ร้อยเล่ห์รักข้ามภพ(百爱跨越时间)

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 205,328 Views

  • 1,235 Comments

  • 5,313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    159

    Overall
    205,328

ตอนที่ 32 : บทที่31 หวาดระแวง บทจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    16 ก.ย. 60

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัล ดอกไม้ลายเส้น
         "เสด็จพี่ ทรงปล่อยวางไม่ได้เลยหรือเพคะ เพื่อสตรีเพียงนางเดียวแลกกับการที่แผ่นดินต้องลุกเป็นไฟแลกกับชีวิตของทหารและราษฎร มันคุ้มแล้วหรือเพคะ" หลวนเหยากล่าวพลางวางถ้วยชาลงแล้วจ้องหน้าบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายของตนเอง

           

""ข้าก็รัก รักด้วยหัวใจของข้า หรือเป็นเพียงเราเพราะข้าเท่านั้นที่ไม่มีสิทธิ์ที่คิดรักใครเจ้ายังจำคำสอนของเสด็จพ่อได้หรือไม่หลวนเหยา เสด็จพ่อเคยตรัสไว้ว่า หากชีวิตไร้ซึ่งหัวใจและจิตวิญญาณ เจ้าก็ไม่ต่างจากซากศพที่เดินได้"

           

"แต่เสด็จพี่ คนที่รักท่านพร้อมทำทุกอย่างเพื่อท่านทั้งแผ่นดินนี้มีมากมาย เทียบมิได้กับสตรีเพียงคนเดียวเชียวหรือ ตอนเด็กๆหม่อมฉันเกรงกลัวเสด็จพี่เคยคิดว่าเสด็จพี่เป็นบุรุษป่าเถื่อนชอบเข่นฆ่าผู้คน และเป็นจอมเผด็จการ 

              

แต่เมื่อโตขึ้นข้าได้เห็นผลของการกระทำของเสด็จพี่ เสด็จพี่สังหารขุนนางที่เอาเปรียบราษฎร เสด็จพี่เผด็จการเพื่อให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยาพิษที่ให้พวกข้าดื่มกินแม้สามารถคร่าชีวิตของพวกข้าได้ แต่ผู้ที่ได้รับพิษชนิดนี้จะสามารถต้านพิษได้ทุกชนิด 

             

ทุกการกระทำทุกสิ่งที่ท่านทำนั้นล้วนแฝงไปด้วยเมตตา ราษฎรของแคว้นเราไม่มีขอทานมีแต่พ่อค้า ไม่มีชาวนามีแต่เกษตรกร ท่านไม่เคยสอนพวกเขาให้ดำรงชีวิตอย่างไรให้ดีขึ้น แต่ท่านผลักดันพวกเขาให้ก้าวเดินบนเส้นทางที่ท่านปูเอาไว้ไห้ จักรพรรดิผู้แข็งแกร่งและทรงพระปรีชาสามารถผู้นั้น ข้าไม่คิดเลยว่าเมื่อตกอยู่ในห้วงแห่งความรักจะกลายเป็นเพียงบุรุษผู้โง่งม 

            

ท่านลืมตามองดีดีเถอะ เสด็จพี่ ทหารทุกนายไม่กลัวตายเพียงเพื่อให้ท่านได้ในสิ่งที่ปรารถนา ราษฎรแม้เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าแต่หาได้บ่นว่าท่านแม้เพียงครึ่งคำ ท่านจะละทิ้งพวกเขาเพียงเพื่อสตรีนางเดียวจริงๆหรือ" หลวนเหยาเอ่ยถามพี่ชายของตนด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

           

"หลวนเหยา หากเป็นเจ้าเล่า หากเจิ้งไฉตกอยู่ในอันตรายเจ้าสามารถเพิกเฉยได้หรือ..."  คำถามของหลวนหลงทำให้หลวนเหยาสะอึก

            

"ขะ...ข้าา เสด็จพี่จะนำมันมาเปรียบกันได้อย่างไร ข้ากับเจิ้งไฉเรารักกัน เราเป็นสามีภรรยากันข้าย่อมต้องช่วยสามีข้า"

            

