หนี้พิศวาส (Debt love)

ตอนที่ 14 : บทที่ 14 (สำหรับอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 มิ.ย. 54

 

 

  

หนี้พิศวาส 14

              ปรมินทร์ยังคงนั่งมองคนหลับอยู่เช่นนั้น เขาบอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรกับปลายเทียน อนาคตที่วาดฝันเอาไว้ระหว่างเขากับปาริฉัตรมันจะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ก็ไม่อาจคาดเดาได้ คนที่เขาเลือกที่จะร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดไปคือปาริฉัตร แล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะ คนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาอย่างไม่คาดฝัน เขาจะทำอย่างไรกับเธอดี ชายหนุ่มเริ่มสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง แต่เมื่อเวลานั้นมาถึงเขาคงต้องตัดสินใจเลือกคนที่เขารักไม่ใช่คนที่เข้ามาทำให้เขาหวั่นไหวอยู่ในขณะนี้ เขาบอกตัวเองในใจ

              เธอมันก็แค่ชั่วคราวประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น เขาพูดกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวไปหยุดอยู่อยู่ที่หน้าต่างซึ่งเปิดเอาไว้ ปรมินทร์แหงนหน้ามองท้องฟ้าสูดอากาศยามค่ำคืนเข้าเต็มปอด คืนนี้เป็นคืนเดือนหงายพระจันทร์ทรงกรดสวยงาม เขายิ้มกับตัวเองเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะเข้าสู่ห้วงอารมณ์โรแมนติก มายืนชมจันทร์อยู่ได้คนเดียว ปรมินทร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงพลางเหลือบมองนาฬิกาที่หัวเตียง ซึ่งมันบอกเวลาขณะนี้ว่า ยี่สิบสี่นาฬิกากับอีกห้าสิบแปดนาที

              อีกสองนาทีก็จะตีหนึ่ง ฉันควรจะกลับไปนอนที่ห้องหรือว่าจะนอนที่นี่กับเธอดี ปลายเทียน เขาเอ่ยถามคนหลับทั้งที่รู้ว่าไม่ได้คำตอบอะไร เขาสองจิตสองใจ ใจหนึ่งก็อยากกลับไปนอนที่ห้องแต่อีกใจมันกลับค้านไว้ นอนที่นี่ก็ไม่เห็นจะเป็นไร เพราะอย่างไรเสียมันก็เป็นบ้านของเขาเหมือนกัน มีเตียงนอนให้นอนเช่นกัน และที่สำคัญมีหมอนข้างดิ้นได้ไว้ให้กอดอีกเสียด้วย ความสุขสองต่อแบบนี้จะหาได้จากที่ไหนอีกถ้าไม่ใช่ที่นี่ คืนนี้ เหมือนความคิดหลังจะชนะขาดลอยด้วยการยกเหตุผลมาอ้าง

              ฉันรู้ว่ามันน่าเกลียดที่เข้าห้องเธอในยามวิกาลอย่างนี้ แต่คืนนี้ฉันไม่อยากนอนคนเดียว ปรมินทร์เอ่ยพร้อมกับก้าวขึ้นเตียงอย่างเบากริบเพราะกลัวคนหลับจะรู้สึกตัวตื่น ผ้าห่มผืนหนาถูกเลิกออกก่อนที่เขาจะแทรกตัวเข้าไปแล้วห่มไว้อย่างเดิม ความยวบของที่นอนทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ตัวแล้วก็ต้องตกใจตื่นขึ้นมากลางดึง เมื่อแก้มข้างซ้ายของเธอถูกสัมผัสอย่างหนักหน่วงจากอะไรบางอย่างคล้ายกับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์

              หื้อ... อะไร ว้าย...! ใครน่ะคุณเป็นใคร ช่วยด้วย ชะ อื้อ... ประโยคหลังหายเพราะปรมินทร์ประกบจูบเธออย่างรวดเร็ว เพื่อให้เธอหยุดร้องโวยวาย เขารู้ว่าเธอคงตกใจมากที่จู่ๆ ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึงเพราะมีใครแอบย่องเข้ามาหาถึงเตียงนอนเช่นนี้ เขารู้ว่ามันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและดูน่าเกลียด ขณะนี้คุณธรรมฝ่ายดีมันดันมาด้อยกว่าฝ่ายชั่วไปเสียแล้ว มันเลยทำให้จิตใจของเขามืดบอดทำอะไรที่ไม่ควรอย่างนี้ หญิงสาวช็อกไปชั่วขณะเพราะตกใจมาก

              ปลายเทียน ฉันเอง เขาบอกเมื่อถอนจุมพิตออก และเธอไม่ดิ้นรนขัดขืนแล้ว ปลายเทียนอื้ออึงมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามาทำอะไรเธอถึงในห้องเช่นนี้

              คุณ คุณปรมินทร์ เธอเรียกชื่อเขาเหมือนจะไม่เชื่อแต่ก็ต้องเชื่อเพราะขณะนี้เขากำลังกอดเธออยู่และเมื่อครู่เขาก็เพิ่งปล้นจูบเธอไป

              ใช่ฉันเอง ไม่ต้องตกใจ พูดจบเขาก็จูบเธออีกครั้ง และอีกครั้งที่เธอเองก็ต้องตกใจเบิกตาโต ดินรนขลุกขลักในอ้อมแขนแข็งแรง

              คุณ ปรมินทร์ อย่าค่ะ เสียงร้องห้ามติดขัดเมื่อเขาละจากริมฝีปากของเธอลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่น ไม่นะคุณปรมินทร์ อย่าทำอะไรแบบนี้ ปลายเทียนขัดขืนพยายามใช้สองมือดันแผงอกกว้างที่มันเบียดทับเธออยู่ให้ออกห่างแต่ก็เหมือนเอาไม้ซี่ไปงัดไม้ซุงเพราะร่างหนาไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย

              ทำไม เขาเงยหน้าขึ้นถามมา มันเป็นคำถามที่คนฟังถึงกับอึ้ง

              ทำไมอย่างนั้นหรือ คุณบ้าแล้วหรือไง คุณจะมาทำอะไรฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ แล้วนี่คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไงกัน หญิงสาวทั้งต่อว่าทั้งตั้งคำถาม จนทำให้เขายิ้มออกมา มือบางเองก็พยายามผลักไสเท่าที่เธอคิดว่าจะทำได้

              ห้องเธอที่ไหนกัน เธอลืมไปแล้วหรือว่านี่มันบ้านฉันและที่สำคัญนะห้องนี้มันก็ห้องนอนของฉัน ฉันแค่ให้เธอนอนนะไม่ได้ยกให้ เขาบอกเหตุผลที่คนฟังต้องอึ้งไปอีกครั้ง

              จะอะไรก็ช่าง คุณไม่ควรที่จะเข้าห้องคนอื่นดึกดื่นแบบนี้ และที่สำคัญคุณไม่ควรทำกับฉันแบบนี้ด้วย หญิงสาวบอกพร้อมกับใจเต้นโครมคราม ทั้งกลัวทั้งตกใจไม่หาย นี่เขาคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ย่องเข้าห้องมาหาเธอในยามวิกาล ซึ่งเธอเองก็ไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะทำอะไรที่มันดูน่าเกลียดเช่นนี้เหมือนกัน

              ทำแบบไหนเหรอ เขาหน้าตายถามมาเหมือนว่าไม่ได้กระทำการใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก ปลายเทียนดิ้นรนพยายามให้เขาปล่อยตัวแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น

              นี่ปล่อยสิ คุณจะข่มขืนฉันหรือยังไง เธอถามในสิ่งที่ใจคิด

              เปล่าไม่ได้คิดจะข่มขืน แต่ก็ไม่แน่นะ ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง เขาก็ตอบอย่างที่ใจคิดไว้เหมือนกัน

              หมายความว่ายังไง อะไรขึ้นอยู่กับตัวฉัน นี่คุณเข้าห้องคนอื่นแถมยังมาทำอะไรน่าเกลียดกับฉันถึงบนเตียงแล้วยังมาพูดจาแบบนี้อีกเหรอ ปล่อยนะคุณปรมินทร์ ปล่อยสิ

              ทีแรกฉันแค่คิดว่าจะเข้ามานอนเป็นเพื่อนเธอ ไม่ได้คิดจะทำอย่างอื่นเลยจริงๆ แต่ตอนนี้ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว

              อะไรนะ! อย่านะคุณปรมินทร์ อย่า... ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงระดมจูบไปทั่วใบหน้าและลำคอระหงของเธออย่างกระหาย คราแรกก็รู้สึกอยากจะแกล้งแต่ทว่ากลิ่นกายสาวกลับยั่วยวนปั่นป่วนอารมณ์ชายจนเกินจะห้ามใจ มันปลุกความต้องการของเขาขึ้นมาอย่างไม่อาจยับยั้ง ปลายเทียนพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่มันก็เปล่าประโยชน์ ปรมินทร์ยังคงซุกไซ้สูดดมความหอมจากซอกคอขาว จากที่เคยดิ้นรนขัดขืนก็แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนระทวยเพราะถูกคนมากประสบการณ์เล้าโลมอย่างหนัก อารมณ์บางอย่าในกายสาวก็เริ่มก่อตัวขึ้นมันรู้สึกแปลกๆ ทั้งวาบหวาม ซาบซ่าน จนบรรยายไม่ถูก

              ปลายเทียน ฉันขอนะ คืนนี้ ฉันขอ ปรมินทร์เอ่ยปากขอ ทั้งที่ชีวิตนี้ เรื่องผู้หญิงเขาไม่เคยเอ่ยปากขอกับใครมาก่อน เธอเป็นคนแรกซึ่งเขาก็ไม่เข้าในเหมือนกันว่าทำไมต้องขอด้วย ในเมื่อเธอก็เป็นของเขาอยู่แล้ว

              คุณปรมินทร์ ปลายเทียนครางชื่อเขาเสียงแผ่วหวามไหวกับสัมผัสที่ถูกปลุกเร้า เขาขอเธออย่างนั้นหรือ ซาตานร้ายขอความสุขทางความใคร่จากเธอแล้วเธอล่ะจะได้อะไรจากการกระทำของเขาครั้งนี้

              ฉันต้องการเธอ เขาบอกเมื่ออารมณ์ความต้องการพุ่งขึ้นสูงยากเกินควบคุมและเขาก็ไม่คิดที่จะควบคุมมันด้วย เมื่อเธอคือสิ่งที่ทำให้เขาปั่นป่วนอารมณ์ทุกครั้งที่เข้าใกล้

              ไม่นะคะ คุณอย่าทำอะไรฉันเลย ฉันขอร้องล่ะ ฉันยังไม่พร้อม ฉันกลัว ปลายเทียนบอกเสียงสะอื้นเหมือนจะร้องไห้ หากห้ามเขาไม่ได้มันก็คงเข้าอีหรอบเดิม ความเจ็บปวดครั้งนั้นเธอยังจำมันได้ดี เธอไม่อยากโดนซ้ำสอง แต่มีหรือที่เธอจะรอดเนื้อมือซาตานร้ายอย่างเขาไปได้ขอร้องไปมันจะได้ผลอะไร เมื่อเธอเองก็เหมือนจะรู้อยู่แกใจอยู่แล้ว

              ไม่ต้องกลัว มันไม่มีอะไรน่ากลัวเชื่อฉัน เขาหว่านล้อมพร้อมกับจูบเบาๆ ที่หน้าผากละเรื่อยลงมาที่สันจมูกโด่งเล็กได้รูปของเธอก่อนจะจุมพิตที่ปากอิ่ม สัมผัสของเขานั้นนุ่มนวลอ่อนหวาน มันเป็นการล่อหลอกให้หลงกลเชิญชวนให้อยากลอง มันเป็นการลวงให้เธอคล้อยตาม ปลายเทียนกำลังเข้าสู่ห้วงอารมณ์วาบหวามซาบซ่านจากซาตานร้ายผู้ช่ำชองชำนาญการณ์ เขากำลังหว่านล้อมและอ้อนวอนเธอด้วยจุมพิตที่แสนเสน่ห์หา

              คุณปรมินทร์ ยะ อย่า 

.............................................................................เลิฟซีนต้องตัดค่ะ ขออภัยด้วย ไว้ตอนเป็นเล่มแล้วค่อยอ่านนะคะ..............
             
