คัดลอกลิงก์เเล้ว

นักเรียนเก๋าอังกฤษ

โดย octoberner

ช้าก่อน ๆ ใครอยากไปเรียนต่อต่างประเทศเชิญแวะมาอ่านเรื่องนี้ แล้วจะได้รู้แนวว่าเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยนั้น มันเป็นยังไง เรื่องจริงหลายตอนจบ จากประสบการณ์ในประเทศอังกฤษของอดีตเด็กโข่ง

ยอดวิวรวม

459

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


459

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


47
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
จำนวนตอน : 54 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  8 มิ.ย. 61 / 16:26 น.
นิยาย ѡ¹ѧ นักเรียนเก๋าอังกฤษ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สารภาพตรง ๆ เลยว่า  เรื่องนี้ผู้เขียนตั้งใจจะพิมพ์เป็นเล่ม   แต่ไม่มีสำนักพิมพ์ซื้อ   จะเก็บไว้กับตัวก็เสียดายของ  เลยเอามาโพสต์ให้เด็ก ๆ อ่านเล่นดีกว่า   ถ้าพร้อมแล้ว ก็มาอ่านกันเลยจ้า

A long lasting dream 
ถ้าวันหนึ่งเพื่อนสนิทของคุณเดินเข้ามาบอกว่า  เธอกำลังจะไปใช้ชีวิตและศึกษาต่อ ณ.แดนไกล    คุณจะพูดอะไรกับเพื่อน   

ก. ดีใจด้วยนะฝันเป็นจริงเสียที

ข. เราจะเลี้ยงส่งแกวันไหนดี

ค. เดี๋ยวฉันตามไป  แกอย่าเพิ่งรีบกลับนะ

ง. แน่ใจหรือเปล่า   ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียว  ไม่เหงาแย่เหรอ

จ. ไปกี่ปี   เมื่อไรกลับ?   อย่าลืมของฝาก

ฉ. ไม่ใช่ทุกข้อที่กล่าวมา

 

หลังจากได้รับวีซ่าเข้าประเทศอังกฤษมาหมาด ๆ   ฉันรีบโทรไปบอกข่าวดีกับเพื่อนสนิท    และนี่คือบทสนทนาระหว่างเรา  

“เราจะไปอังกฤษอาทิตย์หน้าแล้วนะ”

“ตกลงแกจะกลับไปเรียนต่อจริง ๆ?”

“ก็ใช่น่ะสิ”

“อ้าว  แล้วงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้ล่ะ”

“ก็เลิกไง   ไม่ทำแล้ว  จะไปเรียนต่อ”

“เอาจริงเหรอเนี่ย”

“จริงดิ”

“แกจะบ้าหรือเปล่า   อยู่ดี ๆ จะเลิกทำงาน  ไม่เออรี่รีไทร์ไปซะเลยล่ะ   แก่จนปูนนี้แล้วยังจะไปเรียนอะไรอีก!  กว่าจะจบกลับมาก็แก่งั่กพอดี   งานเขียนบทละครที่แกทำอยู่ทุกวันนี้มันใช้ความรู้ทางวิชาการซะที่ไหน   จะไปนั่งเรียนให้มันเมื่อยทำไม !

ดูมันพูดเข้าสิ      ทำอย่างกับเพิ่งได้ยินแผนการที่งี่เง่าและผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต     คนเค้าจะไปเรียนต่อ   ไม่ได้จะหนีตามผู้ชายซะหน่อย     ... แก่จนปูนนี้ ....   ฉันก็อายุเท่าแกนั่นแหละ   เพิ่งจะสามสิบสองขวบเท่านั้นเอง   ไม่เห็นแก่ตรงไหนเลย    

ถึงคำประชดประชันของเพื่อนจะฟังแล้วแสลงหูไปบ้างแต่ฉันไม่โกรธหรอก   คิดซะว่าหากนางไม่ใช่เพื่อนบังเกิดเกล้าคงไม่พูดด้วยความห่วงใย (หรือเปล่าก็ไม่รู้) แบบนี้   

เพื่อนก็น่าจะรู้ดีว่าถ้าไม่ไปตอนนี้ ...   แล้วแกจะให้ฉันไปตอนไหน    นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปเรียนต่อมากที่สุด  เพราะว่าฉัน...  

