[จบแล้ว] [NCT] ✬WILL✬ {NOREN} Ft. MARKMIN , CHANLE

ตอนที่ 14 : ✬WILL✬ EPISODE13 100%(Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    6 ต.ค. 61





✬WILL✬ EPISODE13




19.20 PM.



วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เหนื่อยมากๆ เหนื่อยเหมือนกับวันก่อนๆและทุกๆวัน เหรินจวิ้นนั่งทำการบ้านวิชาต่างๆที่เหล่าคุณครูพากันทยอยสั่ง สั่งแบบไม่เกรงใจต่ออะไรทั้งสิ้น ที่ต้องรีบๆทยอยทำไป เพราะว่าเหรินจวิ้นไม่อยากจะปล่อยให้งานคั่งค้าง และถ้าไม่รีบทำในตอนนี้ วันข้างหน้าอาจจะมาตีกันกับภาระหน้าที่ในกีฬาสีได้



“เสร็จสักที...”



เหรินจวิ้นเอ่ยพลางปิดสมุดการบ้านวิชาเคมี แล้วเก็บมันลงที่ ก่อนจะเดินออกนอกห้อง ก็พบกับคิม ยองเจนั่งเช็ดผมที่เปียกของตัวเองอยู่แล้วดูทีวีไปด้วย



อะไรจะสบายขนาดนั้น เมื่อวันก่อนยังอารมณ์ไม่ดีอยู่เลยไม่ใช่หรือไง.....



“จวิ้นจ๋า เปลี่ยนผ้าพันแผลให้หน่อย~



เมื่อเห็นว่าเหรินจวิ้นเพิ่งเปิดประตูเดินออกมาจากห้องพอดี ยองเจจึงเอ่ยเรียกไว้ก่อน



“ทำเองสิ...”



คนที่เพิ่งเดินออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาตามสไตล์เจ้าตัว แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำดื่ม ทำเอาคนที่นั่งอยู่บนโซฟากลางยู่หน้าด้วยความขัดใจ



“ฉันไม่ถนัดซ้ายอ่ะ จวิ้นจ๋าทำให้หน่อยนะ นะๆๆๆ”



“อืม...รู้แล้ว นายนี่วุ่นวายจริงๆนะ”



ถึงจะเอ่ยว่าวุ่นวาย แต่คนเย็นชา ก็หยิบกล่องใส่ยาและอุปกรณ์ทำแผลที่ทางหอให้ไว้เผื่อฉุกเฉิน ออกมาจากตู้มาทำแผลให้คิม ยองเจอยู่ดี....



“ส่งมือมา”



ใบหน้าหล่อประดับไปด้วยรอยยิ้มทันที พลางส่งมือไปให้คนเย็นชาปากร้ายใจดีของเขา ที่ตอนนี้กำลังตั้งใจทำแผลให้เขา ริมฝีปากสีชมพูนั่นเม้มเข้าหากัน ดวงตากลมสวย ก็ไม่ได้ละออกไปจากมือของเขา หากยังทำแผลไม่เสร็จ



“ยิ้มอะไร?”



ตอนนี้ผ้าพันแผลอันใหม่ถูกนำมาแทนที่อันเก่าเรียบร้อยแล้ว และมันถูกพันที่มือยองเจอย่างเป็นระเบียบ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหรินจวิ้นทำแผลให้เสร็จตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวขึ้นมาอีกที ก็ได้ยินน้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถามเสียแล้ว



“ป๊าว...”



“หึ..”



เหรินจวิ้นไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ทำเพียงยิ้มเบาๆที่มุมปากของตัวเองเพียงเท่านั้น



“ยิ้มอะไรอ่ะจวิ้นจ๋า”



“เปล่า....”



และนี่คือวิธีการกวนประสาทของเหรินจวิ้นนั่นเอง...ถ้าใครไม่ใช่คิม ยองเจ คงจะไม่ได้เห็นมุมนี้ของเหรินจวิ้นหรอกนะจะบอกให้....

 

 






14.00 PM.



คาบว่างประจำวันพฤหัสฯนักเรียนในห้องต่างพากันคุยกันทันทีหลังจากคุณครูประจำวิชาก่อนหน้านั้นเดินออกจากห้องไป เหรินจวิ้นฟุบหน้าลงบนโต๊ะอย่างที่ชอบทำทันที วันนี้มีแต่วิชาที่ชวนให้ปวดหัวทั้งนั้น แถมยังได้การบ้านเพิ่มมาอีกแล้ว



“อาเหรินๆๆๆ อย่าเพิ่งนอน หยุดๆๆ”



เฉินเล่อที่วิ่งมาตอนไหนก็ไม่รู้ เหรินจวิ้นเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเห็นเจ้าตัวถือใบอะไรมาสักอย่าง2-3ใบ



“ว่าไง?”



“นี่ ห้อง2ให้จัดการอะไรบางอย่าง”



เฉินเล่อส่งใบรายชื่อของห้องเขาเอง และรายละเอียดอะไรอีกอย่างหนึ่ง ที่เหมือนเป็นรูปตำแน่งอะไรบางอย่าง



“คืออะไร?”



