ร้อยเล่ห์รักข้ามภพ(百爱跨越时间)

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 205,146 Views

  • 1,235 Comments

  • 5,332 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    132

    Overall
    205,146

ตอนที่ 11 : บทที่10 งานเลี้ยงต้อนรับ บทจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    12 ก.ย. 60

  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัล ดอกไม้ลายเส้น
                    เมื่อพร้อมแล้วชิงจูจึงเริ่มดีดพิณส่วนชิงหมิงนั้นทำหน้าที่เป่าขลุ่ยคลอไปกับเสียงร้องของชิงหลิงโดยมีนางกำนัลคอยตีกลองในบางจังหวะไปพร้อมๆกัน


ผ่านความโทมนัสแลหรรษาของชาวโลก 

เผชิญความทุกข์โศกแลผิดนานา 

ท่องทะยานโลกกว้างเคียงข้างท่าน 

เร้นกายหลีกไกลสุดหล้าฟ้าเขียว 

ตัดขาดจากชนชาวโลกทั้งผอง 

ยามเคลิบเคลิ้มกลิ่นรัญจวนมวลบุปผา 

ความฝันนั้นโบยบินลับตา 

ชั่วชีวิตนี้ข้าคลุ้มคลั่งด้วยรักท่านจนหมดใจ 

หากรักเรามิได้เคียงคู่กันใต้แผ่นฟ้านี้ไซร้ 

*ก็ดุจดังเงากระบี่และสายฟ้าสว่างวาบ อันผ่านเลยและผ่านไป....* 

ชั่วชีวิตนี้ ข้าคลุ้มคลั่งด้วยรักท่านหมดใจ 

หากรักเรามิได้เคียงคู่กันใต้แผ่นฟ้านี้ไซร้ 

คงต้องท่องทะยานโลกหล้าเดียวดาย 

ความเศร้าสลดบนใบหน้านั้นยากแล้วที่จะมลายลบเลือน......

                เพลงประกอบมังกรหยก ภาค 2 จอมยุทธอินทรี                                                                                                           

เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ทุกคนที่ได้ฟังเพลงของชิงจู คล้ายหลุดอยู่ในภวังค์แห่งรักที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาขวางกั้น.. 


อ๋อง 13 มองสตรีผู้ที่กำลังร้องเพลงด้วยแววตาวูบไหว เชื้อพระวงศ์แคว้นหลวนนั้นหลงใหลในเสียงพิณทุกคน แต่เขามิได้เป็นเช่นนั้นไม่ เขาเป็นเพียงผู้เดียวในเก๊อเหมยที่แค่ชมชอบแต่มิได้คลั่งไคล้เช่นบรรดาเก๊อเหมยทั้งหมด


แต่ในวันนี้เขาเข้าใจแล้วว่ามิใช่ตนมิได้คลั่งไคล้ในเสียงพิณ เพียงยังไม่ค้นพบเสียงพิณที่ตนชื่นชอบเท่านั้น เสียงพิณของสตรีผู้นี้ทำให้เขาแทบอยากจะเก็บนางมาไว้ในตำหนักของเขา มิให้ผู้ใดได้พบเห็นหรือได้ฟังเสียงของนาง นางจะต้องเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว


เมื่อการแสดงจบลงแล้ว ทุกคนต่างปรบมือชื่นชมการแสดงในครั้งนี้ยิ่งนักจนอยากจะส่งแม่สื่อไปทาบทามสู่ขอนางเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ 


ฉันรู้สึกภูมิใจมากที่เลือกเพลงนี้ให้ชิงจูเล่น  เพื่อการแสดงในครั้งนี้นั้นเธอเล่านิทานเรื่องราวความรักของชายหญิงคู่หนึ่งที่มิอาจเป็นไปได้แม้พวกเขาจะรักกันมากเพียงใด 


เธอรู้ดีว่าชิงจูย่อมไม่เข้าใจเพราะนางอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น จึงสมมุติเอาว่าชิงจูคือนกน้อยตัวหนึ่งที่หลงรักในทิวทัศน์อันงดงามของทุ่งหญ้าและเหล่ามวลดอกไม้พลางชี้นิ้วไปรอบๆศาลาริมทะเลสาบหยก ชิงจูก็นึกตาม 


