บุปผาพ่ายรัก / (สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ วางแผง 20 มิ.ย.61)

ตอนที่ 15 : ความรักผลิบาน(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 328 ครั้ง
    22 ก.ค. 61

          

บทที่ 11

ความรักผลิบาน


                 ฮ่องเต้กุมมือหมิ่นฉ่ายเดินช้าๆออกมาจากแนวป่า  ไม่ได้พานางเหาะเหินเช่นตอนมา  ด้วยต้องการดื่มด่ำกับธรรมชาติที่มีเด็กสาวอันเป็นที่รักอยู่ข้างกาย  เพราะได้พูดในสิ่งที่ค้างคาไปหมดทุกเรื่อง  คล้ายได้ปลดเปลื้องภาระหนักจนรู้สึกโล่งปลอดโปร่ง  สีหน้าของทั้งคู่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม  เสียงหวานที่คอยตอบคำถามโดยไม่ประหม่าแล้วนั้นช่วยเยียวยาหทัยที่แห้งแล้งให้ชุ่มฉ่ำอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานานแล้ว

 

          หมิ่นฉ่ายเหลือบมองมือของตนที่ถูกกุมไว้  ไม่คิดฝันว่าฮ่องเต้จะใจตรงกัน  นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ถูกบังคับให้นั่งตักและถูกโอบไว้  ทั้งคำพูดของคนด้านข้างที่ตรัสว่ารักนางตั้งแต่วัยเยาว์นั่นอีก  เด็กสาวใบหน้าแดงระเรื่อ  กัดริมฝีปากข่มความรู้สึกเก้อเขิน  มือที่ถูกกุมเริ่มชื้นเหงื่อจากอาการประหม่าขยับเล็กน้อย  

 

          ฮ่องเต้ที่กำลังชื่นชมบรรยากาศด้วยความสบายพระทัย   หันมองคนที่เริ่มขยับมือไปมาจนพระองค์รู้สึกได้  สรวลออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่ากระต่ายขี้อายใบหน้าแดงก่ำ  ก้มหน้างุด  ก่อนจะหยุดเดินแล้วหันไปหานางทั้งตัว

 

          "ฉ่ายเอ๋อร์  ริมฝีปากเจ้าจะเป็นแผล" หมิ่นฉ่ายเบิกตากว้างยืนตัวแข็งทื่อ  นิ้วอุ่นๆที่ไล้เบาๆยังริมฝีปากของนางทำให้เด็กสาวรู้สึกสะท้านในอก  ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเขินอายก้มหน้าชิดอกด้วยทำตัวไม่ถูก

 

          "รีบกลับกันเถิด  ป่านนี้สาวใช้ของเจ้าคงวุ่นวายตามหาเจ้าไปทั่วแล้ว" ฮ่องเต้เห็นเด็กสาวตัวเกร็งเช่นนั้นก็เอื้อมมือลูบศีรษะของนาง  ยามปรกตินางก็น่าเอ็นดูมากอยู่แล้วแต่เมื่อนางเหนียมอายเช่นนี้ช่างน่าเอ็นดูยิ่งกว่า  หัตถ์หนายื่นไปจับมือเล็กอีกครั้งก่อนจะพากันเดินไปยังทางออกของป่า  ระหว่างทางก็ชวนนางคุยเรื่องไม่มีสาระเพื่อให้นางได้ผ่อนคลายความเก้อเขินลงบ้าง

 

          เมื่อเดินออกพ้นแนวป่าหมิ่นฉ่ายก็พยายามจะดึงมือของนางออกจากการจับกุม  เวลานี้เข้ายามเซิน ( 15.00 น. - 16.59 น.) ผู้คนเริ่มกลับเข้าเขตที่พักเพื่อพักผ่อนและทานมื้อเย็น  เขตที่พักของนางและฮ่องเต้แม้จะอยู่แยกออกไปแต่ก็ต้องเดินผ่านตรงส่วนนี้ที่มีทั้งโรงครัวและที่พักของเหล่านางกำนัลขันทีและทหารองครักษ์  หากแต่ฮ่องเต้ไม่ปล่อยให้นางได้ทำสำเร็จ  จับกุมมือนางไว้เสียจนแน่นหนา

 