ปลายพร้อมนะ ฉันทนไม่ไหวแล้วฉันต้องการเธอ เดี่ยวนี้ ปรมินทร์เอ่ยขึ้นเสียงแหบพร่าเมื่อความต้องการมาถึงขีดสุดและคิดว่าเธอเองก็พร้อมแล้วสำหรับเขา ไม่มีกระแสเสียงใดๆ จากคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามไหว เมื่อเธอไม่ตอบก็แสดงว่าเธอพร้อมแล้ว พร้อมที่จะเป็นของเขาโดยสมบูรณ์

              กรี๊ด!... เจ็บ คุณปรมินทร์ ฉันเจ็บ (บรรยายตรงนี้ก็ตัด)
              นิดเดียว ทนอีกนิดนะ เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว เขาก้มกระซิบปลอบที่ใบหูพร้อมกระชับกอดเธอแน่น

              ไม่ ฉันเจ็บ ออกไปก่อนคุณปรมินทร์ ฉันเจ็บ ปลายเทียนเจ็บปวดเกินบรรยายจนน้ำตาไหล ปรมินทร์ยังคงไม่ฟังเสียงร้องห้ามเพราะเขาหยุดไม่ได้แล้วต้องเดินทางต่อเท่านั้น ไม่สนใจกับความเจ็บปวดที่เธอได้รับ เพราะถ้าเขาหยุดก็เหมือนฆ่าตัวเองให้ตายทั้งเป็นเพราะฉะนั้นเขาจำเป็นต้องทำร้ายเธอเพื่อปลดปล่อยความร้อนที่มันอัดแน่นอยู่ภายในออกมา

              เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปและเขาก็ได้สุขสมอารมณ์หมาย ชายหนุ่มก็ฟุบหน้าลงกับอกอวบอิ่ม หอบหายใจพร้อมกับขบเม้มเบาๆ ที่เนินเนื้อขาวเนียนอย่างหมั่นเขี้ยว ทว่าพอลมหายใจของเขาอยู่ในสภาวะปกติแล้วก็ดูเหมือนว่าอารมณ์ความต้องการของเขาจะกลับมาอีกครั้ง และมันก็ใช่เมื่อเขาต้องการมันอีก ครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าทุกอย่างจะจบสิ้น คืนอันโหดร้ายทรมานใยเวลาถึงได้เดินช้านัก นี่คือความรู้สึกของปลายเทียน แต่กลับปรมินทร์เขารู้สึกเหมือนเวลามันเดินเร็วเกินไป เขายังไม่อิ่มและยังไม่หมดความต้องการในตัวเธอเลย

              ความเจ็บปวดทรมานเธอรับคนเดียวเต็มๆ สำหรับเขาคงได้รับแต่ความสุข ความสุขทางความใคร่ที่ได้จากเรือนร่างของเธอ ปลายเทียนหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง ปล่อยให้เขาทำตามใจ อยากทำอะไรกับเธอก็ตามสบายเอาให้คุ้ม เอาให้พอใจ เมื่ออะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ห้ามอย่างไรเขาก็คงไม่ฟังเสียง เธอมันเพียงแค่ลูกหนี้ขัดดอกที่เอาตัวเข้าแลก แบบนี้ไม่ใช่หรือที่พ่อแม่ของเธอต้องการให้เป็น ก็สมใจของทุกคนแล้วนี่ ชาติที่แล้วเธอทำเวรทำกรรมอันใดไว้หนอ ชาตินี้ถึงได้รับแต่ความทุกทรมาน ทั้งกายและใจแบบนี้

              ปรมินทร์ ผู้ชายคนนี้ คือเจ้าหนี้ผู้โหดร้าย เขาบุกเข้าหาเธอถึงในห้องนอนและเป็นยามวิกาลโดยที่ไม่ให้เธอรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ มิหนำซ้ำยังขึ้นมาปลุกปล้ำเธอถึงบนเตียง เขาทำราวกับว่าเธอนั้นไร้ค่า อยากทำอะไรก็ทำ เมื่อไหร่เวลาใดก็ได้แล้วแต่ความต้องการ เขาฆ่าเธอด้วยไฟพิศวาสแล้วก็ลากให้เธอลงนรกตลอดกาล

              แสงอรุณในยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างเข้ามายังภายในห้อง ทำให้คนที่กำลังนอนหลับอย่างมีความสุขต้องตื่นขึ้นเพราะรู้สึกร้อน

              อืม... เช้าแล้วหรือเนี่ย ปรมินทร์ซอยเปลือกตาถี่เพื่อปรับสายตากับแสงอรุณที่ส่องเข้ามา เมื่อปรับสายตาได้แล้วเขาก็มองคนในอ้อมกอดแล้วก็ยิ้ม เมื่อคืนนี้ ปลายเทียนทำให้เขามีความสุขอย่างที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนให้เขาได้แบบนี้ แม้แต่แฟนสาวของเขาเอง ชายหนุ่มค่อยๆ ผละจากร่างบาง ก้าวลงจากเตียงเพื่อเดินไปปิดหน้าต่างไม่ให้แสงส่องเข้ามาได้อีกก่อนจะกลับมาเปิดแอร์แล้วก็กลับขึ้นไปบนเตียงอีกครั้ง

              เช้าแล้วแม่คนขี้เซา เขากระซิบข้างหูคนหลับเพื่อปลุกให้เธอตื่น

              หึ อือ... ปลายเทียนครางเสียงอู้อี้แต่ไม่ยอมลืมตา จมูกโด่งเลยทำหน้าที่ปลุกแทนโดยการหอมลงไปหนักๆ ที่แก้มเนียนใส สูดดมกลิ่นกายสาวเข้าเต็มปอดและมันก็เป็นการปลุกที่ได้ผล หญิงสาวสะดุ้งตื่นแทบจะทันทีเมื่อโดนเข้าแบบนี้

              อือ... คุณปรมินทร์ พอลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าของซาตานร้ายอยู่ห่างแค่ฝ่ามือ หญิงสาวตั้งท่าจะลุกแต่ก็ถูกเขากดไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแรงพร้อมกระชับกอดให้แน่นขึ้น

             จะไปไหน เขาถามพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้ามาหมายจะจุมพิตแต่เธอกลับเบี่ยงหน้าหลบชายหนุ่มเลยพลาดจากปากงามไปโดนแก้มใสแทนแต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเธอหวานไปทั้งตัวอยู่แล้วจะโดนตรงไหนก็ไม่สำคัญ

              พอแล้วคุณปรมินทร์ พอเถอะ แล้วก็ปล่อยฉันได้แล้ว ตะ ตื่นแล้วก็ต้องลุกสิคะ ปลายเทียนหน้าแดงอ้อมแอ้มตอบมา เธอรู้สึกอายเมื่อตื่นมาอยู่ในสภาพนี้ ใต้ผ้าห่มผืนหนาร่างของเธอและเขาเปลือยเปล่าทั้งคู่ เมื่อคืนที่ผ่านมามันตอกย้ำถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขาได้เป็นอย่างดี

             ถึงจะตื่นแล้วก็นอนต่อได้ ฉันยังไม่อยากลุก เขาบอกชิดแก้มเนียนใช้จมูกคลอเคลียไปมาเบาๆ หญิงสาวเริ่มรู้สึกวาบหวามจากสัมผัสของเขา

             เรื่องของคุณ อยากจะนอนต่อก็นอนฉันจะลุกแล้ว ปล่อยค่ะ หญิงสาวพยายามดันหน้าอกเขาออกห่างแต่มันไม่ง่ายเลย หน้าอกแกร่งเหมือนภูผายากเกินจะผลักดันให้ขยับออกไปได้

              แน่ใจเหรอว่าจะลุก เอ้า อยากลุกก็ลุกไป ไปอาบน้ำแต่งตัวเสียให้เรียบร้อยด้วยนะ เอาล่ะฉันจะนอนต่อแล้ว ว่าแล้วก็ปิดปากหาวพลิกตัวลงนอนข้างๆ แต่ตายังลืมอยู่แถมยังมองเธอตาเยิ้ม ส่วนคนถูกมองก็เริ่มทำตัวไม่ถูก ตั้งท่าจะลุกขึ้นไปอาบน้ำอย่างจริงจังก็ต้องชะงัก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยแม้สักชิ้นเดียว ก็เขานั่นแหละที่เป็นคนถอดมันออกเมื่อคืนนี้ ปลายเทียนหน้าแดงเหมือนลูกตำลึงสุกก็ไม่ปาน ขืนลุกไปในสภาพนี้รับรองได้เลยว่าน่าดูชมทีเดียวล่ะ

             ชายหนุ่มยิ้มหวานให้เมื่อเธอกระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้นไม่ยอมลุกไปอาบน้ำอยากที่บอก เขารู้ว่ายังไงเสียหญิงสาวก็คงไม่กล้าลงจากเตียงนอนไปในสภาพอย่างนี้แน่ เขาจึงกล้าเอ่ยปากไล่ และแล้วคนที่จะลุกไปอาบน้ำก็ไม่ยอมขยับกายไปไหนอีก

             อ้าว... จะไปอาบน้ำไม่ใช่เหรอ แล้วจะนั่งอยู่ทำไมล่ะ ทำไมไม่ไปอาบเสียที เขาแกล้งไล่เมื่อรู้ว่ายังไงเธอก็ไปไหนไม่ได้ ปลายเทียนหน้าแดงหนักกว่าเดิม เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยว่าเขากลับไป

             แล้วคุณล่ะ จะนอนไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่นอนเสียที คนนอนเขาไม่ลืมตาแป๋วอยู่อย่างนี้หรอก คนนอนเขาก็ต้องหลับตาสิไม่ใช่ลืมตามองคนอื่นเขาอยู่ได้ปลายเทียนต่อว่ามาแต่ก้มหน้าซ่อนอาย

             ก็ว่าจะนอนนั่นแหละแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ แล้วเธอล่ะจะไปอาบน้ำไม่ใช่เหรอทำไมไม่ไป ถ้ายังไม่ไปอาบน้ำก็มานอนเป็นเพื่อนฉันดีกว่า มาม๊ะ ประโยคหลังเขาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงแกล้งยั่ว แต่หญิงสาวก็แย้งขึ้นแทบจะทันที

             ไม่ เสียงดังฟังชัดจนเขาหัวเราะออกมาไม่ถือสาเอามาเป็นอารมณ์

             ไล่ไปอาบน้ำก็ไม่ไป ชวนให้นอนก็ไม่นอน จะเอายังไงกันแม่คุณ หึ บอกหน่อยซิว่าจะเอายังไง

