[จบแล้ว] [NCT] ✬WILL✬ {NOREN} Ft. MARKMIN , CHANLE

ตอนที่ 4 : ✬WILL✬ EPISODE3 100% (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    3 มี.ค. 62





 ✬WILL✬ EPISODE3 





ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันศุกร์เสียที... วันนี้ที่เหรินจวิ้นเฝ้ารอมาตลอดทั้งอาทิตย์ บอกตามตรงว่าเขาไม่เคยอยากวันศุกร์สุดสัปดาห์มันมาถึงเร็วๆแบบนี้มาก่อน แต่ตั้งแต่มีนายคิม ยองเจนั่นเข้ามา..เหอะ! แค่ชื่อเขายังไม่ค่อยอยากจะเอ่ยถึง ก็นายนั่นน่ะ ทั้งวุ่นวายและจุ้นจ้านกับชีวิตเขาเป็นที่สุด แค่อยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่ก็ทำให้ไม่ได้...



ตอนนี้เหรินจวิ้นกำลังเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านในวันเสาร์อาทิตย์โดยที่พ่อของเขากำลังจะมารับ และตอนนี้คิม ยองเจก็ยังไม่ได้กลับห้องอยู่เช่นกัน






Rrrrrrrrr



โทรศัพท์มือถือของเหรินจวิ้นที่ดังขึ้นทำให้เจ้าตัวต้องละความสนใจจากการเก็บของใส่กระเป๋ามากดรับ ซึ่งคนที่โทรมานั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพ่อของเขานั่นเอง...



“ฮัลโหล ว่าไงฮะป๊า..”




จวิ้น คือว่าพอดีเย็นนี้ป๊ามีประชุมด่วน อาจจะไปรับลูกที่โรงเรียนประมาณเกือบทุ่มๆนะ



“ป๊า...ไม่เอาอ่ะ จวิ้นไม่อยากรอนาน ให้จวิ้นนั่งรถกลับไปเองก็ได้ฮะ”



ไม่เอา ป๊าเคยบอกว่าไม่ให้จวิ้นนั่งรถกลับคนเดียวตอนเย็นๆไง รอหน่อยเถอะนะลูก เนี่ย.. อีกไม่นานหรอกเนอะ



“ป๊าอ่า....”



แค่นี้นะลูกเดี๋ยวป๊าจะเข้าประชุมแล้ว ประชุมเสร็จแล้วป๊าจะรีบไปรับจวิ้นทันทีเลย



ไม่รอให้ลูกชายได้ทันเอ่ยตอบรับอะไรกลับมา ซือเฉิงก็รีบกดวางสายทันที เพราะธุระที่เร่งเร้าเข้ามา



และนั่นทำให้เหรินจวิ้นทำได้แค่เพียงถอนหายใจด้วยความเซ็ง นี่เขาอยากจะกลับบ้านจะตายอยู่แล้ว แต่ผู้เป็นพ่อก็ดันมีธุระด่วนเข้ามาเสียก่อน..



“อ้าว..นี่เก็บของกำลังจะไปไหนเนี่ย?”



จู่ๆคิม ยองเจก็เข้ามาในห้องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันยิ่งทำให้เหรินจวิ้นรู้สึกเซ็งเสียยิ่งกว่าเดิมอีก แค่เห็นหน้าคนๆนี้ก็พาลให้หงุดหงิดใจเสียแล้ว นี่เขาก็พยายามลดอคติลงไปเยอะ แต่เพราะความที่ชอบกวนประสาทของนายนี่แท้ๆนั่นแหละ



“เอ้า..เงียบอีก นี่นายไม่อยากพูดกับฉันขนาดนั้นเลยเหรอไงห๊ะเหรินจวิ้น”



“ฉันกำลังเก็บของ ไปในที่ๆอยู่แล้วไม่ต้องเห็นหน้านายไง พอใจหรือยัง?”



“โหย...ทำไมอ่ะ ฉันออกจะหล่อขนาดนี้ ทำไมนายถึงไม่อยากเห็นฉันล่ะเหรินจวิ้น? ใจร้ายจังนะ...”



