[จบแล้ว] [NCT] ✬WILL✬ {NOREN} Ft. MARKMIN , CHANLE

ตอนที่ 17 : ✬WILL✬ EPISODE16 100%(Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    6 ต.ค. 61





✬WILL✬ EPISODE16




กว่าที่จะกลับถึงหอก็เกือบดวงอาทิตย์จะตกดินเสียแล้วในเวลานี้



ไฟในห้องของเหรินจวิ้นและยองเจถูกเปิดขึ้น ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเข้าห้อง ยองเจวางเสื้อผ้าและข้าวของที่เพิ่งซื้อมาลงบนพื้นข้างโซฟาส่วนตัวเองก็ทิ้งตัวนอนลงบนโซฟากลางอย่างที่ชอบทำ



“เอาของไปเก็บให้เรียบร้อยก่อนไปแล้วค่อยนอน”



เสียงบ่นที่เปรียบเสมือนคุณแม่คนที่สองเอ่ยขึ้น พร้อมกับกอดอกยืนกดดันให้ยองเจรีบลุกขึ้นไปจัดการสิ่งที่ต้องทำให้เรียบร้อยเร็วมากกว่าเดิม



“คร๊าบบบบ คุณแม่”



เหรินจวิ้นทำเพียงส่ายหัวเบาๆให้คนที่กำลังเก็บข้าวของเข้าห้อง ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อรินน้ำดื่ม

 






“จวิ้นจ๋า...วันนี้เราจะกินข้าวในห้องหรือจะไปกินกันที่แคนทีนล่ะ?”



หลังจากที่จัดการเก็บของและเสื้อผ้าที่ซื้อมาเรียบร้อยแล้ว คิม ยองเจเดินออกมาจากห้องพร้อมกับเอ่ยถามอีกคนที่นั่งอยู่ที่โซฟากลาง...



แต่เหมือนว่า...ในตอนนี้เหรินจวิ้นจะไม่ได้ยินที่เขาพูดเลยด้วยซ้ำ...



เหม่ออะไรของเขานะ...



“จวิ้นจ๋า...”



“.......”



“เหรินจวิ้น



“ห๊ะ..!!



“เมื่อกี้นี้ฉันถามจวิ้นจ๋าว่าจะอยู่กินข้าวที่ห้องหรือจะไปกินที่แคนทีนดี”



คนที่เพิ่งได้สติหันมาตั้งใจฟัง แต่ก็ยังดูเหมือนว่าจิตใจของเหรินจวิ้นนั้นยังคงไม่อยู่กับเนื้อกับตัวโดยสังเกตได้ง่ายๆ



“ก็..ไปที่แคนทีนก็ได้”



“งั้นไปกันเลยเนอะ ค่อยกลับมาอาบน้ำ”



“อืม..”

 

 








20.30 PM.



ไม่รู้เหมือนกันว่าคิม ยองเจคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า ว่าตั้งแต่กลับมานั้น เหรินจวิ้นก็มีท่าทีที่แปลกๆไปนิดหน่อย เหมือนกับว่าตอนนี้เจ้าตัวนั้นกำลังผิดหวังในเรื่องอะไรสักอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน



จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลาเข้านอนแล้ว ก็ยังคงมีท่าทีเหม่อๆเหมือนเดิม และยองเจคิดว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง...



“จวิ้นจ๋า เป็นอะไรหรือเปล่า ท่าทางไม่ค่อยดีเลย”



เอ่ยถามคนที่เป็นเจ้าของห้องที่นอนอยู่ข้างๆกาย เหรินจวิ้นไม่ได้นอนหลับ เพียงแต่นอนอยู่เฉยๆก็เท่านั้น



“นายเคยรอใครซักคนมั้ย...”



“.....”



เหรินจวิ้นไม่ได้เอ่ยตอบคำถามกลับไป แต่กลับเป็นคนตั้งคำถามขึ้นมาใหม่แทน



คำถาม...ที่ยองเจเองก็รู้..รู้ทั้งที่มาและคำตอบของมัน..รู้ดีอยู่แก่ใจ..



“รอ...ทั้งที่ไม่มีจุดหมายปลายทางอะไรเลย..”



“....”



“รอ...ทั้งที่รู้ว่าตัวเองไม่สามารถหวังอะไรได้ แต่ก็ยังเลือกที่จะรอ..”



“...”



“ฉันนี่...ดูโง่เนอะ..”



สถานการณ์ตอนนี้เขาไม่สามารถจะเอ่ยอะไรออกไปได้ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจอย่างห้ามไม่ได้



มือหนาคว้ามือบางเข้ามากอบกุม ไม่รู้มันช่วยอะไรได้มากแค่ไหน แต่จุดประสงค์ของเขานั้นคือต้องการปลอบใจคนตัวเล็กข้างกาย



 “นายรู้มั้ย...ว่าทำไมวันนี้ฉันถึงได้ยอมไปซื้อของที่นัมโปดงกับนาย”



“....”



“เพราะว่าที่นั่น มันเป็นที่ๆคนชอบไปกันในตอนเย็นๆแบบนั้น และฉันก็หวังว่าถ้าเกิดไปกับนายแล้ว ฉันอาจจะได้เจอใครบางคนที่ฉันอยากเจอ..”



“.....”



“แต่สุดท้าย...ก็ไม่อยู่ดี.. ทั้งๆที่ตอนนี้เราก็อยู่ที่ปูซานเหมือนกันแท้ๆ เรายังเจอกันไม่ได้ รวมทั้งในคราวนั้นที่ฉันไปที่โซลกับนาย หรือคราวก่อนๆที่ไปกับป๊าม๊า  ฉันก็หวังอยู่ตลอดว่าฉันอาจจะได้เจอเค้าคนนั้น สักครั้ง..”



“....”



“ที่มันเป็นแบบนี้บางทีอาจเป็นเพราะว่าฉันพยายามอยู่ฝ่ายเดียวหรือเปล่า....”



มือหนาที่กอบกุมมือเล็กของอีกคนเอาไว้เปลี่ยนเป็นคว้าร่างของอีกคนเข้ามากอดแทนทันที



ยองเจค่อยๆลูบเส้นผมนุ่มของอีกคนอย่างปลอบโยน ตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ ถ้าเกิดบอกเรื่องทุกอย่างไป...



