หนี้พิศวาส (Debt love)

ตอนที่ 25 : บทที่ 25 (100%) แก้ไขใหม่นิดหน่อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    20 ก.ย. 56

 

               

                 

หนี้พิศวาส 25

            พรบค่ำของเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสี ตามป้ายร้าน อาคารสถานที่ต่างๆ ถูกประดับประดาไปด้วยไฟหลากสี เพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าและผู้ที่สัญจรไปมา ปลายเทียนมองออกไปนอกกระจกรถอย่างเพลินตา เธอไม่คิดว่ามันจะสวยงามขนาดนี้ หญิงสาวผู้ถูกเก็บซ่อนตัวอยู่แต่ภายในบ้านเป็นเวลายี่สิบปีเต็มบอกกับตัวเองว่า นี่เป็นอีกโลกหนึ่งที่เธอเองเพิ่งจะได้ย่างกรายออกมาพบเห็น ปลายเทียนยิ้มเศร้าๆ ผ่านกระจกที่สะท้อนเงาภาพของตัวเอง รู้สึกสังเวชใจตนยิ่งนัก ชีวิตนี้เธอจะได้พานพบกับความสุขบ้างไหมหนอ

            หิวหรือยัง

            เสียงของคนขับทำลายความเงียบขึ้นเมื่อเวลาผ่านมาได้สักระยะ หญิงสาวค่อยๆ หันมามองคนถามและสบเข้ากับสายตาคมคู่นั้น

            นิดหน่อยค่ะ คุณหิวแล้วหรือคะ

            เธอถามกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            นิดหน่อยเหมือนกัน

            จบประโยคคำตอบเพียงสั้นๆ ความเงียบก็เริ่มเข้าปกคลุมคนทั้งสองอีกครั้งและครั้งนี้กินเวลานานกว่าในครั้งแรกที่เริ่มออกจากบ้านมาเสียอีก

            ปลายเทียนผู้ไม่รู้อนาคตของตัวเองได้แต่นั่งถอนหายใจปลงกับชีวิต ส่วนคนขับก็ยังคงนิ่งตามเดิม เขาเอาแต่ขับรถโดยไม่สนใจเธอเลย ยิ่งเขานิ่งเฉยไม่สนใจเธอก็ยิ่งรู้สึกกลัว ความเงียบกินเวลานานเท่าไหร่หญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดขึ้นเท่านั้น ในที่สุดเธอก็ไม่สามารถที่จะทนต่อความรู้สึกนี้อีกต่อไปได้

            คุณปรมินทร์

            อะไร

            คุณกำลังจะพาฉันไปไหน

            ไปเรื่อยๆ

            เขาตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบหากแต่เป็นคำตอบที่คนฟังแล้วต้องขมวดคิ้ว ไปเรื่อยๆ แสดงว่าไม่มีจุดหมาย นี่เขาจะเอายังไงกับเธอกันแน่

            ไปเรื่อยๆ หมายความว่ายังไงคะ

            หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว

            ก็ไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะถึงจุดหมายยังไงล่ะ

            แล้วมันอีกนานแค่ไหนคะ ฉันเห็นคุณขับรถมาตั้งไกลขนาดนี้แล้วยังไม่ถึงอีกหรือ

            นี่มันยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของการเดินทางในครั้งนี้เลยแม่คุณ ทำไม กลัวเหรอ

            เขาหันไปถามพลางยิ้มที่มุมปากคล้ายจะเย้า ปลายเทียนค้อนให้ทีหนึ่งก่อนจะตอบเขากลับไป

            แล้วฉันสมควรที่จะกลัวไหมคะ ถามอะไรก็ไม่ยอมบอกสักอย่าง คุณจะอมพะนำไว้ทำไมก็ไม่รู้

            ไม่ต้องกลัวหรอกน่า... ฉันไม่ได้พาเธอไปต้มยำทำแกงที่ไหนหรอก อีกไม่กี่เมตรข้างหน้าที่จะถึงนี่เป็นร้านอาหารประจำที่ฉันกับเพื่อนมาทานกันบ่อยๆ เดี๋ยวเราจะแวะทานข้าวกันที่นี่แล้วค่อยเดินทางต่อ

            หญิงสาวจนปัญญากับผู้ชายหลากอารมณ์คนนี้เหลือเกิน ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ไม่ยอมบอกถึงจุดหมายที่จะพาไป ปลายเทียนหันไปมองหน้าเขาอย่างเต็มตา ใบหน้านั้นยังคงนิ่งเฉยไม่ได้สนใจอะไร และก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้าไปยังร้านอาหารที่เขาบอกเอาไว้เมื่อครู่ ปรมินทร์ก็หันมายิ้มให้ตุ๊กตาหน้ารถ รอยยิ้มนั้นมีเสน่ห์เหลือร้ายจนต้องเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่น

            ฉันคิดว่าอาหารที่นี่น่าจะถูกปากเธอไม่มากก็น้อย อีกอย่างมันเป็นอาหารง่ายๆ แบบพื้นๆ ที่เราทานกันอยู่เป็นประจำ ไม่ได้เป็นร้านอาหารที่หรูหรามีระดับอย่างที่ฉันเคยพาเธอไปทานเมื่อคราวนั้นหรอก

            ปลายเทียนค้อนให้เขาอีกครั้ง เหตุไฉนผู้ชายใจร้ายคนนี้ถึงมักได้จดจำเรื่องราวที่ผ่านมานัก ทั้งที่มันเป็นเรื่องที่ไม่ได้สำคัญอะไร มิหนำซ้ำยังเอาเรื่องพวกนั้นมาพูดให้คันหัวใจอยู่เรื่อย

            ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น อาหารแพงๆ คงไม่เหมาะกับฉันนักหรอกปากของฉันมันเหมาะกับอาหารพื้นๆ มากกว่า ดีแล้วล่ะค่ะที่คุณพาฉันมาร้านธรรมดา ขืนไปร้านอาหารแพงมีระดับคุณคงได้อายคนเขาแย่ ขอบคุณนะคะ

            คำพูดราบเรียบหากแต่แฝงด้วยคำเหน็บแนมนั้นทำให้ปรมินทร์หัวเราะออกมา เขาไม่ถือสาในคำพูดของเธอตรงกันข้ามเขากลับพอใจเสียอีก 

            ไม่ต้องขอบคุณหรอก ถ้าขืนฉันพาเธอไปร้านอาหารหรูๆ อย่างคราวที่แล้วคงไม่ไหว พอตกดึกคงได้ยินเสียงท้องของเธอมันร้องหาอาหารแน่

            คุณปรมินทร์

            หญิงสาวร้องออกมาอย่างขุ่นเคือง นี่เขาจะค่อนขอดเธอไปถึงไหน คนอะไรชอบหาเรื่องอยู่ตลอดเวลา

            เรียกชื่อฉันบ่อยจัง กลัวลืมรึ หรือว่าชอบ คงจะอย่างหลังมากกว่าใช่ไหม ไพเราะชื่อของฉันนั้นออกจะเพราะ

            หญิงสาวร้องออกมาคำหนึ่งก่อนจะหัวเราะเสียงใสขึ้น

            หลงตัวเอง ชื่อของคุณเนี่ยนะไพเราะ ชื่อยังกับพระเอกลิเก

            เจ้าของชื่อคอแข็งขึ้นมาทันทีเมื่อโดนสวนกลับอย่างเจ็บแสบไม่แพ้กัน

            คำนี้เจ็บ ปากคอเราะร้ายเหมือนกันนะเรา แต่ก่อนไม่เห็นเธอพูดจาแบบนี้เลย ใครสอนมา บัวตองหรือว่าแอบเปิ้ล

            ปลายเทียนหน้าตื่นเมื่อเขาเริ่มพาลคนอื่นไปด้วย ดูเอาเถอะคนอะไร ปากร้ายใจร้ายมิพอยังชอบพาลหาเรื่องคนอื่นอีกต่างหาก

            ไม่มีใครสอนทั้งนั้นแหละ ฉันคิดเองพูดเองเป็น คุณนี่ชอบพาลคนอื่นอยู่เรื่อย ที่โมโหเนี่ย เพราะว่าคุณเถียงสู้ฉันไม่ได้ใช่ไหม

            “ห๊ะ ฮา ฮา คิดว่าชนะแล้วเหรอเนี่ย

            แล้วเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีอีกครั้ง ส่วนตุ๊กตาหน้ารถก็ได้แต่ทำปากขมุบขมิบบ่นกับตัวเองค้อนให้เขาอย่างหมั่นไส้ นี่เป็นครังที่สามแล้วตั้งแต่ออกจากบ้านมา

            เอ้าลงได้แล้ว ถือว่าเธอเป็นฝ่ายชนะก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันรู้สึกหิวข้าวมากกว่าที่จะมานั่งทะเลาะกับเธอ

            ชายหนุ่มหันไปบอกพร้อมกับก้าวลงจากรถแล้วปิดประตูแต่ก่อนที่จะออกมาจากรถนั้น เขาได้ล็อคปุ่มสี่ประตูเอาไว้ เป็นเหตุให้อีกคนที่นั่งมาด้วยเปิดประตูออกมาไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้นหญิงสาวลองอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าประตูมันจะขยับเปิดออกให้เลย

            คุณปรมินทร์

            ปลายเทียนร้องหาเขา ก็เห็นไปยืนเก๊กท่าอยู่หน้าประตูร้านอาหารรอเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวกัดปากตัวเองจนเจ็บเมื่อรู้ว่าโดนเขาแกล้งเข้าให้ มิหนำซ้ำเขายังกวักมือเรียกเธอหยอยๆ

            คนบ้า มาเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ

            หญิงสาวตะโกนลั่น หากแต่เสียงนั้นก็ไม่สามารถส่งไปถึงคนที่ยืนรออยู่อีกฟากหนึ่งให้ได้ยิน ปรมินทร์ยิ้มร่าเดินกลับมายังรถเก๋งคันหรูของตนซึ่งมีหญิงสาวนั่งหน้าบึ้งอยู่ข้างในนั้น มือหนาเคาะกระจกพร้อมกับกวักมือเรียกอีกครั้ง

            อ้าวมัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ลงมา ไม่หิวข้าวหรือยังไงกัน

            คนบ้า ประตูมันเปิดไม่ได้คุณเห็นไหมเนี่ย

            เธอร้องออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความเดือดดาล

            ห๊ะ อะไรนะไม่ได้ยิน

            เขาทำท่าไม่ได้ยิน หญิงสาวที่ถูกขังอยู่ในรถได้แต่ร้องฮึดฮัดเจ็บใจเขานัก เมื่อคิดว่าแกล้งเธอจนพอใจแล้วเขาจึงยอมเปิดประตูรถให้ พอลงมาจากรถได้มือบางก็รัวกำปั้นใส่เขาไม่ยั้งทั้นที ปรมินทร์ทั้งหลบทั้งปัดป้องจากการประทุษร้ายของคนตัวเล็ก หญิงสาวโมโหเขาจนขาดสติ คราแรกที่เปิดประตูรถไม่ออกเธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่พอรู้ว่าถูกแกล้งเข้าให้ก็เลยกลายเป็นความเดือดดาลที่อยากจะฆ่าเขาให้ตายเสียรู้แล้วรู้รอด ในที่สุดชายหนุ่มก็รวบสองมือที่ทั้งทุบทั้งตีเขาไว้ได้พร้อมกับดึงเข้าหาตัว คราวนี้คนตัวเล็กเลยตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาไปเสียแล้ว

            ปล่อยนะ

            หญิงสาวยังไม่เลิกฮึดฮัดด้วยความเจ็บใจและโมโห

            ไม่ปล่อย เป็นอะไรของเธอจู่ๆ ก็มาทุบตีฉันแบบนี้หมายความว่าไง

            ก็คุณแกล้งฉัน

            ฉันน่ะเหรอแกล้งเธอ ฉันไปแกล้งเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ยังไงฮึ

            เขาถามกลับหน้าตาย ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

            อย่ามาทำหน้าตายแบบนี้นะ ประตูรถมันเปิดไม่ได้เพราะว่าคุณกดล็อคเอาไว้ใช่ไหม ฉันรู้อย่ามาแกล้งทำเป็นไขสือฉันไม่เชื่อคุณหรอกคนเจ้าเล่ห์

            เฮ้ย... ประตูมันล็อคเองหรือเปล่า ฉันจะไปทำแบบนั้นทำไม เห็นว่าฉันทำเหรอ

            ก็ประตูมันเปิดไม่ได้ถ้าคุณไม่ทำแล้วใครจะทำ ฉันคงไม่บ้าพอที่จะขังตัวเองไว้ในรถหรอก

            ก็นั่นน่ะสิ ถึงว่าทำไมไม่ยอมลงจากรถซะที ตอนแรกคิดว่าเธอคงยังไม่หิวข้าว ที่ไหนได้ประตูรถมันเปิดไม่ออกนี่เอง

            คุณปรมินทร์ คุณจะไม่ยอมรับใช่ไหมว่าคุณเป็นคนทำ คุณแกล้งฉัน

            เธอจะให้ฉันยอมรับได้ยังไงในเมื่อฉันไม่ได้เป็นคนทำ ไหนล่ะหลักฐาน หามายืนยันสิ อย่ามาปรักปรำกันแบบนี้น่า... ปลายเทียน เธอก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าพอลงจากรถฉันก็เดินไปรอเธออยู่หน้าร้าน

            คนชอบแกล้งยังคงปากแข็งไม่ยอมรับแถมยังทำหน้าตาเรียกร้องหาหลักฐานจนคนถูกกระทำดิ้นเร้าแต่ก็ดิ้นไม่ได้เพราะอ้อมกอดของเขานั้นแน่นจนแทบกระดิกตัวไม่ได้เลย

