[ตัวอย่าง BL Korean ลิขสิทธ์โดย Onederwhy] YEHO เยโฮ - Anasis

ตอนที่ 1 : == 1 ==

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 ส.ค. 60

1.


          

หยาดฝนกำลังพร่างพรายจากฟ้า

ข้าคิด ขณะทอดสายตามองโลกพร่ามัวเลือนราง

ทว่านี่เป็นโซนากี1อีกเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป

ผมดำยาวราวเส้นไหมรวบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลวกๆ ปลายผมปล่อยทิ้งลงมาเหนือไหล่ด้านหน้า เป็นเพราะอากาศเย็นจึงรู้สึกหนาวสะท้าน ข้ากระชับผ้าคลุมไหล่สีฟ้า จากนั้นจึงส่งมือเย็นเหยียดยื่นออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้แขนเสื้อเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน

ไม่นานนักข้าก็ดึงมือที่มีหยดน้ำเกาะพราวกลับเข้ามาจรดที่ริมฝีปาก ความชื้นค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่กลีบปากแห้งผากแช่มช้า พร้อมกับกลิ่นของน้ำที่กระทบจมูก

พรุ่งนี้อากาศจะสดใส ข้าเอ่ยพึมพำเบาๆ

หลังจากที่ฝนตก อากาศจะทั้งสดชื่นและแจ่มใส ซึ่งข้าโปรดปรานเหลือเกิน ดังนั้นข้าจึงมักรอคอยให้ฝนตกอยู่เสมอ

เยโฮ” เสียงของท่านพี่เอ่ยเรียกข้า

ข้าละสายตาจากทิวทัศน์นอกหน้าต่างกลับเข้ามาในห้อง ก่อนทอดไปพบดวงหน้างดงามดุจดอกมงนยอน2ของท่านพี่ซึ่งกำลังงับประตูปิด

ครั้งหนึ่งความงดงามไม่ต่างจากดอกไม้แรกแย้มนี้ชวนให้หัวใจพองโตทุกครั้งที่มองจ้อง หากยามนี้กลับหมองเศร้าไม่ต่างจากกลีบดอกมงนยอนที่เปียกปอนบอบช้ำจากลมพายุกระหน่ำ ข้าเพ่งพิศใบหน้าแสนเศร้าหมองของท่านพี่ซึ่งปรายสายตามองกลับมาอย่างสงบ

เจ้ากำลังมองอะไรอยู่หรือ”

น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวานเสียจนทำให้ข้ายิ้มออกมา ในสายตาของข้า ท่านพี่เป็นสตรีที่มีจิตใจงดงามและอ่อนหวานอยู่เสมอ ผิดกับข้าที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก ผิวพรรณของนางผุดผ่องขาวนวล ราวกับว่าหากแตะนิ้วสัมผัส อาจจะมีผงแป้งติดออกมาก็เป็นได้ ทั้งๆ ที่นางไม่เคยประทินโฉมด้วยผงแป้งเช่นหญิงสาวคนอื่นเลยสักครั้ง หน้าผากของนางยังได้รูป เรียวคิ้วโค้งสวยดุจรุ้งที่รังสรรค์อย่างประณีตด้วยพู่กัน ข้างใต้นั้นเป็นแพขนตาหนาราวกับโครงพัดและนัยน์ตาดำสนิทซึ่งรับกันประหนึ่งรูปวาด

หากเปรียบท่านพี่เป็นบุปผางาม ตัวข้าคงเป็นได้เพียงหยาดน้ำตาของดอกไม้ เป็นโซนากีน่าชิงชังที่ทำให้กลีบมงนยอนต้องบอบช้ำและเจ็บปวด ซ้ำความหนาวเหน็บของมันยังทำให้มงนยอนสั่นไหวอย่างน่าเวทนา

“นั่งมองฝนอีกแล้ว...ละอองฝนจะสาดเข้ามาได้ เจ้าต้องปิดหน้าต่างรู้ไหม เหตุใดจึงเอาแต่นั่งมองเหม่อเช่นนั้นเล่า” นางเอ่ยเบาๆ มือเรียวรีบเอื้อมไปปิดหน้าต่าง

"ท่านพี่คงจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้แล้ว” คำพูดที่โพล่งออกมาทำให้มือซึ่งจับหน้าต่างของนางสั่นน้อยๆ

เจ้าไปได้ยินอะไรไม่เข้าท่ามาอีกแล้วหรือ” แม้จงใจเอ่ยราวไม่ใส่ใจ ทว่าหางเสียงของนางกลับไม่อาจปกปิดความสั่นเครือเล็กๆ ข้าจึงเผลอกระตุกริมฝีปากแห้งแตกเหยียดยิ้ม

มีอันใดไม่เข้าท่ากันเล่า ข้าได้ยินว่าท่านพี่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน เท่ากับเป็นงานมงคลมิใช่หรือ พรุ่งนี้ข้าจะได้เห็นท่านพี่ในอาภรณ์ไหมงดงามสีสันสดสวยแล้ว ตั้งแต่จำความได้ ข้ายังไม่เคยเห็นท่านในชุดเช่นนั้นสักครั้ง คงจะน่าชื่นชมมากทีเดียว”

“...เยโฮ”

ไม่สิ ตามราชประเพณีของอาณาจักรเหนือ เจ้าสาวต้องตัดชุดด้วยผ้าไหมสีขาวเหมือนสีของกลีบดอกมงนยอนใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็ไม่เลวนักหรอก เพราะอย่าว่าแต่ผ้าไหมเลย แม้แต่ชุดผ้าฝ้ายท่านพี่ยังไม่มีโอกาสได้สวมใส่ด้วยซ้ำ” วาจาแดกดันของข้าส่งผลให้ท่านพี่ต้องกัดริมฝีปากงดงามเช่นดอกท้อน้อยