บทที่ 2 เด็กเอกจีน ... แต่ไม่เก่งจีน
เขียนโดย
Malikrian
3 ปี สายศิลป์ภาษาจีน
... ต้องเล่าย้อนกลับไปตอนม.3 ที่จะต้องเลือกสายการเรียนต่อ ซึ่งนุ่นเลือกที่จะเรียนสายสามัญ นั้นก็คือการต่อชั้นม.4 เองคะ นุ่นว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญรองๆลงมาจากการเลือกคณะที่จะเข้ามหาลัยก็ว่าได้
... ซึ่งนุ่นก็คิดแล้วคิดอีกว่า ฉันจะเรียนที่ไหน จะต่อที่เดิมหรือเปล่า แล้วจะเข้าแผนการเรียนอะไร นุ่นก็พยายามวิเคราะห์หลายๆอย่างในตัวเรา ตอนนั้นคิดไว้ว่า ... "วิทย์คณิต" ก็ไม่เอา "ศิลปคำนวณ" ไม่น่ารอด "คหกรรม" ฉันก็ไม่ใช่แม่ศรีเรือนซะด้วย =_= ก็เหลืออย่างเดียวแล้ว ก็คือ "ภาษา" ซึ่งนุ่นก็เลือก "ภาษาจีน" คะ เพราะช่วงนั้นมาแรง 55555555555 แล้วก็คิดคงง่ายมั้งภาษา!!!
... คิดว่าง่าย มันต้องง่ายแน่ๆเลย ภาษาจีน~ โอ้ย แต่พอเรียนได้สักพักผิดคาดเว้ย -*- สำหรับนุ่นว่ามันยากนะ ระหนึ่งเลย หลายๆระดับก็ได้ล่ะถ้ายิ่งเรียนลึกๆลงไป แต่ถ้าคนที่ขยัน ชอบภาษาจีนมาตั้งแต่แรกๆ ก็น่าจะไปรอดนะ แต่สำหรับนุ่นแล้ว เอิ่ม... เหมือนเราสองจะไม่ใช่เนื้อคู่กันเท่าไร แบบ... เห้ย แกมันไม่ใช่ทางฉันวะ เราเลิกกันเหอะ (ประมาณนี้เลย55) แต่ในเมื่อเราเข้ามาเรียนแล้วจะถอยหลังต่อไปก็ไม่ได้ ไม่อยากย้ายสายด้วย ตอนนั้นคิดจะไปสมัครเรียนม.4 ใหม่เลยด้วยซ้ำ เหอๆๆๆ แล้วการเรียนของนุ่นในเทอมแรกของม.4 ทำให้เกรดนุ่นตกคะ ได้แค่ 2.73 เท่านั้น เครียดมาก นั่งร้องไห้ไปหลายวันเลยล่ะ T_T
... และเมื่อผู้อ่านมาถึงตรงนี้คงตั้งคำถามแล้วว่า "เอ้า แล้วเรียนรอดมั้ยเนี่ยยยย !!!
รอดคะ รอดดดดด แบบฉิวเฉียดเลยล่ะ 555
... หลังจากที่นุ่นนั่งร้องไห้กับเกรดรวมเทอมแรก ก็นั่งคิดว่าทำมั้ยเป็นอย่างนี้เนี้ยยย !