“นี่คือตำแหน่งของการจะเดินขบวนงานเปิดกีฬาสีฟ้า บอกจุดไหน แถวไหนจะมีตำแหน่งอะไรยังไงบ้าง นี่ใบรายชื่อ”



เฉินเล่ออธิบายเกี่ยวเจ้ากระดาษที่เขาได้รับมอบหมายจากห้องหนึ่งมา ส่วนเหรินจวิ้นก็หยิบมันขึ้นมาดูอย่างพิจารนา และกำลังพยายามทำความเข้าใจ



“แล้วฉันเกี่ยวอะไรหรอ?”



“เอ๊า!! อาเหรินนี่! แล้วอาเหรินเป็นอะไรในกีฬาสีล่ะ? ประธานสีถูกมะ ก็คืออาเหรินน่ะก็ต้องเป็นคนคัดเลือกคนที่จะมาเป็นอะไรต่างๆนาๆในขบวนประจำสีไง?”



“ฉัน? คนคัดเลือก”



“ใช่!



เหรินจวิ้นพยักหน้าทำความเข้าใจ ก่อนจะหยิบใบรายละเอียดมาดูอีกที



“ประธานสี ถือธงสี เดินนำหน้าสุดของขบวน”



เหรินจวิ้นถอนหายใจอย่างแรง นี่เขาจะต้องรับผิดชอบทุกด้านในกีฬาสีเลยใช่หรือไม่ นอกจากจะต้องเหนื่อยกับการจัดการควบคุมนู่นนี่ ยังต้องเดินขบวนอีก อยากจะบ้าตาย แค่นี้หน้าที่ของเขาก็เยอะจนไม่รู้ว่าจะทำอันไหนก่อนอยู่แล้ว....



“นายประกาศประชุมห้องให้หน่อยสิ”



คนที่พ่วงตำแหน่งหัวหน้าห้องและประธานสีเอ่ย ก่อนเฉินเล่อจะพยักหน้ารับ แล้วทำตามที่เหรินจวิ้นบอก

 







“เอาล่ะทุกคน อย่างที่ทราบกันดีนะว่าที่โรงเรียนเราจะมีกีฬาสี แน่นอนว่าปีนี้ระดับชั้นเราจะต้องเป็นผู้จัดการ”



หลังจากเรียกเพื่อนให้นั่งที่ล้อมวงประชุมห้องเรียบร้อยแล้ว เหรินจวิ้นก็จัดการเข้าเรื่องทันทีอย่างไม่รอช้า เพียงน้ำเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง ก็ทำให้เพื่อนๆทุกคนสงบนิ่งฟังได้ทันที



“ปีนี้พวกเราทำงานคู่กับห้อง2 และมีหน้าที่แบ่งกันเป็น4ส่วน ส่วนแรกคือขบวนของงานเปิดกีฬาสี ส่วนที่2คือส่วนของการแข่งขันเชียร์ลีดเดอร์ ส่วนที่3คือส่วนของสตาฟที่ต้องดูแลน้องๆ ส่วนที่4 คือเรื่องของการจัดส่งนักกีฬา ที่นี้ส่วนที่2ห้อง2เขาก็ขอรับผิดชอบไปแล้ว นั่นก็หมายความห้องเราต้องรับผิดชอบส่วนที่1 ส่วนที่3และ4 คือทั้งสองห้องต้องร่วมด้วยช่วยกันรับผิดชอบ”



เอ่ยรายระเอียดที่ได้มาจบ ก็มาถึงจุดที่สำคัญ คือการที่เหรินจวิ้นต้องคัดเลือกคนที่จะมาเดินในขบวนพาเหรดกีฬาสีสีฟ้าในปี้นี้



“แล้วก็ ใครจะได้เดินขบวนพาเหรดตำแหน่งไหนอะไรยังไงคือฉันต้องเป็นคนเลือก...”



เหล่าเพื่อนๆพากันกระพริบตาปริบๆ เอาจริงๆการเดินขบวนพาเหรด มันก็ทำให้คนที่ได้เดินนั้นเด่น แต่ที่น่าลำบากนั่นก็คือการซ้อมเนี่ยแหละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งดรัมเมเยอร์ ที่ต้องโดนรุ่นพี่โหดๆ เทรนก่อนจะเดินจริงเป็นเดือนๆ ไม่รู้ว่าจะจริงจังอะไรนักหนา



“ดรัมเมเยอร์ไม้นำ1ตำแหน่ง....”



เพื่อนๆหลายๆคนพากันหลบหน้าหลบตา แน่ล่ะ...ใครๆก็ไม่อยากถูกเลือกเพราะว่าขี้เกียจซ้อมทั้งนั้น เหรินจวิ้นยังไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย



“เหรินจวิ้นนายก็เป็นเองเลยสิ นายน่ะเหมาะที่สุดแล้ว”



หน่วยกล้าตายผู้ชายหนึ่งคนเอ่ยขึ้น ทุกคนต่างก็ลุ้นตามๆกันว่าหมอนี่จะโดนเหรินจวิ้นด่ามั้ย....