          "ฝ่าบาทได้โปรด" หมิ่นฉ่ายหยุดเดินแล้วยื้อแขนเอาไว้  เสียงหวานเอ่ยออดอ้อนเพื่อให้ฮ่องเต้ทรงเห็นใจ

 

          "เจิ้นรักเจ้า  เจ้ารักเจิ้น  เรารักกัน  คนรักกันจะเดินกุมมือกันไม่ใช่เรื่องแปลก" ฮ่องเต้ใช้สองหัตถ์กุมมือของนาง  สายพระเนตรจริงจังสบเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววหวั่นวิตกระคนเขินอาย  ตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่เรื่องผิด

 

          "แต่..แต่ว่าหม่อมฉัน.." หมิ่นฉ่ายแสดงสีหน้าไม่สบายใจ  นางเป็นเด็กสาวที่เดือนหน้าอายุจะครบ 14 ซึ่งยังไม่ถึงวัยปักปิ่น  เป็นสตรีที่ยังไม่เคยมีคู่หมั้นคู่หมาย  หากผู้อื่นพบเห็นแล้วเอาไปพูดเสียหายแล้วชื่อเสียงของนางเล่า

 

          "หากการที่เจิ้นแสดงความเป็นเจ้าของเจ้าแล้วทำให้ชื่อเสียงของเจ้าด่างพร้อย  เจิ้นขอบอกไว้ตรงนี้ชื่อเสียงของเจ้าเจิ้นจะรับผิดชอบเอง" ฮ่องเต้รู้ว่านางกังวลถึงสิ่งใด  จึงตรัสคำมั่นให้นางเลิกวิตก  ใจตรงกันแล้วเช่นไรพระองค์ต้องได้นางมาครอบครอง  และหากผู้ใดกล้ากล่าวขวัญนางในทางไม่ดีพระองค์จะจัดการสั่งสอนมันผู้นั้นให้หลาบจำเอง

 

          หนึ่งบุรุษรูปงามนัยน์ตาลึกลับทรงเสน่ห์  หนึ่งสตรีโฉมงามบอบบางน่าทะนุถนอมขนตายาวเป็นแพนั้นช่วยส่งเสริมให้ดวงตากลมโตยิ่งน่ามอง  ทั้งคู่เดินจับจูงกันท่ามกลางความสนใจของผู้คนโดยรอบ  โดยบุรุษเดินอย่างองอาจผึ่งผายคอยส่งสายตาอันอ่อนโยนไปให้เด็กสาวที่ก้มหน้างุดที่เดินอยู่เคียงข้าง  นอกเหนือจากความสนใจใคร่รู้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันเฉกเช่นข่าวลือเป็นจริงหรือไม่  ทั้งหมดต่างชื่นชมในความเหมาะสมกันของทั้งสองมากกว่า

 

          "คุณหนูท่านหายไปที่ใดมาเจ้าคะ  บ่าวร้อนใจจะแย่แล้วเจ้าค่ะ"  ซือเหยาที่กำลังเดินตามหาเจ้านายของตนด้วยสีหน้าติดกังวลวิ่งเข้ามาหาทันทีเมื่อปรากฏร่างของนาง  ถามไถ่ปัดป่ายเสื้อผ้าของเจ้านายไปมา  แต่เมื่อเหลือบไปเห็นมือที่ถูกกุมไว้ก็ชะงัก  ยิ่งได้เห็นเจ้าของร่างที่กุมมือคุณหนูของตนก็ถึงกับตาค้างรีบถวายความเคารพแล้วก้าวถอยออกไปยืนด้านข้างทันที

 

          "เจ้าไปทำธุระส่วนตัวของเจ้าเถิด  เจิ้นจะไปรอที่โต๊ะอาหาร" ฮ่องเต้ตรัสจบก็เลื่อนหัตถ์ลูบศีรษะของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน  ก่อนจะเดินจากไป

 

          หมิ่นฉ่ายอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อได้รับความอ่อนโยนจากชายที่นางมีใจให้  แต่เมื่อเหลือบไปเห็นว่าตรงลานกว้างที่นางยืนอยู่  มีคนมากมายมองมาที่นางอย่างสนใจใคร่รู้  บ้างก็ส่งยิ้มหยอกเย้ามาให้  ก็เก้อเขินขึ้นมา  เด็กสาวนึกสัพยอกคนทำประเจิดประเจ้อที่เดินจากไปในใจ  แล้วรีบสาวเท้าเดินกลับไปทางกระโจมของตนโดยมีซือเหยาที่ยังมีสีหน้าประหลาดใจรีบเดินตามไปด้วย