"ทำไมจะเปรียบกันไม่ได้ หรือมีเพียงเจ้าที่มีหัวใจ มีเพียงสามีภรรยาที่รักกันได้อย่างนั้นหรือในเมื่อข้ารักนางและเจ้าก็รักบุรุษผู้นั้นเจ้าจะให้ข้าหยุดเพื่อผู้อื่นแล้วหัวใจของข้าล่ะเจ้าจะให้ข้าอยู่อย่างตายทั้งเป็นหรือ นางคือสตรีเพียงผู้เดียวที่อยู่ในใจข้า เจ้าจะให้ข้าทำได้เพียงมองนางตายมองนางถูกผู้อื่นปองร้ายหน้าตาเฉยอย่างนั้นหรือ ข้าทำไม่ได้หลวนเหยา"

            

"แต่เสด็จพี่ นางมีสามีแล้วมีสามีที่คอยดูแลนาง พวกเขารักกันเป็นของกันและกันไม่มีวันที่ท่านจะพรากพวกเขาออกจากกันได้"

            

"เป็นสามีแล้วอย่างไร แค่สตรีเพียงคนเดียวเขายังดูแลปกป้องไม่ได้ยังสมควรได้ใจนางอีกหรือ"

           

"แต่เหตุการณ์นั้นนางก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่เพคะ สามีของนางก็ช่วยนางไว้ได้ทัน"

           

"ข้าต้องรอให้นางเจ็บก่อน ตายก่อน เหลือเพียงร่างที่ไร้วิญญาณหรือ ข้าถึงจะสามารถแย่งชิงเพื่อปกป้องนางได้ ต้องให้นางเหลือแต่ร่างไร้วิญญาณหรือข้าถึงมีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยว"

            

"หากเสด็จพี่ยังดื้อดึงข้าก็คงไม่มีสิ่งใดจะกล่าวอีกต่อไป แต่ข้าจะไม่เข้าร่วมกับท่านในสงครามครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะข้าเห็นบุรุษอื่นสำคัญกว่าพี่ชายสายเลือดเดียวกัน แต่ข้าจะทำเพื่อหยุดท่าน เสด็จพี่สายน้ำไหลไปแล้วไม่ไหลกลับ แต่สายเลือดของคนทั้งแผ่นดินเชื้อพระวงศ์ทหารทุกนายจะไหลวนเวียนอยู่ข้างกายท่านเสมอ"

            

"หลวนเหยา สำหรับข้าเจ้าเป็นหมากตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่มีความสำคัญอะไรเจ้าจะอยู่ฝ่ายใดข้าหาได้ใส่ใจไม่"

             

เหอะ!! ตั้งแต่เล็กจนโตพวกเราพี่น้องใครไม่รู้บ้างว่าท่านถนัดลงมือทำวาดอนาคตที่ดีเพื่อพวกข้ามากมายขนาดไหน คำพูดร้ายๆของท่านพวกเราพี่น้องหาได้เคยฟังใส่ใจไม่

            

"เสด็จพี่ข้ารู้ดีว่า เป็นอะไรในสายตาท่าน เอาอย่างนี้ดีไหมให้โอกาสพวกเขาบ้าง ขอแค่นางปลอดภัยท่านพูดเองไม่ใช่หรือ หากนางตกอยู่ในอันตรายอีกครั้งข้าจะไม่ห้ามท่าน แต่จะทุ่มเทสุดกำลังเพื่อหยุดท่านแทน เสด็จพี่นี่ถือเป็นคำขอสุดท้ายจากข้า เสด็จพี่ของขวัญแต่งงานของข้าท่านให้ข้าได้หรือไม่" หลวนเหยาคุกเข่าลงอ้อนวอนแบบทุ่มสุดตัว

          

"ได้ ถือว่าเป็นของขวัญที่ข้าจะมอบให้ มอบให้หมากที่ข้าเขี่ยทิ้งไปแล้ว แต่ข้าจะไม่ถอนทัพกลับ ข้าจะเฝ้าจับตาดูพวกเจ้าไม่ไห้คลาดสายตา"

           

"เป็นพระกรุณายิ่งแล้วเพคะ เสด็จพี่"


. .

 . .

