[จบแล้ว] [NCT] ✬WILL✬ {NOREN} Ft. MARKMIN , CHANLE

ตอนที่ 13 : ✬WILL✬ EPISODE12 100%(Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    6 ต.ค. 61





✬WILL✬ EPISODE12




“อีก3เดือนก็จะกีฬาสีแล้ว ตื่นเต้นจังเลยเนอะอาเหริน”



เฉินเล่อเอ่ยกับเหรินจวิ้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อพูดถึงเทศกาลสำคัญของวัยอย่างพวกเขาและต้องมีในทุกๆโรงเรียน นั่นก็คือกีฬาสี



เพราะว่านี่คือคาบว่าง ทุกๆคนจึงคุยกันอย่างสบายใจโดยไม่ต้องเกรงใจครูคนไหนทั้งสิ้น เพียงแต่อาเหรินของเฉินเล่อน่ะ ไม่ว่าเวลาไหนก็เหมือนเจ้าตัวเกรงใจครูอยู่ตลอด ไม่นั่งเงียบ ก็อ่านหนังสือ ไม่ก็นอนหลับ



และในตอนนี้เหรินจวิ้นนั่งอ่านหนังสืออยู่....



“อาเหริน ตื่นเต้นป้ะ ใกล้เทศกาลกีฬาสีแล้วนะเนี่ย”



“จะให้ฉันตื่นเต้นอะไรล่ะ?”



เหรินจวิ้นเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือตรงหน้า ก่อนจะเลิกคิ้วถาม เจ้าคนจอมตื่นเต้นตรงหน้า ก็แค่กีฬาสีนี่หน้าตื่นเต้นตรงไหนก็เหมือนๆกันทุกๆปีนี่นา



“เอ๊า! ก็ตื่นเต้นหน่อยสิอาเหรินก็! ปีนี้ฉันเราต้องจัดกันนะ อาเหรินอ่ะจะเป็นอะไรจะเป็นลีดเหมือนปีที่แล้วเปล่า? ”



เหรินจวิ้นรีบส่ายหัวทันทีที่ได้ยินที่เฉินเล่อพูด เพราะเมื่อปีที่แล้วเขาเพิ่งขึ้นชั้นม.ปลาย พี่รหัสก็มาขอให้เป็นลีดให้ในเทศกาลกีฬาสีนี่แหละ ตอนแรกเหรินจวิ้นก็ปฏิเสธ แต่เพราะถูกพี่รหัสทั้งรบเร้าและขอร้องเขาจึงต้องยอมๆไป



มันไม่ได้สบายเลยสักนิด ซ้อมแล้วซ้อมอีก กลับหอดึกๆดื่นๆ แถมแทบไม่มีเวลาทำการบ้านและที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ตอนงานกีฬาสีจบ เขาต้องวานให้เฉินเล่อช่วยนวดให้เลยทีเดียว



“เฮอะๆๆ งั้นก็คงไม่พ้นประธานสีแหละอาเหรินน่ะ ถ้าไม่รีบหาหน้าที่ทำก่อน อาเหรินได้เป็นแน่ๆ เพราะเล่อและเพื่อนๆก็เตรียมเสนอชื่ออาเหรินอยู่”



“เหอะ แล้วถ้าหากว่าฉันได้เป็นประธานสีขึ้นมาจริงๆล่ะก็ สัญญาเลยว่า ฉันจะชี้นิ้วสั่งนายยิ่งกว่าใครๆเลยคอยดู”



“ใจร้าย~~

 

 









จนกระทั่งในช่วงเลิกเรียน เหรินจวิ้นและเพื่อนๆทุกคนในห้องจะต้องไปปรึกษากับห้องคู่ที่อยู่ในสีเดียวกัน เพื่อปรึกษาเรื่องการวางแผนเกี่ยวกับกีฬาสี พร้อมพบปะพูดคุยกับน้องม.ต้นและที่สำคัญที่สุดเลือกตั้งประธานสีนี่แหละ...ปีนี้ห้องของพวกเขานั้นได้อยู่สีฟ้าและได้คู่กับอีกห้องที่ค่อนข้างพอสนิทรู้จักมักคุ้นกันบ้าง



“ห้อง2ส่งแชยอน”



เสียงตัวแทนนักเรียนจากอีกห้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้น พร้อมกับหญิงสาวตัวแทนที่จะเข้าสมัครประธานสี



“ห้อง1ส่งเหรินจวิ้น”



เฉินเล่อเป็นตัวแทนของห้องเอ่ย พร้อมกับเสียงเพื่อนๆที่แสดงความเห็นด้วยกันแทบทุกคน



ใบหน้าหวานที่แสนเบ็นชานั่นไม่ได้แสดงอากัปกิริยาที่จะบ่งบอกว่าเจ้าตัวยินดีหรือว่าไม่พอใจอะไร



เหรินจวิ้นทำเพียงเดินออกยืนข้างหญิงสาวของอีกห้อง เพื่อให้น้องๆม.ต้นเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะได้เป็นประธานสีของสีฟ้าในปีนี้



“เอาล่ะครับน้องๆ ก็อย่างที่ทราบดีนะครับ โรงเรียนเราจะมีกีฬาสีในทุกๆปี ในอีก3เดือนข้างหน้า เอ้าไหน พี่ขอเสียงสีฟ้าทุกคนหน่อยยยย”



กรี๊ดดดดดดดดดด



“วู้วววว!!!!!!!