แล้วเกิดกลายเป็นว่าระหว่างเขาและเหรินจวิ้นมันไม่เหมือนเดิมขึ้นมา แล้วตอนนั้นเขาจะทำอย่างไรกัน.....

 

 









22.30 PM.



 ในตอนนี้เหรินจวิ้นหลับไปแล้ว...ยองเจจึงออกจากห้องมาหามาร์คและดงฮยอกที่อีกห้องหนึ่ง



ซึ่งตอนนี้เพื่อนรักทั้งสองก็กำลังจัดปาร์ตี้(เล็กๆ) กินเบียร์กันอยู่2คน เมื่อเห็นว่าเขามา ทั้งมาร์คและดงฮยอกก็พากันเตรียมแก้วรินเหล้าให้เขาเสียเสร็จสรรพ ราวกับทั้งสองคนรู้ว่าตอนนี้เขากำลังกังวนใจอยู่



สุดท้าย...ยองเจก็ตัดสินใจปรึกษาเรื่องของเหรินจวิ้นกับทั้งสองคนจนได้...



“โหยยยย งี้เหรินจวิ้นเค้าก็รอมึงมาตลอดเลยดิ สงสารเหรินจวิ้นว่ะ ไอ้เจโน่แม่ง! มึงมันไอ้นิสัยไม่ดี!



หลังจากเล่าจบ มาร์คก็บ่นทันที บ่นไปจิบเบียร์ไป เออดี! แทนที่จะให้คำปรึกษากัน



“บอกตามตรงนะเจโน่ ถ้ากูเป็นเหรินจวิ้นนะ แล้วรู้ความจริงเมื่อไหร่ กูจะโกรธมึงซัก13ปีเลย ให้เท่ากับเวลาที่เหรินจวิ้นรอมึงมาเลย จะบอกให้”



ดงฮยอกเอ่ย จริงๆก็ไม่ได้ตั้งใจจะซ้ำเติมเพื่อนหรอก แต่มันก็น่าจริงๆ ก็เพราะเพื่อนเขามัวแต่ลีลาไม่ยอมบอกไปเสียทีนี่ไง พอจะบอกก็ดันขี้ขลาดขึ้นมา กลัวนู่นกลัวนี่ แล้วเป็นยังไง? ก็อย่างที่เห็น..



“แฮชมึงก็ไปซ้ำเติมมัน แทนที่จะให้กำลังใจให้มันบอกความจริง”



“เน่ะ!มาร์ค ได้ข่าวตอนแรกมึงก็บ่นมัน แล้วเป็นอะไรตอนนี้มาสปอยมันแทน มึงอย่ามา...”



“เออว่ะ กูลืม เนี่ยๆไอ้โน่ มึงก็บอกเค้าไปได้แล้วนะเว้ย เรื่องจะได้จบๆ แล้วก็จะได้แฮปปี้ ไม่มีดราม่า แบบที่กูชอบ”



“มึงก็พูดไป ถ้ามึงเป็นเหรินจวิ้น เจอแบบนี้มึงแฮปปี้เหรอมาร์ค”



“มึงก็! อย่าพูดเป็นรางสิวะแฮช ไอ้โน่มันก็ยิ่งเครียดอยู่”



ดงฮยอกส่ายหน้าก่อนจะหันไปมองตัวการของเรื่องที่ตอนนี้หน้านิ่วคิ้วขมวด คงกำลังเครียดอยู่เป็นแน่



คิม ยองเจหยิบแก้วเบียร์ที่เหลือขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะวางลง



“หลังกีฬาสี เดี๋ยวกูจะบอกความจริงเค้าทุกอย่าง...”

 






..................................................................






ฝนตกอีกแล้ว...ช่างตกได้ไม่ดูเวลาและตกประหนึ่งว่าเป็นการต้อนรับวันกีฬาสีเลยทีเดียว...



ในช่วงเวลาตี3กว่านี้ คิม ยองเจจะต้องตื่นขึ้นมาเนื่องด้วยจากเสียงปลุกของเหรินจวิ้น แน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่าวันนี้เป็นวันแรกของกีฬาสี ก็ต้องมีขบวนเปิดจากนักเรียนสีต่างๆ และเขาก็ดันเป็นหนึ่งในนั้นด้วย



“งือ..จวิ้นจ๋าแล้วพวกมาร์คกับดงฮยอกล่ะ?”


“เค้าไปรอที่ห้องแต่งตัวกันหมดแล้วเหลือแต่นายเนี่ย ไม่ยอมตื่นเสียที ช้าเลยเห็นมั้ย”



เหรินจวิ้นบ่นคนข้างกายที่กำลังงัวเงียอยู่ เพราะว่าเจ้าตัวนั้นนอนไม่เต็มอิ่ม สืบเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาที่คิม ยองเจนั้นนอนเสียดึกดื่น ทั้งๆที่ก็รู้ดีว่าในวันนี้จะมีกีฬาสี แล้วต้องมาแต่งตัวแต่เช้ามืดแบบนี้ อีกอย่าง กว่าจะปลุกให้ตื่นได้นี่ก็ตั้งนานสองนาน  ตื่นยากตื่นเย็นเสียเหลือเกิน



มันน่ามั้ยล่ะดูซินั่น คิม ยองเจน่ะแทบจะหลับตาเดินอยู่แล้ว



ทั้งสองคนเดินกลางร่มฝ่าสายฝนและท้องฟ้าที่ยังไม่สว่างจากหอมายังห้องแต่งตัวที่ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมไว้ให้ โดยเปลี่ยนจากห้องทดลองวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นห้องแต่งตัวชั่วคราวให้สีของพวกเขา



“อ้าว!เหรินจวิ้น มาพอดีเลย ไปให้ช่างเขาแต่งหน้าเสียสิ นายเป็นประธานสี ต้องถือธงอยู่หน้าสุดของขบวนนี่นา แล้ว...ว่าแต่ ไหนดรัมไม้นำของสีเราล่ะ?”