            

หลวนเหยากลับมาที่ค่ายฝึกหน่วยลับที่ขึ้นตรงต่อนางเพียงผู้เดียว เหม่อมองเหล่าสายลับและทหารมากมายที่นางทุ่มเทฝึกฝน ใกล้ถึงเวลาที่ต้องพึ่งพาพี่น้องเหล่านี้ เพื่อหยุดพี่ชายจอมโง่งมเสียทีแต่จะว่าไปแล้ว สตรีผู้นั้นกับพี่ชายของนางก็ไม่ได้ต่างกันมากมายนัก โง่งมในเรื่องความรักเช่นเดียวกัน แต่จะว่าพวกเขาอย่างเดียวก็คงไม่ได้เพราะตัวนางเองก็อาจจะเป็นเช่นนั้นหากตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

            

หลวนเหยาหยิบกล่องไม้ที่คนสนิทของชิงหลิงแอบส่งมาให้นางข้างในมีตราประทับอยู่สองอันพร้อมกับจดหมายของสตรีโง่งมในความรักที่นางพึ่งนินทาไปเมื่อสักครู่นี้

             

'หลวนเหยา ข้ารู้ว่าการขอความช่วยเหลือในครั้งนี้อาจทำให้เจ้าลำบากใจ ข้าอยากขอให้เจ้าลองไปเกลี้ยกล่อมพี่ชายของเจ้าให้ยกทัพกลับ ซึ่งแน่นอนข้ารู้ว่าเจ้าคงตอบว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้ข้ารู้จักเขาเพียงไม่นานแต่ก็เดานิสัยของเขาได้บางส่วน แต่ข้าอยากให้เจ้าลองดูเจ้าเป็นคนฉลาดอาจสามารถทำให้สำเร็จได้                   

แต่หากไม่สำเร็จข้าจำเป็นต้องขอร้องเจ้าให้ช่วยอีกเรื่องหนึ่ง ข้าสงสัยว่าเว่ยอ๋องจะกระทำการใหญ่เป็นชาวนามองดูนกกระสากับหอยกาบต่อสู้กัน เพราะเขาให้ข้าแอบขโมยตราประทับของหวงตี้มอบให้กับเขาโดยไม่บอกข้าว่ามันคืออะไรแต่ถึงข้าจะโง่ข้าก็พอจะเดาได้ ข้าได้สอบถามกับนางกำนัลคนสนิทจึงได้ทราบว่า                   

กองทัพที่ตรึงกำลังที่ชายแดนนั้นมันกำลังพลเพียงสามแสนนาย ในขณะที่กองทัพที่ตรึงกำลังตอนนี้ของหลวนหลงมีถึงห้าแสนนาย ยังไม่รวมถึงทัพใหญ่ที่ยังไม่ถูกส่งมา แต่ทัพใหญ่ของฝ่ายเรานั้นถูกออกคำสั่งไว้ว่าต่อให้เป็นหวงตี้ก็ต้องมีตราประทับหรือราชโองการถึงจะสามารถเคลื่อนทัพได้ ตอนนี้ตราประทับตัวจริงนั้นอยู่ที่ข้า                     

ข้าได้สั่งทำปลอมขึ้นโดยคนที่ไว้ใจได้ออกมาสามอัน อันที่หนึ่งนั้นข้าได้ส่งไปให้เว่ยอ๋องโดยมีตัวเลขขนาดเล็กมากำกับไว้ว่าส่วนที่อยู้กับเจ้า คืออันที่สองและสาม ข้าอย่างให้เจ้าใช้ตราทั้งสองอันนี้ร่วมมือกับเจิ้งไฉเพื่อก่อความวุ่นวายเล็กน้อยให้ ทางด้านของเว่ยอ๋องสับสนและไม่กล้านำตราออกมาใช้ 

เมื่อถึงคราวคับขันจริงๆข้าจะนับตราที่แท้จริงเคลื่อนพลไปช่วยหวงตี้เอง แผนการในครั้งนี้สำคัญมาก เพราะมันจะหมายถึงชิวิตของทหารและราษฎร ข้าหวังเพียงเจ้าจะร่วมมือกับเจิ้งไฉเพื่อช่วยข้าในครั้งนี้ คนรู้น้อยที่สุดย่อมเป็นผลดีต่อแผนการ ลู่หานหนี่ว์'

เฮ้อ...ข้าอยู่ของข้าดีดี เรื่องก็วิ่งมาหาข้าซะงั้น ไม่น่ารับปากจะสร้างอำนาจไว้รอนางเลย ข้าไม่น่าเป็นคนดีเลยให้ตายสิรู้อย่างนี้หอบเงินสตรีโง่งมผู้นั้นหนีไปเที่ยวคงสบายใจกว่านี้เยอะ แม้จะโดนคำสาบแช่งไปบ้างแต่ข้าก็คงไม่ได้ยิน


"พวกเจ้านำสิ่งนี้ ไปมอบให้คนของเราที่เมืองหลวง บอกเขาด้วยว่านี้คือคำตอบของข้า ภารกิจนี้ห้ามผิดพลาด"


"ขอรับ นายหญิง"

...