นอกจากจะไม่สะทกสะท้านในคำพูดของคนตัวเล็กตรงหน้าแล้ว คิม ยองเจคนเดิม เพิ่มเติมคือความกวนประสาท ยังตอกกลับด้วยคำพูดที่ฟังดูหลงตัวเองแบบนั้นอีกต่างหาก



แต่แล้วยังไงล่ะ ก็ในเมื่อสิ่งที่ได้กลับมาก็คือสีหน้าที่เย็นชาของเหรินจวิ้นเหมือนเดิม ให้บอกตามตรงคือยองเจไม่ชอบสีหน้าเย็นชาของเหรินจวิ้นจริงๆนะ ทำไมอีกคนต้องทำแต่หน้าแบบนั้นอยู่แค่หน้าเดียวเกือบจะตลอดเวลา ทำไมไม่ค่อยยิ้ม หรือว่าหัวเราะบ้าง อยากรู้เหมือนกันนะ ว่าเวลาเหรินจวิ้นยิ้มด้วยความสุขแล้วจะเป็นยังไง จะน่ารักหรือเปล่านะ...



“ถ้าจะพูดหลงตัวเองก็ช่วยไปพูดให้คนอื่นฟังนะ”



เอาเถอะ... ทุกวันนี้ยองเจโดนเหรินจวิ้นดุ ด่า ว่า กล่าว จนมีภูมิคุ้มกันในตัวไปแล้ว จะมามากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้เขาก็คงไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วล่ะ



“นี่เหรินจวิ้น... นายรู้มั้ย ว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครด่าหักหน้าฉันขนาดนี้แบบนายเลยนะ”



ยองเจว่าพลางนั่งลงบนโซฟาข้างคนตัวเล็กที่กำลังจัดของลงกระเป๋าเสื้อผ้า..



“เหรอ...งั้นนายก็รู้ไว้ด้วยเหมือนกันนะ ว่าตั้งแต่เกิดมา ก็ไม่เคยมีใครทำให้ความอดทนฉันหมดลงง่ายๆแบบนายเหมือนกันคิม ยองเจ..”



ประโยคที่เอื้อนเอ่ยมาด้วยคำพูดที่แสนจะเย็นชาตามประสาเจ้าตัว แต่มันก็เจ็บแสบทำให้คนฟังอย่างยองเจหน้าชาขึ้นมาเช่นกัน...



“นี่นายไม่คิดจะพูดดีๆกับฉันบ้างหรือไง หืม?”



ยองเจเอ่ยพลางเอื้อมแขนไปวางบนไหล่เล็กของเหรินจวิ้นเป็นการโอบไหล่อย่างเนียนๆ



“ไม่แม้แต่จะอยู่ในสมอง แล้วเอาแขนนายออกไปด้วย...”



“นี่เหรินจวิ้น.. บอกฉันหน่อยได้มั้ยว่าทำไมนายถึงต้องเป็นแบบนี้ล่ะ มันมีเหตุผลอะไรหรอ ที่นายถึงไม่อยากมีเพื่อน ”



นอกจากจะไม่เอาแขนออกจากไหล่เจ้าของ คิม ยองเจ ยังคงถามต่ออีก ซึ่งเมื่อเขาเอ่ยคำถามจบ  ความเงียบก็เข้าปกคลุมคนทั้งสอง..เหรินจวิ้นกลับนิ่งไปจากที่นิ่งอยู่แล้ว ยองเจเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้อีกคนกำลังคิดอะไรอยู่เหมือนกัน



“ฉันจะเป็นยังไงแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายเหรอยองเจ?”



เมื่อพูดจบเหรินจวิ้นก็ดึงท่อนแขนที่วางพาดอยู่บนไหล่ของตัวเองออกไปแล้วสะพายกระเป๋าเป้ที่ได้จัดไว้แต่แรกเดินออกจากห้องไปทันที 




“เหรินจวิ้น ! เดี๋ยว!  โถ่เอ๊ย!

 






และแล้วจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึง2ทุ่มกว่าๆ ตั้งแต่ที่เหรินจวิ้นนั้นเดินออกจากห้องไป คิม ยองเจ ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ไปไหน เขาไม่ได้นึกว่าสิ่งที่เอ่ยกับเหรินจวิ้นเมื่อตอนเย็นจะทำให้คนตัวเล็กโกรธมากขนาดนั้น แต่เขาก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าเหรินจวิ้นจะโกรธเขาหรือเปล่า หรือแค่ตอบกลับมาแบบสไตล์เจ้าตัว



“เฮ้อ... ทำอะไรลงไปวะกูแม่ง!