             ฉันจะลุกไปได้ยังไง ในเมื่อคุณยังนอนลืมตามองฉันอยู่อย่างนี้ ขืนลุกไปในสภาพนี้ก็โป้ต่อหน้าคุณกันพอดี

             แล้วไง อายอย่างนั้นเหรอ จะอายไปทำไมในเมื่อฉันเห็นหมดแล้วว่าอะไรเป็นอะไรเป็นอะไร ใช่ว่าเมื่อคืนจะเป็นนครั้งแรกเสียที่ไหน หรือว่าไม่จริง ปลายเทียนเถียงไม่ออกนิ่งอึ้งไปกับคำพูดของเขาจนต้องสะบัดหน้าหนีหันไปมองทางอื่น ถึงเขาจะพูดเรื่องจริงแต่เธอก็ไม่อยากจะฟังเพราะมันเป็นการตอกย้ำให้รู้ว่าเธอไม่หลงเหลืออะไรให้ภูมิใจได้อีกแล้ว

              บ้า เธอว่ามาเบาๆ

              พูดเรื่องจริงก็หาว่าบ้า ถ้าไม่ลุกไปอาบน้ำ ฉันว่าเรามาทำอย่างอื่นกันดีกว่าไหม เขาเอ่ยชวนสองแง่สองง่ามให้เธอคิด ตากลมโตหันมามองเขาอย่างหวาดๆ พร้อมกับดึงผ้าห่มให้กระชับแน่นยิ่งขึ้น ร่างบางเริ่มถอยร่นไปอยู่ชิดหัวเตียงก่อนจะเอ่ยถามเสียงสั่นเพราะกลัวว่าเขาจะทำอย่างเมื่อคืนนี้อีก เธอไม่ต้องการมันไม่ต้องการแบบนั้นเลยจริงๆ

              ทำอะไรเธอถามเสียงห้วนมองเขาตาโตราวกับไข่ห่าน เหมือนใบหน้าของเขาเป็นตัวอะไรที่น่ากลัวขยะแขยงไม่อยากให้เข้าใกล้

              แล้วเธอคิดว่าเราทำอะไรกันดีล่ะ น้ำเสียงของเขาเย้าแหย่อยู่ในทีและเหมือนว่า พูดทีเล่นทีจริง

              คุณอย่ามาถามฉันแบบนี้นะหญิงสาวแว้ดใส่อย่างลืมตัวไม่ชอบในคำถามของเขา

              เอ้า ถามก็ไม่ได้ ดุจัง งั้นไม่ถามก็ได้ทำเลยดีกว่า ว่าแล้วเขาก็ชันตัวลุกขึ้นนั่งหันไปทางเธอ นัยน์ตาคมสื่อถึงความหมายบางอย่างที่คนถูกมองถึงกับหน้าร้อนผ่าว ปรมินทร์แค่อยากจะแกล้งเธอเล่นเท่านั้นไม่ได้คิดที่จะทำอะไรกับเธอ เหมือนคำถามสองแง่สองง่ามของตัวเองเมื่อครู่ เช้านี้เขาอารมณ์ดีแค่อยากจะนอนกอดเธอต่ออีกสักหน่อยยังไม่พร้อมที่จะห่างจากร่างงามไปไหน ปลายเทียนเหมือนยาเสพติดยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งต้องการ ยิ่งอยากสัมผัส โหยหาไม่อยากห่างไกล

              ไม่นะคุณปรมินทร์ อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ฉะ ฉันไม่ต้องการ ฉันไม่พร้อมและไม่ชอบมันด้วย เธอละล่ำละลักบอกมา

              ไม่ต้องกลัวไปหรอกเพราะเดี๋ยวเธอก็ชอบมันเองนั่นแหละ รับรองได้ว่าไอ้ที่พูดมาเมื่อกี้นี้เธอจะลืมมันไปเลย

              ไม่คุณปรมินทร์ อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันขอร้อง ปลายเทียนขอร้องเสียงสั่น เธอกลัวจริงๆ หญิงสาวยังไม่พร้อมที่จะให้เขาทำร้ายเธออีก เธอยังเจ็บไม่หายและรู้สึกเหมือนจะระบมไปทั้งตัวเหมือนจะเป็นไข้อีกด้วย

              จะขอร้องไปทำไมปลายเทียนเธอควรจะทำตัวให้ชินนะ เพราะอะไรรู้ไหม เริ่มจากวันนี้เป็นต้นไปเธอจะต้องให้ความสุขกับฉันทุกคืนหรือไม่ก็ทุกครั้งที่ฉันต้องการ ชายหนุ่มทำหน้าจริงจังจนคนฟังถึงกับอ้าปากค้าง นี่เธอกลายเป็นเครื่องสนองความใคร่เขาไปแล้วอย่างนั้นหรือ สองมือหนาเอื้อมคว้าต้นแขนขาวเนียนกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง คล้ายอย่างกับว่าไม่พอใจและเริ่มมีโทสะที่เธอปฏิเสธเขา

               ไม่นะ ฉันไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของคุณ ฉันไม่ยอมให้คุณทำกับฉันอย่างเมื่อคืนนี้อีกหรอก ร่างบางพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนแข็งแรงที่รัดร่างเธอจนแน่น ทั้งจมูกและปากก็พรมจูบไปทั่วทั้งใบหน้าลำคอและหน้าอกอวบอิ่มอย่างไม่ฟังเสียงคนร้องห้าม ร่างบางถูกผลักให้นอนราบกับที่นอนและเขาก็ยังซุกไซ้หาความหอมหวานจากเรือนร่างของเธออย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ

              อืม... อย่าขัดใจฉันเลยน่า เธอก็รู้ว่าห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ ชายหนุ่มเงยหน้าจากอกอิ่มขึ้นมาพูดก่อนจะก้มจุมพิตเธอแต่ทว่าหญิงสาวกลับเบี่ยงหลบจึงทำให้เขาพลาดไปโดนแก้มเนียนแทน

              ไม่ ฉันไม่ต้องการมัน ฉันไม่ใช่ที่ระบายหรือเครื่องสนองตัญหาความใคร่ของคุณ ปล่อยฉันนะคุณปรมินทร์ ปล่อย เมื่อเธอเริ่มขัดขืนดิ้นรนหนักขึ้นด้วยแรงกำลังที่มีที่คิดว่าจะผลักไสเขาออกไปให้พ้นได้ทว่าก็เปล่าประโยชน์อีกตามเคย เขาเองก็เริ่มจะหมดความอดทนเหมือนกัน กลิ่นกายสาวมันเริ่มยั่วอารมณ์ของเขาให้แตกกระเจิงอีกแล้ว จากที่คิดว่าจะแกล้งเล่นๆ เท่านั้น ก็อยากจะเอาจริงขึ้นมา

              อ๋อ เหรอ แต่ขอโทษนะปลายเทียน มันต้องเป็นอย่างนั้นเสียแล้วล่ะ ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ต้องเป็นที่ระบายความใคร่ความต้องการของฉัน จะทำเป็นสะดีดสะดิ้งไปทำไม เมื่อคืนก็ตั้งกี่รอบ จำไม่ได้แล้วเหรอ เสียงเธอมันเซ็กซี่บาดใจฉันมากเลยรู้ไหม หืมส์... เขาแกล้งกระเซ้าเย้าแหย่เธอด้วยคำพูดยาบโลนไม่สนใจกับความรู้สึกของคนฟัง

              หยาบคาย คุณทำแบบนี้กับฉันทำไม ทำลายฉันเพื่ออะไร ฉันไปทำอะไรให้คุณ บอกฉันหน่อยได้ไหม ว่าฉันไปทำอะไรให้คุณตั้งแต่เมื่อไหร่ ปรมินทร์ถึงกับนิ่งเมื่อเจอคำถามที่เขาเองก็ให้คำตอบกับเธอไม่ได้ แต่คนอย่างเขามีหรือที่จะจนมุมเงียบงันกับคำถาม และคำตอบที่เธอได้รับก็คือ

              อยากรู้อย่างนั้นเหรอ ได้ฉันจะบอกให้ก็ได้ ก็ตั้งแต่ที่ครอบครัวของเธอเป็นหนี้ครอบครัวของฉันและก็ตั้งแต่วันที่เธอก้าวเข้ามาในชีวิตฉันด้วยยังไงล่ะ อีกอย่างนะ จำเอาไว้ให้ดีและก็จำเอาไว้ไปจนวันตาย เธอเป็นของฉันและฉันก็เป็นเจ้าชีวิตของเธอเพราะฉะนั้นฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวเธอ จำเอาไว้ปลายเทียน จากที่อารมณ์ดีก็กลายเป็นอารมณ์เสีย จากอารมณ์ที่กำลังก่อตัวปั่นป่วนอยู่ภายในก็เปลี่ยนเป็นหมดอารมณ์ เมื่อเธอต้องการได้คำตอบที่เขาเองก็ไม่อยากจะตอบแต่ก็ต้องตอบไป คำพูดแสนเจ็บปวดกรีดแทงลึกลงไปข้างในของคนฟังจนน้ำตาไหล เพราะอย่างนี้เองน่ะหรือ มันเป็นความผิดของเธอหรือไรกัน

              คุณไม่ใช่เจ้าชีวิตฉัน แต่ฉันก็จะจำไปจนวันตาย ว่าคุณได้ทำอะไรกับฉันไว้บ้าง

              ดี จำทุกอย่างทุกการกระทำของฉันได้ก็ยิ่งดีปลายเทียน จำให้หมดนะว่าฉันทำอะไรเธอไว้บ้าง เพราะหากวันใดวันหนึ่งเรื่องระหว่างเธอกับฉันมันจบลงเมื่อไหร่ เธอจะได้ไม่ลืมฉันยังไงล่ะ ปรมินทร์ผละจากร่างบางที่นอนนิ่งน้ำตาไหลลุกไปเข้าห้องน้ำอย่างหัวเสีย ปล่อยเธอนอนร้องให้อยู่บนเตียงคนเดียวเงียบๆ ส่วนตัวเขาเองก็ใช้สายน้ำเย็นจากฝักบัวช่วยลดอารมณ์ความโมโหให้เย็นลง

              คนเลว ฉันเกลียดคุณ ฉันเกลียดคุณ ปลายเทียนพูดกับตัวเองเสียงสะอื้น น้ำตาแห่งความเจ็บปวดและบอบช้ำไหลเป็นทาง ไม่มีวันที่เธอจะลืมความโหดร้ายที่เขาได้กระทำกับเธอไว้ ไม่มีวัน เธอจะจำมันไปจนวันตาย และหากเมื่อใดที่เธอได้เป็นอิสระจากความโหดร้ายทั้งปวงของผู้ชายคนนี้ เขานั่นแหละที่จะต้องเสียใจและร้องขอให้เธออภัยให้ และมันก็จะเป็นคราวของเธอบ้าง รับรองได้เลยว่าเขาจะต้องทรมานกว่าเธอหลายเท่า

              เกือบบ่ายสองที่ปรมินทร์เข้าบริษัทเพื่อไปทำงาน ใบหน้าของเขาไม่รับแขก บ่งบอกให้พนักงานทุกคนทราบว่าท่านรองประธานกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน เลขาหน้าห้องได้รับคำสั่งว่าห้ามให้ใครเข้าพบ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตาม น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดจนแม่เลขาสาวได้แต่ก้มหน้ารับคำไม่กล้าแม่แต่จะสบตาเจ้านาย เอกสารกองโตซึ่งวางอยู่ที่โต๊ะถูกเขาปัดหล่นกระจายเพื่อระบายอารมณ์เมื่อเข้ามายังภายในห้อง เขาโมโหตัวเองโดยที่ไม่รู้สาเหตุรู้แต่เพียงว่ากำลังสับสนอย่างหนักกับลูกหนี้สาวที่มักก่อไฟพิศวาสให้เขาเสมอเมื่อเข้าใกล้

