หนี้พิศวาส (Debt love)

ตอนที่ 31 : บทที่ 31 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    14 ต.ค. 56


 

หนี้พิศวาส 31

            พระอาทิตย์ไม่เคยดับแสงหรืออ่อนแรงเหมือนพระจันทร์ ไม่มีข้างขึ้นหรือข้างแรม หากจะมีอะไรมาทำให้แสงของมันโรยลาได้นั้นก็คงเป็นเพียงแค่เมฆหมอกที่เคลื่อนตัวมาบดบังเท่านั้นแต่ไม่ตลอดไป เวลาผ่านทุกอย่างก็เปลี่ยนไม่มีอะไรคงที่และแน่นอน ดั่งเช่นจิตใจของมนุษย์ปรวนแปรเร็วยิ่งกว่าสายลม วกวนยิ่งกว่าสายน้ำ ไม่มีใครจะยั่งใจของใครถึง

            เจมส์ขอโทษ

            ปรมินทร์เอ่ยขึ้นหลังจากที่เกลี้ยกล่อมให้ปราริฉัตรใจเย็นลงได้และพาหล่อนเข้าไปคุยกันยังภายในเรือนหลังเล็ก มันเป็นที่ๆ หล่อนไม่อยากจะมานัก ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วหล่อนไม่ชอบบรรยากาศของที่นี่เลยมันดูมันวังเวงอย่างไรชอบกล อยู่นานๆ แล้วพารู้สึกหดหู่ หล่อนปลายตาไปทางหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่ที่โซฟาตัวเล็กเยื้องไป ผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมที่เมื่อคืนทำให้หล่อนถึงกับตะลึงในความสวยมาแล้ว ถึงแม่ขณะนี้จะไม่มีเครื่องสำอางตกแต่งเธอก็ยังดูสวยหวานแบบธรรมชาติ หล่อนยอมรับและแอบอิจฉาอยู่ในใจลึกๆ

            พูดได้อยู่คำเดียวเหรอ

            หล่อนถามกลับเสียงเรียบพยายามที่จะใจเย็นให้มากที่สุด เขาเป็นผู้ชายที่หล่อนคิดที่จะฝากชีวิตไว้ทั้งชีวิตแต่เขากลับทำลายมันเสียสิ้น อนาคตที่วาดฝันก็พลันมลายเมื่อปลายเทียนก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาและหล่อน

            เราเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับชีวิตของฉันได้ นี่มันละครน้ำเน่าสิ้นดี พูดไปใครจะเชื่อว่าเธอมาอยู่ที่นี่เพราะเรื่องพินัยกรรม น่าสมเพช

            หล่อนหันไปพูดกับปลายเทียนซึ่งตอนนี้เธอเองก็ไม่รู้จะพูดหรืออธิบายยังไงดี ชีวิตที่ไม่สามารถขีดเส้นเดินเองได้ไม่รู้จุดหมายปลายทางมันมืดไปหมดและยิ่งต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยแล้วเธอเองก็จนปัญญา หญิงสาวเงยหน้ามองสบตากับปราริฉัตร เธอเองก็อยากจะถามกลับไปเหมือนกันว่า ถ้าหล่อนตกอยู่ในสภาพเดียวกันจะทำเช่นไรจะน่าสมเพชเหมือนกันไหม แต่นั่นเธอเพียงคิดมันแค่ในใจคนเดียว

            แพตสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเจมส์ยังขอยืนยันคำเดิมว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับปลายเทียนเลย เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เราต้องให้เขาจัดการและแก้ไข

            ปรมินทร์แทรกขึ้นเขาพยายามที่จะอธิบายให้หล่อนเข้าใจถึงมันจะไม่ง่ายแต่อย่างน้อยหล่อนอาจจะมองปลายเทียนในมุมใหม่

            “เจมส์กำลังจะปฏิเสธความรับผิดชอบใช่ไหม เรื่องราวในอดีตแพตไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นมายังไงแต่ทำไม ทำไมต้องเป็นเจมส์ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับแพต เรารักกันไม่ใช่เหรอ ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มาจากไหน ทำไมชีวิตเราสองคนถึงเป็นแบบนี้คะ แพตไม่เข้าใจ

            หล่อนสบตากับเขาจ้องลึกเข้าไปยังนัยน์ตาที่คุ้นเคยมีอะไรบางอย่างที่บอกได้ว่ามันเปลี่ยนไป เขาไม่ได้หลบสายตาหล่อนแต่อย่างใด หากแต่ฉายแววความแห่งกังวลราวกับมีเรื่องที่ต้องให้ครุ่นคิดอย่างหนัก นี่หรือคือแววตาของคนรักกัน นี่หล่อนคงไม่ได้รู้สึกไปเองหรอกนะขออย่าให้มันเป็นอย่างนั้นเลย

            ปลายเทียนเธอจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือ เธอมีอะไรที่จะอธิบายหรือแก้ตัวบ้างไหม ฉันอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ครอบครัวของเธออยู่ไหนพ่อแม่เธอทำอะไรอยู่ทำไมพวกเขาปล่อยให้เธอมาอยู่ที่นี่ เธอมาทำอะไรที่นี่กันแน่ช่วยบอกฉันทีหน่อยได้ไหม

            เจอคำถามแบบนี้คนฟังถึงกับแปลบลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ เธอไม่ได้ต้องการจะอยู่ที่นี่และตอนนี้เธอไม่มีครอบครัวเหลืออยู่อีกแล้ว หญิงสาวน้ำตาคลอไม่รู้จะตอบคำถามนี้ออกไปไหม ปากบางสั่นระริก ความเจ็บปวดรวดราวที่ได้รับมาเมื่อคืนมันยังย้ำเตือนอยู่ตลอดเวลา ใช่แล้วอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดอย่างที่บัวตองว่าจริงๆ เธอจะต้องทำใจรับมันให้ได้ตลอดเวลาที่ผ่านมายังทนได้ทำไมจากนี้เธอจะทนไม่ได้ล่ะ หญิงสาวพร่ำปลอบใจตัวเอง

            ปลายไม่มีอะไรจะแก้ตัวค่ะ แต่ก็ต้องขอโทษที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ที่คุณแพตถามว่าพ่อแม่ของปลายท่านอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่ อันที่จริงแล้วพวกท่านคงไม่อยากให้ปลายมาอยู่ที่นี่หรอกนะคะแต่ก็ไม่สามารถที่จะบอกเรื่องนี้กับใครได้ เพราะพวกท่านได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว ไปอย่างไม่มีวันที่จะหวนกลับมาอีก ถ้าคุณแพตอยากจะรู้อะไรมากกว่านี้ปลายขอให้ไปถามกับคุณลุงเอาเองเพราะคุณลุงรู้เรื่องนี้ดีที่สุด

            ปราริฉัตรชะงักอึ้งไปเมื่อรับรู้ว่าปลายเทียนได้สูญเสียบุพการีไป หล่อนมองใบหน้าอันซีดเซียวไร้ซึ่งเครื่องสำอางตกแต่งนัยน์ตาเศร้าคู่นี้กำลังมีน้ำใสมาเอ่อคลอ แวบหนึ่งความสงสารบังเกิดขึ้นในใจของหล่อน จะจริงแท้แค่ไหนนั้นหล่อนยังมิกล้าปักใจเชื่อนัก ทว่าใบหน้าอันใสซื่อมันทำให้หล่อนใจหายได้เหมือนกัน ถึงแม้ปายเทียนจะดูน่าสงสารแต่หล่อนก็ยังทำใจรับไม่ได้ หล่อนรักเขาเต็มหัวใจจะปล่อยเขาไปได้ยังไง หล่อนทำไม่ได้จริงๆ

            ฉัน ฉันถามคุณลุงไปแล้วเมื่อคืนนี้แต่ท่านไม่เห็นบอกอะไรเกี่ยวกับครอบครัวของเธอแบบนี้เลย ท่านไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับพ่อแม่ของเธอไปมากกว่าการทำสัญญาเรื่องพินัยกรรมบ้าบอนี่

            พูดจบหล่อนก็ถอนหายใจออกมาแรงๆ

            ฉันไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้เธอกำลังคิดหรือรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้ แต่ฉันบอกได้คำเดียวว่าจะไม่ยอมให้เธอมาแย่งแจมส์ไปจากฉันเด็ดขาด หวังว่าเธอคงเข้าใจและเจมส์เอง

            หล่อนหันไปทางเขา

            เจมส์ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

            ปรมินทร์นิ่วหน้า ใช่ เขาต้องจัดการกับเรื่องนี้แน่แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องจัดการก็คือพาปราริฉัตรออกไปจากที่นี่เสียก่อน เขาไม่อยากให้ปลายเทียนรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ เพียงแค่นี้เธอก็เจอกับอะไรมาสารพัดจนแทบจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว เขารู้สึกเป็นห่วงเธอจนไม่รู้ว่าบางครั้งได้แสดงอะไรออกไปต่อหน้าผู้หญิงอีกคน ชายหนุ่มถามตัวเองอยู่หลายรอบระหว่างปราริฉันกับปลายเทียนเขาต้องตัดสินใจเลือกเพียงหนึ่ง หากเลือกปลายเทียนและทิ้งปราริฉัตรไปอย่างไม่ใยดีมันจะไม่ดูโหดร้ายไปหน่อยหรือ หล่อนไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้นิดเดียวที่จะต้องทำให้เขาทำร้ายหล่อนได้ถึงเพียงนั้น อีกอย่างความรู้สึกดีๆ ก็ยังคงมีให้ไม่เปลี่ยนแปลง แล้วอย่างนี้เขาจะใจร้ายฆ่าหล่อนให้ตายทั้งเป็นได้ยังไง