สรุปสาเหตุนานาๆทั่งปวงแล้ว เพราะตัวเราเอง! นี้ล่ะคะเรียนเอง ทำตัวเองมาทั้งนั้น แล้วนุ่นก็เปิดสมุดพก นั่งดูเกรดของแต่ละวิชาๆ หน่วยกิตแต่ละตัวๆ พอมาถึงวิชา ภาษาจีน ถึงกับผงะเลยล่ะ เพราะหน่วยกิต 4 หน่วยกิตแหน่ะ ! โอ้ว พระเจ้าลูกจะทำอย่างไรดีเนี่ย T[]T ซึ่งเกรดภาษาจีนนุ่นได้แค่ 2 เท่านั้น !!! (ขยายนิดนึง เพราะภาษาจีนเป็นวิชาหลักของสายการเรียนนี้ ทำให้หน่วยกิตมีมากกว่าบรรดาวิชาต่างๆ ซึ่งถ้าเราทำวิชาภาจีนไม่ดี ต่อให้เรียนวิชาอื่นได้เกรดสวยก็ตาม ยังไงเกรดก็ฮวบคะ! ฉะนั้น อย่างน้อยทำเกรดวิชาหลักที่เราเลือกเรียนมัน อย่างจีน 4 หน่วยกิต นุ่นต้องทำให้ได้ 2.5 ขึ้น จะได้ดึงคะแนนรวมทุกวิชาให้เราได้เกรด 3.00+)
... เอ้าล่ะ ! ต่อไปนุ่นจะเล่าถึงว่า รอดมาได้ไง ? ทำยังไงให้ได้เกรด 2.5 + ในวิชาหลักกัน สำหรับคนที่เข้าสายการเรียนนี้มาแล้ว แล้วคิดว่าสายนี้ไม่ใช่สำหรับเรา แต่ยังดันทุรังเรียนต่อไปนะคะ =[]= ''
1. สั่งงานมาได้งานกลับ
...ไม่ว่าครูจะสั่งงานยากเย็นแค่ไหน จะให้ไปเอาพระจันทร์ก็ต้องทำ (อลังไป 55) แต่จริงๆคะ ส่งๆให้ครบให้ชิ้นงานออกมาดีให้มากที่สุด ไม่ว่าจะวิชาใดๆก็ตาม เพราะคะแนนส่วนมากมาจากการชิ้นงานของเราคะ โรงเรียนนุ่นกำหนดว่า 100 คะแนนเต็ม 40 จากการสอบ 60 คะแนนชิ้นงานจ้า! โอ้ย มีทางรอดแล้ว~ นุ่นเลยต้องอัพสกิลในการส่งงานอย่างหนัก (ตอนเทอมแรกส่งบ้างไม่ส่งบ้าง -*-) พยายามส่งให้ครบและทันเวลา แต่อย่างวิชาภาษจีนเนี่ย เหล่าซือที่โรงเรียนจะมีให้ไปท่องด้วย ! งานงอกจ้า~ เลยต้องไปพึ่งบารมีเพื่อนที่เรียนภาษาจีนเก่งๆ มันทำด่าทำสอนช่วยใบ้ด้วย 55 ในการสอบท่องเลยล่ะ (นุ่นเป็นคนนอนดึก เลยความจำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ล่ะ และก็แก้ไม่ได้ด้วยนิสัยนี้ -0-)
... ส่วนการสอบถึงจะตก แต่เราก็มีซ่อมนี้คะ 55 อย่างน้อย 10 คะแนนก็ดี T[]T แต่ทางที่ดีตอนใกล้สอบก็อ่านหนังสือเถอะคะ ได้ไม่ได้ อย่างน้อยให้มีตัวจีนหลงเหลืออยู่ในหัวเราบ้างก็ดีนะ >_<
... วิธีนี้ล่ะคะทำให้เกรดรวมนุ่นในเทอมสอง ขึ้นจ้า~ จาก 2.73 มาเป็น 3.21 (ขอบคุณพระเจ้า T[]T)
2. วิชาง่าย วิชาชอบ ต้องทำให้ได้ !
... วิชาที่ชอบสู่คณะที่ใช่ ! สิ่งนี้มันเกิดขึ้นกับตัวนุ่นเองเลย วิชาที่นุ่นชอบ และเรียนได้ดี ก็คงเป็นวิชาในหมวดสังคมคะ ไม่ว่าจะ เศรษศสาตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ กฎหมาย พระพุทธศาสนา การปกครอง อาเซียน หน้าที่พลเมือง วิชาเหล่านี้เป็นวิชาโปรดตอนม.ปลายที่สุดแล้ว เพราะเวลาที่นุ่นตอนเรียนจะค่อนเข้าชอบ ตั้งใจเรียนเป็นพิเศษ(เว้นพระพุทธ แอบหลับประจำ -.- แต่เกรดออกมาก็ 4 นะ อิอิ >_<) เวลาที่อ่านหนังสือใกล้สอบจะชอบอ่านหนังสือของวิชาพวกนนี้มาก เวลาอ่านก็ยิ่งชอบยิ่งสนุกยิ่งตื่นเต้น(เริ่มบ้า) แต่ชอบจริงๆนะ ทำให้ได้เกรดสวยๆงามๆมาตลอด
... และสิ่งเหล่านี้แหละทำให้นุ่นรู้เลยว่า มหาลัยฉันจะเข้าคณะไหนตั้งแต่ ม.4 เลย(ความใฝ่ฝันของฉัน~)
... ฉะนั้นวิชาที่ง่ายถึงปานกลาง พอได้ก็ต้องตั้งใจฟังครู ตั้งใจอ่านหนังสือ ขยันส่งงานตามข้อแรก !!!
