ตอนที่ 16 : Propose 15 :: Lie [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 201 ครั้ง
    23 เม.ย. 61




CHAPTER15

LIE

 


-TAEHYUNG TALK-

เราถึงที่หมายตอนแปดโมงครึ่งโดยประมาณ ผมเก็บของเข้าที่พักซึ่งบริษัทจัดไว้ให้แล้ว ดีหน่อยที่ได้พักคนละห้อง พวกผมมีนัดคุยกับลูกค้าตอนเก้าโมง ผมรีบจัดของก่อนออกมานั่งรอบริเวณลานพักข้างโรงแรม เหมือนว่าลูกค้าก็พักที่นี้เช่นกัน เพราะสถานที่นัดเป็นห้องอาหารของโรงแรมนี้

“พี่ครับ” ผมหันไปมองตามเสียงเรียกของคนด้านหลัง ทีแรกคิดว่าเป็นมินแจ แต่เปล่าเลย ดันเป็นยูคยอม

“มีอะไร” ผมมองตามอีกฝ่ายที่นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“ลูกค้าที่เรามาคุยงานด้วย...เค้าเป็นยังไงหรอครับ?” ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉยนั่นเขาเกร็ง อาจเพราะเป็นการมาเจอลูกค้าครั้งแรก สมัยผมเป็นเด็กใหม่ก็ไม่ต่างกันนักหรอก

“ไม่รู้สิ พี่ก็ไม่เคยเจอ” เพราะเป็นงานเร่งด่วน ผมเลยไม่ได้ค้นละเอียดว่าลูกค้ารอบนี้เป็นยังไง “ตื่นเต้นหรอ?”

“ครับ” เขาพยักหน้า ยกปลายนิ้วขึ้นเกาจมูกเล็กน้อย ด้วยท่าทีแบบนั้นทำให้ผมเอ็นดูเขาขึ้นเป็นพิเศษ

“ครั้งแรกพี่ก็เป็น มันไม่มีอะไรเลย ทำๆไปอีกหน่อยก็ชิน” น้องพยักหน้าแล้วยิ้มให้ผมจางๆ จากนั้นก็ต่างฝ่ายต่างเงียบ

โรงแรมนี้ค่อยข้างสงบ บรรยากาศและพื้นที่โดยรอบสบายตามาก ร่มรื่นจนน่านอนหลับ

“สร้อยพี่...สวยจังเลยนะครับ” ผมก้มมองสร้อยบนคอ ก่อนจับจี้ขึ้นมาหมุนดู ใช่มันสวย ผมชอบมาก คงดีกว่านี้ถ้าไม่มองแล้วทำให้นึกถึงพี่

แบคฮยอนตอนนี้ยังเป็นเหมือนเดิม...

ไม่ตายแต่ก็ไม่ฟื้น

ยังหายใจแต่ไร้การตอบสนอง

“พี่สาวซื้อให้น่ะ” ผมยิ้มจางๆ ยูคยอมมองจี้ในมือผมสักพักจึงถอนสายตาออก “ไปห้องอาหารกันเถอะ ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว”

ผมลุกขึ้นพลางหยิบแฟ้มเอกสารที่หยิบมาด้วยซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ยูคยอมยื่นมือมาช่วยถือด้วยบางส่วน

มินแจนั่งรอก่อนแล้วคนแรก อีกประมาณห้านาทีก็ถึงเวลานัดหมาย ผมดันยูคยอมให้นั่งคั่นกลางระหว่างผมกับมินแจ ยอมรับอย่างสัตย์จริงว่าไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้เด็กนั่นเท่าไหร่

แต่ทว่า...

“พี่แทฮยอง พี่ควรนั่งกลางนะครับ เพราะเอกสารอยู่กับพี่ แล้วคนที่จะคุยกับลูกค้ามากที่สุดก็คือพี่ด้วย ให้ยูคยอมนั่งกลางแบบนี้เดี๋ยวเขาก็คิดว่าเจ้านี่เป็นหัวหน้างานหรอก”

“เอ่อ...?” ยูคยอมหันมองผม สีหน้าสับสนวุ่นวาย ผมลอบถอนหายใจโดยที่มินแจมองไม่เห็น แต่ยูคยอมน่ะเห็นชัดเจน น้องน่าจะดูออกว่าผมรู้สึกยังไง แต่ที่มินแจพูดมันก็ถูก

ผมพยักหน้าให้ยูคยอมแล้งลุกขึ้นสลับที่กัน สุดท้ายก็ได้นั่งข้างไอ้เด็กนี่จนได้ ผมไม่แม้แต่จะมองหน้ามัน แต่หางตาก็ไม่วายรับรู้ว่าเด็กมันกำลังยิ้มแย้มแจ่มใสแค่ไหน

แม่ง...

