ร้อยเล่ห์รักข้ามภพ(百爱跨越时间)

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 205,130 Views

  • 1,235 Comments

  • 5,333 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    116

    Overall
    205,130

ตอนที่ 33 : บทที่32 นิทานของคนโง่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    16 ก.ย. 60

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัล ดอกไม้ลายเส้น

"เจิ้งหลี่ เวลาอยู่ลำพังเพียงสองคนเจ้าเรียกเจิ้นเช่นนี้ได้หรือไม่"


 "คิก คิก" ชิงหลิงอดขำกับน้ำเสียงแง่งอนไม่ได้ 


"หลี่ว์เอ๋อร์ หลี่ว์เอ๋อร์น้อยของข้า ตอนนี้สิ่งที่ข้าติดค้างท่าน 1 อย่างก็ถือว่าข้าได้ทำให้ท่านแล้วนะ" เจิ้งหลี่ขมวดคิ้วมองสตรีในอ้อมกอดอย่างจนปัญญาจะกล่าว 


"นี่เจ้ากำลังเอาเปรียบเจิ้นสินะ....แต่เจิ้นยินดีให้เจ้าเอาเปรียบ"


"หลี่ว์เอ๋อร์.... ที่แท้เจ้าช่างเป็นบุรุษที่โง่งม"


 "ข้ายอมโง่งมหากมันทำให้เจ้าอยู่ข้างกายข้า"


 "หลี่ว์เอ๋อร์ แล้วตอนนี้ข้าไม่ได้อยู่ข้างกายเจ้าหรือ"


 "เปล่าตอนนี้เจ้าอยู่บนกายข้า" เจิ้งหลี่อุ้มชิงหลิงขึ้นมานอนบนกายของเขาแทน 


"เป็นท่าน...กลั่นแกล้งข้า.." ชิงหลิงโวยวายต่อว่าใบหน้าซับสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เรียกเสียงหัวเราะจากเตียงมนุษย์อย่างแผ่วเบา


"หนี่ว์เอ๋อร์ เจ้าไม่ถามข้าเรื่องพี่ชายของเจ้าหรือ" เจิ้งหลี่เอ่ยถามเสียงแผ่วเบาสองมือโอบรั้งเอวบางของชิงหลิงให้โน้มเข้ามาไกล้ๆ


"ทำไมต้องถามหรือ ข้ารู้ว่าท่านหาได้กลั่นแกล้งพี่ชายของข้า พี่ชายข้าเป็นแม่ทัพเป็นชายชาติทหารที่พร้อมพลีกายเพื่อบ้านเมือง หากมีรับสั่งให้พี่ชายข้าอยู่ในเมืองหลวงนั้นต่างหากถึงจะเรียกว่ากลั่นแกล้งกัน" ชิงหลิงกล่าวพลางโน้มตัวลงซุกซบไปกับอกแกร่งสองมือโอบรอบคอของเขาแนบใบหน้าฟังเสียงหัวใจที่เต้นระรัว 


เจิ้งหลี่แค่นเสียงหึ ในลำคอ ช่างรู้นิสัยใจคอกันยิ่งนัก ชิงหลิงเงยหน้ามองคางของตัวโตแต่ใจน้อย ไม่ถึงครึ่งฝ่ามือ

 

"ทรงตกไหน้ำส้มเปรี้ยว ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วแล้วเพคะ" ชิงหลิงกล่าวพลาง เอานิ้วจิ้มคางของคนตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ 


เธออยู่ในอ้อมแขนถึงเพียงนี้ยังอุตส่าห์ไปตกไหน้ำส้มของผู้อื่นเสียได้"เหอะ!!" 


