ร้อยเล่ห์รักข้ามภพ(百爱跨越时间)

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 205,133 Views

  • 1,235 Comments

  • 5,333 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    119

    Overall
    205,133

ตอนที่ 2 : บทที่1 พิธีอภิเษกสมรส เจรจาต่อรอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    12 ก.ย. 60

            ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัล ดอกไม้ลายเส้น
             15 วันผ่านไป

จะว่าเร็วก็เร็วจะว่าช้าก็ช้า 15 วันที่ผ่านมา มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย วังหลวงส่งคนมาอบรมมารยาท การเตรียมตัวก่อนงานอภิเษกสมรส อีกทั้งขั้นตอนวิธีการต่างๆ หลักการใช้ชีวิตในวังหลวง กฎกติกามารยาทต่างๆ ในวังหลวงการวางตัวของผู้เป็นห่วงโฮ่ว การแต่งกายในพระราชพิธีต่างๆ หลักการปกครองที่หวงโฮ่วจะต้องพึ่งปฏิบัติ และหลักการปฏิบัติตนในห้องหอ เพื่อให้หวงตี้พึงพอใจ


"คุณหนูการจะเป็นหวงโฮ่วนั่นยากลำบากการวางตัวที่ดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การจะทำให้หวงช่างพึงพอใจนั้นยิ่งสำคัญยิ่งกว่า ดังนั้นจะต้องตั้งใจให้มาก ฝึกควบคุมตนเองทั้งสีหน้าอารมณ์และความรู้สึก...." บลาๆๆและอื่นๆอีกมากมาที่กูกูทั้งหลายพยายามยัดเยียดใส่สมองน้อยๆของเธอ


จากนั้นก็มีการวัดตัวตัดชุดที่จะใช้ในวังหลวง และชุดในพระราชพิธีอภิเษกสมรสนั่นเจ้าสาวจะต้องปักเอง!!! 


"What!! อะไรคือปักเองจ้างช่างตัดไม่ได้หรออะไรคือชุดแต่งงานตัดเองเย็บเอง??"


โชคยังดีที่ร่างนี้ได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้วเพราะรู้ดีว่าจะต้องได้รับเลือกให้เป็นหวงโฮ่วอย่างแน่นอน จึงทำให้ลู่หานหนี่ว์สาวหลงยุคไม่ต้องมานั่งปักเสื้อผ้าชุดแต่งงานเอง ซึ่งมันคงไม่ทันและสภาพก็คงจะดูไม่ได้ เนื่องจากเรื่องราววุ่นวายใน 15 วันที่ผ่านมานี้ทำให้ลู่หานหนี่ว์ลืมเรื่องราวต่างๆ ในโลกที่ตนจากมา เพราะความวุ่นวายและความเหนื่อยล้า...


และแล้วก็ถึงวันอภิเษกสมรส


ลู่หานหนี่ว์ถูกปลุกตั้งแต่ยามอิ๋น* เพื่อมาอาบน้ำขัดตัวซึ่งลู่หานหนี่ว์คิดเสียว่ามาสปา เพราะตลอด 15 วันที่ผ่านมา เธอก็ให้คนใช้อาบน้ำแต่งตัวให้ทุกวันอยู่แล้ว เพราะเธอขี้เกียจและเสื้อผ้าในยุคนี้มันช่างสลับซับซ้อน แรกๆก็มีอายอยู่บ้างแต่พอได้เห็นรูปร่างหน้าตาของร่างนี้แล้วก็เลิกอายมีแต่ความมั่นใจเข้ามาแทน จึงทำให้เธอไม่มีความเขินอายถ้าจะหากมีคนมาคอยอาบน้ำแต่งตัวให้


ใช้เวลาในการอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าประมาณ 1 ชั่วยาม* ก็ปรากฏภาพสาวงามในชุดสีแดงที่ใครเห็นก็ล้วนแล้วแต่ต้องกลั้นหายใจและลอบกลืนน้ำลายด้วยความลืมตัว


"งดงามมากเจ้าค่ะคุณหนู สมแล้วที่เป็นหนึ่งในสามแคว้นบุปผาที่งดงามเหนือมวลไม้ใด"