            เจมส์เข้าใจ แต่ตอนนี้เจมส์อยากพักผ่อนและรู้สึกปวดหัวมาก เรากลับไปที่ตึกใหญ่กันเถอะ เรื่องนี้ค่อยคุยกันวันหลังทางออกมันมีอยู่แล้วแพตอย่าได้กังวลไปเลย

            พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับก้าวออกจากบ้านไปโดยไม่สนใจว่าปราริฉัตรจะตามมาหรือไม่ หล่อนได้แต่นั่งอ้าปากค้างที่เขาตัดบทหนีเอาดื้อๆ สำหรับหล่อนแล้วเขาไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้ให้เห็นมาก่อนเขาเปลี่ยนไปมาก จากแต่เขาเขาแคร์หล่อนมากไม่ว่าต้องการอะไรหรือมีเรื่องขัดใจเพียงนิดเดียวเขาก็จะรีบง้อ แต่มาตอนนี้เขากลับทำไม่ในใจทำราวกับว่าหล่อนไม่ได้มีความสำคัญอย่างเช่นอีกแล้ว หล่อนหันมาทางปลายเทียนอีกครั้งหลังจากที่เขาลับตาไป

            ปลายเทียน ฉันต้องรู้จักตัวตนของเธอให้มากกว่านี้ หวังว่าใบหน้าซื่อๆ มันคงไม่มีมารยาร้อยเล่มเกวียนซ่อนเอาไว้หรอกนะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเจมส์จะหลงผู้หญิงอย่างเธอได้ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขายอมออกตัวปกป้องเธอ และสิ่งนั้นฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร และฉันก็จะไม่ยอมเสียเขาให้กับเธออย่างเด็ดขาด จำเอาไว้

           

            สิบแปดนาฬิกาเมื่อถึงเวลาอาหารค่ำอาหารทุกอย่างที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ก็ถูกยกออกมาวางจนเต็มโต๊ะไปหมดค่ำนี้ประมุขของบ้านธรรมรงค์ยุทธได้เชิญปราริฉัตรและรสสุคนธ์มาทานอาหารที่บ้าน จุดประสงค์ของเขาก็เพื่อที่จะจัดการกับเรื่องราวที่มันกำลังยุ่งเหยิงอยู่ในขณะนี้ให้มันเรียบร้อยถึงแม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นแต่อย่างน้อยมันจะต้องไม่เกิดปัญหาบานปลายไปกว่านี้อีก ค่ำนี้ปลายเทียนไม่ได้ถูกเชิญให้มาร่วมรับประทานอาหารด้วย เธอนั่งทานคนเดียวอย่างเงียบที่เรือนหลังเล็กเพียงลำพังแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะปกติเธอก็ทานคนอาหารคนเดียวเป็นประจำอยู่แล้ว

            คุณท่านคะอาหารพร้อมแล้วค่ะ

            กำไรซึ่งเป็นแม่บ้านเดินเข้าไปเรียกเจ้านายพร้อมด้วยแขกที่เจ้าของบ้านเชิญมา อันที่จริงก็เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

            อื้อ หนูแพตหนูโรสไปทานอาหารกันเถอะ

            เขาเอ่ยชวนพร้อมกับเดินนำสองสาวไปยังโต๊ะอาหารตามมาด้วยลูกชายคนโตส่วนคนเล็กนั้นยังคงอาบน้ำแต่งตัวไม่เสร็จ ปรมินทร์มักจะทำอะไรให้บิดาเดือดดาลอยู่เสมอเขาไม่สนว่าใครจะคิดยงไง เอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้งเท่านั้นอย่างเช่นในตอนนี้เหมือนกัน

            คุณลุงจะไม่รอเจมส์หรือคะ

            รสสุคนธ์เอ่ยขึ้นเมื่อทุกคนเข้ามานั่งยังโต๊ะอาหารเป็นที่เรียบร้อยจะขาดก็แต่ปรมินทร์ก็เท่านั้น

            ไม่ต้องรอหรอก ทานก่อนเลยกว่าจะเสร็จก็คงอีกหลายนาที เจมส์เป็นอย่างนี้ไม่เคยเปลี่ยนหนูโรสก็รู้ดีไม่ใช่หรือ ลุงเองขี้เกียจจะพูดแล้วพูดไปก็เท่านั้น ทานเลยหนูแพตไม่ต้องรอหรอกตามสบายนะ

            เขาหันมาทางว่าที่ลูกสะใภ้ก่อนจะเริ่มลงมือทานอาหารเป็นคนแรก ปรเมศวร์แหงนหน้าขึ้นไปมองชั้นสองของบ้านยังไม่เห็นแววว่าเจ้าน้องชายตัวดีจะโผล่หน้าออกมา นี่ปรมินทร์ทำอะไรอยู่นะถึงได้ไม่ลงมาสักที เขารู้สึกสงสัยแต่ก็เก็บเอาไว้คนเดียวมิได้พูดอะไรออกมา ปราริฉัตรมีสีหน้าเจือนไปเล็กน้อยหล่อนรู้สึกน้อยใจกับแฟนหนุ่มแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาเปลี่ยนไปจริงๆ หรือเวลาแค่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหัวใจที่มันเคยเป็นของหล่อนกลายไปเป็นของคนอื่นแล้ว จะมีทางไหนที่จะทำให้หล่อนมีเขาไว้เช่นเดิมได้บ้างนะ

            กล่อง ปลายเทียนทานข้าวหรือยัง

            ปรมินทร์หันไปถามคนสนิทที่กำลังเก็บหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งมันหล่นอยู่ที่พื้นขึ้นไปวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง

            ทานแล้วครับ

            กล่องตอบเสียงเรียบพลางทำหน้าสงสัยที่เห็นเจ้านายของตนนอนเอกเขนกอยู่บนที่นอนไม่ยอมลงไปทานข้าวเย็นกับคนอื่นๆ

            คุณเจมส์ไม่ลงไปทานข้าวหรือครับ ปล่อยให้คุณท่านรอนานเดี๋ยวจะพาลโมโหหิวเอาได้นะครับ

            กล่องเตือนมาด้วยความหวังดีแต่เขากลับปล่อยเสียหัวเราะออกมาราวกับเป็นเรื่องขบขัน

            แกก็รู้นิสัยคุณพ่อดีไม่ใช่เหรอ ถ้าหิวมีหรือจะรอป่านนี้ก็คงทานกันไปแล้วมั้ง

            “อ้าวแล้วคุณเจมส์มัวทำอะไรอยู่ล่ะครับ ไม่หิวหรือครับ

            “หิวสิ แต่ขี้เกียจ

            เขาตอบออกมาอย่างหน้าตาเฉยเล่นเอาคนฟังถึงกับเลิกคิ้วมองด้วยความงงงัน

            หิว แต่ขี้เกียจก็คงจะได้อิ่มกันอยู่หรอก

            “กล่องเดี๋ยวแกไปเก็บดอกแก้วที่เรือนหลังเล็กให้ฉันที

            “คุณเจมส์จะเอาดอกแก้วมาทำอะไรครับ

            ไม่ต้องรู้หรอก อ้อ ไปเก็บอย่างเงียบๆ ห้ามส่งเสียงดังเด็ดขาด พอเสร็จแล้วก็เอาไปวางไว้ที่โต๊ะที่เรือนหลังเล็กเดี๋ยวฉันจะไปจัดการต่อเอง

            เขาหมายถึงโต๊ะรับแขกและเป็นอันเข้าใจกันดีระหว่างเขากับเจ้าคนสนิทผู้ซื่อสัตย์ ชายหนุ่มลุกจากที่นอนพร้อมกับบิดขี้เกียจจากนั้นจึงลงไปทานอาหารเย็นกับคนอื่นๆ กล่องรีบไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หลังจากที่ทุกคนทานอาหารกันอิ่มหนำสำราญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านเจ้าของบ้านจึงให้คนไปเรียกปลายเทียนมาพบยังห้องรับแขก ความวุ่นวายมันยังไม่จบลงง่ายๆ เขาอยากรู้เหมือนกันว่าบิดาของเขายังต้องการอะไรอีกนอกเหนือจากการจดทะเบียนสมรสระหว่างเขากับปลายเทียนแล้ว ท่านยังมีแผนอะไรที่ซ่อนเอาไว้อีก ปรมินทร์นิ่งเฉยกว่าทุกทีคราวนี้ดูเขาไม่เป็นเดือดเป็นร้อน ใบหน้าคมนิ่งเรียบไม่แสดงอาการวิตกใดๆ ออกมา ปราริฉัตรรู้สึกใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นเขาไม่คัดค้านหรือออกตัวปกป้องผู้หญิงคนนั้นแต่หล่อนก็ไม่สามารถที่จะเชื่ออย่างสนิทใจได้ เมื่อเขาได้เปลี่ยนไปอะไรเดิมๆ ก็จะไม่กลับมาอีก นี่คือตัวตนของเขา

            เอาล่ะที่ลุงเรียกหนูปลายมาเพราะมีเรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจและตกลงกัน

            คุณมนตรีเอ่ยขึ้นอย่างจริงจังเมื่อปลายเทียนมาถึงตามที่ถูกเรียกหา หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งยังโซฟาตัวเล็กเยื้องปรเมศวร์ไป พยักหน้าเข้าใจอย่างว่าง่าย เธอมองไปทางปรมินทร์เห็นว่าเขาเองนั้นก็ไม่ได้มีสีหน้าเรียบเฉยเธอจึงเอ่ยขึ้น

            ว่ามาเลยค่ะปลายพร้อมที่จะรับฟังทุกอย่าง

            หญิงสาวบอกไปเสียงเรียบหากแต่ไม่ได้ละสายตาไปจากเขา มันไม่มีอะไรมากไปกว่าการนั่งฟังเฉยๆ และคอยทำตามคำสั่งของพวกเขาอยู่แล้ว