"เฮ่!!!!!!!!!"




ปาร์ค จีซองจากห้อง1ซึ่งรับหน้าที่เป็นพิธีกร เรียกเสียงและดึงความสนใจจากน้องๆได้เป็นอย่างดี




“และในตอนนี้น่ะครับ พวกพี่ๆทั้ง2ห้องเนี่ย ก็ได้มีตัวแทนผู้เข้าสมัครประธานสีมาให้น้องๆเลือกสองคนนะครับ คนแรกคือพี่แชยอนจากห้อง2 และคนที่2คือพี่เหรินจวิ้นจากห้อง1นั่นเองครับ ขอเชิญพี่ๆแถลงนโยบายที่จะทำในกีฬาสีปีนี้หน่อยครับผม”



ทั้งสองคนตัวแทนของสี ก้าวมาข้างหน้า ลอบล้อมด้วยเพื่อนๆและน้องๆที่พากันปรบมือและรอฟังนโยบายกีฬาสีด้วยความตั้งใจ



“ค่ะ สำหรับพี่นะคะ ถ้าหากว่าพี่ ได้เป็นประธานสี พี่ก็จะสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด โดยอย่างแรกเลย ก็คือ พี่เนี่ย จะพยายามทำทุกอย่างให้น้องๆทุกคนได้มีส่วนร่วมกับกีฬาสีของเรานะคะ ยังไงก็ฝากพี่แชยองไว้ในใจน้องๆด้วยน้า ขอบคุณค่า~



หลังจากแชยอนพูดจบ ก็ตามด้วยเสียงปรบมือของเหล่าน้องๆและทุกำคนที่นั่งฟังอยู่



และต่อไปก็คงเป็นคราวของเหรินจวิ้นแล้ว...



“เอาล่ะครับ ต่อไปขอเชิญเหรินจวิ้นครับ”

 



“จวิ้นจ๋าสู้ๆนะ!



เสียงตะโกนเชียร์ของคิม ยองเจทำให้เหรินจวิ้นเผลอหันไปมองครู่หนึ่ง และยิ้มบางๆให้ก่อนจะหันมาพูดนโยบายของตัวเองบ้าง



“ครับ สำหรับนโยบายของพี่ ก็อาจจะไม่ได้แตกต่างไปจากปีก่อนๆมากนัก แต่เอาเป็นว่า พี่เองก็จะทำหน้าที่นี้ให้เต็มที่ แล้วก็จะทำให้สีฟ้าของพวกเรา ยังคงครองแชมป์กีฬาสีเหมือนในทุกๆปีที่ผ่านมา ถ้าน้องๆอยากให้ พี่ทำให้นโยบายสำเร็จ ก็อย่าลืมเลือกพี่นะครับ



เหรินจวิ้นเองก็อาจจะไม่ได้เป็นคนที่พูดเก่งมากนัก แต่แค่เพียงน้ำเสียงที่ฟังแล้วดูน่าเชื่อถือพร้อมทั้งแววตาที่จริงจัง และรอยยิ้มเพียงเล็กน้อย ก็ไม่น่าเชื่อว่า มันจะสามารถเรียกคะแนน ทำให้ห้องของเขาชนะการเลือกต้องได้แล้ว....



“เอาล่ะครับ ผลโหวตสรุปแล้วผู้ที่ได้เป็นประธานสีก็คือพี่เหรินจวิ้นจากห้องหนึ่งนะครับ ปรบมือให้พี่ๆทั้งสองคนด้วยครับ!



เมื่อผลโหวตออกมาสำเร็จดังคาดเพื่อนๆทุกคนพากันมาห้อมล้อมตัวผู้เสียสละของห้องไว้ และพากันส่งเสียงด้วยความดีใจ



“จวิ้นจ๋าของฉันเก่งที่สุดเลย....”