ปกติเหรินจวิ้นเองก็ไม่ค่อยชอบหน้าเขาอยู่แล้ว ยิ่งเป็นแบบนี้ก็ยิ่งหาทางสนิทกันได้ยากขึ้นไปอีกสินะ....



“เฮ้อ......”



ด้วยความที่ว่าอารมณ์ก่อนหน้านี้มันหม่นหมองลงไปหมด ทำให้เขาไม่มีกระจิตกระใจที่จะทำอะไรทั้งสิ้น ยองเจตัดสินใจลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปในห้องของคนที่ไม่อยู่อย่างถือวิสาสะ....



เปิดประตูเข้าไปในห้องที่มีขนาดกว้างเท่ากับห้องที่เขาได้พักอยู่ตรงข้ามในตัวห้องเดียวกัน แต่ว่าห้องของเหรินจวิ้นนั้นถูกจัดอย่างเรียบง่ายและเป็นระเบียบ บนโต๊ะลิ้นชัด มีกรอบรูปที่คาดว่าจะเป็นรูปครอบครัวตั้งอยู่ด้วย



อาซือเฉิง น้าคุน....



บนเตียงนอนสีขาวก็มีเจ้าตุ๊กตาหน้าตาคล้ายๆม้าแต่เป็นสีขาวตัวใหญ่วางอยู่ ไอ้เจ้าตัวนี้มันชื่อว่าอะไรนะ? ถ้าจำไม่ผิดตอนที่เคยได้ยินแฟนมร์คเรียก เห็นว่าชื่อมูมินละมั้ง..



เขาว่ากันว่าห้องนอนจะเป็นอะไรที่บอกตัวตนของคนแต่ละคน ยองเจเดินสำรวจไปรอบๆห้อง ก็พบเพียงแค่ชั้นวางหนังสือ เขาก็ถือวิสาสะอีกครั้งที่จะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน



มันเป็นหนังสือนิยายภาษาอังกฤษ เล่มเก่าๆและมันก็ถูกวางไว้ข้างบนสุดของหนังสือทั้งหมด



Moon crystal



หนังสือขนาดพกพาที่ข้างหน้าปกเริ่มซีดตามกาลเวลาของมัน มีข้อความภาษาอังกฤษที่คิดว่าคงจะเป็นชื่อเรื่องถูกตีพิมพ์ไว้อยู่ ยองเจลองเปิดไปมามองแบบผ่านๆจนมาถึงหน้ากลางๆ



“หืม...”



อะไรบางอย่างที่หล่นลงมาจากหน้าหนังสือทำให้เขาต้องก้มลงไปเก็บ...

มันเป็นกระดาษโฟโต้ซึ่งด้านหลังสีขาวได้เขียนข้อความบางอย่างเอาไว้สั้นๆ



คิดถึง...



เมื่อพลิกอีกด้านดูกลับพบว่ามันเป็นแค่ภาพถ่ายเก่าๆภาพหนึ่ง ภาพถ่ายธรรมดาๆที่กำลังมีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆสองคนกำลังยืนยิ้มให้กล้องที่กำลังถ่ายอยู่



เด็กชายคนหนึ่งก็ยิ้มจนตาหยีปิดไปหมด ส่วนเด็กชายอีกคนที่ตัวเล็กกว่าก็ยิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็กๆของตัวเอง...






“คิดถึงเหมือนกัน....”







................................................................





18.30 PM.



ช่วงยามเย็นของวันอาทิตย์ ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าฝันจะตก  ทั้งๆที่ไม่มีท่าที ทำให้ยองเจไม่สามารถออกจากห้องไปไหนได้ ทั้งๆทีแรกเขากะว่าจะไปหาขนมอะไรกินที่แคนทีนอยู่แล้ว แต่ฝนก็ดันมาตกเสียก่อน แล้วก็ยังตกหนักมากเสียด้วยสิ...



Rrrrrrrrrrrrr



โทรศัพท์มือถือ ที่ดังขึ้นทำให้คิม ยองเจที่นั่งอยู่คนเดียวในห้องต้องหันไปให้ความสนใจกับมัน



-คุณพ่อ-



เมื่อเห็นว่าเป็นรายชื่อของใครโทรเข้ามา ยองเจเลือกที่จะกดปิดเสียงไปทันที



ปล่อยให้คนปลายสายโทรต่อไปอยู่อย่างนั้น แล้วยองเจจึงเดินออกมาจากห้องปล่อยโทรศัพท์เอาไว้อยู่อย่างนั้น...