            เรื่องระหว่างหนูกับลูกชายของลุงและพินัยกรรมทุกอย่างจะเป็นไปตามนั้น

            “อะไรนะคะคุณลุง แพตไม่ยอม

            ปราริฉัตรแทรกขึ้นทันควัน หล่อนจ้องมองใบหน้าเรียวเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความร้อนรุ่ม หล่อนเพิ่งประกาศออกไปต่อหน้าผู้หญิงคนนี้เมื่อช่วงเที่ยงว่าหล่อนจะไม่ยอมเสียเขาให้กับเธอ แล้วนี่หมายความว่ายังไงทำไมทั้งสองยังจะต้องทำตามพินัยกรรมนั่นอีก

            หนูแพตฟังลุงพูดให้จบเสียก่อนอย่าเพิ่งโวยวายไป

            “ขอเป็นคำตอบที่น่าฟังหน่อยนะคะ คุณลุงก็คงจะรู้ดีว่าแพตยอมรับในเรื่องนี้ไม่ได้

            “หนูปลาย

            คุณมนตรีหันไปทางหญิงสาวร่างบางที่นั่งฟังอย่างเงียบๆ

            หนูต้องแต่งงานกับตาเจมส์ให้เร็วที่สุด สำหรับการแต่งงานในครั้งนี้จะไม่มีพิธีรีตรองแต่งอย่างใดเพราะเป็นการจดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น และหลังจากนั้นเมื่อหนูเซ็นเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยตามที่พินัยกรรมระบุแล้ว ก็จดทะเบียนอย่ากันได้ทันทีหนูคิดว่ายังไง

            ประโยคหลังดูเหมือนเธอจะถูกขอความคิดเห็น ปลายเทียนยิ้มเลี่ยนๆ ได้ยินเช่นนี้แล้วก็อดขำไม่ได้ พวกคนเห็นแก่ตัวหญิงสาวแอบว่าในใจ รู้สึกเวทนาตัวเองสิ้นดีคนพวกนี้ไร้ซึ่งหัวใจจริงๆ พวกเขาเห็นเธอเป็นอะไรตุ๊กตาอย่างนั้นหรือ เอาล่ะเมื่อเป็นเช่นนั้นตุ๊กตาตัวนี้จะลิขิตชีวิตของตัวเองบ้างเหนื่อยมามากพอแล้วที่จะต้องทำตามคำสั่งของใครต่อใคร

            แล้วคุณปรมินทร์ล่ะคะ คิดว่ายังไง

            เธอไม่ตอบหากแต่หันไปถามเขาซึ่งนั่งทำหน้านิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านกันเรื่องที่ได้ยิน เขาเคยบอกว่าแค่เชื่อใจเขาจะพาเธอข้ามผ่านปัญหานี้ไป ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะเธอจะคอยดู และจะดูซิว่าเขาจะแก้ปัญหายังไงหากเธอไม่ยอมเล่นตามเกมส์ที่พ่อของเขากำกับ

            ฉันไม่มีความคิดเห็น จดทะเบียนแล้วก็หย่าไม่ใช่เรื่องยากอะไร

            ปรเมศวร์ซึ่งนั่งฟังอยู่เฉยๆ มานานเห็นถึงความไม่เสมอภาคและเอาแต่ได้ของบิดาจึงเอ่ยขึ้นบ้าง

            ปลายเทียนจะได้อะไรจากการจดทะเบียนในครั้งนี้ครับ

            ปรมินทร์เอียงคอมองหน้าพี่ชายด้วยความที่คาดไม่ถึงอย่าว่าแต่เขาเลยทุกคนในที่นั้นต่างก็พากันฉงนปกติแล้วปรเมศวร์ไม่เคยคิดจะยุ่งในเรื่องนี้ แต่วันนี้เขากลับเรียกร้องแทนหญิงสาว

            เมศวร์ถามอย่างนี้หมายความว่ายังไง

            บิดาทำหน้ายุ่งเมื่อลูกชายคนโตเริ่มแสดงความคิดเห็นและเรียกร้องในสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องของตน

            อย่างน้อยผมคิดว่าปลายเทียนน่าจะได้อะไรปลอบใจบ้าง พูดตามตรงนะครับคุณพ่อน้องปลายมาอยู่ที่นี่ก็นานหลายเดือนแล้วแต่การดูแลของเรากลับไม่ดีเท่าที่ควร หลังจากที่แต่งงานกันเสร็จและหย่ากับนายเจมส์เป็นที่เรียบร้อยแล้วปลายเทียนจะใช้ชีวิตอยู่ยังไงมีใครนึกถึงเรื่องนี้บ้างครับ

            ปรมินทร์แอบยิ้มพี่ชายของเขายังพอมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่าปัญหามันไม่ได้มีอยู่แค่นี้ คุณมนตรีนิ่งอยู่ครู่ก่อนจะเอ่ยขึ้น

            แล้วใครมีทางออกยังไง

            “ตามนั้นค่ะ ปลายเทียนจะต้องหย่ากับเจมส์ทันทีที่เรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มีทุนให้สักก้อนเพื่อเอาไปลงทุนทำมาหากิน แบบนี้ดีไหมคะ

            ปราริฉัตรขอความคิดเห็น หล่อนยอมให้ถูกมองว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเพราะไม่อาจเสียเขาไปไม่ได้จริงๆ ทว่าคำพูดของหล่อนมันกลับเสียดแทงหัวใจของเธออย่างแรง ปลายเทียนกำมือแน่นกับคำพูดเชิงดูถูกของหล่อน

            เธอพอใจในข้อเสนอนี้หรือเปล่าปลายเทียน

            หล่อนหันไปถามคนที่นั่งฟังอย่างเงียบๆ ปลายเทียนยิ้มให้ทว่าข้างในนั้นแสนเจ็บปวด เธอไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เพราะจากนี้เธอจะเอาคืนบ้าง เมื่อเงินมันคืออำนาจ มันเป็นพระเจ้าที่ใครๆ เขาบูชากัน เช่นนั้นแล้วเธอก็จะใช้มันให้เป็นประโยชน์โดยเฉพาะกับคนที่ใช้เงินฟาดหัว

            เรื่องนั้นคุณแพตไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะพี่เมศวร์ที่หวังดี ปลายจะจดทะเบียนสมรสตามที่คุณลุงต้องการค่ะกำหนดวันมาได้เลยปลายไม่มีปัญหา เรื่องที่เราจะตกลงทำความเข้ากันมีแค่นี้ใช่ไหมคะ ปลายเข้าใจดีทุกอย่างแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนนะคะรู้สึกเพลียๆ น่ะค่ะ อยากจะพักผ่อน ขอตัวก่อนนะคะคุณลุง

            หญิงสาวลุกขึ้นพร้อมกับยิ้มให้ทุกคน และคนสุดท้ายที่เธอส่งยิ้มให้คือรสสุคนธ์ รอยยิ้มของเธอมันช่างดูบริสุทธิ์สดใสตรงข้ามกับการกระทำในขณะนี้ เธอตัดบทการสนทนาได้อย่างง่ายดาย ไม่สนว่าคนอื่นจะมีความคิดเห็นเช่นไรต่อจากนี้ ปลายเทียนก้าวออกจากวงสนทนาไปอย่างหน้าตาเฉยไม่คิดที่จะหันกลับมามองด้วยซ้ำว่าคนที่นั่งอยู่ที่นั่นจะทำหน้ากันยังไง มันสุดจะทนแล้วกับการกระทำของพวกที่เห็นแก่ตัวต้องโดนเอาคืนเสียบ้างจะได้รู้ว่าเป็นยังไง จากนี้เธอจะทรมานพวกเขาให้รู้รสแห่งความเจ็บปวดบ้างว่ารสชาติมันหอมหวานหรือขมขื่น ต่อให้หัวเดียวกระเทียมลีบเธอก็ไม่กลัว

            ปราริฉัตรไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะง่ายดายขนาดนี้ปลายเทียนว่าง่ายกว่าที่หล่อนคิดเอาไว้เยอะ ถึงปลายเทียนจะบอกว่าไม่มีปัญหาแต่คนของหล่อนนี่สิวันนี้เขานิ่งเฉยราวกับเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทว่าหล่อนยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นนักเพราะปรมินทร์เป็นคนที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลย เขาคิดและตัดสินใจเอาเองทุกอย่าง นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วสำหรับเขา คุณมนตรีเองก็รู้สึกหนักใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นลูกชายคนเล็กไม่ปริปากพูดอะไรเหมือนอย่างเคย

            เรื่องมันเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้วปลายเทียนเป็นคนว่าง่ายจริงๆ เอาล่ะทีนี้หนูแพตล่ะจะจัดการยังไงต่อหลังจากที่เจมส์กับหนูปลายเขาอย่ากันแล้ว

            คุณมนตรีหันไปถามว่าที่ลูกสะใภ้ดูหล่อนมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้น

            เรื่องนี้แพตขอปรึกษากับเจมส์ก่อนได้ไหมคะคุณลุงว่าจะเอายังไงต่อดี เพราะตั้งแต่กลับมาถึงเมืองไทยมีแต่เรื่องให้เซอร์ไพร้ส์จนรับไม่ทัน

            “ตามใจหนูแล้วกัน เออ... ทำไมเจมส์ไม่พาหนูแพตไปเที่ยวบ้างล่ะ ไม่เจอกันตั้งนานไม่คิดถึงกันหรือ

            คนเป็นพ่อพยายามหาช่องทางให้ลูกชายกลับมาเป็นคนเดิมที่ยังรักและมั่นคงต่อหญิงสาวทั้งที่ในใจก็รู้ดีว่าหัวใจของลูกชายตนนั้นมันได้เปลี่ยนไปแล้ว ปรมินทร์ปันใจให้กับคนที่เขาไม่ต้องการจะได้เป็นลูกสะใภ้เลยสักนิดไม่คิดที่จะปรองดองกับครอบครัวนี้เลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ปลายเทียนจะไม่ใช่คนก่อแต่เธอคือลูกสาวของคนที่เขาเกลียด

            ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเจมส์เขารู้สึกยังไง แต่สำหรับแพตแล้วทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมเสมอไม่เคยเปลี่ยน

            ปรมินทร์ยังคงนิ่งเขาไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลยสักคำ ปรเมศวร์และรสสุคนธ์ก็ได้แต่หันมาสบตากัน

            ราวห้าทุ่มกว่าสองพี่น้องแห่งบ้านธรรมรงค์ยุทธต่างคนต่างไปส่งแฟนสาวของตนที่บ้าน ระหว่างทางนั้นปราริฉัตรเองได้แต่นั่งเงียบ หล่อนรู้สึกเสียใจและน้อยใจที่เขาเปลี่ยนไป ไม่คิดว่าการห่างกันเพียงแค่ไม่กี่เดือนจะทำให้เขากลายเป็นแบบนี้

            พรุ่งนี้เราจะไปไหนกันดี

            ในที่สุดเขาก็เป็นคนเอ่ยขึ้นเมื่อความอึดอัดเริ่มกดดันจนเขาต้องพูดเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ก่อนจะกลายเป็นความเครียดจนเขาไม่สามารถจัดการกับมันได้

            ที่ไหนก็ได้ที่เจมส์คิดว่ามันจะทำให้ความรู้สึกเดิมๆ ของเรากลับคืนมา

            “แพต

            “เจมส์... แพตไม่ได้ต้องการอะไรเลย ไม่เคยร้องขอหรือเรียกร้อง แพตแค่อยากได้เจมส์คนเดิมกลับคืนมา รู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าเจมส์เปลี่ยนไปมากแค่ไหน

            “เจมส์น่ะเหรอเปลี่ยน คิดมากหรือเปล่าแพต

            “คนรักกันมันย่อมรู้สึกถึงตรงนั้นได้ ต่อให้ห่างกันแค่ไหนถ้าหากเรายังมั่นคงก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้ แต่เมื่อใดที่หัวใจของใครคนหนึ่งหวั่นไหวกับสิ่งยั่วยุที่ผ่านเข้ามาหากหาทางกลับมาไม่ได้มันก็ยิ่งมีแต่จะห่างออกไป เจมส์คงไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกใช่ไหม

            คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาจนกลับมาถึงบ้านแล้วเขาเองก็ยังตอบไม่ได้ว่าเขาได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ น่ะหรือ ตอนนี้หัวใจของเขาอยู่ห่างไกลจากปราริฉัตรสักแค่ไหนนะ

            คุณเจมส์ครับ

            เสียงใครบางคนที่คุ้นหูทำให้เขาตื่นจากภวังค์ความคิด เขาหันไปทางเจ้าของเสียงก็เห็นกล่องยืนส่งยิ้มมาให้อยู่ไม่ห่าง

            มีอะไร

            “ที่คุณเจมส์ให้ผมไปเก็บดอกแก้ว จัดการเรียบร้อยแล้วครับ มีอะไรจะให้ทำอีกไหมครับ

            “อืม... ขอบใจ ไปพักผ่อนเถอะ ฉันไม่มีอะไรจะใช้แกแล้ว

            ครับ

            กล่องหายเข้าไปยังห้องนอนของตนแล้วแต่เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิมคิดอะไรไปเรื่อยเปลื่อยจนเวลาล่วงไปเกือบตีหนึ่งเขาจึงลุกจากโซฟาออกไปสูดอากาศด้านนอก ชายหนุ่มเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ มารู้ตัวอีกทีก็เดินเข้าไปยังเรือนหลังเล็กเสียแล้ว ปรมินทร์มองดูดอกแก้วที่อยู่ในตระกร้าเล็กๆ ซึ่งถูกจัดเอาไว้อย่างสวยงาม กลิ่นของมันตลบอบอวลไปทั่วห้องรับแขก ชายหนุ่มหย่อนกายนั่งลงยังโซฟาจ้องมองดอกแก้วอย่างคนเลื่อนลอย

            ปลายเทียน ประจักรพงษ์เองขณะนี้เธอไม่สามารถที่จะข่มตาหลับลงได้เพราะมัวแต่เก็บเอาคำพูดของเขามาคิด จดทะเบียนแล้วก็หย่ามันไม่ใช่เรื่องยาก เขาหมายความอย่างที่พูดจริงหรือเปล่านะ ทำไมดูเขาไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย แล้วที่บอกจะไม่ปล่อยให้เธอต้องเดียวดายอีกต่อไป มันเป็นเพียงแค่ลมปากสินะ ทำไมเขาถึงได้ใจร้ายกับเธออย่างนี้ คิดแล้วก็น้ำตาคลอเจ็บไม่รู้จักจำ เขาคงหลอกให้ดีใจเล่นเท่านั้นไม่คิดจะจริงจังอะไร ทำไมถึงคาดหวังเอากับคนโลเลเช่นเขาได้

            คนใจร้าย ฉันไม่น่าหลงเชื่อคุณเลย

            หญิงสาวพูดกับตัวเองก่อนจะเงยหน้ามองกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้งและต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นเงาสะท้อนของใครบางคนในกระจกตรงหน้า

            คุณปรมินทร์

            นี่เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่และเข้ามาได้ยังไงทำไมเธอไม่ได้ยินเสียงเลย นัยน์ตาสวยเบิกโตไม่คิดว่าเขาจะมายามวิกาลขนาดนี้ เธอหันไปมองนาฬิกาหัวเตียงมันบอกเวลาเกือบจะตีหนึ่งอยู่แล้ว ทำไมเขายังไม่เข้านอนอีก

            คุณเข้ามาได้ยังไง

            “ประตูไม่ได้ล็อค

            ห๊ะ... นี่เธอลืมล็อคประตูอย่างนั้นหรือ หญิงสาวสะบัดหน้าใส่ ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปหาเธอพร้อมกับตระกร้าดอกแก้ว เขาวางมันลงบนโต๊ะเครื่องแป้งตรงหน้าของเธอ เธอมองตามอย่างงงๆ เขาเอาดอกแก้วมาทำไม

            หอมไหม

            เขาถามขึ้นใบหน้าคมสบตาคู่นั้นของเธอในกระจกเงา หญิงสาวไม่ตอบหากแต่คิดจะลุกหนีทว่าเขากลับรั้งเอาไว้ พร้อมกันนั้นเขานั่งลงยังเก้าอี้ตัวที่เธอนั่งเมื่อครู่และดึงเธอเข้ามากอดเป็นเหตุให้เธอต้องนั่งลงบนตักเขาไปโดยปริยาย

            อุ๊ย คุณจะทำอะไร มากอดฉันทำไมปล่อยนะ

            “ไม่ให้กอดเธอแล้วจะให้ไปกอดใคร

            “ไปกอดแฟนคุณสิ คุณแพตเธอคงไม่พอใจแน่ถ้าคุณยังมาทำรุ่มร่ามกับฉันแบบนี้

            ปรมินทร์ช้อนตามองคนพูดพลางยิ้มออกมา ใบหน้าคมโน้มเข้าหอมแก้มนวลฟอดใหญ่สูดความหอมเข้าจนเต็มปอด เขาไม่สนกับคำพูดประชดของเธอ

            หืม... หอมจัง แก้มเธอนี่หอมกว่าดอกแก้วอีกรู้ไหม

            “คนบ้า

            เธอทุบเข้าไปที่หน้าอกเขาทีหนึ่งแต่ดูเขาจะไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใดกลับหัวเราะชอบใจ

            นั่งบ่นอะไรอยู่คนเดียว หืมส์...

            เขาถามพร้อมกับหอมแก้มเธออีกฟอด

            พอแล้ว จะหอมอะไรนักหนา

            “ก็มันหอมนี่นา... เลยต้องหอมบ่อยๆ อย่างนี้ไง

            ว่าแล้วเขาก็หอมแก้มเธอครั้งแล้วครั้งเล่าถึงเธอพยายามจะหลบเลี่ยงสักเท่าไหร่ก็ไม่พ้น

            พอเถอะค่ะคุณปรมินทร์

            เธอร้องห้ามเพราะรู้สึกชาไปทั้งหน้าแล้ว

            งั้นก็ตอบฉันมาว่านั่งบ่นอะไรคนเดียว

            “ฉันก็พูดเรื่อยเปลื่อยไปตามประสา สนใจทำไมคะ

            “สนใจสิเพราะเธอคือคนที่ฉันต้องให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะต่อจากนี้เธอจะได้เป็นภรรยาของฉันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย

            “แล้วไงคะ ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำที่ฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย จากนั้นเราก็จะกลายเป็นคนแปลกหน้ากันและอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลยก็ได้

            ชายหนุ่มปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ก้มจูบที่ริมฝีปากบางได้รูป

            พูดยังกับว่ามีที่จะไปแล้วอย่างนั้นแหละ

            “ทำไมฉันจะไม่มีที่ไป อย่างน้อยก็ที่บ้าน

            “เธอลืมไปแล้วเหรอว่าที่บ้านของเธอไม่มีใครอยู่ที่นั่นอีกแล้ว และคิดหรือว่าพวกเขาจะปล่อยให้มันว่าเปล่าเฉยๆ ป่านนี้เขาอาจจะให้คนอื่นเช่าหรือไม่ก็ขายไปแล้วก็ได้

            ปลายเทียนชะงักมองสบตาเขาอีกครั้งเธอลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปได้ยังไง ครอบครัวของเธอย้ายไปอยู่ต่างประเทศกันจนหมดแล้ว