คิม ยองจพร้อมทั้งเฉินเล่อ ดงฮยอกและมาร์ค เองก็เข้ามาแสดงความยินดีด้วย ยองเจถือวิสาสะใช้สิทธิพิเศษ(ส่วนตัว)คล้องแขนลงกับไหล่เล็กนั่น



ถึงแม้จะไม่ชอบ แต่เพราะความเคยชินที่ยองเจชอบทำแบบนี้ และไม่ว่าเขาจะบ่นหรือจะอะไรไป เจ้าตัวก็คงไม่สนอยู่ดี เหรินจวิ้นจึงทำเพียงนิ่งๆไป



“เอ้อ...เหรินจวิ้น เดี๋ยวอยู่คุยเรื่องกีฬาสีต่ออีกพักหนึ่งนะ”



แชยอนว่าก่อนที่จะเดินออกไป เหรินจวิ้นทำเพียงพยักหน้าตอบเธอไปเบาๆ เท่านั้น แน่นอนในตอนนี้เขาได้เป็นประธานของสีแล้ว



แต่ว่าเชื่อมั้ย...? 



ในหัวของเหรินจวิ้นตอนนี้มันหลุดลอยไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องกีฬาสี ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่จะต้องควรคิดถึงในเวลานี้ แต่กลับมาคิดเรื่องอื่นๆเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของเจ้าคนที่โอบไหล่อยู่ตอนนี้ พร้อมกับความรู้สึกประหลาดๆที่เข้ามา




ไหนจะภาพมันเข้ามาอยู่ไหนหัวอีก ราวกับว่ามีใครกดปุ่มเปิดสวิชความทรงจำของเขา.....

 

 










“ฮึก... เจโน่เค้าไม่อยากกินยาเม็ดอ่ะ ขม มียาน้ำมั้ย?”



เด็กชายตัวเล็กที่นอนพักอยู่ห้องพยาบาลของโรงเรียนเนิสเซอรี่เนื่องจากป่วยขึ้นมากระทันหัน ตัวร้อนและไข้ขึ้น โดยมีเพื่อนรักเฝ้าอยู่ไม่ห่าง และเมื่อมาถึงตอนที่ต้องกินยาก็งอแงขึ่นเสียอย่างนั้น



“ไม่มีอ่ะ ที่โรงเรียนมีแต่ยาเม็ดของผู้ใหญ่แบบนี้แหละนะ กินเถอะนะจวิ้น จะได้หายตัวร้อนไง”



เด็กชายเจโน่ที่มาเฝ้าเพื่อน พยายามเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนตัวเล็กที่นอนป่วยอยู่บนเตียงนั้นลุกขึ้นมากินยาแต่โดยดี



“ไม่เอา เค้าไม่ชอบ”



“แม่จ๋าเค้าบอกว่ากินยาเม็ดแล้วหายไวกว่ายาน้ำนะ แล้วใครกินยาเม็ดนะ จะเก่งมากๆเลยด้วย แค่รีบๆกลืนแล้วก็กินน้ำ ก็ไม่ขมแล้ว...”



“ฮึก...จริงหรอ? งั้นเค้ากินก็ได้”



ในที่สุดก็ยอมจนได้ เด็กก็คือเด็กนั่นแหละ ครูสาวมองดูด้วยความเอ็นดู เธอเกลี่ยกล่อมให้เจ้าตัวเล็กที่นอนป่วยกินยาอยู่ต้องนานกลับไม่สำเร็จ แต่พอเพื่อนมาเท่านั้นแหละ พูดนิดพูดหน่อยก็ยอมเชื่อเลยทันที



“เหรินจวิ้นของเจโน่เก่งที่สุดเลย~











..................................................................................






4 วันต่อมา...



18.00 PM.



“เฮ้อ....เหนื่อยชะมัดเลย”



เหรินจวิ้นเดินหอบหิ้วเอกสารเกี่ยวกับงานเทศกาลกีฬาสี ทั้งรายชื่อนักกีฬา และรายชื่อน้องๆที่อยู่ในสี เช็คว่าใครเข้าซ้อมเชียร์บ้างหรือว่าไม่เข้าบ้าง มันช่างเหนื่อยและหนักหนามากเหลือเกิน เมื่อครู่นี้เหรินจวิ้นก็เพิ่งจะผสานงานกับอีกห้องเสร็จ และมันก็จะต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดทั้ง3เดือนเลยด้วย..



“มึงกูว่าเรากลับเหอะ บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นอะไรก็ได้นะเว่ย”



“ไม่เป็นไรเหี้ยอะไรล่ะ มึงไม่ได้ยินเสียงที่มันคุยกับอาแจฮยอนหรือไงไอ้มินฮยอง กูว่าคราวนี้ทะเลาะกันแรงหนักกว่าคราวก่อนเลยน่ะเว่ย!