"ไหน้ำส้มนี้ถังใหญ่ยิ่งนักถึงกับประชิดชายแดนเพื่อแย่งชิง ยังมีพี่ชายผู้เพียบพร้อม และม้ามืดเช่นเว่ยอ๋อง ข้าที่เป็นหนึ่งในแผ่นดินไม่รู้สึกหวั่นไหวก็แปลกแล้วเจ้าน่ะงดงาม น่ารัก น่าสนใจให้น้อยลงหน่อยได้หรือไม่ มีแต่ผู้คนรุมแย่งชิงเจ้าจนข้าแทบจะคลั่งตาย" คำพูดของคนตรงหน้าเรียกเสียงหัวเราะให้กับชิงหลิงให้ดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก


"ฮ่าๆๆ พระองค์เพิ่งทรงรู้หรือเพคะ หม่อมฉันมีฉายาว่า หญิงสาวที่งดงามที่สุดในสามแคว้น แม้มวลบุปผายังต้องละอายที่บังอาจเบ่งบานหาญสู้ความงามของข้า เหล่ามัจฉายังต้องว่ายหลบเมื่อได้พบเห็นแม้เพียงปลายเล็บข้า ผู้คนล้วนลุ่มหลงข้าทั่วทั้งแผ่นดิน" ชิงหลิงกล่าวพลางหัวเราะไปอมยิ้มไป 


"ที่เจ้ากล่าวมานั้นคือตัวเจ้าหรือนางจิ้งจอกที่ล่อลวงใจผู้คนให้ลุ่มหลงกันแน่" 


"แล้วทรงลุ่มหลงไหมเพคะ"


"ทั้งรักทั้งหลงจนแทบบ้าเลยเชียวล่ะ ยอดรักของข้า"

 

"เช่นนี้เขาไม่เรียกนางจิ้งจอกเขาเรียกหญิงงามล่มแคว้น เพคะ" 


"อืม..งดงาม...น่ากินยิ่งนัก" เจิ้งหลี่กล่าวพลางดึงตัวของชิงหลิงประกบริมฝีปากเล็กนุ่มน่ากินนั้นอย่างโหยหา อ่อนหวานนิ่มนวลน่ากินดังเช่นที่เคยวาดฝันไว้ เอวบางเพียงหยิบมือรวบกอดได้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว งดงามเย้ายวนใจจนอดใจอยากตักตวงทุกความสุข ลำแขนเรียวระหงดุจลำเทียนขาวผ่องอมชมพูน่าหลงไหล ตวัดเรียวลิ้นดูดดื่มความหอมหวานรัญจวนใจ ประทับจูบลงที่ใดล้วนตราตรึง เพียงราตรีนี้สั้นเกินไป...


"หนี่ว์เอ๋อร์ เจ้าล่อลวงเราให้ลุ่มหลงถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน ข้าควรทำโทษเข้าเช่นไรดีกับความผิดนี้ของเจ้า" เจิ้งหลี่กล่าวพลางจูบประทับไปตามเรือนร่างขาวผ่องของชิงหลิงด้วยความรักใคร่หลงใหล ชิงหลิงมัวหลงกลจูบที่เย้ายวยลืมโลกของอีกฝ่าย เสื้อผ้าอาภรณ์ปลิวหายไปยามใดไม่รู้เลย


"ถ้าไม่อยากลุ่มหลง ก็ทรงหยุดมือสิเพคะ" ชิงหลิงกล่าวอย่างท้าทาย 


"หึ หึ ข้ายอมเป็นทาสลุ่มหลงมัวเมาเจ้าจะไม่ยอมห่างกายเจ้าแม้เพียงนิดเดียว" เจิ้งหลี่กล่าวพลางพลิกกายกดสตรีที่ตอนนี้มีเรือนกายขาวผ่องแข่งกับแสงจันทร์ภายนอก ที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องอาย 


"เกรงว่าคืนนี้ข้าคงลุ่มหลงเจ้าจนตาย" เจิ้งหลี่กล่าวพลางพรมจูบไปทั่วเรือนกายเปล่าเปลือยนั้นอย่างลุ่มหลง


"ปากหวานยิ่งนัก" ชิงหลิงสองแขนโอบรอบคอเจิ้งหลี่พลางส่งสายตารักใคร่อ่อนหวานให้กับคนที่คร่อมอยู่บนร่างกายของตน 