            ไม่ต้องคิดจะไปไหนทั้งนั้นอยู่กับฉันที่นี่

            “มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ คุณเองก็ยังมีคุณแพตอยู่ทั้งคนจะให้ฉันอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร

            “ฐานะภรรยาของฉัน

            “แต่เราก็ต้องหย่ากันอยู่ดี ฉันจะอยู่ในฐานะนั้นได้ยังไง

            “ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าจะหย่า

            “คุณเป็นคนพูดเอง คุณจำไม่ได้หรือคะ

            “แค่ตามน้ำก็เท่านั้น สำคัญอยู่ที่ฉันไม่ได้อยู่ที่คนอื่น บอกแล้วไงเชื่อใจฉันก็พอ จริงๆ แล้วเธอเองก็ไม่ได้คิดที่จะหย่ากับฉันอย่างที่รับปากกับคุณพ่อหรอกใช่ไหม

            ปลายเทียนค้อนให้ที่เขารู้ทันเธอ ใช่ ไม่มีวันที่เธอจะหย่าให้เขาง่ายๆ หรอก ในเมื่อที่ผ่านมาเธอโดนกระทำสารพัดอย่างจะไม่ให้เอาคืนบ้างมันยังไงอยู่ มันเป็นโอกาสของเธอแล้วที่จะได้ทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง

            “คุณแพตเธอคงไม่ยอม คุณเองก็รู้ อีกอย่างฉันคือคนที่มาทีหลัง แต่ว่า... จะปล่อยให้เรื่องนี้มันผ่านไปง่ายๆ ฉันเองก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

            “ฉันรู้... ที่ผ่านมาฉันเองก็ผิดที่ทำอะไรโดยไม่คิดและไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน สำหรับแพตแล้วฉันคงกลายเป็นผู้ชายที่เลวที่สุด

            “หมายความว่ายังไงคะ

            “จนป่านนี้แล้วเธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ

            ไม่เข้าใจหรอกค่ะ เพราะคุณเป็นคนที่เข้าใจยาก ฉันไม่อยากเดาแต่อยากได้ยินจากปากของคุณเอง และฉันก็จะไม่รอดูการกระทำของคุณด้วย เพราะในบางครั้งการกระทำกับคำพูดมันก็สวนทางกัน

            ปรมินทร์ไม่ตอบหากแต่แย้มยิ้มออกมา เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของเธอพร้อมกระซิบเบาๆ

            ตามใจ

            จากนั้นเขาก็ล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงยืนมันให้กับเธอ

            กระดาษที่ยายแสงให้มาเมื่อวาน

            หญิงสาวคลี่กระดาษออกดูแล้วต้องทำหน้านิ่ว ข้อความในนั้นมันเลือนลางจนอ่านแทบไม่รู้เรื่อง

            ทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้ล่ะคะ

            “ฉันเก็บเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงแต่ลืมไปว่า... กางเกงก็เปียกเหมือนกัน

            “แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะ อ่านไม่รู้เรื่องเลย

            หญิงสาวทำหน้าเซ็งมองกระดาษที่อยู่ในมือสลับกับใบหน้าของเขา

            มันอาจจะยากหน่อยแต่เราต้องช่วยกัน

            ชายหนุ่มหยิบกระดาษแผ่นนั้นจากมือเธอวางมันลงกับโต๊ะเครื่องแป้งโดยขยับตระกร้าดอกแก้วไปไว้มุมขวาสุด

            คุณปรมินทร์

            เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ ด้วยความขัดเขิน รู้สึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่จู่ๆ ความรู้สึกนี้มันวิ่งแปลบเข้ามาจนเกร็งไปหมด

            หืมส์

            “คุณไม่อึดอัดหรือคะที่นั่งกันแบบนี้

            เขาไม่ตอบหากแต่ยักไหล่แทนพร้อมกระชับกอดเธอให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

            ไม่ปวดขาหรือคะที่ให้ฉันนั่งบนตักคุณนานๆ

            เขาส่ายหน้าแทนคำตอบหากแต่แอบยิ้มในใจที่หญิงสาวพยายามหาเรื่องออกห่างจากเขาแต่ไม่มีทางหรอก เผลอๆ คืนนี้เขาอาจจะไม่ปล่อยให้เธอได้หลับสบายอย่างที่ผ่านมาก็ได้ นานแล้วที่ไม่ได้สัมผัสแม่ยอดยาหยีให้ชื่นใจ

            ตัวฉันไม่ใช่เบาๆ นะคะ ขาคุณอาจจะเป็นตะคิวเอาได้นะ

            เฮ้ย... เสียงเขาถอนหายใจออกมา นัยน์ตาคมจ้องมองตาคู่สวยของเธอจนหญิงสาวต้องก้มหน้าหลบ ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็บรรยายไม่ได้เหมือนกันว่ามันคืออะไร

            ปัญหาเยอะจริง ตัวเบายังกับนุ่น ไม่ต้องพูดแล้วฉันพอใจที่เรานั่งกันแบบนี้ ตกลงไหม หรือเธอมีปัญหาอะไรอีก

            “ฉัน ฉันไม่ได้มีปัญหาแต่กลัวคุณจะเมื่อยต่างหาก

            “ถ้าเมื่อยเมื่อไหร่จะพาขึ้นเตียงทันที ตกลงนะ

            หญิงสาวตาโตทันทีเมื่อเขาพูดจบ นี่เขาคิดบ้างหรือเปล่านะที่พูดออกมา

            คนบ้าพูดอะไรอย่างนั้นน่าเกลียด

            “น่าเกลียดตรงไหนกัน ฉันหมายถึงขึ้นเตียงนอนหรือว่าเธอคิดเป็นอย่างอื่น แบบนั้นก็ได้นะฉันชอบ

            “บ้า...

            เธอร้องออกมาพร้อมกับทุบที่หน้าอกของเขาทีหนึ่ง

            มาสนใจเรื่องนี้กันต่อดีกว่า เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังก็ได้ไม่รีบ

            ดูเอาสินี่เขากวนประสาทไม่เลิกจริงๆ หญิงสาวค้อนให้ทีหนึ่งก่อนจะหันหน้าไปมองกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ ตั้งใจอ่านข้อความที่เลอะเลือน

            ฉันอ่านดูเป็นร้อยรอบ ได้มาแค่อย่างเดียว

            “อะไรคะ

            หญิงสาวเอ่ยถามหากแต่ไม่ได้หันไปมองหน้าเขาเพราะเธอกำลังจับใจความในกระดาษได้อันหนึ่ง

            “สวนรถไฟ

            “สวนรถไฟ

            เธอทวนคำของเขาก่อนจะชี้ลงไปบนกระดาษด้วยเนื้อหาที่เธอเข้าใจ

            อันนี้ล่ะคะ เลขสิบสี่มันเป็นวันที่หรือเวลา

            “ไหนดูซิ

            เขารีบยกมันขึ้นมาอ่านดูใกล้ๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเพ่งมองข้อความนั้นราวกับจะให้มันหลุดออกมาปรากฏต่อสายตา จนแล้วจนรอดเขาก็เห็นแค่ตัวเลขอย่างที่เธอบอก ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาพร้อมกับอ่านข้อความในกระดาษนั้นใหม่อีกครั้ง

            นี่เป็นครั้งที่หนึ่งร้อยหนึ่ง ฉันมั่นใจว่าประโยคแรกน่าจะเขียนว่าให้ไปพบ

            เขายื่นให้เธอดูบ้าง หญิงสาวเข้าใจตามที่เขาพูดแต่เสริมขึ้นว่า

            ให้ไปพบฉันที่สวนรถไฟ อันนี้คำว่าใครรู้หรือเปล่าคะ

            เธอชี้ลงไปที่ท้ายประโยคของบันทัดหนึ่งในนั้น

            ใช่... เอ๊ะหรือว่ายายแสงต้องการให้เราไปพบแก ดูนี่สิ เลขสิบสี่นี่คงไม่ใช่วันที่หรอกมันอาจจะเป็นเวลาก็ได้ เพราะข้อความตรงนี้บอกว่าเร็วที่สุด ภาย... อันนี้เลขสองหรือเปล่า ถ้าเป็นเลขสองก็คือ ภายในสองวัน

            “ยายแสงต้องการให้เราไปพบภายในสองวันนี้หรือคะ

            “อาจจะใช่แต่นั่นมันยังไม่สมบูรณ์ แต่เท่าที่ได้นี่ก็เกือบแล้ว สรุปเท่าที่เราได้ข้อความในตอนนี้ก็คือ ให้ไปพบฉันที่สวนรถไฟ เวลาสิบสี่นาฬิกา ต่อจากนั้นไม่รู้และประโยคสุดท้ายเลย เร็วที่สุดภายในสองวัน

            “เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วมั้งคะ ให้ไปพบภายในสองวันถ้าอย่างงั้นพรุ่งนี้ก็น่าจะเป็นวันสุดท้าย

            หญิงสาวหันมาสบตากับเขา ปรมินทร์พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะวางกระดาษแผ่นนั้นไว้บนโต๊ะเหมือนเดิมแล้วเอาตระกร้าดอกแก้ววางทับไว้อีกที

            พรุ่งนี้เราจะไปกันกี่โมงดีคะ

            “ไปเร็วหน่อยน่าจะดี ออกจากนี่ซักสิบเอ็ดโมงเช้า ว่าแต่... เธอเคยไปสวนรถไฟบ้างหรือเปล่า

            “ฉันไม่เคยออกไปไหนหรอกคะอยู่แต่ที่บ้าน

            “งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นเลื่อนเวลาขึ้นมาหน่อยดีไหม เอาเป็นซักเก้าโมงเช้าจะได้พาแม่นกแก้วที่เคยอยู่แต่ในกรงออกไปเปิดหูเปิดตาด้วย

