ร้อยเล่ห์รักข้ามภพ(百爱跨越时间)

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 205,133 Views

  • 1,235 Comments

  • 5,333 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    119

    Overall
    205,133

ตอนที่ 20 : บทที่19 เพื่อนไหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 ก.ย. 60

          ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัล ดอกไม้ลายเส้น

              ชิงหลิงอับอายขายขี้หน้าตัวเองยิ่งนักเพราะนอกจากตัวเองจะโดนหวงช่างหลอกกินเต้าหู้นางแล้ว 

                 

นางยังไปอ่อนระทวยในอ้อมแขนของเขาซะได้ ช่างน่าอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ทำได้เพียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในตำหนักด้วยความโมโห

              

"ทูลหวงโฮ่ว สนมฟางผินขอเข้าเฝ้าเพคะ" นางกำนัลเข้ามารายงานต่อหวงโฮ่วที่ตอนนี้กำลังอาละวาดฟาดงวงฟาดงาไปทั่วทั้งตำหนัก

                 

ชิงหลิงเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ สนมฟางผินผู้ที่นางจับเชือดเมื่อคราวขึ้นเป็นหวงโฮ่วใหม่ๆ น่ะหรือ มาขอพบนาง

                 

"ให้นางเข้ามาได้"  ชิงหลิงจัดเสื้อผ้าเผ้าผมให้เรียบร้อยแล้วนั่งสงบเสงี่ยม วางมาดจิบชาราวกับนางพญาเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

                 

นางมองสนมชิงหลิงผู้งดงามเดินเข้ามาภายในตำหนักอยางพิจารณาถึงการมาถึงของสนมผู้นี้

                

"ถวายพระพรหวงโฮ่ว ขอทรงพระเจริญ......" สนมฟางผินย่อกายคำนับอย่างอ้อนช้อยงดงามไม่ขาดไม่เกินตรงตามระเบียบแบบแผนที่ควรจะเป็นทุกประการ

                 

"ลุกขึ้นได้" ซูซูยกเก้าอี้มาวางเพื่อให้สนมฟางผินนั่งลงเพื่อสนทนาธุระที่จะมาในวันนี้

                  

"ที่หม่อมฉันมาเฝ้าหวงโฮ่วในวันนี้ หม่อมฉันมาเพื่อตอบคำถามของพระองค์เพคะ" ฟางผินเอ่ยถึงธุระที่นางต้องการจะพูด

                  

ชิงหลิงเลิกคิ้วมองสนมฟางผินอีกครั้ง หากนางไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ชิงหลิงคงลืมไปแล้วว่าได้กล่าวอะไรไว้กับเหล่าสนมบ้าง

                  

"ว่ามาสิ เปิ่นกงอยากฟังคำตอบของเจ้าแล้ว" ชิงหลิงยกชาขึ้นจิบเบาๆ คล้ายไม่ได้ใส่ใจในคำตอบของสนมฟางผินซักเท่าไหร่ ทั้งที่จริง ๆ แล้วแทบอยากจะง้างปากนางให้พูดออกมาเร็ว ๆ

                 

"หากสมมุติว่าหม่อมฉันเป็นฮูหยินขุนนาง และต้องการสร้างอำนาจให้แก่สามี โดยที่ไม่ต้องลงมือทำเองและไม่ต้องออกจากจวน หากเป็นหม่อมฉัน.. 

                

หม่อมฉันจะยืมมือของผู้อื่นเป็นผู้กระทำสิ่งต่างๆเหล่านั้นให้เพคะ แต่การให้คนธรรมดาสามัญไปทำย่อมไม่สามารถทำให้เป้าหมายบรรลุผล 

                

ยิ่งสิ่งที่เราต้องการทำเป็นสิ่งที่เราไม่ถนัดย่อมยากเย็น การจะหลอกใช้คนที่มีความสามารถยิ่งเป็นไปไม่ได้  

                

แต่เหล่าผู้มีความสามารถทั้งหลายล้วนพ่ายแพ้ต่อหญิงงาม เหนือฟ้ายังมีฟ้าเหนือยอดบุรุษในใต้หล้า ย่อมเป็นสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา 

                

หากเข้าถึงและตีสนิทพวกนางได้สิ่งอื่นนั้นล้วนง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ วิธีการที่จะพบพวกนางโดยมิต้องออกจากเรือนก็ใช่ว่าจะไม่มี 

                

แค่เพียงมีข้ออ้างเล็กน้อยไจัดงานเลี้ยงพบปะ ส่งเทียบเชิญเหล่าบรรดาฮูหยินทั้งหลายย่อมยินดีมารวมงานอย่างแน่นอน  ส่วนว่าจะให้พวกนางทำสิ่งใดบ้างนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับว่าเราอยากได้สิ่งใดจากพวกนาง