"ยังหวานได้อีก ข้าจะให้เจ้าชิมจนอิ่มไปทั้งใจ" กล่าวพลางประกบริมฝีปากดูดกลืนปากเล็กอ่อนนุ่มที่ตอนนี้บวมเจ่อ เชิญชวนน่าหลงใหลเรียวลิ้นตวัดเพื่อควานหาความหวานอย่างหิวกระหาย พรมจูบไล้ลงมายังซอกคอขาวผ่อง เนินไหปลาร้ารัญจวนใจมือหนึ่งโอบเคล้นคลึงเนินอกอิ่มนุ่มนิ่มจนได้ยินเสียงครางอย่างแผ่วเบา 


อีกมือลูบไล้ไปทั่วเรือนกายยกสองขาเรียวยาวแยกออกจากกันอย่างนิ่มนวล ลูบไล้ผ่านต้นขาสู่จุดที่อ่อนนุ่มและไวต่อสัมผัสสอดนิ้วเคล้นคลึงเรียกเสียงครางสุดแสนรัญจวนใจ 


เจิ้งหลี่ส่งเสียงหัวเราะในความไร้เดียงสาน่าเอ็นดูของสตรีในอ้อมแขน ชิงหลิงผวาโอบกอดรอบคอของคนตรงหน้าแน่น เจิ้งหลี่ซุกซบใบหน้าลงกับยอดอกอวบอิ่มดูดดุนดอกบัวงดงามอ่อมนุ่ม เสียงครางอ่อนหวานทรมานใจเร่งเร้าให้เลือดในกายเดือดพล่าน ชิงหลิง ขบกัดใบหูของเขาเพื่อสะกดกลั่นเสียงครางที่น่าอาย  


"หนี่ว์เอ๋อร์ ..." เสียงที่ขาดเป็นห้วงๆบ่งบอกถึงอารมณ์ของคนตรงหน้าที่เริ่มแตะถึงขีดสุด

 

"เจื้งหลี่..." เสียงเรียกแผ่วเบาปลุกเร้าอารมณ์ปราถนาให้ประทุ เจิ้งหลี่แยกขาเรียวออกพลางสอดแทรกความเป็นชายหลอมรวมสองร่างให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เสียงร้องครางของชายหนุ่มและหญิงสาว ดังท่ามกลางความมืดมิด เหล่าข้ารับใช้ทำเป็นหูหนวกไม่ได้ยินสื่งใด แต่ใบหน้ากลับแดงก่ำซับสีเลือดไปจนถึงใบหู

.

.

.

 เจิ้งหลี่มองสตรีที่นอนหลับอยู่ข้างกายด้วยสายตาหลงใหล หยิบปอยผมที่หล่นอยู่ข้างแก้มขึ้นเหน็บที่ใบหูอย่างแผ่วเบา อดใจจูบประทับหน้าผากมนกลี้ยงเกลาอย่างรักใคร่ ชิงหลิงลืมตาตื่นขึ้นมามองคนตรงหน้าด้วยสายตาหงุดหงิดเรียกเสียงหัวเราะที่ตอบกลับมาได้เป็นอย่างดี 


"ข้าทำเจ้าตื่น เสียแล้ว นอนอีกสักนิดเถิด เวลานี้เพิ่งเที่ยงเอง" เจิ้งหลี่กล่าวพลางหัวเราะเสียงใส 


"ทรงใจร้ายมากเพพคะ หม่อมฉันไม่ได้นอนทั้งคืน ปวดไปหมดทั้งตัว แล้วยังทรงล้อเลียนหม่อมฉันอีกหรือเพคะ"

 

"หืม...พอเจ้างอนข้า สรรพนามเรียกขานจะเปลี่ยนไป เจิ้นจะจำไว้ว่าหากเจ้าเป็นเช่นนี้แสดงว่ากำลังไม่พอใจอยู่"

 

"หึ...ทรงใช้งานหม่อมฉันเกินค่าจ้างไปไกลลิบ" ชิงหลิงกล่าวพลางพลิกกายหันหนีสายตาวาววับของคนตรงหน้าแต่เหมือนคนผู้นั้นจะไม้ได้สนใจ มือหนาลูบไล้ต้นขาเรียวของเธอและจุดที่อ่อนไหวที่สุด 