....

.....


...


ชิงหลิงมองดอกทานตะวันในมือ พลางคิดถึงความหมายของคนที่ส่งมา นี่คือคำตอบของเจ้าสินะหลวนเหยา ดอกทานตะวัน หมายถึงความซื่อสัตย์ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ดวงตะวันจะร้อนแรงแผดเผาแต่ดอกทานตะวันวันก็ไม่เคยหันหน้าหนีหรือหลบดวงอาทิตย์แม้เพียงครั้ง


"นั่นสินะ ความซื่อสัตย์"


ภายในตำหนักหยางหลิว 

"ทูลฝ่าบาท หวงโฮ่วขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ" 


เจิ้งหลี่ มองขันทีที่เข้ามารายงานด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง 


"ฝ่าบาทข้างนอกอากาศหนาวยิ่ง นู๋ไฉ..." เจิ้งหลี่ยกมือห้าม ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ


"ให้นางเข้ามา แล้วก็ให้ห้องครัวอุ่นนมแพะมาให้หวงโฮ่วอุ่นพระวรกายด้วย" 


"นู๋ปี้จะรีบไปจัดการพ่ะย่ะค่ะ"


ชิงหลิงเดินเข้ามาในตำหนักหยางหลิวอย่างเงียบงันทุกการก้าวเดินล้วนเต็มไปด้วยความกังวล แต่จะกังวลในเรื่องใดนั้นเจ้าของความรู้สึกนั้นก็ยังคล้ายไม่แน่ใจ เมื่อเดินเข้าไปด้านในของตำหนักก็พบกับบุรุษที่ตอนนี้เอาแต่ก้มหน้า ก้มตาทำงาน 


หลายวันที่เธอไม่ได้พบเขา ดูเขาผอมลงไปมากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา มีหนวดเคราขึ้นให้เห็นรำไรทั้งๆที่ไม่ได้เจอกันเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งแต่มันช่างเหมือนนานแสนนาน ทั้งๆที่อยู้ใกล้เพียงเอื้อมมือถึง แต่กลับเหมือนอยู่ไกลแสนไกลเนิ่นนาน ที่เธอเฝ้ามองบุรุษตรงหน้านั่งทำงานอย่างเงียบงัน... 


"เจ้าจะยืนมองเจิ้นอีกนานไหม...หรือวันนี้เจิ้นดูหล่อเหลา รูปงามจนหวงโฮ่วคนงามไม่อาจละสายตาได้" เสียงหยอกล้อของคนที่นางมองอยู่ทำให้ชิงหลิงหลุดออกจากภวังค์ความคิด 


"หาเป็นเช่นนั้นไม่เพคะ เพียงแต่หม่อมฉันยืนอยู่นอกตำหนักนานเกินไปขาจึงเหมือนจะจับตัวเป็นน้ำแข็งเสียอย่างนั้น หม่อมฉันจึงยืนรอให้น้ำแข็งละลายเพคะ" เจิ้งหลี่เมื่อได้ยินสตรีตรงหน้ากล่าวเช่นนั้นก็สรวลออกมาเบาๆดูสินางยังกล่าวแก้ตัวได้หน้าตายยิ่งนัก 


"ถ้าเช่นนั้นมานั่งบนตักของเจิ้นก็แล้วกันน่าจะพอคลายหนาวได้" เจิ้งหลี่กล่าวพลางดึงชิงหลิงนั่งที่ตัก หลายวันมานี้เขาทำได้เพียงมองนางจากที่ไกล คิดถึงเพียงใดแค่ใจเขากลับไปกล้าพอ... 


ชิงหลิงมองใบหน้าของผู้ที่กำลังยิ้มเต็มใบหน้าแต่ดวงตากลับสั่นไหวราวกับเด็กน้อยที่กำลังหลงทาง ไวเท่าความคิดเธอเอื้อมมือลูบไล้ดวงตาของคนตรงหน้า ใบหน้า ใบหู คำคำหนึ่งผุดขึ้นในใจ น่าตกใจเธอคิดถึงเขา คิดถึงจนแทบบ้า  เจิ้งหลี่ตกใจกับการกระทำที่แสนอ่อนโยนของสตรีที่เขาหลงรักจนสุดหัวใจ 


เมื่อมองลึกลงไปในดวงตาของนางใจของเขาก็อ่อนยวบลงราวกับขี้ผึ้งลนไฟ สายตาเช่นนี้มีไว้เพื่อหลอกลวงใจข้าให้ลุ่มหลงหรือมีไว้เพื่อข้าจริงๆ แต่ไม่ว่ามันจะมีไว้เพื่อสิ่งใดข้าก็ชื่นชอบมันยิ่งนัก 


เจิ้งหลี่เอื้อมมือคว้าสตรีตรงหน้าไว้ในอ้อมกอด ข้าก็คิดถึงเจ้าเหลือเกิน ระหว่างคนสองคนในตอนนี้ไม่ต้องการคำพูดใดใดเพื่อสื่อความหมาย... 


เพราะทุกคำพูดของหัวใจล้วนถูกถ่ายทอดผ่านสายตา ลมหายใจเป่ารดข้างแก้มเนียมนุ่ม ริมฝีปากจรดลงบนหน้าผากมนเลื่อนลงมาที่ริมฝีปาก ในขณะที่เจิ้งหลี่กำลังจะลิ้มรสริมฝีปากที่อ่อนหวานเย้ายวนตรงหน้า.... 


"ทูลฝ่าบาท หวงโฮ่วทางห้องครัวได้ส่งนมแพะอุ่น และของว่างมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสียงขันทีทำให้ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว นางกำนัลยกนมแพะมีควันเบาบาง และขนมอีกสองสามอย่างมาวางที่โต๊ะก่อนจะถอยกลับออกไปอย่างเงียบงัน จังหวะนรกแตกมาก ชิงหลิงคิดในใจ 


ชิงหลิงดื่มนมแพะอุ่นๆ ไม่รู้เพราะอากาศหนาวหรือเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ใบหน้าของชิงหลิงตอนนี้มีสีชมพูระเรื่อน่าหลงไหลจนบุรุษหนึ่งเดียวในห้องไม่อาจละสายตาไปจากนางได้จนสุดท้ายต้องวางงานที่โต๊ะ แล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้เอนกายกอดสตรีน่าตายที่จงใจมายั่วยวนเขาถึงในตำหนัก 

 

"วันนี้หนาวรัก เจิ้นคงนอนไม่หลับจะมีไหมนะคนที่เมตตามาเป็นเตาผิงเนื้อให้เจิ้นได้แอบอิง" เจิ้งหลี่กล่าวพลางถูไถใบหน้าของตนตรงบริเวณใบหูและลำคอของชิงหลิง ชิงหลิงใช้มือดันศรีษะของอีกฝ่ายออกห่างพลางหัวเราะเสียงใส


"ฮ้าๆๆ จั๊กจี้ ฝ่าบาทใยต้องขอความเมตตาละเพคะ ในวังหลังมีสนมมากมายพร้อมพลีกายเป็นเตาผิงให้พระองค์ได้แอบอิงทั้งกลางวันและกลางคืน" ชิงหลิงกล่าวพลางขยับกายออกห่างจากคนข้างกายถึงแม้มันจะแทบไม่ได้ห่างไปไกลเลยแม้แต่นิดเดียว 


เจิ้งหลี่ใช้สองแขนรวบสตรีตรงหน้าเข้ามาในอ้อมกอดของตนอีกครั้ง 


"เจิ้นต้องการเพียงเจ้า" ชิงหลิงฟังคำนั้นแล้วใจอ่อนลงหลายส่วน โน้มตัวลงซบอกแกร่งของเขาด้วยความรู้สึกโหยหา 


"ฝ่าบาท..."