“สวัสดีครับ” เพราะมัวแต่ขุ่นเคืองใจจึงไม่ทันสังเกตว่ามีกลุ่มคนยืนอยู่หัวโต๊ะ กระทั่งอีกฝ่ายเอ่ยทักทาย

“สวัสดีครับคุณลูกค้า” เราทักทายกันตามประสาธุรกิจ อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มรูปร่างภูมิฐาน ด้านหลังเขามีลูกน้องอีกหนึ่งคนยืนเฝ้า ส่วนคนอื่นที่ผมเห็นเดินออกไปนอกร้านแล้ว

“ขอโทษที่มาช้านะครับ พอดีเกิดเหตุขัดข้องบางประการ” ตามรายงานคนคนนี้ชื่อ มิสเตอร์เจมส์ เป็นเจ้าของบริษัทพัฒนาซอร์ฟแวร์ขนาดใหญ่

บอกตามตรง ผมไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมเขาต้องจ้างบริษัทผม ทั้งที่บริษัทเขาก็ต้องมีพนักงานด้านนี้อยู่แล้ว และอาจเก่งกว่ามาก

“ไม่เป็นไรครับ พวกผมก็เพิ่งถึงเมื่อสักครู่” พวกเขามาช้าเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่สำหรับนักธุรกิจ เวลาถือเป็นเรื่องสำคัญ

“สั่งอาหารกันไหมครับ พวกคุณคงเดินทางมาแต่เช้า น่าจะยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง” ผมตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่มิสเตอร์เจมส์กลับคว้าเมนูอาหารขึ้นดูเป็นเมินความสนใจอย่างถนอมไมตรี

ก็หิวอยู่หรอก แต่เกร็งจนรู้สึกอิ่มมากกว่า

แม้จะผ่านการคุยงานกับลูกค้ามามากมาย แต่กรณีของมิสเตอร์เจมส์นั้นต่างออกไป เขาดูเป็นคนน่ากลัว อำนาจบางอย่างแผ่ออกมาจากหลังรอยยิ้มใจดีจนรู้สึกได้

“อยากทานอะไรสั่งเลยนะครับ ผมเป็นเจ้ามือเอง” เขายิ้ม แต่รอยยิ้มไม่ถึงดวงตา ผมเก็บงำความหวั่นใจไว้ คิดว่าคงไม่มีอะไร มิสเตอร์เจมส์เป็นนักธุรกิจใหญ่โตนี่นะ แถมยังมีบอดี้การ์ดคุมหน้าคุมหลัง ไม่แปลกที่จะรู้สึกแบบนั้น วงการธุรกิจก็ต้องใส่หน้ากากเข้าหาเหมือนวงการของคนบันเทิงนั่นล่ะ

ผมปิดเมนูเมื่อสั่งในส่วนของตัวเองแก่พนักงานแล้ว จากนั้นก็สอดส่ายสายตามองไปทั่วห้องอาหารที่แสนหรูหรา การมาคุยงานครั้งนี้ให้ความรู้สึกต่างกับครั้งก่อนๆราวฟ้ากับเหว ทุกอย่างดูต้อนรับพวกผมอย่างดี

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังน่าเบื่อ ผมไม่ชอบความหรูหรา ผมชอบความเรียบง่าย ไม่ต้องวุ่นวาย ไม่ต้องพิถีพิถัน การใช้ชีวิตแบบนั้นดูมีอะไรมากกว่า

ผมละสายตาจากแจกันทรงสวยขนาดใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านเคียงข้างประตูเข้าออกห้องอาหารมายังบริเวณใกล้โต๊ะ และมันหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะไม่มองสำรวจลูกน้องที่คาดว่าจะเป็นมือขวาของมิสเตอร์เจมส์

ท่าทางแข็งกร้าวภายใต้ชุดสูทสีดำคมกริบ ให้อารมณ์ความรู้สึกไม่ต่างจากผู้เป็นนายแม้เพียงสักนิด ช่วงบ่าของเขากว้าง กล้ามแขนกำลังพอดี นึกถึงจองกุกขึ้นมาเลย รายนั้นก็ร่างกายแบบนี้ แต่จองกุกกล้ามหนากว่า บางครั้งแค่หยิบจับอะไรก็เห็นเป็นเส้นเลือดแล้ว

ผมเคลื่อนสายตาขึ้นไปเรื่อย ผ่านช่วงคอ ปลายคาง กระทั่งสิ้นสุดที่ดวงตาคมกริบสีไพลิน ผมชะงักกึก...

เผลอจิกปลายเล็บบนขาเมื่อนัยน์ตาคมนั่นก็จ้องมองผมเช่นกัน แววตาของเขาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน มันคุ้นจนสั่นหวั่นไปทั้งกายใจ

จำได้ว่าไม่เคยมีคนรู้จักที่มีสีของดวงตาแบบนี้ในชีวิต เขาเป็นลูกครึ่ง...หรอ?