 



แกร๊ก



เมื่อยองเจเดินออกมาจากนอกห้อง ก็พบว่าเหรินจวิ้นเองก็ได้กลับมาถึงห้องพอดี พอคนตัวเล็กเปิดประตูเข้ามา ภาพที่เขาเห็นเหรินจวิ้นเนื้อตัวเปียกปอนไปหมด คงเพราะว่าเจ้าตัวคงจะวิ่งฝ่าสายฝนที่ตกหนักมาสินะ..



“กลับมาแล้วเหรอ...”



คำทักทายที่ยองเจนั้นเอ่ยกับเหรินจวิ้นไป มันก็เหมือนกับเป็นการพูดคนเดียวอย่างไรอย่างนั้น เพราะสิ่งที่เขาได้กลับมาก็มีแต่เพียงความเงียบแล้วก็สีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ความรู้สึกใดๆของเหรินจวิ้นเท่านั้น...



ให้ตายสิ...จากที่เงียบอยู่แล้วก็เงียบเข้าไปมากกว่าเดิมอีกเลยสินะทีนี้



เหรินจวิ้นเอากระเป๋าเป้ที่สะพายมาด้วยเดินเข้าไปในห้องนอนของตนแล้วปิดประตูห้องไป ยองเจก็ทำได้เพียงแค่มองตามอีกคนไปก็เท่านั้น...ถึงแม้ว่าจะเป็นห่วงมากแค่ไหนแต่ตอนนี้เขาก็คงจะทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เพราะว่าเขานั้นไม่อยากจะให้อะไรๆระหว่างเขาและเหรินจวิ้นมันแย่ลงไปมากกว่านี้..



เพียงไม่นานถึงชั่วโมงฝนที่ตกหนักนั้นเลยซาลงแล้วเหลือตกแค่ลงเม็ดปรอยๆ เหรินจวิ้นในชุดนอนตามปกติก็เดินออกมาจากห้อง สงสัยว่าก็คงจะไปหาอะไรกินที่แคนทีนล่ะมั้ง แต่ว่าเขาโทรสั่งให้ดงฮยอกกับมาร์คซื้อมากินด้วยกันข้างบนแล้ว



“จะไปแคนทีนเหรอ อยู่กินมื้อเย็นกับฉันก็ได้นะ โทรสั่งมาร์คกับดงฮยอกแล้ว”



ยองเจลองเสี่ยงเอ่ยชักชวนคนตัวเล็กที่กำลังจะเปิดประตูออกไปจากห้อง ซึ่งอีกคนก็ไม่ได้ถึงกับใจร้ายที่จะปล่อยให้คำชวนของเขาไร้ความหมาย..



“ขอบใจ แต่...ไม่เป็นไรหรอก”



เมื่อเอ่ยจบ เหรินจวิ้นก็เดินออกไปจากห้องทั้งที ยองเจก็แค่รู้สึกอยากจะขอโทษเหรินจวิ้นเรื่องเมื่อ2วันก่อน เขาไม่รู้ว่าเรื่องที่ถามมันเป็นเรื่องที่กระทบต่อจิตใจคนตัวเล็กมากแค่ไหน ที่ถามไปก็เพราะว่าเป็นห่วงก็เพียงเท่านั้น...

 





 เมื่อกลับมาถึงห้องเหรินจวิ้นก็กะว่าจะเข้านอนทันที เพราะเมื่อครู่ที่ออกไปจากห้อง เขาไปทานมื้อเย็นที่แคนทีนมา แถมยังไปช่วยติวก่อนเรียนให้เฉินเล่อเสียนานสองนาน แล้วกว่าจะกลับมาถึงห้องนั้นก็ได้เวลาเข้านอนอยู่พอดี



เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาก็พบว่าคิม ยองเจรูมเมทของเขากำลังนั่งดูทีวีอยู่อย่างสบายใจ

จะว่าไปตั้งแต่เขากลับมาก็ไม่เห็นอีกฝ่ายจะมาแกล้งกวนประสาทให้เขาปวดหัวเลยสักนิด

ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องหงุดหงิด เงียบๆต่างคนต่างอยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว..