ลู่หานหนีว์ไม่เคยพิจารณาร่างนี้อย่างจริงจังเสียที ก็อดตะลึงในความสวยของร่างนี้ไม่ได้ เอวบางไม่ถึงหยิบมือเดียว ผิวขาวนวลอมชมพู นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียน ใบหน้าสวยได้รูปถ้าเป็นในยุคที่เธอจากมาคงเรียกว่าหน้าวีเชฟ ดวงตากลมโตสุกใส แพขนตายาวดกดำโดยไม่ต้องปัดมาสคาร่า ริมฝีปากอวบอิ่มสีเชอร์รี่ คิ้วโก่งดั่งคันศร ผมยาวสลวยดกดำดังม่านน้ำตก ซึ่งผู้ที่แต่งหน้าให้


เธอรู้อยู่แล้วว่าใบหน้านี้งดงามเพียงใดจึงมิได้ผัดแป้งให้ดูพอกจนหนาเตอะ อวดผิวขาวสวยแก้มอมชมพู ลู่หานหนี่ว์พึ่งเข้าใจวันนี้เองว่า งดงามฟ้าถล่มดินทลายเป็นอย่างไร


เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วชิงเหลียนมารดาของร่างนี้ก็เดินเข้ามาในห้อง นางเอ่ยแก่บุตรสาวของตนด้วยน้ำตาคลอ เด็กน้อยของนางเติบโตจนออกเรือนแล้ว เพียงคิดแค่นางก็ใจหาย ต่อไปคงมิใช่เรื่องง่ายที่จะได้พบหน้าของบุตรสาวตนเพราะวังหลวงใช่ว่าจะเข้าออกกันได้ตามสะดวก นางเดินเข้ามาใกล้ๆ บุตรสาว เอื้อมมือลูบศีรษะชิงหลิงอย่างแผ่วเบา



"ตามธรรมเนียมเก่าแก่ของชาวบ้านหากบุตรสาวจะออกเรือนจะให้มารดาของตนเข้ามาหวีผมให้เพื่อเป็นการอวยพร แต่เพราะการแต่งงานในครั้งนี้เป็นการอภิเษกสมรส จึงงดเว้นประเพณีนี้ แต่แม่ก็อดห่วงเจ้าไม่ได้ ขอแม่หวีผมอวยพรให้บุตรสาวของแม่เป็นครั้งสุดท้ายเถิดนะชิงหลิงลูกรัก" ฮูหยินชิงเหลียนกล่าวพร้อมน้ำตาแห่งความยินดีที่ไหลอาบสองแก้ม "ท่านแม่ รักษาตัวด้วยนะเจ้าคะ" ลู่หานหนี่ว์กล่าวแก่มารดาของร่างนี้ด้วยความตื้นตันใจ



เธอเข้าใจความรู้สึกของฮูหยินชิงเหลียนดีในตอนที่เธอแต่งงาน แม่ของเธอก็ทำให้เธอเช่นนี้เธอช่างเป็นลูกที่อกตัญญูยิ่งนักยังมิทันได้ทดแทนพระคุณก็ต้องตายจากไปเพียง เพราะผู้ชายเลวๆคนหนึ่ง แค่คิดน้ำตาของลู่หานหนีว์ก็รินไหลราวกับเขื่อนแตกทำให้ฮูหยินใหญ่รีบปลอบโยนบุตรสาวของตน "วันนี้เป็นวันดีอย่าร้องไห้อีกเลย มาแม่จะหวีผมให้เจ้า" ฮูหยินใหญ่พร้อมกับหยิบหวีหยกขึ้นมาหวีอวยพรให้กับบุตรสาวที่ตนรัก



"หวีครั้งที่ 1 ขอให้เจ้ามีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง หวีครั้งที่ 2 ขอให้เจ้ามีสุขภาพที่แข็งแรงอายุมั่นขวัญยืน หวีครั้งที่ 3 ขอให้ชีวิตคู่ของเจ้ามั่นคงยั่งยืนราบรื่นไร้อุปสรรคใดๆ "



เสียงอวยพรของฮูหยินชิงเหลียน เหมือนสะท้อนก้องดังซ้อนทับกันเช่นวันแต่งงานของลู่หานหนี่ว์ในภพก่อน ทำให้ลู่หานหนี่ว์ตระหนักได้ถึงตัวตนของตนเองในภพชาตินี้ เมื่อเธอมาอยู่ในยุคนี้ เธอก็ต้องดิ้นรนใช้ชีวิตของตนเองให้คุ้มค่าให้สมกับที่ได้รับชีวิตใหม่มา นับจากวันนี้จะไม่มีลู่หานหนี่ว์อีกต่อไป จะมีก็เพียงแต่หวงโฮ่วชิงหลิง เท่านั้น!!