ไม่สิ เดี๋ยว...คล้ายว่าจะนึกออก

เขาเหมือน....ผู้ชายที่ผมเดินชนแถวโรงพยาบาลเมื่อไม่นานมานี้ วันที่ไปกับซอกจิน หลังจากเราออกจากร้านกาแฟ

เขา...

“คุณชื่อแทฮยองใช่ไหมครับ?” คำถามจากมิสเตอร์เจมส์ช่วยให้ผมผละออกจากการสบตากับลูกน้องเขา

“ครับ ผมคิม แทฮยอง ส่วนนี่คิม มินแจ แล้วก็คิม ยูคยอม” ผมแนะนำทีละคน และมิสเตอร์เจมส์ก็หัวเราะทันทีเมื่อผมพูดจบ

“พวกคุณนามสกุลคิมกันหมดเลย เป็นเรื่องปกติสินะครับ” ใช่ มันเป็นเรื่องปกติของคนเกาหลีที่จะใช้นามสกุลเดียวกันแต่ไม่ใช่ครอบครัวเดียว

มิสเตอร์เจมส์ชวนคุยเรื่อยๆ กระทั่งอาหารถูกยกมาเสิร์ฟ จากนั้นเราก็เริ่มคุยในส่วนของเนื้องานทันที มิสเตอร์เจมส์ให้เหตุผลว่าที่จ้างบริษัทผมทั้งที่บริษัทตนเองก็มีพนักงานฝ่ายนั้นอยู่แล้ว เพราะทีมงานของเขาติดโปรเจคชิ้นใหญ่ และงานที่จ้างพวกผมก็ไม่ใช่งานยากที่จะทำไม่ได้ อีกอย่างต่อไปในอนาคตเราอาจได้ร่วมงานกัน เหมือนว่าเจ้าของบริษัทผมจะร่วมลงทุนกับเขานะ

“สร้อยคุณสวยดีนะครับ” ทันทีที่การคุยงานเสร็จสิ้น มิสเตอร์เจมส์ก็เอ่ยถึงสร้อยบนคอผม ตั้งแต่ช่วงคุยงานแล้วที่อีกฝ่ายลอบมองมันบ่อยๆ ดูเหมือนว่าวันนี้สร้อยผมจะได้รับการสนใจเป็นพิเศษ

“ขอบคุณครับ” ผมยิ้มรับพลางก้มหัวขอบคุณ

“ใครซื้อให้หรอครับ”

“คนที่บ้านครับ” จะไม่ตอบก็ดูเป็นการหักหน้า เลือกใช้คำพูดเลี่ยงๆให้รับรู้ในทางอ้อมคงดีกว่า

 

ผมหมกตัวอยู่ในห้องทั้งวันหลังกลับจากคุยงาน เมื่อตอนเที่ยงยูคยอมมาหาผมพร้อมของทานเล่นที่เจ้าตัวคงออกไปซื้อมา ผมใช้บรรยากาศเงียบสงบในการทำงาน ทว่าภายในใจกลับวุ่นวายไม่เป็นสุข

ครืด~ ครืด

มือถือที่วางข้างแม็คบุ๊คสั่นจากสายเรียกเข้าจนต้องผละจากการทำงาน ผมมองชื่อก่อนกดรับ

“อืม” ผมครางอืมให้สัญญาณคนในสาย นิ้วชี้ข้างซ้ายเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

[ทำอะไรอยู่] จองกุกน่ะ

“ทำงาน” สายตาผมเหลือบมองเวลามุมขวาล่างสุดในหน้าจอแม็คบุ๊ค มันบอกเวลา 18.58 PM ใกล้จะทุ่มแล้ว อาหารเย็นยังไม่ตกถึงท้องเลย

[กินข้าวรึยัง?] ที่โทรมาคงเพราะเรื่องนี้ จองกุกรู้ดีว่าผมมักปล่อยปละละเลยอาหารเย็น แม้จะไม่สำคัญเท่ามื้อเช้าแต่เขาก็ยังบังคับให้ผมกินทุกวันอยู่ดี

“....” ผมเงียบไปช่วงหนึ่งเพราะไม่รู้ต้องตอบคำถามด้วยคำตอบลักษณะไหน จะโกหกก็แปลกๆ จะพูดความจริงเดี๋ยวได้โดนว่าอีก

[แทฮยอง] จนจองกุกเอ่ยชื่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดนั่นแหละ

“ยังไม่ได้กิน” ได้ยินเสียงถอนหายใจจากปลายสาย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนนี้คงกำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “แต่กำลังจะออกไป ตอนนี้เลย”

[....] เงียบว่ะ

“นี่พูดจริง หยิบกุญแจห้องกับกระเป๋าตังค์แล้ว” ผมทำตามที่พูดทุกอย่าง “ใส่รองเท้าแล้ว เปิดประตูแล้ว กำลังจะปิด...ได้ยินเสียงไหม?”