“แต่เราสองคนก็ไม่ควรมายืนสุ่มสี่สุ่มห้าตรงนี้ป้ะวะ เกิดใครมาเห็นเข้าแล้วสงสัยขึ้นมาทำไง”



“งั้นก็เคาะประตูห้องแม่งเลย ถามให้รู้เรื่อง”



เมื่อเดินกลับมากำลังจะเข้าห้อง เหรินจวิ้นก็เห็นว่ามาร์คและดงฮยอกกำลังจะเถียงอะไรกันสักอย่างอยู่หน้าประตูห้องของเขา และเท่าที่สังเกตสถานการณ์ ดูเหมือนว่าคนที่ทั้งคู่นั้นกำลังพูดถึง ก็คือ คิม ยองเจที่อยู่ข้างใน



แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ?





“มีอะไรกันหรือเปล่า?”



น้ำเสียงเรียบเอ่ยถามขึ้นมาทำเอาดงฮยอกที่กำลังจะเคาะประตูห้องต้องหยุดชะงักมือลง และทั้งมาร์คและดงฮยอกกฤหันมามองเขาด้วยสีหน้าท่าทางดูตื่นๆ



“ระ...เหรินจวิ้น...”



“ว่าไงสรุปมีอะไร”



คนตัวเล็กที่ยืนถือเอกสารมากมายอยู่หน้าห้อง เอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง กับไอ้การที่มาทำตัวแปลกๆลับๆล่อๆแบบนี้ ให้เหรินจวิ้นเดา เขาก็คิดว่ามันคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก...



“คือ...ว่าไอ้ยองเจมันทะเลาะกับพ่อน่ะ พวกฉันเห็นท่าไม่ค่อยจะดี เลยจะเข้าไปดูมันเสียหน่อย”



มาร์คเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวนใจและเป็นห่วงเพื่อนที่อยู่ข้างในเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยชินที่เพื่อนของตนต้องทะเลาะกับผู้เป็นพ่อแบบนี้เลยจริงๆ



“เหรอ... ”



“เอ่อ...ไหนๆเหรินจวิ้นก็มาแล้ว ยังไงก็ช่วยดูๆมันให้หน่อยนะ อย่าให้มันอดข้าวด้วย เวลามันทะเลาะกับพ่อมันที่เราชอบประชดชีวิตด้วยการไม่กินข้าวทุกที”



ดงฮยอกว่าพลางตบบ่า คนตัวเล็กตรงหน้าเบาๆพร้อมทั้งฝากฝังเพื่อนที่ยังหมกตัวอยู่ในห้องไว้ให้เจ้าของห้องอีกคนหนึ่งดูแล ก่อนจะชวนกันกับมาร์คกลับห้องไป

 







เมื่อทั้งสองคนกลับเขาห้องไปแล้ว เหรินจวิ้นลองบิดลูกบิดประตูดู ก็พบว่ามันถูกล็อคจากข้างใน....



ช่วยไม่ได้ตอนนี้เหรินจวิ้นเลยต้องหยิบลูกกุญแจห้องอีกดอกหนึ่งที่เขาและยองเจมีกันคนละดอกมาไขเข้าไป

 



เสียงของประตูห้องที่ถูกเขาและเปิดเข้ามาไม่สามารถเรียกและดึงความสนใจของคิม ยองเจที่นั่งอยู่บนโซฟากลางได้ เจ้าตัวนั่งเหม่อลอยด้วยสภาพที่ดูไม่จืด เสื้อผ้าบนตัวที่ดูไม่เรียบร้อยทุกครั้งที่กลับห้อง ใบหน้าหล่อที่ไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ใดๆ แต่กลับเรียบเฉยไม่ต่างจากที่เหรินจวิ้นชอบทำ ที่หลังมือหนาบริเวณข้อแตกและเลือดออก โดยที่เจ้าของมือไม่ได้ทำแผล และโทรศัพท์ราคาแพงเครื่องใหม่ ที่ถูกส่งมาให้เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้ก็ตกกระจัดกระจายลงพื้นชิ้นส่วนไปคนละทิศละทาง ไม่ต่างจากเครื่องเก่า



ถึงขั้นต้องทำร้ายตัวเองเลยเหรอ?



“ว่างมากถึงขนาดต่อยกำแพงเล่นเลยหรือไง?”



เหรินจวิ้นเอ่ยถาม พลางนั่งลงข้างๆ มองหน้าคนที่ไม่แม้แต่หันมาสบตาเขาสักนิด เขาเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ทำไมยองเจถึงต้องโมโหรุนแรงและขาดสติแบบนี้



“แล้วนี่รวยมากหรือไง ถึงได้ปาโทรศัพท์เป็นว่าเล่นเลยนายน่ะ...”



“.........”



เหรินจวิ้นไม่ชอบคิม ยองเจในโหมดแบบนี้จริงๆนะ คนที่จะเงียบและเย็นชาทำหน้านิ่งที่นี่ได้ ก็ควรมีแค่เขาคนเดียวสิ ส่วนนายนี่ก็ควรที่จะกวนประสาทเขาพร้อมยิ้มทั้งปากทั้งตาสิ จะมาทำนิ่งๆเงียบๆแบบนี้มันใช้ได้หรือยังไงกัน...