เมื่อฮูหยินใหญ่หวีผมอวยพรให้กับเธอแล้ว ก็สวมมงกุฎหงส์เป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนจะพยุงบุตรสาวของตนออกจากห้องเพื่อทำพิธียกน้ำชาแก่บิดาก่อนจะไปขึ้นขบวนแห่เจ้าสาวขององค์หวงตี้*ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า ซึ่งการอภิเษกสมรสในครั้งนี้หวงตี้*เป็นผู้มารับเจ้าสาวด้วยพระองค์เอง



หลังเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆภายในจวนแล้วขนวนเจ้าสาวก็มาถึงหน้าประตูจวน ฉันหันกลับไปมองจวนสกุลชิงเป็นครั้งสุดท้ายถึงแม้ว่าจะมิได้เกิดและเติบโตในสถานที่แห่งนี้ แต่เธอก็ตื่นขึ้นมาในที่แห่งนี้เป็นที่แรก และได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กว่า 10 วัน ทำให้รู้สึกใจหายไปมิน้อย ฉันมองมือที่ยืนมารอรับเธอขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว เป็นมือของชายหนุ่มผู้ที่กำลังจะเป็นสามีเพียงหนึ่งเดียวของเธอในภพนี้ จักรพรรดิเจิ้งหลี่



"ต่อไปเจ้าจะต้องเป็นห่วงโฮ่วของเจิ้น*แล้วอย่าได้อาลัยอีกเลย ใช่ว่าจะมิได้พบเจอกันอีก หากมัวชักช้าจะมิทันฤกษ์" หวงตี้เอ่ยปลอบประโลมเพื่อให้เธอยอมขึ้นเกี้ยวแต่โดยดี ฉันวางมือของตนลงบนฝ่ามือใหญ่ จากนี้ไปคงต้องพึ่งพาชายผู้นี้ ชีวิตของเธอวางไว้บนฝ่ามือนี้แต่หัวใจของเธอเล่า จะนำมันไปวางไว้ที่ใด รถม้าของขบวนเจ้าสาวค่อยๆ เคลื่อนขบวนจากหน้าจวนสกุลชิง มุ่งหน้าสู่วังหลวง ... . . . . . . .



ขบวนเจ้าสาวเคลื่อนเข้าสู่วังหลวงเพื่อเริ่มพิธีอภิเษกสมรสอย่างยิ่งใหญ่ ขั้นตอนพิธีการมากมาย ผ่านไปทีละอย่างๆ ฉันที่ไม่เคยผ่านพิธีการแบบนี้มาก่อนนั้นเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ กว่าจะเสร็จพิธี ฉันก็แทบจะล้มทั้งยืน ไหนจะมงกุฎหงส์ที่มีน้ำหนักมากว่ายี่สิบกิโลจนคอของเธอแทบหัก ไหนจะชุดที่รุ่มร่าม โชคดีที่ขั้นตอนสุดท้ายเป็นเพียงการนั่งบนบัลลังก์ให้เหล่าเชื้อพระวงศ์เข้ามาร่วมอวยพรเท่านั้น


ขุนนางทั้งหลายถวายพระพรอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำให้ฉันได้นั่งพักหายใจให้ทั่วท้องอีกครั้งหนึ่ง


เมื่อเสร็จพิธีการต่างๆแล้วก็จะเป็นการเฉลิมฉลองในช่วงกลางคืน หรือก็คืองานเลี้ยงการอภิเษกสมรส ส่วนฉันนั้นไม่ได้เข้าร่วมการเฉลิมฉลอง เนื่องจากต้องเตรียมตัวสำหรับการถวายการรับใช้องค์หวงตี้ในห้องหอของค่ำคืนนี้


เมื่อเตรียมการถวายตัวตามคำสั่ง(?)ของกูกูทั้งหลายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็นั่งอยู่ในห้องหอเพียงลำพังเพื่อรอเวลาที่หวงตี้จะเสด็จมา 