เมื่อมาถึง  เหรินจวิ้นก็ถูกเอ่ยเรียกโดยแชยอน ผู้เป็นรองประธานสี เพราะเขาเองนั่นแหละผิดที่มาสาย เลยวานให้เธอช่วยจัดการอะไรต่อมิอะไรล่วงหน้าไปก่อน ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่ได้ขัดข้างอะไร



“นี่ไง ดรัมไม้นำของสีเรา ฉันฝากจัดการนายนี่ให้ด้วยนะ”



“ได้ๆๆ”



เหรินจวิ้นปลีกตัวไปแต่งหน้ากับช่างอีกทางหนึ่ง  ทำให้ในตอนนี้เหลือแค่ยองเจและแชยอน



“นายคือ..คิม ยองเจที่เพิ่งย้ายมาเทอมนี้ใช่มั้ย?”



“อือ...ใช่”



“ถ้าทางนายจะง่วงนะ มีโกโก้กับกาแฟจะเอาอะไรดี ?”


“เอากาแฟสักหน่อยก็ดี”



“ได้ๆ งั้นรอเดี๋ยว”



เพราะเห็นผู้เป็นดรัมไม้นำ มีท่าทีสัปหงกจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่อย่างเห็นได้ชัด รองประธานสีห้องสองคิดว่าคงไม่ดีแน่ๆหากตอนเดินขบวนเวลาจริง คิม ยองเจจะเดินไปง่วงไป เธอจึงคิดหาทางช่วย

 

 






กว่าที่ผู้ที่ได้อยู่ในขบวนทุกคนจะแต่งหน้าแต่งตัวอะไรกันเสร็จ ก็เกือบหกโมงครึ่งได้ แต่ก็โชคดีอยู่เหมือนกันที่ฝนก็หยุดตกทันเวลาพอดี เหลือแต่ท้องฟ้าสดใส และอากาศที่เปียกชื้นยามเช้า อันเนื่องด้วยเพราะว่าฝนที่ตกลงมาช่วงเช้ามืดนี้เอง


“อาเหริน มาถ่ายรูปกันเถอะ เล่อว่าจะอัพลงเหว่ยป๋อ กับ เฟส”



“ได้สิ..”



เฉินเล่อเอ่ยชวนเพื่อนที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จให้มาถ่ายรูปเซลฟี่ด้วยกัน ก่อนจะจัดแจงอัพลงโซเชียลทุกอย่างที่มี



“นี่ หมวย กะจะถ่ายกันแค่สองคนหรือไง มาถ่ายด้วยกันหมดเลยนี่มา ยองเจ มาร์ค ลุกๆๆ ”



ดงฮยอกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะเอ่ยชวนทุกๆคนมาถ่ายรูปด้วยกัน ก็นั่นแหละ วันนี้อุตส่าแต่งหล่อ ซ้อมเดินมาเป็นเดือนๆ ก็ขอสักหน่อย



“เหรินจวิ้นยิ้มเยอะๆหน่อยสิ ขอแบบเห็นฟัน”



ดงฮยอกว่าก่อนจะกดถ่ายภาพ รัวๆ แบบที่ว่า1วินาทีได้ไม่รู้กี่รูปเลยทีเดียว



“ไม่เอา ยิ้มเยอะแล้วเห็นเขี้ยว ”



เหรินจวิ้นเอ่ยปฏิเสธแทบจะทันที ให้เขายิ้มแบบนั้น คงดูแปลกๆแล้วก็ตลกน่าดู



“เขี้ยวจวิ้นจ๋าน่ารักจะตาย ยิ้มเร็ว ”



ยองเจว่าพลางหยิกแก้มคนเย็นชาแสนจะขี้กังวน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือค้อนวงใหญ่พร้อมแรงตี ที่ท่อนแขน


“บอกแล้วไงฉันไม่ชอบให้ใครหยิกแก้ม”



“ฉันก็บอกแล้วเหมือนกันว่าฉันชอบหยิกแก้มจวิ้นจ๋า”



“เอ่อ...อย่าเพิ่งทะเลาะกันครับ ถ่ายรูปก่อน”



มาร์คเอ่ยห้ามก่อนที่ทั้งสองคนจะตีกันจนบานปลายไปมากกว่านี้  นี่เขาต้องคอยห้ามเฉินเล่อกับดงฮยอกสองคนไม่พอ ยังต้องมาห้ามเหรินจวิ้นกับยองเจอีก ชีวิต.....








“พี่มาร์ค!



เสียงที่คุ้นเคยของใครบางคนที่เอ่ยเรียกชื่อทำให้มาร์คต้องหันไปมอง แต่แล้วก็ต้องตกใจเสียใจเบิกตาโต เพราะว่าที่กำลังเดินมาหาเขาตอนนี้ก็คือแจมิน นั่นเอง


“นานะ!



“เน่ะ!อย่าเพิ่งดุนะ วันนี้เค้ามากลับคนขับรถที่บ้าน”



แจมินรีบเอ่ยดักคนพี่ไว้แทบจะไม่ทัน เมื่อมาร์คปรี่ตรงเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ พร้อมจะดุอยู่ทุกเมื่อแทบจะทันที


“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แล้วไม่มีเรียนหรือไง”



“มี แต่จะหยุดเรียนสัก2-3วัน มาเชียร์พี่เล่นบาสไง ”



“เฮ้อ เรานี่มันจริงๆเล้ย ตัวแสบเอ๊ย...”



มาร์คส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะดึงร่างเด็กแสบที่หยุดเรียนเพื่อมาหาเขาเข้ามากอดไว้



“งื้ออออ ไม่อยากให้แจมินมาหรอ?”