            คุณปรมินทร์ คนบ้าฉันเกลียดคุณ

            เธอตะโกนใส่หน้าเขาอย่างเดือดดาลเพราะสุดท้ายแล้วคนที่ชนะก็คือเขานั่นเอง เธอไม่เคยที่จะเอาชนะเขาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าตนนั่นแหละที่เป็นคนทำแต่คนปากแข็งหากไม่จับให้ได้คาหนังคาเขาก็คงจะไม่มีทางยอมรับง่ายๆ หรือถึงแม้จะถูกจับได้ก็คงหาทางออกจนได้นั่นแหละ

            แน่ใจเหรอว่าเกลียด

            เขาย้อนถามด้วยน้ำเสียงเน้นหนักพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้และห่างจากใบหน้าของเธอไม่ถึงคืบ ปลายเทียนชะงักกึกนิ่งอยู่ครู่ต่างคนต่างมองสบตากัน คล้ายกำลังค้นหาอะไรบางอย่างที่อยู่ภายในดวงตาของกันและกัน ปลายเทียนรู้สึกเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออกเหมือนมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น มันทำให้เธอร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งใบหน้า ตึก ตัก ตึก ตัก เสียงเต้นของหัวใจของใครไม่ทราบได้มันดังจนได้ยินถึงข้างนอก

            เธอได้ยินเสียงอะไรไหม เหมือนมีใครมาตีกลองเล่นอยู่แถวนี้

            เขากระซิบถาม ปลายเทียนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี อายเหลือเกินนี่มันไม่ใช่เสียงหัวใจของเขาหรอกหรือ ที่แท้เสียงตึก ตัก ที่ได้ยินอยู่นี่มันเสียงหัวใจของเธอเอง ในที่สุดหญิงสาวก็จำต้องหลบสายตาคมคู่นั้นมองแค่แผงอกกว้างของเขา ทำไมหัวใจของเธอถึงเต้นแรงแบบนี้ โอ้ย... อยากจะบ้าตาย หญิงสาวร้องในใจ

            ฉันหิวข้าวแล้ว

            เสียงกระซิบเบาๆ ลอยมา จากคนในอ้อมแขนเพื่อแก้เขิน แล้วก็มีเสียงกระซิบตอบจากคนตัวสูงกลับไปว่า

            จะพาไปทานอยู่นี่ไง

            แล้วเขาก็รั้งเอวบางพาเดินเข้าไปยังภายในร้านอาหารประจำอีกร้านหนึ่งที่เขาและเพื่อนๆ มักจะมาสังสรรค์กันอยู่บ่อยๆ

บ้านธรรมรงค์ยุทธ์

            หลังจากกลับจากงานเลี้ยงที่บ้านคุณหญิงอรทัยแล้ว คุณมนตรีประมุขของบ้านต้องมานั่งกุมขมับเมื่อได้ทราบข่าวว่าลูกชายคนเล็กได้พาปลายเทียนออกไปข้างนอก ทั้งที่เมื่อตอนบ่ายนี้ปรมินทร์มีอาการปวดศรีษะอย่างรุนแรงทำท่าจะอาการหนัก แต่พอตกค่ำกลับพาเจ้าของพินัยกรรมบินร่อนโฉบราตรีเสียอย่างนั้น

            ให้มันได้อย่างนี้สิไอ้ลูกคนนี้ แล้วเจ้านายของแกออกจากบ้านไปตอนไหน

            คุณมนตรีหันไปถามคนที่คอยรับใช้ลูกชายอย่างใกล้ชิดด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

            ห้าทุ่มนิดๆ ครับ

            กล่องตอบไม่เต็มเสียงแต่ก็คาดคะเนว่าน่าจะอยู่ในราวๆ นี้เพราะไม่ได้ดูเวลา

            บอกหรือเปล่าว่าจะพาหนูปลายไปไหน

            คุณเจมส์ไม่ได้สั่งความอะไรไว้เลยครับ บอกแค่ให้ผมเตรียมรถให้แค่นั้นเอง

            แค่นั้นเองจริงรึ

            “จริงๆ ครับ

            เจ้าคนใช้ผู้ซื่อสัตย์ก้มหน้าตัวสั่นด้วยความกลัวไม่กล้าสบตาท่านเจ้าของบ้าน แน่ล่ะ ความลับย่อมเป็นความลับเมื่อถูกสั่งมาว่าให้ปิดปากให้สนิทก็ย่อมไม่สามารถที่จะแพร่งพรายอะไรออกไปได้ และท่านเจ้าของบ้านก็ไม่ใช่คนโง่เขลาพอที่จะมองอะไรไม่ออกแต่อยู่ที่จะพูดมันออกมาหรือไม่เท่านั้น

            กล่องไปได้แล้วไป

            ปรเมศวร์เป็นคนเอ่ยปากไล่เมื่อเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะซักเอาความอีกต่อไปเพราะอย่างไรเสียมันก็ยังคงยืนยันคำเดิมอยู่ดี กล่องคลานเข่าออกจากที่นั่นและอยากจะไปให้เร็วกว่านี้ ถ้าหากสามารถกลายร่างเป็นงูเลื้อยออกไปได้ยิ่งดี

            ซักไปก็เท่านั้นแหละครับคุณพ่อ ประเดี๋ยวนายเจมส์ก็คงจะพาน้องปลายกลับมาเองนั่นแหละครับ อย่ากังวลอะไรไปเลย

            นี่มันจะตีสองอยู่แล้วนะเมศวร์ หนูปลายไม่เคยออกไปไหนมาไหนในเวลากลางคืนอย่างนี้มาก่อน มันจะดีรึ

            เขารู้สึกเป็นห่วงและมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง คล้ายกับว่าสิ่งสำคัญกำลังจะถูกพรากไปจากเขาอีกครั้ง

            น้องปลายไปกับนายเจมส์นะครับคุณพ่อ นายเจมส์น่ะเสือราตรีดีๆ นี่เอง คุณพ่อก็รู้ไม่ใช่หรือครับ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับผมเชื่อว่าเจมส์จะดูแลน้องปลายได้ นี่มันก็ดึกมากแล้วผมว่าคุณพ่อไปพักผ่อนก่อนดีกว่านะครับ

            ปรเมศวร์ยืนยันกับบิดาหากแต่ท่านเจ้าของบ้านก็ยังมิวายกังวลอยู่ดี

            เมศวร์โทร.ตามน้องให้พ่อที พ่ออยากรู้ว่าพวกเขาสองคนอยู่ที่ไหนกำลังทำอะไรแล้วจะกลับเมื่อไหร่

            บิดาสั่งความมาเป็นชุด ลูกชายคนโตเลยจำต้องทำตามทั้งที่ก็ไม่อยากจะโทร.ตามให้เสียเวลา เพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรเสียคืนนี้สองคนนั้นคงไม่กลับบ้านอย่างแน่นอน แต่เพื่อความสบายใจของพ่อเขาก็เลยไม่อยากขัดใจ

            ครับพี่เมศวร์

            ปรมินทร์รับสายพี่ชายทันทีที่เบอร์โทรศัพท์โชว์ที่หน้าจอมือถือ

            คุณพ่ออยากรู้ว่าตอนนี้เจมส์อยู่ที่ไหน และจะกลับเมื่อไหร่

            ทำไมเหรอครับ กลัวบุคคลสำคัญจะหายสาบสูญไปหรือยังไงถึงได้ให้พี่เมศวร์โทร.เช็คขนาดนี้

            เอาน่า... บอกมาว่าอยู่ที่ไหนกัน

            อยู่แถวนี้แหละครับ จะกลับเมื่อไหร่นั้นไม่ทราบไม่มีกำหนด ฝากบอกคุณพ่อด้วยแล้วกันไม่ต้องเป็นห่วง คุณพ่อคงอยากรู้ว่าปลายเทียนนั้นปลอดภัยดีหรือเปล่าใช่ไหมครับ บอกท่านด้วยนะครับว่าปลอดภัยดีทุกประการอยู่ครบสามสิบสองครับ ไม่ต้องโทร.ตามอีกนะครับเพราะจากนี้ผมจะปิดโทรศัพท์ แค่นี้นะครับพี่เมศวร์ ขอให้พี่ชายของผมและคุณพ่อหลับฝันดี สวัสดีครับ

            ปลายสายตัดสัญญาณปิดเครื่องหนีไปเป็นที่เรียบร้อย ลูกชายคนโตหันไปสบตากับบิดาพร้อมกับรายงานตามที่ได้สนทนากับน้องชายเมื่อครู่ให้ฟัง คุณมนตรีมีสีหน้าครุ่นคิด ความจากลูกชายคนเล็กที่บอกว่าไม่มีกำหนดกลับและแถมปิดเครื่องหนีเช่นนี้ มันย่อมส่อให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลอะไรบางอย่าง ปรมินทร์กำลังจะทำอะไรและพาปลายเทียนไปที่ไหน นี่คือสิ่งที่ประมุขของบ้านธรรมรงค์ยุทธ์กำลังพรั่นพรึง ส่วนปรเมศวร์นั้นเดาใจน้องชายได้เลยว่ากำลังจะพาเจ้าของพินัยกรรมหนีไปให้ไกล ที่ไหนสักแห่งที่ไม่มีใครรู้และสามารถตามตัวคนทั้งสองได้ อย่างน้อยก็ชั่วระยะหนึ่ง และที่นั่นมันที่ไหนเขาเองก็จนปัญญาจะเดาได้เหมือนกัน

            พี่กล่อง คุณท่านเรียกพี่ออกไปพบเรื่องอะไรดึกดื่นขนาดนี้

            บัวตองผู้นอนคอยสามีอย่างใจจดใจจ่อลุกขึ้นนั่งพร้อมกับถามขึ้นทันทีที่สามีเปิดประตูห้องเข้ามา

            อ้าว... นึกว่าหลับไปแล้วนี่ยังไม่หลับอีกเหรอ

            กล่องไม่สนใจที่จะตอบคำถามของภรรยาหากแต่ถามกลับไปด้วยน้ำเสียราบเรียบทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

            อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะพี่กล่อง ตอบคำถามฉันมาเดี๋ยวนี้ คุณท่านไม่เคยเรียกหาพี่ในเวลาเช่นนี้มาก่อน มีเรื่องอะไรสำคัญหรือพี่ เกิดอะไรขึ้น

            จะอะไรเสียอีกล่ะ ก็คุณเจมส์น่ะสิพาน้องปลายออกไปเที่ยวกลางคืน นี่ยังไม่กลับมากันเลยคุณท่านก็เลยเป็นห่วง นี่ยังเสียวอยู่เลยว่าจะให้ไปตามหรือเปล่า แต่ถ้าจะให้ไปตามจริงๆ ก็เหมือนงมเข็มในทะเลนั่นแหละ กรุงเทพฯ ออกจะกว้างใหญ่เสียขนาดนี้ ไปเที่ยวกันที่ไหนก็ไม่ได้บอกเอาไว้ ป่านนี้ปิดเครื่องหนีแล้วกระมัง

            ว่าพลางถอนหายใจพร้อมกับล้มตัวลงนอนบนเตียงอันค่อนข้างแข็ง ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่กล่องจำต้องทำตามคำสั่งที่ได้รับคือห้ามบอกใครในเรื่องนี้ แม้แต่บัวตองเมียของเขาเองก็ไม่สามารถที่จะบอกถึงความลับนี้ได้จริงๆ

            น้องปลายไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ ตายแล้วคุณเจมส์นะคุณเจมส์ทำยังงี้ได้ยังไง ถ้าเกิดน้องปลายเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไงดีล่ะพี่กล่อง

            บัวตองรู้สึกเป็นห่วงปลายเทียนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็สายเกินไปเสียแล้วที่มารู้เอาตอนนี้

            เอ็งนี่ก็อีกคน จะเป็นห่วงอะไรนักหนา ยังไงซะคุณเจมส์เธอคงไม่ปล่อยให้น้องปลายเป็นอะไรไปหรอก และอีกอย่างเมื่อตอนที่ทั้งคู่ออกไปฉันก็เห็นยังดีๆ กันอยู่เลย ไม่เห็นน้องปลายจะมีอาการไม่สบายอย่างที่แกว่าเสียหน่อย อย่าตื่นตระหนกให้มันมากนักเรายังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เดี๋ยวคุณเจมส์เธอก็พากันกลับมาเองนั่นแหละ นอนได้แล้ว ฉันง่วงจะตายอยู่แล้วเนี่ย

            ก็คนมันเป็นห่วงนี่ พี่ไม่เห็นตอนที่คุณเจมส์ทำกับน้องปลายก่อนหน้านี้หรอกหรือ คุณเจมส์ใจร้ายกับน้องปลายแค่ไหนพี่ก็เห็น แล้วอย่างนี้พี่จะไม่ให้ฉันเป็นห่วงได้ยังไง พี่กล่องเราจะทำยังไงกันดี

            เราจะทำยังไงได้ล่ะ นอกจากนอน นอนเสียเถิดเมียรักของพี่ มานอนข้างๆ พี่นี่มา คิดมากไปก็เท่านั้น เราทำอะไรไม่ได้หรอก เพราะขนาดพ่อกับพี่ชายยังทำอะไรไม่ได้เลยแล้วขี้ข้าอย่างเราจะทำอะไรได้

            กล่องลุกขึ้นดึงเมียรักลงนอนข้างๆ พร้อมกับสวมกอดเอาไว้ บัวตองถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ถูกของสามี หล่อนไม่สามารถจะทำอะไรเพื่อเป็นการช่วยเหลือปลายเทียนได้เลยในขณะนี้

            ปรมินทร์ตัดสินใจเลือกโรงแรมระดับสี่ดาวในตัวจังหวัดเพชรบุรีเป็นที่พักชั่วคราว เมื่อขับรถผ่านไปถึงที่นั่นเพราะอาการปวดศรีษะของเขาเริ่มกลับมาอีกครั้ง ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไปหาที่พักแรมที่จังหวัดประจวบฯ แต่ก็ไม่สามารถทำอย่างที่ตั้งใจไว้ เขาเลือกห้องเตียงเดี่ยวเพราะเตียงคู่นั้นไม่มีความจำเป็นอะไรอยู่แล้วสำหรับเขาและเธอ หญิงสาวที่ไม่เคยได้ออกมาสัมผัสกับโลกภายนอกอย่างปลายเทียนนั้นย่อมไม่มีปากมีเสียงอะไรอยู่แล้วไม่ว่าเขาจะทำอะไรเธอก็ได้แต่คอยตามต้อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับเขา ไม่ว่าจะพาไปขึ้นเขาลงห้วย ขึ้นเหนือล่องใต้ก็จำต้องตามเขาไป