1. ไม่มีครอบครัว   

2. ก็เลยยังไม่มีลูก

3. แถมไม่มีแฟนอีกต่างหาก   

4. ไม่มีภาระหนี้สิ้น  ผ่อนบ้าน  ผ่อนรถ   ผ่อนไอโฟน   หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ 

5. ไม่มีภาระต้องดูแลพ่อแก่แม่ชรา

6. ไม่ได้ทำงานประจำก็เลยไม่ต้องลาออกจากงาน 

7. สามารถซื้อตั๋วแล้วหิ้วกระเป๋าขึ้นเครื่องไปได้เลย

 

แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เพื่อนพูดก็สมเหตุสมผลทุกอย่าง   งานเขียนบทละครต้องอาศัยจินตนาการมากกว่าความรู้ทางวิชาการ   ถึงกระนั้นฉันก็มีเหตุผลของตัวเองที่ไม่ค่อยเหมือนใคร   และจะไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางความมุ่งมั่นตั้งใจของว่าที่นักเรียนโข่งคนนี้ได้   

“เขาว่ากันว่าการศึกษาคือการลงทุน    แกเคยได้ยินไหม”

“แล้วแกมีเงินไปลงทุนเท่าไร”

“...ก็สาม...กว่า ๆ”

“สามล้าน?”

“ไม่ถึงหรอก”

“สามแสน?”

“ไม่ใช่”

“แล้วมันอะไรกันแน่   อย่าบอกนะว่าสามหมื่น”

“ก็ประมาณนั้นแหละ”

“นี่แกจะไปเรียนต่อที่อังกฤษด้วยเงินสามหมื่น ! ... เหรอ ... ล้อเล่นใช่ไหม”

อ๊ะ อ๊ะ  อย่าดูถูกเงินสามหมื่นสิยะ    ถึงมันจะน้อยนิดแต่ก็ทำฝันให้เป็นจริงได้เหมือนกันนะ  

   

ตอนที่เริ่มวางแผนเรื่องกลับไปเรียนต่อ   คือช่วงเวลาที่ฉันมีเงินนอนอยู่ในบัญชีประมาณหนึ่งแสนบาท   ซึ่งต่อมาก็ค่อย ๆ ร่อยหรอลงไปกับค่าดำเนินการต่าง ๆ   ทั้งค่าสอบ IELST   ค่าขอวีซ่า   ค่าโน่นนี่นั่น    รวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน   

สุดท้ายพอถึงวันที่กำลังจะเดินทางไปประเทศอังกฤษเป็นรอบที่สอง   เพื่อพยายามเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเป็นครั้งที่สอง   ฉันเหลือเงินสดอยู่ในกระเป๋าเพียงสามหมื่นบาท  โฉนดที่ดินติดริมทะเล  คอนโดหรูย่านสาธร   พันธบัตรรัฐบาล   พระเครื่อง  แหวนเพชรมรดกจากคุณย่า   ก็ไม่มีสักอย่าง    (แล้วจะกล่าวถึงทำไม) 

ก่อนหน้านี้ฉันเคยไปเรียนและใช้ชีวิตในลอนดอนมาแล้วครั้งหนึ่ง  (เขียนให้ดูดี   จริง ๆ แล้วไปเรียนภาษาและทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตเสิร์ฟอาหารอยู่ในร้านไทย)   เคยสมัครเข้าเรียนป.โทในมหาวิทยาลัยแล้วแต่ยังไม่ได้เรียน     เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม      ห้าปีผ่านไปความฝันยังอยู่คงเดิมและฉันยังไม่มีค่าเทอมเหมือนเดิม     

ความฝันนั้นเป็นเรื่องแปลก    มันก่อตัวขึ้นในจินตนาการ   จากนั้นก็เกาะติดหนึบอยู่กับเราเพื่อเฝ้าทวงถามว่าเมื่อไรจะลงมือทำฝันให้เป็นจริงเสียที    หากเราแกล้งทำหูทวนลม    มันจะเฝ้าเพียรกระซิบถามซ้ำ ๆ อยู่ร่ำไปว่า  เมื่อไร  เมื่อไร   เมื่อไร...    

และถึงจะอธิบายเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ ให้ฟังว่ายังไม่มีตังค์    ไม่มีเวลา   ตอนนี้ยังไม่พร้อม   รอให้ถูกหวยสักงวดก่อนได้ไหม ฯลฯ   แต่ดูเหมือนมันไม่เคยเข้าใจ     ยังคงตั้งคำถามเดิม ๆ รบกวนใจเรา   เมื่อไร  เมื่อไร  เมื่อไร...     

                เมื่อเห็นว่าเรายังเพิกเฉย    ใช้ชีวิตไปวัน ๆ เหมือนลืมสิ่งที่เคยฝันไว้จนหมดใจ    มันก็ปล่อยท่อนฮุกหมัดเด็ดออกมา   “แล้วเธอจะมานั่งเสียดายในตอนที่มันสายเกินไปแล้ว”

เหมือนถูกเสยปลายคางจนน๊อคเอ้าท์กลางอากาศ   ฉันหลับไปและเห็นภาพตัวเองย่างเข้าสู่วัยเฒ่าชะแลแก่ชรา    คำถามที่หาคำตอบไม่ได้ยังเฝ้าหลอกหลอน    แต่เปลี่ยนจากคำถามสั้น ๆ ว่า  เมื่อไร  เมื่อไร   เมื่อไร...     มาเป็นคำถามยาว ๆ ว่า   ทำไมเธอไม่เดินตามความฝันของตัวเองในวันที่ยังมีโอกาส? 