“คงไม่ได้ล่ะ ฉันเป็นประธานสี และชั้นมีหน้าที่คือถือธงสีเดินนำอยู่หน้าสุดของขบวน”



โชคดีที่เหรินจวิ้นไม่ได้ว่าอะไรออกมา แต่โชคร้ายก็คือ ยังไงหนึ่งในคนในห้องนี้ก็ต้องมีใครเป็นดรัมเมเยอร์อยู่ดี



“มึง3คนปีนี้ลงแข่งบาสใช่ป่ะ”



“เออ ”


“งั้นเย็นนี้เดี๋ยวอยู่ซ้อมหน่อยนะ”



เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับกลุ่ม3หน่อนักเรียนใหม่ และเป็นขณะที่เหรินจวิ้นกำลังพิจารนาเพื่อนๆอยู่หันมาสบตากับทั้ง3คนอย่างพอดี






 “คิม ยองเจ ฉันขอมอบหน้าที่นี้ให้นาย”



“ห๊า……!!!



เจ้าของชื่อเมื่อได้ยินดังนั้นก็เหวอทันที ขณะที่เพื่อนๆทุกคนก็แสดงความเห็นด้วยกันใหญ่ โดยเฉพาะไอ้ดงฮยอก กับไอ้มาร์คเพื่อนของเขานี่แหละตัวดี ตัวแกนนำเลยแหละไอ้พวกนี้ เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อนๆ



“แล้วทำไมเป็นฉันล่ะจวิ้นจ๋า~



ยองเจเอ่ยถามเสียงงอแงขณะที่เหรินจวิ้นก็จดอะไรลงใบรายชื่อยิกๆซึ่งคนไม่พ้นชื่อเขาและการที่ต้องเป็นดรัมเมเยอร์



“เพราะฉันเลือกไง ”



“แต่ๆๆ แต่ฉันเจ็บมืออยู่นะ ฉันไม่ถนัดซ้ายด้วย”



คิม ยองเจเอ่ยก่อนจะชูมือข้างขวาที่ยังคงมีผ้าพันแผลพันอยู่เพราะเกิดจากแรงอารมณ์ของตัวเองที่ตอนนั้นโมโหจนคุมสติไม่ได้ ถึงขั้นต้องชกกำแพงระบายอารมณ์จนเลือดตกยางออก



“หรอ แล้วเจ็บมือแบบนี้ก็เล่นบาสไม่ได้น่ะสิ แย่จังนะ...”



เหรินจวิ้นว่าเสียงเรียบ แต่คิม ยองเจกลับหน้างอทันที เอาเรื่องบาสมาขู่กันแบบนี้ นี่สรุปคือจะให้เขาเป็นให้ได้สินะ



“โห่ววว จวิ้นจ๋า แล้วทำไมไม่ให้คนอื่นอ่า เนี่ยๆๆ เฉินเล่อก็ได้”



“เอ้า!แล้วทำไมมาโยนให้ฉันล่ะยองเจ!”



เฉินเล่อแว๊ดทันที นี่เขาไม่เอาด้วยหรอกนะ ให้อยู่ซ้อมดรัมเย็นๆกับรุ่นพี่แสนเข้ามงวดอะไรแบบนั้น



“มึงก็พูดไปไอ้ยองเจ ตัวเตี้ยๆแบบนี้ให้ไปเดินถือไม้คฑามองไกลๆคงเหมือนลิงน่าดู”



ดงฮยอกแกล้งพูดแซว เสียจนทำให้คนตัวเล็กที่โดนเสนอชื่อเมื่อครู่หัวร้อนขึ้นมาทันที



“นี่!! พูดมาก!! แล้วทำไมไม่เป็นเองล่ะห๊า! สูงนักก็!



 “สรุปยังไงล่ะ?”



เหรินจวิ้นเลิกคิ้วถามอย่างไม่คิดมาก สบายๆ ตามด้วยเสียงยุยงของไอ้สองคนที่เหลือข้างๆให้เขาตอบตกลงๆ อยากจะถีบให้ไปไกลๆเสียจริงๆ

 


“เหอะน่า ตอนอยู่โรงเรียนเก่าพวกรุ่นพี่เขาก็ให้มึงเป็นไม่ใช่หรอวะ เป็นอีกสักรอบจะเป็นอะไรไปล่ะ”



มาร์คเอ่ยขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้เขารับหน้าที่ที่ไม่อยากทำ พร้อมดงฮยอกที่แสดงความเห็นด้วยเต็มที่ บอกตรงๆ อยากจะยุให้เหรินจวิ้นเปลี่ยนจากเขาเป็นพวกมันเสียจริงๆ



 “ก็ได้ๆ”



“อืม...ตกลงดีๆตั้งแต่แรกก็จบแล้ว แล้วก็มีดรัมเมเยอร์ไม้ตามอีก2คน ฉันเลือก ดงฮยอกกับมาร์คแล้วกันนะ นาย3คนซ้อมด้วยกันจะได้เข้ากันได้ แล้วก็ง่ายต่อการซ้อม”



“ห๊ะ!/ว่าไงนะ!