“กลับมาแล้วเหรอ อย่าลืมกินยาดักไข้ไว้ด้วยนะ เมื่อเย็นนายตากฝนมานี่”



“อืม...”



ไม่รู้สิ..ยองเจอาจจะเอ่ยเตือนเพียงเพราะว่าในฐานะที่เหรินจวิ้นนั้นเป็นรูมเมทเพื่อนร่วมห้องแค่นั้นก็ได้







6.00 AM.



เมื่อตื่นขึ้นมาตามเสียงของนาฬิกาปลุกแต่เช้า เหรินจวิ้นก็ถูกอาการไข้และปวดหัวเข้าเล่นงานจนได้



ใช่สินะ...เพราะว่าเมื่อคืนเขาลืมกินยาดักไข้อย่างไรล่ะ จริงๆเหรินจวิ้นกะว่าถ้าออกหนังสือจบแล้วจึงจะกินยา แต่แล้วเขานั้นก็ลืมจนได้ แถมยังลืมไปเสียสนิทเลย...



“แค่กๆ”



ทั้งเจ็บคอ ทั้งไอ ทั้งปวดหัว แถมยังไข้ขึ้นอีก นี่มันอาการหวัดอย่างเต็มรูปแบบเลยสินะ ทั้งๆที่เขาก็แค่ตากฝนมาแป๊บเดียวเองนะ...



เขาลากสังขารตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัวจัดกระเป๋าเตรียมตัวที่จะไปเรียน แต่ดูเหมือนวาน

อาการมันก็ไม่ค่อยดีขึ้นมาเลย...



“แค่กๆ”



“นายเป็นหวัดเหรอเหรินจวิ้น?”



คิม ยองเจที่เพิ่งจะตื่นแล้วเดินออกมาจากห้องเอ่ยถามคนตัวเล็กที่กำลังไอ แถมตอนนี้ก็เห็นว่าอีกคนกำลังรินน้ำใส่แก้วเพื่อกินยาอยู่



“นายดูไม่ค่อยดีเลยนะ หยุดเรียนมั้ย เดี๋ยวฉันบอกคุณครูให้”



“ไม่เป็นไร...”



ปากก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่น้ำเสียงที่ตอบกลับมายองเจฟังแล้วยังรู้สึกไม่โอเคแทน ก็เพราะว่าเสียงของเหรินจวิ้นตอนนี้นั้นทั้งแหบ แล้วเจ้าตัวก็ยังกระแอมกระไอตลอดเวลา เพราะว่าเหรินจวิ้นนั้นกำลังฝืนตัวเองอยู่...



“แต่ยังไงนายก็ควรพักก่อน ถ้าเกิดไปโรงเรียนแล้วเกิดมันแย่ลงมันก็จะไม่ดีนะ”



“ฉันบอกว่าไม่เป็นไรก็คือไม่เป็นไรไงยองเจ...”



คนหัวดื้อกินยาที่อยู่ในมือพร้อมกับดื่มน้ำที่อยู่ในแก้วจนหมด หลังจากนั้นก็สะพายกระเป๋าเป้ก่อนจะเดินออกไปจากห้องไม่สนใจเขาเลยสักนิด..



“เฮ้อ...ดื้อจริงๆเลย”

 

 

 








11.50 AM.



คิม ยองเจนั่งมองแผ่นหลังของคนดื้อที่ตอนนี้ดูเท่าไหร่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะโอเคขึ้นจากเมื่อเช้าเลยสักนิด แถมยังดูแย่ลงอีก 



“จ้า... พี่ก็คิดถึงนานะจังเหมือนกัน ”



“อือ..เอาไว้วันเสาร์เดี๋ยวพี่นั่งรถไปหาในโซลนะ อื้อ..สัญญาสิ แค่นี้ก่อนนะจ๊ะเดี๋ยวจะลงไปกินมื้อเที่ยงกันละ บ๊ายบาย รักนานะจังนะจุ๊บๆ”



เสียงของลี มาร์คที่ตอนนี้กำลังคุยกับคนรักที่อยู่ที่โซลเรียกเสียงโห่แซวของซอ ดงฮยอกและเพื่อนๆรอบๆและข้างๆได้อย่างดี ก็ในเมื่อเจ้าตัวเล่นคุยไม่แคร์คุณครูผู้สอนรายวิชาคณิตศาสตร์เลยสักนิด..