            “ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของใครนะ

            เธอแหวใส่เขาเสียงดัง ชายหนุ่มผงะเอนตัวไปด้านหลังมองหน้าเธอพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก

            ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกันนะ ง่วงแล้วที่รักเรามานอนกันเถอะนี่มันก็ดึกมากแล้ว

            เขาเอ่ยชวนหากแต่ไม่รอคำตอบจากเธอ ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นสู่วงแขนพร้อมกับเดินไปยังเตียงนอนหนานุ่มทันที

            คุณปรมินทร์ เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณจะไม่ปิดไฟหรือคะ เปิดไฟนอนแบบนี้จะหลับหรือคะ

            หญิงสาวพยายามถ่วงเวลาหาเรื่องคุยแต่เรื่องที่ตนเอ่ยออกไปกลับกลายเป็นว่าเห็นดีเห็นงามไปกับเขาราวกับคืนนี้เธอเต็มใจเป็นอย่างยิ่งที่จะมีเขาข้างกาย

            “เดี๋ยวปิดให้

            ปลายเทียน ประจักรพงษ์ แทบจะร้องออกมานี่เธอคงบ้าไปแล้วที่พูดแบบนั้นออกไป หญิงสาวใจเต้นตุบตับเพราะรู้ว่าเขาคงไม่นอนอยู่เฉยแน่ มีหรือที่เขาจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระคืนนี้ คิดแล้วก็หน้าแดงรู้สึกเขินอายทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องบนเตียงกับเขา ถึงแม้ร่างกายเธอจะคุ้ยเคยกับร่างกายของเขาเป็นอย่างดีแต่มันยังประหม่าทุกครั้งที่เขาสัมผัส อย่างเช่นตอนนี้

            หอมจัง

            หลังจากที่ปิดไฟแล้วก็รีบกระโดดขึ้นเตียงทันที ชายหนุ่มก้มจูบที่พวงแก้มนวลคลอเคลียจนเลยไปถึงติ่งหูก่อเกิดความหวามไหว ร่างบางขนลุงซู่ไปทั้งตัว ร้อนๆ หนาวๆ ไปทั่วร่างกาย

            รีบนอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ ต้องตื่นแต่เช้านะคะ

            หญิงสาวบอกเสียงขาดๆ หายๆ อืม... ชายหนุ่มครางออกมาเบาๆ ขณะที่ซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ปลายเทียนดันหน้าอกของเขาเอาไว้

            คุณปรมินทร์คะ ไหนคุณบอกว่าง่วงไงคะ

            “ตอนแรกก็รู้สึกอย่างนั้นแต่ตอนนี้ไม่แล้ว

            “แต่ว่า...

            “ไม่มีแต่

            คนเอาแต่ใจใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากบางได้รูปเป็นเชิงออกคำสั่งห้ามขัดข้องหรือขัดใจแต่อย่างใด อารมณ์ตอนนี้เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่เสียแล้ว ร่างอันเย้ายวนของเธออยู่ตรงหน้าแถมยังหอมไปทั้งตัวเช่นนี้ใครกันจะห้ามใจไหว

            ฉันต้องการเธอ และตอนนี้ฉันอยากจูบเธอ

            หลังจากที่บอกความรู้สึกออกมาตรงๆ เขาก็จุมพิตเธออย่างดูดดื่มเหมือนที่พูด รสจูบอันแสนหวานจากหญิงสาวที่เขาเคยเกลียดเคยชังเคยดูถูกเหยียดหยามมันช่างหอมหวานจนแทบขาดใจ ผู้หญิงที่คิดว่าจะรักไม่ได้แต่กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่หากขาดเธอแล้วเขาเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไร เธอคือดวงใจของเขา เขาบอกกับตัวเองในใจก่อนจะต่อบทรักกับเธอให้จบ ปลายเทียนเลยได้แต่ปล่อยให้เขาทำอย่างที่ใจต้องการเพราะลึกๆ แล้วเธอเองก็คิดถึงเขาอยู่เหมือนกัน หัวใจอันอ้างว้างโดดเดี่ยวของเธอต้องการให้เขาเติมเต็ม ไม่ใช่เพียงแค่ค่ำคืนนี้หากแต่ตลอดไป

            ฟ้าสางแดดอ่อนๆ ของวันใหม่ เช้าแล้วหากแต่คนขี้เซายังไม่มีทีท่าว่าจะลุกถึงแม้จะถูกปลุกอยู่หลายปรมินทร์ยังคงมุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ส่วนคนที่ปลุกก็ได้แต่ถอนใจ

            คนอะไรช่างดื้อเสียจริง จะเก้าโมงแล้วนะคะไหนคุณบอกว่าจะพาฉันไปสวนรถไฟแต่เช้ายังไงล่ะ ขืนขี้เซาแบบนี้สายกันพอดี

            “อืม... รู้แล้วน่า...

            แล้วเขาก็หลับต่อ ปลายเทียนเบื่อที่จะเซ้าซี้จึงออกจากห้องไปปล่อยให้เขานอนตามสบายจะตื่นกี่โมงเธอก็ไม่คิดจะสนใจ ทว่าสิ่งที่เธอกังวลอยู่ตอนนี้คือเรื่องของยายแสง ทำไมถึงให้พวกเธอไปเจอที่นั่นด้วย เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงชายหนุ่มยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเธอเลจำต้องขึ้นไปปลุกเขาอีกรอบ

            คุณปรมินทร์คะ ตื่นเถอะคะสายแล้ว คุณลืมไปแล้วเหรอว่าเรามีนัด

            ปลายเทียนเอื้อมมือไปเขย่าที่ตัวเขาหากแต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา หญิงสาวจึงคิดหาวิธีปลุกคนขี้เซาเสียหน่อย เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำออกมาพร้อมกับแก้วพลาสติกใบเล็กบรรจุน้ำมาด้วย ร่างบางทรุดตัวนั่งลงบนของเตียงนอน จากนั้นเธอก็จัดการกับเขาโดยจุ่มมือลงไปในแก้วพร้อมกับพรมน้ำใส่ใบหน้าของเขา มันได้ผลไม่ถึงสองครั้งด้วยซ้ำเขาสปริงตัวลุกจากที่นอนทันที

            ว้าย...

            หญิงสาวร้องออกมาด้วยความตกใจที่เขาพรวดพราดลุกขึ้น

            เล่นบ้าอะไรของเธอ

            “ก็คุณไม่ยอมตื่น มัวแต่นอนขี้เซา ไหนบอกว่าจะพาฉันไปสวนรถไฟตอนเก้าโมงไง นี่จะสิบโมงเช้าอยู่แล้วคุณยังไม่อาบน้ำแต่งตัวเลยด้วยซ้ำ

            “แต่ก็ไม่น่าจะเล่นแบบนี้ เอามานี่

            เขาชี้ไปยังแก้วน้ำที่เธอถืออยู่

            ไม่ ถ้าคุณไม่ยอมลุกฉันก็จะแกล้งคุณอยู่แบบนี้แหละ

            “เอ๊ะ เธอนี่ยังไงนะ อย่าเล่นอะไรแบบนี้ฉันไม่ชอบ

            “ฉันก็ไม่ชอบคนผิดสัญญาเหมือนกัน

            ปรมินทร์หลับตาลงพร้อมกับถอนหายใจ

            โอเค ฉันจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รอที่ตึกใหญ่แล้วกัน

            เขาบอกพร้อมกับลุกจากที่นอนพลางบิดขี้เกียจก่อนจะเอี้ยวหน้ามาพูดกับเธอ

            อย่าลืมเก็บที่นอนด้วยล่ะ เมื่อคืนฉันมีความสุขมากเลยอยากให้เป็นอย่างนี้ทุกคืน

            ชายหนุ่มยิ้มให้ก่อนจะจากไปปล่อยให้คนฟังยืนหน้าแดงทำอะไรไม่ถูกอยู่คนเดียว

            คนบ้า ทำไมถึงได้ชอบแกล้งนักนะ

            เธอร้องตามหลังแต่เขาคงไม่ได้ยิน จากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงเธอไปรอเขาที่ตึกใหญ่ตามที่เขาได้บอกไว้ และก็เหมือนเดิมพ่อหนุ่มเจ้าสำอางยังไม่มีทีท่าว่าจะแต่งตัวเสร็จ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจเอือมระอากับเขาเต็มทน ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีเขาจึงโผล่ออกมาจากห้องเดินผิวปากลงมาอย่างคนอรมณ์ดี เห็นแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ จะอารมณ์ดีอะไรนักหนา

            มารอฉันนานหรือยัง

            “เกือบชั่วโมง นอนก็ขี้เซาแต่งตัวยังจะนานอีก

            เธอต่อว่าเขาหากแต่ไม่จริงจังอะไร ปรมินทร์ยักไหล่ตอบกลับมาว่า

            “ไม่ได้หรอกออกไปข้างนอกต้องดูดีอยู่เสมอ

           

            พูดจบเขาก็เดินออกไปยังหน้าบ้านก่อนจะหันกลับมากวักมือเรียกให้เธอตามไป ปลายเทียน ประจักรพงษ์บอกได้คำเดียวว่าเขากวนประสาทเธอยิ่งกว่าวันไหน ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินตรงไปยังรถเก๋งคันหรูที่กล่องกำลังจัดเตรียมเอาไว้ให้หลังจากที่ได้รบคำสั่งจากเขาให้ทำความสะอาดและเช็คความเรียบร้อยก่อนจะใช้งาน ได้มีรถอีกคันวิ่งเข้ามาจอดยังภายในบ้าน ชายหนุ่มนิ่มหน้ามองคนที่นั่งอยู่ด้านในแล้วก็ต้องชะงักเมื่อคนที่ก้าวลงจากรถมาคือปราริฉัตร