มาร์คและดงฮยอกเหวอไปพร้อมๆกัน ซึ่งเมื่อครู่เขาเพิ่งยัดเยียดให้คิม ยองเจไป แต่ไหงกลายเป็นพวกเขาเองโดนส้มหล่นแบบนี้



“ฮะๆๆๆๆ ตั้งใจซ้อมนะพวกนาย3คน จะบอกให้ ”



เฉินเล่อหัวเราะคิกคักให้กับแก๊ง3หน่อที่นั่งทำหน้าเซ็งอยู่ข้างๆเช่นเดียวกัน



“ส่วนนายเฉินเล่อ ถือป้ายห้องไป ส่วนฮานึล ถือป้ายโรงเรียน ดายอนเป็นดรัมเมเยอร์ผู้หญิง และพวกผู้หญิงแล้วก็ผู้ชายที่เหลือเดี๋ยวมาคุยเรื่องใครจะเดินแฟนตาซีคอนเซ็ปนะ แล้วก็บางทีพวกห้อง2เขาอาจจะต้องการห้องเราไปช่วยเรื่องลีด ถ้าหากเขาเรียกตัวมาฉันจะเลือกอีกทีว่าจะส่งใครไป...”



เหรินจวิ้นเอ่ยจดรายชื่อคนที่ถูกเลือกในขบวนพาเหรดเรียบร้อยแล้ว จึงเรียกพวกผู้หญิงและคนที่เหลือไปคุยอีกด้าน



ยองเจเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะอย่างอ่อนเพลีย ส่วนดงฮยอกและเฉินเล่อก็ตีกันเป็นกิจวัตรประจำวัน และมาร์ค เดินไปข้างนอกเพื่อคุยโทรศัพท์กับแฟนที่โทรมาพอดี

 

 













19.00  PM.



พรุ่งนี้ก็วันศุกร์แล้ว เหรินจวิ้นที่เพิ่งจะทำการบ้านเสร็จกะว่าเขาควรโทรบอกที่บ้านเสียหน่อย ว่าพรุ่งนี้เขาคงไม่กลับบ้าน เนื่องจากอะไรๆหลายๆอย่างที่ยังไม่เสร็จดี เขาอยากจะทำให้เรียบร้อยและใช้เวลาให้กับมันอย่างเต็มที่ที่สุด



เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาผู้เป็นแม่ในทันที



ฮัลโหล ว่าไงจวิ้น



“ม๊า...บอกป๊าได้นะฮะว่าพรุ่งนี้จวิ้นไม่กลับบ้าน”



เอ้าทำไมล่ะจ๊ะ



“คือพอดีติดงานที่โรงเรียนนิดหน่อย”



อ๊อ...เรื่องกีฬาสีน่ะหรอ



“ใช่ฮะ....งั้นแค่นี้ก่อนนะม๊า บอกป๊าด้วยว่าคิดถึงมากๆ”



จ้าๆ.. เอ้อ! เดี๋ยวๆจวิ้น ม๊าลืมบอกไปเลย



เหรินจวิ้นที่กำลังจะวางสายโทรศัพท์ก็ต้องหยุดมือตัวเองทันทีเมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยรั้งไว้เสียก่อน



“มีอะไรหรอฮะ?”



“เมื่อตอนที่คุณโดยองมาวันนั้นน่ะ คุณโดยองบอกม๊าว่า ตอนนี้เจโน่น่ะย้ายมาเรียนอยู่ที่ปูซานนะ”



“จริงหรอฮะ!!



ดวงตากลมเบิกกว้าง พร้อมใบหน้าหวานเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มทันทีที่ได้ยิน



“แล้ว แล้ว เจโน่เรียนอยู่ที่ไหนฮะม๊า?”



“เอ...อันนี้คุณโดยองไม่ได้บอกม๊านะ”



“เหรอฮะ...เฮ้อ...งั้นแค่นี้ก่อนนะฮะม๊า รักน้า”



เหรินจวิ้นกดวางสายพร้อมสีหน้าผิดหวังอีกครา แต่ถึงยังไงเขาก็ได้อยู่ใกล้คนที่คิดถึงมาตลอดมากขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้ตอนนี้จะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม...


“นายจะลืมฉันหรือยัง...จะคิดถึงฉันแบบที่ฉันคิดถึงนายบ้างหรือเปล่าเจโน่....”

 





“จวิ้นจ๋า มีแชมพูสระผมเปล่าอ่ะ! ของฉันหมดแล้ว”



ขณะที่เหรินจวิ้นกำลังเหม่อลอยกับห้วงความคิดของตัวเอง เสียงเรียกของคิม ยองเจก็ดังขึ้น พร้อมเจ้าตัวที่เนื้อตัวเปียกน้ำและทั้งตัวมีผ้าขนหนูพันรอบเอวเพียงผืนเดียว



“แล้วนายจะเข้ามาทำไมเล่า เห็นมั้ยพื้นห้องเปียกหมดแล้วเนี่ย!