              เธอมันนางแม่มด ฉันจะทำยังไงกับเธอดีนะปลายเทียน ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่เธอ จะมองไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าเธอ ปรมินทร์หลับตานิ่งพยายามไม่ให้นึกถึงแต่จนแล้วจนรอดเขาก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตาใบหน้าหวานก็มาปรากฏให้เห็น เขาอยากจะสะลัดภาพของเธอออกไปแต่มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน ปลายเทียนร่ายมนต์อะไรใส่เขานะ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วที่เขาไม่สามารถลืมเธอได้ ความต้องการที่มีต่อเธอไม่มีสิ้นสุดแค่เพียงคิดเขาก็รู้สึกต้องการเธอขึ้นมา

              คุณเอมอร เข้ามาหาผมหน่อย เมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรเขาจำต้องเรียกเลขาเข้ามาพบเพื่อสอบถามเกี่ยวกับแฟ้มเอกสารว่ามีอะไรต้องเซ็นบ้าง เพราะแฟ้มที่วางอยู่บนโต๊ะก็ถูกเขาปัดกระจายหล่นเกลื่อนพื้นไปหมด เมื่อแม่เลขาสาวเข้ามายังภายในห้องก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเห็นสภาพห้องของเจ้านาย

              เกิดอะไรขึ้นคะคุณปรมินทร์ เอมอรตาโตร้องถามมา

              ไม่มีอะไรหรอก ช่วยเก็บแฟ้มที่หล่นอยู่ขึ้นมาให้หน่อย และแยกด้วยนะว่าแฟ้มไหนที่ผมจะต้องเซ็นบ้าง เออ... ไอ้ที่ผมบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าห้ามให้ใครเข้าพบขอเปลี่ยนนะ ให้บอกว่าผมไม่อยู่หรือไม่ก็ไม่เข้าบริษัท ใบหน้าและน้ำเสียงนั้นแข็งจนคนรับคำสั่งกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ

              ไปกินรังแตนจากไหนมากันล่ะเนี่ย เข้าบริษัทก็สายแล้วแถมยังบอกว่าไม่อยู่อีก ดูท่าทางแล้วคงจะมีใครทำให้อารมณ์เสียมาแน่ๆ แต่เอ๊ะแปลกแฮะ ช่วงหลังเข้างานสาย บ๊อยบ่อย มีอะไรหรือเปล่านา... แม่เลขาสาวเก็บแฟ้มที่หล่นตามพื้นพลางคิดไปด้วย เจ้านายของหล่อนพักหลังนี้ดูเปลี่ยนไปมาก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่เขาถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้

              ปรมินทร์ได้รับอีเมล์เที่ยวบินของบิดาว่าจะเดินทางกลับไฟล์ไหนเที่ยวที่เท่าไหร่ ชายหนุ่มยิ้มออกมาได้พอลืมเรื่องที่ทำให้เขาครุ่นคิดมาเกือบครึ่งค่อนวันได้บ้างเล็กน้อย เวลาที่เขารอคอยใกล้จะมาถึงแล้วจะได้รู้เสียทีว่าปลายเทียนเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตเขาทำไมและพ่อของเขาจะให้เขาทำอย่างไรกับผู้หญิงคนนี้ เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ห้วงความคิด

              สวัสดีครับ

              เจมส์รู้แล้วใช่ไหมว่าคุณลุงกับพี่เมศวร์จะกลับเที่ยวบินไหน เสียงหวานถามมาอย่างอารมณ์ดี และนั่นปรมินทร์ก็รู้ทันทีว่าเป็นใครถ้าไม่ใช่รสสุคนธ์

              รู้แล้วเพิ่งได้รับอีเมล์เมื่อกี้นี้เอง เออ ว่าแต่นี่เบอร์ใคร โรสเปลี่ยนเบอร์โทร.ใหม่เหรอ เขาถามด้วยความสงสัยเพราะเบอร์ของเพื่อนสาวมันไม่ใช่เบอร์นี้ แต่มันก็คุ้นเหลือเกิน

              เปล่า เบอร์สถาปนิกเขาน่ะ ยืมเขาโทร.เผอิญว่าแบ็ทโทรศัพท์โรสหมดพอดีก็เลยต้องรบกวนเพื่อนของเจมส์นิดหน่อย

             ไม่น่าล่ะ เจมส์ก็รู้สึกคุ้นๆ อยู่เหมือนกัน ลืมไปว่ากฤษมันเปลี่ยนเบอร์ใหม่ เจมส์เองก็ยังไม่ได้บันทึกไว้เลย แล้วตอนนี้โรสทำอะไรอยู่ หรือว่าที่ร้านยังตกแต่งไม่เสร็จอีกเหรอ

             เสร็จเรียบร้อยทุกอย่าง ตรงตามความต้องการของเราเป๊ะ และเนี่ยก็คุยกันอยู่ว่าจะไปหาเจมส์ที่บริษัทดีไหม หรือว่าจะให้เจมส์ออกมาหาดี โรสจะได้เลี้ยงข้าวพร้อมกันทั้งสองคนเลย

             เลี้ยงข้าวเจมส์กับไอ้กฤษ เนื่องในอะไร

             สำหรับคุณกฤษนั้น เลี้ยงเนื่องจากว่าเขาทำงานให้เราเสร็จเรียบร้อยแล้วและทำให้เราพอใจเป็นอย่างมากกับผลงานที่ออกมา ส่วนเจมส์ก็ที่เราได้ให้สัญญาไว้เมื่อวันก่อนอย่างไรล่ะ จำไม่ได้แล้วเหรอ อย่าบอกนะว่าลืม แต่ถ้าลืมแล้วก็ไม่เป็นไร ดีอย่างหนึ่งเราจะได้ไม่เปลือง เลี้ยงคนเดียวพอ

             ไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือครับ เลี้ยงคนเดียวได้ไง สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาสิ ผิดคำพูดไม่ดีนะ รู้หรือเปล่า

             ถ้าไม่อยากให้ผิดสัญญาก็ไปที่ร้านเดิม หวังว่าคงจำทางไปได้นะเพราะไม่ได้ไปทานข้าวด้วยกันนานแล้ว

             กี่โมงดีล่ะครับ ช่วยกรุณานัดเวลามาด้วย เพราะตอนนี้งานกองเต็มโต๊ะไปหมด ไม่รู้จะเสร็จทันหรือเปล่า

             ดินเนอร์ตอนสองทุ่มจ่ะไม่ใช่ตอนนี้หรอก ระหว่างนี้ก็ทำงานให้สบายไปก่อนแล้วกัน

             สบายอะไรกันล่ะโรส งานกองท่วมหัวอย่างนี้ เอาล่ะเอาเป็นว่าสองทุ่มตรงเจอกันที่ร้านเดิม

             ตกลงตามนั้นจ่ะ แค่นี้ก่อนนะ เปลืองค่าโทรศัพท์คุณกฤษเขามากแล้ว บาย...

              ปลายสายถูกตัดไปแล้ว ดังนั้นเขาเลยต้องหันมาสนใจกับเอกสารกองโตที่วางอยู่ตรงหน้า รีบสะสางมันให้เสร็จก่อนดินเนอร์เย็นนี้

              สองทุ่มตรงปรมินทร์มาที่ร้านอาหารตามเวลาที่ได้นัดหมายกับรสสุคนธ์และกฤษฎาเอาไว้ ซึ่งที่นี่เป็นร้านที่เขาและเพื่อนสาวมาทานกันบ่อยๆ ทั้งคู่มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเข้าไปถึงก็ถูกทักทายจากเพื่อนรักอย่างกฤษฎาทันที

              ไงสบายดี ไม่เห็นหน้าเห็นตาเลยช่วงนี้ มีอะไรดีหรือเปล่าวะ มีของดีแอบซุ่มไว้ไม่บอกเพื่อนนี่เห็นแก่ตัวนะโว้ย ปรมินทร์ถึงกับสะดุ้งในคำเย้าแหย่นั้น แต่ก็ทำไม่ใส่ใจ ถึงกฤษฎาจะรู้ว่าเขาเจ้าชู้แค่ไหนมีสาวมากมายควงไม่ซ้ำหน้า แต่ก็คงไม่รู้เรื่องของปลายเทียนหรอกน่า... เขาปลอบใจตัวเองพร้อมกับตีหน้านิ่งตอบกลับไป

              ของดีอะไร ทำงานจนจะหัวโตอยู่แล้วช่วงนี้ พ่อกับพี่เมศวร์ก็ไม่อยู่จะมีเวลาไปลั่นล้าอย่างนั้นได้ไงวะ ปรมินทร์ยังนิ่งไม่ออกอาการหรือส่อพิรุธให้เพื่อนจับได้ว่าเขามีใครซุกซ่อนไว้ที่บ้านอย่างที่โดนแซว

              อ้าวใครจะไปรู้ เรื่องอย่างนี้ว่ากันได้เหรอ กฤษฎาทำหน้ากวนว่ากลับไปอีกรอบ นานแล้วที่เขาไม่ได้คุยกับปรมินทร์แบบนี้ เกือบจะสามเดือนได้ที่ไม่ได้เห็นหน้ากันครั้งล่าสุดก็ตอนที่ปรมินทร์ไปขอให้เขามาช่วยออกแบบและตกแต่งภายในให้กับรสสุคนธ์ นั่นก็เมื่อหลายวันก่อนและพูดคุยกันทางโทรศัพท์เท่านั้น

              เฮ้ย พอๆ เลย ช่วงนี้ไม่มีอารมณ์จะพูดถึงเรื่องนี้ สั่งอาหารมาทานกันก่อนดีกว่า เขาตัดบทพร้อมกับดึงเมนูฯ อาหารขึ้นมาเปิดดูก่อนจะเลือกมาสองสามอย่างซึ่งมีแต่ของโปรดของเขาทั้งนั้น

              วันเมื่อรืนนี้จะต้องไปรับพี่เมศวร์กับคุณลุงที่สนามบินตอนบ่ายสองโมง เจมส์จะไปพร้อมกับเราหรือว่าจะไปเจอกันที่สนามบิน คราวนี้รสสุคนธ์เป็นฝ่ายถามมา

              ไปจอกันที่สนามบินเลยดีกว่า เจมส์ไม่อยากให้โรสเสียเวลารอ เผื่อบางทีเจมส์อาจจะออกไปพบลูกค้าช่วงบ่ายๆ

               เอาอย่างนั้นก็ได้ รสสุคนธ์ว่าง่ายไม่ถามอะไรต่ออีก เมื่อเพื่อนรักบอกเหตุผลเรื่องงานมาก็ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืด แต่มีอีกเรื่องที่เธอเก็บงำไว้ในใจ ผู้หญิงที่เธอเห็นเมื่อวานนี้เป็นใครกัน ดูท่าทางแล้วคงไม่ใช่คู่ควงคนใหม่เป็นแน่ ลักษณะท่าทางของผู้หญิงคนนั้นดูเรียบร้อยอ่อนหวาน ไม่เปรี้ยวเข็ดฟันเหมือนที่เขาเคยควงมาก่อนหน้านี้เลยสักคน ใจหนึ่งก็อยากถามแต่อีกใจก็รู้อยู่แล้วว่าถ้าปรมินทร์ต้องการให้เธอรู้ก็จะพูดมาเอง เธอจะทำยังไงดีนะถึงจะได้รู้เรื่องของผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นใคร

