของเธอ

              ทั้งสองละจากตู้เกมส์พาเธอไปซื้อของใช้ส่วนตัวยังชั้นล่างของห้างฯ เมื่อได้ของครบเรียบร้อยแล้วก็ตรงไปยังลานจอดรถซึ่งกล่องรออยู่แล้ว กล่องมีอาการอึ้งค้างไปเมื่อเห็นสาวสวยที่เดินมาด้วยเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

              นี่มันนางฟ้านางสวรรค์ชัดๆ กล่องครางในใจมองปลายเทียนอย่างไม่วางตา เสียงกระแอมจากเจ้านายเป็นสัญญาณเตือนให้กล่องออกจากภวังค์ได้แล้ว เขามองเจ้าคนใช้ตาขุ่นรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ กล่องสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะกุลีกุจอเปิดประตูรถทางด้านหลังให้เขา คราวนี้เขาไม่ยอมให้เธอนั่งหน้าเหมือนตอนขามา ร่างบางถูกผลักให้เข้าไปนั่งเบาะหลังด้วยกัน ปลายเทียนทำท่าจะค้านแต่ก็พูดไม่ออกเมื่อเจอเข้ากับสายตาคมที่มองมาอย่างไม่สบอารมณ์อะไรซักอย่างซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

              คุณเจมส์จะไปที่ไหนต่อดีครับ กล่องเอ่ยถามมาเมื่อเข้าประจำที่คนขับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

              ที่ไหนก็ได้ที่มีข้าวให้กิน เขาบอกเสียงแข็ง เมื่อนั้นกล่องก็เริ่มรู้สึกว่าท่ามันจะไม่ดีเสียแล้ว เจ้าคนใช้กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ ปรมินทร์คงไม่พอใจที่ตัวเองเผลอมองปลายเทียนนานไปหน่อยและแถมยังอยู่ในอาการตะลึงงันตาค้างอยู่นานกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ของเธอ

              หางตาคมเหลือบมองใบหน้าหวานที่นั่งข้างๆ ปลายเทียนนั่งเงียบหันหน้ามองออกไปยังนอกหน้าต่างอย่างปราศจากจุดหมาย การจราจรในช่วงเย็นของวันกำลังหนาแน่นติดขัดขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนเดินขวักไขว่ตามท้องถนนต่างเร่งรีบไปตามวิถีของตน หญิงสาวเหม่อลอยจนดูเหมือนว่ากำลังตกอยู่ในอาการเศร้าซึม

              ในยามนี้คนนั่งข้างกำลังมีอิทธิพลต่อจิตใจที่แข็งกระด้างของเขาอย่างเหลือร้าย ปรมินทร์เองก็เหมือนจะเข้าภวังค์ของห้วงความคิดไม่ต่างจากเธอ เขากำลังคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบ้านและกลายเป็นส่วนหนนึ่งในชีวิตของเขาไปแล้วนั้น ซึ่งบิดาเขาบอกเอาไว้ว่าเธอคือสมบัติของเขาที่จะต้องดูแลรักษาไว้ให้เป็นอย่างดี มันทำให้เขารู้สึกสับสนและวุ่นวายใจ ปลายเทียนเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงกลายมาเป็นสมบัติของเขาแล้วหนี้สินที่ครอบครัวของเธอที่กู้ยืมจากครอบครัวเขาล่ะมันคืออะไร ชายหนุ่มคิดไม่ตกกับเรื่องอันชวนปวดหัวนี้

              หิวหรือยัง เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์ ปลายเทียนหันมามองคนถาม เธอรู้สึกแปลกใจ ตั้งแต่เล่นเกมส์แล้วดูเขาจะพูดจาดีและเหมือนจะเอาใจเธออยู่ในที ถามโน่นถามนี่ แถมตอนเดินเลือกซื้อของใช้เขาก็ไม่ปริปากบ่นเลยซักคำทั้งที่เธอเลือกอยู่นาน ไม่เหมือนตอนซื้อเสื้อผ้าเลยแม้แต่น้อย

              ว่าไงหิวหรือยัง อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ใบหน้าคมหันมาสบนัยน์ตาคู่สวย

              คุณปรมินทร์หิวแล้วหรือคะ ปลายเทียนไม่ตอบแต่ทว่าถามเขากลับ

              นิดหน่อย เขาตอบสั้นๆ

              ถ้าคุณหิวก็หาอะไรทานก่อนก็ได้ค่ะ ฉันทานง่ายไม่เรื่องมากในเรื่องของอาหารหรอกค่ะ

              เป็นคนทานง่ายว่างั้น

              เอ่อ... ค่ะ

              ก็ดี... กล่องไปร้านเดิม เขาร้องบอกเจ้าคนขับรถซึ่งรู้ดีว่าร้านนั้นอยู่ที่ไหน กล่องรับคำก่อนจะตีไฟเลี้ยวซ้ายและตรงไปยังร้านอาหารประจำที่เจ้านายชอบไปทานบ่อยๆ ทันที

 

บ้านธรรมรงค์ยุทธ์

              แอบเปิ้ลและบัวตองทั้งสองนั่งรอการกลับมาของปลายเทียนอย่างใจจดใจจ่อ สาวใช้รุ่นพี่มีสีหน้าวิตกกังวลเพราะเดาไม่ถูกว่าปรมินทร์พาปลายเทียนไปหาซื้อของใช้ที่ไหนบ้าง หล่อนคิดไปต่างๆ นานา กลัวว่าเจ้านายจะทำให้หญิงสาวขายหน้าบ้าง เอาแต่ใจบ้างและอะไรอีกสารพัด เหตุการณ์วันนั้นมันยังทำให้เธอนึกหวั่นอยู่ไม่หาย ส่วนแอบเปิ้ลซึ่งเห็นเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าก็อดที่จะหนักใจแทนปลายเทียนไม่ได้ เด็กสาวกลัวว่าปรมินทร์จะพาเธอไปทำมิดีมิร้ายอย่างนั้นอีก แต่จะว่าไปแล้วถ้าปรมินทร์ไม่เจ้าชู้แฟนเยอะเด็กสาวก็คงไม่รู้สึกแย่อย่างนี้ แอบเปิ้ลพอมองออกว่าปลายเทียนเป็นคนที่ไม่มีพิษภัยกับใครและแถมยังดูเรียบร้อยอ่อนหวานน่ารัก คิดแล้วก็อดสงสารหญิงสาวไม่ได้