แล้ววันหนึ่งมีผู้มาจับนางไปขังไว้ในกรงทอง ที่มีทั้งความปลอดภัยและความสุขสบายแต่ขาดสิ่งหนึ่งไปคืออิสระที่นางรักและหวงแหน เมื่อชิงจูคล้อยตามเธอจึงให้จิงจูเล่นเพลงนี้ด้วยความรู้สึกในตอนนั้นซึ่งนางก็ทำออกมาได้ดีราวกับต้องการอิสระจริงๆ ซึ่งเธอคงคิดไปเองกระมังว่าชิงจูต้องการสื่อแบบนั้นจริงๆ


เหล่าขุนนางต่างกล่าวคำอวยพรและแสดงความยินดีต่อผู้ครองแคว้นทั้งสอง หลวนหลงเห็นว่าเป็นโอกาสดีจึงกล่าวกับจักรพรรดิเจิ้งหลี่ตามแผนการที่วางไว้


"อ้ายเจี๋ยว่าให้คนของอ้ายเจี๋ยแต่งมาที่นี่ฝ่ายเดียวคงไม่เหมาะยิ่งนัก รู้สึกไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง" หลวนหลงเอ่ยเมื่อเดินมาหยุดยืนด้านหน้าของเจิ้งหลี่


"ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไรเชิญกล่าว" เจิ้งหลี่เลิกคิ้วมองว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน ในเมื่อตนเองเป็นผู้เสนอขออภิเษกสมรสเองจะมาว่าตนเสียเปรียบได้อย่างไรน่าขำสิ้นดี


"อ้ายเจี๋ยคิดว่าน่าจะให้หญิงสาวจากแคว้นของท่านแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้นของอ้ายเจี๋ยบ้าง" หลวนหลงกล่าวพลางอมยิ้มที่มุมปาก


"เชื้อพระวงศ์หญิงของแคว้นเจิ้งในตอนนี้ล้วนอภิเษกสมรสไปจนหมดแล้วคงไม่สามารถส่งไปอภิเษกสมรสเชื่อมไมตรีได้" เจิ้งหลี่ยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า


"แคว้นเจิ้งมีบุตรีขุนนางที่งดงามเลิศล้ำมากมาย หรือแม้แต่สตรีที่ทำการแสดงชุดสุดท้ายนั้น ก็ย่อมได้ ตอนนี้ชินอ๋องหลวนเซียนอ๋อง 13 แห่งแคว้นหลวนยังขาดพระชายาเอกที่จะมาเป็นตี้ฝูจิ้น (ชายาเอกของชินอ๋อง) แห่งจวนอ๋องอยู่พอดี  ในเมื่อการอภิเษกสมรสในครั้งนี้องค์หญิงหลวนเหยาได้อภิเษกสมรสกับชินอ๋องเจิ้งไฉอ๋องสามแห่งแคว้นเจิ้ง  ก็ให้ท่านมอบนางแต่งกับชินอ๋องของเราบ้างจะเป็นอะไรไป"  หลวนหลงเอ่ยพลางผายมือไปทางชิงจู แล้วยกยิ้มอ่อนโยน


เมื่อฉันที่ฟังบทสนทนามาตั้งแต่ต้นได้ฟังดังนั้นเธอจึงเผลอบีบมือเจิ้งหลี่โดยไม่รู้ตัว  ไม่ได้นะถ้าชิงจูไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แล้วใครจะดีดพิณให้เธอฟังล่ะ  อีกทั้งวังหลวงมีเล่ห์กลมากมาย  แล้วชิงจูยังต้องอยู่ต่างแคว้นเพียงลำพังเธอยอมมิได้ ฉันคิดในใจพลางบีบมือของหวงตี้แน่น


เจิ้งหลี่เห็นท่าทางหวงโฮ่วของตนเช่นนั้นก็เข้าใจว่านางเป็นห่วงเม่ยเม่ยของตน จึงเอ่ยปฏิเสธข้อเสนอการสมรสในครั้งนี้