            “แพต

            เขาครางออกมาเสียงเบาหวิว ปลายเทียนอึ้งไปไม่คิดว่าจะเจอปราริฉัตรในเช้านี้

            กำลังจะไปไหนกันหรือคะ

            หล่อนส่งยิ้มหวานมาให้พ้อมกับเดินเข้าไปหาเมื่อถึงตัวเขาหล่อนก็เขย่งเท้าขึ้นจูบแก้วเขาทีหนึ่ง ปลายเทียนเบือนหน้าหันไปมองทางอื่น รู้สึกเจ็บแปลบข้างในที่เห็นหล่อนแสดงความรักต่อเขา ไม่เห็นจะแปลกนี่นา... ก็เขาสองคนเป็นแฟนกัน เธอบอกตัวเอง

            “เอ่อ... กำลังจา... จะพาปลายเทียนไปธุระน่ะครับ

            “ธุระอะไรหรือคะ ที่ไหนคะ

            “อ๋อ... ปลายเทียนจะให้ผมไปส่งที่สวนรถไฟน่ะ เขานัดกับเพื่อนเอาไว้ที่นั่น

            “ทำไมไม่ให้กล่องไปส่งล่ะคะ เจมส์จะเสียเวลาไปส่งเองทำไม

            งานนี้ชักจะมีอุปสักเสียแล้วสิ จะทำยังไงดีน้า... ในสมองของเขาวิ่งวุ่นคิดหาทางออก ดูเหมือนว่าปราริฉัตรมาในวันนี้หล่อนคงมาคอยจับตาดูว่าเขากับปลายเทียนจะทำอะไรนอกเหนือจากพินัยกรรมหรือเปล่า แน่ล่ะหล่อนไม่มีวันไว้ใจเขาเช่นอย่างเดิมอีกแล้วและมันก็ถูกของหล่อน เขาได้ปันใจไปแล้วจริงๆ ปลายเทียนเองก็หงุดหงิดใจที่เห็นเขาอึกอักอยู่แบบนั้น

            มันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร อีกอย่างเจมส์จะเลยเข้าไปบริษัทด้วย

            “เหรอคะ งั้นให้แพตติดรถไปด้วยคนสิคะ แพตมีเรื่องที่ต้องปรึกษาคุณลุงอยู่พอดี

            ปรมินทร์หันไปสบตากับปลาย ใบหน้าสวยมีรอยกังวล ทั้งคู่รู้สึกอึดอัดจนพูดไม่ออก สุดท้ายแล้วเขาจำต้องตามน้ำเพราะไม่อยากให้ปราริฉัตรรู้ว่าเขาและเธอกำลังจะไปทำอะไรกันที่นั่น

            อ้อ... ครับ งั้นเราไปกันเลยดีไหม

            เขายิ้มให้แฟนสาวพร้อมกับเดินไปเปิดประตูรถให้หล่อน ส่วนอีกคนได้แต่ยืนนิ่งเป็นหุ่น ทำอะไรไม่ถูก อย่าบอกนะว่าเขากำลังจะเอาเธอไปปล่อยไว้ที่นั่นคนเดียว หญิงสาวรู้สึกใจหายวูบขึ้นมา

            คุณจะทิ้งฉันไว้ที่สวนรถไฟคนเดียวหรือคะ

            หญิงสาวกระซิบถามเสียงสั่นเมื่อเขาเดินกลับมายังฝั่งด้านคนขับ

            เธอก็เห็นว่าสถานการณ์มันเป็นยังไง เราต้องตามน้ำไปก่อน

            “ฉันอยู่ที่นั่นคนเดียวไม่ได้

            หญิงสาวแสดงความหวาดกลัวออกมา

            “ฉันไม่ปล่อยเธอไว้คนเดียวนานหรอก ไปส่งแพตเสร็จแล้วจะรีบกลับมาหาเธอ เอาน่า... ไม่ต้องกลัวไปหรอก

            “คุณจะไม่ให้ฉันกลัวได้ยังไง ฉันไม่เคยไปไหนมาไหนคนเดียวมาก่อน ฉันกลัวหลงทาง

            “ถ้าเธอไม่ออกจากที่นั่นรับรองว่าไม่มีวันหลงทางเด็ดขาด ห้ามออกจากที่นั่นไม่อย่างนั้นฉันจะหาเธอไม่เจอ เข้าใจไหม

            “สัญญานะว่าจะรีบกลับมา

            “ฉันสัญญา ขึ้นรถเถอะ แพตมองใหญ่แล้วเดี๋ยวจะสงสัยเอาได้

            ปลายเทียนก้าวเข้าไปนั่งยังเบาะด้านหลัง ปราริฉัตรลอบมองเธอผ่านกระจกเห็นสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีก็เริ่มสงสัย ปรมินทร์คงไม่ได้คิดจะไปส่งเธอเพียงอย่างเดียวแน่นอน ความรู้สึกบางอย่างวิ่งปราดเข้ามาเมื่อเห็นความผิดปกติของทั้งคู่ที่แสดงออกอย่างชัดเจนในเวลานี้ หล่อนหันไปยิ้มให้เขาเมื่อเขาเริ่มเคลื่อนรถออกจากบ้าน หน้าชื่นอกตรมที่ต้องมาทนนั่งรถคันเดียวกันกับคนที่กำลังแย่งคนรักของตนไปอย่างหน้าด้านๆ ทำไมหล่อนต้องมาทนกับสภาพอย่างนี้ด้วย เพื่อที่จะไม่เสียเขาไปหล่อนยอมทำตัวเป็นคนดีใจเย็นไม่อาละวาดกับปลายเทียน ทั้งที่ลึกๆ ข้างในนั้น หล่อนสามารถที่จะทำให้ปลายเทียนกระเด็นออกไปจากชีวิตของเขาได้ทุกเมื่อ ทว่าสถานการณ์มันไม่ได้เอื้ออำนวยหล่อนจึงต้องใจเย็นเอาไว้ก่อน

            ปลายเทียนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เมื่อเขาทิ้งเธอไว้คนเดียวที่สวนรถไฟ สถานที่อันไม่คุ้นเคยและเพิ่งรู้จักเป็นครั้งมันทำให้หยิงสาวตัวเล็กๆ อย่างเธอไม่รู้จะไปทางไหน เขาใจร้ายมากทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเธอไม่เคยไปไหนมาได้เอง ถึงแม้จะโตมากับเมืองอันวุ่นวายนี้ก็ตาม ทว่าเธอเองก็ไม่เคยได้ออกไปไหนมาไหนเลยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องน่าเศร้าใจสำหรับเธอ

            ปลายเทียนรอฉันหน่อยนะ ฉันไปส่งแพตเดี๋ยวเดียวจะกลับมาหาเธอ

            เขากระซิบบอกก่อนจะจากไป หญิงสาวอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ เขาไปแล้ว เธอจะเอายังไงต่อดีล่ะทีนี้ ยายแสงอยู่ที่ไหนสถานที่นัดเจอกันมันคือส่วนไหนของที่นี่ ยายแสงนัดเอาไว้บ่ายสองโมงแต่นี่มันเพิ่งกี่โมงกันเองเวลาที่เหลือเธอจะทำอะไร ปลายเทียนถอนหายใจออกมาเยงดังจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาหันมามอง เธอกวาดสายตามองไปรอบตัวรวบรวมความกล้า หากคิดในอีกมุมหนึ่งนี่คืออิสระ ชีวิตของเธอได้มีอิสระเสรีแล้ว ไม่ต้องมีใครคอยบงการหรือบังคับให้ทำโน่นทำนี่ นาทีนี้เธออยากจะเดินไปไหนก็ได้ไม่มีใครมาชี้นิ้วสั่งว่าต้องเดินไปทางนั้นทางนี้อีกต่อไป หญิงสาวยิ้มออกมาเมื่อมองโลกในแง่ดี ชีวิตไม่ได้เลวร้ายเสมอไป ถึงเวลาที่จะได้ทำและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ กับคนอื่นเขาเสียที ดักดานอยู่แต่ในบ้านยังกับกบอยู่ในกะลาครอบก็ไม่ปาน

            ฉันจะรอคุณ

            เธอบอกพร้อมกับก้าวเดินไปตามถนนมองไปรอบๆ ตัว แล้วยิ้มกับตัวเองอีกครั้ง ขณนี้เธอมีชีวิตที่อิสระแต่กลับโดดเดี่ยวเดียวดาย รอบข้างรายล้อมไปด้วยไม้ยืนต้นที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกมาเพื่อกำบังแสงและให้ร่มงม ร่างบางเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ จนเริ่มรู้สึกเมื่อยขาไม่รู้ว่าตนนั้นเดินมาใกลแค่ไหนแล้ว เก้าอี้ยาวตัวหนึ่งตั้งอยู่ริมสระน้ำมันว่างเปล่าไร้คนจับจอง หญิงสาวจึงตรงไปยังเก้าอี้ตัวนั้นหมายจะเป็นที่นั่งพัก ทว่าเมื่อไปถึงมันกลับมีสิ่งที่ทำให้ต้องประหลานใจนั่นคือ มีซองสีขาวขนาดกลางวางไว้และได้เขียนชื่อของเธอบนซองเอาไว้ด้วย ปลายเทียน ประจักรพงษ์ หญิงสาวขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบจะเป็นโบว์ เธอมองไปรอบๆ ตัวก็ไม่เห็นมีใคร แล้วซองนี่มันมาจากไหนใครเป็นคนเอามาวางไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มือบางค่อยๆ เอื้อมหยิบมันขึ้นมาจากนั้นจึงเปิดดูสิ่งที่อยู่ข้างในด้วยความตื่นเต้น

            ทางด้านปรมินทร์หลังจากที่เขามาถึงบริษัท ดูเหมือนทุกอย่างจะไม่เป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้เลย งานกองโตวางอยู่บนโต๊ะและพ่อของเขาต้องการให้เขานั้นสะสางงานพวกนี้ให้เสร็จภายในวันนี้ ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออกเมื่อพี่ชายเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้น

            บริษัทของเราก็สำคัญไม่แพ้เรื่องส่วนตัวนะเจมส์

            ปรเมศวร์เตือนมาหากแต่เขาไม่สามารถทำตามที่พ่อและพี่ชายต้องการได้ ทว่าเขาคงเลี่ยงหลบไปในเวลาอย่างนี้ไม่ได้เหมือนกันเพราะมันดูเหมือนว่าเขาเป็นคนขาดความรับผิดชอบ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องทำมัน แฟ้มที่วางอยู่บนโต๊ะค่อยๆ ลดลงทีละน้อย ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูแทบจะทุกห้านาที ใจนั้นห่วงแต่คนที่เขาเอาไปปล่อยที่สวนรถไฟ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง ปลายเทียนไม่เคยออกไปไหนมาไหนคนเดียวมาก่อน โทรศัพท์หรือเงินก็ไม่มีติดตัวไว้ เขาไม่เคยให้สิ่งเหล่านั้นกับเธอเลย นึกได้ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเสียแล้ว แต่ว่า...