              เฮ้ย... แอบเปิ้ลถอนหายใจออกมาแรงพลอยให้คนเป็นพี่ที่นั่งเยื้องไปถอนหายใจออกมาด้วยอีกคน และทั้งคู่ก็หันมามองหน้ากันเอง โดยไม่ต้องมีคำพูดใดก็เข้าใจกันดีว่ากำลังคิดเหมือนกันอยู่

              นี่ พี่บัว เมื่อไหร่คุณปรมินทร์จะพาพี่ปลายกลับมาซะทีล่ะพี่

              พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน โทร.ไปหาพี่กล่องก็ไม่ยอมรับสาย นี่แนะแอบเปิ้ล เราคิดเหมือนพี่หรือเปล่า บัวตองเอ่ยถามเด็กสาวใบหน้าเป็นกังวลทุกข์ยิ่ง

              อะไรหรือพี่บัว

              พี่ล่ะรู้สึกห่วงน้อยปลายยังไงบอกไม่ถูก คุณเจมส์น่ะ เธอชอบรุนแรงกับน้อยปลายอยู่บ่อยๆ

              รุนแรงแบบไหนหรือพี่บัวเด็กสาวตาโตถามเพราะคิดว่าบัวตองอาจจะรู้หรือเห็นอะไรแบบเดียวกันกับตัวเองอย่างเมื่อเช้านี้

              ก่อนหน้านี้ก็ทำให้น้องปลายไม่สบายไปทีหนึ่งแล้ว นี่ก็ไม่รู้ว่าจะไปเจอกับอะไรบ้าง คุณเจมส์เธอเหมือนจะไม่ชอบน้องปลายเอามาก เธอไม่เคยราวีใครโดยเฉพาะผู้หญิง แต่ดูทำกับน้องปลายสิ พี่ล่ะสงส๊ารสงสารแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำหรือช่วยยังไงดี

              แอบเปื้ลก็รู้สึกไม่ต่างจากพี่หรอก พี่บัวเมื่อเช้านี่แอบเปิ้ลเห็นจริงๆ นะ คุณเจมส์เธอจูบพี่ปลายจริงๆ ประโยคหลังเด็กสาวบอกเสียงกระซิบแทนเพราะกลัวว่าใครมาได้ยินเข้ามันจะไม่ดี แอบเปิ้ลเล่าได้เรื่องที่ตนเห็นเมื่อตอนเช้าให้คนเป็นพี่ฟังอย่างละเอียดทั้งการกระทำและคำพูดที่ปรมินทร์ทำกับปลายเทียนอย่างไรบ้าง หลังจากที่บัวตองจะมาเอาเรื่องกับตนเพราะหาว่าหลอกลวง

              คุณเจมส์เธอก็มักจะเอาเปรียบน้องปลายอยู่เรื่อยนั่นแหละ ดีนะที่พี่น่ะ ไม่เห็นเหมือนเราไม่อย่างนั้นมีหวังอกพี่บัวแตกตาย เฮ้ย... พูดจบบัวตองก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และพร้อมกับเสียงของแม่บ้านดังขึ้น

              ไม่มีการมีงานทำกันหรือยังไง ถึงได้มานั่งถอนหายใจกันอยู่ตรงนี้ คนถามมีสีหน้าบอกบุญไม่รับน้ำเสียงแข็งกระด้างวางอำนาจ หล่อนรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินเรื่องที่บัวตองและแอบเปิ้ลคุยกันเมื่อครู่

              บัวตองและเด็กสาวสะดุ้งตกใจพร้อมกัน ทั้งคู่หันไปมองหญิงวัยกลางคนที่ยืนเยื้องไปไม่ห่างมากนัก แล้วก็หันมามองหน้ากันเอง ผู้เป็นแม่บ้านมาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงอยู่เรื่อย นี่คงจะได้ยินที่ทั้งคู่คุยกันหมดแล้วแหงๆ บัวตองคิดในใจ

              เรียบร้อยหมดทุกอย่างแล้วป้า ฉันกับแอบเปิ้ลช่วยกันทำจนไม่มีอะไรจะทำกันแล้ว ป้าล่ะ มีอะไรจะใช้ฉันอย่างนั้นหรือ บัวตองแหงนหน้าถาม

              ไม่มีอะไรจะใช้หรอก งานเรียบร้อยทุกอย่างแล้วก็ดี เห็นพวกแกสองคนมานั่งถอนหายใจทำหน้าซังกะตายอยู่นี่ก็นึกว่ามีเรื่องอะไรให้หนักใจจนไม่เป็นอันทำงานทำการกัน

              เปล่า... ไม่มีอะไรหรอกป้า แอบเปิ้ลกับพี่บัวมานั่งรอพี่ปลายกันน่ะ แอบเปิ้ลตอบมา

              มานั่งรอทำไม เด็กคนนั้นมันเป็นอะไรกับพวกแกสองคนอย่างนั้นรึ ถึงได้มานั่งรอ ญาติโกโหติกาหรือว่าเจ้านายก็ไม่ใช่ แม่บ้านว่ามาเสียงแข็งไม่พอใจ เพราะไม่เคยเห็นบัวตองและหลานสาวของตนเป็นอย่างนี้มาก่อน

              ก็ไม่แน่หรอกป้า... เผื่อวันข้างหน้าอาจจะใช่ก็ได้ ใครจะไปรู้ อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอนไม่มีใครจะเดาอะไรได้ทั้งนั้น บัวตองบอกมาหน้าตายพร้อมกับลุกขึ้นปัดแข้งปัดขา รู้สึกไม่ชอบใจในคำพูดของหญิงวัยกลางคนผู้เป็นแม่บ้านแต่ก็ไม่อยากจะถือสา