            ง่วงหรือยัง

            เขาหันไปถามเธอขณะที่กำลังเปิดกระเป๋าเพื่อเอาเสื้อผ้าออกมาแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าของโรงแรม

            ง่วง

            หญิงสาวตอบสั้นๆ ไม่มีหางเสียงและไม่คิดที่จะหันไปมองคนถาม

            ไม่ต้องจัดเสื้อผ้าเพราะเราจะพักที่นี่แค่คืนเดียวเท่านั้น

            เขาบอกมาเรียบๆ พลางเดินเข้าไปหา คิ้วสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นโบว์ หันไปมองหน้าเขาด้วยความฉงน

            อะไรนะคะ เราจะพักที่นี่แค่คืนเดียวอย่างนั้นเหรอ หมายความว่ายังไงเรายังไม่ถึงที่หมายกันอีกหรือคะเนี่ย

            ยัง... อีกไกลพอสมควร

            คุณปรมินทร์คุณกำลังจะพาฉันไปไหนกันแน่คะ อย่าอมพนำไว้เลยบอกฉันมาเถอะเพราะยังไงซะฉันก็ต้องไปกับคุณอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องปิดบังฉันเลยด้วยซ้ำ ว่าแต่ถึงครึ่งทางหรอยังคะ มันไกลขนาดที่จะต้องเดินทางกันเป็นวันเป็นคืนเลยหรอเปล่า

            มือบางวางเสื้อผ้าที่อยู่ในกระเป๋าลงอย่างเดิมหันมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ

            ก็ประมาณนั้น

            คำตอบของเขาทำให้เธอร้องออกมาคำหนึ่งก่อนจะถูกเขาดึงเข้าหาตัวแล้วกอดไว้หลวมๆ ปลายเทียนใช้สองมือดันหน้าอกเขาไว้

            เธอเคยไปทะเลหรือเปล่าปลายเทียน

            แล้วเขาก็ชวนคุยไปอีกเรื่องหนึ่ง หญิงสาวตาโตเพราะตามเขาไม่ทันอีกตามเคย

            คะ ไปทะเลเหรอ เอ่อ...

            หญิงสาวอึกอักพลางหลบสายตาเบือนไปมองทางอื่น ผลักอกเขาออกก่อนจะเดินไปนั่งยังขอบเตียงนอน อย่าว่าแต่ทะเลเลยตั้งแต่เกิดมาจวบจนทุกวันนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ออกมาเห็นโลกภายนอกด้วยซ้ำ

            มะ ไม่เคยค่ะ ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าตอนนี้คุณกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ พาฉันออกมาแบบนี้คุณบอกคุณลุงหรือยังว่าจะพาฉันไปไหน ฉันรู้ว่าฉันเป็นลูกหนี้ของคุณและหนี้ที่ติดค้างอยู่นั้นมันก็มากมายมหาศาล ชาตินี้ใช้เท่าไร่ก็คงไม่หมดเพราะความรู้และปัญญาของฉันมันก็มีอยู่แค่นิดเดียว คุณคงเข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร ใบประกาศนียบัตรแค่ ม.3 ฉันคงไม่มีปัญญาหาเงินมาชดใช้ให้พวกคุณได้หรอก ที่ฉันยอมให้คุณทำกับฉันสารพัดอย่างก็เพราะว่าฉันไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว แต่ขอฉันถามคุณสักอย่างจะได้ไหมคะ เรื่องพินักรรมเมื่อคืนนี้มันหมายความว่ายังไง

            ประโยคคำถามในตอนท้ายทำให้ปรมินทร์ ธรรมรงค์ยุทธถึงกับนิ่ง จากนั้นเขาก็เดินเลี่ยงไปยังอีกฝั่งของเตียงนอนแล้วทรุดกายลงนั่งโดยการนั่งหันหลังให้เธอ เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าสบตากับหญิงสาว รู้สึกระอายใจกระอักกระอ่วนอยู่ข้างในที่จะตอบคำถามเพราะความจริงของคำตอบนั้นมันอาจทำให้คนฟังถึงกับช็อคเพราะรับไม่ได้เหมือนอย่างที่แล้วมา

            ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน

            เขาเลือกที่จะโกหกเพราะรู้ว่า ความจริงสำหรับเธอแล้วนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่น่าฟังและรับรู้เอาเสียเลย เขาไม่อยากทำให้หญิงสาวผู้อาภัพคนนี้ต้องเสียใจและเจ็บปวดไปมากกว่านี้ ถ้าเธอจะยอมเชื่ออย่างที่เขาปฏิเสธ

            ฉันไม่เชื่อ คุณรู้ไหมว่าทั้งวันฉันคิดแต่เรื่องนี้ ทำไมพินัยกรรมที่ถูกเปิดถึงบอกว่าฉันเป็นลูกสาวของนายภาสกร และนายภาสกรอะไรนั่นเป็นใครและเป็นอะไรกับพวกคุณ ทำไมเขาใช้นามสกุลเดียวกับฉันและที่แปลกไปกว่านั้นทำไมครอบครัวของคุณถึงมีสิทธิ์เปิดพินัยกรรมฉบับนี้ มันหมายความว่ายังไงฉันไม่เข้าใจเลย ถ้านายภาสกรเป็นพ่อของฉันอย่างที่พินัยกรรมว่า คนที่จะมีสิทธิ์เปิดพินัยกรรมนี้ได้ก็ต้องเป็นครอบครัวของฉันไม่ใช่หรือคะ

            ฉันเองก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเธอนักหรอก ฉันก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

            คุณน่ะเหรอไม่รู้เรื่องจะเป็นไปได้ยังไง ครอบครัวของคุณมีสิทธิ์เปิดพินัยกรรมที่ระบุว่าเป็นของครอบครัวของฉัน แสดงว่าพวกคุณน่าจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ยังไงฉันก็ไม่เชื่อคุณอย่ามาโกหกฉันเลยดีกว่า บอกความจริงฉันมาเถอะค่ะ ฉันเหมือนกบในกะลาครอบอยู่แล้วอย่าทำให้ฉันโง่งมไปมากกว่านี้เลย ความจริงแล้วฉันเป็นใครกันแน่ และที่มาที่ไประหว่างครอบครัวของฉันกับคุณมาเกี่ยวข้องกันได้ยังไง

            คิ้วเข้มขมวดแทบจะผูกกันเป็นโบว์อยู่แล้ว ปลายเทียนไม่ใช่คนโง่เลยถึงแม้จะการศึกษาอาจจะไม่ได้จบสูงหรือเท่าเทียมกับหลายคน นั่นไม่ได้เป็นข้อบ่งบอกว่าเธอขาดความฉลาดและไหวพริบ ภายนอกอาจจะดูเป็นคนอ่อนแอและยอมคนอื่นอยู่เสมอแต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอจะคิดอะไรเองไม่เป็น เธอคงครุ่นคิดและตรึกตรองในเรื่องนี้อยู่ทั้งวันเป็นแน่

            ฉันบอกเธอไม้ได้จริงๆ ปลายเทียน

            เขาบอกกับเธอในใจ และรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่สามารถพูดมันออกไปได้เขาจะบอกได้อย่างไรว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอได้เสียชีวิตไปนานเท่าไหร่แล้วและสาเหตุมันเกิดจากอะไรและใครคือคนที่อยู่เบื้อหลัง เรื่องนี้มันก็ทำให้เขาเจ็บปวดและเสียใจเหมือนกันที่พูดไม่ได้เพราะเขาเองก็เจ็บ

            คุณปรมินทร์

            เธอเรียกชื่อของเขาเหมือนจะเป็นการเตือนว่าเธอกำลังรอคำตอบอยู่

            ฉันไม่รู้เรื่องหรอกปลายเทียนอย่าพยายามถามอะไรในเรื่องนี้เลย เธอรู้ไหมว่าเธอคือคนที่ทำให้ชีวิตของฉันนั้นปั่นป่วนที่สุด ไม่เคยมีใครเข้ามายุ่งวุ่นวายกับฉันเหมือนเธอมาก่อน

            เขาสวนกลับโดยเร็วน้ำเสียงเริ่มมีอารมณ์เพื่อที่จะเปลี่ยนเรื่องยุติในสิ่งที่เขาไม่สามารถที่จะตอบเธอได้ในตอนนี้

            ฉันน่ะเหรอเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของคุณ ฉันอยู่ของฉันดีๆ และวันหนึ่งก็ได้รับข่าวที่ทำให้ฉันแทบช็อค กลายเป็นคนมีหนี้สินหลายสิบล้านโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่หนี้สินพวกนี้ฉันไม่ได้เป็นคนก่อเลยด้วยซ้ำ

            ก็เพราะว่าครอบครัวของเธอยังไงล่ะ ถึงเธอจะไม่ใช่คนก่อหนี้พวกนี้ก็ตาม ยังไงเธอก็มีส่วนอยู่ดี และพวกเขาก็ส่งเธอให้มาป่วนชีวิตฉัน และต้องมารับผิดชอบแต่งงานกับเธอตามที่พินยกรรมบ้าอะไรนั่นระบุเอาไว้ เธอคิดว่าฉันรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนหรือไง ถ้าฉันรู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก ป่านนี้ฉันชิ่งแต่งงานกับแฟนฉันไปแล้วไม่ปล่อยให้เรื่องบ้าๆ แบบนี้เกิดขึ้นได้หรอก

            เขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับหันมาตะโกนใส่เธอมองเธอด้วยสาตาดุกร้าวน่ากลัว ปลายเทียนถึงกับตัวแข็งทื่อเมื่อถูกตะโกนใส่หน้า ตาคู่สวยเริ่มมีน้ำมาคลอเบ้าก่อนที่มันจะค่อยๆ ไหลอาบสองแก้ม แล้วเสียงสะอื้นไห้ก็ตามมาอย่างกั้นไม่อยู่ และนั่นจึงทำให้คนเจ้าอารมณ์รู้สึกตัวเดินอ้อมเตียงนอนไปหาคนเจ้าน้ำตา เขาไม่ได้อยากทำให้เธอร้องไห้แต่มิวายก็ลงเอยแบบเดิม

            ปลายเทียน

            เขาเรียกชื่อเธอน้ำเสียงอ่อนลง หญิงสาวใช้สองมือปิดหน้าร้องไห้และร่างบางก็ถูกเขารั้งเข้ามากอดเอาไว้ หญิงสาวพยายามจะฝืดตัวไว้แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้

            เราอย่ามาทะเลาะกันตอนนี้เลยนี่มันก็ดึกมากแล้ว เธอง่วงไม่ใช่เหรอทำไมไม่พักผ่อนล่ะ เชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยจริงๆ

            แล้วคุณพาฉันออกมาจากบ้านทำไม ถ้าคุณเองก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วยคุณน่าจะให้โอกาสฉันได้สอบถามกับคุณลุงหรือไม่ก็พี่เมศวร์ดู ฉันคิดว่าพวกเขาน่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวฉันบ้าง ยังไงเสียคนในครอบครัวของคุณไม่คนใดก็คนหนึ่งน่าจะรู้เรื่องฉันดีที่สุด แต่ที่แน่ๆ ฉันคิดว่าคุณพ่อของคุณนั่นแหละที่รู้เรื่องฉันดีกว่าใครๆ

            หญิงสาวเงยหน้าพูดกับเขาทั้งที่น้ำตายังไหลอาบสองแก้ว ขณะนี้ปลายเทียนน่าสงสารเหลือเกินมือหนาเอื้อมเช็ดน้ำตาออกจากแก้มบางอย่างเวทนาจับใจ ใช่เธอคาดการณ์ได้ถูกต้องคนที่รู้เรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเธอทั้งในอดีตและปัจจุบันก็คือพ่อของเขานั่นเอง

            เอาอย่างนี้แล้วกันถ้าหากเธออยากจะรู้เรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องในอดีตหรือเรื่องพินัยกรรม เอาไว้ให้เรากลับมาก่อนแล้วค่อยไปถามพ่อของฉันด้วยกัน เพราะฉันเองก็อยากจะรู้เรื่องนี้เหมือนกันกับเธอนั่นแหละดีไหม

            เขาเสนอทางเลือกพร้อมกับเป็นการปลอบโยนกรายๆ ไปในตัว อย่างน้อยก็เป็นการยืดเวลาออกไปอีกสักหน่อยเพื่อไม่ให้เจอกับความเจ็บปวดและเสียใจในระรอกที่สองเร็วเกินไปนัก อีกอย่างเผื่อว่าพ่อของเขาอาจจะได้สติและคิดได้ว่าควรจะทำอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ นี่คือสิ่งที่เขาหวังไว้ ปลายเทียนมองสบตาคู่นั้นอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าเธอเหนื่อยและทุกข์ใจแค่ไหน แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะรับฟังหรือเปล่า ถ้าพูดไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นและมีประโยชน์ไหม อาจจะเปลืองน้ำลายเสียเปล่าๆ ปรมินทร์เป็นคนที่เดายากบทจะดีก็แสนดี บทจะร้ายก็ร้ายเหลือเกินจนเอาไม่อยู่ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเขาทำให้เธอไม่กล้าเสี่ยงที่จะพูดมันออกมา และเธอเองขณะนี้ก็คงต้องเลยตามเลยเมื่อความตั้งใจของเขายังคงเหมือนเดิมคือจะพาเธอไปยังสถานที่ที่เขาคิดเอาไว้

            ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรจะบอกฉันหน่อยได้ไหม ว่ากำลังจะพาฉันไปที่ไหน