"คงเป็นเช่นนั้นมิได้ เนื่องด้วยชาติตระกูลของนางเป็นเพียงสายรองจะแต่งเป็นภรรยาเอกว่ายากแล้วยิ่งเป็นการอภิเษกเชื่อมสัมพันธ์ยิ่งเป็นไปไม่ได้ และด้วยตอนนี้สตรีนางนั้นยังไม่ผ่านพิธีปักปิ่นด้วยซ้ำ การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์หากให้นางเป็นผู้แต่งออกไปยังต่างแคว้นเกรงว่าจะขัดต่อกฎบรรพชนอย่างร้ายแรง  ขอท่านโปรดเข้าใจ" เจิ้งหลี่ปฏิเสธความคิดเห็นของ จักรพรรดิหลวนหลงแบบบัวไม่ไห้ช้ำน้ำมิให้ขุ่น


หลวนหลงรู้สึกขัดใจยิ่งนักที่ทุกอย่างมิเป็นไปตามแผน แต่เมื่อมองไปยังอ๋อง 13 ตี๋ตีของตนที่ทีแรกมิได้สนใจในสตรีที่เขาหมายมั่นปั้นมือให้  ในตอนนี้กลับส่งสายตาหวานฉ่ำวิบวับไปยังเป้าหมายที่เขาเลือกให้  หลวนหลงยกยิ้มมุมปากดูเหมือนว่าเขาจะมิได้พ่ายแพ้ไปเสียทีเดียวจากสายตาของตี๋ตี​ในตอนนี้คาดว่าคงมีความเสน่หาสตรีนางนั้นอย่างลึกซึ้ง  เขาคงต้องสนับสนุนตี๋ตี​อย่างเต็มที่เพื่อการแย่งชิงว่าที่หวงโฮ่วในภายภาคหน้า หึหึ 

.

..

...

.....


ในเมืองหลวงตอนนี้ ต่างมีการอัพเดตข่าวลือใหม่กลบข่าวลือเก่าอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ข่าวล่ามาแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของคุณหนูรองแห่งจวนอัครเสนาบดี ที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งในหญิงงามที่อาจจะต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์


โดยจะได้รับบรรดาศักดิ์เป็นถึงชายาเอกของชินอ๋องแห่งแคว้นหลวนเลยทีเดียว ซึ่งข่าวลือที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วเป็นไฟลามทุ่ง ทำให้ในตอนนี้คนในจวนต่างเคร่งเครียดด้วยข่าวลือดังกล่าวนั้นกระทบถึงชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลและตัวคุณหนูรองอย่างยิ่ง


 ชาวบ้านร้านตลาดถึงขนาดกล่าวว่า  คุณหนูรองไม่เจียมตนทั้งที่เป็นเพียงบุตรีสายรองบังอาจเอื้อมเด็ดดอกฟ้าเช่นชินอ๋องแห่งแคว้นหลวนแต่ถูกชินอ๋องปฏิเสธ 


อันว่าข่าวลือนั้นยิ่งพูดปากต่อปากก็ยิ่งนำพาความเสียหายให้มากยิ่งขึ้น  ถึงขนาดมีผู้กล่าวว่าคุณหนูรองชิงจูยั่วยวนชินอ๋องในงานเลี้ยง แต่กลับถูกชินอ๋องรังเกียจก็มี 


ถึงแม้ว่าท่านพ่อจะมิได้ตำหนินางแต่อย่างใด  ด้วยรู้ว่านางมิได้ทำอันใดผิดเลยในงานเลี้ยงครั้งนั้น แต่ท่านพ่อก็ถูกเหล่าขุนนางเพ่งเล็งอย่างหนักว่าใช้บุตรสาวของตนในการรวบรวมอำนาจ  เพราะหากคุณหนูรองได้อภิเษกกับชินอ๋อง  อัครเสนาบดีมิใช่มีอำนาจมากกว่าหวงตี้เลยหรือ  ฐานอำนาจของหวงโฮ่วคงยากแล้วจะสามารถสั่นคลอนได้