ผมปิดประตูดังกว่าปกติเล็กน้อย คิดว่าจองกุกคงได้ยิน

[ได้ยินแล้ว] จนมันตอบกลับมา ริมฝีปากผมคลี่ยิ้มหน่อยๆ [พักโรงแรมไหน? ถึงตั้งแต่กี่โมงทำไมไม่บอก]

“ลืม” จู่ๆก็ถามมารัวๆ เมื่อเช้าลืมจริง แถมทั้งวันก็เอาแต่ทำงาน มันเองก็ด้วยเหอะ ไม่เห็นทักหรือโทรมาถามกันเลย โทษผมคนเดียวไม่ได้หรอก “มึงก็ไม่โทรมาเหมือนกันนั่นแหละจองกุก”

[โกรธหรอ?] ผมกรอกตา คิดได้ไงวะว่าโกรธ ผมไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้นสักหน่อย มันเองก็มีงานต้องทำและคงวุ่นวายกว่าผม เรื่องแบบนี้โทษใครไม่ได้หรอก

“เปล่า กูแค่พูดไปงั้น” ผมเดินเลี้ยวมาตามทางเดินข้างโรงแรม แถวนี้มีผู้คนประปราย เมื่อเช้าได้ยินพนักงานคุยกันว่าช่วงเย็นจะมีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆของทางโรงแรม ซึ่งมักจัดเพื่อต้อนรับลูกค้าในบางโอกาส “แล้วนี่อยู่...”

ปึก!

“อะ ขอโทษครับ” ให้ตาย เพราะมัวแต่คุยเลยเดินชนคนแถวนั้นเข้า

“ช่าง”

“...!” ผมชะงักกึกทันทีที่ได้ยินเสียงอีกฝ่าย ใจเต้นรัวและเอาแต่ภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่เขา แต่คำขอช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี คนที่ผมเดินชนดันเป็นลูกน้องของมิสเตอร์เจมส์คนนั้น

[แทฮยอง เป็นอะไร] เกือบลืมไปแล้วว่าจองกุกยังถือสาย มันถามเสียงเครียด

“เปล่า แป๊บนะ” ผมดึงมือถือออกห่างจากหู มองร่างสูงกำยำตรงหน้าพร้อมเอ่ยขอโทษอีกรอบ “ขอโทษครับ ผมไม่ทันได้มอง”

ผมค่อมหัวลงด้วยความเคยชิน แล้วสายตาดันเหลือบเห็นจี้บนสร้อยของอีกฝ่ายซึ่งมันอาจจะหลุดออกมาตอนชนกัน แรงชนไม่ใช่น้อยๆเลย

ผมกวาดตามองอักษรบนจี้ซึ่งเป็นแผ่นเหล็กขนาดเล็กลวกๆ

“ขอตัวนะครับ” ผมเดินผ่านเขาด้วยความนิ่งสงบ ทว่าในสมองกลับฉายภาพตัวอักษรบนจี้ซ้ำไปมา

ผมไม่ได้ตั้งใจมองจึงจำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมด คร่าวๆที่เห็นคือตัว K จากนั้นก็เป็นเลขเรียงกันประมาณ 6 ตัว จำไม่ได้ว่าเลขอะไรบ้าง ล่างตัวเลขเหล่านั้นมีคำเล็กๆคำหนึ่ง

...เยฮวัง

จู่ๆก็นึกถึง ตระกูลจอน ขึ้นมา

จองกุกบอกว่า มันในตอนนี้กำลังจัดการเรื่องบางอย่าง ผมไม่รู้เรื่องราวมากนัก แต่ก็พอทราบว่าตระกูลมันมีคู่แข่งหรือศัตรูอยู่ ผมมักได้ยินจองกุกพูดว่า ฝั่งนั้น เสมอเวลาคุยกับนัมจุน

ไม่รู้สิ ผมอาจคิดไปเอง

[แทฮยอง]

“หื้ม?” เกือบลืมว่าคุยสายกับจองกุก

[เกิดอะไรขึ้น] อ่า ต้องเล่ายังไงมันถึงจะดูเป็นเรื่องปกติ ผมไม่อยากเอาเรื่องที่อาจจะคิดไปเองยัดใส่สมองมันจนกลายเป็นการเพิ่มความเครียด

