Home Coming ( Hinata X Kageyama ) Haikyuu!! Fanfic

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,400 Views

  • 8 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    27

    Overall
    1,400

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

วิ่งไปด้วยทุกเรี่ยวแรงที่เหลือในขาทั้งสองนี้...บนเส้นทางที่ทอดยาว เมื่อโตขึ้น ฉันและนายจะไม่ได้เดินบนเส้นทางเดียวกันอีกแล้วนะ นายจะคิดถึงฉันใช่ไหม


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้







HINATA & KAGEYAMA

fanfiction



เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 27 ก.พ. 61 / 10:52

บันทึกเป็น Favorite


 


HOME COMING 

(HINATA X KAGEYAMA )







วิ่งไปด้วยทุกเรี่ยวแรงที่เหลือในขาทั้งสองนี้...บนเส้นทางที่ทอดยาว

...

ในขณะกำแพงกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ นกกาที่ปีกกล้าขาแข็งโผขึ้นจากพื้นดิน ปัง! ชั่วพริบตา เขาก็ไปอยู่ตรงที่เขาตั้งใจไว้แล้ว

...ณ จุดสูงสุดเหนือกำแพง จุดที่เขาเฝ้าฝันมาชั่วชีวิต

ดวงตาของนักล่ามองไปยังภาพเบื้องหน้า ภาพที่ไม่สามารถมาเห็นได้ด้วยตัวคนเดียว ภาพที่สวยงามของชัยชนะ แสงแห่งความหวังที่ลอดออกมาจากกำแพง แม้แสงนั้นจะริบหรี่มากก็ตาม แต่มันก็มากเพียงพอแล้ว

ในอึดใจเดียว ลูกบอลก็พุ่งมาที่เขา และช้าลงที่ด้านหน้าแม่นยำ มันถูกเซ็ตมาให้เขาตบได้ง่ายที่สุด ไม่ต้องลังเลอะไรทั้งนั้น เขาตบมันด้วยการทิ้งข้อศอกด้านขวาอย่างเร็วและแรงแบบที่อุชิวากะเคยแนะนำ และควบคุมองศาของฝ่ามือแบบโงชิกิเคยสอนเขา

ชั่วพริบตา เสียงดังสนั่นไปทั่ว ลูกบอลที่ถูกตบอัดสะท้อนจากพื้นลอยสูงขึ้นไปสูงเสียดฟ้า เขาข้ามกำแพงไปได้แล้ว

ไม่สิ...พวกเราได้ข้ามกำแพงไปแล้ว

 

          “โย้ช ช่า!”เสียงของความภูมิใจดังลั่นโรงยิมคาราสึโนะ

          “ไนซ์ คิล! ฮินาตะ”ยามากุจิตะโกนมาจากแดนหลัง ดังกว่าเสียงของรุ่นน้องที่อยู่ใกล้กับเขาเสียอีก

                “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทีมเราถึงเป็นแชมป์ประเทศสามสมัย”รุ่นน้องปีหนึ่งว่า

                “รุ่นพี่ฮินาตะ เมื่อกี้ ลูกตบตรงสุดยอด! เฉียบคมและอัจฉริยะที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลยครับ”รุ่นน้องปีสองที่เป็นลิเบอโรชมจนเจ้าตัวยืนไม่ติดพื้น

          “ฉัน...อัจฉริยะเหรอ ขอบใจนะ ฮ่าๆ”รุ่นพี่ปีสามผู้มีเรือนผมยุ่งสีแสบตาตอบอย่างขวยเขิน และแล้ว มือใหญ่ก็ฟาดแรงเข้าที่หลังของเขาอย่างแรงจนตัวโยน

          “เจ้าโง่! เขาหมายถึงลูกตบ ไม่ใช่นาย ฮินาตะ เจ้าโง่!

          “ก็แหม มันก็นะ มันอดดีใจไม่ได้นี่นา แต่เมื่อกี้...นายพูดเจ้าโง่ตั้งสองรอบแน่ะ”เจ้าตัวพึมพำไม่วายลืมหยอดเรื่องไวยากรณ์ของเพื่อนสนิท

          “เออ! นายเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันคิดคำด่าคำอื่นไม่ออกเลยไง”คาเงยามะขมวดคิ้วแน่น

          “นี่ ใจเย็นๆนะ”ยาจิ ผู้จัดการของชมรมพยายามควบคุมสถานการณ์ แม้ว่าสองคนนี้จะทะเลาะกันประจำ จนเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้

          “โตแต่ตัวจริงๆนะ ไม่สิ...มีบางคนไม่โตทั้งตัวทั้งความคิดเลย ไม่ไหวๆ”สึกิชิมะพูดลอยๆอย่างตั้งใจ

          “ว่าไงนะ...”คาเงยามะตะโกนพร้อมกันกับฮินาตะ

          “เดี๋ยวๆ เขาหมายถึงฉัน นายไม่เกี่ยว”ฮินาตะกระซิบคนที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนคนที่หยุดสูงแล้ว และดูเหมือนคาเงยามะจะพึ่งรู้ตัว

          “เอาล่ะ! งั้นวันนี้พอแค่นี้ ทำความสะอาดแล้วกลับกันเถอะนะ ก่อนจะเย็นไปกว่านี้”ยามากุจิมองไปรอบๆพร้อมกับตบมือเสียงดังแบบที่ทำทุกครั้ง แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้ทำหน้าที่เป็นกัปตันของทีม

          “ผมยังเหลือแรงอีกเยอะนะครับรุ่นพี่!”เด็กปีหนึ่งประกาศเสียงดังด้วยความฮึกเหิม

          “เอ้าๆ ลูกรักฮินาตะบ้าพลังอีกแล้ว”สึกิชิมะว่าพรางยิ้มพราย

รุ่นพี่ฮินาตะที่แสนดีย่นปากใส่ดวงจันทร์ รุ่นน้องสุดที่รักของเขาแค่มีไฟแห่งวัยรุ่นมากไปหน่อย มากไปในบางที... ดวงจันทร์ยิ้มเยาะดวงอาทิตย์ด้วยความเอ็นดู ปกติเขาจะรู้สึกดูถูกมากกว่า แต่คราวนี้ เขาอดที่จะเอ็นดูไม่ได้ คงเพราะมันเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

...นี่มันก็แค่ชมรม นี่มันก็แค่ความรู้สึก นี่มันก็แค่ความสัมพันธ์ แต่มันกลับมีความหมายมากมาย

          “ฉันว่าพอแค่นี้ดีกว่านะ อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมกันแล้ว ถ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมา เดี๋ยวจะเป็นปัญหาเอา”ยาจิอธิบา ท่าทางน่ารักของเธอทำให้รุ่นน้องหัวใจเต้นแรงไปตามๆกัน ผู้จัดการสาวยิ้มแห้ง เมื่อเธอหันไปข้างๆก็เจอเข้ากับรุ่นน้องอีกคนของเธอ ผู้จักการปีสองของชมรม แสงแห่งอนาคต เด็กที่แสนเอาจริงเอาจัง เมื่อเด็กสาวรู้ตัวว่าถูกมองอยู่ เธอก็ยิ้มกว้างให้รุ่นพี่

          “ทำความสะอาดแล้วมารวมกันนะ ไปได้แล้ว!”กัปตันยามากุจิพูดอย่างแข็งขัน

          “ครับ!”เสียงของอนาคตดังสะท้อนอยู่ในอากาศ บรรยากาศแบบนี้ มันจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว...

         

 

 

          “ล็อกห้องเก็บของเรียบร้อยแล้วครับ”

          “โอเค งั้นกลับบ้านดีๆนะ ฉันจะล็อคประตูโรงยิมเอง”ฮินาตะโบกมือลารุ่นน้องปีหนึ่งทั้งสองคน คนหนึ่งเป็นมือตบตัวสูงนิสัยเย็นชาที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ คนหนึ่งเป็นเซ็ตเตอร์ตัวเล็กที่มีความมุมานะและพลังเหลือล้น พวกเขาคือคู่ตบฟ้าประทานคู่ใหม่ คลื่นลูกใหม่ที่จะมาแทนคลื่นลูกเก่า

          “นี่! นายได้อ่านนิตยาสารวอลเลย์เล่มที่ออกเมื่อวานรึยัง”คาเงยามะที่พึงเก็บกระเป๋าเสร็จเดินออกมาหาเขา

          “ยังเลย นายซื้อมารึเปล่า”เขาถาม เมื่อวานนี้เขาไม่ได้เข้าเมือง เลยไม่ได้ไปดูที่ร้านหนังสือ

          “ไม่ได้ซื้อมาหรอก ฉันไปยืนอ่านในร้านเขาน่ะ”คาเงยามะตอบหน้าตาย

          “นายนี่นะ...”ฮินาตะถอนหายใจแบบปิดความผิดหวังในตัวเพื่อนสนิทไม่มิด จากนั้นก็ต้องก้มหลบมือที่ฟาดมากลางอากาศอย่างรวดเร็ว

          “เดี๋ยวฉันซื้อแน่! รอให้มีเงินก่อนสิ”คนตัวสูงกว่าตะโกน แล้วค่อยๆสงบสติอารมณ์“ล่าสุด อุชิวากะกับคุณโออิคาวะ เขาได้เล่นเป็นตัวจริงทีมชาติแล้ว ในโอลิมปิกที่จะถึง เขาจะลงเล่นด้วย”

          “หา!”ฮินาตะร้องเสียงดังด้วยความประหลาดใจ หัวใจเต้นโครมครามเหมือนกับกลองอยู่ในอก คาเงยามะขมวดคิ้วแน่นกับความตื่นเต้นเกินเหตุของเพื่อนสนิท แต่มันก็สมควรจะตื่นเต้นอยู่หรอก เมื่อวานเขาอ่านไป ไฟแทบลุกไป จนคนในร้านมองกันเป็นแถบ มันยิ่งทำให้เขาปรารถนาที่จะข้ามผ่านทั้งสองคนนี้ให้ได้ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

“สุดยอดเอสกับมหาราชา ในสนามระดับโลก! ในที่ที่มีประเทศเป็นเดิมพัน!”ฮินาตะร้อง ตาเป็นประกาย

          “ยังไงถ้าเทียบกับคนอื่นในทีมชาติแล้ว พวกเขาก็ยังใหม่...”

          “พวกเขาทำได้ ทำได้แน่นอน!”ฮินาตะร้องด้วยความเชื่อมั่นที่แสนบริสุทธิ์

          “ฉันไม่ได้ ไม่เชื่อว่าพวกเขาจะทำได้ดี พวกเขาทำได้ดีอยู่แล้ว ถ้าไม่ทะเลาะกันซะก่อนนะ”คาเงยามะอธิบาย ทั้งๆที่คุณโออิคาวะปฏิญาณกับตนเองไว้แล้วว่าจะไม่เป็นเซ็ตเตอร์ให้ทีมชิราโทริซาวะ แต่สุดท้ายก็ต้องเป็นเซ็ตเตอร์ให้เจ้าอุชิวากะอยู่ดี เรื่องการเล่นเข้ากันไม่มีปัญหา แต่เรื่องอื่น ท่าทางจะยาก

          “อ้อ”คาเงยามะนึกขึ้นได้ “เรื่องที่ฉันถามเมื่อวันนั้น นายแน่ใจแล้วจริงๆนะ ว่าจะไม่ไปในที่ที่เดียวกับฉัน”

          “เรื่องนั้น...”ฮินาตะกระซิบ

บรรยากาศของยามเย็นสีส้มกำลังโรยตัวลงมา และเหล่านกกาพากันแยกย้ายกลับรัง แล้วความหดหู่เล็กๆก็ได้ก่อตัวขึ้นในใจ

...ไปยืนในที่ที่เดียวกับคาเงยามะ ไปยืนในที่ที่สายตาของทั้งโลกจับตามอง ไปยืนในคอร์ทระดับประเทศ เป็นนักกีฬาทีมชาติด้วยกัน เป็นคู่หูฟ้าประทานให้คนทั้งโลกได้เห็น การที่เขาและคาเงยามะได้โควต้านักกีฬาในมหาวิทยาลัยชื่อดังต่างที่กัน นั่นเขาพอรับได้ แต่เรื่องที่จะไปเป็นนักกีฬาทีมชาติ มีบางอย่างทำให้เขาตาสว่าง และเขาคิดเรื่องนี้เอาไว้แล้ว