            ฉันกำลังจะพาเธอไปกระบี่

            เขาบอกพร้อมกับเอนตัวล้มลงนอนหงายเงยหน้ามองเพดานพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เขาเองก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนชิ้นส่วนของร่างกายมันจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ เหนื่อยกายนั้นไม่เท่าไหร่แต่เหนื่อยใจนี่สิ ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ยังไงดี

            กระบี่ คุณจะพาฉันไปที่นั่นทำไมคะ

            หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากแก้มและเปลี่ยนอริยบทด้วยการหันหลังให้กับเขา ปรมินทร์ปลี่ยนสายตามาจับอยู่ที่ด้านหลังของเธอ แผ่นหลังอันบอบบางซึ่งมีผมยาวลงมาปิดเกือบถึงช่วงเอวนั้นสะอื้นอยู่เป็นระยะถึงแม้จะหยุดร้องไห้ไปแล้วก็ตาม

            ฉันอยากจะพาเธอไปพักผ่อนและเปิดหูเปิดตาบ้าง อีกอย่างฉันเองก็เหนื่อยกับงานที่ทำอยู่ทุกวันเหลือเกิน อยากจะหาเวลาพักผ่อนมานานแล้วแต่ก็ไม่สบโอกาสสักที

            แล้วคุณก็เลือกได้ถูกจังหวะดีเหลือเกินนะคะ ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้นคุณจะยังต้องการไปพักผ่อนอย่างที่คิดไว้หรือเปล่าหรือว่าเป็นข้ออ้างของคุณเท่านั้น

            คำถามของเธอแสดงถึงความไม่เชื่อในคำพูดของเขา ปรมินทร์ย่นคิ้วยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่งก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งแล้วสวมกอดเธอเข้าทางด้านข้าง

            เพิ่งรู้นะว่าเธอน่ะเป็นคนช่างระแวงขี้สงสัย ฉันตั้งใจว่าจะไปกระบี่ตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพาใครไปดีเพื่อนก็ไม่ว่างแฟนหรือก็ไม่อยู่ไปคนเดียวก็คงจะเหงาน่าดู

            หญิงสาวรู้สึกเจ็บแปลบเข้าไปถึงข้างในกับประโยคหลังของเขา คนพูดคงไม่รู้ว่าประโยคนี้มันทำร้ายจิตใจของคนฟังแค่ไหน ใช่เขามีเจ้าของแล้วและหัวใจของเขาก็ไม่ว่างเหลือเผื่อให้ใครอีก ทว่าทำไมเขาต้องมายุ่งกับเธอ เขาทำแบบนี้ทำไม เขาทำร้ายเธอทำไม หรือเพราะว่าเธอเป็นเพียงลูกหนี้ขัดดอกที่ไร้ค่าอยากจะทำอะไรก็ทำ พอสมใจหรือเบื่อแล้วก็เขี่ยทิ้งอย่างนั้นใช่ไหม ปลายเทียนถามตัวเองในใจ

            คุณก็เลยลากฉันมาด้วยเพื่อแก้เหงาเท่านั้นหรือคะ

            น้ำเสียงนั้นสั่นเล็กน้อยถึงแม้จะพยายามสะกัดกั้นเอาไว้แล้วแต่ก็ทำไม่ได้ คนฟังเองก็พอที่จับน้ำเสียงได้ว่าเธอรู้สึกเช่นไร

            มันไม่ใช่แค่นี้หรอก ฉันไม่ได้ทำเพื่อฉันคนเดียวแต่ฉันทำเพื่อเธอนะปลายเทียน

            หมายความว่ายังไง อะไรอย่างนั้นหรือคะที่แสดงว่าคุณกำลังทำเพื่อฉันอยู่ สถานที่ที่คุณกำลังจะพาฉันไปนี่หรือคือสิ่งที่คุณทำเพื่อฉัน

            ไม่ว่าเธอจะมองความหวังดีของฉันเป็นแบบไหนก็ตามแต่ขอให้รู้เอาไว้อย่างหนึ่งนะ ที่ฉันทำอยู่นี่ขณะนี้ฉันกำลังทำเพื่อเธออยู่

            เขายืนยันบอกชิดใบหู หญิงสาวค่อยหันหน้ามามองเขา ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่ไม่ถึงฝ่ามือสัมผัสได้ลมหายใจของกันและกัน

            มีเรื่องอะไรที่จะต้องทำเพื่อฉันคะ สมควรแล้วหรือที่เจ้าหนี้อย่างคุณจะทำเพื่อลูกหนี้ขัดดอกอย่างฉัน ในเมื่อฉันเองก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีค่าอะไรเลยในสายตาของคุณ     

            ชายหนุ่มนิ่งอยู่ครู่หนึ่งกับคำพูดของเธอก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

            “เจ้าหนี้อย่างฉันมีอะไรที่จะทำเพื่อเธอตั้งเยอะแยะ

            อะไรบ้างคะ

            อยากรู้ก็คอยดูเอาแล้วกัน ว่าเจ้าหนี้อย่างฉันทำอะไรเพื่อเธอได้บ้าง

            “คุณไม่กลัวแฟนคุณจะโกรธเอาหรือถ้าเขารู้เรื่องนี้เข้า คุณจะทำยังไง

            ปรมินทร์ชะงักนิ่งมองลึกลงไปนัยน์ตาคู่นั้นอีกครั้ง นี่แหละคือปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาที่เขาแก้ไม่ตกเสียที ปาริฉัตรคงเอาเขาตายแน่หากรู้ว่าเขาจะต้องแต่งงานกับคนอื่นโดยที่ไม่ใช่หล่อน ทั้งที่เขาเองเป็นคนสัญญาว่าจะแต่งงานกับหล่อนเมื่อเรียนจบ

            ไม่ต้องไปสนใจเรื่องของคนอื่นหรอก เรื่องของฉันกับแฟนมันไม่ใช่เรื่องของเธอ ปัญหานี้ฉันแก้ได้ รับรองว่ามันจะไม่มีผลกระทบกระเทือนมาถึงเธออย่างแน่นอน อีกอย่างแฟนของฉันเขาเป็นคนเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ เราคุยกันด้วยเหตุผลเสมอมา

            ก็ดีค่ะฉันจะได้สบายใจ อย่างน้อยคุณก็จัดการกับเรื่องนี้ได้ ฉันไม่อยากจะเป็นตัวต้นเหตุทำร้ายจิตใจแฟนของคุณ แล้วเมื่อไหร่แฟนของคุณจะกลับมาจากเมืองนอกล่ะคะ

            อยากจะรู้ไปทำไม กลับมาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ เอาล่ะนี่มันก็ดึกมากแล้ว ฉันว่าเราทั้งคู่ควรจะพักผ่อนกันได้เสียที และไม่ต้องสรรหาคำถามมาชวนทะเลาะอีกนะ ง่วงจะแย่อยู่แล้ว

            พูดจบเขาก็เดินไปปิดไฟทุกดวงจนมืดสนิท ปลายเทียนร้องออกมาอย่างตกใจไม่คิดว่าเขาจะหักดิบแบบนี้ พอบอกว่าจะนอนก็ปิดไฟเอาดื้อๆ โดยไม่ให้ตั้งตัวกันเลย

            คุณมันมืด

            หญิงสาวร้องออกมาพร้อมกับคลำที่นอนหาหมอนและเลิกผ้าห่มแต่เธอมองไม่เห็นมันจึงเป็นการลำบากที่จะทำเช่นนั้น

            เปิดไฟก่อนได้ไหมคะฉันมองไม่เห็น

            ปิดไฟก็ต้องมองไม่เห็นอยู่แล้ว

            เขาบอกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำชวนขนลุกซึ่งทำให้คนฟังตัวแข็งและรู้สึกไม่ชอบกับน้ำเสียงแบบนี้ของเขา

            คุณปรมินทร์อย่าแกล้งนะฉันไม่ชอบ เปิดไฟเดี่ยวนี้เลย

            หญิงสาวเริ่มออกคำสั่งแต่คนชอบแกล้งก็ไม่สน

            จะนอนก็ต้องปิดไฟสิ จะให้เปิดไฟทำไมเหรอ

            เขายังคงใช้น้ำเสียงในแบบเดิมก่อนจะตรงเข้าไปหาคนที่กำลังควานหาผ้าห่มพร้อมกับสวมกอดเข้าทางด้านหลัง

            กรี๊ด!”

            ปลายเทียนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจอีกครั้งไม่คิดว่าเขาจะเล่นกับเธอแบบนี้

            คุณปรมินทร์ปล่อยนะ ปล่อยฉันเดี่ยวนี้

            ไม่ปล่อย มานอนกันเถอะที่รักฉันง่วงจะตายอยู่แล้ว

            ใครเป็นที่รักของคุณ ฉันไม่ใช่ที่รักของคุณซะหน่อย ไปเปิดไฟให้ฉันก่อนเดี่ยวนี้ ฉันจะจัดที่นอน

            เฮ้ย ทำไมเรื่องมากอย่างนี้นะ ทำไมต้องจัดมันอีกที่นอนเขาก็จัดเอาไว้ให้อยู่แล้วไม่เห็นรึ

            เขาร้องขึ้นอย่างขัดใจ ปากก็บ่นไปแต่ก็จำต้องลุกจากเตียงเดินไปเปิดไฟให้แม่จอมยุ่งตามคำสั่ง หลังจากเปิดไฟหัวเตียงแล้วคนชอบแกล้งก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว เขาหันกลับมาหาเธอโดยเร็วพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้คนขี้กลัว ยิ้มแยกเขี้ยวคำรามร้องขู่ขึ้น

            “กรี๊ด เพี้ยะ

            เสียงร้องและเสียงอะไรบางอย่างถูกฟาดเข้าอย่างแรงจนเกิดเสียงดังขึ้น

            โอ้ย!”

            ชายหนุ่มถึงกับผงะหล่นจากเตียงลงไปนอนหงายท้องอยู่ที่พื้นพร้อมกับยกมือลูบแก้มด้านซ้าย จ้องคนที่นั่งอยู่บนเตียงตาไม่กระพริบ ส่วนปลายเทียนเองก็แทบช็อคไม่คิดว่าความตกใจจะทำให้เธอพลั้งมือตบเขาไป

            เธอตบฉัน

            ชายหนุ่มครางออกมา ไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงสาวจะให้ความรุนแรงกับตนเช่นนี้

            ฉันไม่ได้ตั้งใจ คุณเจ็บหรือเปล่าคะ ฉันขอโทษ ฉันตกใจก็เลย เอ่อ...

            ประโยคที่จะเอ่ยต่อเธอพูดไม่ออกเสียแล้ว และคนถูกตบก็ได้แต่กัดปากตัวเองเจ็บใจที่โดนฝ่ามือของเธอเข้าอย่างจัง ตังแต่เกิดมาไม่เคยมีใครตบหน้าเขามาก่อน แล้วนี่เธอเป็นใครถึงได้บังอาจขนาดนี้

            แน่ใจเหรอว่าเธอไม่ได้จงใจที่จะตบฉัน เมื่อกี้นี้มันแรงมากเลยนะ

            ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ อีกอย่างคุณมาแกล้งหลอกผีฉันทำไมล่ะ ก็คนมันตกใจทำอะไรไม่รู้ตัวหรอก

            อ๋อเหรอ เธอคงจะตกใจมากสินะถึงได้ฟาดมาเสียงแรงขนาดนี้ แน่ะ ทำร้ายคนอื่นแล้วยังมีหน้านั่งเฉยอยู่อีกไม่คิดจะมาดูฉันบ้างเลยหรือไง หน้าหล่อๆ ของฉันเป็นรอยหมดแล้วมั้งเนี่ย พรุ่งนี้จะหายหรือเปล่าก็ไม่รู้

            แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ

            หญิงสาวนึกสมน้ำหน้าเขาในใจ ถูกตบเสียบ้างเผื่ออาการผีเข้าผีออกจะได้หายไป

            เธอเป็นคนทำร้ายฉันแล้วยังจะมาย้อนถามฉันอีกเหรอว่าควรจะทำยังไง

            ปลายเทียนจำต้องลงจากเตียงเพื่อเข้าไปดูเขา ปรมินทร์จ้องเธอตาไม่กระพริบสายตาของเขาดูน่ากลัว นั่นเฉพาะภายนอกที่เขาแสดงออกทำทีเป็นโกรธเคืองหากแต่ข้างในเขาไม่ถือสา เพราะรู้ดีว่าตัวเองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุทำให้ตนต้องเจ็บตัวเอง หญิงสาวเข้าไปหาเขาอย่างกล้าๆ กลัว ก่อนจะเอ่ยขึ้น

            หันหน้ามาสิ จะดูให้

            อื้อ

            ชายหนุ่มเอียงหน้าด้านที่โดนฝ่ามือของเธอเมื่อครู่นี้ให้ดู พอหญิงสาวเอาหน้าเข้ามาใกล้คนเจ้าเล่ห์ก็ฉวยโอกาสรวบตัวเธอเข้ามากอดพร้อมกับจุมพิตอย่างรวดเร็วส่วนคนที่ไม่ทันตั้วตัวว่าจะโดนกระทำเช่นนี้ได้แต่ร้องอู้อี้อยู่ในลำคอ พยายามขัดขืนดิ้นรนแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เขาลุกล้ำเธอมากกว่าการจูบ สองมือหนาที่รวบตัวเธอเอาไว้นั้นมันอยู่ไม่สุข จับนั่นแตะนี่และทุกจุดที่เขาสัมผัสก็ล้วนแต่เป็นจุดอ่อนไหวทางอารมณ์ของเธอทั้งนั้น แน่ล่ะนี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้กอดและจูบเธอ มากกว่านี้ก็เคยมาแล้วและรู้ดีว่าทำอย่างไงเธอถึงจะไม่ปฏิเสธเขาได้ กว่าที่เขาจะถอนจุมพิตออกก็เล่นเอาสาวเจ้าอ่อนระทวยไปในอ้อมแขนมองเขาตาปรือสมองยังคงอื้ออึงอยู่ ถึงแม้จะเหนื่อยจากการขับรถมาหลายชั่วโมงแต่เมื่ออารมณ์ดิบได้ถูกปลุกขึ้นอย่างนี้แล้วเขาคงไม่สามารถที่จะปล่อยให้เธอได้นอนหลับสบายอย่างที่ตั้งใจไว้หรอก