"เฮ้อ....." ฉันถอนหายใจอยู่คนเดียวด้วยความกลัดกลุ้ม


หากเธอจะอยู่ในวังหลวงแห่งนี้เธอจะต้องมีความสัมพันธ์กับหวงตี้ แต่เธอไม่ต้องการทำเช่นนั้น เธอเจ็บปวดจากความรักในภพชาติก่อนอย่างแสนสาหัส


แม้จะวางชีวิตไว้บนฝ่ามือของหวงตี้ แต่ก็ไม่อาจข่มใจหลับนอนกับหวงตี้ได้ลง เธอจะต้องคิดหาแผนการที่ทำให้ตนเองรอดพ้นจากคืนเข้าหอนี้ไปให้ได้โดยไร้รอยขีดข่วน


ถ้าอยากอยู่ในวังหลวงแห่งนี้อย่างสุขสงบเธอจะต้องงัดเขี้ยวเล็บและมารยาหลายร้อยเล่มเกวียนที่เคยอ่านในนิยายออกมาใช้ทั้งหมด


ตามปกติแล้วย่อมเป็นไปไม่ได้ที่หวงตี้จะยินยอมในเงื่อนไขของเธออย่างแน่นอน บุรุษเมื่อแต่งภรรยาก็ย่อมต้องการสิ่งนั้นเป็นเรื่องธรรมดามันเป็นปกติวิสัยธรรมชาติที่พึ่งต้องกระทำ เป็นไปไม่ได้เลยที่หวงตี้จะยอมตอบตกลง ยิ่งร่างนี้มิได้เป็นหญิงสาวอวบอ้วน ตัวดำ อัปลักษณ์ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง


แต่ร่างนี้เป็นถึงหญิงสาวที่มีความงดงามล่มบ้านล่มเมือง เรือนร่างเย้ายวนกระชากวิญญาณขนาดนี้ ข้าจึงต้องคิดแผนการต่างๆ เตรียมไว้เผื่อการเจรจาไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เฮ้ออ...คนสวยเครียด


ฉันเดินสำรวจไปรอบๆห้อง หยิบจับสิ่งของที่อยู่ในห้องที่จะสามารถนำมาเป็นอาวุธหรือกับดักต่างๆ ได้ แล้วธอก็เหลือบไปเห็นแจกันอันเล็กที่อยู่บนโต๊ะมุมห้องหากจวนตัวคงสามารถใช้ยับยั้งสถานการณ์รวมถึงแผนการต่างๆที่เธอคิดเอาไว้ เอาว่ะอย่างน้อยๆก็มีของไว้ป้องกันตัวและเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นการลอบสังหารหวงตี้ที่มีโทษประหารเก้าชั่วโครตเธอจะพยายามเนียนๆเพื่อใหดูเป็นอุบัติเหตุมากที่สุดก็แล้วกัน


ฉันคิดวางแผนการและข้อตกลงต่างๆ แล้วเดินยิ้มอย่างอารมณ์ดีไปนั่งรอที่แท่นบรรทมถ้าฉันร้องเพลงรอได้ฉันทำไปแล้ว หึหึ


กว่าหวงตี้จะเสด็จมาถึงตำหนักเหิงเยว่ (พระจันทร์) ตำหนักประจำตัวของหวงโฮ่วทุกรัชกาลก็เกือบสิ้นยามซวี*แล้ว ในวันอภิเษกสมรส ตามธรรมเนียมแล้วฉันมิต้องออกไปยืนรอรับเสด็จด้านนอกเพียงแค่นั่งรออยู่ในห้องบรรทมเพื่อให้หวงตี้มาปรณนิบัติ(?)ก็พอ


เมื่อสิ้นเสียงขันทีประกาศแล้ว ฉันนั้นใจเต้นเหมือนมีคนมาเปิดคอนเสิร์ตในหัวใจจนเหมือนมันจะหลุดออกมาเต้นด้านนอกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย


ฉันวางแผนไว้แล้วว่าจะต้องทำข้อตกลงกับหวงตี้ให้เรียบร้อย เพื่อสวัสดิภาพที่ดีงามของเธแอในอนาคตไม่ว่าจะเอาด้วยเล่ห์ ด้วยกลหรือด้วยมนต์คาถาก็ตาม และเธอก็ยังมีแผนสำรองหากว่าการเจรจาในครั้งนี้ไม่สำเร็จ