                         

เพียงเท่านี้ไม่ว่าอยากจะทำสิ่งใดย่อมทำได้อย่างง่ายดาย หม่อมฉันความคิดตื้นเขินไม่ทราบว่าหวงโฮ่วพอพระทัยหรือไม่เพคะ" 

               

ฟางผินกล่าวจบก็พิจารณาสีหน้าของหวงโฮ่วว่าพึงพอใจหรือไม่ งานนี้นางแทบจะเทจนหมดหน้าตักเพื่อเรียกความดีความชอบในครั้งนี้

               

"เป็นความคิดที่ดี เจ้าต้องการสิ่งใดเป็นรางวัลหรือ" ชิงหลิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งที่สุดเพื่อไม่ให้มีพิรุธได้ว่านางนั้นดีใจแค่ไหนกับคำตอบชี้แนวทางของฟางผิน

                

"หม่อมฉันเพียงอยากขออนุญาตหวงโฮ่ว ติดตามเข้าร่วมพิธีอภิเษกสมรสของชินอ๋องเจิ้งไฉกับองค์หญิงหลวนเหยาเพคะ" 

                 

ฟางผินรู้ดีว่ามีเพียงสนมชั้นเฟยกับฮองเฮาเท่านั้นที่ได้รับเกียรติเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ แต่ในวังหลังแห่งนี้ยังไม่มีผู้ใดที่สามารถป่ายปีนไปถึงตำแหน่งนั้น 

                 

หากนางสามารถติดตามออกไปร่วมงานพร้อมกับหวงโฮ่วย่อมทำให้ผู้อื่นยำเกรงและไม่กล้ารังแกนางอีกต่อไป

                

ชิงหลิงเข้าใจความหมายของสิ่งที่สนมฟางผินต้องการ วังหลังแห่งนี้อำนาจคือสิ่งที่ขาดไม่ได้

               

"ตกลง เราอนุญาต" ดีเหมือนกันนางจะได้ไปสำรวจว่าควรตีสนิทใครในการสร้างฐานอำนาจดี


. . .

. .  

             

งานอภิเษกสมรสของชินอ๋องเจิ้งไฉกับองค์หญิงหลวนเหยานั้นถูกจัดขึ้นภายในวังหลวงเนื่องจากเป็นการอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้น

               

ชิงหลิงนั้นได้รับมอบหมายให้มาดูแลความเรียบร้อยภายในงาน และความเรียบร้อยของเจ้าสาว

                

เนื่องจากเป็นงานใหญ่ของสองแคว้น แม้ว่าเหล่าสนมจะสามารถมาร่วมงานได้แต่ก็เพียงงานด้านนอกเท่านั้น สนมขั้นเล็กๆไม่สามารถเสนอหน้าเข้าไปในงานชั้นในได้

                    

นอกจากจะเป็นสนมยศเฟยขึ้นไปหรือได้รับอนุญาตจากหวงโฮ่วหรือหวงช่างเสียก่อน ส่วนไท่โฮ่วนั้นปฏบัติธรรมอยู่บนเขาจึงไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของฝ่ายในอีก

                    

ชิงหลิงเดินสำรวจรอบๆบริเวณงานอย่างพิจารณาโดยมีสนมฝางผินเดินตามราวกับเป็นสาวใช้ส่วนตัวของนาง

                    

เหล่าฮูหยินขุนนางทั้งหลายที่นางเห็นและเหล่าขุนนางที่มาในงานวันนี้นั้นชิงหลิงล้วนไม่รู้จัก 

                    

ทำให้นางตัดสินใจได้ว่าตนจะต้องจดจำชื่อชองฮูหยินทั้งหลายและหาข้อมูลเพื่อศึกษาและตีสนิทอย่างถูกวิธีมิเช่นนั้นงานนี้คงเป็นงานที่ยากลำบากแล้วสำหรับนาง

                   

ชิงหลิงหันไปหาสนมฟางผินที่เดินตามตัวเองราวกับเงาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

                  

"เปิ่นกงจะไปดูความเรียบร้อยขององค์หญิงหลวนเหยา เจ้าอยู่ที่นี่แหละไม่ต้องตามไป" 

                  

ชิงหลิงไม่อยากให้สนมฟางผินติดตามไปด้วยเพราะนางรำคาญเดินตามนางอยู่ได้ จะไปไหนทำอะไรก็ไม่สะดวก สรุปว่าที่อยากมาแค่อยากมาเสนอหน้าหรือมาติดตามจับผิดนางกันแน่

                  