 

          ยังไม่ทันที่จะเดินเข้ากระโจม  ฮ่องเต้ก็เหลือบไปเห็นราชองครักษ์พิเศษที่ยืนสนทนาอยู่กับทหารองครักษ์ตรงหน้ากระโจมของพระองค์  เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ทำให้ทั้งหมดที่กำลังคุยกันอย่างออกรสหันมาพร้อมกัน  เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดก็รีบโค้งศีรษะทำความเคารพ  ฮ่องเต้เดินเข้าไปหาราชองครักษ์องครักษ์พิเศษที่ควบตำแหน่งสหายสนิทด้วยสีพระพักตร์เรียบตึง จนคนที่เป็นเป้าหมายต้องขมวดคิ้วว่าพระองค์เป็นอะไร

 

          "ขอบใจ" ตรัสจบฮ่องเต้ก็เดินเข้ากระโจมไป  

 

          ฟางอี้นึกอยู่นานว่าฮ่องเต้ทรงขอบใจเขาด้วยเรื่องอันใด  พระองค์เพิ่งตามน้องสาวของเขาออกไปหลายชั่วยามแล้วกลับมาจวนเจียนมื้อเย็น  เขาเองก็เพียงนั่งพักและช่วยคนงานสร้างโรงหมอขนดินขนไม้เช่นทุกวัน...หรือว่าพระองค์จะรู้แล้วว่าเขาเป็นคนยุยงน้องสาว  ใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งอยู่เสมอมีสีหน้าหัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก  รู้ดีว่าเขาต้องโดนคนในกระโจมกลั่นแกล้งกลับภายหลังอย่างแน่นอน

 

 

 

 

          บนโต๊ะอาหารตอนนี้ต่างจากมื้อเที่ยงโดยสิ้นเชิง  ฮ่องเต้คอยคีบอาหารป้อนให้เด็กสาวที่แขนเจ็บอย่างเอาอกเอาใจ  พระองค์เสวยเองหนึ่งคำป้อนนางสองคำคล้ายดั่งเกทับคนผู้หนึ่งที่เคยช่วยเหลือนางไปตอนมื้อเที่ยง  จื่ออิงมองท่าทางของทั้งคู่แล้วลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ  ผิดกับฟางอี้ที่แม้จะดีใจที่น้องสาวของเขาสุขสมหวังแต่ก็อดที่จะนึกหมั่นไส้สหายสูงศักดิ์ที่คอยส่งสายพระเนตรหวานเชื่อมไปทางน้องสาวของเขา  และสีพระพักตร์ที่คงรอยยิ้มไม่หุบนั่นอีกมีความสุขเสียเหลือเกิน

 

          "ซือเหยาเจ้าได้ให้คนแบ่งสำรับไว้ให้พี่ฉือเฉินแล้วหรือไม่" หมิ่นฉ่ายที่นึกขึ้นมาได้รีบส่งเสียงถามสาวใช้ของนาง  ฉือเฉินให้คนมาบอกพวกนางว่าให้กินกันไปก่อนไม่ต้องรอ  เพราะเขากำลังปรุงยายังไม่เสร็จ  เด็กสาวกลัวว่ากับข้าวจะหมดเหมือนกับตอนนั้น  โดยไม่รู้เลยว่าคำถามของนางที่ถามสาวใช้จะทำให้คนผู้หนึ่งมีสีพระพักตร์นิ่งขรึม  แววพระเนตรแสดงออกว่าไม่ชอบพระทัย

 

          "คุณชายผู้นั้น  สนิทกันมากเลยหรือ" ยังไม่ทันที่ซือเหยาจะตอบคำถามของเจ้านาย  น้ำเสียงราบเรียบก็เอ่ยถามหมิ่นฉ่ายขึ้นมาเสียก่อน 

 