เมื่อหวงตี้เข้ามาในห้องบรรทมทรงนั่งลงที่โต๊ะด้านหน้าของเตียงบรรทมใช้ไม้เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวแล้วช่วยถอดมงกุฎหงส์ออกจากศรีษะของสตรีตรงหน้า ก่อนจะยกสองแขนขึ้นเพื่อให้เธอปรนนิบัติถอดเสื้อคลุมให้กับเขาบ้างเหตุการณ์เป็นไปอย่างผ่อนคลายและเรียบง่าย 


เมื่อฉันถอดเสื้อคลุมให้หวงตี้และนำไปแขวนไว้เรียบร้อยแล้ว เจิ้งหลี่ก็จูงมือเธอมานั่งดื่มเหล้ามงคลและพูดคุยกันอย่างจริงจัง


ฉันนั่งลงตรงข้ามกับหวงตี้ตั้งใจฟังพร้อมทั้งรินเหล้ามงคลให้อย่างเอาใจ หวงตี้ดื่มเหล้าไปพร้อมกับมองสำรวจร่างสาวงามตรงหน้าอย่างพิจารณา ซึ่งคนตรงหน้าก็กำลังมองสำรวจตนเองอยู่เช่นกัน


หวงตี้ผู้นี้ เมื่อมองดูดีดีแล้วนั้นทรงมีใบหน้าที่หล่อเหลามาก ไม่ว่าจมูกคิ้วคางล้วนถูกสรรค์สร้างมาให้ลงตัวกับใบหน้ารูปไข่ยิ่งทำให้ใบหน้าของพระองค์ดูสวยหวาน และเปี่ยมไปด้วยความเมตตา


หากทรงเป็นสตรีก็นับว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่งเลยทีเดียว รูปร่างของหวงตี้ก็สมส่วนลงตัวไม่รู้ภายใต้ชุดนี้จะรูปร่างเป็นเช่นไร จะมีซิกแพคที่ทำให้สาวๆ ใจละลายหรือไม่


แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องขบคิดในตอนนี้ สิ่งสำคัญคือข้อตกลงที่เธอจะต้องโน้มน้าวให้หวงตี้ทรงยอมตกลงตามที่ตัวเองต้องการ แต่เธอยังมิทันได้เอ่ยอะไรออกมา หวงตี้ก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน


"เจิ้นรู้ว่าสิ่งที่เจิ้นจะพูดต่อไปนี้อาจทำร้ายจิตใจและศักดิ์ศรีของเจ้าไม่มากก็น้อย" หวงตี้กล่าวออกมา พลางมองหน้าคู่สนทนาที่เงียบไป


"เจิ้นอยากให้เจ้ารู้ว่าเดิมทีตำแหน่งหวงโฮ่วนี้เจิ้นอยากเก็บไว้ให้กับคนที่เจิ้นรักคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้เจิ้นยังมิพบคนคนนั้น แต่เจิ้นก็ปฏิเสธคำขอร้องของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ไม่ได้เจิ้นจึงอย่างให้เจ้าอยู่ในตำแหน่งนี้เพื่อถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายใน และเหล่าบุตรสาวขุนนางทั้งหลายที่จะถูกคัดเลือกให้เข้ามาเป็นสนมในไม่ช้านี้ จนกว่าเจิ้นจะพบหญิงที่เจิ้นรักและแต่งตั้งนางเป็นหวงโฮ่ว" หวงตี้พูดพลางจิบน้ำชาแล้วดูปฏิกิริยาของสตรีตรงหน้า


"ทำไมเจ้าถึงเงียบไป เจ้าไม่พอใจอันใดหรือต้องการสิ่งใด โปรดบอกเจิ้นมาตามตรง" หวงตี้เอ่ยถามความต้องการของสตรีตรงหน้าตน


เมื่อฉันได้ฟังความต้องการขององค์หวงตี้แล้วก็ให้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง จนพูดไม่ออกที่ตนเองมิต้องเปลืองน้ำลายชักแม่น้ำทั้งห้ามาเกลี้ยกล่อม หรือใช้แผนการต่างๆที่วางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้ ช่างดีอะไรเยี่ยงนี้ อร๊ายยย....