ชิงหลิงเดินเข้าไปในตำหนักเซียวฉิน(สรวงสวรรค์)ที่หวงช่างทรงพระราชทานให้เป็นที่ประทับชั่วคราวขององค์หญิงหลวนเหยาก่อนจะอภิเษกสมรสออกไปอยู๋ที่จวนของชินอ๋องเจิ้งไฉ 

                  

ชิงหลิงมองสตรีในชุดสีแดงเพลิงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย งดงามน่ามองน่าหลงใหล ทรงเสน่ห์แม้จะดูสวยน้อยกว่านางอยู่หนึ่งส่วนแต่ก็ถือว่าสวยกระชากวิญญาณ 

                  

แต่ที่ทำให้นางแปลกใจหาใช่ความงดงามของสตรีตรงหน้าแต่เป็นการแต่งหน้าและการแต่งตัวของนางที่คุ้นตาของนางเหลือเกินเหมือนนางเคยเห็นมาก่อน

                

ชุดแต่งงานสีแดงที่ควรจะซ้อนกันหลายๆชั้นกลับกลายเป็นชุดแต่งงานที่สวมทับกันเพียงไม่กี่ชั้น 

                 

การแต่งหน้าที่ควรจะทาหน้าให้ขาวทาปากให้แดงตามสมัยนิยมของคนยุคนี้ กลับกลายเป็นการผัดหน้าเพียงเบาบางมีการปัดแก้มให้อมชมพูเล็กน้อย 

                

ใช่คุณอ่านไม่ผิด และนางไม่ได้มองผิด ยุคสมัยนี้ไม่น่าจะมีบลัชออนสีชมพูพีชเช่นนี้ และไม่มีอายไลเนอร์หรืออายชาโดว์ แต่สตรีผู้นี้ถึงกับแต่งหน้าในแบบของคนในยุคที่นางจากมาไม่มีผิดเพี้ยน ราวกับว่านางก็มาจากยุคนั้นเช่นกัน

                

องค์หญิงหลวนเหยา รู้สึกถึงสายตาที่กำลังจ้องมองตนเองก็นึกไปว่าคนที่เข้ามาใหม่คงตกใจในสไตล์การแต่งหน้าที่แปลกตา 

                 

แต่พอหันไปมองและสบสายตาคนผู้นั้นกลับไม่พบความตกตะลึงหรือปลื้มใจ นางกลับพบเพียงความแปลกใจและสงสัย คล้ายนางเคยพบเห็นการแต่งหน้าเช่นนี้มาก่อน หรือว่าสตรีที่เข้ามาใหม่ผู้นี้ ไม่จริงหรอกใช่ไหม....


องค์หญิงหลวนเหยาหรี่ตามองสตรีตรงหน้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด

             

"ไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร" หลวนเหยาเอ่ยถามสตรีตรงหน้าผู้มีกลิ่นอายและให้ความรู้สึกคลายคลึงกับนางยิ่งนัก

               

"เปิ่นกง คือหวงโฮ่วแห่งแคว้นเจิ้ง" ชิงหลิงเอ่ยตอบพลางมองสำรวจองค์หญิงที่อยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณา 

                

จะเป็นไปได้อย่างไรกันคนผู้นี้คงมิได้ข้ามภพมาเช่นนางหรอกนะ เป็นไปไม่ได้เพราะหากเป็นเช่นนั้นโลกนี้คงกลมเกินไปแล้ว 

                

แต่หากลองคิดดูให้ดีๆก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยเสียทีเดียว ขนาดเธอยังข้ามภพมาได้ทำไมคนอื่นจะข้ามภพมาไม่ได้

                

"ข้าหมายถึงตัวท่านที่อยู่ข้างใน หาใช่เปลือกกายภายนอกไม่" หลวนเหยาเอ่ยถามพลางหรี่สายตาราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงวิญญาณของสตรีตรงหน้า

                

"พวกเจ้าออกไปก่อน"ชิงหลิงให้นางกำนัลและขันทีออกไปให้หมดเพื่อสะดวกในการสนทนาเรื่องบ้าบอคอแตกตรงหน้า

                

"เปิ่นกงไม่เข้าใจในสิ่งที่องค์หญิงตรัสถาม โปรดไขความกระจ่างด้วย" ชิงหลิงเอ่ยถามบ้างเพื่อยืนยันความคิดของตนเอง

                

"ฉันว่าเราอย่ามามัวอ้อมค้อมกันเลยดีกว่า ฉันมองเห็นสายตาของเธอฉันก็พอที่จะคาดเดาอะไรได้บ้างแล้ว ยิ่งเมื่อสักครู่ที่เธอไล่ข้ารับใช้ออกไปฉันยิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้น

                

ฉันมาจากประเทศไทย จากช่วงค.ศ.ที่19 ชื่อน้ำพริก ตอนที่ข้ามภพมาฉันอายุ 22 ปี พึ่งจบปริญญาตรีได้ไม่นาน  แต่เพราะฉันดันไปเล่นพิเรนบางอย่างถึงได้ข้ามภพมายังที่นี่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แล้วคุณล่ะ" องค์หญิงหลวนเหยาตอบพลางเอ่ยถามสตรีตรงหน้า

               

ชิงหลิงตกใจกับคำตอบของคนตรงหน้าเป็นอย่างมากที่มีคนข้ามภพมาเช่นเดียวกันกับเธอจริงๆ แถมยังดูเหมือนจะพกพาสมองและความชาญฉลาดติดตัวมาด้วย และยังมาจากอนาคตกว่าเธอ ถึงสองปีเลยทีเดียว

              

"ตอนที่เธอข้ามภพมาเธอได้เจอเทพแล้วได้ขอพรอะไรหรือเปล่า" ชิงหลิงเอ่ยถามในสิ่งที่นางข้องใจที่สุดตั้งแต่ข้ามภพมาเพราะนางไม่เคยได้รับอะไรเลยเหมือนนางเอกนิยายคนอื่น

              

"เธอยังไม่ได้แนะนำตัว" องค์หญิงหลวนเหยากล่าวย้ำคำถามของเธอ พลางจิบชาอย่างรอคอยคำตอบของคำถาม

              

"ฉันเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ชื่อ ลู่หานหนี่ว์ ตอนเด็กฉันโตที่เมืองไทยแต่เพราะพ่อกับแม่เลิกกันฉันเลยมาเติบโตอยู่ที่ประเทศจีน ฉันมาจากค.ศ.ที่17 ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงข้ามภพมา แต่เดาว่าฉันน่าจะตายไปแล้ว ฉันข้ามภพมาที่นี้ได้เพียง 5 เดือนเท่านั้น" ชิงหลิงกล่าวถึงตนเองโดยไม่ปิดบัง

                

หลวนเหยาพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามของชิงหลิงที่กำลังถามถึงเทพเจ้าอยู่ เพราะมันเป็นความลับ มีคนผู้หนึ่งสั่งห้ามไม่ให้บอกแก่นาง

               

"ฉันพอรู้เรื่องของเธอมาบ้าง ไม่สิฉันมั่นใจเลยทีเดียวและว่าฉันรู้เรื่องของเธอมากกว่าตัวเธอเสียอีก และฉันแอบสืบถามจากสาวใช้คนสนิทของเธอมาแล้วดูเหมือนที่ผ่านมาเธอกำลังสับสนและกำลังหลงทางอยู่สินะ"

                

ชิงหลิงไม่เข้าใจในสิ่งที่องค์หญิงหลวนเหยาต้องการสื่อให้เธอรับรู้

                

"เธอรู้หรือไม่ว่าตอนนี้ มีบุรุษที่หลงรักเธอจนแทบบ้าอยู่สองคน และสองคนนั้นคือจักรพรรดิผู้ปรีชาสามารถของสองแคว้นใหญ่" 

                 

ชิงหลิงเบิกตาอ้าปากกว้างด้วยควาตกใจกับสิ่งที่ตนได้ยิน และทำสีหน้าแววตาไม่เชื่อในสิ่งที่หลวนเหยากำลังบอกนางอยู่

                  

หลวนเหยาเอื้อมมือไปแตะคางของชิงหลิงเพื่อปิดปากที่อ้าพะงาบๆของอีกฝ่าย สาวงามขนาดอ้าปากพะงาบ ๆ ยังงดงาม  เฮ้อ....หลวนเหยาได้แต่ถอนหายใจ

                

"เธอคงกำลังคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่มันเป็นไปแล้วต้าเกอของฉันซึ่งก็คือหนึ่งในคนที่หลงรักเธอกำลังวางแผนการบางอย่างเพื่อแย่งชิงเธอ แต่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะที่สำคัญมันคือตัวของเธอเอง

                

เรามาจากภพเดียวกันฉันไม่คิดว่า ฉันจะปล่อยให้เธอทำผิดโดยไม่ตักเตือนเพราะพฤติกรรมของเธอในตอนนี้มันแย่มาก

                

แต่ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือพฤติกรรมของเธอกับต้าเกอของเธอ ฉันอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงทำเช่นนั้นกับต้าเกอของเธอ คงไม่ต้องให้ฉันบอกใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร" 

                

ชิงหลิงที่กำลังงงที่อยู่ดีดีตนเองก็โดนใครไม่รู้ยืนเทศนานางฉอดๆ แต่ก็ทำได้เพียงตอบคำถามของนางไปตามตรงเท่านั้นเพราะอย่างน้อยสตรีตรงหน้าก็พูดภาษาเดียวกันกับนาง