            ยัยแม่มด เธอรู้ใช่ไหมว่าเราต้องต่อกันให้จบ

            ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นพร้อมกับช้อนร่างบางขึ้นสูงวงแขนก่อนจะพาเธอไปยังเตียงนอนอันหนานุ่มของโรงแรมระดับสี่ดาว ราตรีแห่งความสุขและทุกข์ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ถึงแม้จะมีปากเสียงกันบ้างบางเวลาแต่สุดท้ายก็จบลงด้วยความราบรื่น เพราะเธอไม่สามารถที่จะต้านทานแรงเสน่ห์หาที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายใจซึ่งมีต่อเขาได้

 

บ้านธรรมรงค์ยุทธ์

            อาหารเช้ามื้อนี้จำต้องเป็นหมันเสียแล้ว เมื่อประมุขของบ้านไม่มีอารมณ์จะรับประทานอะไร จนป่านนี้ลูกชายคนเล็กยังไม่พาปลายเทียนกลับบ้านเลย ปรเมศวร์เองก็ทานอะไรไม่ลงเหมือนกันเพราะบิดานั่งทำหน้าไม่รับแขกแต่เช้า มิหนำซ้ำยังบ่นเป็นหมีกินผึ้นเห็นอะไรเป็นขวางหูขวางตาไปหมด เรียกได้ว่าคนรับใชภายในบ้านแทบจะไม่มีใครอยู่ในระแวกให้เรียกใช้ได้เลย แม้แต่กำไรแม่บ้านคนสนิทยังต้องหลบหน้าซ่อนตัวอยู่ในครัว เพราะกลัวจะโดนเรียกเข้าไปถามโน่นถามนี่และปิดท้ายด้วยการตำหนิในหน้าที่การงานทั้งที่ปล่อนเองก็ไม่ขาดตกบกพร่องอะไร

            คุณพ่อครับ ทานข้าวเถอะไม่ต้องเป็นห่วงเจมส์หรอก เดี๋ยวเขาก็คงจะพาน้องปลายกลับมาเองนั่นแหละครับ

            “แล้วเมื่อไหร่ล่ะเมศวร์ นี่มันปาไปกี่โมงแล้ว ทำไมน้องเราถึงได้ทำตัวเปลวไหลแบบนี้ ป่านนี้หนูปลายจะเป็นยังไงบ้าง

            หนึ่งโมงเช้า และเช้านี้ก็เป็นเช้าวันเสาร์เสียด้วย ท่าทางนายเจมส์คงจะเกงานแหงเลย ผมว่าไม่น่าจะเกินบ่ายโมงนะครับ รับรองว่าลูกชายคนเล็กของคุณพ่อจะต้องพาน้องปลายกลับมาที่บ้านหรือไม่นายเจมส์จะต้องโทรเข้านี่

            ปรเมศวร์ยกโทรศัพท์มือถือชูหราขึ้นโชว์ให้บิดาดูก่อนจะขอตัวไปทำงาน เช้านี้เห็นทีคงต้องไปรถคนละคันกันเสียแล้วถ้าขืนนั่งรถไปด้วยกันมีหวังหูชาเพราะต้องทนฟังบิดาบ่นเรื่องน้องชายของเขาตลอดทางแน่ๆ

            ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับคุณพ่อ

            อ้าว... วันนี้ไม่ไปพร้อมกันหรือ

            คุณมนตรีร้องถามสีหน้าฉงน ปรเมศวร์ไม่เคยขับรถไปทำงานเองทำไมจูๆ วันนี้ถึงจะใช้รถส่วนตัว

            วันนี้ผมต้องขอตัวครับคุณพ่อ พอดีว่านัดกับโรสเอาไว้ว่าจะไปทำธุระกันนิดหน่อย

            ชายหนุ่มจำต้องพูดปดหาข้ออ้างเพื่อเลี่ยงที่จะนั่งรถไปทำงานพร้อมกับบิดา

            อย่างนั้นหรอกหรือ ถ้างั้นก็ไปเถอะเดี๋ยวหนูโรสเขาจะรอนาน

            ครับ

            ลูกชายคนโตลอบผ่อนลมหายใจเมื่อหันหลังให้กับบิดาและตรงไปยังรถที่ลุงจิตขับออกมารอจอดไว้ให้ที่หน้าบ้านอยู่ก่อนแล้ว

            ทางด้านปรมินทร์จุดหมายของการเดินทางในครั้งนี้ของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือกระบี่ ชายหนุ่มพาว่าที่เจ้าสาวจำเป็นออกจากโรงแรมในเวลาบ่ายเศษๆ และกว่าจะไปถึงที่หมายก็เล่นเอามืดค่ำกันเลยทีเดียว ลุงสุขกับป้าพรคนดูแลบ้านออกมาต้อนรับเมื่อได้รับโทรศัพท์จากเขาว่าได้เดินทางมาถึงและในขณะนี้รถได้จอดอยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            มาถึงเสียมืดค่ำกันเลยนะครับคุรเจมส์

            ลุงสุขเป็นคนเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นเขายืนส่งยิ้มมาให้พร้อมกับยกมือไหว้ตามมารยาทสองผู้อาวุโสรับไหว้พลางยิ้มตอบอย่างเป็นมิตรและดีใจที่ได้เจอเขาอีกครั้ง

            ขอโทษทีครับลุง เผอิญว่าผมจำทางไม่ค่อยได้เลยใช้เวลานานนิดหน่อยกว่าจะมาถึงแวะถามทางอยู่หลายที่เหมือนกันแหละครับ

            ฮึ ว่าแต่ใครล่ะครับนั่น พาใครมาด้วยหรือครับคุณเจมส์

            ทั้งสองบุ้ยปากไปทางหญิงสาวที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของรถ ปรมินทร์จึงนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้แนะนำปลายเทียนให้สองสามีภรรยาได้รู้จัก

            อ้อ นั่นปลายเทียนครับน้องสาวของผมเอง ปลายเทียนนี่ลุงสุขกับป้าพรคนดูแลบ้านของที่นี่

            สวัสดีค่ะ

            หญิงสาวยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมตามมารยาทเช่นกันเมื่อถูกแนะนำให้รู้จักกับผู้ใหญ่

            น้องสาว

            เสียงอุทานแทบได้ว่าจะเป็นเสียงเดียวกัน ลุงสุขกับป้าพรหันไปมองหน้ากันเองที่ได้ยินเมื่อครู่นี้คงฟังไม่ผิดหรอกใช่ไหม แต่เท่าที่จำได้ บ้านธรรมรงค์ยุทธ์มีลูกชายเพียงสองคนเท่านั้นคือปรเมศวร์เป็นคนโตและปรมินทร์เป็นคนสุดท้อง แล้วนี่เขากลับมาแนะนำหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนนี้บอกว่าเป็นน้องสาว โอ้ย... น้องสาวประเภทไหนกันล่ะนี่ หญิงวัยกลางคนกลืนน้ำลายลงคงก่อนจะหันไปยิ้มให้หญิงสาว

            เข้าบ้านกันก่อนเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว ไปตาสุขไปเปิดประตูบ้านให้คุณเจมส์เอารถเข้าไปจอดข้างใน กระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ไหนกันคะ มาป้าจะช่วยถือ

            ไม่เป็นไรค่ะป้า ปลายถือเข้าไปเอง กระเป๋าไม่ได้หนักอะไรเพราะว่าเอาเสื้อผ้ามากันไม่กี่ชุดเองค่ะ

            ไม่ต้องเกรงใจป้าใช้ป้าได้ ป้าพรอยากให้ใช้ มาป้าช่วยไม่ต้องปฏิเสธนะจ๊ะ

            ว่าแล้วป้าพรก็ตรงเข้าไปยกกระเป๋าที่ท้ายรถออกมาพร้อมกับหิ้วเข้าไปในบ้านให้ทั้งสองใบ หญิงสาวร้องตามหลังจะแย่งถือกระเป๋าอีกใบช่วยแกก็ไม่ยอมเดินลิ่วตัวปลิวจนปลายเทียนต้องเร่งฝีเท้าตาม เรียกได้ว่าทั้งวิ่งทั้งเดินกันเลยทีเดียวถึงจะตามป้าแกทัน

            นั่งรอตรงนี้ก่อนนะหนูปลายเทียนเดี๋ยวป้าจะไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้ทาน

            พอเข้ามายังภายในบ้าน ป้าพรก็เชื้อเชิญให้หญิงสาวนั่งรอที่ห้องรับแขกก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว ไม่นานแกก็กลับมาพร้อมกับน้ำเย็นที่รินใส่แก้ววางอยู่บนถาดยกถือออกมาให้

            มากันเหนื่อยๆ ทานน้ำเย็นๆ ให้มันชื่นใจก่อนเดี๋ยวป้าจะเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องให้นะจ๊ะ

            ขอบคุณค่ะแต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะเรื่องกระเป๋าเดี๋ยวปลายจัดการเองค่ะ ขอบคุณป้ามากนะคะ

            ไม่ต้องขอบคุณหรอกจ่ะหนูปลายเทียน ป้าเต็มใจ นานทีปีหนจะมีคนมาพักค้างอ้างแรมที่นี่กันเสียที อยู่กันสองลุงป้าเหงาเหลือเกิน มีอะไรก็เรียกใช้ป้าได้ตลอดเวลาเลยนะ

            คุณลุงกับคุณป้าอยู่ที่นี่กันตามลำพังเพียงสองคนหรือคะ

            จ้ะ ป้ากับลุงอยู่ที่นี่เพียงสองคน และก็อยู่กันมานานแล้ว

            หญิงวัยกลางคนบอกพร้อมกับหย่อนกายนั่งลงกับพื้น พอปลายเทียนเห็นเช่นนั้นก็ร้องขึ้น

            ป้าคะนั่งบนเก้าอี้ดีกว่าค่ะอย่านั่งกับพื้นเลย พื้นมันเย็นออก

            ไม่เป็นหรอกป้าไม่ชินที่จะนั่งบนเก้าอี้ นั่งกับพื้นเย็นๆ แบบนี้ป้าชอบ อีกอย่างเก้าอี้เอาไว้ให้สำหรับเจ้านายนั่งกัน ป้าเป็นเพียงคนดูแลบ้านพูดง่ายๆ ก็คนใช้นั่นแหละ นั่งบนนั้นเสมอเจ้านายมันไม่ดีขี้กากจะกินหัวเอา

            แต่ปลายไม่ใช่เจ้านายของป้านี่คะ ปลายเป็นเพียงแค่คนมาขอพักอาศัย ที่สำคัญปลายไม่ใช่คุณหญิงคุณนานมาจากไหน เรามันก็คนธรรมดาเหมือนกัน ขอร้องนะคะป้านั่งบนเก้าอี้ดีกว่า ปลายรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้ที่เห็นป้านั่งกับพื้นแบบนี้ นะคะป้า

            หญิงสาวผู้ไม่เคยถือตัวไม่ว่าจะกับใคร รีบเข้าไปพยุงคนสูงอายุให้ลุกขึ้น คราแรกป้าพรก็ขัดขืนปฏิเสธแต่พอมองสบตากับเธอเข้าก็เริ่มใจอ่อนนัยน์ตาคู่นั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างที่สามารถทำให้หล่อนยอมทำตาม และในขณะเดียวกันปรมินทร์และลุงสุขก็เดินคุยกันเข้ามาพอดี พอเห็นสองหญิงอยู่ในลักษณพยุงกันอยู่ก็เกิดความสงสัยขึ้น

            เกิดอะไรขึ้นหรือครับป้าพร

            ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณเจมส์ ป้าจะนั่งกับพื้นแต่หนูปลายเทียนเขาไม่ยอม บอกว่าพื้นมันเย็นจะให้ป้านั่งที่เก้าอี้แทน

            อ๋อ ปลายเทียนเขาก็เป็นอย่างนี้แหละครับไม่เคยถือตัว คืนนี้ขอบคุณป้าพรกับลุงสุขมากเลยนะครับที่อุตส่าห์อยู่รอพวกผมเสียดึก หมดธุระแล้วผมว่าลุงกับป้าไปพักผ่อนเถอะครับ จากนี้พวกผมจะจัดการกันเอง

            แล้วหนูปลายเทียนล่ะคะจะทำยังไง ป้าจัดห้องนอนไว้แค่ห้องเดียวเอง ตอนที่คุณวุธโทรมาบอกว่าคุณเจมส์จะมาพักที่บ้านป้าก็นึกว่าจะมาคนเดียวไม่คิดว่าจะพาน้องสาวมาด้วย ถ้าอย่างนั้นป้าขอเวลาไปจัดห้องให้หนูปลายเขาก่อนแล้วกันนะ

            สองหนุ่มสาวหันไปมองหน้ากันและเขาก็ได้เห็นรอยยิ้มบางๆ จากเธอมันคล้ายกับจะเยาะเย้ยอยู่ในที แหงล่ะ หญิงสาวรู้สึกพอใจและสมน้ำหน้าเขาเหมือนกันอยากจะแนะนำว่าเธอเป็นน้องสาวทำไม มันก็สมควรแล้วน้องสาวกับพี่ชายจะนอนห้องเดียวกันได้อย่างไร

            เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกครับป้าพร แค่คืนเดียวเองเอาไว้พรุ่งนี้ป้าค่อยทำก็ได้ครับ นี่มันก็ดึกมากแล้ว ลุงกับป้าไปพักผ่อนก่อนดีกว่าครับ

            ชายหนุ่มรีบปฏิเสธแต่ดูเหมือนป้าพรจะไม่ยอมฟังเพราะหล่อนเห็นว่าชายหญิงไม่สมควรที่จะพักห้องเดียวกันตามลำพังมันดูไม่เหมาะสมถึงแม้จะเป็นพี่น้องกันก็ตาม