"นี่จะทรงทำอะไรเพคะ"


 "เจิ้นกำลังงอนง้อเจ้าอยู่" "


"ง้ออันใดเพคะก็เห็นอยู่ว่าทรงกำลังเอาเปรียบหม่อมฉัน"

 

"เจิ้นกำลังทายาให้เจ้าต่างหากล่ะ" เจิ้งหลี่กล่าวพลางยกตลับยาในมือให้นางดู 


"หม่อมฉันสามารถทาเองได้เพตะ"


"เจิ้นทาให้ดีกว่า เจ้าทาไม่ดีเท่าเจิ้นทาหรอก เจิ้นทาไม่เจ็บสักนิดและหากเจ้ายังดื้อดึงจะทาเองเจิ้นจะทำมากกว่าทายารับรองว่าเจ้าจะลุกออกจากห้องนี้ หนีไปไหนไม่ได้เชียวล่ะ" ชิงหลิงทำได้เพียงนอนนิ่งๆให่คนตัวใหญ่ทายาให้อย่างจำยอม

 

"เจิ้นว่าเจ้าไม่ออกไปไหนก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่เที่ยวไปทำให้ใครลุ่มหลง"

 

"เช่นนั้นจับหม่อมฉันใส่หีบล็อคกุญแจไว้เลยดีไหมเพคะ" 


"เป็นความคิดที่ดี งั้นเจิ้นขอไปเตรียมกล่อมสักครู่"


"อะ...ทรงกำลังล้อหม่อมฉันเล่นใช่ไหมเพคะ"


"แล้วเจ้าคิดว่าเช่นไรล่ะ.." ชิงหลิงถึงกับพูดไม่ออก ไอ้สายตาที่บ่งบอกว่าข้าทำจริงนะทำเอาชิงหลิงแอบหวั่นใจ


ตอนบ่ายหลังจากร่วมรับประทานอาหารกับหวงตี้เสร็จเรียบร้อยที่ตำหนักหยางหลิว ก็มีนางกำนัลก็เข้ามารายงานว่าเว่ยเช่อเฟยหานชิงชิงขอเข้าเฝ้า สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมากให้กับชิงหลิงยิ่งนัก

 

เหมือนเธอจะลืมสตรีผู้นี้ไปเสียสนิท เหมือนถูกลบออกไปจากความทรงจำเสียอย่างนั้น จะว่าไปเธอก็เป็นผู้ที่ทำให้สตรีผู้นี้ต้องแต่งให้เว่ยอ๋องผู้นั้นอีกทั้งก็ดูเหมือนว่าเขาจะมิได้รักใคร่ในตัวเธอแถมยังเย็นชาหมางเมินเธออีกด้วย ในเมื่อเธอมาขอพบเพื่อแสดงความเป็นหวงโฮ่วผู้ใจกว้าง(หรา)ชิงหลิงผู้นี้จะให้เธอเข้าพบก็แล้วกัน


"ให้นางไปรอข้าที่ศาลาริมทะเลสาบลู่เจ๋อ" ชิงหลิงกล่าวพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าซับมุมปากของเจิ้งหลี่ที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเศษขนมทำไมยิ่งอยู่ด้วยนานๆคล้ายคนผู้นี้อายุลดน้อยลงเรื่อยๆนะ อ้อนเธอทั้งวันราวกับเด็กแปดขวบก็ไม่ปาน


"เจ้าไปพบนางเถอะ เจิ้นจะรอเจ้าเลือกป้ายข้าในคืนนี้" กล่าวพลางส่งยิ้มลูกหมาน้อยให้อีกรอบ