“ฉันตัดสินใจแล้วล่ะ ฉันรู้แล้ว ว่าฉันไม่ได้อยากจะเป็นแรงบัลดาลใจให้ใคร สิ่งที่ฉันอยากเป็นจริงๆ คือ เป็นผู้ที่นำทางให้คนทำตามแรงบัลดาลใจของตนเองจนสำเร็จต่างหาก มีเด็กที่เหมือนฉันอีกมากมาย บางทีพวกเขาอาจจะยอมแพ้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามีโอกาสอยู่เสมอ คาเงยามะ...ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะเป็นโค้ช! และฉันมั่นใจ”

“...”น้ำเสียงมุ่งมั่นดังอยู่ในอากาศ คาเงยามะทอดสายตาไปยังท้องฟ้ายามเย็นที่แซมไปด้วยสีต่างๆนาๆ สีส้ม สีน้ำเงินอมม่วง สีเหลือง และสีแดง ในที่สุดสีเหล่านั้นจะรวมกันจนเป็นสีดำในตอนกลางคืน รวมกันจนเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสามัคคี แบบที่คาราสึโนะเป็น แต่คราวนี้ มันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

“ฉันคิดไว้แล้วว่าวันนี้จะมาถึงแน่ วันที่ฉันใช้นายเป็นตัวตบไม่ได้อีกต่อไป”

“นี่! ไม่ใช่แค่นายคนเดียวหรอกนะ ฉันก็คิดแล้วว่า วันที่ฉันจะไม่ได้เซ็ตลูกจากนายอีกมันจะมาถึงน่ะ”ฮินาตะยิ้มกว้าง รอยยิ้มของเขาไล่บรรยากาศที่หม่นหมองของยามเย็นออกไปจนหมด เขาคือดวงอาทิตย์ยามเที่ยงคืน คือแสงสว่างที่สุดยามสิ้นหวัง “นายนี่ชอบคิดมาก ทำตัวดราม่าเนอะ”

“เจ้าโง่นี่!”กระเป๋าเหวี่ยงมาทางคนตัวเตี้ยกว่าอย่างรวดเร็ว คนไวกว่าหลบได้ในแบบที่ทำประจำ

“คาเงยามะๆ แวะร้านโค้ชอุไคก่อนกลับกันนะ ฉันหิว”ฮินาตะกระซิบร่า

“เออ...ล็อกประตูซะ แล้วรีบตามมา”คาเงยามะสั่ง แล้วเขาก็เดินนำไปก่อน

“อื้ม!

แสงยามเย็นสีทองลอดผ่านหน้าต่างของโรงยิมเข้ามาปนกับความมืดด้านในอาคาร พื้นไม้กระดานที่พึ่งลงน้ำยาเคลือบไปไม่นานสะท้อนประกายตัดกับเส้นสีขาวของสนามวอลเลย์

สนามที่ครั้งหนึ่งรุ่นพี่ไดจิเคยเรียกทุกคนมารวมตัวประชุม สนามที่รุ่นพี่สุกาวาระคอยตบหลังเขาแล้วบอกว่าให้เอาใหม่ สนามที่รุ่นพี่อาซาฮีตบลูกตบเอสมาที่เขา สนามที่รุ่นพี่ทานากะช่วยซ้อมให้เขา สนามที่รุ่นพี่นิชิโนยะพุ่งแหลนไปเพื่อทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์

สนามที่เขาเคยวิ่งเข้ามาเพื่อส่งใบสมัครเข้าชมรมวอลเล่ แต่เมื่อเปิดประตูออกมา ก็เจอเข้ากับราชาแห่งสนามที่กำลังซ้อมเสิร์ฟอยู่อย่างไม่คาดฝัน ที่ที่ทุกๆอย่างได้เริ่มต้นขึ้น และทุกๆอย่างได้จบลง

มันจะเป็นเพียงอดีต เมื่อทุกคนโตขึ้นและมีอนาคตของตัวเอง แยกไปตามทางเดินของตัวเอง ชีวิตของคนยืนยาวเกินกว่าที่จะผูกพันกับเรื่องเล็กๆเรื่องหนึ่ง เมื่อแก่ลง บางทีเขาอาจจะลืมชื่อของคาเกยามะก็ได้ หรืออาจจะลืมความรู้สึกตอนที่ตบลูกของเขา บางที...พวกเขาเองก็อาจจะลืมมันไปก็ได้ มันจะกลายเป็นแค่เศษเสี้ยวของความทรงจำ

...นี่เขากำลังกลัว จริงๆเหรอ...

 

 



 

 

                “โซระ นี่ อาโอโซระ!

          “ค...ครับ”คนถูกเรียกหลุดออกจากภวังค์ เพื่อนๆในชมรมหันมามองเขาเป็นตาเดียว

          “ฟังที่โค้ชอุไคพูดหน่อย”รุ่นพี่ของเขากระซิบ เด็กชายผมดำยุ่งพยักหน้ารับเบาๆ เขามองหน้าโค้ช แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยอย่างอื่นที่กลบเสียงของเขา

...ชายคนนั้น โค้ชจากชิราโทริซาวะ ชายตัวเล็กที่โดดได้สูงราวกับบินได้ ภาพนี้ตราตรึงอยู่ในสายตาของเขา เขาจำมันได้แม่น ตอนนั้นเขากับเพื่อนแอบเข้าไปในสืบความลับของโรงเรียนประจำ ชิราโทริ เพราะอินเตอร์ไฮกำลังใกล้มาถึง รู้เขารู้เราย่อมดีกว่า

และตอนนั้นเอง ที่โรงยิมขนาดใหญ่ เขาก็เห็นเข้า ชายคนนั้นโดดตบลูกให้เด็กปีหนึ่งดูเป็นตัวอย่าง วินาทีที่เขาย่อลง แล้ว เปรี้ยง! เขาก็ทะยานขึ้นไปอยู่กลางอากาศ ตบลูกลงพื้นได้เฉียบคมราวและแม่นยำราวกับจัดวาง เขานึกว่ามีแค่พ่อเขาเท่านั้นที่ทำได้ซะอีก

          “เข้าใจกันแล้วนะ... ใช้พื้นที่ทั้งหมดให้เป็นประโยชน์ล่ะ อ้อแล้ว โซระลองคิดดูเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันอธิบายด้วยนะ”โค้ชย้ำอีกรอบ

“อะ...เมื่อกี้ ผมไม่ได้ฟังครับ”เขาพูดตรง

          “เฮ้! วันนี้เธอดูแปลกๆนะ ฉันพึงบอกให้เธอระวังเรื่องการบังทิศลูกของลิเบอโร เธอก็ไม่ฟังฉัน”โค้ชขมวดคิ้วแน่นขณะว่าเขา “ถ้าเป็นแบบอีก เธออาจจะได้นั่งข้างสนามนะ มีสมาธิหน่อย!

          “ขอโทษครับ!”เขาตะโกนพร้อมก้มหัวขอโทษอย่างจริงใจ โค้ชส่ายหน้าเบาๆ เขาช้อนดวงตาสีเทาขึ้นมองผู้อาวุโสกว่า “เอ่อ คือ โค้ชอุไคครับ...ผมสงสัย”

          “อะไรล่ะ”

          “เอ่อ...คนแบบยักษ์จิ๋ว มีสองคนเหรอครับ”

                “...”โค้ชเบิกตาโตมองเขา ยักษ์จิ๋วสองคนงั้นเหรอ...เขาไม่รู้ว่าเด็กนี่ไปเห็นอะไรมา แต่ก็พอจะเดาออก ว่าใครทำให้เขาคิดแบบนั้น รอยยิ้มค่อยๆถูกระบายบนหน้าของผู้อาวุโสกว่า

“อา...เด็กปีหนึ่งนี่นะ คงยังไม่เคยเจอเขาล่ะสิ”

 



 

 

                “นกกาที่สอนให้นกอินทรีหัดบินเหรอ”เด็กปีหนึ่งกระซิบในขณะที่เสียงลูกบอลกระทบพื้นกับเสียงรองเท้ากีฬาดังอยู่ในโรงยิมอย่างไม่หยุดหย่อน

          “เท่ ใช่มั้ยล่ะ”รุ่นพี่กอดอกอย่างภาคภูมิ

          “เอ่อ...อืม... มันออกจะแปลกๆนะครับ ทำไมอีกา ไม่สอนลูกกาล่ะครับ”

          “หืม...เพราะคาราสึโนะมีโค้ชที่เก่งคอยดูแลอยู่แล้วน่ะสิ นายคงจะรู้สึกแปลกๆ ประมาณว่าเขาเป็นคนนอกสินะ”

          “อะ...ที่จริงก็ใช่ครับ”เด็กน้อยรับเขินๆ

          “ตอนแรกฉันก็รู้สึกแบบนั้น ที่เขาไม่ได้เป็นศิษย์เก่าของชิราโทริซาวา แต่ตอนนี้ ฉันว่ามันก็ไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะสมนะ อีกอย่าง เขาเป็นคนที่โค้ชวาชิโจ เอ่อ...นายเคยได้ยินใช่มั้ย อดีตโค้ชของชิราโทริซาวา คนที่โหดสุดๆน่ะ เขาแนะนำโค้ชคนนี้  ให้มาประจำที่โรงเรียนเรา เพราะฉะนั้นก็แปลว่า โค้ชวาชิโจไว้ใจเขาอยู่พอตัวเลยล่ะ”

          “แล้วที่เขาทำแบบนี้ มันไม่เหมือนกับการทรยศคาราสึโนะเหรอครับ”รุ่นน้องมองหน้าอย่างคาดหวังในคำตอบ คนอายุมากกว่ายิ้มพราย ดวงตาเต็มไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น

          “คาราสึโนะในตอนนี้ไม่ใช่โรงเรียนที่จะชนะได้ง่ายๆเพียงเพราะมีโค้ชที่เป็นศิษย์เก่ามาสอนหรอกนะ”

 

 

 

          “การโจมตีประสาน คือ ทุกคนต้องแน่วแน่ว่าจะตบลูกให้ได้ แม้ว่าเซ็ตเตอร์จะไม่ส่งมาให้ก็ตาม”เสียงของโค้ชหนุ่มก้องโรงยิม “พวกนายต้องคิดไว้ในหัวตลอดเวลาว่า ฉันต้องตบให้ได้! ฉันจะได้ตบมันแน่! มันจะต้อง ตู้ม! แน่ๆ”

          “ครับ!

          “ความแข็งแกร่งและพลังคือสิ่งที่เรามี แต่เราต้องเชื่อมต่อกัน ต้องมีแบบแผนการเล่นที่ดีด้วย เราถึงจะชนะ”โค้ชตบแผ่นหลังของสไปเกอร์ปีสองในทีมอย่างเป็นกันเอง

“ยังไงวันนี้ทุกคนก็ทำได้ดี สุดยอดมาก แข่งอีกสองเซ็ตแล้วเลิกได้”

ฮินาตะมองเด็กๆวิ่งเข้าไปประจำที่ของตนเองในสนาม เด็กชมรมวอลเลย์ของโรงเรียนชื่อดังนี้มีเยอะเป็นพิเศษ จนบางที่ก็ดูการซ้อมของพวกเขาได้ไม่ทั่วถึง

เด็กส่วนใหญ่เก่งจนไม่น่าเป็นห่วงก็จริง แต่ยังขาดความกลมเกลียวและการเข้าถึงกัน ถ้าไม่เริ่มสร้างความไว้ใจตั้งแต่ตอนนี้ จะต้องมีปัญหาในอนาคตแน่ พูดถึงความสามัคคีก็ทำให้เขานึกถึงทีมเนโกะมะ ทีมที่คาราสึโนะสนิทที่สุด และเป็นคู่แข่งที่สำคัญที่สุด คนในทีมนั้น ไหลเวียน...เหมือนกับสายเลือด เชื่อมต่อกันเพื่อนำอากาศไปเลี้ยงสมอง ให้ผู้ที่เป็นสมองของทีมทำงานได้เต็มที่ ถ้านำเอาวิธีการเล่นของเนโกะมะมาประยุกต์ใช้กับที่นี่ได้...