              กำไรซึ่งเป็นคนคอยดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างภายในบ้าน เหมือนจะไม่ชอบหน้าปลายเทียน บัวตองก็พอจะดูออก เด็กสาวซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของหล่อนเองก็รู้สึกไม่ต่างกันว่าผู้เป็นป้าไม่อยากให้ตนนั้นไปคลุกคลีกับสมาชิกใหม่เท่าไหร่นัก พอถามว่าทำไมคนเป็นป้าก็ไม่มีเหตุผลให้ เด็กสาวจึงได้แต่ทำใจ เมื่อไม่มีเหตุผลให้ฟังก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องทำตาม

             แกพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงบัว

             ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละป้า ไม่เห็นจะต้องเข้าใจยากตรงไหน ฉันเห็นอย่างไรฉันก็พูดไปอย่างนั้น หรือว่าป้าไม่เห็นอย่างที่ฉันเห็น พอโดนเด็กย้อนเข้าให้คนอายุมากถึงกับเดือดหากแต่เก็บไว้ข้างในแสดได้ก็แต่สีหน้า อารมณ์ความโมโหเก็บซ่อนลึกเพราะไม่อยากจะให้เป็นเรื่องเป็นราว

             ฉันจะคอยดู ว่าสิ่งที่เห็นนั่นน่ะ มันจะเป็นอะไรไปได้มากแค่ไหน อย่างดีก็คงเป็นได้แค่... ประโยคสุดท้ายหล่อนทิ้งไว้ให้บัวตองและหลานสาวคิดเอาเองก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปไม่ถือสาเอาความอะไรกับเด็กอีก

              เป็นได้แค่อะไร... สองสาวอุทานออกมาพร้อมกัน ฉงนกับคำพูดของแม่บ้านวัยกลางคนซึ่งเดินลับหายเข้าไปในบ้านแล้ว

 

              ณ ภัตตาคารหรูแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงเทพฯ ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ กำลังพาลูกหนี้สาวผู้ซึ่งไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใครและอยู่ในฐานะอะไร และถูกแปลงโฉมให้ใหม่ราวกับนางฟ้าลงมาเดินเล่นบนพื้นพิภพ เขาและเธอไม่ต่างอะไรจากคู่รักที่เดินควงกันมาทานอาหารที่ร้านหรูหราสำหรับคนมีระดับเท่านั้น นี่คือภายนอกที่คนอื่นเขามองกันและปราศจากความจริงที่ว่า เธอคือลูกหนี้หลายสิบล้านที่เอาตัวเข้าแลก

              ปลายเทียนมีสีหน้าอึดอัดเมื่อปรมินทร์ก้าวนำเธอไปยังโต๊ะอาหาร เธอไม่เคยมาในที่แบบนี้และยิ่งเป็นร้านอาหารหรูหรามีแต่พวกเศรษฐีคนมีเงินมาทานกันที่นี่ ใบหน้าหวานซ่อนอาการไว้ไม่อยู่ ชายหนุ่มเองก็รู้แต่ก็ทำเป็นไม่เห็น เขาต้องการแกล้งเธอให้สมกับสิ่งที่เธอบอกไว้ว่าเป็นคนทานง่ายไม่เรื่องมากในเรื่องอาหาร ดังนั้น อาหารอิตาเลี่ยนคงทำให้เขารู้ว่าเธอจะเป็นคนทานง่ายอย่างที่พูดหรือเปล่า ปรมินทร์นั่งลงก่อนโดยไม่ได้เลื่อนเก้าอี้ให้เธอ เขาไม่ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษอย่างที่ทำกับสาวคนอื่นๆ ที่เขาเคยควงมา ปลายเทียนไม่สนใจในที่เขาไม่ปฏิบัติกับเธออย่างผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษ เธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้สนใจใยดีในตัวเธอนักแต่ที่ไม่ชอบใจก็คือเขาพาเธอมาที่นี่ทำไม

              เลือกอาหารที่ชอบได้ตามสบายเลยนะ เขาเอ่ยเมื่อบริกรยื่นเมนูให้ ปลายเทียนเม้มปากแน่น เมนูอาหารไม่มีภาษาไทยให้อ่านเลยสักตัว เมื่อเธอเปิดดู เธออ่านภาษาอังกฤษไม่ออก นัยน์ตาสวยเหลือบมองเขาก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า

              เอ่อ... คือ คุณ ฉัน เอ่อ อ่ะ อ่านไม่ออกค่ะ เสียงกระซิบบอกมาของเธอทำให้ชายหนุ่มอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ สะใจที่ได้แกล้งเธอ สายตาคมเหลือบมองแล้วก็ก้มอ่านเมนูอาหารอย่างเดิมเหมือนไม่เข้าใจที่เธอพูด ปลายเทียนชักสีหน้าเมื่อเขาทำไม่สนใจ ร่างบางเริ่มกระสับกระส่ายเมื่อบริกรยืนยิ้มหน้าแป้นรอรับออร์เดอร์อยู่ไม่ห่างนัก

              สเต็กเนื้อแกะ เขาบอกบริกรเมื่อเลือกอาหารได้แล้วก่อนจะหันมาถามเธอ ว่าไง... อาหารน่ะเลือกได้ซักอย่างหรือยัง เลือกนานคนรอเขาเมื่อยนะ เขาหมายถึงบริกรหนุ่มที่ยืนรอรับออร์เดอร์อยู่ ปลายเทียนทำหน้าไม่ถูกเหงื่อเริ่มออกตามหน้า เธอจะทำยังไงดี เมื่ออ่านไม่ออกก็เอาแบบง่ายๆ แล้วกัน เธอคิด

              เอาสเต็กเนื้อแกะเหมือนกันค่ะ เธอแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ฉลาดทีเดียวที่เลือกเหมือนเขา อย่างน้อยบริกรก็ไม่รู้ว่าเธอไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ชายหนุ่มยิ้มในหน้าไม่พูดอะไร เห็นแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ คงมีความสุขมากสินะที่แกล้งเธอได้ หญิงสาวต่อว่าเขาในใจ