แต่แทนที่หลังจากมีข่าวลือออกมาเช่นนั้น ผู้ที่เป็นหัวข้อสนทนาอย่างชินอ๋องในวันนี้กลับมอบเทียบเชิญให้คุณหนูรองสกุลชิงไปร่วมดีดพิณจิบชากันที่เรีอนต้อนรับของเหล่าราชทูตในวังหลวง


สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนักยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ว่าชินอ๋องนั้นพึงใจในตัวคุณหนูรองสกุลชิงและอาจมีการขอพระราชทานสมรสในอีกไม่นาน  เสนาบดีชิงหรูเอ่ยปฏิเสธเทียบเชิญด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล โดยอ้างว่าบุตรสาวคนรองของตนหลังกลับจากงานเลี้ยงก็ล้มป่วยลงไม่อาจออกไปที่ไหนได้


"พ่อขอโทษนะชิงจู ระยะนี้เจ้าอย่าเพิ่งออกจากจวนเลย" บิดาของนางกล่าวแก่ชิงจูเมื่อผู้ส่งเทียบเชิญกลับออกไป นางพยักหน้าอย่างเข้าใจ บิดาของนางพยายามปกป้องชื่อเสียงของนางและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ทั้งยังพยายามหลบเลี่ยงมิให้เป็นที่เพ่งเล็งของผู้อื่นอีก


"ชิงจูหากชั่วชีวิตนี้เจ้ามิได้แต่งออกจากเรือนไปเจ้าจะตำหนิพ่อหรือไม่" บิดาเอ่ยถามชิงจูด้วยความปวดร้าวในจิตใจ จากในทีแรกเขาต้องการจะให้ชิงจูบุตรสาวคนรองของตนนั้นแต่งงานกับขุนนางเล็ก ๆ เป็นฮูหยินใหญ่ของจวน


เพราะแม้นางจะเป็นบุตรสายรองแต่หากแต่งเข้าบ้านขุนนางเล็ก ๆ ขุนนางผู้นั้นย่อมมีความเกรงใจและยกนางให้เป็นภรรยาหลวง แต่จากสถานการณ์ในตอนนี้ คงจะเป็นไปไม่ได้ 


เพราะหลังจากงานเลี้ยงต้อนรับจบลงก็มีเหล่าแม่สื่อของขุนนางระดับสูงมาขอเกี่ยวดองแต่งบุตรสาวของตนไปเป็นฮูหยินรองมากมายจนธรณีประตูจวนสกุลชิงแทบหัก


เมื่อสองแม่ลูกได้ยินดังนั้นก็เบิกตาโตด้วยความตกใจ แต่ชิงจูก็สามารถระงับอารมณ์ และเข้าใจในความหมายของบิดาตอนที่บิดาปฏิเสธเหล่าแม่สื่อนั้น  บิดาได้รับการกระแนะกระแหนจากเหล่าแม่สื่อว่าบิดาคงมิพอใจให้แต่งบุตรสาวออกเป็นภรรยารองของเหล่าบุตรชายขุนนางต่ำต้อย แต่หวังสูงถึงการเป็นพระชายาหรือตำแหน่งหวงโฮ่วของแคว้นหลวนกระมัง


ยิ่งบิดาปฏิเสธเทียบสู่ขอมากเท่าไหร่เหล่าขุนนางก็ยิ่งมีความไม่พอใจมากยิ่งขึ้นเท่านั้น


"ท่านพี่ มิได้นะเจ้าคะ จะให้ชิงจูครองตัวเป็นสาวเทื้อเช่นนี้ไม่ได้ข้าไม่ยินยอม" มารดาของนางร่ำไห้ราวจะขาดใจที่บุตรสาวของตนจะต้องอาภัพไร้คู่ครอง