ผมแค่รู้สึกว่า...ผู้ชายคนนั้นมีกลิ่นไม่ดี

“เผลอเดินชนคนน่ะ” ผมตอบออกไปแค่นั้น ไม่คิดขยายความ ลงลึกในรายละเอียดของเหตุการณ์ ถือว่าผมไม่ได้โกหกมัน เพียงแค่เล่าไม่หมด

[ระวังหน่อย อยู่คนเดียวแล้วซุ่มซ่าม]

“กูก็ไม่ได้ปล่อยปละตัวเองขนาดนั้น อย่าห่วง” ผมเดินเข้ามาถึงบริเวณงาน คนแรกที่เห็นคือยูคยอม ถัดมาเป็นมินแจที่ยืนดื่มเครื่องดื่ม เด็กสองคนนี้ พอมายืนเทียบกันแล้วความหล่อกินกันแทบไม่ลง

“นึกว่าพี่จะไม่ออกมาแล้ว” ยูคยอมเอ่ยทักเมื่อหันมาเห็นผม แต่แล้วก็ต้องเงียบเมื่อผมแตะนิ้วชี้แนบกลีบปาก อย่าลืมว่าผมไม่ได้บอกจองกุกว่ามากับใครบ้าง

[รุ่นน้องหรอ] นั่น...อย่าถามอะไรมากไปกว่าคำถามนี่เลย

“อืม พอดีทางโรงแรมมีจัดงานเล็กๆ”

[ดื่มรึเปล่า] จองกุกถามเป็นเวลาเดียวกับสายตาผมหยุดลงที่แก้วทรงสูงบนถาดในมือบริกร เขากำลังจะเดินผ่าน ผมจึงคว้ามันมาหนึ่งแก้ว

“ดื่ม” ผมไม่ใช่พวกคอทองแดง ไม่ได้ดื่มบ่อยแต่ใช่ว่าไม่เคยลิ้มลอง ผมเรียนรู้ว่ารสชาติของมันไม่ได้น่าพิสมัย และความเมากลืนกินสติผมไปมากมายเพียงใด

[ดูตัวเอง เข้าใจไหม] จองกุกกำชับหนักหนา รู้แหละว่าเป็นห่วง แต่โตๆกันแล้ว ปกติผมเองก็ไม่ใช่ชอบให้ใครแตะต้องตัว

“เข้าใจแล้ว” ผมตอบรับ “แค่นี้นะ”

[คิดถึงนะแทฮยอง...รู้ใช่ไหม] ผมชะงักมือที่กำลังจะลดมือถือลง อดจุดยิ้มขึ้นริมมุมปากไม่ได้

“อืม เหมือนกัน”

หลังจากวางสาย ผมเดินเล่นในงานกับกับเด็กทั้งสอง งานถูกจัดในพื้นที่บริเวณสระว่ายน้ำขนาดเล็ก มีสวนหย่อมสไตล์บาหลีโอบล้อมรอบข้าง ตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะ ถ้าส่วนตัวหน่อยจะต้องเช่าแยกบ้านพักเป็นหลังๆไป

ร่วมหนึ่งชั่วโมงที่พวกผมอยู่ในงาน ทุกคนก็เริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป ยูคยอมจมูกแดง ดูเหม่อลอยเข้าขั้นมึนเบลอ มินแจก็นิ่งผิดปกติ ไม่พูดมาก ไม่ยิ้มเรื่ยราด สาเหตุของอาการเหล่านี้เดาได้ไม่ยาก ตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาในงานสองคนนี้ยังไม่หยุดดื่มเลย!

ติดใจอะไรขนาดนั้น...

“นี่ กลับห้องพักได้แล้ว” ผมสะกิดทั้งสอง ยูคยอมหันมามองผมก่อนพยักหน้าเข้าใจ ส่วนมินแจ...รายนี้มองผมอยู่ก่อนแล้ว “เดินสิ”

ผมจับแขนทั้งสองคนละข้างพากลับห้องพักซึ่งอยู่ชั้นสาม มินแจถูกส่งเข้าห้องเป็นคนแรกเนื่องจากเขาได้ห้องที่อยู่ติดลิฟต์พอดิบพอดี ส่วนยูคยอมกับผมอยู่ห้องติดกัน เพียงแต่อยู่ห่างจากห้องมินแจสามห้อง

“อาบน้ำด้วยล่ะเผื่อจะสร่าง” ผมเอ่ยกับยูคยอมหน้าห้องเขา เจ้าตัวผงกหัวรอบหนึ่งก่อนเปิดประตูเข้าห้อง ผมมองเจ้าตัวจนทางเดินเหลือเพียงผมคนเดียว

ผมเองก็กลับเข้าห้องบ้าง ว่าจะอาบน้ำแล้วนอนเลย การนั่งรถนานๆเมื่อเช้าบวกกับถึงโรมแรมก็ลุยงานต่อทำให้เพลียไปทั้งร่าง