              สเต็กเนื้อแกะของที่นี่อร่อยมาก ลองทานดูสิ เขาบอกเมื่อสเต็กถูกวางลงตรงหน้า แต่หารู้ไม่ว่าเธอไม่เคยทานสเต็กมาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตแถมยังมากับคนใจร้ายที่คอยแกล้งเธออยู่ไม่เว้นวัน

              คุณปรมินทร์ ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหมคะ หญิงสาวเอ่ยขึ้นขณะที่เขาเริ่มลงมือหั่นเนื้อแกะที่อยู่ในจาน

              อะไร เขาถามโดยไม่มองหน้า

              คุณมีความสุขไหมคะ

              ความสุข ความสุขเรื่องอะไร เขาละจากจานสเต็กเงยหน้ามองคนถาม คิ้มเข้มขมวดเข้าหากัน ฉงนระคนสงสัยในคำถาม

              ที่ได้แกล้งฉัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน นัยน์ตาสวยดูเศร้าลงเมื่อสบตาคม ปรมินทร์ยิ้มมุมปากแล้วก็ก้มหน้าทานต่อ

              แกล้งเธออย่างนั้นหรือ ฉันไปแกล้งเธอเมื่อไหร่กัน ชายหนุ่มหน้าตายถามมาทั้งที่รู้อยู่เต็มอก

              ฉันคิดว่าคุณเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ คำตอบนั้นไม่ได้มีผลอะไรต่อเขา เพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ถึงเธอจะโกรธและน้อยใจ เขาก็ไม่เห็นจะสน

              อ้อ... อย่างนั้นเหรอ ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ย ถ้าเธอไม่บอกฉันก็ไม่รู้ ขอบใจนะที่บอก

              ปลายเทียนฉุนกึกดูเขาไม่สะทกสะท้านอะไรเอาเสียเลย ทำหน้าตายพูดมาได้ คนอะไรช่างไร้หัวใจเสียจริง ใบหน้าสวยค้อนให้เขาไปทีหนึ่ง เบือนหน้าหันไปมองทางอื่นอย่างเดือดดาล

              สเต็กอย่าปล่อยไว้นานเดี๋ยวมันจะไม่อร่อย รีบๆ ทานเข้า นั่งหน้าบึ้งไม่ยอมทานแบบนี้ท่าทางคงอยากให้ฉันเอาใจป้อนให้อย่างนั้นใช่ไหม

              ฉันไม่ได้ต้องการคนเอาใจ มันคนละเรื่องกันเลยนะคะคุณปรมินทร์

              เสียงหัวเราะ หึ หึ ดังขึ้น ไม่ถือสาในความโกรธเกี้ยวของเธอ ปรมินทร์นิ่งเฉยเสียทานอาหารไปอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดหรือกล่าวอะไรต่ออีก สเต็กในจานของเขาหมดแล้วแต่ในส่วนของเธอนั้นไม่พร่องลงไปเลย เนื่องจากปลายเทียนไม่ได้แตะต้องหรือว่าทานมัน หญิงสาวนั่งมองสเต็กอย่างไร้ชีวิตชีวา สิ่งที่อยู่ในจานอาจจะดูน่าทานแต่เธอทานมันไม่ลงจริงๆ

              ทำไมไม่ทาน หรือว่าทานไม่เป็น อาหารดีๆ แบบนี้ อย่างเธอหาทานไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะปลายเทียน เพราะฉะนั้นเธอควรจะทานมันเสีย จะได้รู้ว่ามันอร่อยแค่ไหน คำพูดเย้ยหยันออกจากปากเรียวบางราวกับอิสตรีนั้น ทำให้ร่างบางที่นั่งฝั่งตรงข้ามรู้สึกเจ็บแปลบถึงข้างใน ใช่ เขาพูดถูก อาหารดีๆ แบบนี้เธอหรือจะมีปัญญาทานได้ ทว่าตอนนี้เธอไม่อยากจะลิ้มรสลองรสชาติหรือความอร่อยของมันแม้แต่น้อย

              ฉันไม่ชอบสเต็ก ปลายเทียนตอบสั้นๆ หากแต่ไม่ได้มองหน้าเขา

              ไม่ชอบแล้วสั่งมาทำไม อย่างอื่นมีตั้งเยอะแยะที่ให้เลือกทำไมไม่เลือก

              ฉันสั่งมาเป็นเพื่อนคุณ อีกอย่าง ฉันคิดว่าถ้าคุณทานคนเดียวอาจจะไม่อร่อยก็ได้

              อ้อ... อย่างนั้นหรือ หึ หึ หึ เฮ้ย... ข้อแก้ตัวของเธอนี่มีได้ตลอดเลยนะ แต่ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น ที่เธอไม่ยอมทานเพราะว่าใช้มีดกับซ่อมไม่เป็นต่างหาก ไม่รู้ใช่ไหมว่าเขาใช้กันยังไง ที่บ้านเธอคงไม่เคยสอนการเข้าสังคมสินะ เอาเถอะ ทานไม่ได้เพราะใช้ไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ไว้กลับไปถึงบ้านฉันจะสอนให้เอง

              ฉันคิดว่าไม่จำเป็นเพราะฉันไม่คิดที่จะออกงานสังคมอะไร ฉันเป็นลูกหนี้ของคุณ จำเป็นอะไรหรือที่ฉันจะต้องมีสังคม

              แล้วจำเป็นอะไรที่ลูกหนี้จะต้องอยู่แต่ในบ้าน เขาสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมแข็งกระด้างจ้องใบหน้าสวยอย่างไม่พอใจ เอาล่ะ ไม่ชอบสเต็กก็ไม่ต้องทาน กลับบ้าน พูดจบเขาก็หันไปเรียกพนักงานหญิงซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างนักให้เข้ามาหาแล้วก็เช็คบิล เกิดไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที

              ขณะที่ทั้งสองเดินออกจากร้านอาหารมานั้น ปลายเทียนเกิดเดินสะดุดเท้าตัวเองเนื่องจากรองเท้าที่เธอใส่มันสูงเกินไปและไม่ถนัด หัวขมำหกคะเมนไปข้างหน้าดีที่ปรมินทร์หันมาคว้าร่างบางเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะล้มลง หญิงสาวถูกดึงเข้าสู่อ้อมแขนอันแข็งแรงด้วยหัวใจเต้นระทึก เธอนึกว่าตัวเองจะต้องขายหน้าเข้าให้แล้ว ดีที่ยังมีเขาช่วยได้ทันไม่เช่นนั้นเธอคงอายจนไม่รู้จะทำยังไง ปลายเทียนยังอยู่ในอาการตระหนกตกใจตาโตเบิกค้างในอ้อมแขนของปรมินทร์ เหตุการณ์ครั้งนี้ตกเป็นเป้าสายตาของที่อยู่แถวนั้น รวมทั้งคนที่เขาไม่คิดฝันมาก่อนเช่นกัน

              รสสุคนธ์ยืนมองเหตุการณ์ด้วยหัวใจระทึกเช่นกัน เธอมองคนที่อยู่ในอ้อมแขนเพื่อนสนิทขณะนี้ เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครคู่ควงคนใหม่อย่างนั้นหรือ สามสิบเมตรระยะห่างจากการมองเห็น หล่อนยืนแอบมุมเหลี่ยมเสาคอยดูสถานการณ์ ไม่อยากให้เพื่อนชายเห็นว่าเธออยู่ในที่นี้ด้วย

              ระวังหน่อยสิ เธอนี่มันซุ่มซ่ามจริงๆ เลย ปากต่อว่าหากแต่ซ่อนความตกใจไว้บนใบหน้าอันแข็งกระด้างไม่พอใจ เขาเองก็ตกใจอยู่ไม่ใช่น้อย นี่ถ้าเกิดว่าเขาคว้าเธอไว้ไม่ทันและเธอล้มลงไปจริงๆ จะทำอย่างไร

              ขะ ขอโทษ ค่ะ หญิงสาวตะกุกตะกักบอกมา ใบหน้าสวยขาวซีดเพราะยังตกใจไม่หาย ปรมินทร์จะโกรธก็โกรธไม่ได้ จะโมโหก็โมโหไม่ได้อีก มันเป็นอุบัติเหตุซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจและไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น

              คราวหลังต้องเดินให้ระวังกว่านี้ ถ้าเกิดล้มลงไป ไม่ใช่แค่เจ็บตัวอย่างเดียวนะ ขายหน้าคนอื่นเขาด้วย ดูสิ คนเขามองกันใหญ่เลย เมื่อครู่นี้คงลุ้นกันน่าดูเขาต่อว่าก้มหน้ากระซิบให้ได้ยินเบาๆ แต่คำกระซิบนั้นทำให้คนที่เกือบจะล้มเมื่อครู่นี้ก้มหน้าต่ำมองแค่แผงอกกว้างของเขา ซ่อนคความเสียใจไว้ไม่ให้เขาเห็น

            ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันซุ่มซ่ามเอง ขอโทษนะคะ และขอบคุณที่ช่วยฉันไว้ไม่ให้ล้มลงไปขายหน้าคนอื่นเขา เธอขอบคุณเขาจากใจจริง ถ้าไม่ได้เขาเธอคงแย่แน่ๆ นัยน์ตาสวยเหลือบมองเขาแล้วก็สบเข้ากับตาคมที่ยังไม่ทิ้งแววตำหนิ ความใกล้ชิดสนิทแนบตัวทำให้ใจสาวเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าที่ขาวซีดเพราะตกใจเริ่มมีเลือดฝาดเพราะสาวตาคู่นั้น ถึงแม้มันจะมีแววตำหนิแต่ก็แฝงไว้ด้วยความห่วงใย หากว่าเธอไม่คิดไปเอง

              ไม่เป็นไร ว่าพลางค่อยๆ ปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขนแต่เปลี่ยนมาเป็นโอบเอวแทนแล้วกระตุกเบาๆ ที่เอวคอดให้ออกเดินพร้อมกับเอ่ยเดี๋ยวซุ่มซ่ามอีก ปลายเทียนปล่อยให้เขาเดินโอบเอวเธอไปจนถึงรถโดยไม่ขัดขืนหรืออิดออดแต่อย่างใด เพราะไม่มั่นใจเหมือนกันว่าตัวเองจะเดินซุ่มซ่ามเข้าอีกหรือเปล่า

              กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็กินเวลาเกือบสองชั่วโมงเพราะสภาวะรถติดแน่นขนัดในช่วงเย็น มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการจราจร ถึงจะรีบเร่งแค่ไหนถ้าเจอสภาพแบบนี้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนก็ได้แต่ทำใจ

              เมื่อรถเก๋งคันงามวิ่งเข้ามาจอดภายในบ้านเป็นที่เรียบร้อย ปรมินทร์ก้าวลงจากรถโดยไม่สนใจคนที่นั่งมาด้วย เขาเดินหายเข้าไปในบ้านโดยไม่สั่งความหรือพูดอะไรสักคำแม้แต่กับกล่องคนใช้ใกล้ชิดของเขา ข้าวของมากมายถูกนำออกมาจากท้ายรถ ทั้งเธอและกล่องช่วยกันหอบหิ้วตรงไปยังเรือนหลังเล็กไม่แวะเข้าตึกใหญ่ โดยเดินอ้อมทางด้านข้างของตัวบ้าน เสียงรถทำให้บัวตองและแอบเปิ้ลรีบออกมาดูมาหาคนที่เฝ้ารอแต่พบกับความว่างเปล่า เห็นหลังหญิงสาวไวๆ เดินหายลับไปทางหลังตึก ก็รู้ว่าคงกลับเรือนหลังเล็กไปแล้ว ดังนั้นบัวตองและแอบเปิ้ลจึงตามไปทันที