          จื่ออิงกับฟางอี้ได้แต่มองเด็กสาวอย่างลุ้นๆว่าจะตอบเช่นไร  ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนว่า  จะตอบสิ่งใดช่วยสังเกตสีพระพักตร์ของฮ่องเต้ด้วยเถิด   ด้วยเด็กสาวเป็นคนซื่อๆ  และไม่เคยแม้แต่จะโกหกกลัวว่าคำตอบซื่อๆของนางจะทำให้ความสัมพันธ์ที่กำลังเป็นไปได้ดีต้องสะดุด  และจะทำให้ใครบางคนต้องเกิดโทสะ

 

          "เพคะ  พี่ฉือเฉินเป็นคนดี  ทั้งยังเก่งมากๆ  คอยให้กำลังใจทุกเรื่อง  ช่วยหม่อมฉันทุกอย่าง  หม่อมฉันชอบพี่ฉือเฉินมากๆเลยเพคะ"  หมิ่นฉ่ายพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  นางคิดเช่นนั้นจริงๆ  ฉือเฉินคอยช่วยเหลือนางทุกอย่างตั้งแต่วันที่เขาปรากฏตัว  เขาดีต่อนางมากจริงๆ

 

          หารู้ไม่ว่าคำตอบของนางทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเกิดความอึดอัด  ทุกคนต่างเงียบกริบ  จื่ออิงสูดหายใจเข้าลึก  ฟางอี้ถอนหายใจพลางส่ายหน้า  ซือเหยาที่พอจะรู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองบ้างแล้วและนางกำนัลต่างก้มหน้าลง  รอเวลาที่ฮ่องเต้จะเกิดโทสะ

 

          "แล้วเจิ้นกับคุณชายซุน  เจ้าชอบใครมากกว่ากัน" แต่สิ่งที่ทุกคนรอคอยก็ไม่เกิดขึ้น  ต่างลอบถอนหายใจแล้วนิ่งเงียบทำตัวราวกับว่าไม่อยู่ ณ ที่ตรงนี้ 

 

          "เอ่ออ.." หมิ่นฉ่ายอ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบเช่นไร  

 

          "ว่าอย่างไรชอบใครมากกว่า" ฮ่องเต้ที่รอคอยคำตอบของนางตรัสถามอีกครั้ง  สายพระเนตรจริงจังทอดพระเนตรมองไปยังเด็กสาวไม่ว่าเช่นไรนางก็ต้องตอบคำถามนี้

 

          "หม่อมฉันไม่อาจตอบได้ว่าชอบใครมากกว่า  ในเมื่อความรู้สึกเอ่อ..ชอบนั้นต่างกัน" เมื่อนางพูดจบท่อนแรกทุกคนรวมถึงฮ่องเต้ต่างใจหาย  แต่พอนางพูดประโยคท้ายจึงได้โล่งใจ

 

          "ต่างกันอย่างไรหรือ" ฮ่องเต้ที่สายพระเนตรอ่อนลง  เพราะพอจะพอคาดเดาคำตอบของนางได้แต่ก็อยากฟังจากปากของนางมากว่า  

 

          หมิ่นฉ่ายใบหน้าเห่อร้อน  จะให้นางพูดความรู้สึกตรงนี้ได้เช่นไร  คนออกเยอะแยะ  เด็กสาวได้แต่หลบเลี่ยงสายตาลึกซึ้งที่มองมาแล้วหันหน้าไปอีกทาง  แต่อีกทางนั้นมีจื่ออิงที่ก้มหน้าแต่มองเห็นว่าแอบยิ้ม  และฟางอี้ที่มองมาด้วยสีหน้านิ่งๆ  เด็กสาวรู้สึกเก้อกระดากนางพูดว่าชอบบุรุษไปเช่นนั้นช่างน่าอายจริงๆ

 

          "กระหม่อมอิ่มแล้ว  นึกขึ้นได้ต้องไปสั่งการทหารเรื่องเวรยามคงต้องขอตัวก่อนพะยะค่ะ" ฟางอี้ที่เห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของน้องสาวจึงหาข้ออ้างเพื่อขอตัว

 

          "หม่อมฉันจะไปในครัวยกขนมหวานมาถวายเพิ่มเพคะ....พวกเจ้าตามข้ามา" จื่ออิงทูลจบก็หันไปเร่งเหล่านางกำนัลให้ออกไปพร้อมกันทั้งหมด