คนตัวเล็กหันไปโวยวายทันที ก็คิม ยองเจเล่นเดินทะเล่อทะล่าเข้ามาไม่ดูอะไรเลย



“อุ้ย! โทษๆ ว่าแต่มีมั้ยอ่ะ แชมพูสระผม”



“มี! ไปรอที่ห้องน้ำเดี๋ยวเอาไปให้”



“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันอาบน้ำห้องน้ำห้องจวิ้นจ๋าเลยก็ได้เข้ามาขนาดนี้แล้ว”



เอ่ยจบ ก็ไม่รอให้เจ้าของห้องเอ่ยอนุญาตใดๆ คิม ยองเจก็เดินเข้าห้องน้ำไป แล้วปิดประตูเพื่ออาบน้ำ



เหรินจวิ้นทำเพียงกอกตามองบน เมื่อเห็นพื้นห้องทีเปียก จริงๆเลยนะ คิม ยองเจนี่มันคิม ยองเจจริงๆเลย!



“อาบน้ำเสร็จแล้วมาถูพื้นห้องด้วย!



“ค๊าบบบบแม่!







..........................................................................





“จวิ้นจ๋า....มานอนเถอะนะ ดึกแล้ว”



ในค่ำคืนที่เงียบเหงา คิม ยองเจนอนเอกเขนกอยู่ในห้องที่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง ห้องที่เขาแทบจะย้ายตัวเองมาอยู่ที่นี่ถาวรเสียแล้ว จริงๆแล้วยองเจน่ะหลับไปแล้วตื่นหนึ่งเพราะเหนื่อยและอ่อนเพลียมากกับทั้งการซ้อมบาสและซ้อมดรัม แต่พอตื่นขึ้นมากลางดึก เกือบๆ4ทุ่มครึ่งเห็นจะได้ เหรินจวิ้นก็ยังคงนั่งทำงานอยู่ แล้วก็ไม่ใช่งานอะไรที่ไหน ก็งานกีฬาสีของโรงเรียนนี่แหละ




“ง่วงก็นอนไปก่อนเลย ฉันยังทำไม่เสร็จ”



“งานเอาไว้ค่อยทำวันหลังก็ได้นี่ มานอนด้วยกันเถอะนะ ”



“นอนไม่หลับหรอ?”



“อือ....”



“ไปนอนห้องตัวเองสิ”



“ไม่เอาจะนอนกับจวิ้นจ๋า”



ปากอิ่มเบะคว่ำใส่คนที่นอนอ้อนเป็นเด็กอยู่บนเตียงของเขาก่อนจะหันกลับมาให้ความสนใจกับกองงานตรงหน้า วันนี้เหรินจวิ้นตั้งใจว่าเขานั้นต้องจัดการกับรายชื่อของนักกีฬาแต่ละประเภทในกีฬาสีให้เสร็จให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่



แต่เอาเข้าจริงตอนนี้เขาก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกันนะ... ก็อย่างว่า นี่มันก็ดึกมากแล้ว

 







22.20PM.



กะแล้ว...



เหรินจวิ้นหลับคาโต๊ะทำการบ้านอีกแล้ว จริงๆทำงานเหนื่อยๆนั้นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดก็คือได้นอนบนเตียงสบายๆ เมื่อคิดได้อย่างนั้น คิม ยองเจที่เฝ้าหลับๆตื่นๆสังเกตการณ์อยู่ตลอดก็ลุกขึ้นจากเตียงนอน ไปช้อนร่างของคนที่หลับคาโต๊ะทำการบ้านขึ้นมาสู่อ้อมแขนแล้วพาไปยังเตียงนอนให้ไปนอนสบายๆบนเตียงนุ่มๆ



ร่างเล็กถูกวางลงบนเตียงนอน พร้อมด้วยผ้าห่มผืนหนาที่ถูกนำมาห่มร่างกายให้โดยคนที่อุ้มมาอีกนั่นแหละ



ยองเจลอบมองใบหน้าหวานยามหลับใหล...ที่ไร้คราบของความเย็นชาและความเงียบขรึม



เหรินจวิ้นจริงๆแล้วก็เป็นเพียงแค่ลูกแมวตัวเล็กๆ ที่ต้องสร้างหน้ากากเป็นเสือให้ตัวเองดูเข้มแข็งต่อหน้าผู้คนที่พร้อมจะรังแกตนก็เท่านั้น  



พอหลับ ก็หมดสิ้นคาบของเสือเขี้ยวแสนเย็นชา เหลือแต่ลูกแมวอย่างที่เห็น...



ยองเจใช้นิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกบริเวณดวงหน้าหวานเอาไว้ ให้รบกวนและสร้างความรำคาญให้เจ้าของมัน ผมเริ่มยาวจะทิ่มตาอยู่แล้ว....



“ฮื่อ.....”




คนที่ถูกรบกวนส่งเสียงงึมงำออกมา ยองเจลูบผมนิ่มนั่นด้วยความเอ็นดู ลูกแมวตัวน้อยของเขากำลังขัดใจในการถูกรบกวนและต้องการที่จะหลับนอน



จมูกโด่งกดลงเบาๆที่หน้าผากเนียนนั่นเบาๆ โดยที่คนที่กำลังหลับนอนอยู่นั้นไม่รู้ตัว



“ฝันดีนะ.....”