“เฮ้อ....มีอะไรก็ระบายมาให้ฉันฟังได้นะ ถ้านาย...เห็นฉันเป็นเพื่อน..”



เหรินจวิ้นอาจจะไม่ใช่คนที่ปลอบใจใครเก่งนัก แต่เขาก็รู้ว่าในเวลาแบบนี้ สิ่งที่ต้องทำคืออะไร แน่นอนว่าไม่ใช่การมองข้ามหรือเฉยเมย



“ถ้าจะเงียบ ฉันก็จะเข้าใจว่านายไม่ต้องการที่จะบอกให้ฉันฟังนะ”



เหรินจวิ้นทำท่าจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องไป แต่สุดท้ายแล้ว ยองเจก็ยอมเอ่ยคำพูดออกมา...



“ฉันทะเลาะกับคุณพ่อ...”



“เรื่องที่ทะเลาะมันร้ายแรงขนาดที่นายจะต้องทำร้ายตัวเองเลยเหรอ?”



“เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นก่อนที่ฉันจะมาที่นี่.....”

 

 










หลายเดือนก่อนหน้านั้น...



“ชนฉลองวันเกิดให้ไอ้มินฮยองหน่อยเว้ยพวกมึง เอ้าชน!



เสียงเอ่ยของแฮชานกล่าวขึ้น ก่อนที่เพื่อนๆทุกคนและเจ้าของวันเกิดจะชนแก้ว เพื่อเป็นการฉลองวันเกิดให้มินฮยอง



งานปาร์ตี้วันเกิดครบรอบ 17 ปีของมินฮยองถูกจัดง่ายๆที่บ้านของเขา ทั้งเพื่อนทั้งหมดในกลุ่มก็พากันมาร่วมงานด้วย



“นั่นไง แจมินมาละ”



เสียงของเจโน่เอ่ยขึ้นหลังจากที่เห็นร่างเล็กของน้องชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พ่วงตำแหน่งคนรักของ ลี มินฮยองเพื่อนรักของเขา ที่วันนี้มาพร้อมกล่องของขวัญ พร้อมด้วยเพื่อนๆชายหญิงอีก3-4คนที่เขาพอรู้จักบ้าง ที่มาร์คอนุญาตให้แจมินพาเพื่อนมาด้วย เพราะเห็นว่าในปาร์ตี้ ก็มีแค่พวกรุ่นเขา ไม่อยากให้แจมินรู้สึกไม่ชิน มาร์คเลยให้แจมินมาร่วมฉลองในงานวันเกิดของเขาได้.....



“พี่มินฮยองงง สุขสันต์วันเกิดนะ!



แจมินถือกล่องของขวัญเดินเข้ามากอดคนรักที่เป็นเจ้าของวันเกิดในวันนี้ พร้อมหอมแก้มซ้ายขวา ทำให้เพื่อนๆและคนที่ร่วมปาร์ตี้ด้วยอีกหลายๆคนมองกันด้วยความหมั่นไส้ในความหวานของคู่นี้....



“นี่เค้าชวนเพื่อนๆมาแบบที่พี่บอกด้วย ว่าจะได้สนุกๆ”



“ดีมากครับนานะคนเก่งคนเก่ง น้องๆก็อยากได้อะไรเพิ่มเติมก็บอกพี่ได้นะ”



มินฮยองเอ่ยชมพร้อมกับหอมแก้มคนรักด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะหันไปเอ่ยกับเพื่อนๆของแจมินอย่างเป็นกันเอง



ฮานะ ไม่กินนี่หน่อยเหรอ อร่อยนะ นานะก็ชอบกิน ลองดูสิ”



มินฮยองเอ่ยถามเพื่อนสาวคนสวยคนหนึ่งในกลุ่มของคนรัก พลางยื่นจานขนมที่แจมินชอบให้เธอ แต่เธอส่ายหน้าแล้วยิ้มน้อยๆ



“ไม่ล่ะคะพี่ ฉันกลัวอ้วน แต่ก็ขอบคุณนะคะ”

 





จนกระทั่งงานปาร์ตี้เข้าสู่ช่วงใกล้เลิก บางคนก็กลับบ้านไหว ส่วนเพื่อนๆของนาแจมินก็อยู่บนห้องไปแล้ว ผู้ชายคนนอนด้วยกัน ผู้หญิงคนหนึ่งกลับบ้าน ส่วนอีกคนนั่นก็คือ จาง ฮานะ เธอนอนอยู่คนเดียวในห้องรับแขกห้องหนึ่ง...