            จะดีหรือคะคุณเจมส์ นี่มันก็ไม่ได้ดึกอะไรมากป้าทำแป๊ปเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว หนูปลายเทียนนั่งรออยู่นี่ก่อน ป้าทำห้องให้ใหม่เสร็จแล้วจะมาเรียก

            ค่ะ ขอบคุณค่ะป้า

            หญิงสาวยิ้มละไมพลางหันไปมองหน้าเขาอีกครั้ง ปรมินทร์หลับตานิ่งเหมือนกำลังสกัดกั้นความรู้สึกไม่ชอบใจอะไรบางอย่างในรอยยิ้มของเธอเอาไว้

            ห้องผมอยู่ทางด้านไหนครับลุง

            เขาหันไปถามลุงสุขที่ยืนเยื้องไปเล็กน้อย

            ทางด้านปีกซ้ายครับคุณเจมส์ ห้องเดิมที่คุณเจมส์เคยมาพักนั่นแหละครับ

            ขอบคุณนะครับลุงที่ยังอุตส่าห์จำได้

            จำได้สิครับก็คุณเจมส์เป็นคนบอกกับลุงเองว่าชอบห้องนั้น

            ครับ ปลายเทียนเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องให้ที

            เขาหันมาสั่งเธอหญิงสาวเลิกคิ้วมองเขาคล้ายกับไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไร

            เอากระเป๋าฉันไปเก็บที่ห้องเดี่ยวนี้

            เขาบอกเสียงรอดไรฟัน

            แต่ป้าพรบอกให้ฉันนั่งรอตรงนี้นี่คะ

            หญิงสาวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหวานหู ปรมินทร์ยิ้มแยกเขี้ยวเดินเข้าไปใกล้

            จะไปดีๆ หรือว่าจะให้ใช้กำลัง

            คุณกล้าทำร้ายฉันต่อหน้าคนอื่นหรือคะ

            ปลายเทียนกระซิบตอบกลับไป

            ลุงสุขเขาจะคิดยังไงถ้าคุณทำอะไรรุนแรงกับฉัน รังแกคนที่อ่อนแอกว่ามิหนำซ้ำยังเป็นผู้หญิงอีกต่างหาก แบบนี้มันดูไม่เป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลย

            “คิดว่าฉันจะกลัวกับคำขู่ของเธออย่างนั้นเหรอ เสียใจด้วยนะปลายเทียนเผอิญว่าความรุนแรงของฉันมันเป็นอีกแบบหนึ่ง กำลังที่ฉันจะใช้กับเธอนั้นมันก็เป็นคนละอย่างกับที่เคยทำมา พอจะนึกออกหรือยังว่าฉันกำลังจะทำอะไรกับเธอต่อหน้าลุงสุขหากว่าเธอยังขืนดื้อไม่ยอมทำตามที่ฉันสั่ง

            ขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนากันด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบอยู่นั้น บุคคลที่สามอย่างลุงสุขที่เหมือนจะอยู่เป็นส่วนเกินหากแต่ได้ยินชื่อของตนแว่วมาอยู่เป็นระยะก็พยายามจะเงี้ยหูฟังแต่ก็ฟังไม่ได้ว่าทั้งคู่กำลังพูดอะไรกันอยู่

            คุณจะทำอะไร

            เธอรู้อยู่แล้วว่าฉันจะทำอะไร อย่างที่เราเคยทำกันบ่อยๆ ยังไงล่ะที่รัก

            พูดพร้อมกับยืนหน้าเข้าไปใกล้อีก ปลายเทียนหน้าแดงขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าเขาจะทำอะไร เขาไม่ได้คิดที่จะใช้กำลังกระชากลากถูเธอเหมือนอย่างแต่ก่อน หากแต่เป็นจุมพิตที่ทำให้เธอระทวนในอ้อมแขนของเขาทุกครั้งที่สัมผัสและเธอก็ไม่สามารถที่จะต้านทานสิ่งนี้จากเขาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

            คนบ้า อย่าทำอะไรบ้าๆ อย่างนั้นนะ คุณไม่อายลุงสุขหรือไง

            ชายหนุ่มสายหน้ายิ้มล้อนัยน์ตาเป็นประกายและท่าทีของเขาเหมือนจะเอาจริงเสียด้วย หญิงสาวจำใจต้องทำตามที่เขาสั่ง เดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของเขาขึ้นไปเก็บ แล้วเขาก็หันไปพูดกับลุงสุข

            ฝากขอบคุณป้าพรด้วยนะครับลุงสุขที่ขึ้นไปเตรียมอีกห้องให้ปลายเทียน ความจริงแล้วผมกับเขา เราไม่ได้เป็นพี่น้องกันหรอกครับ ห้องเดียวก็พอแล้วล่ะครับสำหรับเราสองคน

            พูดจบเขาก็หันกลับไปคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าของหญิงสาวที่วางทิ้งไว้เดินตามเธอขึ้นไปบนห้องอีกคน ปล่อยให้ลุงสุขยืนอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

            ว่าแล้วดูยังไงก็ไม่เหมือนพี่น้องกัน ที่แท้ก็... แฟนเหรอเอ... ชักยังไงแล้วสิ เท่าที่จำได้แฟนคุณเจมส์ไม่ใช่หนูคนนี้นี่นา... คนนั้นสวยหุ่นดีสูงกว่านี้ เอ๊ะหรือว่าเลิกกับคนนั้นแล้วมาคบกับแม่หนูคนนี้

            เกือบยี่สิบนาทีได้ป้าพรภรรยาของแกก็เดินลงมาจากชั้นบน เพียงแค่เห็นหน้าคู่ชีวิตเท่านั้นลุงสุขก็ตรงเข้าไปหาพร้อมกับเล่าเรื่องที่ปรมินทร์พูดกับตนเมื่อครู่นี้ให้ฟัง

            จริงหรือตาสุข แล้วทำไมคุณเจมส์ต้องแนะนำหนูปลายเทียนว่าเป็นน้องสาวล่ะ บอกมาเสียว่าเป็นอะไรกันก็สิ้นเรื่อง

            อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ก็ช่างมันเถอะมันไม่ใช่เรื่องของเราเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเขา นี่มันก็ดึกมาแล้วเราไปนอนกันดีกว่ายาย

            เมื่อดูเหมือนว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วสองสามีภรรยาจึงได้ชวนกันกลับไปยังบ้านพักของตน ราตรีกาลคืบคลานเข้าไปทุกขณะและรุ่งอรุณของวันใหม่ก็มาเยือน พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าสาดแสงแดดอ่อนๆในยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านหน้าต่างผืนบางเข้ามายังภายในห้องนอน สองร่างนอนตระกองกอดในอ้อมแขนของกันและกันบนเตียงอันหนานุ่มยังไม่มีทีท่าว่าระหว่างทั้งสองใครจะรู้สึกตัวก่อนกัน เก้าโมงเศษปรมินทร์รู้สึกตัวตื่นก่อนเป็นคนแรกเพราะเสียงสตาร์ทรถมอเตอร์ไซด์ของลุงสุข ไม่ใช่แค่เสียงของรถจักรยานยนต์เท่านั้นที่มันดังอยู่ในขณะนี้หากแต่รวมไปถึงเสียงของแกกับภรรยาด้วย ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับตัวลุกและนั่นการขยับตัวของเขามันทำให้เตียงนอนยวบยาบตามการเคลื่อไหวคนตัวเล็กที่กำลังหลับอย่างเป็นสุขจึงรู้สึกตัวตื่นตามไปด้วย

            อือ

            หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขณะที่เขาเองก็ได้โชงกหน้าเข้ามาใกล้เพื่อรอสบตากับคนที่เพิ่งตื่นนอนใหม่เหมือนกัน พอเห็นหน้าคนคุ้นเคยอย่างเต็มตาคนที่เพิ่งตื่นก็ได้แต่ทำตาปริบๆ เมื่อใบหน้าของเขาอยู่ห่างเธอแค่ฝ่ามือ

            อรุณสวัสดิ์ยามเช้าครับ หลับสบายดีไหม

            ...

            นี่ถ้าเธอหูไม่ฝาดประโยคแรกที่เขาเอ่ยทักทายในเช้าวันใหม่มันเป็นน้ำเสียงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน หญิงสาวไม่แน่ใจว่าตัวเองนั้นตื่นแล้วหรือว่ากำลังฝันอยู่ ฝันทั้งที่ยังตื่นอยู่หรือว่าอย่างไรก็ไม่อาจอธิบายได้ รู้เพียงแค่ว่าคำพูดสุภาพของเขามันทำให้เธอชาไปทั้งตัว

            รู้สึกว่าวันนี้เราจะตื่นสายกันทั้งคู่เลย

            อือ... เหรอคะ แล้วนี่ มัน กี่โมงกันแล้ว

            ปลายเทียนกลายเป็นติดอ่างไปเสียแล้ว

            เก้าโมงกว่าแล้ว หิวหรือยัง

            โอ... นี่อีกประโยคหนึ่งแล้วที่เขาแสดงความห่วงใยต่อเธอ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะเช้านี้ หรือว่าเมื่อคืนนี้มีอะไรมาเข้าฝัน เช้านี้จึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ เธอเลี่ยงที่จะตอบหากแต่ย้อนถามเขากลับไป

            คุณตื่นนานแล้วหรือคะ

            เพิ่งตื่นเหมือนกัน ถ้าตื่นแล้วเราก็ควรจะไปอาบน้ำกันดีกว่า รู้สึกว่าลุงกับป้าเขากำลังวุ่นวายกับอะไรสักอย่างอยู่ข้างล่าง

            อาบน้ำ

            ปลายเทียนตาโตเมื่อเขาชวนอาบน้ำด้วยกัน รู้สึกใบหน้าร้อนวูบวาบอายจนต้องดึงผ้าห่มขึ้นมากอด

            คุณก็ไปอาบก่อนสิ เดี๋ยวๆ ฉันจะ เอ่อ...

            สมองน้อยๆ ของเธอเริ่มคิดหาข้ออ้างเพื่อเลี่ยงที่จะเข้าห้องน้ำตามคำชวน เกิดมาเธอยังไม่เคยอาบน้ำร่วมกับคนใครมาก่อนและแถมเป็นผู้ชายเสียด้วย จริงอยู่ระหว่างเธอกับเขามีความสัมพันลึกซึ้งไปถึงไหนต่อไหนและอะไรต่อมิอะไรของร่างกายเธอเขาก็เห็นมาหมดแล้ว เรื่องแค่นี้ก็ถือว่าเป็นธรรมดา แต่เธอไม่ชินและไม่กล้ามันน่าอายเกินไปที่จะทำอย่างนั้น

            อะไร

            เขาถามสั้นๆ หญิงสาวเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตาก่อนจะตอบ

            ฉันจะเตรียมชุดเอาไว้ให้คุณยังไงล่ะ เอ่อใช่ๆ ฉันจะเตรียมชุดเอาไว้ให้ ไปอาบน้ำก่อนเลยค่ะ ฉันอาบทีหลังได้ไม่เป็นไร

            พูดจบแล้วก็ตาด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ ที่ทำให้คนฟังอดขำไม่ได้

            อายเหรอ ไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้างก็ได้ถ้าอายขนาดนั้น ฉันไม่บังคับเธอหรอก เอาล่ะฉันไปอาบน้ำก่อนแล้วกันอย่าลืมเตรียมชุดอย่างที่บอกเอาไว้ให้ด้วยล่ะ

            พูดจบเขาก็กดจมูกลงที่แก้มนวลสูดกลิ่นสาวเข้าเต็มปอดก่อนจะลุกลงจากเตียงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้าออกมา

            ความจริงเธอไม่เห็นจำเป็นจะต้องอายอะไรอีกแล้วนะปลายเทียน

            เสียงของเขาเอ่ยมาเนิบๆ ขณะเปลี่ยนชุดนอนออกนุ่งเฉพาะผ้าเช้ดตัวผืนเดียวที่พันรอบช่วงล่างไว้พลางหันไปชำเลืองมองคนที่ยังนอนอยู่บนเตียง

            อะไรๆ ในตัวเธอฉันก็เห็นหมดแล้ว เราถือได้ว่าเป็นคนคนเดียวกันมานานแล้วนะ เรื่องแค่นี้มันไม่น่าอายอะไรหรอกน่า...