ชิงหลิงทำได้เพียงสายหน้าแล้วส่งฝ่ามือแห่งความรัก ดังเพียะ!!ใส่ไหล่กว้างเสียงดังสนั่น เล่นไม่รู้จักเวลา ต่อหน้าบ่าวไพร่พูดเช่นนี้ได้อย่างไรมีอย่างที่ไหนหวงโฮ่วเลือกป้ายหวงตี้ เรียกเสียงหัวเราะน่าหมั่นไส้จากคนที่โดนตีเสียงดัง นี่เธอตีจนเจ็บมือไม่รู้สึกอะไรเลยหรือหนังหนายิ่งนัก


"ถ้าเช่นนั้นคืนนี้หม่อมฉันเลือกป้ายหมอนและที่นอนในตำหนักเหิงเยว่เพคะ พระองค์ก็นอนหนาวไปละกัน หม่อมฉันทูลลา" กล่าวพลางป้องปากหัวเราะในลำคอ แล้วเดินจากไปอย่างสวย ทิ้งคนข้างหลังให้มองตามตาละห้อย...

           

. . . .

. . . 


ศาลาริมทะเลสาบลู่เจ๋อ


"หวงโฮ่วเสด็จ" ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศร่างงดงามระหงก็เดินเข้ามาภายในศาลาที่มีสตรีนางหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว


"ถวายพระพรหวงโฮ่วเพคะ" หานชิงชิงย่อกายลงคำนับอย่างอ่อนช้อยงดงาม


ชิงหลิงเดินไปนั่งยังกองหมอน(?)ก่อนจะยกชาที่นางกำนัลรินให้ขึ้นจิบพลางเหลือบมองสตรีตรงหน้า อืม... จากที่เคยพบกันครั้งสุดท้ายดูเหมือนว่าครั้งนี้สตรีผู้นี้จะงดงามเพิ่มขึ้นสองส่วนอาจเป็นเพราะเสื้อผ้าอาภรณ์และตำแหน่งที่สูงขึ้นทำให้เธอดูสง่างามและนุ่มนวลไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างเช่นในตอนแรก นี้แหละหนาสตรีพอแต่งงานอะไรหลายๆอย่างมักจะเคี่ยวกรำให้เติบโตขึ้น จะมีก็แต่เพียงบางคน?ที่ทำตัวเด็กลง


"ลุกขึ้นได้ เจ้ามาพบเปิ่นกงมีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ" ชิงหลิงกล่าวหลังจากมองสำรวจสตรีตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว อ่อ...ที่ชิงหลิงเรียกแทนตนเองว่า เปิ่นกงกับเหล่าสนมแทนที่จะเรียกแทนตนเองว่า เจียเจี่ย นั้นเพราะมันกระดากปาก เจี่ยเจียเม่ยเมยอันใด เม่ยเมยแท้ๆของร่างนี้เธอยังไม่กล่าวคำเรียกชวนคลื่นไส้นี้เท่าไหร่นักนับอะไรได้กับเม่ยเมยนอกไส้ 


ซึ่งเหล่าสนมคงจะรู้ดีว่าเธอไม่ชอบให้เรียกขานเช่นนั้น ต่อให้กล้าหาญเพียงใดก็ไม่มีใครกล้าตีสนิทเรียกตนเองว่าเมยเม่ย ต่อหน้าเธอเลยซักครั้งหรือไม่อยากนับญาติกับเธอคงความห่างเหินไว้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เช่นเดียวกับชายารองเว่ยอ๋องจริงๆเธอก็คงมีศักดิ์ประมาณน้องสะใภ้ แค่ขอละไว้เถอะข้าไม่มีทางนับญาติกับเธอแน่นอน...


"หม่อมฉันมีนิทานมาเล่าให้ฟังเพคะ ชื่อนิทานว่า นิทานของคนโง่ ขอหวงโฮ่วทรงกรุณาฟังนิทานไร้สาระของหม่อมฉันได้ไหมเพคะ" หานชิงชิงกล่าว แต่ไม่ยอมลุกขึ้นยืนตามคำอนุญาตของชิงหลิงคล้ายจะบอกว่าหากไม่ยอมตกลงยืนคำนับอยู่อย่างนี้