ไม่ใช่ความเผลอใจ หรือว่าความลืมตัว แต่สิ่งที่ทำลงไป คิม ยองเจรู้ว่าตัวเขามีสติดี แล้วรู้ว่าทำไมถึงทำ



ใช่แล้ว....มันคือความตั้งใจ...

 

 

 









11.30 AM.



“บอกหน่อยสิ....พี่ควรจะทำอย่างไรกับเด็กดื้อแบบเราดี..”



ณ สนามบาสโรงเรียนในวันเสาร์ มาร์คยืนกอดอกมองคนรักตรงหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าแจมินแอบนั่งรถมาปูซานมาหาเขาอีกแล้ว



จริงๆแล้ววันนี้ก็เป็นวันเสาร์ ครอบครัวของแจมินก็ไม่ได้ว่าอะไรหากจะมา ออกแนวจะตามใจจนเคยตัวด้วยซ้ำ เพราะด้วยความที่แจมินเป็นลูกคนเดียว ถึงได้ตามใจจนแจมินดื้อแบบนี้ไง



“ก็คิดถึงอ่ะ มาหาไม่ได้หรือไง?”



แจมินตอบตามความจริงด้วยน้ำเสียงแกมเอาแต่ใจ พร้อมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แจมินนั่งห้อยขาแขว่งไปมาอยู่บนแสตน  มาร์คที่ยืนอยู่ตรงหน้าอดหมั่นไส้เจ้าเด็กดื้อตรงหน้านี่ไม่ได้ มันน่าหยิกแก้มให้ช้ำเสียจริงๆ...



“ก็ไม่ได้ไม่ให้มา แต่ไม่อยากให้มาคนเดียว”



“ก็ครั้งนี้ก็ไม่ได้อยากมาคนเดียว แต่คุณพ่อคุณแม่ไปเยี่ยมคุณยายที่ญี่ปุ่นอ่ะ ก็เลยมาคนเดียว”



“แล้วคนขับรถที่บ้านล่ะ”



“ขับช้าอ่ะ ไม่ได้ดั่งใจ นั่งรถไฟมาไวกว่าเยอะ”



มาร์คทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเจ้าตัวเล็ก แจมินก็ขยับเข้ามาคล้องแขนแล้วซุกหน้าลงที่ไหล่ของคนพี่อย่างออดอ้อน



“ไม่ต้องมาอ้อนเลย ตอนนี้พี่กำลังโกรธเด็กดื้ออยู่”



“อือ...แต่อย่าโกรธนานนะ เดี๋ยวเกิดเค้าร้องไห้ แล้วก็ต้องโอ๋อีก”



“ไม่โอ๋หรอกเดี๋ยวเด็กดื้อแถวนี้เคยตัว”



“จริงอ่ะ...จะไม่โอ๋กันจริงๆเหรอ?”



หมั่นเขี้ยวในความเล่นหูเล่นตา กระพริบตาปริบๆ แล้วก็แก้มขาวที่พองลมเข้าไปของคนน้องเสียจริงๆคิดว่าน่ารักมากหรือไง



 ถ้าไม่ติดกันว่าตอนนี้นั่งอยู่กันที่แสตนข้างสนามบาสแล้วมีนักกีฬาซึ่งเป็นเพื่อนๆคนอื่นนั่งอยู่ล่ะก็จะฟัดให้หายหมั่นเขี้ยวเลยคอยดู



“เอานี่! น้ำของพวกนาย”



เฉินเล่อที่เดินกระแทกกระทั้นถือลังขวดน้ำมาพร้อมๆกับดงฮยอกคนละลังวางลงบนพื้นที่แสตนที่ว่างอยู่ ทำเอาคู่รักที่กำลังนั่งจู๋จี๋กันต้องหันมามอง



“หนักก็หนัก!



เฉินเล่อว่าพร้อมหันไปเบ้หน้าใส่เจ้าตัวการที่วานให้เขาช่วย ทีแรกเขาก็ปฏิเสธ แต่หมอนั่นก็บ่นหาว่าเขาไม่มีน้ำใจบ้าง ใจจืดใจดำบ้างจนคนหัวร้อนง่ายแบบเขาต้องจำใจช่วยขนมาน่ะสิ



แล้วทำไมไม่เรียกเพื่อนมาก็ไม่รู้...



“โถ่ หมวย แค่นี้ทำไมเป็นบ่น”



“ก็มันหนักนี่”



“ไม่มีน้ำใจ”



“แล้วถ้าไม่มีน้ำใจจะช่วยมั้ยเล่า!โอ๊ย!



แรงเคาะหน้าผากที่ไม่เบาไม่แรงนักที่หน้าผากเขาโดยซอ ดงฮยอก  จริงๆก็ไม่ได้เจ็บอะไรหรอก แค่โวยวายไว้ก่อน 



ที่ดงฮยอกไม่ชวนเพื่อนๆไปซื้อน้ำด้วย เพราะว่าต้องแบ่งกันเป็นเวรไป แล้ววันนี้คิม ยองเจก็ไม่อยู่ด้วย แล้วตอนขากลับมาที่สนาม เผอิญเจอจง เฉินเล่อพอดี เลยเรียกมาช่วยหน่อยเท่านั้นเอง



“หมั่นไส้...”