 

          "ตอนนี้ก็มีเพียงเรา  ตอบให้เจิ้นชื่นใจหน่อยเถิด  ว่าต่างกันเช่นไร" ฮ่องเต้เชยคางของหมิ่นฉ่ายขึ้นมาสบตากัน  คล้ายดังเวลาหยุดหมุนสายพระเนตรสื่อความนัยนั้นทำให้เด็กสาวเหนียมอายจนต้องหลบตา  เมื่อเด็กสาวยังคงเงียบ  ฮ่องเต้จึงขยับพระพักตร์เข้าใกล้ใบหน้าของเด็กสาวเรื่อยๆ เพื่อกดดัน

 

          "ชอบเสมือนพี่ชายคนหนึ่ง  กับชอบดั่งคนรัก ต่างกันหรือไม่เล่าเพคะ" หมิ่นฉ่ายหลับหูหลับตาเอ่ยออกมา  เมื่อใบหน้าของชายตรงหน้าเลื่อนเข้ามาจนเกือบชิดกับหน้าของนาง  ฮ่องเต้ยิ้มกว้างเต็มพระพักตร์  สายพระเนตรหยาดเยิ้มอ่อนโยนจ้องนิ่งไม่ละไปจากใบหน้านวลตรงหน้า

 

          "แล้วชอบใครเช่นคนรักเล่า" ฮ่องเต้ที่ชื่นชอบเห็นกระต่ายน้อยแก้มแดง  ยังคงไม่หยุดหยอกเย้า

 

          "ฮื่อ..ได้โปรดอย่าทรงถามอีกเลยเพคะ  หม่อมฉันไม่รู้จะทูลตอบเช่นไรดีแล้ว" หมิ่นฉ่ายร้องครางออกมา  ตอนนี้นางอายจนร่างกายร้อนผ่าวไปหมดแล้ว  พระองค์ก็รู้แล้วว่านางมีใจให้เห็นใดยังต้องมาถามย้ำกันอีกเล่า

 

          "แต่เจิ้นไม่ได้ชอบเจ้า..." ฮ่องเต้ที่ยังไม่ผละใบหน้าออกตรัสขึ้นมาด้วยสีหน้าเจ้าเลห์  หากแต่เด็กสาวที่ได้ยินกลับใจวูบโหวง  แต่ยังไม่ทันได้เสียใจฮ่องเต้ก็ตรัสขึ้นมาอีกครั้ง 

 

          "หากแต่ข้ารักเจ้าต่างหากเล่า  กระต่ายน้อย  รักมาก  รักมาตลอดไม่เคยคิดรักผู้ใดเลย" สิ้นประโยคมือขาวบางก็ยกขึ้นตีที่อกของฮ่องเต้เบาๆ สีหน้าแง่งอนของนางทำให้ฮ่องเต้สรวลออกมาเสียงดัง  คว้าร่างบอบบางเข้ามากอดไว้อย่างอ่อนโยน  หมิ่นฉ่ายน้ำตารื้นด้วยความตื้นตันใจกับประโยคบอกรักของพระองค์  ไม่ขัดขืนทั้งยังเต็มใจรับอ้อมกอดอันอบอุ่นของคนตรงหน้า  ตอนนี้นางปลื้มปริ่มจนคล้ายตัวจะลอยได้อยู่แล้ว

 

          "ฉ่ายเอ๋อร์ ความรู้สึกของข้เจิ้นในตอนนั้นก็เสียใจไม่ต่างกันกับเจ้า  หากตอนนั้นเจิ้นได้อยู่ฟังจนจบเช่นเจ้าในตอนนี้  เราทั้งคู่คงมีความสุขกันไปตั้งนานแล้ว  เจิ้นเสียใจที่ทำให้เจ้าเป็นทุกข์  เสียใจที่ทำให้ต้องเสียน้ำตา  เจิ้นขอโทษเจ้า  อภัยให้ข้เจิ้นได้หรือไม่" ฮ่องเต้ตรัสกับเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

 