               

"เขามีใบหน้าเหมือนสามีเก่าของฉันในภพก่อนที่เลิกรากันไป จนเป็นเหตุให้ฉันตายและข้ามภพมายังที่นี่ ฉันเพียงอยากไขว่คว้าเขาเอาไว้เพราะตนเองไม่อาจตัดใจได้"

               

หลวนเหยาถึงกับอ้าปากค้างกับเรื่องราวสาเหตุของเรื่องวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้น สตรีผู้นี้ใช่ยังจะเยียวยาได้หรือไม่ เกรงว่าจะใช้วิธีการทั่วไปห้ามปรามหรือเตือนสติคงเป็นไปได้ยาก  นอกจากให้นางได้เห็นด้วยตัวของนางเอง

               

หลวนเหยารู้สึกหนักใจกับเพื่อนใหม่ตรงหน้ายิ่งนัก หากไม่ใช่ว่าต้องการให้นางช่วยเหลือตนคงมิต้องหนักใจเช่นนี้ 

               

จะใจร้ายเพียงหลอกใช้นางแล้วทิ้งให้นางทำในสิ่งที่ต้องการหลวนเหยาก็ทำได้แต่หากนางทำเช่นนั้น นางคงมีชีวิตอย่างว้าวุ่นใจไปตลอดที่ทอดทิ้งคนที่มีชะตากรรมเดียวกัน

               

"ฉันรู้ว่าการข้ามภพมาคนเดียวนั้นเปล่าเปลี่ยวและเดียวดายเพียงใดมองไปทางใดก็ไร้ซึ่งหนทางที่จะก้าวเดิน ไม่สามารถพูดคุยเปิดใจในความลับของตนเองได้ 

                

ยิ่งในจุดที่เธอยืนอยู่ ฉันรู้ว่าเพื่อสิ่งที่เธอต้องการ เธอคงกำลังหาหนทางสร้างอำนาจอยู่สินะเพราะอำนาจเท่านั้นที่จะทำให้เธอได้ทุกสิ่ง

               

แต่อำนาจที่ว่าอาจแลกมาด้วยเลือดและชีวิตของผู้อื่นเธอคิดว่าคุ้มแล้วเหรอกับสิ่งที่เธอต้องการ ฉันรู้ว่าตอนนี้ฉันพูดอะไรไปเธอคงไม่ฟัง 

               

งั้นเรามาทำข้อตกลงกันดีหรือไม่ ฉันจะซ่องสุมกำลังพลให้เธอ ค้าขายสร้างฐานเงินตราและอำนาจจากภายนอกให้กับเธอ 

             

แต่ฉันมีเรื่องที่จะขอให้เธอช่วยเพราะมีเพียงเธอเท่านั้นที่ช่วยฉันได้ และมีข้อแม้อยู่สองสามข้อโดยสิ่งที่ฉันขอนั้นเธอสามารถให้กับฉันได้โดยไม่ยากเย็นอะไร เธอจะตกลงไหม"

            

ชิงหลิงนิ่งอึ้งไปพักนึง คิดทบทวนสิ่งที่หลวนเหยากล่าวมาทั้งหมด ดูไปแล้วหากนางจะต้องไปศึกษาข้อมูลเหล่าฮูหยิน กว่าจะตีสนิทกว่าจะได้ลงมือทำคงอีกนาน 

            

อีกอย่างคนคนนี้มาจากภพเดียวกันกับนางและเป็นถึงองค์หญิง นางดูมั่นใจในแผนการเป็นอย่างมาก ราวกับว่านางเตรียมการเอาไว้แล้วขาดแต่เพียงบางสิ่งที่นางเท่านั้นที่จะให้กับคนผู้นี้ได้

           

"ฉันอยากฟัง ข้อตกลงกับเรื่องที่เธอจะให้ฉันช่วยก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ" แม้ชิงหลิงจะไว้ใจหลวนเหยาอยู่พอสมควรแต่นางก็อยากได้ความมั่นใจที่มากกว่านี้

         

"เรื่องที่ฉันจะให้เธอช่วยนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไร ฉันต้องการอิสระไม่ต้องการติดอยู่ในจวนของชินอ๋องความฝันของฉันในภพก่อนคือการท่องเที่ยวไปทั่วโลก 

          

แต่เมื่อข้ามมายังภพนี้ฉันจึงอยากจะท่องเที่ยวไปทั่วทั้งดินแดนแห่งนี้ พร้อมๆกับสร้างอำนาจให้กับเธอในทุกเมืองที่ฉันจะไป"

         