และเมื่อหวงตี้ทรงเอ่ยถามความคิดเห็นของเธอ ฉันจึงไม่เสียเวลาบอกความต้องการของตนเองต่อหวงตี้อย่างรวดเร็วด้วยกลัวหวงตี้จะทรงเปลี่ยนพระทัย


"ความต้องการของหม่อมฉันนั้นไม่ยากเกินไปสำหรับหวงช่างแน่นอนเพคะ " ฉันเอ่ยพลางยิ้มหวานให้กับบุคคลตรงหน้า


"แล้วเจ้าต้องการสิ่งใดบ้างล่ะ หากเจิ้นให้ได้เจิ้นจะให้แก่เจ้าทุกสิ่ง" หวงตี้ตอบทันทีเพื่อให้แผนที่วางเอาไว้บรรลุผล แต่ก็แอบใจกระตุกให้กับยิ้มของสาวงามตรงหน้า


"หม่อมฉันมีความต้องการเพียง 3 ข้อเท่านั้น คือ 1.ตลอดระยะเวลาที่หม่อมฉันปกครองฝ่ายในห้ามมิให้พระองค์เข้ามาก้าวก่ายสอดแทรกการตัดสินใจของหม่อมฉัน ยกเว้นเรื่องที่หม่อมฉันมิสามารถจัดการได้" ฉันเอ่ยคำขอแรกเพื่อหยั่งเชิงของหวงตี้ว่าจะใจกว้างต่อเธอเพียงใด


"แล้วหากเจ้าใช้ข้อตกลงนี้ทำลายคนที่เจิ้นรักล่ะ" หวงตี้ถามสตรีตรงหน้าเพื่อความแน่ใจก่อนจะตอบตกลง


"แน่นอนว่าในเรื่องนั้นหวงช่างสามารถเข้ามาแทรกแซงได้เพคะ" เมื่อหวงตี้ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าตกลง


"ข้อที่2 หากหม่อมฉันทำตามที่พระองค์ทรงต้องการจนเสร็จสิ้นแล้วให้พระองค์ส่งหม่อมฉันออกไปอยู่นอกวังหลวงจะเป็นที่ใดก็ได้ หม่อมฉันต้องการอิสระ" ฉันเอ่ยเงื่อนไขข้อที่2 ซึ่งหวงตี้ก็ตอบตกลง


"และข้อที่3 ระหว่างที่หม่อมฉันปกครองฝ่ายในแห่งนี้ หม่อมฉันมิต้องการปรนนิบัติบนพระแท่นบรรทม หวงช่างจะทรงตกลงหรือไม่" ฉันเอ่ยเงื่อนไขข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุดแก่หวงตี้ ซึ่งทำให้หวงตี้นิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งก็ทำให้ใจของฉันต้นแรงด้วยความลุ้นระทึกจนแทบจะหลุดทะลุออกมานอกอก


"เจ้าไม่อยากร่วมพระแท่นกับเจิ้นหรือ" หวงตี้ไม่ตอบตกลงแต่ทรงเอ่ยปากถามสตรีตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาแต่ไม่ยอมร่วมหลับนอนกับตนเอง


"ไม่เพคะ หม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันคงไม่คู่ควร แต่เพื่อให้แผนการที่พระองค์วางไว้เป็นไปอย่างแนบเนียน เมื่อพระองค์เสด็จมาค้างที่ตำหนักย่อมสามารถบรรทมร่วมกับหม่อมฉันบนพระแท่นบรรทมเดียวกันได้ เพียงแต่จะมิมีสิ่งใดนอกเหนือจากนั้น" ฉันรู้ว่าการพูดเช่นนี้เปรียบเสมือนการหมิ่นเบื้องสูง เสมือนว่าหวงตี้เป็นที่รังเกียจสำหรับเธอ แต่หากไม่ทำเช่นนี้ คงจะทำให้เธอกลายเป็นคนโลเลในสายตาของหวงตี้


"ได้เจิ้นตกลง เพียงแต่หากเจ้าเป็นผู้ร้องขอเจิ้นย่อมตามใจเจ้า และหากเจิ้นมีงานหรือสิ่งใดให้เจ้ากระทำ เจ้าไม่มีสิทธิปฏิเสธไม่ว่าเรื่องที่เจิ้นขอให้กระทำจะเป็นสิ่งใดก็ตาม ตกลงหรือไม่" เจิ้งหลี่ทรงคิดว่าในเมื่อนางมีเงื่อนไข พระองค์ก็ต้องทรงมีเงื่อนไขบ้างจะได้สมน้ำสมเนื้อกัน โดยเฉพาะเงื่อนไขข้อแรกหากนางเป็นผู้ร้องขอ เจิ้นย่อมไม่ผิด