"ท่านแม่ท่านอย่าได้เสียใจไปเลย ลูกทราบดีเจ้าค่ะถึงเหตุผลของท่านพ่อ ลูกจะอยู่รับใช้ท่านพ่อท่านแม่อยู่ในจวนแห่งนี้ไปชั่วชีวิตเจ้าค่ะ"  ชิงจูปลอบมารดาของตนแล้วมองบิดาด้วยความเข้าใจ แม้นางจะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ตนจะมิได้ออกเรือนไปพบกับโลกกว้าง


"ชิงจู พ่อขอร้องเจ้าให้เจ้าอย่าพึ่งมอบดวงใจให้ใครตอนนี้ได้หรือไม่ แม้ว่าเจ้าจะมิได้แต่งงานก็ตาม ให้เจ้าเก็บดวงใจของเจ้าให้มิดชิด รอหน่อยเถิดนะหากผ่านเรื่องนี้ไปเมื่อเจ้ามีอายุมากขึ้นบิดาจะหาคู่ครองที่คู่ควรให้เจ้าออกเรือนไปเอง" ชิงหรูถอนใจให้กับโชคชะตาของบุตรสาวของตนยิ่งนัก คนนึงได้รับเกียรติเป็นถึงหวงโฮ่วแห่งฝ่ายใน อีกคนกลับต้องอยู่อย่างเดียวดาย เขายังมิรู้เลยว่าลูกสาวคนเล็กนั้นจะมีชะตากรรมเป็นเช่นไร


"เจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าจะรักษากายและใจของข้าไว้มิยอมมอบให้ผู้ใดเด็ดขาด จนกว่าจะถึงเวลาที่ท่านพ่ออนุญาตเจ้าค่ะ"  ชิงจูเอ่ยรับปากบิดาด้วยความมั่นคง ท่ามกลางเสียงร่ำให้ของมารดาตน 


. .

.

. .

ตำหนักเหิงเยว่ ริมทะเลสาบหยก  ยามซวี*


สองสามวันมาแล้วนับจากงานเลี้ยงต้อนรับเหล่าราชทูต มีขุนนางบางส่วนจากต่างแคว้นที่เดินทางกลับโดยมีการจัดงานเลี้ยงส่งเพียงเล็กน้อยไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนงานเลี้ยงต้อนรับเนื่องจากชินอ๋องหรืออ๋อง 13 และจักรพรรดิหลวนหลงยังมิได้เสด็จกลับด้วย เนื่องจากต้องการอยู่ต่อเพื่อท่องเที่ยวเมืองหลวงของแคว้นเจิ้งอีกหลายวัน จึงให้เหล่าขุนนางนำขบวนของราชทูตกลับแคว้นไปก่อน 

      

เพราะข่าวลือบ้าบอนอกวังหลวงทำให้เม่ยเม่ยของเธอถูกสั่งห้ามมิให้ออกจากจวนแม้จะบอกว่าล้มป่วยแต่เธอมิเชื่อหรอก แล้วไหนจะคำสั่งของท่านพ่อที่เสี่ยวจื่อไปสืบมาเล่าให้เธอฟังอีก เม่ยเม่ยของเธอช่างน่าสงสารยิ่งนัก เจี่ยเจี่ยผู้นี้จะช่วยอะไรเจ้าได้บ้างนะ 


อีกทั้งสังคมในภพนี้ก็เหมือนประเทศจีนในสมัยโบราณของภพเธอนั่นแหละ เฮ้อออ....ไม่ว่าภพใดประเทศใดยุคสมัยใดความสำคัญของผู้หญิงกับผู้ชายนั้นแตกต่างกันเสมอ


พูดแล้วก็แค้นใจยิ่งนักทำไมหนอถึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นชาวบ้านพวกนั้นก็น่าตายนักลือแต่ข่าวเสียเสียหาย ๆ แผ่นดินไม่ไร้ซึ่งคำคนนินทาจริงๆวันๆ คงเอาแต่จับกลุ่มนินทาผู้อื่นมิได้ดูตนเองเลยสินะ


"ซูซู เจ้านำจดหมายฉบับนี้ไปมอบให้กับ ชิงหรูบอกนางด้วยว่าข้ารักนางมีแต่ความหวังดีให้แก่นางเสมอ รีบไปอย่าให้เป็นที่สงสัยได้"

   

ชิงจู ข้าเพียงอยากบอกเจ้าว่า อยู่อย่างเจียมตนไม่เด่นดัง แต่จะไม่อ่อนแอยอมให้ผู้ใดมารังแก เกิดเป็นหญิงต้องสตรองง!!!