“ไอ้อยากมันก็อยากอยู่หรอกนะ แต่พี่ไม่อยากให้นานะจังของพี่เสียการเรียนไง”



“ก็เขาอยากมาดูพี่เล่นบาสนี่ ถ้าเรายังเรียนทีเดียวกันเค้าก็ไม่ต้องหยุดเรียนหรอก”



“เฮ้อ...ไม่เป็นไร ไหนๆก็มาแล้ว เดี๋ยวนอนค้างที่หอด้วยกันเนอะ”



“อื้อ.... โหยวันนี้แต่งตัวหล่อเชียวนะ ถ่ายรูปกันหน่อยเร็ว”



แจมินว่าพลางหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเป้ ของตัวเอง เพื่อถ่ายรูปกับคนรักที่วันนี้แต่งตัวหล่อ เพราะต้องเป็นดรัมให้กับกีฬาสีโรงเรียนเสียหน่อย

 

 

 






ช่วงสายๆ แดดยามเช้ากำลังดี อากาศไม่ร้อนมากนะ ขบวนกีฬาสีทุกๆสีของโรงเรียนเคลื่อนที่เข้าอาคารโดมสำหรับการเปิดงานของกีฬาสี นักเรียนทั้งจากในโรงเรียนและนอกโรงเรียนต่างพากันมาดูงานกีฬาสีของโรงเรียนอันดับหนึ่งของปูซาน



จนกระทั่งทุกสี พาขบวนเข้าสู่โดมกันครบแล้ว ผ.อ.ของโรงเรียนก็ได้มากล่าวเปิดพิธีการ ก่อนจะมีการวิ่งคบเพลิงเพื่อเปิดงานก่อนที่ประธานสีทุกสีจะเดินมายืนข้างหน้า เพื่อเป็นผู้กล่าวนำคำปฏิญาณตนของกีฬาสีกับนักเรียนทุกคน

 



เมื่อจบพิธีการเป็นที่เรียบร้อย ทุกสีต่างแยกย้าย เพื่อไปจัดการกับเรื่องการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆตามตารางเวลา



ทั้งเหรินจวิ้น ยองเจ มาร์ค ดงฮยอกและเฉินเล่อต่างก็ต้องรีบพากันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป



เหรินจวิ้นและเฉินเล่อมีงานจัดการพานักกีฬาชั้นม.ต้นไปแข่งตามเวลาที่กำหนด ส่วนอีก3คนก็มีแข่งบาสแมทแรกแต่เช้าเลย และต้องรีบไป



“ไปก่อนนะจวิ้นจ๋า ”



“อืม...”



เอ่ยบอกกับคนที่เดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อ ก่อนจะเดินเข้ามาหาถึงตรงหน้าคนเย็นชา



“ขอกำลังใจหน่อยซี่~



คิม ยองเจตอนนี้อ้อน งอแงเป็นเด็กๆ เห็นแล้วหมั่นไส้เสียจริงๆ แต่พอแบบนี้แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าอีกคนขอให้เขาไปดูตัวเองแข่งบาส



แต่ที่แน่ๆกีฬาสีวันแรกเหรินจวิ้นคงไปไม่ได้แน่ๆ เพราะมีอะไรให้ต้องจัดการวุ่นวายไปหมด ก็หวังว่าบาสเก็ตบอลสีฟ้าคงจะได้เข้ารอบลึกๆยันรอบชิงก็แล้วกัน



“ก็...สู้ๆละกัน”



เพียงคำแค่ไม่กี่คำมันทำให้คนๆนี้จะต้องยิ้มมีความสุขจนตาปิดขนาดนั้นเลยหรือไง.. เมื่อได้สิ่งที่ต้องการ คิม ยองเจก็รีบวิ่งตามเพื่อนทั้งสองไปยังสนามบาสทันที

 

 

 







12.30 AM.



ช่วงนี้เป็นช่วงพักเที่ยง เหล่านักกีฬาและนักเรียนคนอื่นๆก็พากันไปหามื้อเที่ยงกินที่แคนทีน



เหรินจวิ้นกับเฉินเล่อเองก็กำลังจะไป เพียงแต่ว่าพวกเขาต้องช่วยกันเอาน้ำดื่มไปแช่ในถังน้ำแข็งให้เย็น เพื่อเตรียมไว้ให้กับนักกีฬาที่จะต้องลงแข่งช่วงบ่ายเสียก่อน



“เฮ้อ.... โอ๊ยยย หนักชะมัดเลย”



เมื่อจัดการงานที่ต้องทำเสร็จ เฉินเล่อก็บ่นออกมาทันที เหรินจวิ้นเพียงส่ายหน้าเบาๆกับความขี้บ่นของเจ้าลูกคุณหนูนี่



“อาเหริน เดี๋ยวเล่อไปเข้าห้องน้ำแป๊บ รอก่อนนะ เดี๋ยวไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน”



“อือ....”



ระหว่างที่ต้องรอเฉินเล่อเข้าห้องน้ำนั้น เหรินจวิ้นได้ก็ได้ยินเสียงของฝีเท้าว่ามีใครเดินมา ทางเขา ถ้าหากว่าจะให้เดา คงจะเป็นเด็กคนนั้นที่เป็นแฟนมาร์คแน่ๆ



“พี่....”



เหรินจวิ้นเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเด็กคนนั้นยืนอยู่ตรงหน้า ใช่จริงๆด้วย เพราะว่าเมื่อตอนกลางวันมาร์คใช้เบอร์ของยองเจ โทรมาถามเขาว่าจะฝากให้พาแฟนไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันกับเขาเพราะช่วงบ่ายกินข้าวเสร็จต้องไปแข่งบาสต่อทันที  ซึ่งเขาก็ตอบตกลงไป



“พี่จำแจมินได้ใช่มั้ย..”


“จำได้สิ เดี๋ยวรอเพื่อนพี่ก่อนนะ ไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวมา”



“ฮะ...”



เป็นครั้งที่สองเห็นจะได้ที่แจมินมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนเก่าของพี่ชาย จริงๆแล้วคุยกันทีแรกก็นึกว่าจะเป็นพวกที่หยิ่งๆเย็นชานิดๆ แต่ถามว่าเย็นชามั้ย สำหรับแจมินก็ยังดูเย็นชาอยู่ แต่คนๆนี้ดูใจดีกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ...



ถ้าหากว่ารู้ว่าคนที่อยู่ด้วยทุกวันนี้คือเพื่อนเก่าตัวเองขึ้นมา... จะเป็นยังไงนะ



“พี่เหรินจวิ้น...”



“หือ?”



เหรินจวิ้นหันมาเลิกคิ้วถาม ประมาณว่ามีอะไรหรือเปล่า ซึ่งแจมินก็เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจรวบรวมความกล้าของตัวเองลองเอ่ยถามออกไป...