อืม... ปล่อยให้คำนับอยู่อย่างนี้ดีหรือไม่ สตรีผู้นี้คือศัตรูหัวใจแค่กๆ ที่ถูกเธอเบียดตกกระป๋องโดยความชวยเหลือที่เธอไม่ได้ร้องขอ เฮ้อ... ไม่ได้ๆช่วงนี้คดีติดตัวเธอเยอะมากเกินไปแล้วอะไรที่ทำแล้วดูใจกว้างนิดนึงก็ทำๆไปเถอะ แค่ฟังนิทานเอง ดูสิว่าเธอจะมาไม้ไหนเล่นนิทานให้เธอฟังจนตายรึเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นเธอคงไม่ตายเพราะนิทานแต่ตายเพราะนั่งนานตูดบานตายแทน


"เอาเถอะเรามาเปิ่นกงจะฟัง" ชิงหลิงกล่าวหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นาน? 


หานชิงชิงเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าแววตาวูบไหวคล้ายตัดสินใจบ้างสิ่งก่อนจะสายตานั้นจะถูกเก็บงำอย่างรวดเร็ว            


"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสตรีนางหนึ่งถือกำเนิดในจวนขุนนางที่สูงศักดิ์ สตรีนางนี้เป็นเพียงบุตรีที่เกิดจากฮูหยินสี่ แต่แม้จะเป็นบุตรคนเล็กแต่ก็หาได้รับความใส่ใจจากบิดาไม่ บิดาของนางกลับทุ่มเทความรักทั้งหมดไปให้บุตรชายของอนุผู้หนึ่งแทน ซึ่งก็คงไม่แปลกอะไรหากเพราะเขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของจวนแห่งนี้ 


แต่เขานั้นกลับเป็นเพียงบุตรบุญธรรมที่ติดตามมาพร้อมกับอนุเท่านั้นหาใช่บุตรที่แท้จริง ขนาดบุตรีเพียงคนเดียวของภรรยาเอกที่จากไปนานแล้วและไม่มีวี่แววว่าขุนนางผู้นี้จะแต่งตั้งใครขึ้นแทนตำแหน่ง เขาก็ไม่เคยให้ความสนใจ และถึงแม้ว่าขุนนางผู้นี้จะมีอนุมากมายเขาก็มีบุตรธิดาเพียงสี่นางเท่านั้น และแน่นอนตัวเอกของเรื่องคือคุณหนูสี่ 


คุณหนูสี่แม้มีทุกอย่างเพียบพร้อมแต่นางกลับโหยหาเพียงสิ่งเดียวนั้นคือความรักจากบิดา จะทำเช่นไรหนอให้บิดาหันมาสนใจนางบ้าง นางเริ่มออกจากจวนทำในสิ่งที่มารดาไม่เห็นด้วย บิดาไม่พอใจซึ่งก็คือการคลุกคลีตีสนิทกับเหล่าขอทานและคนยากไร้นอกจวน เพราะคนเหล่านี้นั้นล้วนซื่อสัตย์และจริงใจมากมายกว่าคนในจวนมากนัก 


ทั้งยังมีเรื่องราวการเดินทางไปตามที่ต่างๆมาเล่าให้กับนางฟังราวภาพฝัน ไกลออกไปจากแคว้นที่ยิ่งใหญ่อย่างแคว้นหลวน แคว้นเป่ย แคว้นเจิ้ง และแคว้นๆที่อยู๋รายรอบไกลขึ้นไปทางเหนือหลายพัน หลายหมื่นลี้ มีดินแดนที่ราวกับสรวงสวรรค์นามว่าดินแดนเซียวฉิน 


คุณหนูสี่นางรู้ดีว่าตนไม่อาจท่องเที่ยวไปไกลได้ถึงเพียงนั้นเพราะนางเป็นสตรีในห้องหอที่เฝ้ารอวันแต่งงานกับบุรุษที่ท่านพ่อท่านแม่เลือกให้ แต่เรื่องราวที่เหล่าขอทานและคนพเนจรเล่าให้นางฟังนั้นก็ช่วยปลอบประโลมจิตใจที่โดดเดี่ยวของนางให้อบอุ่นขึ้นมาบ้าง