          “โค้ชฮะ”

          “อะ...ว่าไง”ฮินาตะหันไปหาเด็กปีหนึ่งที่เข้ามาหา เด็กตัวเล็กคนหนึ่ง ถ้าโค้ชวาชิโจยังอยู่ที่นี่ เด็กคนนี้ไม่มีวันได้อยู่ในชมรมแน่ เพราะอดีตโค้ชคนนั้นเชื่อว่า พลังคือสิ่งที่สำคัญที่สุด นักกีฬาที่ดีต้องมีร่างกายที่พร้อม แต่สำหรับเขา เขาเชื่อในอีกอย่าง พลังไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อ มันมาจากหัวใจต่างหาก และเด็กคนนี้มีมันอยู่เต็มเปี่ยม

          “คือ ตอนที่ผมตบจากแดนหลัง คือ...ทุกอย่างโอเคแล้ว แต่ผมตบไปตามที่ผมเล็งไม่ค่อยถนัด มันไม่เหมือนตบปกติ”เด็กคนนั้นกระตุกกระตัก

          “อืม...ตอนที่โดดขึ้น มันต้อง ปัง! จากนั้นมันจะ ตู้ม! เองแหละ แต่ก่อนหน้านั้นเธอจะต้องมองคนอื่นๆแล้วก็ ว้าบ! ก่อน”ฮินาตะพึมพำ

          “อ่า...”เด็กน้อยมองหน้าโค้ชด้วยความงุนงง เขาไม่กล้าบอกออกไปตรงๆว่าฟังไม่รู้เรื่อง เลย สัก คำ

          “เอาไงดีล่ะ”และฮินาตะก็รู้ตัวดี แต่เรื่องแบบนี้มันอธิบายไม่ได้หรอก ปัญหาของเด็กคนนี้คือเรื่องจังหวะ และนี่คือสิ่งเดียวที่เขาทำได้ โค้ชหนุ่มสัมผัสที่ลูกบอลที่เด็กน้อยถือมาด้วย และยิ้มอย่างมั่นใจ

“ฉันจะทำให้ดูแล้วกัน แล้วเอาไปปรับใช้นะ อ้อ...แล้วอีกอย่าง มีคนหนึ่งเคยบอกกับฉันว่า ลูกบอลน่ะ มันอยู่กับมือเราได้ไม่กี่วินาที ฉะนั้น ต้องทำให้เธออยู่กับมันให้นานที่สุด ให้เธอเป็นหนึ่งเดียวกับมัน ตอนนี้เธอทำดีมากแล้วนะ ด้วยการฝึก เธอต้องทำได้มากกว่านี้ขึ้นไปอีกแน่”

          “...ครับ!”รอยยิ้มแห่งความมั่นใจค่อยๆระบายลงบนใบหน้าของลูกนกอินทรีน้อย

 

         



 

          “นี่...โทบิโอะจัง”

          “ครับ”คาเงยามะหยุดวิดพื้นแล้วหันไปตามเสียง โออิคาวะกำลังเช็ดเหงื่ออยู่บนที่นั่ง ดูเหมือนเขาจะออกกำลังกายเสร็จแล้ว

          “นายรู้จักกับคนในทีมจากฟุกุโอกะคนนั้นด้วยเหรอ คนที่พึ่งเข้าใหม่คนนั่นน่ะ”มหาราชาถามราชาแห่งสนาม คาเงยามะค่อยๆลุกขึ้น เหงื่อท่วมกาย เขาเช็ดหน้าด้วยผ้าเช็ดตัวแล้วเดินไปที่เครื่องวิ่งเพื่อตั้งค่าเครื่อง

          “ผมเคยเจอกับเขาในการซ้อมแข่งตอนอยู่มหาวิทยาลัย”เขาอธิบายขณะเริ่มออกวิ่ง โออิคาวะส่ายหน้าเบาๆ รุ่นน้องคนนี้มันมีแรงเหลือล้นเกินไปหน่อยแล้ว

          “การกระโดดของนายคนนั้นไม่ทำให้นายคิดถึงใครเหรอ”อดีตกัปตันแห่งป่าใหญ่ อาโอบะ โจวไซ เลือกที่จะหยอดให้ตรงจุด

          “...”คาเงยามะมองผ่านบานหน้าต่างขนาดใหญ่ออกไปที่ลานวิ่งของสนามกีฬาแห่งชาติ เสียงของเพื่อนเก่ากำลังแว่วอยู่ในหู อีกลูกหนึ่ง! เข้ามาเลย! นายคือราชาแห่งสนาม! ชายหนุ่มจมลงไปในอดีตพักหนึ่งก่อนจะตอบโดยที่ไม่หันมามองคนถามเลย

“ถ้าเป็นตอนนี้ การกระโดดของหมอนั่นไม่ได้คงไม่ได้แค่ ปัง! แบบนั้นแล้วหรอครับ มันเป็นแบบ เปรี้ยง! แล้ว”

          “ง่า...เปรี้ยง งั้นเหรอ ถึงฉันไม่เข้าใจที่นายพูด แต่คงจะหมายถึงว่าเจ้ากุ้งน้อยนั้นพัฒนาสินะ”โออิคาวะโอดครวญ และแล้วรอยยิ้มก็ถูกวาดบนใบหน้า “เจ้านั่นอยู่ทีมประจำจังหวัดมิยางิใช่มั้ย อยากเจอจังเลยน้า...ฉันจะขยี้ให้ยับเลย”

          “นายขยี้เขาไม่ได้นะ โออิคาวะ ต้องเอาชนะสิ”

เสียงของอดีตกัปตันทีมนกอินทรีสีขาว ชิราโทริซาวา ดังมาจากแถวๆที่โหนบาร์ เรียกให้อดีตศัตรูหันไปหาคนที่ถอดเสื้อออกและกำลังสู้กับแรงโน้มถ่วง สาวๆนักยิมนาสติกสองคนกำลังเหล่มองเขา โออิคาวะกลอกตา เบื่อจริงๆพวกชอบโชว์ ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าหมอนี้มันไร้เดียงสาเกินกว่าจะทำอะไรแบบนั้นก็ตาม

          “ขยี้ได้สิ และฉันจะทำมันแน่”มหาราชาไม่ยอมแพ้

          “มันผิดกฎหมายนะ”

          “ไม่ใช่โว้ย! มันเป็นสำนวน ไอ้วัวถึกนี่”โออิคาวะครวญ

          “ฉันไม่ใช่วัว โออิคาวะ”อุชิจิมะพูดเสียงเรียบ ย่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เขาโดดลงจากบาร์แล้วหันมามอง

          “อยากเป็นสัตว์กีบอย่างอื่นที่เป็นญาติกับวัวไหมล่ะ”มหาราชาคำราม อุชิจิมะเอียงหัวด้วยความไม่เข้าใจ

          “ส่วนตัวฉันไม่อยากนะ แล้วนายล่ะ อยากเป็นสัตว์กีบอย่างอื่นที่เป็นญาติกับวัวไหม”อุชิจิมะถามเรียบ โออิคาวะคิ้วกระตุก...นี่มันกล้าดียังไง

          “คำถามของนาย มันทำให้ฉันอยากจะเสิร์ฟเอสอัดหน้านายจริงๆเลย”เขาคำรามในลำคอ

          “ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เวลาแข่ง เราอยู่ฝั่งเดียวกันนี่”

          “อร๊ากกก!”เสียงขอโออิคาวะดังขึ้นพร้อมกับเสียงของโทรศัพท์มือถือของคาเงยามะ

          “ฮัลโหล...”ชายหนุ่มรับโทรศัพท์พร้อมกับกดปุ่มหยุดเครื่องวิ่ง ทั้งโออิคาวะและอุชิจิมะหันมามองที่คาเงยามะ ปกติไม่ค่อยมีใครโทรมาหาเขาเท่าไร

          “นี่ ฮิโตกะ ยาจิ เองนะ คาเกยามะคุง”

          “อ้อ ว่าไง”เสียงของคาเงยามะเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่ได้ยินเสียงคนในทีมมาสักพักใหญ่ๆแล้ว เพราะต่างคนก็ต่างไม่ว่างและมีงานของตัวเอง ถ้านับจากวันที่จบการศึกษาก็หกปีแล้ว การที่ได้ยินเสียงอดีตผู้จัดการจึงทำให้เขาตื่นเต้น

          “คืออย่างงี้...”ยาจิพูดด้วยเสียงสดใสในขณะที่โออิคาวะยื่นหน้าเข้ามาใกล้

          “พ่อหนุ่มสุดฮ็อตมีสาวโทรมาล่ะ”เขากระซิบข้างหูรุ่นน้องพร้อมกับผิวปาก คาเงยามะตัวเกร็ง รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

          “นายไม่ควรรบกวนการคุยโทรศัพท์ของคนอื่นนะ มันเสียมารยาท”

          “รุ่นน้องฉันโว้ย! เจ้าอุชิวากะ ฉันจะทำอะไรก็ได้”

          “ผมขอตัวนะครับ”คนถูกรบกวนรีบเดินออกมานอกห้องฟิตเนส ด้านนอกถึงจะพอมีคนเดินอยู่บ้าง แต่ก็เงียบสงบกว่าด้านในเยอะ ชายหนุ่มมองไปรอบๆขณะที่หูกำลังฟังบทสนทนา และแล้วความตื่นเต้นก็แหวกว่ายเข้ามาหาเขา

          “นั่น เป็นความคิดที่ดีมาก”เขาเอ่ยปากอย่างกระตุกกระตัก ไม่ถนัดจริงๆเรื่องการชมใคร แต่แบบนี้ไม่ชมไม่ได้แล้ว

          “นี่ไม่ใช่แผนของฉันหรอกนะ แต่ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง...ฉะนั้น ฉันเลยคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีมากเลยล่ะ แล้วเธอล่ะ ตกลงมั้ย”ยาจิถาม

                “...”คาเงยามะยิ้มกว้าง หน้าของเขาร้อนด้วยเลือดที่สูบฉีด“แน่นอน แน่นอนที่สุด!

 

 

 



 

          “ไม่เป็นไรๆ พวกคุณทำดีที่สุดแล้ว ขอบคุณอีกทีนะ ผลทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะพายุน่ะ เราห้ามไม่ได้หรอก ไม่ต้องกังวลนะ ขอบคุณอีกครั้งนะ ครับ...อาฮะ สวัสดีครับ”เมื่อพูดจบ ฮินาตะก็วางสายโทรศัพท์แล้วถอนหายใจ

          “อะไรเหรอคะพี่”น้องสาวคนเดียวของเขาถามขึ้น ขณะที่พี่ชายยืดตัวบนโซฟาของห้องรับแขก ถึงแม้จะยืดสุดตัวแล้ว แต่ก็ไม่ได้ยาวไปกว่าเดิมเท่าไร

          “มีพายุไต้ฝุ่นเข้าที่โอกินาวาน่ะ รีสอร์ทของเราหลังคาเปิดไปเลยล่ะ แต่โชคดีนะที่ยังไม่เสียหายไปมากกว่านั้น”ฮินาตะครวญ

          “ให้ตาย...มันไม่ควรจะมีพายุฤดูนี้นี่ นี่ช่วงท่องเที่ยวด้วย”นัทสึพูด ขมวดคิ้วแน่น

          “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก เพราะที่เซ็นไดก็ยังรับแขกได้ปกติ น่าจะยังทำการขายได้ตามเป้าเหมือนเดิมล่ะ”ฮินาตะอธิบาย

                “พี่นี่...มองในแง่ดีจังนะ”นัทสึเอ็ดเขา

          “ก็นะ...มันมีแง่ดีจริงๆนี่นา”

โชคดีมากที่เขามีรีสอร์ทสองที่ จึงไม่มีอะไรต้องน่ากังวลมาก นี่ก็สองปีแล้วที่เขาเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ รีสอร์ทขนาดกลางสำหรับการท่องเที่ยวแบบกลุ่ม ที่หนึ่งอยู่ที่เซ็นไดเขาเป็นคนดูแลเอง ส่วนอีกที่หนึ่งอยู่ที่โอกินาวา แม่เป็นคนดูแล ทั้งสองที่ต่างอยู่ไม่ไกลจากสนามกีฬาท้องถิ่น เขาได้ไอเดียนี้มาจากการที่ได้ไปพักตามโรงแรมของค่ายฝึกต่างๆช่วงมัธยม และมันก็เป็นความคิดที่รุ่งจริงๆ

          “อ้ะ...”เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง “ฮัลโหลครับ”

          “นี่ยาจิเองนะ ฮินาตะคุง”

          “ยาจิ! ดีใจจริงๆที่เธอโทรมา”ฮินาตะเสียงดังจนน้องที่กำลังกำการบ้านอยู่บนโต๊ะอาหารหันมามอง “เธอเป็นไงบ้าง สบายดีไหม”

          “อา...ช่วงนี้ลูกค้าสั่งงานดีไซน์เข้ามาเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาตินี่ เรื่องเยอะสุดๆเลย แต่ก็ถือว่าโอเคนะ”ยาจิบ่นอย่างเหนื่อยใจ “อ้อ คือว่างี้นะฮินาตะคุง...”