              ขอบคุณพี่กล่องมากนะคะที่ช่วยถือของมาให้ ปลายเทียนยกมือไหว้เมื่อเข้ามายังภายในบ้านเป็นที่เรียบร้อย ข้าวของมากมายถูกยกวางไว้บนโต๊ะจนเต็มพื้นที่ บางถุงก็วางกับพื้น

              ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องไหว้ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว กล่องละล่ำละลักบอกแทบไม่ทัน บัวตองและแอบเปิ้ลมาถึงในเวลาต่อมา ทั้งคู่ตรงเข้ามาหาหญิงสาวทันทีและก็ต้องตาโตเมื่อเห็นข้าวของมากมายวางเต็มไปหมด

              โอ้โห... ไปเหมามาหมดห้างฯ เลยหรือเปล่าคะเนี่ยพี่ปลาย แอบเปิ้ลเอ่ยขึ้นพร้อมกับเข้ามาเปิดดูแต่ละถุงที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยอาการตื่นเต้น

              พี่ไม่ได้ซื้อของพวกนี้หรอก คุณปรมินทร์เขาเป็นคนเลือกแล้วก็จ่ายเงินทั้งนั้นแหละ ปลายเทียนบอกพร้อมกับทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ ใบหน้าสวยหันไปมองอีกคนที่มาด้วยกันกับเด็กสาวก็เห็นยืนนิ่งไม่ยอมพูดหรือขยับเขยื้อนตัวไปไหน

              พี่บัว เป็นอะไรไปคะ ทำไมยืนทำหน้าแบบนั้น ปลายเทียนตกใจเมื่อเห็นบัวตองยืนจ้องมาที่เธอตาโตอ้าปากค้าง เหมือนกันไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างนั้น

              นะ น้อง ปะ ปลาย หรือเปล่าคะเนี่ย บัวตองถามเสียงตะกุกตะกักเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเป็นคนเดี่ยวกันที่เคยรู้จักหรือไม่

              ก็ปลายน่ะสิคะพี่บัว แล้วพี่บัวคิดว่าเป็นใครกันคะ

              พี่นึกว่าเป็นนางฟ้าเสียอีก สวยอะไรอย่างนี้คะน้องปลาย อย่าบอกนะคะว่าคุณเจมส์จับน้องปลายแปลงโฉมใหม่ แล้ว คุณเจมส์ล่ะคะไปไหน ไม่มาด้วยหรอกหรือคะ

              คุณเจมส์ของพี่บัวอยู่ตึกใหญ่ค่ะไม่ได้มาที่นี่ด้วย เขาคงเหนื่อยมั้งคะพี่บัว ทำงานมาทั้งวัน พอเลิกงานก็ยังต้องมาพาปลายไปซื้อของอีก คุณปรมินทร์คงเหนื่อยมาก หญิงสาวรู้สึกดีที่เขาไม่ตามมาที่นี่ด้วย เพราะอย่างน้อยเธอก็จะได้มีเวลาเป็นส่วนตัวจัดการกับข้างของเครื่องใช้ส่วนตัวมากมาย ซึ่งเธอไม่ได้เป็นคนเลือกเองเกือบจะทุกชิ้นเลยก็ว่าได้

              ของเยอะแยะมากมายขนาดนี้จะจัดคนเดียวไหวหรือคะ ให้พี่กับแอบเปิ้ลช่วยแล้วกันนะคะ ไปแอบเปิ้ลหิ้วของขึ้นไปไว้บนห้อง ประโยคหลังบัวตองหันมาสั่งเด็กสาว แอบเปิ้ลก็ว่าง่ายรีบหยิบหิ้วถุงกระดาษจนเต็มสองมือเดินขึ้นชั้งสองไป แต่พอปลายเทียนตั้งท่าจะเข้ามาช่วยถือก็ถูกปฏิเสธทันที

              ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง ให้พี่กล่องมันถือดีกว่า พี่กล่องยืนบื้ออยู่ทำไม มาช่วยกันซิ บัวตองหันไปเรียกสามี กล่องรีบเข้ามาช่วยตามคำบอกอย่างว่าง่ายอีกคน น้องปลายมาเหนื่อยๆ ไม่ต้องช่วยหรอกค่ะ นั่งอยู่ตรงนี้แหละค่ะ นั่งพักให้หายเหนื่อยเสียก่อน เออ... ว่าแต่ทานอะไรมาหรือยังคะ

              ยังคะ ปลายเทียนอ้อมแอ้มตอบ

              คุณเจมส์เธอไม่ได้พาไปทานข้าวที่ไหนเลยหรือคะ บัวตองตาโตถาม

              พาไปค่ะ แต่ว่า... ปลายทานไม่ทานเองน่ะค่ะ

              ทำไมล่ะค่ะ

              ปลายเอ่อ... ปลายทานไม่เป็นค่ะ คุณปรมินทร์พาไปทานสเต็ก ซึ่งปลายเองก็ไม่เคยทานมาก่อน ก็เลย... ทานไม่ลง หญิงสาวยิ้มแหยๆ ตอบมา ถึงจะอายที่บอกความจริงว่าเธอนั้นบ้านนอกแค่ไหนที่ทานอะไรง่ายๆ แค่นี้ไม่เป็น มันก็ยังดีกว่าจะมาแอบเก็บไว้แล้วเผยทีหลัง ถ้าแบบนั้นมันอาจจะดูน่าอายกว่ายอมรับความจริงไปตรงๆ

              บัวตองฟังแล้วก็ยิ้ม ปลายเทียนใสซื่อไม่เคยคิดที่ปิดปังอะไรกับตนเลยสักอย่าง พูดแต่ความจริงเสมอ ถึงแม้มันจะดูน่าอายอยู่สักหน่อยสำหรับคนเล่า แต่เธอก็พูดมันออกมาอย่างจริงใจ