จนกระทั่งวันหนึ่งนางก็พบกับบุรุษผู้หนึ่งที่ตลาด องอาจ กล้าหาญ สง่างาม เขาช่วยชีวิตนางไว้ราวกับภาพฝัน... ฝันอันเนิ่นนานและสวยงาม ทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกันนางรู้สึกราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความอ่อนโยน หากได้แต่งกับบุรุษผู้นี้ชีวิตของนางคงมีแต่ความสุข


แต่นางเป็นสตรีที่ไม่อาจกำหนดชีวิตของตนเองได้ หลังจากนั้นไม่นานนางก็ถูกพระราชทานสมรสให้แก่กับหวางเย่ผู้หนึ่งที่เย็นชาและหมางเมินมอบความโดดเดี่ยวอ้างว้างยิ่งกว่าเดิมให้กับนางจะมีดีก็เพียงแต่บิดาที่หันมาให้ความใส่ใจนางมากขึ้นแต่นางกลับรู้สึกว่าความใส่ใจนั้นหาได้มีให้กับนางไม่ แต่มันมอบให้กับเช่อเฟยผู้มีอำนาจมากกว่า"


ชิงหลิงถอนหายใจให้กับนิทานที่คล้ายจะเป็นชีวิตของผู้เล่าเสียมากกว่าสตรีในยุคนี้นั้นไม่สามารถกำหนดชีวิตหรือโชคชะตาของตนเองได้ บิดามารดาให้แต่กับผู้ใดก็ย่อมต้องเป็นไปตามนั้นแต่งให้หมูก็เป็นอย่างหมู แต่งให้ใครเป็นอย่างอื่นได้หรือ


"หวงโฮ่วทรงคิดว่านางควรโทษสิ่งใดกันที่ทำให้ชีวิตของนางเป็นเช่นนี้...  โชคชะตา  บิดาผู้นั้น ตนเองหรือ....สิ่งที่อยู่ในกล่องใบนี้"หานชิงชิงกล่าวพลางวางกล่องใบหนึ่งไว้บนโต๊ะตรงหน้านาง


ชิงหลิงโบกมือไล่ให้นางกำนัลและขันทีถอยห่างออกไป ก่อนจะเปิดกล่องตรงหน้าออกดูก็พบว่าภายในกล่องนั้นมีราชโองการสีทองอร่ามอยู่ฉบับหนึ่ง เมื่อเปิดดูก็พบว่ามันคือราชโองการเจ้าปัญหาที่เธอยังมิได้ทำลาย ราชโองการที่หายไปในคืนวันนั้น ใช่แล้วสิ่งที่ชายชุดดำ ผู้บุกรุกในคืนนั้นได้ไปคือ ราชโองการฉบับนี้ แต่ทว่า...มันมาอยู่ในมือของสตรีผู้นี้ได้อย่างไร


"เจ้า...มันไปอยู่ที่เจ้าได้อย่างไร"










ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัลย์ดอกไม้
Talk เบาเบา
   สำหรับนิยายเรื่องนี้เปิดตอนตอนไหนจำไม่ได้แล้วรู้แต่ว่าจะอยู่ตลอดไปรักรีดทุกคนนะคะ จุฟๆ
            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #645 Pinnnkan (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 23:55
    เรื่องนี้ยากแท้หยั่งถึงยิ่งนัก @0@
    #645
    0
  2. #616 rinriko (@rinriko) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 01:05
    ขอบคุณ
    #616
    0
  3. #615 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 23:57
    ขอบคุณค่ะ#ยังไงก็อ่านต่อ
    #615
    0
  4. #614 samsatang (@samsatang) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 23:41
    คือ??ผมเป็นคนชอบอ่านเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนสุดท้าย และไม่ชอบอ่านเม้นท์คนอื่นเพราะเคยอ่านแล้วนอยย์แทนคนเขียน และไม่ชอบอ่านตอนคนเขียนชี้แจงในพล็อตเรื่อง ผมมองว่ามันไม่จำเป็นต้องชี้แจงครับ คุณดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ เนื้อเรื่องของคุณจะเฉลยทุกความข้องใจของนักอ่านเองนะครับ สิ่งที่นักเขียนควรใส่ใจคือคำผิด และเนื้อเรื่องต้องต่อเนื่องครับ ...หากคุณอยากเป็นนักเขียน อย่าใส่ใจกับเสียงนกเสียงกาให้มากนัก รับคำชมเพื่อเป็นแรงใจ เก็บคำติปูทางเรื่องใหม่ ..จะเป็นนักเขียนต้องมองโลกแง่บวกนะครับ..สู้ๆๆนะครับ
    #614
    0
  5. #609 penblue2 (@Penblue) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 11:19
    สนุกมากเลยค่ะ
    #609
    0
  6. #608 ก้อยจูปีเตอร์ (@koiikoiikoy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 11:01
    หุหุมันส์แน่ นางเอกเสียงหวานเยิ้มเชียว พวกหวงตี้ก็เล่นหนักนะ ขัดยวนยางนางเอก // ชิงชิงอย่าเยอะเดะนางเอกตบ อุอุ
    #608
    0
  7. #606 jongjitj81 (@jongjitj81) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 08:18
    รอจ้าาาาา
    #606
    0
  8. #605 Distress (@janjita) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 07:54
    ขอบคุณคะ
    #605
    0
  9. #604 shadow_devil (@wrtja) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 07:33
    โดนมากเลยค่ะไรตื
    #604
    1
    • #604-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 33)
      27 มีนาคม 2560 / 10:03
      โดนจัยยยยไรท์เหมือนกันค่ะ
      #604-1
  10. #603 PANG_Araya (@PANG_Araya) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 06:52
    นี่มันติ่งของไรท์ช่ายป่ะ หรือว่าจะเปนพายาธิในกระเพาะ รู้ใจไรท์เจงๆ นับถือๆ
    #603
    1
    • #603-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 33)
      27 มีนาคม 2560 / 10:03
      คนนี้ติ่งไรท์จริงแท้แน่นอนค่ะ ไรท์รักมากก
      #603-1
  11. #602 นิ 'ส้มม (@some1010) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 04:38
    รอ รอๆๆคะ!! >////<
    #602
    0
  12. #601 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 02:04
    รอๆๆค่ะ
    #601
    0
  13. #600 fairy (@game_) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 01:53
    รอค่าาาา
    #600
    0
  14. #596 Mw\' Mw (@123494) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 19:46
    รอน้าาา
    #596
    0
  15. #595 RejoiceWadsamoan (@RejoiceWadsamoan) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 16:12
    รอนะคะ
    #595
    0
  16. #589 pim254688 (@pim254688) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 08:29
    ไรท์มันอ่านไม่ได้อะ
    #589
    1
    • #589-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 33)
      26 มีนาคม 2560 / 13:02
      ไรทต้องขอกราบอภัยเป็นอย่างสูงด้วยนะค่ะ ตอนที่33ไรทเข้ามาแก้ไขเนื้อหาแล้วกดบันทึกผิดอะคะ รออ่านหลังเทั่ยงคืนพร้อมกันเนอะ ขอโทดจริงๆค่ะ
      #589-1
  17. #584 AnnyDream1 (@9911club) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 03:14
    สั้นมากเลย😿😿
    #584
    2
    • #584-1 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 33)
      26 มีนาคม 2560 / 13:20
      ยังค่ะเนื้อหามันยังไม่รบ เผลอกดบันทึกผิดค่ะ สังเกตว่ามันไม่มีท็อคเมื่อคืนง่วงหนักมาก เบลอกดผิด
      #584-1
    • #584-2 นู๋ไฉ (@omgmin8) (จากตอนที่ 33)
      26 มีนาคม 2560 / 14:42
      ยังอุตส่าเข้ามาอ่านทันก่อนปิดตอนเนอะ เทพจังตีสองกว่าๆตีสามเนี่ยนะ สุดยอดดด
      #584-2