              เออ... เจมส์ เมื่อวานไอ้วุติมันโทรหาฉัน มันเล่าให้ฟังว่าแกจะสั่งต้นกล้าดอกไม้ไปปลูกที่บ้าน ทำไมจู่ๆ ถึงคิดที่จะปลูกดอกไม้ล่ะ หรือว่าว่างวะ จะใช้เวลาว่าให้เป็นประโยชน์ใช่ไหม ไหนแกบอกว่างานเยอะ มีเวลาปลูกดอกไม้อย่างนี้มันขัดกับที่บอกฉันอยู่นะ ว่างานยุ่ง กฤษฎายังทำหน้าที่สงสัยอยู่เพื่อจับพิรุธ แต่คนอย่างเขาไม่มีทางที่จะหลงกลใครง่ายๆ โดยเฉพาะกับพวกเพื่อนๆ ที่ไม่มีทางตามเขาทันหากว่าเขาไม่บอกเสียอย่าง

              อือ... ใช่ พอดีว่าฉันได้ให้คนไปทำความสะอาดและก็ตัดพวกเครือเถาวัลย์ที่เรือนหลังเล็กออกหมดแล้ว มันก็เลยดูโล่งๆ จึงคิดว่าน่าจะหาอะไรมาปลูกเพื่อให้มันดูดีหน่อย อย่างน้อยก็คงดูดีกว่าไอ้พวกเถาไม้เลื้อยบ้าๆ พวกนั้น

              ร้อยวันพันปีไม่เห็นสนใจ แล้วแกคิดยังไงของแก

              ทำไมต้องคิดด้วยวะ ในเมื่อมันเป็นบ้านของฉัน การที่ฉันจะปลูกดอกไม้ในบ้านเพื่อความสวยงามมันผิดตรงไหน อย่าพยายามจะจับผิดหรือจับพิรุธอะไรฉันเลยกฤษ มันไม่มีประโยชน์หรอกเพราะยังไงแกก็ต้องผิดหวัง ปรมินทร์ยิ้มมุมปากให้เพื่อนรัก เป็นเชิงให้รู้ว่าอย่าได้ถามอะไรอีกเพราะคงจะได้คำตอบที่ไม่ต่างอะไรจากคำตอบเดิม

              ฉันไม่จนมุมแกง่ายๆ หรอกเจมส์ อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้

              ตามใจแก ถ้าคิดว่าจะได้อะไรมากกว่านี้ ว่าแต่จะไม่มีใครสั่งอะไรมาทานกันเลยหรือไงครับ ชวนมาทานข้าวแต่ไม่มีคนหิวแฮะ ชายหนุ่มประชดกรายๆ พร้อมมองหน้าเพื่อนรักทั้งสองคนสลับกันไปมา

              หลังจากอาหารเย็นผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย ถึงเขาจะรู้ว่ารสชาติของอาหารที่นี่อร่อยแค่ไหนแต่เขากลับรู้สึกว่ามันไม่อร่อยเลยวันนี้ ที่ทานไปก็ทานไปอย่างนั้นเอง กลับเป็นว่าข้าวไข่เจียวของลูกหนี้สาวดันผุดขึ้นในหัว เขาหวนนึกไปถึงวันที่ปลายเทียนทำกับข้าวให้เขาทานในตอนนั้น มีแค่ข้าวไข่เจียวและผัดผักธรรมดาแต่เขากลับรู้สึกว่ามันอร่อยมาก รสชาติของมันเทียบเท่ากับร้านหรูๆ ได้เลย กว่าจะสลัดความคิดนี้ออกไปได้ก็เมื่อกฤษฎาเอ่ยขันอาสาไปส่งรสสุคนธ์ที่บ้านเพราะเป็นทางผ่าน ดังนั้นเขาจึงขอตัวแยกกลับไปก่อน

              ปรมินทร์ขับรถกินลมไปเรื่อยๆ เขาไม่อยากกลับบ้านเร็วเพราะกลับไปแล้วก็ต้องไปนั่งคิดถึงคนที่ทำให้เขาวุ่นวายใจ ทั้งที่ถ้าเขาไม่เดินไปหาเธอที่เรือนหลังเล็กก็ไม่ต้องเห็นหน้าแต่มันก็อดไม่ได้ ใจมันไม่อยากพบแต่สองเท้ากลับเดินไปหาเขาควรจะทำอย่างไรดี แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนที่พอจะทำให้เขาลืมเรื่องของปลายเทียนไปได้บ้างนั่นก็คือ ลูกน้ำ เด็กที่เขาแอบเลี้ยงไว้นั่นเอง ว่าแล้วเขาก็บึ่งไปหาเธอที่คอนโดฯ ทันที เมื่อไปถึงเขาก็ไม่รอช้าขึ้นไปหาเธอที่ห้องโดยที่ไม่ได้โทร.บอกล่วงหน้า

              ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูทำให้คนที่กำลังนั่งดูทีวีเพลินๆ ถึงกับสะดุ้งตกใจ หญิงสาวกล้าๆ กลัวๆ ที่จะลุกไปเปิดเพราะไม่มั่นใจว่าคนที่มาเคาะประตูจะเป็นคนเดียวกับที่เธอเฝ้ารอเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันหรือเปล่า ไม่นานเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เมื่อนั้นเธอถึงได้มั่นใจว่าเป็นเขาจริงๆ วันนี้เป็นวันดีอะไรของเธอนะปรมินทร์ถึงมาหาได้ หลายวันแล้วที่เขาไม่มาหาเลย เธอทั้งเหงาทั้งอ้างว้าง ถึงอยากจะคุย อยากได้ยินเสียงใจแทบขาดแต่ก็ไม่กล้าโทร.ไปหาเพราะกลัวว่าจะเป็นการรบกวนเวลาทำงานของเขา

              พี่เจมส์ ลูกน้ำเรียกชื่อคนที่เธอเฝ้ารออยู่ทุกวันเวลาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังนั้นรู้ดีว่าเธอคิดถึงเขาเพียงไร

              ตกใจหรือเปล่าที่มาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า เขาเอ่ยถามเมื่อเข้ามายังภายในห้องแล้ว

              ไม่ตกใจหรอกค่ะ ดีใจเสียอีกที่พี่เจมส์ยังไม่ลืมน้ำ ไปไหนมาหรือคะถึงได้แวะมาหาน้ำได้ ลูกน้ำเอ่ยถามพร้อมกับเข้ามากอดเขา ปรมินทร์กอดตอบพร้อมกับก้มจุมพิตที่ปากอิ่มก่อนจะตอบ

              ไปทานข้าวกับเพื่อนมา แล้วน้ำล่ะ ทานข้าวหรือยัง น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนเป็นห่วงจนคนฟังปราบปลื้มใจที่เขายังคงห่วงใยเธออยู่บ้าง

              ทานเรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วคืนนี้พี่เจมส์จะค้างที่นี่หรือเปล่าคะ เสียงนั้นออดอ้อน เธอไม่ได้มีเวลาอยู่กับเขาแบบนี้นานแล้ว ถึงแม้เพียงไม่กี่วันแต่ความรู้สึกของเธอมันช่างนานเหลือเกิน เมื่อเขามาแล้วก็อยากจะให้เขาอยู่กับเธอนานนาน อยากเก็บเกี่ยวเวลาที่ได้อยู่กับเขาแบบนี้ไว้เผื่อว่าวันหน้ามันอาจจะไม่มีอีกแล้ว เพราะยิ่งนับวันเขาก็ยิ่งห่างออกไป จะด้วยเหตุใดเธอไม่กล้าถามเพราะไม่รู้ว่าถามออกไปแล้วมันอาจจะกลายเป็นว่าเขาหายไปเลย ไม่มาหาเธออีกตลอดไป เธอยังไม่พร้อมที่จะเสียเขาไปตอนนี้ ก็หัวใจเธอทั้งดวงมันให้เขาหมดแล้วไม่มีเหลือ

              อาจจะ หรือไม่ก็ ไม่ค้าง เพราะพรุ่งนี้พี่ต้องเข้าบริษัทแต่เช้า ช่วงนี้งานยุ่งมากไม่มีเวลาเอาเสียเลย อยู่คนเดียวเหงาหรือเปล่า หืมส์

              เหงาสิคะ แต่จะให้น้ำทำยังไงได้ล่ะ นอกจากรอแต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ น้ำรอได้ ขอแค่พี่เจมส์ไม่ลืมน้ำก็พอแล้ว แค่นี้น้ำก็พอใจแล้วจริงๆ ค่ะ ร่างอวบอัดเบียดกายเข้าหาพร้อมกับคำพูดออดอ้อนเอาใจ จนปรมินทร์ต้องตบรางวัลให้ ด้วยจูบที่เร่าร้อนแสนหวาน ก่อนจะพาหญิงสาวไปยังเตียงนอนหนานุ่ม

              รับรองรองว่าพี่ไม่มีทางลืมน้ำอย่างแน่นอน ถึงพี่จะไม่ได้มาหาแต่ก็คิดถึงน้ำอยู่เสมอ ไม่เห็นเหรอว่าว่างเมื่อไหร่พี่ก็ตรงมาหาน้ำทันที ดึกดื่นค่อนคืนก็ยังมาเลย พูดจบจุมพิตอันเร่าร้อนก็เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง ทั้งสองมอบความหวานหวามให้กันและกันอย่างถึงอกถึงใจ ความจริงเขาไม่ได้ต้องการลูกน้ำเลยในคืนนี้ คนที่เขาต้องการมากที่สุดก็คือปลายเทียน แต่ที่ต้องมาที่นี่ก็เพราะไม่อยากจะลุ่มหลงเธอไปมากกว่านั้น ยิ่งได้อยู่ใกล้ก็ยิ่งต้องการ ยิ่งรู้สึกว่าจะถอนตัวไม่ขึ้น

              เสื้อผ้าอาภรณ์ทั้งของเขาและลูกน้ำถูกต่างคนต่างช่วยกันถอดออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน เวลายังคงดำเนินไปเรื่อยๆ จนความร้อนในกายของทั้งคู่ทวีสูงขึ้น เมื่อนั้นทั้งเขาและเธอจึงพร้อมบรรเลงเพลงรักอันเร้าใจเหนือคำบรรยายให้กันและกัน

              เพลงรักบทแรกจบลงด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งคู่อยู่ในอ้อมแขนของกันและกันแต่อารมณ์ใคร่ใช่หาดับลงไม่ อารมณ์ความต้องการของเขาเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อถูกปลุกเร้าจากมือเรียวเล็กของเธอ ที่คอยลูบไล้แผงอกกว้างเคลื่อนต่ำลงมาตามกล้ามหน้าทองและใช้นิ้วชี้หมุนวนไปรอบสะดือ ปรมินทร์ปล่อยเสียงครางอย่างรัญจวนก่อนจะเป็นฝ่ายทำให้เธอได้ร้องครางเหมือนเขาบ้าง บทรักบทแล้วบทเล่าที่ทั้งเขาและเธอมอบให้กัน กว่าจะยุติลงได้ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบกันทั้งคู่

 