ส่วนเพื่อนที่เหลืออีก4-5คน มิน ฮยองเองก็ให้นอนอยู่ชั้นล่างตามพื้นเพราะขี้เกียจหามขึ้น เนื่องจากเพียงแค่เจโน่ ที่เมาหมดสภาพคนเดียว พวกเขาก็ทนไม่ไหวแล้ว เอาตรงๆ แค่ประคองสติตัวเองตอนนี้ยังแทบไม่ไหวเลย เพราะปริมาณแอลกอฮอร์ที่ดื่มเข้าไปค่อนข้างเยอะพอควร



“มึง ห้องนี้ว่างใช่ป่ะ ”



แฮชานเอ่ยถาม เมื่อเขาและมาร์ค แบกร่างของเพื่อนมายังห้องๆหนึ่งที่เป็นห้องรับแขก



“เออ น่าจะว่าง งั้นเข้าไปเหอะ กูหนัก”



ทั้งสองคนช่วยประคองร่างของเจโน่เข้าไปในห้องที่คิดว่าไม่มีใคร เพราะว่าเมื่อเปิดเข้าไปก็ไม่เห็นว่ามีใครนอนอยู่บนเตียง มินฮยองและแฮชาน วางร่างของเพื่อนที่ตอนนี้เมาไม่ได้สติลงบนเตียงก่อนจะเดินออกจากห้องไป...



แฮชานขอตัวกลับบ้านก่อน เพราะได้โทรให้คนขับรถที่บ้านมารับเรียบร้อยแล้ว ส่วนมินฮยอง ก็ขอเข้าห้องไปอาบน้ำนอนเช่นกัน..



ค่ำคืนหลังงานปาร์ตี้วันเกิดธรรมดาๆของมินฮยองที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรมาก แต่ใครจะไปรู้ว่ายบางทีอาจจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้....

 




ฮานะ ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินออกมาจากห้องน้ำก็ตกใจเมื่อพบร่างของทายาทตระกูลจองที่นอนหลับอยู่ด้วยความเมาและฤทธิ์แอลกอฮอร์อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร...



“พี่..พี่เจโน่”



คนดังของโรงเรียนที่ใครๆต่างก็รู้จัก นักเรียนหญิงหลายๆคนใครๆก็ตกหลุมรักคนๆนี้กันทั้งนั้น



คนที่ดีและสมบูรณ์แบบทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ฐานะ การเรียน....



“อืม.....ฉัน...ฉันคิดถึง คิดถึงนายนะ...”



“หึ...”







ในช่วงสายของวันรุ่งขึ้น หลังจากวันเกิดของมินฮยองเมื่อคืน เจโน่ตื่นขึ้นมาในห้องๆหนึ่ง ที่ขาดว่าจะเป็นห้องรับรองที่บ้านมินฮยอง เขารู้สึกปวดหัวไปหมดเนื่องจากอาการแฮงค์ของฤทธิ์แอลกอฮอร์



“โอ๊ย...... ปวดหัวจังวะ..”



จนกระทั่ง ลืมตาขึ้นมาแล้วลุกขึ้นจากหมอนก็ต้องพบกับความประหลาดใจ เนื่องจากเสื้อผ้าของเขาที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นห้อง..



!!!!!!!!



ด้วยความตกใจ เจโน่สังเกตที่ร่างกายตัวเองเป็นดับแรกก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อพบว่าตัวเองไม่มีเสื้อผ้าสวมอยู่สักชิ้น ก็แหงล่ะสิ มันอยู่บนพื้นแล้วนี่...



เขาได้เพียงแต่ภาวนาในใจว่าขอให้มีเพียงแค่เขาในห้องนี้เพียงคนเดียว...



“อืม.....”



!!!!!!



เสียงงึมงำข้างๆกายบนเตียงเดียวกันทำให้ทายาทตระกูลจองต้องหันไปมองตามเสียง เพียงเท่านั้นก็แทบจะบ้าตายทันที เมื่อพบร่างหญิงสาวที่เป็นเพิ่อนของแจมินเมื่อคืนนอนอยู่ข้างๆกายในสภาพที่ไม่ต่างกัน




มองไปที่ข้างเตียงก็พบชุดคลุมอาบน้ำสีขาวตกอยู่ เจโน่ไม่ได้ใสซื่อจนไม่รู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้มันคืออะไร แต่ในเวลานี้เขาทั้งตกใจและช็อค ยังคงมึนงง และยังไม่สามารถเรียบเรียงสถานการณ์ได้

 

 








“แล้วยังไงต่อ...”