เมื่อรู้สึกตัวตื่น  ฉันได้เหตุผลใหม่มาบอกตัวเองว่า   การลงมือทำตามความฝันบางครั้งก็ไม่ต้องใช้เหตุผลอะไรมากมายนักหรอก     

แล้วในที่สุดคำถามที่ได้ฟังซ้ำ ๆ เป็นเวลาห้าปีก็กำลังจะจบลง   

การเดินทางครั้งนี้เปรียบได้กับการกลับไปปิดจ๊อบ   ทำฝันที่ค้างเติ่งให้กลายเป็นความจริงเสียที  

   

Wiser old man กล่าวไว้ว่า  คิดทำการใหญ่ต้องวางแผน    

การเดินทางไปเรียนต่อด้วยเงินติดกระเป๋าเพียงสามหมื่นบาทยิ่งต้องวางแผนให้รอบคอบที่สุด    ทั้งเรื่องเรียน    เรื่องงาน    เรื่องเงิน   ที่พักอาศัย   อาหารการกิน  ฯลฯ    ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยวางแผนอะไรได้เป็นเรื่องเป็นราวเท่านี้มาก่อน    

แต่ว่านะหลายครั้งที่เราวางแผนอะไรไว้ก็ตาม    มันมักไม่เป็นไปตามนั้นหรอก    ครั้งนี้ก็เหมือนกัน    จากตอนแรกที่คิดว่าชีวิตต่อจากนี้คงเป็นไปตามแผนการอย่างราบรื่น    แต่ก็ผิดแผนจนได้

     สุดท้ายแล้วนักเรียนโข่งจะเรียนจบป.โทอย่างที่มุ่งหวังไว้หรือไม่    จะมีความเป็นอยู่แบบไหน    จะประกอบอาชีพอะไร   จะหาค่าเทอมได้หรือเปล่า     กรุณาติดตามอ่านตอนต่อ ๆ ไป  

สารบัญ อัปเดต 8 มิ.ย. 61 / 16:26

ตอน
ชื่อตอน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ octoberner จากทั้งหมด 1 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 18:24

    จบล่ะจ๊ะ ขอบคุณที่ติดตามจ้า ไว้ถ้าเขียนเรื่องใหม่จะมาอัพเดทน๊ะ

    #14
    0
  2. #13 nahathaiwong (@nahathaiwong) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 01:00
    ม่าย จบแล้วหรอคะะะะ
    #13
    0
  3. วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 08:41

    ดีใจ​จัง​เลย​ที่​มี​คน​ชอบ​ ขอบคุณ​น๊ะ​คะ​

    #12
    0
  4. #11 nahathaiwong (@nahathaiwong) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:21
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลยคะ
    #11
    0
  5. #10 nahathaiwong (@nahathaiwong) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:20
    เย้กลับมาแล้ว
    #10
    0
  6. วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 16:28

    อัพครบหมดทุกตอนล่ะน๊ะ ขอบพระคุณทุก ๆ การติดตามจ้าาาาาาาา


    ชอบ ไม่ชอบ ยังไง เขียนบอกกันบ้างน๊ะ

    #9
    0
  7. วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 14:36
    รออยู่น้า😍😍😍😍😍😍😍😍😍😍
    #8
    0
  8. วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 17:26
    ยินดีแบ่งปันเป็นอย่างยิ่งค่ะ หวังว่าจะชอบนะคะ
    #7
    0
  9. วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 16:33
    บังเอิญมากที่ได้มาเจอเรื่องนี้ อ่านไปนิดๆแล้วน่าสนใจมากเลย จะทยอยอ่านให้จบนะคะ ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ ^^
    #6
    0
  10. วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 16:21
    มาอัพให้แล้วจ้าาาาา
    #5
    0
  11. วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 18:51
    รออยู่นะค้า😁😁
    #4
    0
  12. วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 10:48
    <p>เย้ๆๆ ในที่สุดก็มีคนมาคอมเม้นท์แล้ว ดีใจจัง</p><p><br></p><p>ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ</p>
    #3
    0
  13. #2 nahathaiwong (@nahathaiwong) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:01
    อยากให้พิมพ์เป็นเล่มเลยยยย
    #2
    0
  14. #1 nahathaiwong (@nahathaiwong) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:00
    สนุกมากๆเลยคะ
    #1
    0