"ฉันจะให้อิสระกับเธอได้อย่างไร ในเมื่อฉันยังไม่มีอิสระ" ชิงหลิงโต้แย้งคำพูดของหลวนเหยา

         

"ฉันต้องการเพียงให้เธอเอ่ยสนับสนุนเมื่อฉันขอออกไปเยี่ยมเยือนทุกข์สุขของราษฎรและศึกษาความเป็นอยู่ของชาวบ้าน เพื่อประโยชน์ในการสร้างอำนาจให้กับเธอและอิสระของตัวฉันเอง ฉันมั่นใจว่าหากเธอสนับสนุนความคิดของฉัน หวงช่างย่อมไม่มีทางปฏิเสธ"

         

"แค่เพียงสนับสนุนก็พอใช่ไหม ฉันไม่มั่นใจว่าหวงช่างจะเชื่อฉันหรือเปล่า"

         

"แค่เธอสนับสนุนก็พอ ส่วนข้อตกลงนั้นมี3ข้อ นั่นคือ

                        

1.เธอจะต้องเป็นคนลงทุนในกิจการทั้งหมดที่ฉันกำลังจะสร้างขึ้น เพราะฉันคงไม่มีเงินทองมากมายขนาดนั้นและหากฉันเคลื่อนย้ายเงินทองส่วนตัวไปใช้จำนวนมาก  ท่านอ๋องจะต้องรู้สึกผิดปกติและสืบหาความจริงซึ่งเรื่องนี้ฉันอยากให้เรารับรู้กันเพียงสองคนเท่านั้น  

                        

2.ฉันต้องการป้ายหยกผ่านด่าน หากต้องการทำสิ่งใดให้สะดวกสบายป้ายนี้จะช่วยเราได้มากขอเพียงป้ายหยกธรรมดาที่สามารถผ่านเข้าออกระหว่างเมื่องต่างๆได้ก็พอ แม้ว่าฉันจะไปในฐานะผู้เยี่ยมเยือนราษฎร  แต่บางครั้งก็อาจมีเหตุจำเป็นให้หลบออกไปเพียงลำพังซึ่งเธอน่าจะขอให้ต้าเกอของเธอหามาให้ได้ ฉันที่เป็นองค์หญิงต่างเมืองไม่สามารถสรรหามาเองได้ 

              

และข้อ3 ฉันต้องการหาคนทีไว้ใจได้ ขอที่พอมีฝีมืออยู่บ้างคอยรับส่งข่าวสารและขนถ่ายเงินที่เปลี่ยนเป็นตั๋วเงินแล้วไปมอบให้กับฉัน ขอย้ำว่าต้องเป็คนที่มีฝีมือและไว้ใจได้"

             

            

หลวนเหยาเอ่ยสิ่งที่ต้องการออกมาอย่างมั่นใจและมั่นคง 

            

"ตกลง ข้าจะให้ในสิ่งที่เจ้าขอ สมบัติของข้ามามากมายล้นคลังเจ้าจะเอาไปมากเท่าไรก็ได้ เรื่องการขนย้ายเงินทองข้าจะบอกเจ้าอีกทีหนึ่ง"

           

ชิงหลิงตอบตกลงหลังจากฟังข้อตกลงและพิจารณาตามความเป็นไปได้ทั้งหมดและหันหลังคล้ายจะจากไป

           

หลวนเหยานั้นไม่ใช่คนที่ดีงามอะไรมากมาย แม้นางจะมีความรู้มากมาย ก็ไม่เข้าใจคำว่าความรักอย่างลึกซึ้ง 

           

แต่หากจะปล่อยให้เพื่อนใหม่ของนางหลงมัวเมาอยู่แบบนี้ก็คงไม่ได้ หากห้ามปรามตรงๆหรือขัดขวาง ก็มีแต่จะทำให้นางตีตัวออกห่างคงทำได้เพียงเอ่ยเตือนนางอ้อมๆและค่อยสะกิดเตือนไปเรื่อย เมื่อนางคิดได้ชีวิตของนางย่อมพบกับความสุข

           

"เดี๋ยวก่อน ในประเทศของฉันเคยมีกลอนบทหนึ่ง กล่าวเปรียบเทียบภรรยา 7 แบบเอาไว้เธอเคยได้ยินหรือเปล่า" หลวนหลงเริ่มต้นกล่าวเตือนสติชิงหลิงเพราะเห็นว่าข้ามภพมาเหมือนกัน

           

"ไม่เคยได้ยิน เธอถามทำไม" ชิงหลิงกล่าวตอบเธอไม่ได้ไปเมืองไทยนานแล้วและก็ไม่ได้เข้าใจวัฒนธรรมอะไรลึกซึ้งขนาดนั้น

            

