สถานีปลายทาง...ของชีวิต
เขียนโดย
numa
เรามองเห็นตัวเองโดยสารรถไฟไปตามเส้นทางอันยาวไกล
จากหน้าต่างเราเห็นภาพต่างๆ ผ่านไปรถราขวักไขว่บนถนน
เด็กน้อยโบกมือไหวๆอยู่ข้างทาง ฝูงวัวยืนเคี้ยวเอื้องอยู่กลางทุ่งหญ้า
กลุ่มควันลอยตัวขึ้นสูงจากปล่องโรงไฟฟ้า นาข้าวเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
ที่ราบสนับเนินสูง ตึกระฟ้าสลับศาลาเทศบาล
แต่ใจของเรากลับจดจ่ออยู่ที่สถานีปลายทาง..
เมื่อเราไปถึงที่นั่น วงดุริยางค์จะเริ่มบรรเลง ธงทิวจะปลิวไสว
ความฝันจะกลายเป็นจริง แล้วเหตุการณ์ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
จะปะติดปะต่อได้อย่างเหมาะเจาะเป็นภาพใหญ่ที่สมบูรณ์
เราจึงพากันกระสับกระส่ายรุ่มร้อนกับการที่ต้องรอคอย
เพราะเราเชื่อว่าเมื่อไปถึงสถานี เราจะได้มีความสุขกันเสียที
บ้างก็ว่า "เมื่อซื้อรถเบนซ์รุ่นล่าสุด"
"เมื่อส่งลูกทุกคนจนจบมหาวิทยาลัย"
"เมื่อผ่อนบ้านหมด"
และบ้างก็ว่า
"เมื่อได้เลื่อนตำแหน่ง"
"เมื่อถึงวันเกษียณอายุ"
ทว่าในไม่ช้า เราก็ประจักษ์ว่าไม่มีสถานีปลายทาง
ไม่มีสถานีที่ใดให้เราเดินทางไปถึงเพื่อจบสิ้นการรอคอย
เพราะความสุขแท้จริงของชีวิตอยู่ที่การเดินทาง
สถานีปลายทางเป็นเพียงภาพฝันอยู่
ต่อให้เราเดินทางอีกยาวนานเพียงใด
ก็ยังคงอยู่ไกลแสนไกล
"จงเพลิดเพลินกับวันนี้" ดูจะเป็นคติประจำใจที่ดี
เพราะสิ่งที่ทำให้มนุษย์มัวเมาคลุ้มคลั่งมิใช่ภาระอันหนักอึกในวันนี้
แต่คือความเสียใจที่มีให้กับวันวาน
และความหวาดกลัวต่อวันพรุ่งนี้ต่างหาก
ทั้งสองเปรียบเสมือนโจรที่ปล้นเอาวันนี้ไปจากเรา
เพราะฉะนั้น เลิกกระวนกระวายกับการรอยคอยให้ถึงสถานีปลายทางเสียเถอะ
มาปีนปายภูเขา กินไอศครีม เดินเท้าเปล่า ลงเล่นน้ำในลำธาร
ชื่นชมพระอาทิตย์ยามอัศดง หัวเราะให้มากขึ้น
และพร่ำรำพันให้น้อยลง จงใช้ชีวิตทุกวันให้คุ้มค่า
แล้วสถานีปลายทางจะปรากฏขึ้นเองเมื่อถึงเวลา
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
10 มี.ค. 50
67
0
ความคิดเห็น