 "หืม...ว่าอย่างไร"


"ไม่ทรงถามหม่อมฉันหรือเพคะ ว่าหม่อมฉันกำลังทำสิ่งใด" ชิงหลิงถามคำถามออกไป ก็คาดเดาเอาไว้ว่าคนที่กำลังกอดนางอยู่จะหยุดชะงักหรือเงียบไป แต่เขากลับตอบนางในทันที ราวกับไม่ต้องเสียเวลาคิด


"ไม่...เจิ้นเชื่อเจ้า เชื่อจนหมดหัวใจ" ชิงหลิงมองบุรุษที่บอกว่าเชื่อใจเธอด้วยสายตาที่แน่วแน่


"หม่อมฉันอาจจะหลอกใช้พระองค์ก็ได้นะเพคะ" กล่าวพลางสบสายตากับคนตรงหน้าเพื่อรอคอยคำตอบ


"หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่เจ้าหรอกที่หลอกลวงเจิ้น เป็นเจิ้นเองที่หลอกตัวเอง" เจิ้งหลี่โน้มตัวลงใช้หน้าผากของตนแตะกับหน้าผากมนของชิงหลิง


"หนี่ว์เอ๋อร์ ข้าเฝ้ารอคอยเจ้ามานานแสนนาน ตำแหน่งในใจข้า ข้างกายข้าทั้งวันนี้และวันหน้าล้วนเว้นที่ว่างไว้เพื่อรอคอยเจ้า" ชิงหลิงใจอุ่นวาบทันทีที่ได้ยินชื่อเก่าของตนจากปากของชายที่รักและรอคอยเธอมาตลอด เธอไม่เคยมีความสุขมากมายขนาดนี้


คิก คิก เสียงหัวเราะของเธอทำให้เขาหันมองด้วยความสงสัย


"หนี่ว์เอ๋อร์ เจ้าขำสิ่งใดกัน"


"ทรงเรียกหม่อมฉัน คล้ายคำว่าหนี่ว์เอ๋อร์ที่แปลว่าบุตรสาวเลยเพค่ะ คิกๆ"


"เช่นนั้นข้ากลับไปเรียกหวงโฮ่วคนงามเช่นเดิมดีหรือไม่" เจิ้งหลี่กล่าวอย่างหยอกเย้า


"หวงช่าง.........ถ้าหม่อมฉันทำผิดพลาด แล้วทำให้พระองค์เดือนร้อนละเพคะ"


"เจิ้นก็จะยอมรับทุกสิ่งอย่างเต็มใจ"


"หวงช่าง..." 












ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัลย์ดอกไม้
Talk เบา เบา
     คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอไม่เจอะเจอกันกับฉัน...ร้องเพลงบอกอายุมากอะ ทอคนี้ดักแก่นะนะคะ  #หลบเกิบ
            