          "หม่อมฉันไม่เคยโกรธจะให้อภัยได้เช่นไร  เพียงแต่น้อยใจที่พระองค์ทรงหมางเมินเท่านั้น  ขอเพียงพระองค์เป็นเหมือนเดิม  แล้วเอ่อ..รักหม่อมฉันให้มากๆก็พอแล้วเพคะ" หมิ่นฉ่ายส่ายหน้าเล็กน้อย  เสียงเล็กๆกล่าวด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพราะถูกฮ่องเต้กอดเอาไว้แน่นๆด้วยรู้สึกหมั่นเขี้ยวกับคำพูดที่น่าเอ็นดูของนาง

 

          ยังกอดไม่เต็มอิ่มเสียงที่ดุว่านางกำนัลที่เดินไม่ทางจนสะดุล้มขนมกระจัดกระจายจนต้องไปเตรียมมาใหม่ของจื่ออิงก็ดังเข้ามาให้ได้ยิน  หมิ่นฉ่ายขยับตัวแต่ฮ่องเต้กลับกอดนางไว้ไม่ยอมปล่อย  จนเด็กสาวเอื้อมไปหยิกแขนนั่นล่ะถึงจะยอมให้นางหลุดจากวงแขน

 

          "โอ๊ย!! ตอนนี้เจ้าเก่งกล้าถึงขนาดกล้าทำร้ายฮ่องเต้แล้วหรือ" ฮ่องเต้ร้องโอดโอยแล้วเอ่ยเย้าเด็กสาว  ก่อนจะเอื้อมมือไปบีบจมูกนางเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว

 

          หมิ่นฉ่ายค้อนให้คนที่ร้องเสียงดังและพูดเกินเหตุไปหนึ่งที  นางหยิกแค่เบาๆ  จะเรียกว่าทำร้ายได้เช่นไร  ดีที่นางผละออกทันไม่เช่นนั้นต้องขายหน้าพี่จืออิงกับซือเหยาและนางกำนัลคนอื่นๆเป็นแน่

 

 

 

 

          ในเขตรักษาคนป่วยหมิ่นฉ่ายที่ยังบาดเจ็บไม่สามารถรับผิดชอบหน้าที่หนักๆได้  จึงทำได้แค่คอยช่วยหยิบจับเล็กๆน้อยๆ  แต่ตอนนี้เด็กสาวต้องหน้าแดงกล่ำคล้ายกับได้ยกของหนัก

 

          ฮ่องเต้ที่เพิ่งเสด็จกลับมาจากภายนอก  ยังไม่ทันได้กลับที่พักก็เร่งฝีพระบาทมายังที่พระองค์คิดว่าคนรักจะอยู่  แล้วก็ไม่ผิดจากที่คิด  พระองค์ยืนมองนางอยู่พักใหญ่  จนหลายคนเริ่มสังเกตเห็นและทำท่าจะเอ่ยทำความเคารพนั่นล่ะคนที่พระองค์ทอดพระเนตรอยู่ถึงได้รู้ตัว  แล้วหันมาทักทายและส่งยิ้มหวานมาให้  

 

          แต่ฮ่องเต้ต้องชักสีหน้าเมื่อทอดพระเนตรไปเห็นฉือเฉินที่นั่งอยู่ใกล้กับที่กระต่ายน้อยของพระองค์ยืนอยู่  ส่งสายพระเนตรไม่พอพระทัยไปให้ชายผู้นั้น  ก่อนจะยกพระหัตถ์ไขว้หลังแล้วทำทีเป็นเดินเยี่ยมผู้ป่วยและดูวิธีการรักษาของหมอหลวง  แล้วก็มาหยุดประทับยืนตรงหน้าเด็กสาวอันเป็นที่รัก

 

          "ยังไม่หายดี  เหตุใดเจ้าจึงไม่ไปพัก" เสียงอ่อนโยนตรัสถามเด็กสาวที่มีรอยยิ้มหวานประดับอยู่บนใบหน้า

 

          "หม่อมฉันเพียงแค่มาคอยหยิบจับของเล็กน้อยเท่านั้น  ไม่ได้หนักหนาเลยเพคะ" หมิ่นฉ่ายตอบเสียงหวานกลับไปด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ  เมื่อคนพูดโน้มตัวลงมาใกล้ใบหน้าของนาง

 