"ตกลงเพคะ" ฉันตอบตกลงเงื่อนไขของหวงตี้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด เพราะเงื่อนไขข้อแรกไม่มีวันเกิดขึ้นอย่างแน่นอนส่วนข้อที่สองนั้นถึงแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่เธอก็จะทำจนสุดความสามารถ


เมื่อข้อตกลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่โรงละครฉากใหญ่ที่หวงตี้และหวงโฮ่วคนใหม่จะรวมกันแสดง เพื่อเป้าหมายที่แต่ละคนต้องการ เขาต้องการให้นางถ่วงอำนาจของฝ่ายในจนกว่าจะหาสตรีที่พึงจนพบ เธอต้องการเพียงอิสระ และรักษาพรหมจรรย์ของตนเอง......









ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัลย์ดอกไม้
Talk เบาเบา
         สำหรับนักเขียนแล้วเจ็บกว่านิยายไม่มีคอมเม้นก็เม้นดราม่านี้แหละ ไรท์ถามจริงๆนะไรท์แต่งนิยายไรท์เก็บเงินเก็บเหรียญจากรีดหรอ งั้นต่อไปไรท์เก็บเหรียญจากรีดดีไหม แล้วรีดจะดราม่ายังไงก็ได้เพราะรีดเสียตังเข้ามาอ่าน...ไรท์ก็คนคนหนึ่งๆนะจะให้ไม่รู้สึกอะไรเลยไรท์ทำไม่ได้หรอก ไรท์มีความรู้สึกเจ็บได้ร้องไห้เป็น...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #1235 Plajela72 (@Plajela72) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 22:33
    ออกเป็นebook สิคะเพราะอยู่ต่างประเทศซื้อเหรีญนไม่เป็นมีหลายเรื่องท่ีต้องหยุดอ่านกลางคันค้างมากแต่ตามบางเรื่องท่ีซื้อในAppel ค่ะแพงค่ะแต่ยอมซื้อค่ะ
    ให้กำลังใจไรส์นะคะ(ถ้าเขียนเม้นผิดขอโทษนะคะอยู่ต่างประเทศนานสะกดภ่ษาไทยเพี้ยนเยอะอิอิ)
    #1235
    0
  2. #1232 Misa_eiei (@Misa_eiei) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 14:44
    สนุกจัง.. ชอบค่ะ
    #1232
    0
  3. #1229 2a5o1r2 (@2a5o1r2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:33
    ขอบคุณค่า
    #1229
    0
  4. #1206 Nattiya Bursnachaitavee (@nsttiyaburana) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 06:11
    ขอบคุณมากคร้าาไรท์
    #1206
    0
  5. #320 Rilasora (@fafifah) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 22:24
    ตอนนี้ตัดคำว่า ทำมายยย ออกเถอะค่ะ ดูทะเม่งๆยังไงไม่รู้ค่ะ
    #320
    1
    • #320-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 2)
      17 มีนาคม 2560 / 23:15
      มันเป็นสไตลค่ะมันใก้อารมความรู้สึกมากกว่า ยอมให้มันทะแม่งดีกว่ามันกลายเป็นท่อนไม้อะคะ
      #320-1
  6. วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 15:21
    ใช้คำแบบนี้ก็ดีเหมือนอ่านแบบเดิมมาเยอะแล้ว หลายวันมานี้อ่านเจอเรื่องที่เขียนไม่เหมือนเรื่องอื่นๆ ใช้คำเรียกแม่เหนียงเหนียง เรียกพ่อว่าเตีย เรียกพี่ว่าเกอเกอ เมยเม่ย เราก็ว่าดีออกก็โอเคนะไม่ซ้ำเดิมๆ ในซีรีย์เจอเรียกแบบนี้เยอะ เราว่ามันอยู่ที่ยุคสมัยไหนและแคว้นนั้นไหน ดูซีรีย์เก้าสกุลเมื่อคืนนางเอกเรียกสามีแปลกๆดี ดูป่าดอกท้อสิบลี้ลูกชายเรียกแม่
    เหนียงซิน วันก่อนอ่านเสี่ยวหวางเฟยจบ เรื่องนี้ก็ใช้คำสรรพนามไม่เหมือนเรื่องอื่นๆเรียกฮ่องเฮาว่าหวงโห่ว เรียกรัชทายาท องค์ชาย ต่างออกไป เรียกชายาก็อีกแบบ เรียกฮ่องเต้ก็อีกแบบนึง(เราลืมแต่ไม่ใช่หวงช่าง) เราก็ชอบนะมันแปลกดีได้รู้ว่าสามารถเรียกได้หลายอย่าง เสียวหวางเฟยขนาดเรียกชื่อและตำแหน่งแต่ละคนว่าลำบากแล้วแต่เรื่องนี้มีคนอ่านเยอะนะและได้ทำเป็นหนังสือแล้วด้วย
    #204
    1
    • #204-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 2)
      14 มีนาคม 2560 / 17:04
      ชอบคำเรียกแบบนี้จากเรื่องว่าด้วยอาชีพนางสนมค่ะน่ารักดี ดูจีนจีนด้วย แต่ตอนที่ออกมาเป็นเล่มไม่ได้ไช้คำเหล่านี้รู้สึกเสียดายเลยเอามาแต่งเองค่ะ ตอบสนองความต้องการของตัวเองล้วนๆค่ะ
      #204-1
  7. #54 TheBlack45 (@TheBlack45) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 17:12
    เราแนะนำให้ใช้คำว่า ฮองเฮา แทน หวงโห่ว จะดีกว่านะเราคิดว่าคนส่วนใหญ่ จะคุ้นเคยมากกว่า ส่วน หวงตี้ น่าจะเปลี่ยนเป็น ฮ่องเต้ เพราะเราคิดว่ามันอ่านไม่สะดุดอ่ะแล้วเข้าใจง่ายมากขึ้น
    #54
    1
    • #54-1 omgmin8 (@omgmin8) (จากตอนที่ 2)
      8 มีนาคม 2560 / 17:26
      คือไรท์ชอบคำเรียกแบบนี้ค่ะมันมีเสน่แบบจีนๆมากค่ะแล้วไรท์ก็ชอบที่มาแต่งนิยายกผ้เพราะอยาดเอาคำพวกนี้มาให้รีทอ่านแล้วซาบซึ่งในบรรยากาศแบบจีนโบราณ แม้จะไม่ได้อ้างอิงจากยุคจีนสมัยใดก็ตามเพราะไรท์อกหักจากเรื่องว่าด้วยอาชีพนางสนม ที่ไรท์รอกว่าสองปี สุดท้ายคำพวกนี้ก็ถูกตัดทิ้งไปอะค่ะ แต่ก็ขอบคุนนะค่ะที่เข้ามาอ่าน จริงๆฮองเฮามันพิมง่ายกว่าหวงโฮ่ว เยอะแต่ไรท์มีความชอบส่วนตัวในคำๆนี้ไรท์ขอไม่เปลี่ยนแล้วกันนะค่ะ จุฟๆ
      #54-1
  8. #6 Menara (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 13:27
    ใช้สระ ไ- กับ ใ- ยังใช้ผิดอยู่นะคะ