              ถ้าอย่างนั้น พี่บัวเอาของไปเก็บแล้วเดี๋ยวจะไปทำกับข้าวให้ทานนะคะ

              ขอบคุณค่ะพี่บัว

 

              เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ปลุกคนหลับให้สะดุ้งตื่นเพราะตกใจ ปรมินทร์งัวเงียควานหาโทรศัพท์มือถือที่เขาวางไว้หัวเตียงก่อนจะงีบหลับไป

              ฮัลโหล ปรมินทร์พูดครับ เขาบอกชื่อเต็มไปเพราะไม่ได้ดูเบอร์โทร.ที่โทรเข้ามา

              บอกซะเต็มยศเลยนะไอ้ลูกชาย เสียงของบิดากรอกตามสายมาทำให้คนถูกทักถึงกับยิ้ม

              อ้าว... พ่อเองหรือครับ ผมไม่ทันได้ดูว่าใครโทร.เข้ามา พ่อสบายดีหรือครับ พี่เมศวร์เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมไม่ได้คุยกับพี่เมศวร์เลย คุยแต่กับพ่อ พอได้ยินเสียงของบิตาเขาก็ตาสว่างขึ้นมาทันที

              อยากคุยกับพี่เขาอย่างนั้นรึ ตอนนี้พี่เขาไม่อยู่หรอก ออกไปเที่ยวกับสาว

              อะไรนะครับ ออกไปเที่ยวกับสาว นี่หมายความว่า... พี่เมศวร์มีคู่ควงใหม่ที่โน่นหรือครับ ปรมินทร์ตาโตเมื่อได้ยินข่าวใหม่จากผู้เป็นบิดา มันเป็นไปได้ยังไงกัน หรือว่าแค่ควงเล่นแบบขำๆ ไม่จริงจัง แต่ก็ไม่น่าจะใช่เพราะพี่ชายของเขาไม่ใช่ประเภทนั้น

              ใช่ พี่ชายเรามีคู่ควงใหม่แล้ว อยากรู้ไหมว่าเป็นใคร

              พ่อพูดอย่างกับว่าผมจะรู้จักผู้หญิงคนที่พี่เมศวร์ควงอย่างนั้นแหละ

              พ่อคิดว่าเจมส์น่าจะรู้จักนะ และเหมือนจะรู้จักเป็นอย่างดีทีเดียวเชียวล่ะ

              ห๊า! ผมนี่หรือรู้จัก ใครกันหรือครับพ่อ

              ก็หนูแพ็ตอย่างไรล่ะ พอได้ยินชื่อนี้เข้า ปรมินทร์ถึงกับร้องลั่นออกมาด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าบิดาและพี่ชายจะได้เจอกับแฟนสาวของตัวเองที่นั่น

              พ่อเจอกับแพ็ตหรือครับ เจอกันได้ยังครับ เล่าให้ผมฟังหน่อยสิ แล้วนี่พี่เมศวร์ไปเที่ยวกับแพ็ตนานหรือยังครับ แล้วไปด้วยกันบ่อยไหมครับ พ่อครับพ่อเล่าให้ละเอียดเลยนะ ผมไม่ได้คุยกับแพ็ตนานแล้ว ได้แต่ส่งเมลล์คุยกันอย่างเดียว รีบเล่าเลยครับพ่อ รีบเล่าเลย ลูกชายสุดที่รักถามเป็นชุดเล่นเอาคนเป็นพ่อถึงกับหัวเราะร่วน

              ใจเย็นๆ ใส่เป็นชุดเลยนะ เรื่องนี้พ่อคงเล่าไม่ได้หรอก เอาไว้ถามพี่ชายเราเองแล้วกันเพราะว่า พรุ่งนี้พ่อกับพี่ก็จะบินกลับเมืองไทยแล้ว

              ห๊า! อะไรนะครับ ผมหูไม่ฝาดไปใช่ไหม พ่อจะกลับมาพรุ่งนี้ ก็ไหนตอนแรกพ่อบอกผมว่าจะไปงานเลี้ยงลูกค้าเสร็จก่อนแล้วค่อยกลับไงครับ แล้วนี่ยังไงฮะ งานเลี้ยงเสร็จเรียบร้อยดีแล้วหรือครับ เขาหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินข่าวดีแต่ก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะมันเร็วเกินความคาดหมาย

              พอดีว่า... งานเลี้ยงถูกเลื่อนออกไปอย่างกะทันหัน พ่อกับพี่ก็เลยตัดสินใจกลับก่อน เรื่องงานเลี้ยงค่อยว่ากันทีหลังเพราะมันไม่สำคัญอะไร เรื่องเที่ยวบินพ่อจะโทร.บอกอีกทีพรุ่งนี้ เออ... อีกเรื่อง พาหนูปลายมารับพ่อกับพี่เราที่สนามบินด้วยล่ะ ประโยคหลังจากบิดดาทำให้คนฟังถึงกับคอแข็ง ทำไมต้องพาปลายเทียนไปด้วยนะ ผู้หญิงคนนี้สำคัญอะไรนักหนากันเชียว อะไรๆ ก็หนูปลาย

              ครับ เขารับคำอย่างว่าง่ายโดยไม่มีข้อขัดแย้งหรือซักถามอย่างเช่นแต่ก่อน บิดาของเขาวางสายไปแล้ว เขามองโทรศัพท์ในมือของตัวเอง นัยน์ตาเหม่อลอย ในหัวครุ่นคิดถึงลูกหนี้สาวซึ่งเป็นคนสำคัญเหลือเกินสำหรับบิดาของเขา

              อะไรๆ ก็หนูปลาย หนูปลาย เธอนี่มันมีอะไรดีนะ เขาพูดกับตัวเองพร้อมกับลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือซ้าย มันบอกเวลายี่สิบสามนาฬิกากับอีกสี่สามนาที เฮ้ย... ห้าทุ่มแล้วเหรอเนี่ย เราหลับไปกี่ชั่วโมงกันแล้วล่ะเนี่ย