            “รอฉันหน่อยนะปลายเทียน ฉันกำลังจะไปหาเธอเดี่ยวนี้แล้ว

            ชายหนุ่มดีดนิ้วเสียงดังเมื่อคิดออกว่าต้องทำยังไง เขาจึงจะสามารถปลีกตัวไปหาเธอโดยไม่โดนตำหนิ เขารีบออกจากห้องทำงานและฝากความไว้กับเลขา

            เอาโน้ตนี่ไปให้คุณพ่อที

            เขาฝากความสั้นๆ และออกจากบริษัททันที จุดหมายปลายทางคือสวนรถไฟ เขามุ่งหน้าไปด้วยความเร็วร้อยสี่สิบของรถเก๋งคันหรูเพื่อไปให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด เขาปล่อยเธอไว้คนเดียวที่นั่นร่วมสองชั่วโมงได้ นี่ก็จะเข้าบ่ายสองตามที่ยายแสงได้เขียนบอกเอาไว้ในกระดาษแผ่นนั้น

            ปลายเทียนอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ ป่านนี้เธอคงหิวจนไส้กิ่วไปหมดแล้ว ฉันขอโทษ

            เขาพูดกับตัวเอง ชายหนุ่มใช้เวลาจากบริษัทไปยังสวนรถไฟได้ตามเวลานัดหมายพอดี บ่ายสองโมงตรง ทว่าเขาไม่รู้ว่าตรงไหนคือสถานที่ที่ยายแสงนัดเจอ และที่สำคัญเขาหาเธอไม่พบ เขาหาเธอร่วมเกือบชั่วโมงหนึ่งได้หาจนทั่วแต่กลับไร้วี่แวว ชายหนุ่มยกสองมือกุมขมับเริ่มปวดหัวตุบๆ ขึ้นมา

            ปลายเทียนเธอหายไปไหนของเธอ

กราบขออภัยคนอ่านเป็นอย่างสูง ไร้เตอร์เพิ่งสะสางงานเสร็จสิ้นจ้า มาลงให้แล้ว
เดี๋ยวจะต่อให้เรื่อยๆ อย่างเพิ่งต่อว่ากันนะคะ รักทุกคนเหมือนเดิม
ขออภัยที่ให้รอนานจริงๆ รักนะจุ๊บๆ

           

           

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

1,019 ความคิดเห็น

  1. #879 nok (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 16:44
    ไรท์เตอร์ก็หายไปอ่ะ รีบกลับมาอัพไวๆ น้าาาาาาาไรท์เตอร์
    #879
    0
  2. วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 17:14
    ไรท์เตอร์ก็หายไปกับปลายเทียนแล้วกลับมาเถอะน้าาาาาาา....คิดถึงจะแย่แล้ว
    #878
    0
  3. #877 pizza (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2556 / 21:11
    ลงต่อด้วยนะคะ อยากดูต่อแว้ว สู้ๆๆ นะคะ
    #877
    0
  4. #875 ice (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2556 / 16:20
    ปลายเทียนเดินไปถึงไหนแล้ว อิคุณเจมส์ก็นะ โอ๊ย แบบนี้จะหากันเจอไหม ถาม!!! ขอให้หนูปลายปลอดภัยเป็นพอ คนอื่นเป็นไงช่างแม่ง เห็นแกตัวกันนัก
    #875
    0
  5. #874 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 12:52
    คนไม่เคยออกไปผจญภัยข้างนอก

    ดันปล่อยทิ้งไว้คนเดียวแบบนั้นอีก

    ว่าแล้วว่าจะต้องหายหาไม่เจอ

    ทั้งสมน้ำหน้าปนสงสาร แต่สงสารที่สุดคนเป็นปลายเทียน
    #874
    0
  6. #873 Peem Peema (@zero_9) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 00:09
    ปลายเทียนจ๋า......หายไปไหนแล้วหนุ่มเจมส์ของเราจาหาเจอมั้ยน้า......รีบกลับมาอัพไวๆ น้าาาาาาาไรท์เตอร์
    #873
    0
  7. #872 ณ มล (@kulrat) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2556 / 23:42
    อ่านกี่ครั้งก็สงสารปลายเทีขนตลอดอ่ะ นายเจมส์จะหาเจอกรือเปล่าหนอ
    #872
    0
  8. #871 ~MoO_PrEaW~ (@moopreawko) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 18:27
    ปลายเทียนหายไปแล้ววววว ทำยังไงดี ทำยังไงดี
    #871
    0
  9. วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 17:49
    สม ทิ้งปลายไว้ดีนัก เอาให้หาไม่เจอเลย
    #870
    0
  10. #869 ViVi (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 12:49
    รอต่อนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
    #869
    0
  11. #868 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 11:16
    ปลายเทียนหายไปไหนน้า
    #868
    0
  12. #867 ตะบองเพชรจิ๋ว (@sayaung) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 10:53
    หนูเทียนหายไปไหนแล้ว
    #867
    0
  13. #865 dreamer_ (@gongchannie) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 10:04
    สนุกมากกกกกกกกกก มาไวๆนะค่ะ รอลุ้น
    #865
    0
  14. #864 name bee (@b-e-e-m) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 08:57
    รออยู่น่าาาาาาาา ไรเตอร์ สู้ๆๆน่ะค่ะสนุกมากเลยยย
    #864
    0
  15. #861 P.NUS (@vnusara) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 16:31
    ไรเตอร์ขาหายไปนานเลยน่ะค่ะ เข้ามาบอกหน่อยค่ะว่าจะอะไรยังงัย
    จะได้ไม่ต้องเข้ามาส่องดูบ่อยๆ ว่าอัพหรือยัง คิดถึงน่ะค่ะ 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 ตุลาคม 2556 / 07:28
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 15 ตุลาคม 2556 / 07:34
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 15 ตุลาคม 2556 / 07:35
    #861
    0
  16. #860 P.NUS (@vnusara) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 16:30
    ไรเตอร์ขาช่วยบอกหน่อยค่ะว่าจะแต่งต่อหรือไม่ต่ออะไรยังงัย เข้ามาดูตลอดแต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ชอบนิยายเรื่องนี้มาก อยากได้เป็นหนังสือเลยยิ่งดี อย่าหายไปเฉยๆ แบบนี้น่ะค่ะ ยิ่งนานเดี๋ยวจะลืมค่ะ
    #860
    0
  17. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  18. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. #856 Tan Sujittra Suddee (@tandie) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 21:31
    ทำมั้ยไม่เห็นอัพเลยล่ะค่า รออ่านอยู่นาค่า
    #856
    0
  20. #844 dadar (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 17:26
    บทที่ 30, 31 ไรท์เตอร์เขียนได้ดีมากค่ะ ทั้งการใช้คำ และการเชื่อมต่อประโยค รออยู่นะค่ะไรท์เตอร์ ว่าเรื่องจะดำเนินต่อไปยังไง อีตาเจมส์จะแก้ปัญหาเรื่องแพตได้ยังไง แต่ก็น่าเห็นใจแพตน่ะ เป็นฉัน ๆ ก็มะยอม แฟนฉันนนน หวง...ห้ามแย่ง
    #844
    0
  21. #843 dadar (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 17:22
    very good story
    #843
    0
  22. #838 P.NUS (@vnusara) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2556 / 09:24
    ไรเตอร์จ๋าอย่าหายไปนานน่ะค่ะ เพราะทิ้งไว้นานๆ อารมณ์มันไม่ค่อยต่อเนื่องค่ะ
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ค่ะหรือไรเตอร์จะเซอร์ไพส์โผล่มาอีกทีเป็นหนังสือแล้ว
    รอซื้ออยู่ค่ะ ชอบเรื่องนี้สนุกดี
    #838
    0
  23. #836 มะเฟืองหวาน (@whiteroad1234) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 กันยายน 2556 / 14:07
    รออัพค่ะ
    #836
    0
  24. #835 P.NUS (@vnusara) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 กันยายน 2556 / 11:34
    แอบเข้ามาดูทุกวันว่าเมื่อไหร่จะครบ 100 ซักที ชอบนิยายเรื่องนี้ค่ะ
    พระเอกถึงจะดูร้ายแต่ก็น่ารัก
    #835
    0
  25. #834 Rlompapai (@rlompapai) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 กันยายน 2556 / 09:15
    #821
    เราก็ไม่โง่นะ แล้วก็ไม่แอ๊บใสเว่อร์
    แต่เราก็กลัวหลงทางนะ
    หลงทางน่ะเรื่องรอง แต่กลัวมิจฉาชีพมากกว่า
    เรื่องหลงทางใครๆก็กลัว นะเราว่า
    #834
    0