เมื่อเหล่ามาถึงบ่อเกิดของทุกๆสิ่งที่ทำให้คิม ยองเจมาที่นี่แล้ว เหรินจวิ้นยอมรับว่าตัวเองก็ตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเรื่องมันจะถลำลึกขนาดนี้



“ไม่กี่เดือนต่อมาเธอมาบอกกับคุณพ่อของฉันว่าเธอท้องและเรียกร้องให้ฉันรับผิดชอบ...คุณพ่อฉันเองก็เห็นด้วยว่าฉันควรรับผิดชอบเธอ เขาจะให้ฉันหมั้นกับฮานะ ฉันไม่ยอม เพราะฉันเชื่อว่าฉันไม่ได้ทำ ฉันก็เลยทะเลาะกับทั้งคุณพ่อทั้งฮานะมาตลอด จนฉันทนไม่ได้ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ ฉันก็ทะเลาะคุณพ่อมาเรื่อยๆตลอดเพราะเรื่องนี้ จนวันนี้ฉัน..ฉันควบคุมตัวเองไม่ไหวแล้ว..ฉันเสียใจ...เสียใจที่พ่อไม่เชื่อฉันเลย..”



“แล้วทำไมนายถึงมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำ...”



“คืนนั้นฉันเมามาก ฉันเมาจนฉันไม่มีแรงที่จะตื่นขึ้นมาด้วยซ้ำ แล้วฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะขาดสติจนทำอะไรฮานะได้..”



ยองเจกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เหรินจวิ้นคิดตามสถานการณ์ แล้วมันมีเหตุผลอะไร ผู้หญิงคนนั้นถึงต้องทำแบบนี้ ถ้าหากไม่ได้ท้องกับคิม ยองเจแล้วเธอจะท้องกับใคร เหตุการณ์แบบนี้อะไรๆหลายๆอย่างมันก็ดูตีรวนกันไปหมด จนไม่สามารถสรุปได้



“เหรินจวิ้น....”



“หืม...?”



“นายได้รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว นายเชื่อหรือเปล่า ว่าฉันไม่ได้ทำ?”



ดวงตาที่สั่นไหวของคิม ยองเจ มันทำให้เขารู้สึกเศร้าไปด้วยอย่างประหลาด เขาไม่รู้ว่าเรื่องจริงมันเป็นอย่างไร แต่อะไรบางอย่างมันบอกให้เหรินจวิ้นนั้นเชื่อว่าคนๆนี้ไม่ได้ทำผิดจริงๆ อะไรบางอย่างที่เขาเองก็ไม่อาจรู้ได้เหมือนกัน...



“อื้ม...ฉันเชื่อนาย”



ร่างบอบบางถูกรั้งเข้าสู่อ้อมกอด เหรินจวิ้นเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองถูกคิม ยองเจกอดแบบนี้กี่รอบแล้ว ถ้าป็นเวลาอื่นเขาคงจะผลักออกแล้วด่าไป แต่ตอนนี้ เขาคิดว่าไม่ใช่เวลาที่จะทำแบบนั้น



“ฉันขอบคุณจวิ้นจ๋านะ ที่เชื่อใจฉัน ขอบคุณจริงๆนะ”



“อือ...แต่ตอนนี้นายทำแผลก่อนเถอะ เลือดเริ่มออกเยอะแล้ว...”



















TALK
(Rewrite 26/9/2017)
 #FicWillNoRen
O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

1,891 ความคิดเห็น

  1. #1830 noeyystp (@noeyystp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 15:08
    แงงงสงสารยองเจ
    #1830
    0
  2. #1790 da_ggsone (@da_ggsone) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 19:06
    เรื่องนี้แอบเคืองแจฮยอนนะ ทำไมไม่เชื่อลูกตัวเองห้ะตาหมีบ้า!
    #1790
    0
  3. #1097 Exo12Jula (@Exo12Jula) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 20:57
    สงสารรรรรร เมื่อไหร่จะคลอดคะอยากรู้ผลตรวจ555555
    #1097
    0
  4. #670 밀키웨이 (@SWEETYZ_HHCB) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 12:15
    คือชัดเจนว่าโน่ไม่ได้ทำอะ ชัดเจนมาก จวิ้นปลอบพี่นะลูก
    #670
    0
  5. #437 anoter_star28 (@another14_star28) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 11:02
    พิโนนนนนน่;w; จวิ้นจ๋าดูเเลพิโน่ด้วย พิเขาอ่อนเเออยู่ตอนนี้;w;
    #437
    0
  6. #303 tyren.95 (@marry95) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:54
    โอ้ย สงสารเจโน่มาก ขอบคุณเหรินจวิ้นที่ปลอบใจโน่ ; 3;
    #303
    0
  7. #289 PIMROSE_1875 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:59
    โน่สู่สู่นะ ต้องผ่านมันไปให้ได้ งืออออ ดีจังที่มีจวิ้นจ๋าคอยเป็นกำลังใจให้
    #289
    0
  8. #285 happycarrot17 (@happycarrot17) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:12
    สงสารโน่อ่ะ ฮื่อๆ จวิ้นจ๋าดูแลโน่ดีๆนะ??
    #285
    0
  9. #284 OilThanyarat1 (@OilThanyarat1) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:31
    แว้กกก อัพแล้วๆ เป็นกำลังใจนะคะ
    #284
    0
  10. #283 Nicharee Singhaworratam (@kingnicharee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:32
    จวิ้นดูเเลโน่ด้วยนะ ;-;
    #283
    0
  11. #282 Modlele (@Modlele) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:22
    ฮือออออออออออ เสียใจอ่าาา แต่จวิ้นดีมากอะที่ยังเชื่อใจไม่งั้นโน่คงแย่กว่านี้อะ โอยยยยแล้วจะเป็นไงต่อ อ่าาาาT____T
    #282
    0
  12. #278 VevyyK (@pbhy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:00
    ฮืออออ
    #278
    0
  13. #277 นนนี่ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:52
    ถ้าจะให้มีดราม่านะ เด็กต้องเป็นลูกเจโน่จริง ๆ อะ ม่าสมใจกันแน่ 5555555 แต่อย่ามีเลยนะเราล้อเล่น