“ถ้าสมมุติว่า มีคนๆหนึ่งที่รู้จักกันกับพี่อย่างดีเขาไม่พูดความจริงอะไรบางอย่างกับพี่ แล้วพี่จะทำยังไงฮะ”



เหรินจวิ้นเงียบไปเสียพักหนึ่งได้ เขาแค่กำลังไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กที่นั่งข้างๆคนนี้ถึงมาถามคำถามที่กำกวมและแปลกประหลาดกับเขาแบบนี้



แต่...แววตาของแจมินนั้น ต้องการคำตอบเป็นอย่างมาก หรือบางที อาจจะเป็นการขอคำปรึกษาจากเขาหรือเปล่า?



“ถ้าเป็นแบบนั้นพี่ก็คงทำอะไรไม่ได้...เพราะเขาเลือกที่จะโกหกพี่ไปแล้ว”



“.......”



“พี่ก็คงจะโกรธ..แล้วก็เสียใจที่สุด.. “



เกิดสภาวะความเงียบระหว่างเหรินจวิ้นและแจมินหลังจากที่ได้รับคำตอบของคำถามเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้แจมินรู้สึกอยากจะวิ่งไปหาพี่ชายที่สนามบาสมากๆ อยากจะบอกให้พี่ชายควรจะบอกความจริงซะ ก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้


“เพื่อนพี่มาพอดี เดี๋ยวพี่พาไปกินข้าวที่แคนทีนนะ”

 











3วันต่อมา...



วันสุดท้ายของงานกีฬาสีก็มาถึง กีฬาในทุกๆชนิดจะอยู่ในรอบชิงชนะเลิศทั้งหมด และกีฬาประเภทสุดท้ายที่ทุกคนรอคอย คือบาสเก็ตบอล รอบชิงชนะเลิศระหว่างสีแดง และสีฟ้า



จนกระทั่งเริ่มการแข่งขัน ยองเจมองไปรอบๆสนาม ก็ไม่พบคนที่เขาอยากให้มาดูในตลอด3วันที่ผ่านมาเลย จนกระนั้นวันนี้แมทสุดท้ายแล้ว



ใบหน้าหล่อก้มต่ำด้วยความรู้สึกเซ็งนิดหน่อย อย่างน้อยวันนี้ก็วันสุดท้ายแล้ว เดินผ่านมาแถวๆสนามให้เห็นหน้าหน่อยก็ยังดี จะได้มีกำลังใจเยอะๆหน่อย



แต่คิดไปคิดมา เขาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวเกินไป รู้ก็รู้ว่าเหรินจวิ้นมีงานที่ต้องทำเยอะจะตาย ยังมีงี่เง่าคิดแบบนี้อีก



เอาไว้ถ้าตอนนั้นว่าง จะไปดูก็แล้วกัน



เผลอคิดอะไรเพลินๆเพียงครู่เดียว พลันเสียงเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันก็ดังขึ้น



ลูกบาสที่อยู่ในสนามทำให้เขาต้องไปยื้อแย่ง เพื่อนำมันไปโยนเข้าห่วงทำแต้มให้ทีมตัวเอง



การแข่งขันยังคงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ต่างคนต่างก็ต้องการทำแต้มให้ได้มาก เพื่อให้ทีมตัวเองชนะ ในทุกๆครั้งที่ไม่ว่าทีมใดก็ตามทำแต้มได้ ก็จะมีเสียงกรี๊ดอยู่รอบๆสนามดังไปหมด แน่นนอนอยู่แล้ว เพราะว่านี่คือการแข่งขันบาสเก็ตบอลรอบชิงชนะเลิศ แถมยังเป็นกีฬาประเภทสุดท้ายแล้วที่จะแข่งกันในวันสุดท้ายของกีฬาสี



ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด



ในที่สุด เสียงนกหวีดของการจบครึ่งแรกของเกมส์ก็ดังขึ้น ตอนนี้คะแนนของทีมสีฟ้ายังคงนำอยู่เพียงเล็กน้อยและง่ายต่อการตีตื้นขึ้นมาได้



การวางเกมใหม่โดยหัวหน้าทีมเริ่มขึ้น ทุกคนในทีมตั้งใจฟัง ในสถานการณ์จริงจัง



“ยองเจชู้ตไกลได้ดีที่สุด ฉันอยากให้นายไปยืนรออยู่ตรงไกลๆที่มีฝั่งตรงข้ามอยู่น้อยๆ พอเพื่อนๆส่งลูกไป แล้วจากนั้นจัดการเลย”



“ครับ...”



ก่อนจะลงสนาม แข่งต่อในครึ่งท้าย เสียงเล็กแหลมของใครที่คุ้นๆก็ตะโกนเชียร์สีฟ้า เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นเฉินเล่อยืนอยู่ โดยข้างๆก็มีเหรินจวิ้น และแจมิน



ใบหน้าหล่อประดับไปด้วยรอยยิ้มทันทีโดยอัตโนมัติ  ทันทีที่ดวงตาของคิม ยองเจสบผสานเข้ากับดวงตาคู่สวยในความเย็นชาของอีกคน เขารู้สึกมีกำลังใจที่จะแข่งต่อทันที แล้วก็คิดว่า ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องชนะ



แอบเห็นว่าคนเย็นชายิ้มให้เขาด้วยนะ..

 

 





20 นาทีผ่านไป....



ลูกบาสที่ถูกชู้ตจากระยะไกลให้ลงห่วงเพื่อเป็นแต้มปิดการแข่งขัน เรียกเสียงกรี๊ด และเสียงเฮด้วยความดีใจจากนักเรียนชาวสีฟ้าที่มาเชียร์บาสแมทสุดท้ายได้อย่างดี



คิม ยองเจเจ้าของการชู้ตไกลแต้มสุดท้ายและหลายๆแต้มที่ผ่านมาถูกเพื่อนกรูเข้ามาหาแสดงความดีใจกันทั้งทีมฟ้า



เมื่อการแข่งขันจบลง ประกาศผลแพ้ชนะลำดับการแข่งขัน มอบเหรียญมอบถ้วยต่างๆให้นักกีฬาเรียบร้อยแล้ว คิม ยองเจและเพื่อนๆนักบาสทุกคนวิ่งมาที่แสตนเชียร์เพื่อดื่มน้ำทันที



“จวิ้นจ๋า”