            คุณไม่อายแต่ฉันอายนี่ อีกอย่างเราไม่ได้เป็นคนคนเดยวกันเสียหน่อย คุณก็เป็นคุณ ฉันก็เป็นฉัน มาชวนฉันแบบนี้ได้ยังไงน่าเกลียด

            ฮ่า ฮ่า ฮ่า น่าเกลียดตรงไหนกัน เธอเป็นเมียฉันนะปลายเทียน เป็นมานานแล้วด้วยยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ ผัวเมียจะอาบน้ำด้วยกันเนี่ยมันผิดตรงไหน ใครๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละ

            ไม่รู้ ก็ฉันอายนี่

            เธอร้องขึ้นพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงไม่อยากเห็นเขาในสภาพเปลือยท่อนบนอย่างนี้ เสียงหัวเราะของเขาดังขึ้นอีกครั้ง เห็นเธอทำแบบนี้แล้วอยากจะแกล้งเข้าไปกระชากผ้าห่มออกเสียงจริงๆ ไม่รู้จะอายอะไรนักหนาทั้งที่ควรจะชินได้แล้ว ปรมินทร์ยิ้มให้กับคนในผ้าห่มก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

           

ที่กรุงเทพฯ

            งานเปิดร้านใหม่ของรสสุคนธ์กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยในงานได้มีการจัดการเดินแฟชั่นโชว์ขึ้นด้วย และผู้ที่มาร่วมงานจะต้องแต่งตัวแนวแฟนซีตามที่ได้ระบุไว้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เจ้าของร้านยังได้เสนอรางวัลสำหรับผู้ที่แต่งตัวเข้าตากรรมการเป็นเงินรางวัลถึงห้าหมื่นบาท คนที่ได้รับการ์ดเชิญต่างพากันตื่นเต้นและเริ่มหาชุดที่จะสวมใสมาในงานมากมาย ข่าวนี้ได้รับความฮือฮาไม่น้อยในวงสังคมไฮโซชั้นสูงด้วยเช่นกัน ส่วนปรเมศวร์พอได้อ่านข้อความที่อยู่ในการ์ดเชิญอีกครั้งก็เริ่มรู้สึกมึนหัวอย่างไรบอกไม่ถูก แนวนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยสำหรับเขา จริงอยู่ถึงแม้เขาจะอยู่ในวงสังคมที่มีหน้ามีตา เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็มีแต่ยี่ห้อดังๆ ทว่าแนวแฟนซีมันไม่ได้แต่งกันเป็นกิจวัตรประจำวันแล้วจะทำอย่างไรล่ะทีนี้ ชายหนุ่มรู้สึกหนักใจกบชุดที่จะต้องหามาใส่เสียแล้ว

            โรส

            เขาเรียกชื่อคู่หมั้นขณะที่หญิงสาวกำลังเลือกชุดที่เธอเป็นคนออกแบบและให้ช่างตัดเย็บเพื่อให้นางแบบนายแบบใช้เดินในวันงาน

            ขา

            ขานรับเสียงหวาน หากแต่ไม่ได้เงยหน้ามองคนเรียก

            งานนี้ต้องสวมหน้ากากด้วยไหม

            แล้วแต่พี่เมศวร์สิคะ เออ... ว่าแต่เจมส์เขาหายไปไหนคะไม่เห็นรับโทรศัพท์เลย รู้สึกจะปิดมือถือด้วยโทร.ไปทีไรก็ฝากข้อความตลอด

            หญิงสาวเหมือนจะไม่ได้สนใจเรื่องที่เขาถามสักเท่าไหร่หาก เพราะหล่อนกลับถามถึงอีกคนหนึ่ง

            เจมส์ไปต่างจังหวัด พี่เองก็ติดต่อเขาไม่ได้เหมือนกัน

            ไปไหนหรือคะ

            เจมส์ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน บอกแค่ว่าจะไปต่างจังหวัดแล้วยังบอกอีกด้วยนะว่าไม่มีกำหนดกลับ

            อะไรนะคะ

            หญิงสาวร้องขึ้นเสียงสูงด้วยความตกใจเล็กน้อย

            แล้วอย่างนี้เจมส์จะมางานเปิดร้านใหม่ของโรสหรือเปล่าล่ะคะเนี่ย

            หญิงสาวเริ่มกังวลกลัวว่าเพื่อรักจะไม่มาร่วมงาน หากเป็นเช่นนั้นเรื่องใหญ่แน่เพราะเธอมีของชิ้นใหญ่รอเซอร์ไพร์เขาอยู่

            อย่าเพิ่งตกใจและเป็นกังวลไป พี่คิดว่าเจมส์แค่อยากจะพักผ่อนเท่านั้นแหละไม่น่าจะเกินสามสี่วันคงจะกลับ ช่วงนี้นายเจมส์โหมงานหนักไปหน่อย รู้สึกว่าจะไม่สบานนิดหน่อย ได้พักบ้างก็ดีเหมือนกัน

            อย่างนั้นหรอคะ พี่เมศวร์เองก็เหมือนกันอย่าห่วงแต่คนอื่นมากนักนะคะ ห่วงตัวเองด้วยระวังจะไม่สบายเหมือนเจมส์ไปอีกคน หวังว่าเจมส์คงกลับมาทันงานเปิดร้านของโรสนะคะ

            ประโยคหลังนั้นเบาหวิว ปรมินทร์ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เขาไม่เคยไปไหนแล้วไม่บอก เธอคือเพื่อสนิทเพียงคนเดียวที่เขาสามารถบอกและเล่าทุกอย่างให้ฟัง แม้แต่เรื่องส่วนตัวเขาก็ไม่เคยปิดบัง ทว่าเรื่องนี้ชักไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว ไปต่างจังหวัดโดยไม่บอกเลยแม้แต่คำเดียวและแถมยังปิดโทรศัพท์อีกต่างหาก เขาไปไหนและไปทำอะไร หญิงสาวถามตัวเองในใจหากแต่ไม่ได้แสดงอาการสงสัยใดๆ ออกมา

            อากาศในยามบ่ายนั้นค่อนข้างร้อน แต่ที่นี่ ที่ๆ ปรมินทร์และปลายเทียนมาพักผ่อนกลับเย็นสบาย สายลมโชยเอื่อยมาเป็นระยะ เพราะต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นปกคลุมรอบตัวบ้านให้ความร่มรื่นนั่นเอง หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จเขาก็แยกตัวออกมานั่งเล่นที่หน้าบ้านหยิบหนังสือเล่มโปรดของท่านเจ้าของบ้านติดมือออกมาอ่านเล่นด้วย ส่วนปลายเทียนหลังจากที่ช่วยป้าพรเก็บสำรับกับข้าวเสร็จก็นั่งพูดคุยกันอยู่สักพัก การสนทนานั้นดูเหมือนทั้งคู่จะเข้ากันได้ดี และป้าพรเองก็รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวไม่น้อย กิริยามารยาทอ่อนหวานยิ้มง่ายอารมณ์ดี ที่สำคัญเข้ากับคนอื่นได้ง่ายและไม่ถือตัว มันเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งไม่ว่าใครได้อยู่ใกล้ก็อดที่จะหลงรักเธอคนนี้ไม่ได้ การสนทนาจบลงด้วยการที่หญิงสาวขอตัวออกมาเดินเล่นข้างนอก เธอรู้สึกว่าปรมินทร์นั้นหายเงียบไป ไม่ใช่ว่าเธออยากจะออกมาเดินเล่นหรือสูดอากาศแต่อย่างใด แต่เพราะเป็นห่วงเขาต่างหาก สองเท้าหยุดอยู่แค่ระเบียงหน้าบ้านเมื่อเห็นคนที่เธอเป็นห่วงนั่งอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์อยู่หน้าบ้าน ไม่ได้หนีหายไปไหนอย่างที่เธอคิด ใบหน้าคมดูจะไม่ได้สนใจกับสิ่งรอบข้างนอกจาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น จึงเป็นโอกาสให้เธอได้ยืนมองเขาอย่างเพลินตาไม่เคยเห็นเขาในลักษณะเช่นนี้มาก่อน เขาไม่เคยมีอาการสงบเงียบให้เห็นนอกจากโวยวายหาเรื่องกวนประสาทเธออยู่เรื่อย นี่คงเป็นอีกมุมหนึ่งของผู้ชายใจร้ายปากร้านคนนี้

            จะยืนมองฉันอีกนานไหม มีอะไรทำไมไม่เดินมาหา

            หญิงสาวสะดุ้งเฮือกตกใจนึกว่าเขาอยู่ในภวังค์อ่านหนังสือที่ไหนได้เขากลับรู้ตัวว่าเธอยืนมองเขาเสียนี่ จะไม่รู้ตัวได้ยังไงในเมื่อตรงที่เธอยืนอยู่นี่มันเป็นที่โล่งและที่เขาอยู่ที่เขานั่งอยู่นั่นก็ที่โล่งแจ้งเช่นกัน ชายหนุ่มวางหนังสือลงบนโต๊ะก่อนจะหันมามองคนที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ในขณะนี้

            มานั่งนี่สิ มานั่งด้วยกัน

            เขาชวนพร้อมกับตบลงที่ม้ายาวที่เขานั่ง หญิงสาวออกอาการประหม่าหากแต่ทำตามที่เขาเรียก ร่างบางหย่อนกายลงข้างๆ เมื่อเดินมาถึง

            มีอะไรหรือเปล่าเห็นยืนมองอยู่นานแล้ว

            เอ่อ เปล่าไม่มีอะไร ฉันแค่จะออกมาสูดอากาศเท่านั้นเอง

            อ้อเหรอ... นึกว่าจะมาชวนฉันไปเดินเล่นสูดอากาศยามบ่ายร้อนๆ เสียอีก

            ฉันจะไปเดินเล่นของฉันคนเดียวต่างหากไม่ได้คิดจะชวนคุณไปด้วยหรอก

            ทำไมล่ะ

            เห็นคุณอ่านหนังสืออยู่ ไม่อยากจะรบกวนเวลาของคุณ

            นี่แปลว่าถ้าฉันไม่อ่านหนังสือเธอจะชวนฉันไปเดินเล่นอย่างนั้นใช่ไหม

            หญิงสาวตาโตหันไปมองเขา รู้สึกตัวเองพลาดท่าเข้าเสียแล้ว โดนเขาจับได้อีกตามเคย

            นี่มันยังบ่ายอยู่เลย อากาศมันร้อนเอาไว้เย็นๆ จะพาไปเดินเที่ยวในตลาด ที่นั่นมีของขายเยอะแยะ

            เขาบอกยิ้มๆ

            แล้วตลาดที่คุณว่านี่มันอยู่ใกลไหมคะ

            เธอหันมาสบตากับเขาเริ่มสนใจกับสิ่งที่เขาบอก

            ไม่ไกลหรอก

            แล้วคุณอ่านหนังสืออะไรอยู่หรือคะ

            หนังสืออ่านเล่นน่ะ ตำนานกรีกกับโรมัน รู้จักไหม

            เขาหันมาถามหลังจากหยิบหนังสือเล่มนั้นส่งให้เธอดู หญิงสาวรับมาพร้อมกับส่ายหน้า

            ไม่รู้จักหรอกค่ะ แล้วก็ไม่เคยอ่านด้วย มันเป็นยังไงหรือคะตำนานกรีกกับโรมันที่ว่านี่

            มันก็คล้ายๆ นิทานปรัมปราบ้านเรานั่นแหละ แต่ของต่างประเทศเนี่ยเขาสร้างเทพเจ้าให้ดูเหมือนว่ามีตัวตนจริงๆ เอ้าตัวอย่างเช่นเรื่องเทพองค์หนึ่ง มาร์ส เป็นโอรสของจูปิเตอร์กับจูโนเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม เทพเจ้าองค์นี้ไม่เคยอิ่มหนำในการหลั่งเลือด ไม่เคยมีอะไรที่ทำให้เทพองค์นี้พอใจได้เท่ากับสงคราม

            เทพเจ้าของต่างประเทศนี่ชื่อแปลกดีเหมือนกันนะคะ มาร์ส จูปิเตอร์ จูโน ชื่อพวกเขาเหมือนชื่อของดวงดาวอย่างไรไม่รู้ว่าไหมคะ

            ก็ทำนองนั้นแหละ

            เขาบอกมาพลางยิ้มให้

            แล้วมีอีกไหมคะ มีแค่เรื่องของมาร์สองค์เดียวเหรอ

            เธอหันไปถามเขาตาใส

            มีเยอะเหมือนกัน อยากจะฟังอีกเหรอ

            อือ... ฉันอยากรู้ว่ามีเรื่องของเทพองค์ไหนบ้าง

            อ่านเองไหม

            เขายื่นหนังสือให้ หญิงสาวทำหน้างอก่อนจะรับมาอย่างไม่เต็มใจนัก พอเห็นการกระทำนั้นคนยื่นหนังสือให้ก็ถอนหายใจพร้อมกับดึงหนังสือกลับ

            โอเค ฉันอ่านให้ฟังก็ได้ แต่หลังจากที่อ่านให้ฟังจบแล้วเนี่ย ต้องมีของรางวัลตอบแทนด้วยนะ เพราะฉันจะไม่อ่านให้คนขี้เกียจฟังฟรีๆ หรอก

            ของรางวัลเหรอ เอาอย่างนี้ดีไหม เย็นนี้ฉันจะทำอาหารอร่อยๆ ให้ทานแล้วกัน ตอบแทนที่คุณจะอ่านไอ้นี่ให้ฉันฟังยังไงล่ะ คิดเมนูฯ เอาไว้ได้เลยฉันจะทำอย่างสุดฝีมือเชียว อ่านสิคะฉันอยากฟังแล้ว

            หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้พร้อมกับยิ้มหวานให้เอื้อมมือไปเปิดหน้าแรกของหนังสือให้เขา ปรมินทร์หัวเราะหึ หึ ในลำคอ ปลายเทียนเป็นคนน่ารักอ่อนหวานแถมยังขี้อ้อน ยิ่งนับวันเขายิ่งรู้สึกดีกับเธอขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มหันมาสบตาคู่นั้นพลางนึกเสียใจอยู่ว่า ที่ผ่านมาเขาไม่น่าทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ ตัดสินเธอในแง่ลบเลย ทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้รู้เรื่องอิโหน่อิเหน่อะไร

            อย่าลืมสัญญาแล้วกัน

            แล้วเขาก็เริ่มอ่านนิยายปรัมปราของต่างประเทศให้เธอฟัง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ เขาไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อนแม้แต่ปาริฉัตรแฟนสาวของเขาเอง หญิงสาวนั่งฟังอย่างเงียบๆ เวลาล่วงเลยไปจนถึงเย็น ชายหนุ่มจึงหยุดการอ่านเพียงแค่นั้นและเตรียมตัวพาเธอเที่ยวชมทรรศนียภาพของที่นี่ตามที่ได้บอกไว้ก่อนหน้านี้

            มอเตอร์ไซด์คันนี้ขี่ได้แน่นะลุง

            แน่นอนครับคุณเจมส์ เมื่อเช้านี้ลุงซ่อมแล้วใช้งานได้ไม่มีปัญหา เปลี่ยนหัวเทียนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องวิ่งคล่องสบายบื๋อ

            เห็นสภาพของรถแล้วไม่อยากจะไว้ใจมัซักเท่าไหร่ เพราะสภาพนั้นทั้งเก่าทั้งแก่ คงไม่ต่างอะไรจากคนอายุห้าสิบหกสิบ ถึงแม้ลุงสุขจะยืนยันมาอย่างขันแข็งมาว่าใช้ได้ แต่คนที่ไม่ค่อยได้จับรถจักยานยนต์อย่างเขาก็ต้องกระเดือกน้ำลายลงคอเหมือนกัน

            ใช้ได้แน่นะลุงมันคงไม่ไปดับกลางทางหรอกนะ เพราะผมซ่อมไม่เป็นเสียด้วยสิ

            ไว้ใจได้ ถ้าเกิดมันน็อคกลางทางก้โทร.มาตามลุงได้ เดี๋ยวลุงไปแก้ไขให้

            ห๊า!”