          "เช่นนั้นเจิ้นจะอยู่ช่วย" ฮ่องเต้ยืดตัวขึ้นเห็นว่าเด็กสาวไม่ยอมกลับไปพักแน่จึงอาสาอยู่กับนางด้วย  และไม่รอให้ใครเอ่ยห้ามฮ่องเต้ก็หยิบถ้วยยาในมือนางยื่นส่งไปให้ฉือเฉินที่รออยู่ 

 

          ฮ่องเต้รับสั่งกับหมอหลวงว่าหากต้องการสิ่งใดให้บอกกับพระองค์ได้เลยไม่ต้องเกรงใจ  แต่มีหรือที่หมอหลวงจะกล้าเอ่ยใช้โอรสสวรรค์  หมิ่นฉ่ายที่เคยช่วยอยู่ในเขตรักษาหลายวันจึงรู้ว่าหมอหลวงต้องการสิ่งใดในการรักษา  เด็กสาวต้องคอยสังเกตก่อนจะเดินไปหยิบสิ่งนั้นมาให้แต่ก็มักจะถูก่องเต้คว้าเอาไปถือแทน

 

          "อยู่เฉยๆ" ฮ่องเต้บีบปลายจมูกเด็กสาวเบาๆ เอ่ยบอกนางด้วยน้ำเสียงละมุน  หมิ่นฉ่ายบ่นงึมงัมยกมือขึ้นลูบจมูก บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองไม่มีผู้ใดจะดูไม่ออกว่าทั้งคู่ชอบพอกัน  บางคนอ้อมยิ้ม  บางคนหน้าแดง  โดยเฉพาะนางกำนัลผู้ช่วยเขินอายจนต้องก้มหน้างุด 

 

          ฮ่องเต้ยื่นสิ่งของในมือไปให้หมอหลวงที่อยู่ใกล้ๆที่รับมาด้วยสีหน้างงๆ  เพราะว่าเขาไม่ได้ต้องการมัน  หมิ่นฉ่ายรีบคว้าห่อยานั้นพร้อมกับเอ่ยขอโทษท่านหมอท่เป็นรายที่สามที่พระองค์ส่งให้ผิด   หันมาส่งสายตาดุไปให้ชายสูงศักดิ์ที่ยืนทำสีพระพักตร์ไม่รู้ไม่ชี้   ก่อนจะเดินไปยื่นให้หมอหลวงอีกท่านหนึ่งที่ต้องการ  

 

          "หม่อมฉันไปพักแล้วก็ได้เพคะ" หมิ่นฉ่ายเดินกลับมาเอ่ยบอกฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงแง่งอน  ฮ่องเต้สรวลออกมาอย่างพอพระทัย  หากไม่แกล้งทำให้เรื่องวุ่นวายนางก็ไม่ยอมไปพักดีๆ  

 

          ฉือเฉินถอนหายใจออกอย่างโล่งใจ   หมอหลวงแทบไม่มีสมาธิในการรักษาคนป่วย  คนป่วยก็ไม่ตั้งใจรับการรักษา   นางกำนัลผู้ช่วยหมอก็ยืนบิดตัวกระมิดกระเมี้ยน  หากเด็กสาวไม่ยอมไปพักเหตุการณ์ในเขตรักษาคงต้องปั่นป่วนกว่านี้   แล้วก็นั่นล่ะรู้ว่ารักว่ามีใจให้กันแต่ช่วยเกรงใจคนที่เพิ่งตัดใจได้หรือไม่เล่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 328 ครั้ง