ปึง ปึง ปึง


“คุณลี มาร์คคะ นี่ยังอยู่ในเวลาเรียน แล้วก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยกับใคร กรุณาเก็บเครื่องมือสื่อสารของคุณด้วยค่ะ”



เสียงของคุณครูที่สอนทุบโต๊ะด้วยไม้บรรทัดก่อนที่มาร์คจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าไปทันที และทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ



“เฮอะ..เป็นไงล่ะมึงสมน้ำหน้าอยากคุยโทรศัพท์ในคาบเรียนดีนัก”



เสียงเย้ยจากซอ ดงฮยอกทำเอามาร์คคิ้วกระตุกจึงต้องเอ่ยแซะกลับบ้าง


“พวกไม่มีแฟนก็คงไม่เข้าใจอะไรแบบนี้หรอก หึ!



คำโต้กลับของลี มาร์คที่ฟังดูแล้วก็เจ็บแสบไม่แพ้กันดังมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ซอ ดงฮยอกก็ทำได้เพียงเบ้ปาก ใช่ซี้...ไอ้คนติดแฟน มาอยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ก็คงคิดถึงแฟนใจจะขาดรอนๆสินะ





กริ๊งงงง ~



เพียงเวลาผ่านไปไม่นาน เสียงสวรรค์ของเหล่านักเรียนทั้งห้องก็ดังขึ้นเป็นการบอกเวลาหมดคาบ นักเรียนทุกคนล้วนกรูกันวิ่งออกจากห้องเพื่อไปที่แคนทีน

 

“อาเหริน อาเหรินตื่นได้แล้ว เลิกเรียนแล้วไปกินข้าวกันเหอะ”



เฉินเล่อเดินมาหาเหรินจวิ้นที่โต๊ะเพื่อจะปลุกเพื่อนที่หลับให้ตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน... แต่มันก็ออกจะแปลกๆนิดหน่อย...ปกติเหรินจวิ้นไม่เคยหลับในคาบระหว่างเรียนเลยนี่...



“อาเหริน”



แต่ว่าในตอนนี้เฉินเล่อทั้งเขย่า ทั้งเรียกจนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วเหรินจวิ้นนั้นก็ไม่ยอมตื่นเสียที..



เฉินเล่อค่อยพลิกตัวอีกคนที่นอนฟุบอยู่กับโต๊ะก็ต้องตกใจที่ใบหน้าเหรินจวิ้นนั้นซีดจนเกินความปกติ แถมตอนนี้ก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาอีกด้วย



“เฮ้ย! อาเหริน!

 









TALK



-Rewrite-
(13/8/2017)
O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

1,891 ความคิดเห็น

  1. #1879 mahbigbang (@mahbigbang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 17:00