              ไฟในห้องของปลายเทียนยังคงเปิดอยู่ หญิงสาวไม่อาจข่มตาหลับลงได้ เธอกลัวว่าถ้าหากหลับไปอาจจะเกิดเรื่องขึ้นอย่างเมื่อคืนนี้อีก เธอกลัวว่าเขาจะแอบย่องเข้ามาหาจึงขอร้องให้แอบเปิ้ลมานอนเป็นเพื่อน เด็กสาวก็สุดแสนดีใจที่จะได้นอนเป็นเพื่อนปลายเทียน เพราะเด็กสาวเองก็ชอบและอยากพูดคุยกับเธอด้วยอยู่แล้วเป็นทุนเดิมดังนั้นแอบเปิ้ลจึงตกปากรับคำอย่างไม่มีเกี่ยงงอน

              พี่ปลายคะ พี่ปลายเคยทำของหวานไหมคะ เด็กสาวเริ่มชวนคุยเมื่อเห็นปลายเทียนเงียบไปหลังจากที่คุยกันไปได้ซักพัก

              ของหวานเหรอ อย่างเช่นอะไรล่ะจ๊ะ

              อย่างเช่น ทับทิมกรอบ ข้าวเหนียวมะม่วง กล้วยบวชชี ขนมหม้อ เต้าส่วน ทองหยิบ ทองหยอด ขนมฟักทอง ขนมหม้อแกงและอะไรอีกนา... เด็กสาวทำหน้าครุ่นคิด พยายามสรรหารายชื่ออาหารที่ตัวเองชอบมาถามคนเป็นพี่อีก ปลายเทียนหัวเราะกับรายชื่อขนมหวานที่แอบเปิ้ลร่ายยาวให้เธอฟัง

              พี่ทำได้แต่ไม่ใช่จะทำเป็นทุกอย่างหรอกจ่ะ ขืนทำได้หมดทุกอย่างที่แอบเปิ้ลถามมา พี่ก็คงไปเปิดร้านขายขนมหวานแล้วล่ะ ว่าแต่ที่พูดมาทั้งหมดนั้นน่ะ อยากทานเองหรือเปล่าจ๊ะ เหมือนปลายเทียนจะรู้ทันถามดักมา เด็กสาวเลยได้แต่ยิ้มแหยๆ ก่อนอ้อมแอ้มตอบไปว่า

              จ่ะ แอบเปิ้ลอยากทานแต่ว่าแถวนี้หาทานยาก ป้ากำไรก็ไม่ค่อยทำให้ทาน พี่บัวก็ทำไม่เป็น ที่โรงเรียนก็ไม่อร่อย เฮ้ย... ไม่รู้จะทำยังไงดี เด็กสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เหมือนกับว่าการหาของหวานอร่อยๆ ทานนี่มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน ปลายเทียนหัวเราะขึ้นอีกครั้งก่อนที่เด็กสาวจะหัวเราะตามพร้อมกับหันมามองหน้าคนเป็นพี่อย่างชื่นชมในความสวยใส รอยยิ้มของปลายเทียนช่างชวนมอง ชวนให้หลงใหล ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นว่าปลายเทียนนั้นน่ารักแค่ไหน

              ถ้าพี่มีโอกาสพี่จะทำให้ทานนะคะ แล้วแอบเปิ้ลชอบอะไรเป็นพิเศษล่ะ

              แอบเปิ้ลชอบทับทิมกรอบค่ะพี่ปลาย ชอบมากชอบที่สุดเลยด้วย พี่ปลายจะทำให้แอบเปิ้ลทานจริงๆ หรือคะ เด็กสาวมีอาการตื่นเต้นเมื่อได้ยินปลายเทียนบอกมาว่าจะทำของหวานให้ทาน

              จริงจ่ะ แต่ว่าพี่ต้องบอกไว้ก่อนนะ ถ้ามีโอกาสเท่านั้นถึงจะทำให้แอบเปิ้ลทานได้ เพราะโอกาสนั้นมันเมื่อไหร่พี่ก็บอกไม่ได้ อาจจะนานก็ได้นะจ๊ะ

              นานไม่เป็นไรค่ะ แอบเปิ้ลรอได้ ขอแค่พี่ปลายทำให้ทานก็พอ พี่ปลายสัญญากับแอบเปิ้ลได้ไหมคะ พร้อมกับพูดเด็กสาวก็ส่งยื่นนิ้วก้อยไปให้เธอเพื่อขอสัญญา

              สัญญาอะไรจ๊ะ ปลายเทียนทำหน้าฉงนระคงสงสัยว่าเด็กสาวต้องการให้เธอสัญญาอะไร

              ก็สัญญาว่าพี่ปลายจะไม่ลืมเรื่องที่จะทำของหวานให้แอบเปิ้ลทานยังไงล่ะคะ ปลายเทียนหัวเราะเป็นครั้งที่สามกับความใสซื่อของแอบเปิ้ล

              จ้ะ ก็ได้ พี่ปลายให้สัญญา รับรองว่าพี่ปลายไม่ลืมอย่างแน่นอนแต่เมื่อเวลานั้นมาถึงพี่อยากได้ผู้ช่วย ไม่รู้ว่าแอบเปิ้ลจะช่วยพี่ได้หรือเปล่า

              ช่วยอะไรหรือคะพี่ปลาย

              ก็ช่วยเป็นลูกมือยังไงล่ะจ๊ะ

              เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงค่ะพี่ปลาย รับรองว่าไม่ได้เป็นแค่ลูกมืออย่างเดียวนะคะ จะเป็นผู้ทานที่ดีด้วยค่ะ จะทานให้หมดเลย ปลายเทียนยิ้มหวานให้กับคนช่างพูด รู้สึกเอ็นดูเด็กสาวเกินกว่าคนรู้จัก เธออยากได้แอบเปิ้ลเป็นน้องสาวอีกคน รู้สึกสบายใจเมื่อได้พูดคุย ปลอดโปล่งไม่คิดมากและไม่คิดถึงเรื่องอื่นเลยนอกจากเรื่องที่สนทนากันอยู่เท่านั้น

              แน่นะ ปลายเทียนว่าพร้อมกับหัวเราะเสียงใส เสียงหัวเราะของเธอและเด็กสาวดังรอดออกไปถึงนอกห้องให้คนยืนแอบฟังอย่างแม่บ้านได้ยิน กำไรยอมเสียมารยาทยืนแอบฟังปลายเทียนและหลานสาวของหล่อนสนทนากัน จากทีแรกจะมาตามให้แอบเปิ้ลไปนอนที่ตึกใหญ่และให้บัวตองนอนเป็นเพื่อนปลายเทียนแทนก็เกิดเปลี่ยนใจ หลานสาวของหล่อนเข้ากับปลายเทียนได้เป็นอย่างดีจนหล่อนเองอดที่จะแปลกใจไม่ได้ เพียงไม่กี่วันเท่านั้นที่หญิงสาวมาอยู่ที่นี่ ทั้งบัวตองและแอบเปิ้ลรู้สึกว่าจะติดปลายเทียนแจ วันๆ มาขลุกอยู่แต่ที่เรือนหลังเล็ก พอเธอไม่อยู่ก็พากันไปนั่งรออยู่หน้าบ้าน ปลายเทียนมีอะไรดีนะ

              หญิงสูงวัยกลับไปยังตึกใหญ่แล้ว หล่อนเดินไปเคาะประตูห้องนอนของบัวตองเพื่อสอบถามเรื่องของปรมินทร์กับกล่อง

              คุณเจมส์เธอได้บอกไว้ไหมว่าจะกลับเมื่อไหร่ กำไรเอ่ยถามเมื่อกล่องเปิดประตูออกมายืนสนทนาด้วย

              ไม่ได้บอกไว้เลยป้า ไล่ฉันกลับมาตั้งแต่บ่ายแล้ว เห็นว่าจะไปทานข้าวกับเพื่อน คงจะกลับดึกอยู่กระมัง ป้ามีธุระอะไรกับคุณเจมส์อย่างนั้นหรือ

              ฉันอยากจะรู้ว่าคุณท่านจะกลับจากต่างประเทศเมื่อไหร่ คุณหญิงแม่ของคุณท่านโทร.มาถาม ถ้าคุณท่านกลับมาจากต่างประเทศแล้วให้โทร.ไปบอกด้วย เห็นว่าจะมาที่กรุงเทพฯ หญิงสูงวัยบอกรายละเอียดที่ได้รับมาจากทางโทรศัพท์

              เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแหละป้า คุณเจมส์เธอยังไม่ได้บอกหรือพูดอะไรเกี่ยวกับคุณท่านให้ฉันฟังเลย

              อย่างนั้นรึ ถ้างั้นก็ไม่เป็นไร เอาไว้พรุ่งนี้ฉันค่อยถามคุณเจมส์เธอเองก็ได้

              เมื่อไม่ได้ความอะไรหญิงวัยกลางคนจึงกลับห้องของตนเองไปอย่างเงียบๆ รอคอยวันพรุ่งนี้ เพราะดูท่าวันนี้ปรมินทร์คงจะกลับดึกและหล่อนเองคงจะรอไม่ไหว อีกอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือสำคัญอะไรนัก

              สรุปแล้วคืนนี้ปรมินทร์ก็ไม่กลับบ้าน ทั้งที่บอกว่าจะไม่ค้างที่คอนโดฯ กับลูกน้ำ เอาไปเอามาก็ต้องอยู่จนถึงเช้า เมื่อเจอลูกอ้อนของหญิงสาวและบทรักอันถึงใจที่เธอปรนเปรอให้กับเขาทั้งคืน ชายหนุ่มกลับบ้านของตนก็เกือบเจ็ดโมงเช้า กล่องวิ่งกุลีกุจอเข้ามารับกุญแจรถก่อนจะนำไปเก็บไว้ที่โรงเก็บรถ ก่อนที่เขาจะเข้าไปในบ้านและขึ้นไปอาบน้ำบนห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมตัวไปทำงานตามปกติ

              ปลายเทียนตื่นหรือยังบัว ปรมินทร์ถามสาวใช้ขณะที่หล่อนยกถ้วยกาแฟมาให้เขาที่ห้องอาหาร

              ตื่นแล้วค่ะคุณเจมส์ บัวตองตอบเสียงเรียบ มองสบตากับเจ้านายเหมือนรู้ว่าเขากำลังจะใช้ให้หล่อนไปตามหญิงสาวให้มาพบและมันก็จริงอย่างที่คิดไว้

              ไปตามมาพบฉันหน่อย มีธุระจะคุยด้วย บอกให้เขารีบมาหน่อยนะบัวเดี๋ยวฉันจะไปทำงานสาย

              ค่ะ บัวตองรับคำก่อนจะกระวีกระวาดออกไปตามคำสั่ง

             ปลายเทียนมาพบเขาตามที่ถูกเรียกหา หญิงสาวเดินเข้ามาและหยุดยืนอยู่ไม่ห่างมากนักจากที่เขานั่ง ปรมินทร์เงยหน้าขึ้นจากหน้าหนังสือพิมพ์ที่อ่านอยู่ก่อนจะพับเก็บและวางมันลงบนโต๊ะ เขามองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เช้านี้ปลายเทียนใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ของเธออีกตามเคย หญิงสาวยังคงไม่ยอมใส่เสื้อผ้าที่เขาพาเธอไปซื้อใหม่ ชายหนุ่มจุ๊ปากอย่างไม่พอใจก่อนจะเอ่ยขึ้น

              เสื้อผ้าก็ซื้อให้ใหม่แล้ว ทำไมยังเสื้อผ้าเก่าๆ ของเธออยู่อีก หรือว่าใส่ของใหม่ไม่ได้ มันเป็นอะไร คันอย่างนั้นรึ ปลายเทียนก้มหน้าไม่ตอบโต้ เธอไม่อยากพูดกับเขา แม้แต่หน้าเธอก็ไม่อยากเห็น ปรมินทร์เริ่มมีโมโหเมื่อเจอลูกเงียบของเธอเข้า