"ฉันแค่อยากให้เธอฟังแล้วเอาไปคิดตามเท่านั้น กลอนที่ฉันจะกล่าวเข้าใจได้ไม่ยากเท่าไหร่หรอกนะ กลอนมีเนื้อความอยู่ว่า


            จะเลือกหญิง ภรรยาจงสดับ เมียสับปลับ อำมหิตคิดคบชู้ 

เสมอด้วย เพชฌฆาต ลองตรองดู อย่าสมสู่ เมียเสมอด้วยโจรี

เมียเสมอ ด้วยนาย แสนเหนื่อยหน่าย ไม่สมชาย ถูกขู่เข็ญ สิ้นศักดิ์ศรี

เมียเสมอ ด้วยมารดา ผู้ปรานี เมตตามี แก่เราจนชีพวาย 

เมียเสมอ ด้วยน้องนี้น่ารัก ใจสมัครโอนอ่อน ตามที่หมาย

เมียเสมอ ด้วยเพื่อนคือเพื่อนตาย ไม่เดียวดายเสมอกันทุกสิ่งไป

เมียเสมอ ด้วยทาสผู้ต่ำต้อย ทุกวันคอยรับใช้ ไม่ไปไหน

บรรดาเมียทุกเมีย ที่แจ้งไป เมียยิ่งใหญ่มีหนึ่งนาง ตามตำรา

เธองามนอก งามใน งามมารยาท เธอฉลาด สมรัก สมเสน่หา

ซื่อสัตย์ ภักดีทุกเวลา ปดิวรัดา หมายถึงเธอ  "

                                                 ข้อคิดจากละครเรื่อง ปดิวรัดา

            

องค์หญิงหลวนเหยาหรี่ตามองชิงหลิงที่ครุ่นคิดตามบทกลอนของเธอ

             

"ชาติภพที่แล้วก็คือชาติภพที่แล้ว ชาติภพนี้ก็คือชาติภพนี้ ทุกคนต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ภาระหน้าที่ทั้งหลายในภพที่แล้ว จบลงตั้งแต่วันที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมาในภพนี้ ภาระหน้าที่ในภพนี้ต่างหากที่เธอควรจะนึกถึง 

            

สามีเก่าก็คือสามีเก่า หากเธอโสดฉันจะไม่ยุ่ง แต่เธอมีสามีแล้วต่อให้เพียงแค่แต่งงานกันคนเราก็มีหน้าที่ ที่ต้องพึงปฏิบัติ 

           

สัตว์มีความอยาก แล่นไปตามความอยาก แต่มนุษย์มีความข่มใจ ข่มใจเพื่อรักษาหน้าที่รักษาคุณธรรม ถ้าเธอมี ชีวิตของเธอก็จะสงบสุข แต่ถ้าไม่มี ชีวิตของเธอก็จะวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น"

 ข้อคิดจากละครเรื่อง ปดิวรัดา

                  

"และฉันขอฝากคำพูดสุดท้ายที่จะเอ่ยเตือนเธอ ในฐานะที่เรามาจากภพเดียวกันให้เธอนำกลับไปคิดทบทวนนะว่า คนดีไม่ได้แปลว่าโกรธไม่เป็น..."









ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัลย์ดอกไม้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #781 taikyo (@patnoii) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 18:33
    อย่าแซะนิยายเรื่องอื่นเลยนะคะ (. . ) ส่วนตัวชอบความเรื่อยๆ ชอบให้มีคนมาชอบนางเอก พระเอกไม่เยอะ แต่นิยายที่เน้นด้านการแก้แค้น การที่นางเอกเก่งมากๆก็เป็นอีกเนื้อเรื่องนึงนะคะ ซึ่งมันแล้วรสนิยมคนชอบ
    เข้าใจว่าโมโห แต่ถ้าคนแต่งเรื่องอื่นมาอ่านเจอแบบนี้ก็คงรู้สึกไม่ดีเช่นเดียวกันค่ะ
    ยังไงก็สู้ๆต่อไปนะคะ
    #781
    2
    • #781-1 taikyo (@patnoii) (จากตอนที่ 20)
      5 เมษายน 2560 / 18:36
      ขออภัยที่เขียนยืดยาว ค่ะ อารมณ์มันไปเอง ลืมว่าตอนนี้ตอนก็ไปไกลแล้ว 5555
      #781-1
    • #781-2 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 20)
      6 เมษายน 2560 / 00:31
      คือรีดแซะมาก่อน ก็เลยแซะกลับ
      #781-2
  2. #718 Lumlun (@venzia) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 12:34
    มีการแซะนิยายเรื่องอื่นด้วยแฮะ -_-
    #718
    1
    • #718-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 20)
      2 เมษายน 2560 / 01:43
      ก็รีดเอาไปเปรียบเทียบก่อนอะคะ โมโห
      #718-1
  3. #674 Ma-A-Queen (@ma-a-queen) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 07:35
    คำผิดเยอะมาก
    #674
    0
  4. #500 mayonler13 (@mayonler13) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 02:05
    นะคะ สะกดแบบนี้ค่ะ ไม่ทราบว่าจะพิมพ์ว่านะคะ หรือน่ะค่ะกันแน่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อ่านแล้วมันผันวรรณยุกต์เสียงผิดทุกที่ที่พิมพ์ว่านะค่ะเลยค่ะ
    #500
    0
  5. #229 somayuki (@wannisa_som) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 07:07
    จะรอดูความร้ายของหวงโฮ่วจ้า น้องสาวจะแค้นพี่สาว?? รอดูต่อไป
    #229
    0
  6. #223 Pukluknarak (@Pukluknarak) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 01:55
    รออยู่น้า เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #223
    0
  7. #222 Frankie_tongza (@baitong_chonlada) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 00:23
    เราชอบเนื้อเรื่องเรื่อยๆแบบนี้ค่ะ อ่านแล้วรู้สึกผ่อนคลายดี ไม่ต้องคิดอะไรให้หนักสมอง ชอบมากๆค่ะ สู้สู้นะคะ รออ่านเสมอ
    #222
    0
  8. #219 manaha (@manaha) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 23:07
    รออ่านเสมอจ้า
    #219
    0
  9. #218 110159159 (@110159159) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 21:37
    จัดไปสนุกแล้วแต่งต่ดค่ะรอ
    #218
    0
  10. #215 tanyaluck1976 (@tanyaluck1976) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 18:53
    ตามใจไรต์เลยค่ะจะแต่งแบบไหนรอติดตาม
    #215
    0
  11. #213 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 18:30
    ขอบคุณค่ะ#รออ่านเช่นเดิม
    #213
    0
  12. #212 shadow_devil (@wrtja) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 18:19
    เป็นกำลังใจให้สู้ๆนะ//ชอบนิยายเรื่องนี้มากๆ
    #212
    0
  13. #209 Wawayo (@knowfilm) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 17:55
    สำหรับเรานะ เราอ่านนิยายมาหลายเรื่อง เราว่าเรื่องนี้ปกติสุขค่ะ อาจเพราะเราอ่านนิยายที่โคตรดาร์คหริอโรคจิตจนเฉยๆ เราว่าเรื่องของไรท์ปกติ
    #209
    1
    • #209-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 20)
      14 มีนาคม 2560 / 18:09
      ยังไม่เข้าโหมด ดาร์คค่ะ กำลังจะเข้าเลยเตือนเอาไว้กลัวรีดขวัญอ่อน
      #209-1
  14. #208 วิวี ภาวิวี (@Theromeo1711) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 17:49
    รอนะค้าาาาา
    #208
    1
    • #208-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 20)
      14 มีนาคม 2560 / 18:10
      หลังเที่ยงคืนเจอกันจร้า
      #208-1
  15. วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 17:26
    เกิดเป็นไรท์ ต้อง strong ค่ะ ถ้านิยายดังจะต้องเจอม่าม่าจากชาวเกรียน สู้นะคะ ชอบนาง ดูชิวๆดี
    #207
    2
    • #207-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 20)
      14 มีนาคม 2560 / 17:37
      เด้วหลังจากนี้นางจะโง่แบบยาวๆและดิ้นรนบนความโง่ค่ะพอหายโง่แล้วนางก็จะกลายร่างจากนางเอกไปเป็นตัวร้ายแทนค่ะซึ่งจะร้ายจนคนอ่านอยากกระทืบวันละสามครั้งหลังอาหราเลยค่ะ มีความดาร์คหนักมาก
      #207-1
    • #207-2 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 20)
      14 มีนาคม 2560 / 17:40
      อีกอย่างนะค่ะ มันจะดังหรอ 5555แต่งเอาความชอบที่อยากจะเห็นนางเอกในแนวที่ไม่มีเหตุผลให้ดิ้นรนกลับต้องมาดิ้นรนเพราะสิ่งที่ตนต้องการแทน
      ชาติที่แล้วนางคว้าความรักเอาไว้ไม่ได้ ชาตินี้นางคิดไว้ว่าต่อไห้ต้องสังหารคนเป็นล้านนางก็จะคว้ามความสุขของตนเอาไว้เพราะสุดท้ายในตอนที่นางเจ็บก็ไม่มีใครช่วยอะไรนางได้และในภพนี้นางมาตัวคนเดียวค่ะ นางไม่มีคนที่ผูกพันนอกจากคนที่นางรัก อ่าวเผลอสปอยตลอดดด 5555
      #207-2