    อีกคำ "ก็" ไม่ใช่ ก้



    "เจ้าคะ" ไม่ใช่ เจ้าค่ะ คำว่า ค่ะ ใช้กับประโยคที่ต้องการเสียงต่ำ อย่างประโยคบอกเล่า ตอบรับ ตอบคำถาม เช่น สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะ ทางนี้ค่ะ ขอทางหน่อยค่ะ เชิญค่ะ รับทราบค่ะ แนะนำให้ไรต์ไปทำความเข้าใจการใช้ คะ ค่ะ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้



    ไม่ต้องรีบพิมพ์นะไรต์ ยิ่งรีบยิ่งมีคำผิด

    สู้ๆ นะ
    #6
    1
    • #6-1 omgmin8 (@omgmin8) (จากตอนที่ 2)
      5 มีนาคม 2560 / 22:00
      ที่รีบพิมเพราะกลัวลืมเนื้อเรื่องว่าไปถึงไหนแล้ว ตอนสมองมันแล่นต้องรีบพิมๆเก้บเอาไว้ก่อนเด้วพล็อตเรื่องมันจะเปลี่ยน 555เพราะไรท์ขี้ลืม
      #6-1
  9. #3 omgmin8 (@omgmin8) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 10:59
    มีคนเข้ามาอ่านด้วย ปลื้มจัง

    #3
    0
  10. วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 04:22
    รอค่ะ....
    #1
    0