“แม่ง...” ผมนั่งลงบนขอบเตียงพลางถอนหายใจ เมื่อตอนเย็นก็ลืมถามจองกุกเรื่องพี่ ผมปล่อยให้ความกลืนกินทุกอย่างภายในห้อง กระทั่งความเย็นเฉียบบริเวณกลางอกเรียกร้องให้หยิบมันขึ้นมา

ไอ้สร้อยเส้นนี้...ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

ทั้งคุณเจมส์อะไรนั่น ไหนจะยูคยอม

ผมหมุนมันไปมา ตัวจี้ก็สวยอยู่หรอก พอโดนแสงมันจะวิบวับ ไม่แน่ใจว่ามันแกะหรือถอดออกได้ไหม ผมไม่เคยลอง

แต่...มันเหมือนจะเปิดได้

ผมเห็นเหล็กสองตัวขัดกันบริเวณจุดเชื่อมต่อตัวจี้สีชมพูกับส่วนหัวที่คาดว่าน่าจะเป็นฝา ตรงกลางเหล็กมีปุ่มเล็กๆให้พอกดได้

ผมลองแตะนิ้ว...

กริ๊ก

...มันเปิดได้อย่างที่คิด

บางอย่างร่วงหล่นลงบนตักผม

บางอย่างที่มีขนาดเล็กเท่าปลายนิ้ว

บางอย่างที่มีสีดำ

มันคือชิป...ผมไม่อาจรู้ได้ว่าชิปตัวนี้มาอยู่ในจี้ได้ยังไง หรือไม่มันก็อาจจะมีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น เพียงแค่ผมไม่รู้ แล้วใครใส่มัน...พี่งั้นหรอ?

คิดจนสับสนวุ่นวาย และผมปักใจเชื่อไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ว่าแบคฮยอนเกื่ยวข้องกับสิ่งนี้ ที่พี่หนีบางอย่างอาจจะเพราะเป็นของชิ้นนี้ด้วย

ผมใช้สติ๊กเกอร์ตัวการ์ตูนที่ติดมากับกระเป๋าโน๊ตบุ๊คแปะติดชิปหลังรูปถ่ายใบเล็กของผมกับจองกุกซึ่งอยู่ในกระเป๋าตังค์ จากวันนี้ทำให้มั่นใจว่าคนพวกนั้นต้องสงสัยในจี้ตัวนี้แน่นอน

ไม่แน่วันพรุ่งนี้ วันมะรืน วันต่อๆไป อาจมีคนแปลกหน้าเข้ามาอีกมากมาย ผมจึงย้ายที่มันแล้วปล่อยให้พวกที่ตามหาเข้าใจแบบเดิมต่อไป

ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจองกุกด้วย อย่างน้อยผมก็อยู่กับมัน

ในกลางดึก เกือบตีสอง ผมลืมตาตื่นด้วยความนิ่งสงบ ทว่าบางอย่างภายในห้องกลับไม่สงบตาม มีใครบางคนแอบเข้าห้องผม ผมแสร้งพลิกตัวไปอีกด้านที่สามารถมองเห็นทุกอย่างในห้องได้ชัดเจน

และใช่...ผมเห็นเงาตะคุ่มบริเวณปลายเตียง

ปลายเตียงของโรมแรมนี้เป็นโต๊ะที่เชื่อมติดกัน เอาไว้ทำงาน มีเก้าอี้สองตัว ลิ้นชักสามตัว เงาดำหยุดชะงักไปจังหวะหนึ่งที่ผมขยับ ก่อนเริ่มค้นต่อเมื่อผมแน่นิ่ง เขาไม่เห็นว่าผมมองอยู่ เนื่องแสงไฟที่มืดสนิทแทบมองไม่เห็น

ตึก ตึก

ทว่าต้องรีบหลับตาเมื่อการค้นหยุดลงแล้วเปลี่ยนมาเป็นการย่างเท้าเข้าใกล้เตียง ใจผมสั่นไหว ในหัวประมวลไปแล้วหลายสิ่งอย่าง

คนคนนี้น่ะอันตราย แม้ไม่เห็นหน้าแต่รับรู้ได้จากความรู้สึก

มีสิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจ...เรารู้จักกันแน่นอน

ผมน่ะ จำได้ว่าคนรู้จักแต่ละคนมีกลิ่นอายแบบไหน แตกต่างกันยังไง มีเพียงเฉพาะบางคนที่ผมไม่ใส่ใจเท่านั้นที่จะไม่จำ แต่คนนี้น่ะ...

แปะ

อุ้งมือใต้ผ้าห่มกำแน่นเมื่อปลายนิ้วผู้บุกรุกแตะลงบนผิวแก้ม มันเย็นเฉียบและสั่นแปลกๆ

“พี่เนี่ย...น่ารักจังเลยนะครับ”

...!