              ปลายเทียน เขาเรียกชื่อเธอเสียงดังจนดูเหมือนตะคอก หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองสบตาคู่นั้น เป็นใบ้หรือไงถามไม่ตอบ อย่าให้ฉันต้องอารมณ์เสียแต่เช้านะปลายเทียน เขาว่ามาอีก

              เสื้อผ้าที่คุณซื้อให้ มันไม่เหมาะที่จะใส่อยู่บ้านเลยสักตัว แต่ละชุดมันทั้งสั้นทั้งรัดรูปไปหมด ใส่แล้วรู้สึกอึดอัด ฉันก็เลยไม่ใส่ค่ะ เธอบอกเหตุผล เธอรู้สึกเกลียดเขา ผู้ชายใจร้ายคนนี้เธอจะต้องทนเห็นหน้าเขาอีกนานแค่ไหน เขาทำร้ายเธอสารพัด คำขอโทษสักคำก็ไม่มีพอเขาได้ทุกอย่างไปหมดแล้ว เธอก็เหมือนจะกลายเป็นคนไร้ค่าเป็นดอกไม้ริมทาง พออยากได้ก็เด็ดชม พอสมใจก็คว้างทิ้ง

              แต่วันนี้เธอต้องใส่ เพราะฉันจะพาเธอไปรับคุณพ่อกับพี่ชายของฉันที่สนามบิน ท่านสั่งมาว่าให้พาเธอไปด้วย น้ำเสียงนั้นแข็งกระด้าง

              ทำไมต้องพาฉันไปด้วยล่ะคะ ปลายเทียนย่นคิ้วถามด้วยความสงสัย

              นั่นน่ะสิ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องพาเธอไปด้วย เอาล่ะ ไม่ต้องถามหรือสงสัยอะไรแล้ว รีบไปแต่งตัวไป เลือกชุดสวยๆ ล่ะ ถ้าดูไม่ออกว่าชุดไหนสวยไม่สวยก็ให้บัวตองไปช่วยเลือกและอย่าให้ฉันต้องเป็นคนไปเปลี่ยนให้นะ ขอรอบเดียวผ่าน ไปได้แล้ว พูดจบก็เอ่ยปากไล่ทันที หญิงสาวไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้พูดหรือโต้แย้งเลยแม้แต่คำเดียว ปลายเทียนจำต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่เขาสั่งและนั่นมันก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอยู่ไม่ใช่น้อย จะทำอย่างไรให้เขาพอใจและแบบรอบเดียวผ่านอย่างที่เขาว่าโดยที่ไม่ต้องได้ยินหรือได้ฟังวาจาร้ายๆ ของเขาที่วิจารณ์เกี่ยวกับการแต่งตัวของเธออีก

              ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ปลายเทียนกลับมาที่ตึกใหญ่อีกครั้งพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เขาสั่งให้เธอกลับไปเปลี่ยน หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสแขนกุด คอวี เสื้อผ้าลูกไม้สีครีม ติดต่อกับกระโปรงผ้าชีฟองลายดอกสีสดใส ร่าบางค่อยๆ ปรากฏกายต่อหน้าเขา ปรมินทร์พึงพอใจที่ได้เห็นเธออยู่ในชุดนี้ ปลายเทียนสวยหวานขึ้นมาทันตาเห็น ทั้งที่ใบหน้าไม่ได้มีเครื่องสำอางตกแต่งเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าเนียนนั้นทาแค่แป้งเด็กธรรมดา ริมฝีปากบางก็ทาแค่ลิปกลอสสีชมพูอ่อน ผมยาวก็ถูกรวบมัดช่อผมทั้งหมดเอียงไปข้างซ้ายด้วยสายรัดรูปผีเสื้อ ปลายเทียนสวยหวานจนเขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้ ปรมินทร์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแต่นัยน์ตาคมยังคงจับจ้องที่ใบหน้าหวาน ก่อนจะเอ่ยขึ้น

              ไปกันได้แล้ว ชายหนุ่มเดินนำไปที่หน้าตึกโดยไม่ได้พูดอะไรและกล่องได้นำรถเก๋งคันใหม่ออกมาจากโรงเก็บรถซึ่งจอดรออยู่ก่อนแล้วด้วยรู้หน้าที่ของตนดี กล่องรีบวิ่งเปิดประตูด้านหลังเมื่อเห็นปรมินทร์เดินมาจวนจะถึงรถแล้ว เขาหันมาบอกร่างบางที่เดินตามมาติดๆ ให้ขึ้นไปก่อน ปลายเทียนมองสบตาเขาอย่างฉงน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษกับเธอ หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย ปรมินทร์สั่งให้กล่องออกรถเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

              เมื่อไปถึงบริษัท ตั้งแต่ รปภ. ยันพนักงานแทบจะทุกคนพากันตะลึงเมื่อเห็นท่านรองประทานพาสาวสวยเข้าบริษัทแต่เช้า พนักงานทั้งหลายแหล่พากันเหลียวหลังมองตามอย่างฉงนระคนสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ทั้งว่าคู่ควงคนใหม่บ้าง ไม่ใช่บ้างแล้วแต่จะคิดกันไป ปรมินทร์ไม่สนใจพาเธอตรงขึ้นไปยังห้องทำงานของเขาทันที

              นั่งรอที่โซฟานั้นไปก่อนเพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะไปรับพ่อฉัน เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าเครื่องจะลง เขาบอกเสียงเรียบก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานและเริ่มลงมือเซ็นเอกสารที่เลขานำมาวางไว้ให้แต่เช้าโดยไม่ได้สนใจเลยว่าคนฟังจะทำหน้าอย่างไรเมื่อได้ยินเช่นนั้น

              อะไรนะคะคุณปรมินทร์ ปลายเทียนตาโตถาม

              หูตึงเหรอ เขาตอบกลับมาเล่นเอาหญิงสาวถึงกับสะอึก

              เปล่าค่ะไม่ได้หูตึง

              ได้ยินแล้วจะถามซ้ำทำไม หรือว่าเธอมีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ

              เปล่าค่ะไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ว่า... กว่าเครื่องจะลงก็อีกตั้งหลายชั่วโมงแล้วคุณพาฉันมาที่ทำงานของคุณด้วยทำไมกันคะ ฉันไม่เข้าใจ

              ก็เพราะว่าฉันขี้เกียจย้อนกลับไปกลับมา ไม่อยากเสียเวลา ที่บริษัทกับที่บ้านและสนามบินมันคนละทางกันเลย เพราะฉะนั้นฉันเลยต้องพาเธอมาด้วยยังไงล่ะ เขาอธิบายเหตุผล เมื่อได้ฟังแล้วปลายเทียนถึงกับถอนหายใจออกมา

              ถอนหายใจทำไม เขาถามต่อ

              เปล่าค่ะ คุณปรมินทร์คะ ให้ฉันนั่งอยู่เฉยอย่างนี้โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยหรือคะ

              อ้าว... ถ้าไม่นั่งอยู่เฉยๆ แล้วเธอจะทำอะไรล่ะ จะทำงานอย่างนั้นรึ หึ หึ ที่นี่เขารับแต่วุฒิปริญญาตรีเท่านั้นครับคุณปลายเทียน ไม่รับวุฒิ ม.สาม ปลายเทียนหน้าชาเมื่อเจอประโยคดูถูกความรู้อันน้อยนิดของเธอเข้า นัยน์ตาสีนิลจ้องสบตาคู่สวยนั้นนิ่งและแล้วหญิงสาวก็เป็นฝ่ายหลบตาเขาก่อน ความเงียบภายในห้องทำงานก็ปรากฏขึ้น เมื่อปลายเทียนไม่มีคำใดจะพูดหรือถามเขาอีก

              ใบหน้าหวานมีรอยแห่งความเศร้าปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและเธอเองก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกผู้ชายปากร้ายแอบชำเลืองมองเธออยู่เป็นระยะ หนึ่งชั่วโมงผ่านไปปรมินทร์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและไม่ได้ต่างอะไรจากเธอเช่นกัน ปลายเทียนไม่กล้าที่จะขยับหรือลุกไปเข้าห้องน้ำ เธอเองก็ไม่รู้ว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหนอีกนั่นแหละจะถามเขาก็กลัวเขาจะตอบกวนประสาทกลับมาอีก เลยได้แต่นิ่งจนดูเหมือนเป็นใบ้พูดไม่ได้ไปแล้ว

              เธอทานข้าวเช้าหรือยัง น้ำเสียงนุ่มทุ้มทำลายความเงียบขึ้นด้วยคำถามห่วงใยจากเขา ปลายเทียนหูผึ่งตาโต นี่เขาถามเธออย่างนั้นหรือ

              คุณถามฉันหรือคะ หญิงสาวถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอฟังไม่ผิด

              อยู่กันสองคน ถ้าไม่ถามเธอจะให้ฉันถามใครมิทราบ ห๊ะ ปรมินทร์ใส่อารมณ์เล็กน้อยในคำพูด อีกแล้วนี่เขาจะพูดกับเธอดีๆ ซักคำไม่ได้หรือยังไงกันนะ ไม่ตะคอกก็ตวาด

              ยังค่ะ เธอตอบเสียงห้วน เบือนหน้าหันไปมองทางอื่น น้ำตาเริ่มคลอเบ้า รู้สึกว่าตัวเองจะทำอะไรหรือพูดอะไรก็ไม่ถูกใจเขาสักอย่าง มีแต่คำพูดจาร้ายๆ ทั้งด่าทั้งว่าทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลนสักนิด ดีแต่คอยทำร้ายเธอ ทำไมเธอต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วยนะ ปลายเทียนถามตัวเองในใจ

              ทำไมไม่บอกก่อนที่จะมาที่นี่

              ก็คุณไม่ได้ถาม คราวนี้เธอย้อนกลับไปบ้าง ชายหนุ่มถึงกับขอแข็งขึ้นมาทันที ปรมินทร์ลุกจากโต๊ะทำงานเดินตรงมาหาเธอ ปลายเทียนตัวแข็งทื่อและเริ่มชาทั้งมือและเท้าเมื่อเขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ร่างบางมีสีหน้าหวาดระแวง เธอไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรถึงได้ลุกเดินมายืนเป็นเสาโทรเลขอยู่ตรงหน้าเธออย่างนี้

              เป็นความผิดของฉันใช่ไหมที่ไม่ได้ถามเธอก่อน แล้วนี่หิวหรือยัง ถ้าหิวจะได้พาไปทานข้าว กว่าคุณพ่อกับพี่เมศวร์จะลงจากเครื่องก็บ่ายสองโมงโน่น ปลายเทียนปรับอารมณ์ตามเขาแทบไม่ทัน เมื่อตะกี้นี้ยังเป็นซาตานปากร้ายอยู่เลย แล้วจู่ๆ ไหนเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนอย่างนี้ได้

              เอ่อ คะ ค่ะ หญิงสาวตอบเขาไปอย่างงงๆ เธอเดาไม่ได้ว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน

              ถ้าหิวก็ลุก ฉันจะพาเธอไปทานแถวนี้แหละไม่ไกลหรอก เพราฉันต้องกลับมาเคลียงานอีกเยอะ

              ค่ะ เธอว่าง่าย ลุกขึ้นและก้าวตามเขาออกไปจากห้องทำงาน เขาจะพาเธอไปทานอะไรที่ไหนนะ ทำไมคุณถึงได้ดูยากนักนะคุณปรมินทร์ ปลายเทียนอยากจะถามเขาแบบนี้ก็ได้แต่พูดอยู่ในใจ เมื่อเข้าไปยังในลิฟท์และลิฟท์ปิดสนิทเรียบร้อยแล้วเขาก็เอ่ยกับเธอขึ้นว่า