          “...”

ฮินะตะตั้งใจฟังสิ่งที่ยาจิพูด และแล้ว หัวใจของเขาก็พองโต “จริงเหรอ! ฉ...ฉัน ดีใจมาก ดีใจจนบอกไม่ถูกเลยล่ะ”

          “ฉันตั้งใจจะบอกฮินาตะคุงเป็นคนสุดท้าย เซอร์ไพส์น่ะ”

          “ขอบคุณมากนะยาจิ ไม่มีเธอ ทุกอย่างคงจะไม่เกิดขึ้น”ฮินาตะร้อง

          “มันเป็นความคิดของรุ่นพี่คิโยโกะน่ะ”ยาจิพูดเสียงเบา เธอคิดถึงรุ่นพี่คิโยโกะ อดีตผู้จัดการของคาราสึโนะอย่างสุดหัวใจ “ฉันหวังว่าจะได้เจอเธอและทุกคนในวันนั้นนะ”

          “ฉันไปแน่อยู่แล้ว ไม่มีทางที่ฉันจะพลาดแน่นอน!

          “งั้นเจอกันนะจ้ะ”

          “เจอกัน!

ฮินาตะวางสายลงหลังจากคุยจบ หัวใจของเขายังเต้นแรงไม่หยุด เสียงของยาจิยังคงวนเวียนอยู่ในหูของเขา

งานรวมตัวสำหรับชมรมวอลเลย์บอลคาราสึโนะงั้นเหรอ ในวันงานครบรอบสามสิบปีของโรงเรียน...งานที่จะพาทุกคนกลับมาเจอกัน งานที่จะพาเราย้อนอดีตกลับไป งานที่เหล่าอีกาจะพากับบินกลับมารวมกันอีกครั้ง ในที่สุด!

อีกาที่ปีกกล้าขาแข็ง แต่ละตัวต่างบินไปตามเส้นทางของตัวเอง ไขว้คว้าหาอนาคตที่ตัวเองวาดฝัน บินฝ่าพายุและอุปสรรค์ของชีวิตไปคนละทิศละทาง แต่ตอนนี้...ถึงเวลาที่จะบินกลับบ้าน

          “โย้ช ช่า!!!!!!”ฮินาตะตะโกนสุดเสียงราวกับได้กลับไปเป็นโชโยปีหนึ่งคนเดิมอีกครั้ง เสียงของเขาดังมากจนนัทสึสะดุ้งตัวลอย

          “หนวกหนูน่า พี่!”เสียงของน้องตะโกนสวนมาด้วยความรำคาน นั่นยิ่งทำให้ฮินาตะยิ้มกว้างกว่าเดิม การรอคอยเพียงไม่กี่วันมันดูยาวนานขึ้นมาทันทีเลย

 

 

 



 

          ดูเหมือนเขาจะมาเร็วเกินไปหน่อย...

ฮินาตะนั่งถอนหายใจอยู่ในห้องประชุมขณะเข้าร่วมพิธีการฉลองครบรอบสามสิบปี มีอาจารย์และเด็กนักเรียนนั่งกันอยู่เต็มห้อง รองผู้อำนวยการกำลังพูดสุนทรพจน์อยู่บนเวทีและไม่วายที่จะจับวิกผมของตนเองเพื่อตรวจความเรียบร้อยให้มันอยู่บนหัวอย่างสมดุล เสียงของเขาชวนง่วงนอนเหลือเกิน ชายหนุ่มถอนใจอีกครั้ง

          “ฮินาตะคุงไม่ได้ถามยาจิเรื่องเวลานัดเหรอ”ทาเคดะ อาจารย์วิชาพละ ที่ปรึกษาชมรมวอลเลย์บอลกระซิบถาม ฮินาตะหันไปหาเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ อาจารย์ยังคงหน้าเด็กเหมือนเดิม หน้าแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลย

          “ผมดีใจเกินไปหน่อย เลยลืมน่ะครับ”ฮินาตะพูดเสียงแผ่ว อาจารย์ยิ้มอย่างเด็นดู ถึงเด็กคนนี้จะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากก็จริง แต่เขาก็ยังไม่ทั้งความเป็นเด็กอยู่ดี

          “ฉันคิดว่าคงไม่นานนี้หรอก หลังประชุมเสร็จก็คงทยอยมากันแล้วล่ะ”อาจารย์บอก เขามองฮินาตะนิ่ง “เธอเป็นไงบ้าง สักพักแล้วนะที่เธอไม่ได้กลับมาโรงเรียนเลย”

          “ครับ ผมน่ะอยากมานะ แต่ช่วงนี้ใกล้อินเตอร์ไฮแล้ว ส่วนเด็กปีหนึ่งของชิราโทริซาวายังเชื่อมต่อกันได้ไม่ดีเท่าไรเลย ผมก็เลยต้องจริงจังกับการฝึกหน่อย ส่วนโค้ชวาชิโจก็สั่งมาว่าให้คงคอนซ็ปความแข็งแกร่งและพลังของชิราโทริเอาไว้ การฝึกก็เลยต้องหนักขึ้นไปด้วยน่ะครับ”ฮินาตะอธิบาย “อ้อ แล้วทางคาราสึโนะเป็นไงบ้างล่ะครับ ผมได้ยินว่า เด็กคนนั้นมาเข้าโรงเรียนนี้”

          “เด็กคนนั้นหรอ”

          “ครับ คนที่เป็นลูกชายของยักษ์จิ๋ว”เสียงของฮินาตะจริงจังขึ้นแต่ก็ปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิด

          “อ๋อ...อาโอโซระคุง น่ะเหรอ”อาจารย์ว่าแล้วยิ้มอย่างอบอุ่น

เขาหันไปทางหมู่เด็กนักเรียน ท่ามกลายเด็กๆปีหนึ่งที่กำลังคุยกันระหว่างที่รองผอ.พูด มีเด็กชายตัวเล็กผมสีดำยุ่งเหยิงคนหนึ่งกำลังตั้งใจฟังอย่างจริงจัง ฮินาตะมองตามสายตาของอาจารย์ไป เด็กคนนั้นทำให้เขานึกถึงครั้งแรกที่ได้เห็นยักษ์จิ๋วในทีวี ครั้งแรกที่หัวใจของเข้าเต้นแรงด้วยความทึ่ง ครั้งแรกที่เขาหลงรักวอลเลย์บอล เด็กคนนี้เหมือนกับพ่อของเขามากจริงๆ ทั้งร่างกาย เรือนผม และดวงตาของนักล่าที่โหยหิวชัยชนะ

          “เขาก็เหมือนเธอตอนนั้นนั่นแหละ ฮินาตะคุง”อาจารย์เอ่ยเสียงเบา

          “...”ฮินาตะหันมาหาผู้อาวุโสกว่า สายตาของอาจรย์ทอดยาวไปยังอนาคต

          “ลูกกากำลังหัดบินน่ะ”

 

 

 

ลูกกาที่กำลังหัดบินงั้นเหรอ คำนี้ทำให้เขาตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เขาอยากเห็นว่าในอนาคตเด็กคนนี้จะก้าวไปไกลแค่ไหน การที่มีชื่อของพ่อติดตัว การยืนอยู่ใต้เงาของสุดยอดเอสแห่งคาราสึโนะ มันคงเป็นอะไรที่ท้าทายกับตนเองมาก ต้องมีแรงมุ่งมั่นขนาดไหน ถึงจะก้าวข้ามความสามารถของยักษ์จิ๋วได้ คงต้องมีให้เท่ากับเขา ไม่สิ...สำหรับเด็กคนนี้ ต้องมีให้มากกว่าเขาเสียอีก

ทางเดินของชั้นเรียนลากยาวไปเรื่อยๆ นำพาเขาไปยังด้านหลังของโรงเรียนโดยไม่รู้ตัว เขาแค่อยากจะเดินเล่นฆ่าเวลาเสียหน่อย แต่สุดท้ายก็โผล่มาตรงนี้จนได้ กลิ่นของห้องเรียน และแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านหน้าต่าง ฮินาตะเดินลอดประตูด้านหลังออกมา มันเป็นทางเชื่อมระหว่างอาคารเรียนและโรงยิมอันแสนคุ้นเคย

โรงจอดจักรยานยังอยู่ตรงนั้น หลังคาดูเก่ากว่าเดิมแม้ว่าจะมีการทาสีใหม่ทับไปแล้วก็ตาม เขายังจำความรู้สึกที่ต้องขี่จักรยานขึ้นเขาเพื่อมาโรงเรียนทุกๆวันได้ ความปรารถนาที่จะได้มาซ้อมกับทุกคนก่อนที่จะเข้าเรียนทำให้เขาลืมความเหนื่อยไปเลย ฮินาตะลูบราวเหล็กที่เอาไว้พิงจักรยานอย่างคิดถึง ผิวสัมผัสของมันยังคงเหมือนเดิม เขาสูดหายใจเอากลิ่นของแสงแดดเข้าไป ความเงียบของฤดูร้อนทำให้เวลาเหมือนกับหยุดเดิน เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปอีกทาง ถัดไปจากตรงนั้นคือเครื่องขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ เขามองมันนิ่ง

                “เลือกไม่ถูกใช่มั้ย ระหว่างโยเกิร์ตหรือนมดี”เขากระซิบกับตัวเองขณะที่รอยยิ้มระบายบนหน้า

 

 

          “เลือกไม่ถูกใช่มั้ย ระหว่างโยเกิร์ตหรือนมดี”ฮินาตะคนนั้นในวันวานแกล้งถามเพื่อนสนิทที่กำลังยืนหน้าเครียดอยู่หน้าเครื่องขายน้ำ

          “อย่ารบกวน นี่ฉันกำลังใช่ความคิด”คาเงยามะขมวดคิ้วแน่น เขาชี้ไปมาระหว่างโยเกิร์ตรสธรรมชาติกับนมสด เหมือนกับเด็กสาวที่กำลังเด็ดกลีบดอกไม้ แล้วพูดว่า รัก? ไม่รัก? รัก? สำหรับคาเงยามะคงเป็น นมดี? โยเกิร์ตดี? นมดี?

          “ทำไมนายไม่แบ่งเป็นวันไปล่ะ แบบ วันจันทร์ พุทธ ศุกร์ กินโยเกิร์ต ส่วนวันอังคาร กับ พฤหัส กินนมไง”ฮินาตะแนะนำ

          “ฉันชอบกินนมมากกว่าโยเกิร์ต”

          “งั้นก็สลับกัน”

          “นายไม่รู้จักคำว่ารสชาติของชีวิตเหรอ เจ้าโง่! ทำแบบนั้นมันหุ่นยนต์ชัดๆ”คาเงยามะเริ่มขึ้นเสียงตามนิสัย

          “ฉันไม่ชอบกินนมนี่นา ลูกผู้ชายมันต้องโดปไข่ดิบๆสิ นี่แหละรสชาติของชีวิต!”ฮินาตะเถียง คำว่าลูกผู้ชายทำให้คิ้วของคาเงยามะกระตุก

          “หา! แล้วนมมันไม่ลูกผู้ชายตรงไหน หา!”คำพูดนี้ตามมาด้วยการถูกบีบหัวด้วยมือใหญ่ๆอย่างแรง มันเกิดขึ้นประจำเลย เมื่อตอนนั้น ในสมัยเด็ก...