3. กิจกรรมก็ต้องผ่านนะจ๊ะ !
... ที่โรงเรียนนุ่นมีการประเมินที่เราเรียกกันว่า "สมุดจิตอาสา" ซึ่งม.ปลายต้องทำอย่างน้อย 60 ชั่วโมง ต้องมีลายเซ็นต์กำกับด้วย แต่นุ่นด้วยความโชคดีที่ดูเป็นนักกิจกรรมก็ไม่กล้าพูดเท่าไหร่ ฮ่าๆ แต่ไม่ว่างานไหนที่มีเกี่ยวกับการเต้น ยัยนี้ต้องเจอหน้าแทบจะทุกครั้งเลย เรียกได้ว่าเป็น กมต. ย่อมากจาก เกิดมาเพื่อเต้น (มาจากเรื่องสเต็ปอัพ >_<) คือ นุ่นชอบการเต้นมากๆคะ เป็นงานอดิเรก เต้นมันทุกแนว โคฟเกาหลี แกะท่าเพลงสากล แนวฮิปฮอบ สตรีทแดนซ์ก็ได้ ทำให้ !!! โอกาสที่ดีที่สุดเกิดขึ้น~ ถึงฉันจะพูดจีนไม่ได้ อ่านจีนไม่ออก เขียนจีนไม่เป็น ฟังไม่จีนไม่รู้เรื่อง แต่ ! ฉันก็ระบำพัดจีนเป็นย่ะ ! 55 (ต้องขอบคุณเหล่าซือที่ให้โอกาสนะคะ ^^) ถึงกับชอบศิลปะการเต้นนี้ ถึงกับอย่างไปค่ายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่จีน ที่เขาสอนการเต้นแนวนี้เลย แต่ตอนนั้นทำงานช่วงปิดเทอม บวกกับเรื่องค่าใช้ที่ทางบ้านไม่โอเคเท่าไหร่ ก็เลยพลาดโอกาสนี้ แต่เอาจริงๆ อยากไปนะ >_<
... ฉะนั้นไม่ว่าครูจะให้ช่วยทำงานอะไร มีกิจกรรมอะไร ก็ต้องลงไม้ลงมือเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานกับเพื่อนๆบาง แต่ก็ไม่ใช่หวังเพื่อได้ลายเซ็นต์ในกิจกรรมนั้น แต่เราต้องทำด้วยใจ งานนั้นถึงจะออกมาดีคะ :)
... และ 3 ข้อที่กล่าวมานี้แหละคะ ทำให้นุ่นรอด! จนจบม.6 ได้ >_<
...ถ้าผู้อ่านอ่านมาถึงตรงนี้ นุ่นต้องขอบคุณมากๆคะที่อ่านเรื่องราวชีวิตที่ผิดๆถูกๆบ้าง แต่มันก็คงเป็นข้อคิดหรือแนวทางได้นะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่เก่งวิชาในสายการเรียนที่เราเลือกมันก็ตาม แต่อย่างน้อยสิ่งที่นุ่นได้จากการเรียนศิลป์ภาาษาจีน ก็คือ ความรัก มิตรภาพ ความทรงจำต่างๆ สิ่งต่างๆที่ดีมากมาย ทั้งครู ทั้งเพื่อน ทุกๆอย่างในสายการเรียน ในโรงเรียนนี้ ...นุ่นก็มีความรู้สึกรักและภูมิใจคะที่ได้เรียนสายการเรียนนี้มากๆด้วยล่ะคะ และสิ่งที่สำคัญ คือ การที่ทำให้นุ่นรู้ตัวเอง ว่าชอบอะไร รักอะไร ทำให้ ... คณะที่ฉันอยากจะเข้าในมหาลัยนั้นคืออะไรรรรร ร รร ร รรรร ร ร ร !!!
ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน
บทต่อไป คณะที่ใช่ ! "รัฐศาสตร์"
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
2 เม.ย. 58
317
2
ความคิดเห็น