เมื่อไม่มีเม่ยเม่ยต่างมารดามาดีดพิณให้ฟัง ในยามนี้เธอจึงหยิบพิณเทียนหลิงออกมาที่ศาลาริมทะเลสาบลู่เจ๋อ และให้เหล่านางกำนัลและขันทีออกไปอยู่ให้ห่างจากศาลา เนื่องจากเธอต้องการความเป็นส่วนตัวไม่อยากให้ผู้ใดเห็นน้ำตาของเธอเมื่อยามเธอดีดพิณ และระลึกถึงความรักอันแสนขมขื่นของเธอเอง


ตริ้งงงง......


เสียงก้องกังวาลใสของพิณ ทำให้ผู้ที่แอบหลบอยู่บนต้นไม้แทบตกลงมา นั่นมิใช่เสียงพิณเทียนหลิงที่เขาต้องการหรอกหรือ ตอนนี้อยู่ในมือนางได้อย่างไร แสดงว่าในตอนนี้นางเป็นเจ้าของพิณอยู่สินะ 


หากเขาได้ตัวนางก็ย่อมจะได้พิณตัวนั้นด้วย หลวนหลงแอบเอามู่ลี่ไม่ไผ่แถวบนออกไปบางส่วนเพื่อให้สามารถแอบมองสาวงามในยามดีดพิณได้อย่างถนัด แต่สิ่งที่เขาพบคือพิณเทียนหลิง การแย่งชิงครั้งนี้ยิ่งทวีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น    

     

ชิงหลิงมิได้รู้เลยว่าตนถูกโจรโรคจิตแอบมองอยู่ตลอด เธอลองดีดพิณทีละสายเพื่อเช็คตัวโน้ตและปรับสายพิณ ก่อนจะเริ่มบรรจงดีดพิณเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกและทรงจำของตนเมื่อครั้งอดีตความรักอันหอมหวานและความเจ็บปวดที่ยากจะตัดใจจะทำอย่างไรหนอเธอจึงจะลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปเสียที























ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัลย์ดอกไม้
Talk เบาเบา
............จะพยายามรีไรท์ให้เร็วที่สุดนะคะ.........
         
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #672 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 07:12
    อนุณาต ไม่สีสระ อิ นะคะ

    เราอยากให้ไรท์จำว่า ญาต ในความหมายนี้ไม่ใช่พี่น้องไม่ต้องมี สระอิ ค่ะ

    ตอนแรกเราก็คิดว่าคงพิมพ์ไวแล้วพลาด แต่จากที่อ่านมาทุกตอนไรท์สะกด

    คำนี้ อนุญาติ ตลอดเลย ซึ่งมันผิดค่ะ



    นักเขียนที่ดีคือมีจินตนาการ คุณมี แต่เรื่องการสะกด คุณยังต้องเพิ่มค่ะ สู้ๆค่ะ

    เรายังไม่ได้ดูเรื่อง คะ ค่ะ นะคะ กลัวอ่านแล้วเจอ ต้องบอกกันยาว
    #672
    0
  2. #463 korawan-ni (@korawan-ni) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 21:39
    บางตอนก็สั้นจริงๆๆค่ะ
    #463
    0
  3. #65 Tannatos Orcus (@Ferinone) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 01:43
    แหม เข้ากันดีเชียวนะ จะเอาสนมมาทำไมมม
    #65
    0
  4. #48 Jang (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 09:58
    สู้ๆนะคะไรท์. ติดตามรอคะ
    #48
    0
  5. #37 MeaniE_18 (@MeaniE_18) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 01:07
    จัดการให้รู้สำนึกไปเลยจ้าาา จะได้รู้ว่าไผเป็นไผ อิอิ
    #37
    0