เมื่อเห็นว่าใครเดินมาหา ก็รีบวิ่งไปหา ราวกลับเด็กน้อยวิ่งไปหาผู้ปกครองอย่างไรอย่างนั้น



“โหยยยย เหรินจวิ้น ดีนะที่นายมาครึ่งท้ายพอดี ไม่อย่างนั้นนะ ไอ้คนแถวนี้คงหน้าบูดเป็นตูดไม่เป็นอันจะแข่งยันจบเกมแน่ๆอ่ะ”



ดงฮยอกว่าพลางคว้าขวดน้ำขึ้นดื่ม ส่วนคนที่ถูกกล่าวถึงลอยๆนั่นก็หาได้สนใจไม่ ยังคงวอแวจับไม้จับมือเหรินจวิ้นอยู่



“ขนาดนั้นเลยหรือไง”



น้ำเสียงเรียบๆเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองหน้าตาออดอ้อนของคิม ยองเจ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ทำไมจะต้องทำมาเป็นทำหน้าอ้อนแบบนี้ใส่เขาด้วย ทำตัวเหมือนเด็กจริงๆ



“จวิ้นจ๋า วันนี้ฉันเก่งมั้ย?”



“อืม...นายเก่ง”



“ขอบใจนะ งั้นเดี๋ยวรอฉันก่อน เดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดแล้วเราสองคนกลับหอพร้อมกันนะ”



เอ่ยขอบใจพร้อมรอยยิ้มตาหยีที่ชอบทำเป็นประจำ ก่อนจะรีบวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากับเพื่อนๆ...



จะว่าไปวันนี้ฟ้าครึ้มๆอีกแล้ว... ท่าทาง...ฝนคงจะตกอีกตามเคย...

 








18.45 PM.



จริงๆแล้วทั้งเหรินจวิ้นและยองเจตั้งใจว่าจะกลับหอเสียตั้งแต่แข่งบาสเสร็จ แต่เพราะว่าห้อง2ที่คู่ด้วยในการจัดกีฬาสี ได้มาบอกให้ห้องของพวกเขาไปกินเลี้ยงฉลองด้วยกันที่ร้านเนื้อย่างนอกโรงเรียน เพราะได้จัดการเหมาร้านเอาไว้แล้วว่าจะให้ทั้งสองห้องไปด้วยกัน



เพราะความที่ก็ไม่อยากขัดอะไร และเหรินจวิ้นเห็นว่าเพื่อนๆในห้องก็เหนื่อยมาตลอด3วัน จึงได้ตกลงว่าจะไปกับห้อง2



จนกระทั่งตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องกลับเข้ามาในโรงเรียน ฝนก็ดันตกลงมาเสียก่อน เนื่องจากว่าฝนนั้นตั้งเค้าตั้งแต่เมื่อตอนแข่งบาสแมทสุดท้ายแล้ว เมื่อก้าวลงจากรถเมล์ เหล่านักเรียนทั้งสองห้องพวกที่อยู่หอที่เพิ่งจะเดินทางกลับเข้ามาในโรงเรียนก็เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด



และช่างโชคไม่ดีสำหรับเหรินจวิ้นเสียเท่าไหร่ที่เมื่อบ่ายเขาได้เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อและกางเกงนักเรียนธรรมดา โดยไม่ใส่สูทตัวนอกเหตุอันเนื่องมาจากเมื่อกลางวันที่ตัวเองดันซุ่มซ่ามทำไอศครีมเลอะใส่เสื้อสีจนต้องเปลี่ยน เพราะเมื่อวานก็ใส่ชุดพละไปแล้ว จึงต้องเปลี่ยนเป็นเสื้อนักเรียนแทน



เสื้อเชิ้ตนักเรียนสีขาวบางเมื่อถูกน้ำฝนก็แนบลู่ไปกับกายบาง คิม ยองเจเห็นท่าไม่ดี จึงหยิบเสื้อวอร์มแขนยาวในกระเป๋ามาบังให้คนตัวเล็กข้างกาย



แน่นอนเปียกจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนคงไม่ดีแน่ แม้กระทั่งเสื้อกล้ามสีขาวข้างในก็เอาไม่อยู่เลย....



“อ่ะนี่จวิ้นจ๋า สวมนี่ไว้”



เหรินจวิ้นรีบคว้าเสื้อวอร์มที่ตัวใหญ่เกินไซส์ตัวเองขึ้นมาสวมใส่ทันที จริงๆแล้ว เสื้อบางก็ไม่เป็นปัญหาอะไรถ้าว่าตามความจริง แต่มันก็เป็นปัญหาตรงที่ความลับของเขานี่แหละ ถ้าเกิดว่าเปียกจนเห็นไปถึงนั่นเดี๋ยวจะเกิดซวยเอาได้



 “ขอบใจนะ...”

 

 

 






กว่าที่จะวิ่งมาถึงห้องก็เปียกกันจนหนาวสั่น ไม่รู้ทำไมวันนี้ฝนถึงได้ตกหนักนัก ตกประมาณว่าไม่รู้จะหยุดเมื่อไหร่



ทั้งสองต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเอง จนกระทั่งคิม ยองเจที่อาบน้ำเสร็จก่อน ออกจากห้องมาเปิดตู้เย็นรินน้ำ เพื่อกินยาดักไข้ และไม่ลืมจัดไว้เพื่ออีกคนที่ยังอาบน้ำอยู่ด้วย




“จวิ้นจ๋า กินยาก่อนเร็ว”



ยองเจเอ่ยเรียกคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ ให้มากินยาเสียก่อนจะได้ไม่ลืม เขาถือวิสาสะหยิบผ้าขนหนูพื้นเล็กมาเช็ดเส้นผมที่เปียกปอนที่เพิ่งสระมาใหม่ๆของเหรินจวิ้นให้ด้วย



“เช็ดของตัวเองก่อนก็ได้เดี๋ยวฉันเช็ดเอง”



“ของฉันเริ่มแห้งแล้ว ไม่เป็นไรหรอก”




เหรินจวิ้นกลืนยาลงคอแล้วรีบดื่มน้ำตามเสียอึกใหญ่ก่อนจะหลับตาปี๋เพราะความขมของยาเม็ดใหญ่ที่ซึมเขาลิ้นชวนให้คายออกมามากกว่ากลืนลงไป



“โอ๋ๆๆ เด็กน้อยอ่ะ กินยาเม็ดก็ไม่ได้”



เสียงเอ่ยแซวของคนที่กำลังเช็ดผมให้ ทำให้เขารู้สึกหัวเสีย พวกที่กินยาเม็ดได้ไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าคนที่ฝืนกินไม่ได้อย่างเขารู้สึกแบบไหนเวลาต้องกินยาเม็ดแต่ละครั้ง



“เงียบไปเลย เอาผ้ามานี่เช็ดเอง!