 


 

ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆคืบคลานเข้ามาแทรกในใจของชายหนุ่ม ความหวังงั้นเหรอ หวังว่าจะได้เจอหมอนั่นอีกไหม ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มว่าหมอนั่นต้องมาแน่ๆ แต่ทำไมเขายังรู้สึกกลัว ว่าจะเกิดอะไรที่ทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิดเกิดขึ้น ถ้าเป็นตอนเด็ก เขาจะไม่มีทางรู้สึกแบบนี้แน่ เขาไว้ใจหมอนั่น...อย่างสุดหัวใจ เชื่อมั่นว่าถ้าเขาจะทำอะไร ต้องทำแน่ๆ

แต่ตอนนี้ เขาเป็นนักกีฬาทีมชาตินะ อาจจะมีธุระด่วนโผล่ขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ เขาอาจจะโทรบอกยาจิว่าเขาไม่ว่างแล้ว ขนาดสึกิชิมะยังติดธุระด่วนเลย ชีวิตมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ...ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ แต่ถ้าจะเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ ก็คงต้องรีบทำใจตั้งแต่ตอนนี้ พวกเราโตๆกันแล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดา ใช่...มันเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา

แต่ทำไม...เขาไม่อยากให้ความรู้สึกนี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาเลย ไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับใครทั้งนั้น

ตุบ!

เสียงนี้เรียกให้ฮินาตะหันตามต้นเสียงไป มันดังมาจากโรงยิม เสียงลูกบอลกระทบพื้น

ตุบ!

มันดังอีกแล้ว ตามความเป็นจริงแล้ว มันมีโอกาสที่จะเป็นเสียงของเด็กในชมรมคนไหนสักคน ที่เลือกมาซ้อมตอนเที่ยงมากกว่าสิ่งที่เขาหวังจะให้เป็น

แต่ด้วยบางอย่างในหัวใจ เท้าของฮินาตะก้าวไปทางนั้นทั้งๆที่สมองยังไม่ได้สั่งการ และแล้วเขาก็ออกวิ่งไปที่โรงยิม วิ่งไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี เพราะลึกๆแล้วเขารู้ว่าเสียงนี้มันเกิดจากอะไร

 

ประตูเลื่อนออก ส่งเสียงดังลั่นในอากาศ เมื่อมองเข้าไปข้างในอาคารที่เก่าแก่ของคาราสึโนะ แสงสว่างลอดลงมาจาหน้าต่างชั้นสองทำให้มองเห็นภายในได้ชัดเจน แป้นบาสถูกยกขึ้นไปเก็บบนหลังคา ทำให้มีพื้นที่มากพอที่จะนำตาข่ายวอลเลย์มาขึงอยู่ตรงกลางสนาม และตรงมุมหนึ่งหลังเส้นเสิร์ฟ ตรงนั้นทำให้หัวใจของฮินาตะเต้นแรง เลือดถูกสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูกมันทำให้เขาแทบลอย

          “ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้!

คำแรกในรอบหลายปีแปล่งออกมาจากลำคอของชายหนุ่ม คำถามเดียวกับที่เขาเคยถามคนคนนั้นในครั้งแรกที่ได้เจอกัน ครั้งแรกที่เรื่องราวได้ดำเนินไปตามโชคชะตา

                “...”ชายหนุ่มผมดำที่ยืนอยู่หลังเส้นเสิร์ฟมองมาที่เขาด้วยดวงตาที่เบิกโต ชายหนุ่มคนนั้นหยุดหายใจอยู่ มือจับลูกบอลเอาไว้นิ่ง เหมือนเวลาได้หยุดเดินไปแล้ว เขากระพริบตาเบาๆ

 “...ก็เรามีนัดกันนี่”

 

อากาศอบอุ่น เสียงของแมลงที่เกาะอยู่บนต้นไม้กำลังรองเพลง เมฆกำลังแหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้าอย่างอ้อยอิ่ง ที่ที่เส้นทางแห่งโชคชะตาลากมาบรรจบกัน ในโรงยิมของโรงเรียนเล็กๆแห่งนี้

ฮินาตะมองคาเงยามะนิ่ง เขาไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มที่เหมือนเด็กน้อยของเขาได้ เท้าของเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไปหาสิ่งที่เขารอคอยมานานเพื่อจะได้เจออีกครั้ง ชายหนุ่มโผเข้าใส่เพื่อนสนิทของเขา

          “โอ้ย! มันเจ็บนะ ฮินาตะ เจ้าโง่!”หมัดของโค้ชแห่งชิราโทริซาวะพุ่งเข้าไปที่อกของนักกีฬาทีมชาติอย่างรวดเร็ว ปะทะกับเนื้ออย่างแรง เล่นเอาเสียงดังลั่นไปเลย

          “ทำไมไม่โทรบอกว่ามาถึงแล้วเล่า เจ้างี่เง่านี่!”ฮินาตะตะโกนด้วยยิ้มที่กว้างจนจะฉีกถึงหู

          “ก็ใครมันจะไปคิดว่ามีคนมาถึงแล้วเล่า!”คาเงยามะตะโกนกลับ ใช่...เขาก็คิดแบบเดียวกับคาเงยามะ

          “โหๆ พวกนายนี่ เข้ามาในโรงยิมโดยไม่ได้รับอนุญาตนี่หว่า เดี๋ยวโดนโรงเรียนหักคะแนนเอานะเฟ้ย!”สำเนียงนักเลงเก่าและเสียงอันคุ้นเคยดังมาจากทางประตู เรียกให้อดีตคู่ตบหันตามเสียงนั้นไป

          “รุ่นพี่ทานากะ!”รุ่นน้องทั้งสองร้องพร้อมกัน

          “อะไรกัน พวกฉันก็มาด้วยนะ พูดแบบนี้มันน่าน้อยใจแย่เลยนะ”

          “แหมๆ อะไรกันเนี่ย มาก่อน กลับที่หลัง เหมือนตอนสมัยเรียนเลยนะสองคนนี้ เป็นเด็กที่ขยั่นจริงๆ”

          “...”ฮินาตะยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา “รุ่นพี่สุกาวาระ! รุ่นพี่ไดจิ!

ชายหนุ่มทั้งสามแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลย เว้นแต่ทานะกะที่เลิกตัดผมเกรียนแล้วไปไว้ผมสั้นแทน ส่วนสุกาวาระก็ใส่แว่น ซึ่งมันทำให้เขายิ่งดูดีเข้าไปใหญ่

          “สวัสดีครับ”คาเงยามะกล่าวทักทายหน้านิ่ง ไดจิพยักหน้ารับเบาๆ

          “รุ่นพี่เป็นยังไงกันบ้างครับ”ฮินาตะถาม

          “ก็นะ...สบายดี”ไดจิลูบท้ายทอยของตัวเอง พลางมองไปรอบๆโรงยิมด้วยความคิดถึง “พวกนายล่ะ เป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่านายจะลงเป็นตัวจริงตลอดทั้งเกมในเกมหน้าด้วยนี่คาเงยามะ”

          “ครับ ผมจะลง!”คาเงยามะตอบอย่างมุ่งมั่น

          “ฉันอยากรู้จริงๆว่าพวกนายแบ่งหน้าที่กันยังไง โออิคาวะยอมนายง่ายๆเลยเหรอ”สุกาวาระถามพร้อมกับยิ้มกว้าง

          “ไม่ครับ เขาแทบจะอาละวาดทุกครั้งที่ผมได้ลงสนามเลยครับ”คาเงยามะตอบเรียบ สุกาวาระยิ้มอย่างเห็นใจให้เขา นักวอลเลย์อาชีพย่นคิ้วเบาๆ ก่อนจะคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง โออิคาวะจะปล่อยรังศีอาฆาตออกมาเฉพาะตอนที่เขาและอุชิวากะลงสนามเท่านั้น สำหรับคนอื่นในทีม เขาดูจะเบากว่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้เกมของทีมแย่ลงเลย ทุกอย่างสมบูรณ์แบบมาก

          “แล้วทางลูกนกอินทรีชิราโทริซาวะเป็นไงบ้างล่ะ หา...”ทานากะหันไปทางฮินาตะ คนเด็กกว่ายิ้มอย่างเขินๆ

          “ลูกนกอินทรีเหรอครับ...”ฮินาตะรับ “กำลังฝึกบินและลับคมกรงเล็บครับ!

          “งั้นเหรอๆ ฉันหวังไว้มากกับศึกอินเตอร์ไฮนะ”เสียงนี้เรียกให้ทุกคนหันไป หัวใจกำลังพองโต “แต่ทางลูกกาจะไม่มีทางแพ้แน่นอน”

          “สวัสดีครับ!”ทุกคนพูดพร้อมกันแล้วก้มหัวเพื่อทักทายโค้ชแห่งคาราสึโนะ โค้ชอุไค เขาดูแก่ลงไปจากเดิม แต่ยังคงย้อมสีผมและคาดมันไปด้านหลังจนเป็นคาแรกเตอร์ของเขา

          “แล้วคนอื่นๆล่ะ”โค้ชถามขึ้น ฮินาตะกับคาเงยามะมองหน้ากัน

                “เอ่อ...”

          “อยู่นี่ครับๆ ขอโทษที่มาสายนะครับ”อาซาฮีวิ่งมาที่ประตูพร้อมกับหอบเบาๆ เขาก้มหัวลงขอโทษ

แต่ก่อนที่จะเงยขึ้นมา เจ้าของร่างเล็กแสนปราดเปรียวและว่องไวก็วิ่งเข้ามาทางด้านหลัง จากนั้นมือเล็กก็ท้าวหลังของอดีตเอสต่างแท่นยิมนาสติก แล้วกระโจนข้ามร่างสูงเข้ามาในโรงยิมอย่างง่ายดาย แต่ด้วยแรงของเขา เล่นเอาอาซาฮีแทบหน้าทิ่มไปเลย

                “อยู่! นี่! แล้ว! ครับ! ”ผู้พิทักษ์แห่งคาราสึโนะชี้มาที่ตัวเองแล้วตะโกนอย่างมั่นใจ

          “น...นั่นมันอันตรายมากเลยนะ”อาซาฮีร้อง ระหว่างที่กึ่งเดินกึ่งคลานเข้ามาในยิม

          “เปิดตัวได้เท่สุดๆไปเลยครับ!”ฮินาตะตาเป็นประกาย นิชิโนยะส่งยิ้มสุดเท่ให้แทนคำขอบคุณ

          “...สวัสดีค่ะ”เสียงหวานที่เรียกให้ทุกคนคล้อยตามดังขึ้น คิโยโกะและยาจิเดินเข้ามาในอาคารพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใส

          “สวัสดีทุกคน”อดีตรุ่นพี่ปีสองอีกสามคนเดินตามเข้ามา

          “คุณคิโยโกะแสนสวยของผม!”นิชิโยนะโผไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เพราะมีบางอย่างไม่เหมือนเดิม “นี่ริว ทำไมนายไม่มากล่าวคำชื่นชมคุณคิโยโกะพร้อมกับฉันล่ะ”

          “เอ่อ...คือ”ทานากะยิ้มกว้าง แก้มของเขาเป็นสีแดงระเรื่อ “ผม...มีแฟนแล้ว ล...และคิดว่าจะบอกทุกคนในวันนี้”

          “หา!!!!”ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกันอย่างไม่อยากเชื่อ ทานากะผู้นกตลอดกาลคนนั้นน่ะเหรอ มีแฟน

          “ไม่...”นิชิโนยะหน้าซีด “ท...ทรยศ นายไม่ควรมีแฟนก่อนฉัน”

          “อร้าก...น่าอิจฉาที่สุดเลย”ฮินาตะตะโกนพร้อมกัดฟันแน่น

                “ไม่ต้องรีบขนาดนั้นน่า ทำแบบนี้มันน่าสมเพชจะตาย”เสียงใครบางคนดังมาจากด้านนอก

          “ไม่ได้นะ สึกี้ ทุกคนต้องมากันครบแล้วแน่ๆ เราสายนะ”

                “ก็มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ฉันอุตส่าห์เลื่อนนัดและเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเพื่องานไร้สาระนี่เลยนะ เครื่องก็ดีเลย์อีก โชคดีเท่าไรแล้วที่ลูกความฉันไม่มีเรื่องอะไรน่ะ”

          “เพราะรอสึกี้คนเดียวนี่ไง ฉันถึงช้าไปด้วยเลย”