    จวิ้นจ๋านี่เป็นกำลังใจที่ดีจังเลยพูดอะไรก็เชื่อใจไปซะหมด กลัวแต่ว่าพอความจริงเปิดเผยเรื่องตัวตนที่แท้จริงแล้วความเชื่อใจที่มีให้จะพังทลายแล้วโกรธจนกลับไปรักไม่ได้อีกแล้ว
    #277
    0
  14. #276 PiNky:P (@palm-saharat) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:27
    หายใจหายคอไม่ค่อยดีเลย ขนาดนี้แล้วบอกว่าตัวเองคือเจโน่ไปเลย
    #276
    0
  15. #275 LEE J (@ubonwan123456780) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:12
    ยองเจยูบอกมาขนาดนี้แล้วยูก็บอกไปเบยว่ายูคือ เจโน่ ??
    #275
    0
  16. #274 sstonkaoww (@sstonkaoww) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:40
    งืมมม ฮานะนี่เป็นคนยังไงกัน เชื่อว่ายองเจไม่ได้ทามมม หรือว่าฮานะจะจับยองเจมาเป็นแพะแบบท้องกับคนอื่นพอตอนนั้นมีโอกาสพอดีเลยจัดฉากตัวเองกับเจโน่งี้ๆ เดาเล่นๆ5555555 แค่จวิ้นจ๋าเชื่อโน่ก็โอเคแล้วว อยู่ข้างๆโน่ไว้นะจวิ้นน
    #274
    0
  17. #273 Jaehyunn (@Jaehyunn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:49
    แจฮยอนนี่มัน ฟังลูกหน่อยเส่ โน่สู้ๆนะ ฮือออ จวิ้นอยู่กับโน่ปลอบโน่ด้วยนะะ
    #273
    0
  18. #272 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:03
    โถ้วมีไรค่อยๆคุยกะพ่อนะเจโน่
    #272
    0
  19. #270 mheey_p (@mheey_p) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:39
    แจฮยอนเอ้ยยยย ลูกพูดอะไรก็ไม่ฟังลูก ชีวิตดีไปอีก ตอนมีเมีย เมียก็หนี พอมีลูก ลูกก็หนี ไปทำบุญนะแจฮยอน
    #270
    0
  20. #269 แจมินลูกแม่ (@markminnomin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:33
    จวิ้นจ๋าต้องอยู่ข้างๆคอยเป็นกำลังใจให้พี่โน่นะลูก
    #269
    0
  21. #268 Cho_WM (@Cho_WM) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:15
    จวิ้นจ๋าต้องเปนกำลังใจให้เจโน่ผ่านมันไปให้ได้ ส่วนเเจฮยอนรู้สึกคุ้นๆตั้งเเต่เรื่องที่เเล้วที่ไม่ค่อยฟังใครเลยนะ จนเรื่องบานปลายตลอด555
    #268
    0
  22. #266 LEE J (@ubonwan123456780) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:25
    ขอไม่ม่ายมีมาม่าแบบนี้ต่อปายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #266
    0
  23. #265 ihafaiifap (@febtakung) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:57
    อยากเห็นตอนจวิ้ยเป็นลีด กรี๊ดดดดดด เจโน่รู้ยังเนี่ยอยากให้รู้ ฮื้อ555555555
    แต่แบบจวิ้นคือดีอะ ดี ดีแล้วที่เป็นของโน่ เก่งจริงๆเล่ยยย
    จะรอส่วนที่เหลือนะคะ แงงงงง
    #265
    0
  24. #252 VevyyK (@pbhy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:22
    แง้แงงงง
    #252
    0
  25. #251 sstonkaoww (@sstonkaoww) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:20
    เหรินจวิ้นคิดถึงเจโน่อีกแล้วววว TT
    #251
    0