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #1180 TeruTeru (@varujung) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 07:03
    กรี๊ด สปอยยยย ร้องแป็ป
    #1180
    0
  2. #874 อ่านแล้ว (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 12:14
    ไม่น่าสปอล์ยเลย เราไม่ชอบอ่านสปอล์ย ไม่เคยอ่านคอมเมนท์ก่อนอ่านเนื้อเรื่อง แนะนำตัวละครก็ไม่อ่าน เรื่องย่อ คำโปรย หน้าเพจ หรือคำโปรยปกหน้าปกหลังก็ไม่ยอมอ่าน เราชอบเดาเรื่องเองมากกว่า แต่พอบทนี้เลื่อนลงมาอ่าน Talk ตามปกติสายตาดันเห็นไปเอง ลมแทบจับ เพราะที่ผ่านมา Talk ของนิยายเรื่องนี้ไม่เคยมีสปอล์ย ไม่นึกว่าจู่ ๆ จะโผล่มาปุบปับแบบนี้ ยิ่งคนเขียนสปอล์ยคนอ่านเสียเองเป็นการยืนยันว่าสปอล์ยจริง ไม่ใช่ปลอม/หลอก/หรือคนอ่านเดากันเอง แถมสปอล์ยแรงด้วย ทั้งที่ชอบเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เซ็งจนหมดสนุกเลย
    #874
    0
  3. #678 อควารีเน่ (@12012543) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 11:11
    ซูชิงลี่คือ สนมฟาง
    #678
    0
  4. #597 Pinnnkan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 19:47
    งั้นซูชิงลี่คือใครกันนะ พระสนมของหวงช่างหรอ #ครุ่นคิด
    #597
    3
    • #597-2 Pinnnkan (จากตอนที่ 32)
      28 มีนาคม 2560 / 23:52
      ไม่น่าจะใช่ชิงชิง เพราะนางชอบพี่ชาย ส่วนน้องสาวก็ไม่น่าใช่ เพราะไรท์เคยคิดจะเขียนเรื่องของนางเป็นภาคต่อเลยคิดว่านางเป็นคนดีเพราะเป็นนางเอกอีกเรื่อง น่าจะเป็นสนมเพราะว่านางเจอและรักหวงช่างก่อน แล้วนางเอกมาแย่งความรักไป ชาติที่แล้วนางเลยมาแย่งคืน. รึป่าวนะ แฮร่ๆ555 😁
      #597-2
    • #597-3 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 32)
      29 มีนาคม 2560 / 01:01
      5555 งานนี้มีเงิบแน่ๆเรือรีดจมเป็นลำๆ หุหุ
      #597-3
  5. #594 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 15:59
    รออ่านตอนต่อไปค่า
    #594
    0
  6. #586 AYTHAI (@AYTHAI) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 08:12
    ก็คือคุณหนูที่เข้ามาชมวังไงจ้า5555
    #586
    0
  7. #583 AnnyDream1 (@9911club) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 03:13
    มีความเท่มากมาย🌸😊😸😸💕💕
    #583
    1
    • #583-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 32)
      26 มีนาคม 2560 / 13:21
      เท่ห์ ก็ไช่ว่าจะได้หัวใจเธอ 555+
      #583-1
  8. #580 ก้อยจูปีเตอร์ (@koiikoiikoy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 02:01
    คู่แท้นางเอกคือหลิ่งหยงซิน แต่ชาติแล้วโดนทิ้ง(มีตอนปัจจุบันของบัดซบคู่ชั่วใช่ไหมคะ) /// นางเอกม่อง เกิดใหม่เจอพี่ชายหน้าเหมือนสามี(แต่ไม่ใช่สามี)//นางเอกรักแต่หลิ่งหยงซินเลยหลงพี่ชาย แต่ชะตาลิขิตให้ได้หลิ่งหยงซิน(หวงช่างหรอ)//อีกไม่นานนังมารจะโผล่ซูชิงลี่(แต่ไม่ใช่ชิงชิง)// แล้วถ้าหลิ่งหยงซินคือคู่แท้ แล้วทำไมชาติที่แล้วถึงทิ้งนางเอกอ่าาาา. โอ้ยยยเริ่มมันส์ รอค่าา

    ปล.เกือบช็อคเพราะyaoi
    #580
    1
    • #580-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 32)
      26 มีนาคม 2560 / 02:13
      เธอรู้พล๊อตเรื่องเราได้ไงอะ เธอมาแอบเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายเราไช่ไหม 555+ซูชิงลีาออกมาแล้ว แต่เป็นใครน้ออออ แออกมาแล้ว ใบ้ไห้ว่าเป็นคนที่นางเอกจะทำร้ายในภพชาตินี้นางเลยสาบาน...บางอย่าง ภพเก่านางเอกก็สาบานบางอย่าง...กงล้อแห่งโชคชะตาก็เลยหมุนไป...จนกว่าจะมีใครซักคนปล่อยวางงงง....
      #580-1
  9. #578 Fea (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:48
    ชอบๆๆ ค่ะ ขอเปลี่ยนพระเอกจะทันไหม 55+
    #578
    0
  10. #577 fairy (@game_) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:38
    เอาแล้ววววววว ได้ผู้หล่อมาอีกหนึ่ง
    #577
    0
  11. #576 NookMeow (@Puntachart) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:31
    มีคนมาหลงนางอีกแล้ว ฮาเร็มไปเลยดีไหมน้า 5555
    #576
    1
    • #576-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 32)
      26 มีนาคม 2560 / 01:33
      นางเอกไรทเป็นพวกรักเดียวใจเดียวค่ะ อาจมีเหล่ซ้ายแลขวาบ้างเล็กน้อย ถึงปานกลาง และมากมากเป็นบางครั้ง ปนปนกันไป
      #576-1