    น้้องดื้ออออ

    #1879
    0
  2. #1838 Strony (@Strony) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 23:39
    โอ้ยๆๆๆๆ แม่เจ้าโว้ย ใจบ่ดี
    #1838
    0
  3. #1798 PInkyland (@thinkpink) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 23:40
    เห้ย พระเอก! เปิดตัวเลย ลุย!
    #1798
    0
  4. #845 Exo12Jula (@Exo12Jula) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 22:02
    น่าจะยอมเสียมารยาทเข้ามาในห้องดูอาการเหรินซักหน่อยนะเจโน่ ตื่นมาแล้วป่วยเลยอ่ะะะะ
    #845
    0
  5. #819 MARKTUAN190 (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 23:20
    ฮือออเหรินลืมไงแถมดื้อ แต่หมั่นไส้มาร์คลีกับนานะจังจังเลยคะ
    #819
    0
  6. #661 밀키웨이 (@SWEETYZ_HHCB) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 11:17
    เจมาดูแลน้องเร็วลูก จวิ้นไม่เป้นไรนะะะะ
    #661
    0
  7. #493 M909295 (@mookkwangmb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 23:35
    ฮือออยัยหนูป่วยน่าสงสารอ่า เจโน่มาดูแลหน่อยลูก
    #493
    0
  8. #428 anoter_star28 (@another14_star28) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 10:06
    โอ๊ยยย ยัยป่วยเเง้ เจโน่อ่าาา คิดถึงเหมือนกันก็บอกเขาปายยยยยยย บอกเขาว่าเราคือใครร
    #428
    0
  9. #256 ihafaiifap (@febtakung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:26
    คิดถึงเหมือนกัน เอ้อออออรีบบอกความจริงเซ่เจโน่!!!!
    แต่นี่ก็เข้าห้องจวิ้นโดยพละการ เดี๋ยวก็โดนโกรธหรอก
    จวิ้นป่วยแน่เลย แง 
    #256
    0
  10. #120 THE JOO (@taehyung95zz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 01:34
    โอ้ยยยยยยย แอบน้ำตาคลอเบาๆอะ เหรินอ่า คงฝังใจมากๆแน่ๆ TT
    #120
    0
  11. #114 maimes' ❀ (@wacharaporn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 22:22
    ตอนดูรูปแล้วบอกคิดถึงเหมือนกันนี่แบบจะร้องไห้ คิดถึงทำไมไม่รีบกลับมา
    สงบศึกกันสักทีเถอะอยากเห็นน้องเหรินกลับมาเป็นเหรินจวิ้นที่สดใสเหมือนเดิม
    ดื้อจังเลยอยากจับมาตีก้นสักที ยองเจเตือนก็ไปฟังเป็นหนักเลยทีนี้
    #114
    0
  12. #91 Quint.95 (@marry95) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 22:12
    เรื่องน้องเหรินเป็นลมนี่ต้องถึงหูพี่โน่คะ อยากเห็นเค้าดูแลกันให้แม่ฟิน -/- เจโน่รู้แล้วใช่มั้ยว่าเหรอนจวิ้นคือเพื่อนวัยเด็กของตัวเอง
    #91
    0
  13. #87 np42 (@namthip_b) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 08:14
    เหรินจวิ้นอ่า หนูน่าจะพักนะไม่น่าฝืนตัวเองแบบนี้
    #87
    0
  14. #86 imyora (@imyora) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 22:45
    คือโน่รู้แล้วใช่มั้ยว่าเหรินเป็นเพื่อนตอนเด็ก? เหรินทำไมดื้อจริงเลย
    #86
    0
  15. #85 LEE J (@ubonwan123456780) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 22:38
    เจโน่นรู้ยัง? รู้แล้วป่าว55555 แปปชอเวลากลับไปอ่านใหม่ก่อน ส่วนเหรินตะไมหนูดื้อแบบนี้
    #85
    0
  16. #84 PIMROSE_1875 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 21:18
    เจโน่นี่ทะเลาะอะไรกันกับคุณพ่อ

    แล้วนุ้งจวิ้นหนูไม่น่าดื้อเลยลูกเป็นลมเลยเห็นมั้ยยย

    Me//*วิ่งไปตามพี่โน่มาอุ้ม*
    #84
    0
  17. #83 BI'BEW (@bewtysuju) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 13:23
    เจโน่นะเจโน่ ไม่บอกเขาแล้วยังแกล้งเขาอีก
    #83
    0
  18. #82 np42 (@namthip_b) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 13:00
    ทำไมอ่านแล้วมันหน่วงๆ ฮืออออ เหรินจวิ้นอ่าาา ทำไมน่าสงสารจัง
    #82
    0
  19. #81 ชลิตา สีลาไหม (@lovekp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 23:28
    เจโน่รู้แล้ววววว ฮืออเขิน
    #81
    0
  20. #80 kyungsoonui (@kyungsoonui) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 22:48
    เขินนรรร
    #80
    0
  21. #79 xiao li (@wanna_yr19) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 22:34
    รู้แล้วหรอออ. เหรินหนูจะรู้วันไหนดีลูกก
    #79
    0
  22. #78 khun-p (@gingggg) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 20:58
    คิดถึงก็บอกเขาไปสิ พูดอะพูดดดดดด
    #78
    0
  23. #77 0920NIGHT (@0920NIGHT) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 20:56
    คิดถึงเหมือนกัน ถถถลูก บอกเขาให้ได้ยินซิลูก...
    #77
    0
  24. #76 PapairW (@PapairW) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 19:45
    อ๊ายยยยยย รู้แล้วใช่มั้ย รออีกครึ่ง
    #76
    0
  25. #75 PCYOSH (@PCYOSH) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 19:44
    คิดถึงแล้วไมไม่บอกจวิ้นล่ะโน่
    หืออออ
    #75
    0