907 ความคิดเห็น

  1. #546 kwankwan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 17:28
    <p>ขอโทษนะไรท์ เรื่องนี้จะว่าดีก็ดี แต่สู่เรื่องของพี่สาวไม่ได้นางเก่ง เป็นผู้นำ และมั่นใจในตนเอง ส่วนเรื่องของน้อง ยังไงละ เราว่ามันเรียบมาก เราคงอ่านสาวสวยเก่งมากไปละมังพอมาอ่านเรื่องนี้้ลยรู้สึกว่ามันเรียบๆ ไรท์อย่าถือสาเลย ยังไงก็สู้ๆเด้อจ้า</p>
    #546
    0
  2. #293 paemly (@paemly) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 22:06
    แหมมมมม ใจตรงกันเข้าหน่อย ก็หวานตลอด
    #293
    1
  3. #292 Dumplings (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 21:08
    <p>งื้อ แก้อย่างที่เค้าบอกด้วย น่ารักกกก</p><p>อันหลังดีเลยค่ะ พระองค์ก็ดีค่ะ ดูลื่นดี และใช้เป็นสรรพนามบุรุษที่2 ได้เหมือนกัน</p>
    #292
    1
  4. #291 Femeela (@Femeela) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 19:36
    แหมมมมมม
    #291
    1
  5. #290 Anazegious (@zevalious) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 19:30
    หมั่นไส้เต้มากเจ้าค่ะ //เบ้ปากเป็นสระอิแบบแม่การะเกด 55555
    #290
    1
  6. #289 prapapornkulsan (@prapapornkulsan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 02:38
    <p>ฟินคะ. อิอิ</p>
    #289
    1
  7. #288 Dumplings (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 23:34
    <p>เวลาคุยกับฮ่องเต้ ควรใช้ฝ่าบาทหรือเปล่าคะ</p><p>อย่างเช่นตอนน้องหมิ่นฉ่ายบอกว่า ฮ่องเต้ได้โปรด น่าจะเป็น ฝ่าบาทได้โปรด มากกว่า</p><p>มีตรงนี้ที่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ แต่นอกนั้นดีหมดเลยค่ะ สำนวนดี แต่บทนี้แอบมีคำผิดเยอะอยู่นะคะ เดี๋ยวค่อยรีไรท์เนอะ</p>
    #288
    1
    • #288-1 องค์มณี (@nunuii24) (จากตอนที่ 15)
      6 เมษายน 2561 / 17:48
      ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เมนท์บอกได้ตลอดเลยนะคะ ไรท์ชอบ
      #288-1
  8. #287 adw213455 (@adw213455) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 21:33
    ร้ายจริงๆนะเต้555
    #287
    2
    • #287-1 องค์มณี (@nunuii24) (จากตอนที่ 15)
      6 เมษายน 2561 / 17:48
      เต้ไม่ได้ร้ายนะ แต่เต้รักกก
      #287-1
    • #287-2 องค์มณี (@nunuii24) (จากตอนที่ 15)
      6 เมษายน 2561 / 17:48
      เต้ไม่ได้ร้ายนะ แต่เต้รักกก
      #287-2
  9. #286 151119 (@151119) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 19:48
    แหม...เต้เต้.....ได้ทีก็ ....คาดคั้น...จะเอาคำตอบ......นะเพคะ
    #286
    1
  10. #285 Femeela (@Femeela) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 18:55
    แหมมม ออกตัวแรงเชียวนะ อิเต้
    #285
    1
    • #285-1 องค์มณี (@nunuii24) (จากตอนที่ 15)
      6 เมษายน 2561 / 17:49
      ไม่ได้ๆ ต้องให้คุ้มกับเวลาที่เสียไป
      #285-1
  11. #284 tavigar_25 (@tavigar_25) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 18:46
    ถ้าต้องไปยุในวังจะทำไงเนี่ยซื่อขนาดนี้ไรท์เพิ่มสกิลให้น้องฉ่ายหน่อยสิไม่งั้นโดนพวกพี่ปอบในวังกระซวกไส้แน่
    #284
    1
    • #284-1 องค์มณี (@nunuii24) (จากตอนที่ 15)
      5 เมษายน 2561 / 18:48
      นั่งขำเม้นท์นี้ไปพักนึง...พี่ปอบในวังกระซวกเลยเหรอ 555555
      #284-1
  12. #283 novellover (@Novellover) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 18:29
    เขินแทน น้องน่ารักมาก แต่เต้เจ้าเล่ห์
    #283
    1
  13. #282 หงเปี้ยน (@Chaporn16558) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 18:24
    ทำไมอ่านแล้วยิ้มม `~~~
    #282
    2
  14. #281 Honey_CozY (@HoneyCozY) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 18:24
    แหมๆเขิน จะให้เอ่ยได้อย่างไร
    #281
    1
    • #281-1 องค์มณี (@nunuii24) (จากตอนที่ 15)
      5 เมษายน 2561 / 18:50
      ใช่มะ..พี่เต้ช่างอยากรู้ไม่รู้จักเวล่ำเวลา
      #281-1