              เที่ยงคืนตรงเขาออกมาจากห้องน้ำ หลังจากเข้าไปชำระร่างกายเป็นที่เรียบร้อยและไม่นานเขาก็พร้อมอยู่ในชุดที่จะเข้านอนแต่ทว่าเขากลับไม่นอน ชายหนุ่มตรงไปยังเรือนหลังเล็ก จุดหมายก็คือลูกหนี้สาวคนสำคัญของพ่อเขาอีกตามเคย

              ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะ เขาใช้กุญแจสำรองที่มีอยู่ไขเข้าไปอย่างแผ่วเบา เจ้าของห้องไม่รู้ตัวเลยว่าถูกคนย่องเบาเข้าห้องนอน ร่างบางยังหลับสนิทลมหายใจสม่ำเสมอ เขายืนมองเธอที่ข้างเตียงนอน ค่อยๆ หย่อนกายลงนั่งยังขอบเตียงอันหนานุ่ม หญิงสาวยังคงไม่รู้สึกตัวอยู่เช่นเดิมเหมือนกำลังหลับลึก มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หล่นลงมาปิดที่พวงแก้มใสออกอย่างแผ่วเบา ในเงาสลัวของห้องนอน แสงจันทร์รำไรที่สาดผ่านทางหน้าต่างที่เปิดแง้มเอาไว้ มันทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา คนที่นอนหลับอยู่บนเตียงสวยราวกับนางฟ้าอย่างที่ช่างทำผมแต่งหน้าคนนั้นถามมา เธอสวยจนคิดว่าไม่ใช่คนเดียวกันเสียด้วยซ้ำ เพราะสภาพเดิมของเธอมันทั้งจืดชืดไร้ชีวิตชีวา ไม่มีสีสันดึงดูดเอาเสียเลย แต่พอได้แต่งนิดเติมหน่อยกลับกลายเป็นคนละคนไปเลย

              เธอมีอะไรหลายอย่างในตัวที่ฉันไม่รู้และคาดไม่ถึงอยู่เสมอนะปลายเทียน หลังจากที่พ่อฉันกลับมาแล้วมันจะมีอะไรที่ฉันไม่รู้และคาดไม่ถึงอีกหรือเปล่า เธอรู้ไหมว่าฉันอยากจะรู้เรื่องระหว่างเธอกับฉันใจจะขาดอยู่แล้ว เมื่อไหร่เรื่องของเราจะจบลงเสียที ยิ่งนับวันเธอก็ยิ่งรบกวนจิตใจของฉันขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไหร่เธอจะออกไปจากชีวิตของฉัน ออกไปให้ไกลจากฉันเสียที

              คำถามนั้นเบาเกินกว่าที่คนหลับจะได้ยิน ปรมินทร์ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปใกล้ใบหน้าของคนหลับ จมโด่งและริมฝีปากได้รูปจูบแผ่วเบาอ่อนโยนที่หน้าผากมน คำพูดกับการกระทำมันมักจะสวนทางกันอยู่เสมอ เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ ปากนั้นคอยแต่พูดกระแทกแดกดันผลักไสแต่ใจนั้นกลับคิดถึงโหยหาเหมือนอยากจะเหนี่ยวรั้ง เธอคือคนที่ทำให้เขาทรมานอย่างที่สุด      


 

                        

             

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

1,019 ความคิดเห็น

  1. #425 darika-grammy (@darika-grammy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2554 / 22:34
     นางฟ้าตกสวรรค์

    #425
    0
  2. #306 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2554 / 22:29
    พ่อนายเจมส์จะมาแล้วอยากรู้จริงว่าจะพูดอะไร
    #306
    0
  3. #202 pimpimwall (@pimpimwall) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2554 / 20:07

    แหมเอารูปนางฟ้ามาลงให้ด้วย สงสัยคุณเจมส์ลักหลับหนูปลายแน่แน่เลย

    #202
    0
  4. #118 Oui-CuTe (@ouicute116) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 11:34

    อร๊ายยย ค้าง~~ อย่าลืมมาต่อนะค่ะ

    .........................................


    #118
    0
  5. #113 NumZ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2554 / 23:17
    ต้องให้น้องปลายหยิ่งสุดๆๆไปเลยนะค่ะ นู๋รออานอยู่นะ^________^
    #113
    0
  6. #95 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2554 / 13:00
    รอแล้ว อยากรู้ถ้าพี่นายเจมส์แกล้งทำเป็นชอบปลายแล้วจะเป็นไง
    #95
    0
  7. #94 porb (@porb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 21:20
     รอต่อๆๆๆๆๆ
    #94
    0
  8. #93 นานา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 20:49
    ต่อค่ะต่อ อยากรู้เหตุผลของคุณพ่อที่ส่งน้องปลายมาให้เฮียเจมส์ทรมาณเล่นแล้ว

    #93
    0
  9. #91 Pewn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 17:50
    และแล้วก็ออกอาการ...(หมาหวงก้างหรือเปล่า)นะนายเจมส์
    #91
    0
  10. #90 Pewn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 17:50
    และแล้วก็ออกอาการ...(หมาหวงก้างหรือเปล่า)นะนายเจมส์
    #90
    0
  11. #89 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 20:16
    รออ่านค่ะ
    #89
    0
  12. #88 ม่านเมฆา (@geniegirl) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 19:44

    เป็นกำลังใจให้ค่ะสู้ๆ

    #88
    0
  13. #87 banreng (@tasjaros) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 18:55
    สนุกมากค่ะ อยากอ่านต่อเร็วๆจัง
    #87
    0
  14. #86 mommam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 17:15
    สนุกมากมาย มาอัพ ทุก สัปดาห์และวันหยุดนะคะ
    #86
    0
  15. #85 Park Ji Wook (@nookdaesungtoptg) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 15:56
    ขอโทษที่มาลงตอนนี้ให้อ่านกันช้าไปหน่อย ไร้เตอร์เร่งแบบสุดๆ แล้ว อย่าโกรธกันนะคะ และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านค่ะ
     


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 เมษายน 2554 / 15:57
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 14 เมษายน 2554 / 15:58
    #85
    0