 

-JUNGKOOK TALK-

ไอ้กุก แบคฮยอนฟื้นแล้ว

นัมจุนโทรตามผมเมื่อเวลาตีหนึ่ง และตอนนี้ผมก็ยืนอยู่ต่อหน้าเธอ แบคฮยอนในตอนนี้นั้นเรียกได้ว่าซูบเซียว สีหน้าไร้เลือดฝาด ผลจากการนอนเป็นระยะเวลานาน

อยากโทรบอกแทฮยองอยู่หรอก แต่วันนี้มันทำงานทั้งวัน อาจจะเหนื่อยจนหลับไปแล้ว

“รู้สึกยังไงบ้างครับตอนนี้” ผมถาม

“ปวดหัว” แบคฮยอนนวดขมับท่าทีเหนื่อยล้า ภายในห้องเวลานี้มีเพียงผมและเธอ นัมจุนและลูกน้องอีกหนึ่งคนเฝ้าหน้าห้อง “คุณเป็นใครคะ?”

มันแน่นอนอยู่แล้วที่แบคฮยอนจะไม่รู้จักผม เชื่อเลยว่าแทฮยองไม่เคยเล่าหรือพูดถึงผมให้พี่สาวฟังเลยสักนิด

“ผมไม่ทำร้ายคุณหรอก ผมรู้จักแทฮยอง” พอได้ยินชื่อน้องชายแบคฮยอนหันมาสบตาผมทันที

“ละแล้วตอนนี้แทฮยอง...” พอจะเดาได้ว่าเธอจะถามอะไร

“ไปคุยงานต่างจังหวัดครับ ไม่กี่วันก็กลับ” ปบคฮยอนพยักหน้า “แต่ผมยังไม่ได้บอกว่าพี่ฟื้นแล้ว ไม่อยากกวน”

“ค่ะ ไม่เป็นไร ไว้คุณ...”

“ผมชื่อจอน จองกุกครับ แทนตัวเองว่าพี่ แล้วเรียกผมว่าจองกุกก็ได้ ยังไงเราก็คนรู้จักกัน” ...อีกหน่อยก็ครอบครัวเดียวกัน ได้แค่ต่อประโยคในใจ ผมไม่วางใจกับอะไรทั้งสิ้น รอทุกอย่างผ่านไปจนอยู่ในระดับโอเคแล้วค่อยบอกอีกที

เป็นแบบนั้นมันจะดีกว่า...

“อื้อ ขอบคุณนะจองกุก”

“พี่ควรนอนพัก พรุ่งนี้เช้าผมจะมาเยี่ยมใหม่” ผมเอ่ยลาและออกจากโรงพยาบาล ระหว่างขับรถกลับคอนโดมีสายเรียกเข้าจากคนของผม

“มีอะไร” คนของผมที่ว่าคือสายที่ส่งเข้าไปตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายนั้น ไอ้พวกเยฮวัง...

[พี่ครับ...] ผมขมวดคิ้วเมื่อเสียงอีกฝ่ายไม่ดีเท่าที่ควร

“เป็นอะไร” ไม่มีเสียงพูด หากแต่มีเสียงการเคลื่อนไหว ผมผ่อนรถจอดเทียบข้างถนน “ยูคยอม...”

[พี่แทฮยองหายไป...ในห้องมีเลือดด้วย]




+++++++++++++

ต่อจากนี้อยากให้ทำใจกันนิดนึง จริงๆนะ 5555555

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดเด้อ



@Jaow_nara

#กุกวีขอรัก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 201 ครั้ง

941 ความคิดเห็น

  1. #883 dreammtbb1a (@dreammtbb1a) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:28
    อ่าาา ว่าเเล้วรู้สึกเหมือนยูคยอมมาสังเกตุการณ์ยังไงไม่รู้
    #883
    0
  2. #768 Lee Liew Kim (@leeliew13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 18:04
    ว่าแล้วว่ายูคยอมเป็นคนของกุก
    #768
    0
  3. #710 Ploysin_02 (@Stigma_ptp2002) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:42

    จะ ใจไม่ดี ใจไม่ดีมากๆเลย ฮึกก อยู่ดีๆก็น้ำตาไหล

    #710
    0
  4. #654 ขวันพัฒน์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 01:38

    เค้าห่วงเเทเเทง่าา งื้ออㅠㅠ ขอให้ปลอดภัยน้ะ รออ่านยุน้ะค้าา????