          “ชิ...เป็นความจริงจังที่ไรสาระชะมัด นี่มันก็แค่...”เจ้าของเสียงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบาง “...ชมรม”

          “สึกิชิมะ! ยามากุจิ!”ฮินาตะโผออกมารับทั้งสองที่ประตูด้วยความตื่นเต้น ตอนแรกยาจิบอกว่าสึกิชิมะติดธุระ แต่เขามาอยู่ตรงนี้แล้ว นั่นยิ่งทำให้เขาดีใจมาก

          “อ้าว...”สึกิชิมะยิ้มเย้ยใส่ “นกแสนธรรมดาที่ไปสอนนกนักล่าแห่งขุนเขาหัดบินนี่นา”

          “อะไรเล่า!”โค้ชแห่งชิราโทริซาวาเบ้ปากใส่เขา

          “สวัสดีครับ สวัสดีครับโค้ช สวัสดีครับกัปตัน”ยามากุจิก้มหัวให้ทุกคน

          “ว่าไง กัปตัน”ไดจิรับทักของกัปตันรุ่นน้อง เอ็นโนชิตะเองก็ยิ้มให้เขา นั่นทำให้ยามากุจิยิ้มกว้างด้วยแก้มสีระเรื่อและหัวใจที่พองโต

          “ยังขาดใครอีกมั้ยเนี่ย”โค้ชแกล้งถามพร้อมกับหัวเราะ

          “ไม่แล้วนะครับ”ทานากะบอก

เมื่อฮินาตะมองไปรอบๆเขาก็สังเกตว่าทุกคนมาครบแล้ว ทุกกันกำลังหัวเราะ และมีความสุข บรรยากาศของม.ปลายถาโถมเข้าใส่เขาเหมือนกับคลื่นน้ำในวันวาน ไม่คิดมาก่อนเลยว่าวันนี้มันจะย้อนกลับมาเยือนเขาอีกครั้ง

          “...”คาเงยามะกำลังสำรวจทุกคนเช่นกัน และสิ่งนี้ก็สะกิดใจของเขามาก เขาค่อยๆพูดมันออกมาด้วยความสงสัย “ทุกคน...ใส่กางเกงชุดวอร์ม”

          “อา...”ไดจิพึมพำ เขามองไปรอบๆ ใช่แล้ว...ทุกคนใส่เสื้อยืดและกางเกงที่ขยับง่ายๆมา คิดเอาไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้ “ดูเหมือนทุกคนจะคิดเหมือนกันนะ”

          “ฉันใส่มาเพราะคิดว่ามันน่าจะมีโอกาสที่จะได้ทำแบบนั้นน่ะ แต่ไม่คิดว่าทุกคนก็ทำเหมือนกัน”สุกาวาระพูด

          “ฉ...ฉันก็หวังว่าจะได้ทำมันอีก อย่างน้อยอีกสักครั้ง ก็เลย เอ่อ...”อาซาฮีพูดเสียงเบาพร้อมกับลูบท้ายทอยด้วยความเขินอาย

                “ผมก็แค่อยากจะใส่เสื้อผ้าสบาย”สึกิชิมะบอกพร้อมกับมองไปอีกทาง

                “ไม่เอาน่าสึกี้”

          “ถ้าอยากจะใส่สบายๆก็กลับไปนอนบ้านนู่น”คาเงยามะพึมพำ

          “ว่าไปแล้วชุดวอร์มนี่...มันเป็นชุดประจำตำแหน่งของราชาแห่งสนามตั้งแต่เมื่อไรกัน”ดวงจันทร์ยิ้มเยาะ มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “นึกว่าเป็นเสื้อที่มีธงญี่ปุ่นอยู่บนอกซะอีก”

          “นาย...”คาเงยามะคำราม

          “ผมก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน คิดว่าจะได้ทำมันอีก ก็เลย...”ฮินาตะบอก แก้มของเขาขึ้นสีเลือกฝาด

          “ฉันจะเล่น วอลเลย์บอล กับ ทุกคน อีกครั้ง!”นิชิโนยะตะโกนเสียงดัง เรียกความสนใจมาอยู่ที่เขาแต่เพียงผู้เดียว ทุกอย่างตกอยู่ภายใต้ความเงียบงัน ใช่แล้ว...เขาพูดถูก

เขาพูดแทนสิ่งที่อยู่ในใจของทุกคนออกไปแล้ว เหล่าอดีตทีมวอลเลย์ต่างพากันยิ้มออกมา ความรู้สึกของวันวานกลับมาอีกครั้ง โค้ชเองก็ยิ้มกว้างแล้วส่ายหน้าเบาๆ เด็กพวกนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ ฮินาตะหันไปมองคาเงยามะ เขาเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ อากาศกำลังพองโตอยู่ในอก คู่ตบฟ้าประทาน กำลังจะกลับคืนสู่สนาม

          “งั้นรออะไรกันล่ะ”โค้ชพูดเสียงดัง “ไปวอร์มอัพแล้วลงสนามซะ”

 

 

 



วิ่งไปด้วยทุกเรี่ยวแรงที่มีในขาทั้งสองนี้...

          “ซ้ายๆ”ไดจิตะโกนพลางเหวี่ยงมือที่ทางที่ฮินาตะวิ่งมาพอดี ความจริงแล้วเข้าไม่จำเป็นต้องถูกเรียกด้วยซ้ำ สึกิชิมะไปอยู่ตรงนั้นแล้ว แขนยาวแหวกอากาศออกไปตอนที่ฮินาตะตบลูกพอดี ไม่ใช่แค่ทำวันทัช เขาบล็อกมันได้จริงๆ

ลูกพุ่งลงไปที่พื้น แต่ไม่สามารถสัมผัสพื้นกระดานได้เลย มือของผู้พิทักษ์มารองรับมันเอาไว้ก่อนแล้ว ลูกบอลลอยไปฝั่งตรงข้าม

          “บอลง่าย”สุกาวาระบอก ไดจิเขามารับมันไว้ได้ ไม่ต้องรอเลย ทั้งหมดเข้ามาเพื่อทำการโจมตีประสาน คาเงยามะ ทานากะ และฮินาตะเตรียมตัวป้องกันการโจมตีที่กำลังจะมาถึง และแล้ว สุกาวาระก็ส่งบอลไปที่แดนหลัง อาซาฮีกระโจนขึ้นไปในอากาศ ฝ่ามือแห่งเอสตบลูกด้วยความเร็วและแรง เสียงแหวกอากาศเหมือนกับลูกธนู เป็นจังหวะเดียวกับที่ฮินาตะโดดสุดแรงขึ้นไปในอากาศเพื่อป้องกันพอดี

ปัง! ลูกบอลอัดพื้นอย่างแรง กำแพงที่ฮินาตะสร้างพังทลายลงไปกับตา

          “...สุดยอด”เสียงเล็กรอดออกมาจากปากของฮินาตะ

                “ไนซ์ คิล! อาซาฮี” คะแนนเลื่อนขึ้นมาอีกแต้ม

          “เจ้าโง่! เขาตบมาจากแดนหลัง บล็อกแบบนั้นใช้ได้ที่ไหนกันเล่า”คาเงยามะตะโกน

          “เมื่อกี้มันเกือบได้แล้วนี่นา”

                “แต่มันไม่ได้โว้ย!

          “ไม่เป็นไรๆ”ยามากุจิตะโกน เขารีบเดินไปหลังเส้นเสิร์ฟ คราวนี้เขาจะเปลี่ยนกระแสเกมเอง เขาเดาะบอลกับพื้นสองสามครั้ง เมื่อได้จังหวะ เขาก็โยนบอลขึ้นฟ้า แล้ววิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและกระโดดสูงที่สุดเท่าที่เขาเคยทำ สึกิชิมะขมวดคิ้วแน่น นี่มันไม่ใช่นิสัยปกติของเขาเลย

          “โดดเสิร์ฟงั้นเหรอ”สุกาวาระพึมพำ แล้วถอยหลังหนึ่งก้าว เตรียมรับลูก

          “ไม่ใช่!”สึกิชิมะร้อง ถึงแม้จะเป็นหนึ่งก้าว แต่มันก็มีค่าเกินกว่าที่จะนำไปเสี่ยง ไม่ทันแล้ว มันเป็นการเสิร์ฟบอลลอยแบบหยอด

ตุบ ส่วนล่างสุดของลูกวอลเลย์สัมผัสกับตาข่าย แล้วตกลงในที่ที่ไม่มีใครสามารถพุ่งแหลนไปรับทัน

                “โย่ช ช่า!

          “เสิร์ฟเอสก็มานะงานนี้”ทานากะตะโดนลั่น

          “เจ้านี่...มันเจ้าเลห์ขึ้นรึเปล่านะ”ไดจิพึมพำด้วยรอยยิ้มอย่างเจ็บแค้นขณะที่ยามากุจิกลับไปที่จุดเสิร์ฟอีกครั้ง

          “ไนซ์เสิร์ฟ ยามากุจิ”ฮินาตะร้องเสียงดัง

          “ไนซ์เสิร์ฟ”สึกิชิมะพึมพำเสียงเบา แม้ว่าจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกันก็ตาม ยามากุจิโยนบอลขึ้นสูง เขาวิ่งเข้ามา แล้วกระโดดแบบเดิมทุกกระบวนท่า

          “นี่แหละ โดดเสิร์ฟของจริง!”ไดจิตะโกน เขาพุ่งเข้ามารับลูกได้อย่างแม่นยำ สุกาวาระเข้ามาประจำตำแหน่ง เขาเซ็ตลูกไป คาเงยามะมองการกระทำนั้น เขาต้องให้อาซาฮีตบอย่างแน่นอน ไม่สิ...ไม่ใช่

          “สึกิชิมะ!”คาเงยามะตะโกน ด้วยความเร็วที่ไม่มีใครตามทัน ฮินาตะวิ่งไปตรงนั้นทันที เขาต้องได้บล็อกลูกนั่นแน่ เขาทำได้แน่ๆ เขาโดดขึ้นไปสุดแรง สูงกว่าสึกิชิมะเสียอีก ดวงจันทร์เบิกตาโต ดวงตะวันได้ฉายแสงแล้วขึ้นแล้ว แต่ใช่ว่าเขาจะแก้ไม่ได้ มือที่ตบลูกเปลี่ยนมาเป็นสัมผัสแทน เขาทำลูกหยอด

          “ได้แล้ว!”เขาจะเป็นผู้ปกป้องทุกคนเอง นิชิโนยะพุ่งเข้ามารับได้ทัน บอลลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า

          “...ชิ”สึกิชิมะย่นคิ้วอย่างท้าทาย

“ไนซ์โคเวอร์!” ทานากะเข้ามาต่อลูกที่ตกลงมาอย่างแม่นยำ

ฮินาตะและคาเงยามะเงยหน้าสู้กับท้องฟ้า โดยที่ไม่ต้องสื่อสารอะไรกันทั้งนั้น ในระหว่างที่ฮินาตะเริ่มขยับไปตามสัญชาตญาณที่มี ลูกบอกก็อยู่ในการควบคุมของวาทยกรแห่งสนามแล้ว ต่อไปนี้คือการบรรเลงบทเพลงของเขา

ทั้งคู่ไว้ใจกันและกัน มากพอที่จะทำอะไรที่สุดยอด หรืองี่เง่าด้วยกัน หรือแม้แต่พลิกเกมให้กลับมาเป็นของพวกเขา แต่สึกิชิมะก็อ่านทุกอย่างออกหมด เขาวิ่งไปขวางอย่างรวดเร็ว

วิ่งไปด้วยทุกเรี่ยวแรงที่เหลือในขาทั้งสองนี้...บนเส้นทางที่ทอดยาว

ในขณะกำแพงกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ นกกาที่ปีกกล้าขาแข็งโผขึ้นจากพื้นดิน เปรี้ยง! ชั่วพริบตา เขาก็ไปอยู่ตรงที่เขาตั้งใจไว้แล้ว

...ณ จุดสูงสุดเหนือกำแพง จุดที่เขาเฝ้าฝันมาชั่วชีวิต

ดวงตาของนักล่ามองไปยังภาพเบื้องหน้า ภาพที่ไม่สามารถมาเห็นได้ด้วยตัวคนเดียว ภาพที่สวยงามของชัยชนะ แสงแห่งความหวังที่ลอดออกมาจากกำแพง แม้แสงนั้นจะริบหรี่มากก็ตาม แต่มันก็มากเพียงพอแล้ว

ในอึดใจเดียว ลูกก็บอลพุ่งมาที่เขา และช้าลงที่ด้านหน้าแม่นยำ มันถูกเซ็ตมาให้เขาตบได้ง่ายที่สุด ไม่ต้องลังเลอะไรทั้งนั้น เขาตบมันด้วยการทิ้งข้อศอกด้านขวาอย่างเร็วและแรงแบบที่อุชิวากะเคยแนะนำ และควบคุมองศาของฝ่ามือแบบโงชิกิเคยสอนเขา

ชั่วพริบตา เสียงดังสนั่นไปทั่ว ลูกบอลที่ถูกตบอัดสะท้อนจากพื้นลอยสูงขึ้นไปสูงเสียดฟ้า เขาข้ามกำแพงไปได้แล้ว ไม่สิ...พวกเราได้ข้ามกำแพงไปแล้ว

                “ย...”ฮินาตะมองมือขวาของตนเอง ฝ่ามือที่ตบลูกอย่างเต็มที่จนเป็นสีเลือด หัวใจของเข้าเต้นแรงมาก เขาจำความรู้สึกทั้งหมดได้ มันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป ก็คงจะเป็นความคิดในแง่ลบของเขาเท่านั้น

          “โย้ช ช่า!!!!