 






พรึ่บ!!!



จู่ๆไฟทุกดวงในห้องก็ดับลงรวมทั้งการทำงานของเครื่องประอากาศก็หยุดลงเช่นกัน เดาไม่อยากเลย อะไรแบบนี้....




ไฟดับไง...




มองไปที่หอฝั่งตรงข้ามเห็นว่าดับทั้งหอเหมือนกัน ก็ยังดีที่ไม่ได้ดับอยู่หอเดียว วันนี้วันอะไรกันแน่ สายฝนข้างนอกก็ยังเทลงมาไม่หยุดหย่อนยองเจเปิดไฟฉายโทรศัพท์ขึ้นมา และโทรศัพท์ของเขาก็แบตใกล้หมดแล้วด้วย เพราะว่าเสียงการแจ้งเตือนที่บอกว่าเขาควรชาร์ตแบตให้โทรศัพท์ได้แล้ว....



ตอนนี้ก็เพิ่งจะทุ่มแน่นอนว่าทั้งเขาและเหรินจวิ้นยังไม่มีใครง่วงแน่นอนในเวลาแบบนี้



“มีเทียนกับไฟแช็คอยู่ในลิ้นชักนั่นน่ะ ”



เหรินจวิ้นว่า ไฟฉายเขาเอาไว้ที่ไหนแล้วจำไม่ได้ แต่จำได้ว่ามีเทียนอยู่ ยองเจเองก็ไม่รอช้าที่จะเปิดลิ้นชักเพื่อค้นหาเทียนและแช็คทันที

 



กระทั่งเหมือนแสงเทียนถูกใช้เป็นแสงสว่างแทนความมืด ฝนก็ยังตกลงมาแบบไม่มีท่าทีจะหยุดเหมือนเดิม และเพิ่มเติมคือท้องฟ้าที่เปล่งแสงออกมาตลอดเวลา



ให้ตายเถอะ... ท้องฟ้าแปรปรวณแบบนี้คงหาช่างที่จะมาซ่อมไฟได้ยากแล้วล่ะ....



และถึงแม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะใช้การไม่ได้ แต่เพราะว่าฝนที่ตกหนักแบบนี้ จึงทำให้อากาศเย็นขึ้นมา ออกจะหนาวเสียด้วยซ้ำ.....



ทั้งสองคนนั่งมองแสงเทียนที่ให้ความสว่างชั่วคราว รอจนกว่าไฟฟ้าจะมาหรือจะมีใครง่วงกันไปก่อนเสียเอง

 



!!!!!!



เสียงท้องฟ้าที่ส่งเสียงคำรามในยอมฝนตกแบบนี้ทำให้เหรินจวิ้นสะดุ้งตัวโยน ขยับกายเข้าไปใกล้กับยองเจโดยอัตโนมัติ



ใช่แล้ว...เหรินจวิ้นกำลังกลัว



ฟ้าก็ร้องเสียเสียงดังจนน่ากลัว ฝนก็กระหน่ำลงมาจากท้องฟ้าแรงขึ้น แถมไฟก็ดับ



“กลัวฟ้าร้องเหรอ?”



ใบหน้าหวานพยักขึ้นลงเป็นอันบอกว่าตัวเองกำลังกลัวจริงๆ ความหวาดกลัวยังคงอยู่บนสีหน้าไม่จางหาย



เหรินจวิ้นตอนกำลังกลัวแบบนี้ช่างน่าสงสารเสียจริงในสายตาของคิม ยองเจ...



ไม่รู้ว่าทำไม ในเวลาแบบนี้ที่มีแสงเทียนช่วยให้ความสว่าง พวกเขาทั้งสองต้องมานั่งมองหน้ากันด้วย ท้องฟ้าก็ยังร้องบ้างอยู่ประปรายแต่อาจไม่ดังเท่าในคราแรกๆ



นี่เป็นครั้งแรกที่ยองเจได้มองเครื่องหน้าสวยงามบนใบหน้าหวานนี้ใกล้ๆโดยที่เหรินจวิ้นนั้นรู้ตัว (ปกติแอบมองตอนเหรินจวิ้นหลับ)



ดวงตากลมดำและแพรขนตาที่ยาวงอนมั่นช่างรับกันได้อย่างดี ไหนจะจมูกโด่งสวยเป็นทรง ก็รับกับริมฝีปากบางสีชมพูนั่นเป็นอย่างดีเช่นกัน...



ในสายตาของเขาเหรินจวิ้นสวยจริงๆ น่ามองไปหมด พอได้มองนานๆแบบนี้แล้วก็ไม่อยากจะละสายตาไปไหนเลย...

 







จนกระทั่งในที่สุด ใบหน้าหล่อเคลื่อนเข้าหาอีกคนจนปลายจมูกของเราสองคนชนกัน มันเกิดจากความปรารถนาภายในใจลึกๆ ยองเจรู้ตัวดี และเขาคิดว่าตอนนี้เขามีสติอยู่มากพอ



 แต่หน้าแปลก ที่อีกคนก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้โวยวาย แต่นิ่งเฉยยอมให้อีกคนเคลื่อนตัวเข้าหาใกล้ยิ่งขึ้น จนริมฝีปากของทั้งสองคนนั้นสัมผัสกัน....



คิม ยองเจค่อยๆแนบริมฝีปากลงไปช้าๆ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอ่อนละมุนค่อยแทรกเข้ามา



เนิ่นนานที่ถูกลุกล้ำสัมผัสที่ระหว่างกันและกัน เรียวลิ้นอุ่นที่ไล่ต้อนหาความหวานในโพรงปากของอีกคน และเอวคอดที่ถูกสัมผัสโอบกอดให้เข้ามาแนบชิดกันยิ่งขึ้นกว่าเดิม



เขาค่อยๆถอนจูบออกมา ดวงตาของเหรินจวิ้นนั้นสั่นไหว หัวใจที่เต้นแรงเหตุอันเกิดจากสัมผัสเมื่อครู่



แรงอารมณ์และความปรารถนาต่อกันของทั้งสองคน ท่ามกลางความเงียบ ทำให้ได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจระหว่างกันและกัน...