    #654
    0
  5. #615 Kookv9597 (@Taeryoppa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:50
    แทฮยองงง แงงงงงง จองกุกติดเทอร์โบไปช่วยด่วยเลยค่ะ ฮือออ ///สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้น้าา~~~เราคิดถึงไรท์มากเลยค่ะ ฟิคด้วย ขอบคุณที่มาอัพให้น้าา~
    #615
    0
  6. #614 fjddpi_ (@fjddpi_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 19:12
    ไรท์! ค้างคามากล้องห้ายย
    #614
    0
  7. #613 OilMellOw (@chalottz) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 11:56
    ทำใจอะไร ??? โอ๊ยยยย ไรท์กลั่นแกล้ง T____T
    แทฮยองจะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย ฮือออ จองกุกรีบตามมาช่วยให้ทันน้าาาาาา
    #613
    0
  8. #612 Lala_Land (@Lala_Land) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 10:01
    เตรียมใจเลยเหรอ!!!!!! 1-1000 ไรท์เอาเบอร์ไหน !!!! 5555555
    #612
    0
  9. #611 thanhang (@natchapa12) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 08:59
    ทำใจเหรอ... ฮืออออออออออ ม่ายยยยยยยยน้าาา โอ้ม้ายยยย จะร้องไห้แล้วจริงๆนะ ฮืออออออออ แทฮยองงงงงงง
    #611
    0
  10. #610 Moonlionz (@Nyngnong) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 00:26
    น้องงง จะโดนทำไรมั้ยย แงงงอย่าทำน้องนะ ;-; สู้ๆนะคะไรท์
    #610
    0
  11. #609 Taedora (@Taedora) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:30
    <p>เดี๋ยว กรี๊ดดดดดด เจ้าแทหายไปไหน</p><p>อมก. ระเบิดลง แง้ง ว้าวุ่นใจ</p>
    #609
    0
  12. #608 PaiiKanj (@PaiiKanj) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 20:44
    ไม่น่ะ~~
    #608
    0
  13. #607 WirapornAurairod (@WirapornAurairod) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 19:54
    ยูคยอมหรือมินแจว่ะ สงสัยทั้งสองเลยย55555
    #607
    0
  14. #606 Noeyoey (@Noeyoey) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 17:58
    สงสัยยูคยอมจะผิดมั้ยคะะ ฮื่ออออ
    #606
    0
  15. #605 Sirintra2560 (@Sirintra2560) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 17:58
    มินแจแน่ๆ อิมินแจจจจ แกทำอะไรรรรร ฮืออ แทแทอย่าเป็นไรนะ
    #605
    0
  16. #604 rapbit+ (@jukialol) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 17:11
    <p>มินแจใช่ไหม มินแจ!? </p>
    #604
    0
  17. #603 stptaex2 (@gogokan122) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 17:05
    แงแทจะเป็นอะไรมั้ยอะ ฮื่อไม่ดีเลยอะ จองกุกช่วยแทฮยองนะๆๆๆ
    #603
    0
  18. #601 Teebcim Xeem Haam (@teebcim) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 16:39
    ม่ายยยยยย
    #601
    0
  19. #600 Nufumi72 (@Nufumi72) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 16:16
    เอ๊ะ...?ใครทำอ่ะ งงมาก มินแจเป็นพวกเจมส์หรอ แล้วในตอนนี้ชื่อLieแสดงว่ามีคนโกหกแฝงอยู่รึ แล้วยูคยอมเป็นสายของจองกุก?//โอ้ยยย สับสนน มึนงง ถึงไรท์จะบอกให้ทำใจก็เถอะตอนหน้าหวังว่าแทจะไม่ถูกซ้อมถูกต่อยถูกตบเกือบปางตายอะไรแบบนี้นะ&#12640;&#12641;&#12640;//น้องไม่โอเรยค่ะ//รอนะคะไรท์ สู้ๆน้าา เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #600
    0
  20. #599 KV_KIMTAE (@Sainathi2547) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 16:06
    ทำใจค่ะ ทำใจ ขอร้องก่อนได้มั้ยย ฮื่ออ ร้องล่วงหน้า TT ไม่อยากเดาให้เจ็บช้ำน้ำใจค่ะ จะรอที่มุมห้องเงียบๆ...
    #599
    0
  21. #598 lovti (@lovti) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 15:43
    อย่าเปนไรเลยแทฮยองง
    #598
    0
  22. #597 vvmk912 (@mtaetaestan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 14:12
    โอ้ยย ขอให้น้องอย่าเป็นอะไรมากเลยยย แม่ปวดใจจจ
    #597
    0
  23. #596 miewpein (@miewpein) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 14:02
    โอ้ยยยย ต่อจากนี้จะปวดใจใช่ไหมคะ งือออ //ไรท์สู้ๆเน้อออออ
    #596
    0
  24. #595 LEEOILMIN (@leeoilmin) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 13:54
    เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆเลย
    #595
    0
  25. #594 Bbammmmmmmmm (@wilawan28) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 13:33
    แงงงงงงงงงงงงงงง
    #594
    0