ว่าแล้วก็ยักคิ้วกวนๆ ทำหน้าตากวนอวัยวะเบื้องล่างใส่เขา เบื่อ ไม่อยากจะมองหน้าแล้วนะ ชอบกวนประสาทกันอยู่เรื่อย



“พี่ดงฮยอก~~ สวัสดีฮะ”



เสียงของแจมินที่นั่งมองดงฮยอกและเฉินเล่อทะเลาะกันมาสักพักแล้วเอ่ย ทักขึ้น ซึ่งดงฮยอกก็หันไปยิ้มให้คนน้อง



“แล้วพี่เจ....”



“ชู่ว!!!



มาร์คส่งเสียงห้ามแทบไม่ทันก่อนที่แจมินจะเอ่ยชื่อจริงเพื่อนต่อหน้าทุกคนออกมาอย่าลืมตัว



“เอ่อ...พี่..พี่ยองเจน่ะ ไปไหนเหรอฮะ?”



“อ๊อ...เห็นว่าจะออกไปตัดผมข้างนอกกับเหรินจวิ้นน่ะ”



มาร์คพยักหน้าอย่างเข้าใจ ส่วนแจมินขมวดคิ้วอย่างงงๆ เหรินจวิ้นนี่ใคร ชื่อออกเสียงแปลกจัง ไม่เหมือนชื่อคนเกาหลีเลย



“ใครเหรอฮะ คนชื่อเหรินจวิ้น”



“รูมเมท ไอ้ยองเจมันน่ะ เป็นคนจีน”




แจมินพยักหน้าอย่างเข้าใจ จริงๆแล้วไปๆมาๆเขาก็รู้สึกตะหงิดใจกับคนชื่อเหรินจวิ้นอย่างแปลกๆขึ้นมาแล้วสิ





เหมือนเคยได้ยินที่ไหน เหมือนใครนี่แหละพูดชื่อนี้ให้ฟัง แต่แจมินแค่จำไม่ได้ว่าตอนไหน แล้วก็ดูเหมือนว่ามันผ่านมานานแล้วเสียด้วยสิ แต่ว่าในตอนนี้ นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกแฮะ.....


















TALK
(Rewrite 4/10/2017)
O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

1,891 ความคิดเห็น

  1. #1098 Exo12Jula (@Exo12Jula) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 21:39
    เหรินคงคิดถึงโน่จะแย่แล้วอ่ะ รู้แค่ว่าอยู่รร.เดียวกันแต่ดันไม่ได้รู้ความจริงเลยว่าคนที่ชื่อยองเจนั่นคือเจโน่ สงสารรรร
    #1098
    0
  2. #721 M909295 (@mookkwangmb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 09:23
    ฮานะที่จะรีบหมั้นนี้รู้เลยทำตัวอยากได้เขาขนาดนี้นู้เลยนะว่าลูกที่อยู่ในท้องนี่ต้องไปมั่วมาแน่ๆ สงสารลูกจริงมีแม่แบบนี้
    #721
    0
  3. #671 밀키웨이 (@SWEETYZ_HHCB) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 12:23
    มัคมินน่ารักอ่าาาา>< กลัวยัยจวิ้นโกรธพี่อะถ้ารู้ความจริง รู้สึกความจริงจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆละ
    #671
    0
  4. #438 anoter_star28 (@another14_star28) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 11:10
    นานะ ยัยตัวเเสบบบบบ งุ้งงิ้งกะพิมัคได้ใจจจจ เเง้น่ารัก
    #438
    0
  5. #325 tyren.95 (@marry95) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 07:10
    เหรินจวิ้นจริงๆก็ไม่ได้เย็นชาอะไรเบอร์นั้นหรอก สัมผัสได้จากตอนทำแผลกับตอนเจโน่มานอนที่ห้อง เอาจริงๆก็เหมือนจะเปิดใจให้ยองเจ แต่ว่านี่กลัวว่าพอเหรินเหรินรู้ว่าเจโน่กับยองเจคือคนเดียวกันนี่ก็กลัวใจว่าจวิ้นจะโกรธ ; 3;
    #325
    0
  6. #323 chrp_mc (@ecstasy14) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 10:28
    ชอบคู่ชานเล่อ งุ้ยย น้องเล่อน่าแกล้งอะ
    #323
    0
  7. #322 VevyyK (@pbhy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 08:49
    อย่าลักหลับนุ้งเหรินสิลูกกกก
    #322
    0
  8. #321 Mayy_EXOL (@nantita-ky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:44
    ชานเล่อมีความตบตีกันตลอดเวลา5555555
    #321
    0
  9. #320 sstonkaoww (@sstonkaoww) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:24
    เจโน่แอบจุ๊บลูกเลาอ่าาาาา แงงง้ ชานเล่อมีตอนไหนไม่ตีกันมั๊ยขำมาก5555555
    #320
    0
  10. #319 pandanuna2 (@pandanuna) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:23
    จวิ้นสู้ๆเด้อออออออออ
    #319
    0
  11. #318 ihafaiifap (@febtakung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:00
    จวิ้นดูเรียนหนัก ภารเยอะมากอะ สู้ๆนะลูก T v T เจโน่นี่ก็คนดี๊
    มานอนห้องเขาไง เห็นเขาหลับบนโต๊ะก็เลยไปอุ้มมานอนที่เตียงดีๆ
    ก็แค่นั้นแหละเนอะ แถมจุํ๊บหน้าผากให้ฝันดีเฉยๆไม่มีไรหร้อกกกกกกกก
    ฮื้อออออออออออออออออออใจแมมมม่ เมื่อไหร่โน่จะบอกความจริงอ่า ลุ้นนนน
    น้องแจม! เด็กดื้อแอบมาหาพี่มาร์คอีกแล้ว น่าจับตีจริงๆ 
    แฮชกับเล่อต้องทะเลาะทุกครั้งที่คุยกันอ่ะ 55555555555 