และแล้วเสียงแห่งชัยชนะดังก้องไปทั้ว และจะสถิตอยู่  ทั้งในอากาศ บนแมกไม้ แหวกว่ายในสายน้ำ ล่องลายบนท้องฟ้า และบนผืนดินเล็กๆแห่งความทรงจำนี้ อาจจะยาวนานเป็นเดือน เป็นปี สิบปี หนึ่งรอยปี พันปี หรือตลอดไป มันจะยังคงอยู่

 



 

 

 

          “อ๋อ ตรงนั้นเองๆ ฉันจำได้”ทานากะรับ “สงสัยต้องรบกวนรุ่นน้องสุดที่รักหน่อยล่ะนะ”

          “ตรงไหนนะ ทำไมฉันคิดไม่ออก”นิชิโนยะถามพร้อมกับย่นคิ้ว

          “เลยสนามกีฬาเซ็นได ไปทางภูเขาอีกหน่อยไงเล่า” ไดจิบอก นิชิโนยะเอียงหัวน้อยๆ กัปตันส่ายหน้า “ขับรถตามฮินาตะไปนั่นแหละดีที่สุด”

 

 

          “นายทำรีสอร์ทตั้งแต่เมื่อไรกัน”คาเงยามะถามขึ้นในที่สุด เขาพับตาข่ายให้เล็กลงแล้วนำไปเก็บในห้องเก็บของ

          “เมื่อสองปีที่แล้วน่ะ พอดีฉันได้ไปรู้จักกับคนที่มีที่ดินที่นั่นน่ะ มันอยู่ติดตีนเขาที่เป็นหิน มันทำไร่ไม่ได้ เขาก็เลยเสนอขายให้ฉัน แล้วตอนนั้นฉันก็มีไอเดียที่จะทำทีพักสำหรับค่ายฝึกอะไรประมาณนั้นอยู่ด้วย แม่ฉันก็บอกว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ ก็เลยคว้าโอกาสเอาไว้ซะเลย”

          “...”คาเงยามะมองฮินาตะอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “นายไม่ได้ไปร่ายมนต์อะไรใส่เขาใช่ไหม”

          “อะไร! ฉันไม่ใช่คนแบบนายนะ แบบนี้ไง ใครๆถึงรักฉัน”ฮินาตะยืดอก คาเงยามะขมวดคิ้ว เขาเถียงไม่ออกที่ฮินาตะแทบจะไม่มีศัตรูเป็นเรื่องจริง และที่จริงกว่านั้นก็คือ มันสามารถทำให้ศัตรูกลายเป็นมิตรได้ เพราเขาเองก็เคยเป็นหนึ่งในศัตรูตัวสำคัญกับฮินาตะมาก่อน แต่เรื่องนี้ก็ทำใจเชื่อไม่ลงอยู่ดี

          “ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนโง่ๆแบบนายก็ใช้สมองเป็นด้วย”

          “อะไรเล่า! ทำไมฉันจะทำไม่ได้เล่า”ฮินาตะโวยวาย เขาปิดประตูห้องเก็บของแล้วรีบเดินตามคาเงยามะออกไป

          “เฮ้ย! พวกนายน่ะ ไม่ต้องรีบก็ได้นะ ทุกคนแค่กำลังรอนายอยู่เอง”เสียงของสึกิชิมะดังมาจากด้านนอก

          “ไม่ได้สิ สึกี้ อ้อ...คาเงยามะ ฮินาตะ รีบหน่อยนะ เดี๋ยวโค้ชจะรอนาน”ยามากุจิส่ายหน้าแล้วลากสึกิชิมะไปที่ลานจอดรถ

          “กำลังไปๆ”ฮินาตะตะโกนตอบ เขาวิ่งไปตามคาเงยามะที่สาวเท้านำออกไป อินาตะต้องเป็นคนขับรถนำทุกๆคนไปกินเลี้ยงที่รีสอร์ทที่เซ็นได เขารู้สึกตื่นเต้นอยากบอกไม่ถูก เพราะมันจะเป็นครั้งแรกที่ทุกคนไปที่นั่น

          “เฮ้ย! ปิดประตูโรงยิมด้วย เจ้าโง่นี่!

          “อ้อ...เกือบลืมแน่ะ”คาเงยามะยืนกลอกตามองฮินาตะที่วิ่งไปที่ประตูเลื่อน

แสงยามเย็นสีทองลอดผ่านหน้าต่างของโรงยิมเข้ามาปนกับความมืดด้านในอาคาร พื้นไม้กระดานที่พึ่งลงน้ำยาเคลือบไปไม่นานสะท้อนประกายตัดกับเส้นสีขาวของสนามวอลเลย์

สนามที่ครั้งหนึ่งรุ่นพี่ไดจิเคยเรียกทุกคนมารวมตัวประชุม สนามที่รุ่นพี่สุกาวาระคอยตบหลังเขาแล้วบอกว่าให้เอาใหม่ สนามที่รุ่นพี่อาซาฮีตบลูกตบเอสมาที่เขา สนามที่รุ่นพี่ทานากะช่วยซ้อมให้เขา สนามที่รุ่นพี่นิชิโนยะพุ่งแหลนไปเพื่อทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์

สนามที่เขาเคยวิ่งเข้ามาเพื่อส่งใบสมัครเข้าชมรมวอลเล่ แต่เมื่อเปิดประตูออกมา ก็เจอเข้ากับราชาแห่งสนามที่กำลังซ้อมเสิร์ฟอยู่อย่างไม่คาดฝัน ที่ที่ทุกๆอย่างได้เริ่มต้นขึ้น และทุกๆอย่างได้จบลง

มันจะเป็นเพียงอดีต เมื่อทุกคนโตขึ้นและมีอนาคตของตัวเอง แยกไปตามทางเดินของตัวเอง ชีวิตของคนยืนยาวเกินกว่าที่จะผูกพันกับเรื่องเล็กๆเรื่องหนึ่ง เมื่อแก่ลง บางทีเขาอาจจะลืมชื่อของคาเกยามะก็ได้ หรืออาจจะลืมความรู้สึกตอนที่ตบลูกของเขา บางที...พวกเขาเองก็อาจจะลืมมันไปก็ได้ มันจะกลายเป็นแค่เศษเสี้ยวของความทรงจำ

          “...” ฮินาตะมองนิ่งในขณะที่จมลงสู่ความคิด เขานิ่งมาจนทำให้คาเงยามะขมวดคิ้ว

          “ถ่ายรูปเก็บไปดูที่บ้านเลยก็ได้นะ”นักกีฬาทีมชาติกระซิบ

 

          “ฉันจะคิดถึงนายนะ”

 

          “...”คาเงยามะเลิกคิ้ว คำพูดของฮินาตะทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงัน

          “แล้วฉันจะไม่มีวันเลิกคิดถึงด้วย”ฮินาตะหันมาหาเขา “ทุกอย่างที่พวกเราทำด้วยกัน ฉันจะจดจำมันไว้ให้มากที่สุด”

          “...”

          “บอกฉันสิว่านายก็จะทำเหมือนกัน เมื่อถึงวันที่นายกลายเป็นไอ้แก่คาเงยามะใจร้ายที่คอยถือไม้เท้าไล่ตีเด็กๆที่เข้ามาเก็บบอลในสวนของนาย นายจะยังจำฉันได้”แววตาของฮินาตะมีแต่ความจริงจัง

          “...ไอ้แก่คาเงยามะ ...ตีเด็ก งั้นเหรอ”คนโดนเปรียบเทียบคิ้วกระตุก

          “บอกฉันส...”

          “เออ! ก็ทำให้ได้ตามที่พูดก็แล้วกัน ในวันที่นายกลายไปไอ้แก่ฮินาตะ ฉันจะมาดูกับตาตัวเองว่านายยังจำทุกอย่างได้ เตรียมตัวไว้ให้ดีเลย เจ้าโง่ฮินาตะ!

          “...”ฮินาตะไม่รู้ว่าจะตอบอะไรออกไปดี เขาทำได้แค่ยิ้ม ยิ้มที่มีความสุขที่สุดในชีวิต มีแค่คนเดียวที่สามารถมอบมันให้กับเขาได้ จากนั้นเขาก็ตะโกนออกไป

“เออ! คอยดูได้เลย”

          “เฮ้ย! จะตะโกนอีกนานมั้ย พวกนาย มาที่ลานเดี๋ยวนี้เลย”เสียงของไดจิเรียกทั้งสองอยู่ไกลๆ

          “ขอโทษครับ!”คู่ตบฟ้าประทานรับพร้อมกัน

ทั้งสองหันมามองกันอย่างรู้ทัน ก่อนจะออกวิ่งอย่างสุดแรงเพื่อไม่ให้กลายเป็นคนรั้งท้าย เพื่อไม่ให้แพ้อีกฝ่าย เพื่อไม่ให้กลายเป็นนกกาที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลัง

วิ่งไปด้วยทุกเรี่ยวแรงที่เหลือในขาทั้งสองนี้...บนเส้นทางที่ทอดยาว

...เพื่อก้าวไปสู้อนาคตแห่งคำมั่นสัญญา








TALK CORNER>>>

สวัสดีค่ะ ฟิคสั้นเรื่องแรกก็ขอประเดิมให้ haikyuu เลยแล้วกันนะคะ 

นี่คือคิดไว้หลายพล็อตมาก ส่วนใหญ่ได้แรงบัลดาลใจมาจากพวกงานแฟนอาร์ตหรือฟิกสั้น ตอนแรกคิดไว้ว่าจะแต่งให้ฮินาตะเป็นหูหนวกชั่วคราว แต่เรื่องนั้นก็ตกไป เพราะไปเจอแฟนอาร์ตฮินาตะคุงตอนอยู่ม.ปลายปี3เข้า อร้ากกกกก นางงานดีมาก เลยได้พล็อตใหม่เลยค่ะ ความยาว27หน้า เป็นหนึ่งตอนที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยเขียน ยาวแบบนี้ข้ามฉากบรรยายไปบ้างก็ได้นะคะ55555

พูดถึงเรื่องฮินาตะ เรื่องการที่นางเลือกเป็นโค้ช อันนี้คือ คิดว่าน่าจะเหมาะกับนางเลยจับใส่ไป แต่ก็แอบเสียใจนะคะที่ไม่ได้ไปยืนในคอร์ทชาติกับคาเงยามะ พูดแล้วนึกถึงคลิปนี้เลย


คือดูครั้งแรกนี่น้ำตามาเต็ม ร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุ

อ้อ...แล้วก็เรื่องที่คิดว่ายามากุจิน่าจะเป็นกัปตันคนต่อไป มีประเด็นกันมากเลย ในการประลองนี้มีสามผู้เข้าชิงคือ ฮินาตะผู้พูดให้กำลังใจคนอื่นได้ สึกิชิมะจ้าวแห่งการวางแผน และยามากุจิผู้ไม่ค่อยมีบท?