กายบอบบางถูกโน้มลงบนเตียงนอนนุ่มก่อนจะตามด้วยร่างของอีกคนทาบทับลงมา...







CUT

ไปที่ไบโอทวิต @Orion_7365













TALK



(Rewrite 18/10/2017)

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

1,891 ความคิดเห็น

  1. #1882 mahbigbang (@mahbigbang) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 21:14

    หมดเรี่ยวแรงจะก้าวเดิน แผ่นดินไหวแต่พี่ไม่ไหว-////-

    #1882
    0
  2. วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 01:09
    ไม่คิดว่าจะมีคัทนะเนี่ย รักนะคะไรท์❤️❤️❤️
    #1865
    0
  3. #1846 JymDyo (@JrJamMark) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 18:25
    ขอถังอ็อกซิเจนหน่อยค่ะ ไม่ไหวแล้ว
    #1846
    0
  4. #1799 PInkyland (@thinkpink) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 00:23
    อมกๆ นายมันร้ายเจโน่
    #1799
    0
  5. #935 PeAire (@riapair) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 23:24
    ออมอกอออออ!!! อออออออ ออออ!
    ~จับมือไว้ แล้วเข้าคุกด้วยกัลล~
    #935
    0
  6. #906 triple_min (@mintraxx1999) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 09:15
    ขาก้าวเข้าคุกไปข้างแล้วค่าา
    #906
    0
  7. #726 M909295 (@mookkwangmb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 09:55
    อ๊อกกกเลือดจะพุ่งเมื่อเห็นฉากคัท พิโน่ทำไรไม่ขอเขาก่อนเลยนะมันน่าจับตีจริงๆ
    #726
    0
  8. #674 밀키웨이 (@SWEETYZ_HHCB) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:38
    เหยยยยยย ตอนนี้กลัวดราม่าสุดอะ จวิ้นดูจะไม่โอเคด้วยตอนแจมลองถาม โน่จัดแล้วหรอ ทำไมไม่บอกน้องก๊อนนนน
    #674
    0
  9. #582 Panpin (@rapaxiq) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 03:06
    อ่านถึงตอนนี้ เอามือปิดปากแทบไม่ทัน หืมมมมคัทเว้ยยย น้องจวิ้นนนนนนของพรรรรี่
    #582
    0
  10. #539 np42 (@namthip_b) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 10:15
    คือ...อ่านสปอยแชป17 ก่อนแล้วค่อยมาอ่านแชป16 คือ เอ่อ เข้าใจละ
    #539
    0
  11. #531 mai146 (@mai146) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 21:58
    คิดไม่ถึงว่าจะมีฉากคัท อมกกกก
    #531
    0
  12. #524 Cho_WM (@Cho_WM) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 19:43
    เจโน่ลูกกกกกก จวิ้นเค้ามีพ่อมีเเม่ไปขอเค้าเลยนะ
    #524
    0
  13. #517 Pie_Tuan93 (@Pie_Tuan93) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 17:16
    อารมณ์แบบ..หืม?? ฉากคัท??
    #517
    0
  14. #516 nunnaput2546 (@nunnaput2546) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 15:02
    โน่ทำไมทำลูกสาวชั้นแบบนี้ๆๆๆๆๆ จวิ้นไปอะไรรึป่าวลูก งื้ออออ -โน่บ้า
    #516
    0
  15. #515 plellypleng (@plellypleng) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 12:44
    อ้าว หื้ม? คัต?
    #515
    0
  16. #513 Mayy_EXOL (@nantita-ky) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 11:12
    ตกใจมากจริงๆ คือไม่คิดส่าจะมีฉากคัตเลย งื้ออออออ
    #513
    0
  17. #512 LEE J (@ubonwan123456780) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 10:54
    ใกล้แล้วใกล้แล้ววววว?? เหมือนจวิ้นจ๋ารู้มาก่อนเลยว่ายัยนี้คือเจโน่แต่ยังไม่บอกเจโน่รอมห้เจโน่มาบอกเอง ไม่เดาแล้วค่ะ เพราะมีความสุข5555555555555
    #512
    0
  18. #511 tinnor (@sndonor) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 10:52
    เมื่อไหร่จะบอกคะเจโน่ นี่ลุ้นจะเเย่เเล้ว
    #511
    0
  19. #510 kyungaoy (@kaido13) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 09:30
    โอ้ยสุดจริงๆ555555
    #510
    0
  20. #509 taeten4612 (@daria_4612) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 09:30
    ถ้าจะให้ดี ให้นุ้งจวิ้นท้องด้วย 5555
    #509
    0
  21. #508 DDEARR222 (@DDEARR222) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 09:06
    สัมผัสได้ว่าต้องมีดราม่าแน่นวลลล
    #508
    0
  22. #507 VevyyK (@pbhy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 08:44
    กริ้สสสสสสสสสสสสสสสสสส ว้ายตั่ยแล่ววววววสว
    #507
    0
  23. #506 park_pam (@palmypaphon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 08:25
    -เราก็นึกว่าไม่ไรหรอกน่าา ฉากคัทเฉยเลยยย
    #506
    0
  24. #505 โด้โด้ (@gamkanwara) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 08:23
    ฮืออออออ;-;เขินมากอ่ะขอโอ่งให้กรี้ดด้วยค่ะ
    #505
    0
  25. #504 tyren.95 (@marry95) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 05:21
    ตอนเห็นฉากคัทตกใจมาก ตอนแรกคิดว่าไฟดับแล้วพี่โน่นางจะบอกความจริง แต่ไม่ใช่แหะคดีพลิก เค้ากดกันเฉยเลยแม่จ๋า แงงง ; /// ; แต่การมีฉากคัทยิ่งทำให้ชุ้นกลัวว่าพอโน่สารภาพแล้วจวิ้นยิ่งโกรธ ฮือออ
    #504
    0