              ปลายเทียน เธอรู้ไหมว่าฉันสามารถอ่านความคิดของคนได้และรู้ว่าเขาคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ใบหน้าคมหันมายิ้มให้ มือยาวเรียวก็เอื้อมไปกดสวิตซ์ให้ลิฟท์หยุดค้าง ปลายเทียนมองเขาตาแป๋วไม่เข้าใจกับพูดนั้น เขาพยายามจะสื่ออะไรกับเธออย่างนั้นหรือ

              คะ อ่านความคิดคนได้ เธอทวนคำของเขากระพริบตาปริบๆ ยิ่งเธอทำหน้าไร้เดียงสาเขาก็ยิ่งอยากจะดึงเธอเข้ามาจูบเสียเดี่ยวนั้น

              ก็อย่างเช่นตอนนี้ ฉันกำลังอ่านความคิดของเธออยู่และรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร

              ปลายเทียนหน้าตื่นมองเขาอย่างฉงน ใจหนึ่งก็เชื่อแต่อีกใจก็ค้าน นี่เขาจะเล่นอะไรกับเธออีก ผู้ชายหลากอารมณ์คนนี้ มาแปลกจริง

              อ่านความคิดฉันอย่างนั้นหรือคะ แล้วคุณรู้เหรอว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่

              รู้สิ ว่าพลางหันหน้ามาหาเธอตรงๆ ปลายเทียนถอยหลังไปสองก้าวเพราะกลัวสายตากรุ่มกริ่มของเขาที่มองมา

              คุณรู้อะไร เสียงใสเริ่มสั่นกับท่าทางของคนตัวสูงที่ก้าวตามเหมือนกัน

              รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังหิวมาก ถูกไหม

              ปลายเทียนกลั้นหัวเราะอมยิ้ม มันก็แหงอยู่แล้ว ในเมื่อเขาเองก็รู้อยู่ว่าเธอหิวข้าว

              แล้วไงต่อคะ หญิงสาวเริ่มสนุกไปด้วย อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะพูดอะไรต่ออีก

              ข้อสอง เธอกำลังนินทาฉันในใจ

              เรื่องอะไรฉันไม่ได้นินทาคุณเสียหน่อยหญิงสาวรีบแย้งมาทันที

              ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งกินปูนร้อนท้องสิจ๊ะแม่สาวน้อย ฟังให้จบก่อน เธอดูไม่ออกใช่ไหมว่าฉันกำลังคิดจะทำอะไร คราวนี้ปลายเทียนถึงกับอึ้งไม่อยากเชื่อว่าเขาจะพูดตรงกับสิ่งที่ใจเธอคิด

              มะ ไม่ใช่ หญิงสาวปฏิเสธทั้งที่ใจเต้นแรง ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นซะหน่อย ฉันแค่หิวข้าวและอยากให้ไปถึงร้านอาหารเร็วๆ ต่างหาก เธอโกหกหน้าไม่ตาย ปรมินทร์หัวเราะ หึ หึ ในลำคอ เธอโกหกได้ไม่เนียนเอาเสียเลย ร่างบางเริ่มประหม่าเพราะกลัวเขาจะจับได้ รีบหลบสายตาก้มต่ำมองพื้น

              โกหก ที่ฉันพูดเมื่อครู่นี้ถูกใช่ไหมล่ะ เธอคิดอย่างที่ฉันพูดจริงๆ ใช่หรือเปล่า

              เปล่า... ก็บอกว่าไม่ใช่ไง น้ำเสียงที่ตอบมานั้นแผ่วเบาคล้ายถูกจับได้ว่าเธอกำลังโกหกพูดไม่ตรงกับที่คิด

              ถ้าไม่ได้โกหกก็มองตาฉัน เขาสั่งแต่น้ำเสียงนั้นกลับนุ่มนวลจนคนถูกสั่งต้องเงยหน้าขึ้นสบตาแต่แล้วก็ต้องรีบหลบตาคมคู่นั้นอีกครั้ง นัยน์ตาสีนิลที่มองเธอมันมีพลังอะไรบางอย่างอีกแล้วที่เธอไม่สามารถสบตาเขานานนานได้เลย

              เห็นไหม คนโกหกแค่สบตาก็ยังต้องหลบ เธอไม่ต้องรู้หรอกว่าจะทำอะไรต่อไป แต่จงรู้ไว้อย่าง ฉันอยากรู้เรื่องของเธอมากกว่า

              เรื่องของฉันหรือคะ คุณเองก็รู้เรื่องของอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ก็ฉันเป็นลูกหนี้ของคุณ ครอบครัวของฉันเป็นหนี้ครอบครัวของคุณอยู่หลายสิบล้าน แล้วมีอะไรอีกที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับฉันคะ ปลายเทียนถามเสียเศร้า

               ทุกเรื่อง ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่เรื่องเดียว เขาบอกพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ อยากทานอะไร แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่องในฉับพลัน หญิงสาวทำหน้างงตามความคิดเขาไม่ทันอีกครั้ง

              อะ อะไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่คุณหญิงสาวตอบไปอย่างนั้นเพราะไม่ทันตั้งตัว ไม่รู้ว่าเขาจะเปลี่ยนเรื่อง

              ตามใจอย่างนั้นเหรอ ก็ดี ถ้าตามใจฉันแล้วก็อย่ามาบ่นทีหลังก็แล้วกัน เขาว่าพร้อมกับกดสวิตช์ให้ลิฟท์ทำงานตามปกติ มือหนาเอื้อมคว้าเอวบางพลางรั้งเข้ามาหาตัว ปลายเทียนพยายามแข็งตัวขืนไว้ จนเขาต้องหันมาเอ็ดเบาๆ

              ไม่ได้คิดจะทำอะไรเลย แค่กอดเฉยๆ

             

  

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ตอนหน้าจะเข้มข้นขึ้น หวังว่าท่านผู้ชมคงไม่เบื่อกันก่อนนะคะ
รออีกนิด เอาใจช่วยนางเอกกันด้วยว่าจะทำอย่างไรถึงจะหนีพ้นผู้ชายใจร้ายอย่างพระเอกได้
ปล. ขอบคุณทุกคอมเม้น รักทุกคนที่เข้ามาเม้นให้อ่านนิยายเรื่องนี้ให้
ขอบคุณจากใจน้อยๆ ของไร้เตอร์ nooknik

 

 

      

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

1,019 ความคิดเห็น

  1. #981 Ornpriya Chawla (@ocpriya) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 13:40
    อยากอ่านเมื่อไหร่ออกเล่มค้าาา
    #981
    0
  2. #936 pennyMy.ID (@padma) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 09:09
    ชอบนิยายเรื่องนี้ค่ะขอบคุณผู้แต่งมากน่ะค่ะ
    #936
    0
  3. #426 darika-grammy (@darika-grammy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กันยายน 2554 / 00:20
     คุณเจมส์ทำอย่างนี้ได้ไง กล้านอกกายปลายหรอ
    #426
    0
  4. #321 เนย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2554 / 15:14
    มั่วจิงอีตาพระเอกนี่ น่าให้ปลายเทียนเชิดใส่นัก ชิ ได้เค้าแล้วยังทำหยิ่ง ถางจิงเป็นตุ๊ดปะเนี้ย
    #321
    0
  5. #314 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2554 / 13:09
    พระเอกนี่มีผู้หญิงรอบตัวเลยยังมาทำจะให้ปลายมาเป็นนางบำเรออีกสงสารปลายจัง
    #314
    0
  6. #227 _fiona_ (@_fiona_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2554 / 22:07
    หืม อีตาพระเอกใจร้ายจัง
    #227
    0
  7. #203 pimpimwall (@pimpimwall) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2554 / 20:43

    รอเหมือกัน อยากรู้ความจริงใจจะขาอ

    #203
    0
  8. #178 angll2009 (@angle2009) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2554 / 15:57

    คำตอบอยู่ที่พ่อคุณ เจมส์ แน่ ๆๆๆ งานนี้อีตาพระเอกต้องเสียself แน่ ๆๆๆ

    #178
    0
  9. #146 rich (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 / 11:26
    อยากรู้จังว่า ปลายเทียน มีความสำคัญกะครอบครัวปรมินทร์ยังไง
    #146
    0
  10. #145 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 21:55
    เจมส์ชอบพูดจาว่าร้ายเทียนจังเลยนะ
    #145
    0
  11. #143 PrettybB (@prettybb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 03:28
     ติดตามค่ะ
    #143
    0
  12. #142 คุณคนอ่าน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 23:31
    รอแล้วรอเล่า เฝ้าแต่รอ เมื่อไหร่ ไรเตอร์จะมาลงตอนต่อไปค่ะ
    #142
    0
  13. #140 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 20:53
     รออ่านค่ะ
    #140
    0
  14. วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 20:19
    รอต่อค่ะ มาอัพเร็วๆน้า อยากอ่านมากกกก
    #139
    0
  15. #137 porb (@porb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 17:24
     รอต่อค่ะ
    #137
    0
  16. #136 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2554 / 18:54
     รออ่านค่ะ
    #136
    0
  17. #134 Pewn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 / 23:24
    ใช่ๆเห็นด้วยค่ะ ไรท์เตอร์หากิ๊กให้นางเอกเลย เพราะนายเจมส์มันมั่วอ่ะ ไม่แฟร์อ่ะ หมั่นไส้มัน
    #134
    0
  18. #133 porb (@porb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 / 20:55
     รอต่อๆๆๆๆ
    #133
    0
  19. #132 banreng (@tasjaros) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 / 20:52
    มีนางเอกแล้วยังจะมั่วอีกนะ
    เดียวก็ให้นางเอกมีกิ๊กสะเลยหนิ น่าหมั่นใส้ที่สุด
    #132
    0
  20. #131 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 / 19:59
     รออ่านค่ะ
    #131
    0
  21. #129 porb (@porb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2554 / 19:59
     รอต่อค่ะ
    #129
    0
  22. #128 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2554 / 09:12
     
    #128
    0
  23. #127 NumZ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2554 / 22:41
    Ya!!!! อ๊ายยยยยยยยยยยยย ทำไมพระเอกคนนี๊ ถึงได้ เ ช ยี๊ะ อย่างงี๊นะ-*- อ่านแล้วก็หมั่นทุกที เอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ๋ ขนาด อารมณ์ใคร่..ยังไม่วายเอาแต่จัย !!!! พระเอกคนนี๊หื่นได้จัยจริงๆ-*- อยากรู้แล้วสิว่า..ต่อไปนางเอกของเราจะทำยังงัยยย อย่าไปหลงคารมณ์ ผู็ชายง่ายๆนะ ปลายเทียน Y__Y ปลายเทียนสู้ๆน้าาาา
    #127
    0
  24. #126 chul (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2554 / 22:23
    รอจน เพ้อ เพ้อ แล้ว
    #126
    0
  25. #125 Pewn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2554 / 20:49
    นายเจมส์มั่วที่สุดเลยอ่ะ ชิ หมั่นไส้แทนนางเอก ปลายเทียนจ้าอย่าไปหลงนายเจมส์จอมมั่วเข้าล่ะ ไรท์เตอร์หายไปนานจังค่ะ
    #125
    0