ส่วน ส่วนตัวแล้วคิดว่า ยามากุจิมีคาแลกเตอร์ที่สำคัญนะคะ คือ การรับรู้ความรู้สึกของคนที่ทำผิดพลาด ตอนที่นางเสิร์ฟวิกฤติพลาด ครั้งนั้นคงเป็นแผลที่เจ็บที่สุดของชีวิตเลยล่ะค่ะ นั่นน่าจะทำให้นางเข้าใจว่าไม่มีใครอยากจะจมอยู่กับความผิดพลาด และเข้าใจเมื่อเกิดเหตุที่ทำให้ทีมต้องแพ้ได้ในอนาตค และด้วยความใจเย็นของนาง ส่วนฝีมือแล้ววิธีการพูดให้กำลังใจคนในทีมนี่ต้องฝึกหน่อย แต่สึกิชิมะ และฮินาตะก็มีโอากาสนะคะ จะอย่างไรก็ต้องลุ้นกันต่อไป หวังว่าจารย์คงไม่ตัดจบก่อนนะ55555

โซระ! อาโอโซระคุง! ตัวละครที่แต่งขึ้นมาเพื่อทำให้คนงงเล่นๆ? มีดวงอาทิตย์ มีดวงจันทร์ มีภูเขา แล้วไหงไม่ควรมีท้องฟ้ากว้างล่ะ ไม่ใช่ๆ ไม่เกี่ยวๆ

คืองี้ค่ะ...ยักษ์จิ๋วแทบจะไม่มีบทเลย ทั้งๆที่เป็นตัวละครที่เท่สุดๆ ก็เลยใส่อะไรที่เกี่ยวกับนางเข้าไปในฟิคแก้เผ็ดจารย์ซะเลย ไงล่ะจารย์!!! เอาพี่ยักษ์จิ๋วของหนูมาใส่ในเรื่องสักที555 นี่ตั้งใจจะให้น้องโซระมีบทมากกว่านี้ แต่ไม่เอานะลูก ฮินาตะอยู่ทั้งคน ท่องไว้ เขาคือพระเอก เอาหอมปากหอมคอพอเนอะ

การทำหน้าที่โค้ชของฮินาตะ ภาพเวลาที่นางพูด ตู้ม! ปัง! เปรี้ยง! นี่โผล่เข้ามาในหัวเป็นช็อตๆเลยค่ะ และนางเวลานางเห็นเด็กๆเล่นกันก็คงคันไม้คันมืออยากเล่นด้วย(เราในนายไปอยู่ทีมมิยางิแล้วนะ ได้เล่นสมใจแล้ว ไม่โกรธเรานะ) เวลาวิ่งออกกำลังกายก็คงต้องวิ่งนำหน้าเด็กๆแน่เลย555

ระหว่างแต่งก็ไปฟังเพลงค่ะ เจอเพลงเพราะๆเยอะเลย แล้วก็ไปเจอนางเข้าค่ะ Yuki Kurogi คนนี้เขาcover เพลงไว้หลายวงมาก เสียงนางก็น่าหลงมากเลยค่ะ


ตอนแต่งนี้ฟังเพลงนี้บ่อยสุด (นี่คงเป็นสาเหตุหนึงที่ทำให้เรื่องดารม่า)



อันนี้นางcover เพลงของเรื่อง รักไร้เสียงค่ะ อร้างงงงง


อ้อ...นิดนึง ถ้าเปรียบว่าทีมคือวงออเครตา เซ็นเตอร์คือวาทยากร ก็นึกถึงเพลง Symphony ของ Clean Bandit ft. Zara Larsson นี้ขึ้นมาเลยค่ะ (อันนี้เป็นcoverค่ะ)


ฟังไปนี่จิ้นถึงคาเงะฮินะไป 

"ฉันได้ยินทำนองของนาย ก่อนที่ฉันจะไม่ได้ยินเสียงอื่นใดอีกเลย"

"ตอนที่นายไม่อยู่ ท่วงทำนองของฉันก็ไม่เหมือนเดิม" 

"ฉันอยากเป็นหนึ่งในเสียงเพลงของพวกนายเหลือเกิน"

อร้องงงงงงงง อร้างงงง งานมโนต้องมาค่ะ


สุดท้ายแล้ว มาคุยกันได้นะคะ ชิปคู่ไหน มีพล็อคเรื่องอะไรน่าสนใจ อยากจะได้รับการแบ่งปันไอเดีย มาได้เลยคะ อยากฟังๆ รออยู่นะคะ จุฟฟฟฟฟ


Bonus

 

          “แค่นั้นเหรอ...”มหาราชาเลิกคิ้วเพื่อรอฟังต่อ

          “ครับ”คาเงยามะตอบสั้น ทำให้โออิคาวะถอนหายใจยาว นึกว่าจะมีอะไรที่น่าสนุกกว่านี้ซะอีก อย่างเช่น เรื่องดราม่าน้ำตาแตก ผิดใจกันจนเข้าหน้าไม่ติด หรืออย่างน้อยๆ ก็เจ้ากุ้งน้อยนั่นสารภาพรักกับเจ้าคาเงยามะ สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย

          “น่าเสียดายจริงๆ ให้ตาย...”โออิคาวะพ่นคำนั้นออกมาทางลมหายใจ ทำให้คนที่กำลังดื่มอยู่หันมามอง

          “ไม่ต้องกังวลหรอก”อุชิจิมะตบหลังอย่างสนิทสนม

          “ไม่ได้กังวลโว้ย!”ว่าแล้วก็สะบัดตัวออกห่าง

          “ฉันหมายถึง นายคงจะกังวลว่าจะไม่มีอะไรสนุกๆใช่ไหม”อุชิจิมะถาม เอ๋...มันมาแปลกแฮะ ดูมีอะไรพิกลๆ

          “อ...เออสิ”

          “งั้นนายจะได้สนุกแน่”อุชิจิมะทำหน้าจริงจังซึ่งไม่เข้ากับคำพูดเอาซะเลย

          “ทำไม”

          “โค้ชบอกฉันเรื่องทีมที่จะมาซ้อมแข่งกับเราเป็นทีมต่อไป ก็คือทีม...”

          “อยู่นี่เอง!

เสียงอันคุ้นเคยดังออกมาจากหน้าร้านอาหาร พาให้สามนักกีฬาทีมชาติหันไปมองอย่างพร้อมเพียง แล้วโออิคาวะก็ต้องขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เพราะเรือนผมสีส้มนั้นมันทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจแปลกๆ แถมยังแสบตาอีกด้วย ถึงแม้จะถูกตัดสั้นไปแล้วก็เถอะ มันก็ยังแยงตาเขาอยู่ดี โค้ชหนุ่มแห่งชิราโทริซาวาโบกมือให้กับทุกๆคนอย่างตื่นเต้นก่อนจะเดินเข้ามาตรงที่ทั้งสามนั่งอยู่

          “นายมาอยู่ที่นี่ได้ไง”คาเงยามะเบิกตากว้าง หัวใจกำลังเต้นแรง

          “อ้าว...”ฮินาตะทำหน้างง “ยังไม่มีใครบอกเหรอว่า จังหวัดมิยางิต้องซ้อมแข่งกับทีมชาติ”

          “...กำลังจะบอก”อุชิจิมะเอ่ยเรียบ โออิคาวะมองหัวหน้าทีม...อ๋อ แบบนี้เอง

          “สวัสดีครับ!”ฮินาตะก้มทักทายรุ่นพี่ทั้งสองก่อนที่จะเสียมารยาทไปมากกว่านี้”

          “แหม...เจ้ากุ้งน้อย เลิกอ้างเรื่องซ้อมแข่งเถอะ จะมาหากัน ก็บอกมาดีๆ ไม่ต้องปากแข็ง”โออิคาวะเย้าใส่โค้ชหนุ่ม

          “ผมมาซ้อมแข่งจริงๆนะครับ ส่วนคนที่อยากมาเจอน่ะ...”

          “เจ้างี่เง่าคาวะ!”มือใหญ่กดหัวของนักกีฬาลงอย่างทันทีทันใดเมื่อเสียงนี้ดังขึ้น เล่นเอาผมเสียงทรงกันไปเลยทีเดียว

          “เอ่อ...เขายืนอยู่อยู่ข้างหลังคุณ”ดูเหมือนฮินาตะจะเอ่ยช้าเกินไปซะแล้ว

          “มันเจ็บนะ...”โออิคาวะลูบผมของตัวเอง และเมื่อหันไปก็พบกับชายหนุ่มตัวสูง ผู้แววตาที่เด็ดเดี่ยว แววตาที่เขาคิดถึงเป็นที่สุด นั่นทำให้เขาไม่สามารถหุบยิ้มได้เลย

          “...อิวะจัง!





( CR. อ้างอิงภาพค่ะ งานของเขาดีจริงๆ ภาพไอคอนจาก namiikazesminato.tumblr.com ไปติดตามผ่าน tumblr  ได้นะคะ เพจ Thecrowlife , Lover-of-volleyball , Volleyball on tumblr , Marielle in japan และจากเว็บอื่นๆ  adayofclouds.wordpress.com , www.anime-source.com , Sendai castle in morning (Pinteres) )



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ L ight H ouse จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 16:09
    เราชอบมากๆ เลยยย ขอบคุณมากๆ นะคะ ฮืออ น้ำตาจะไหล
    #8
    0
  2. วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 15:34
    ชอบมากเลยค่ะ น้ำตาปริ่มๆเลย เหมือนได้อ่านตอนจบจริงๆของไฮคิวเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #7
    0
  3. #6 Loverring
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 13:44
    อบอุ่นหัวใจมากค่ะ เหมือนได้อ่านตอนจบของไฮคิวจริงๆ T/////T <3 ปล.ฮาอุชิวากะมากค่ะ นายนี่มันคนซื่อๆตรงๆจริงๆ 5555555555555
    #6
    1
  4. วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 12:26
    อ่านแล้วน้ำตาปริ่มแปลกๆ ชอบมากมายอะ ถึงจะไม่ได้เป็นวายจ๋าแต่อ่านละมุนมากมาย คือชอบอะ โอ้ยยยยยยย แต่งเยอะๆนะไรต์ เราชอบมากกกกกกก 
    #5
    1
  5. วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 20:13
    ชอบมากๆเลยคะดีมากๆเลยเป็นอนาคตของไฮคิวที่โอเคที่สุดเท่าที่ราเคยอ่านเขียนต่ออีกเยอะเลยนะจะตามอ่านให้ครบเลย


    #4
    1
  6. วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 22:07
    อ่านเเล้วทำไมเหมือนโดนสปอยตอนจบวะ? เห้ย คือมันดีอ่ะ เห็นนังโอยเเล้วคิดถึงอิวะจังจุงเบยยยยยยย กรีดร้องโวยวายย
    #3
    1
    • 8 พฤษภาคม 2560 / 22:22
      สปอยเหรอคะ5555555 เสียดายไม่ได้ใส่อิวะจังเข้าไป มีนางเข้ามาบวกกับโออิอุชินี่ ตลกคาเฟ่ชัดๆ น่าร้ากกก
      #3-1
  7. #2 Momomoo
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 10:47
    สุดยอดไปเลยค่ะ เป็นตอนจบสำหรับไฮคิวที่ดีมากๆๆๆ
    #2
    1
    • 7 พฤษภาคม 2560 / 15:50
      ขอบคุณนะคะ5555555 ดีใจจังเลยค่ะ พูดถึงตอนจบ ถ้าอาจารย์แต่งไปถึงตอนจบแบบไม่ตัดได้ก็คงดีนะคะ อยากติดตามยาวๆ ไม่อยากให้จบเลยTT
      #2-1
  8. #1 Espa&#241;olgirll
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 13:55
    ชอบมากค่าาา ยังไม่จบใช่มั้ย &#128557;

    อ้อ เราว่า liber&#243; น่าจะเขียนว่า ลิเบโร หรือ ลิเบอโร

    นะคะ
    #1
    1
    • 6 พฤษภาคม 2560 / 14:31
      เมื่อกี้มันอัพตอนที่ยังไม่สมบูรณ์น่ะคะ มันเลยมาแค่ครึ่งเดียว ตอนนี้มาครบจนจบแล้วค่ะ ขอคุณมากนะคะ>///<
      #1-1