    #318
    0
  12. #317 แจมินลูกแม่ (@markminnomin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 22:24
    เมื่อไหร่เจโน่จะบอกความจริงกับยัยหมวยสักทีล่ะลูกพี่ล่ะอึดอัดแทน แจมินมานิดนึงแต่น่ารักเชียว ชานเล่อนี่ก็ตีกันตลอดเลยลูก
    #317
    0
  13. #316 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 22:22
    อยากให้เหรินจวิ้นรู้ากทีว่ายองเจคือเจโน่
    #316
    0
  14. #315 punnpunnp (@punny123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 21:21
    มาต่อเร็วๆน้าา ค้างอะ555
    #315
    0
  15. #314 plellypleng (@plellypleng) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 21:17
    สู้ๆน้าาา เพิ่งสอบเสร็จเหมือนกันเลยยย
    #314
    0
  16. #313 PIMROSE_1875 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 21:10
    หมั่นเขี้ยวร้องแจมด้วยคน

    งื้อออออ พิโน่แอบลวนลามลูกเลาอีกแล้ว~

    ชานเล่อก็ตีกันน่ารัก55
    #313
    0
  17. #309 เรเน่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:52
    เจโน่บอกความจริงซักทีเถอะก่อนที่อะไรๆมันจะบานปลายไปมากกว่านี้นะ TT
    #309
    0
  18. #308 Nicharee Singhaworratam (@kingnicharee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:12
    นึกภาพออกเลยอะว่าถ้าเหรินบ่นนี่หน้าต้องเป็นไหน ฮือ นั่ลลัคคค
    #308
    0
  19. #307 sstonkaoww (@sstonkaoww) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:01
    เป็นขบวนที่น่าดูที่สุดในโลกมีแต่เบ้าหน้าคุณภาพฝุดๆ อยากให้จวิ้นรู้จากเจโน่เอง ถ้าไปรู้จากคนอื่นจวิ้นต้องโกรธมากแน่ๆ ไม่พร้อมมมฮรุกกก ยองเจนี่เรียกจวิ้นว่าแม่นี่หมายถึงไรหลออ แม่ของลูกใช่เปล่าา กี๊ซซซ55555555
    #307
    0
  20. #306 VevyyK (@pbhy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:24
    น้องจารู้แล้สสสส ฮืออ
    #306
    0
  21. #305 FAnG-4431 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:35
    อยากให้พี่โน่บอกความจริงจริงซักที ~
    #305
    0
  22. #304 แบมบวม (@l3am-l3aek) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:10
    เจโน่บอกจวิ้นไปสักทีสิ๊ ToT ไม่อยากให้ม่าแงงงง ขบวนนี่แค่นึกภาพก็ขาดใจตายไปแล้วค่ะ ฮื่อ งานดี
    ยองเจเข้ามาได้ยินจวิ้นบอกรึป่าวคะ TT ได้ยินก็รีบๆบอกความจริงได้แล้ว แง่
    #304
    0
  23. #302 강유 (@aziia) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:56
    โอ้ยยยยยยยยย คุนคือ ถามไรจากคุณโด ก่ถามไม่ให้หมดให้เสี้ยง ปล่อยค้างคา แล้วงี้เมื่อไรน้องจวิ้นจะรู้ซักที
    #302
    0
  24. #301 ihafaiifap (@febtakung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:31
    เหรินจวิ้นถือธง เจโน่เป็นดรัม ฮื้ออออออแค่คิดภาพก็หายใจลำบากแล้วค่ะ
    นี่ยังพ่วงด้วยมาร์ค แฮช แถมเล่อด้วย นานะต้องมาดูมาร์คให้ได้นะ >< 55555555
    แงงงงง แต่พอจวิ้นรู้ว่าเจโน่มาปูซาน ก็ดูดีใจมากนะ หวังว่าตอนยองเจเปิดตัวว่าคือเจโน่
    จวิ้นจ๋าอย่าโกรธมากนะ T v T 
    #301
    0
  25. #300 0852475027 (@0852475027) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:48
    ลับไม่ลับไม่รู้...แต่ที่รู้รู้มันจะไม่ลับแล้ว...
    #300
    0