            ชายหนุ่มหน้าเหยร้องออกมา ลุงสุขหัวเราะร่าเห็นเหงือกอย่างชอบอกชอบใจ

            ลุงล้อเล่น ไปเถอะ เที่ยวกันให้สนุกนะครับ มาเดี๋ยวลุงสตาร์ทเครื่องให้

            ปรมินทร์ยืนมองอย่างอึ้งๆ ทำอะไรไม่ถูกเมื่อเจ้าของรถขัดอาสาติดเครื่องยนต์ให้ จะไม่ใช้รถมอเตอร์ไซด์คันเก๋ากึกนี่ก็ไม่ได้ เพราะตลาดกับที่ก็ไกลพอสมควรถ้าขืนเดินกันไปขาลากกันพอดี จะเอารถเก๋งไปก็ไม่ได้หาที่จอดลำบาก สุดท้ายคงหนีไม่พ้นไอ้แก่ของลุงสุขอย่างว่า

            คุณขี่มอเตอร์ไซด์เป็นด้วยเหรอคะ

            ปลายเทียนกระซิบถามมาจากข้างหลัง

            พอได้ ขับมอเตอร์ไซด์เป็นก็คันนี้แหละแต่นั่นมันเมื่อหลายปีที่แล้ว และสภาพของมันก็ไม่ใช่อย่างนี้ดูดีกว่านี้เยอะ

            แล้วอย่างนี้จะไหวเหรอคะ

            หญิงสาวรู้สึกเป็นกังวลและกลัวกับสภาพของมอเตอร์ไซด์ที่เห็น รถนั้นไม่เท่าไหร่แต่คนที่บอกว่า เคยขี่มันนี่สิน่าเป็นห่วงกว่า มิหนำซ้ำยังบอกว่าเมื่อหลายปีที่แล้วอีกด้วย โอยไม่อยากจะคิดจริงๆ

            ไหวไม่ไหวก็ต้องลองดูกัน ทำไมป๊อดเหรอ

            เขาหันมาถามก่อนจะรับมอเตอร์ไซดจากลุงสุขมา หลังจากที่ลุงแกสตาร์ทเครื่องให้เป็นที่เรียบร้อย ปลายเทียนกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะขึ้นไปซ้อนท้ายเขาอย่างหวาดๆ

            คุณปรมินทร์ขับให้มันดีๆ นะ

            เธอกระซิบบอกเขา

            “ฉันน่ะขับดีอยู่แล้วว่าแต่เธอเถอะเกาะให้แน่นๆ แล้วกัน มันไม่ได้ขึ้นที่คนขับหรอกนะจะบอกให้แต่ขึ้นอยู่กับสภาพของรถต่างหาก

            เขาเอี้ยวหน้ามาบอกก่อนจะบิดคันเร่งแล้วรถมอเตอร์ไซด์รุ่นดึกดำบรรก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกอย่างช้าๆ ความเร็วของมันต่อให้เร่งคันเร่งแล้วก็อยู่ได้ในแค่ระดับสามสิบสี่สิบนี่คือเร็วสุดแล้ว รถเจ้ากรรมคลานไปเหมือนเต่าจนเขาร้องออกมาด้วยความรำคาญ

            แล้วเมื่อไหร่มันจะถึงล่ะเนี่ย

            “ไม่ต้องรีบหรอกค่ะ ไปช้าๆ อย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว

            เธอบอกหวั่นใจเหมือนกันว่ามอเตอร์ไซด์คันนี้มันจะวิ่งไปได้ไกลสักแค่ไหน เห็นสภาพแล้วยังนึกไม่อออกเลยว่ามันจะพาคนขับและคนซ้อนไปถึงจุดหมายได้ยังไง

            นี่มันไม่ได้ช้าธรรมดานะแม่คุณนี่มันเรียกว่ากลานกันแล้ว เต่าชัดๆ

            พูดยังไม่ทันขาดคำรถรุ่นเก๋าก็เร่งเครื่องขึ้นในระดับเจ็ดสิบ ทั้งคู่ร้องออกมาพร้อมกันอย่างตกใจ ชายหนุ่มพยายามควมคุมรถที่มันเพิ่มความเร็วเองโดยอัตโนมัติ เพราะมันส่ายไปมาเนื่องจากคอรถนั้นมันอ่อนโยกเยกแต่ไหนแต่ไรของมันอยู่แล้ว คนซ้อนนั้นไม่ต้องพูดถึงกอดเขาเอาไว้แน่นกรีดร้องออกมาเป็นระยะเมื่อรถสะดุดเข้ากับก้อนหินตกหลุมตกร่อง

            คุณปรมินทร์ทำไมรถมันวิ่งเร็วอย่างนี้ล่ะ ไหนคุณบอกว่ามันช้าเหมือนเต่าไง ทำไมกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ กรี๊ด!”

            ไม่รู้เหมือนกันจู่ๆ รถมันก็เร็วขึ้นเองซะงั้น นี่ฉันไม่ได้เร่งเครื่องอะไรมันเลยนะ

            เขาร้องบอกมา ใบหน้าคมเหยเพราะรถเริ่มควบคุมยากขึ้น ร้องลั่นไปตลอดทางเช่นกัน

            เกาะไว้แน่นๆ เฮ้ยๆ อะไรวะเนี่ย

            มิทันไรมันก็ลดระดับความเร็วลงมาอยู่นระดับเดิม เล่นเอาคนขับถึงกับงงกันเลยทีเดียว ส่วนคนซ้อนไม่ต้องพูดถึงใบหน้าซบกับแผ่นหลังคนขับส่วนมือกอดเอวเขาแน่นราวกับงูรัดใจหายใจคว่ำนึกว่าเขาจะพาไปสำรวจพื้นถนนก่อนถึงตลาดเสียแล้ว ความตื่นเต้นไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ เมื่อจู่ๆ สุนัขมันมาจากไหนไม่รู้วิ่งตัดหน้ารถเล่นเอาเบรคแทบไม่ทัน

            เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย

            เขาร้องออกมามองตาหลังเจ้าหมาตัวต้นเหตุด้วยความฉงน

            อะไรคะ มีอะไรหรือคะ คุณเบรครถทำไมเกิดอะไรขึ้นอีกอย่างนั้นหรือคะ

            คนซ้อนร้องถามหน้าตาตื่น เขาเอี้ยวหน้ากลับมามองคนซ้อนก่อนจะบอก

            เมื่อกี้หมามันวิ่งตัดหน้ารถ

            หมา...

            เธอทวนคำของเขา

            ใช่ หมา... ไม่รู้ว่ามันวิ่งมาจากไหน พอเห็นอีกทีเกือบเบรคไม่ทันซะแล้ว

            เจ้าหมาตัวที่คุณว่ามันไปไหนเสียแล้วล่ะคะ

            หญิงสาวมองหาเจ้าตัวต้นเหตุต่ก็ไม่พบ ปรมินทร์ส่ายหน้ารู้สึกว่างานนี้อุปสรรค์เยอะเหลือเกิน

            มันวิ่งหายไปทางโน้นแน่ะ

            เขาชี้มือไปยังริมถนนที่มันรถครึ้มไปด้วยต้นหญ้าและวัชพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หญิงสาวมองตามแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่วี่แวว

            คุณปรมินทร์ฉันว่าเราเอารถไปคืนลุงสุขดีกว่าไหมคะ

            หญิงสาวเสนอขึ้นเพราะรู้สึกว่าชักจะไม่ปลอดภัยกับมอเตอร์ไซด์คันนี้นัก ที่สำคัญเธอไม่ไว้ใจคนขับเสียมากกว่า เหมือนเขาจะบังคับรถไม่ค่อยได้ มันถึงได้ส่ายไปส่ายมาอยู่ตลอดเวลามิหนำซ้ำบทจะวิ่งเร็วเครื่องยนต์ก็ทำงานเองเสียอย่างนั้นดูท่าแล้วคงไม่รอด เขาหันมาสบตากับคนซ้อน

            เอางั้นเหรอ แน่ใจนะว่าจะเอาไอ้มอเตอร์ไซด์คันนี้ไปคืนลุงสุขจริงๆ ตลาดมันไม่ใช่ใกล้ๆ นะจะบอกให้ จากนี่ถึงตลาดก็เกือบหนึ่งกิโลเมตรเห็นจะได้

            ...

            หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ จริงอย่างที่เขาว่า ระยะทางหนึ่งกิโลเมตรมันไม่ใช่ใกลๆ เลย

            เอาไงตัดสินใจเร็วเข้า จะขี่มอเตอร์ไซด์คันนี้ต่อหรือจะเดิน ถ้าจะให้ขับรถเก๋งไปมันหาที่จอดลำบากและอีกอย่างถนนในตลาดมันเล็กเกินกว่าจะขับเข้าไปได้

            ฉันกลัวนี่คุณขับรถส่ายไปส่ายมาเหมือนคนเพิ่งหัดขบใหม่ๆ อย่างนั้นแหละ คุณมั่นใจหรือเปล่าว่าจะพาฉันไปถึงตลาดอย่างปลอดภัย และจะไม่พาฉันแวะข้างทางแถวไหนเสียก่อน

            เฮ้ย... จะดูถูกกันมากเกินไปหรือเปล่าแม่คุณ เธอก็เห็นว่าสภาพรถคันนี้มันเป็นยังไง ไอ้ที่มันส่ายไปส่ายมาสาเหตุก็มาจากนี่ คอรถมันอ่อนทำให้บังคับยาก

            “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง

            ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาดังเฮือกก่อนจะตัดบทไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้มันเสียเวลาไปมากกว่านี้

            เอาเป็นว่าไปต่อแล้วกัน เกาะให้แน่นๆ ไว้นะ เดี๋ยวฉันจะโชว์ฝีมือให้ดู

           

ขออภัยอย่างสูงที่มาอัพช้ามากกกกก ไร้เตอรืขออภัยจริงๆ และขอขอบคุณที่ทุกคนยังคอยติดตามผลงานอยู่เสมอมานะคะ

               

               

               

 

               

                 

                                                                                

               

               

               

               

                                                                                

 

               

 

               

               

 

                                                                                

               

               

               

               

                                                                                

 

               

               


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1,019 ความคิดเห็น

  1. #545 Poomitak (@janine) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2555 / 20:41
    ไม่อัพต่อเหรอคะสนุกออก
    #545
    0
  2. #544 Poomitak (@janine) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2555 / 20:41
    ไม่อัพต่อเหรอคะสนุกออก
    #544
    0
  3. #543 ตะบองเพชรจิ๋ว (@sayaung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2555 / 14:06
    จะถึงตลาดไหมนี่
    #543
    0
  4. #542 porb (@porb) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 23:42
     รอต่อคร่า
    #542
    0
  5. #541 Bowjung (@thegrift) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 21:56
     เจมส์อ่ะ...ไมทำงี้ เหมือนให้ความหวังกัน
    สงสารปลายจัง
    #541
    0
  6. #540 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 20:50
    กำลังน่ารักเลยแต่ถ้านายเจมส์จะแต่งงานกับแฟนอยู่สงสารปลายเทียนจัง
    #540
    0
  7. #539 นานา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 10:25
    ดีใจมากค่ะ ที่คุณไรเตอร์กลับมาอัพ หลังจากปล่อยให้รีดเดอร์อกแตกตาย

    ไม่ทราบว่าตอนน้ถึงครึ้งเรื่องหรือยังค่ะ
    #539
    0
  8. #538 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 09:05
    ิ่อ่านจุใจเลยค่ะ พระนางน่ารักมากค่ะหยอกล้อกันสนุกจัง เจมส์คิดจะแต่งงานกับแฟนอีกเหรอคะ ไม่สงสารปลายเทียนเหรอ
    #538
    0
  9. #537 fsn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 00:57
    นานๆ จะไม่ทะเลาะกันซะทีนะ
    #537
    0
  10. #536 คุณคนอ่าน (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2555 / 23:03
    ดีใจมากมายที่เปิดมาแล้วเจอปลายเทียนกับคุณเจมส์อีกครั้ง

    ขอบคุณไรเตอร์ที่มาอัพนิยายสนุกๆอย่างนี้ให้อ่านกันค่ะ

    แต่ถ้าให้ดีก่านี้มาอัพบ่อยๆนะค่ะ
    #536
    0
  11. #535 นานา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 09:39
    ชอบอ่ะ ขออีกหลายๆตอนนะค่ะ
    #535
    0
  12. #534 PrettybB (@prettybb) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 03:17
    ไรท์เตอร์เกิดไรขึ้นไม่อัพแล้วหรอคะรอมาสองเดือนแล้ววนะคิดถึงปลายเทียน
    #534
    0
  13. #533 ตะบองเพชรจิ๋ว (@sayaung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 / 14:48
    ความสัมพันธ์ที่อาจทำให้ใครอีกคนต้องเจ็บปวดในภายหลัง
    #533
    0
  14. #531 คุณคนอ่าย (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 21:17
    อยากรู้บทสรุปของเรื่องนี้จริงๆๆ ว่าจะเป็นอย่างไร

    ไรเตอร์เข้ามาอัพบ่อยๆนะค่ะ
    #531
    0
  15. #530 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 19:55
    นายเจมส์ถ้าจะรอแฟนก็อย่าทำอย่างนี้กับปลายเทียนเลยสงสารปลายเทียน
    #530
    0
  16. #529 porb (@porb) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 16:55
     รอต่อคร่า
    #529
    0
  17. #528 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 15:29
     รออ่านค่ะ กำลังสนุกหวานน่ารักเลยค่ะ
    #528
    0
  18. #527 silver rose (@supawadee-psb) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 01:07
    ไรเตอร์มาแล้ว ติดตามอยู่เสมอนะคะ :')
    #527
    0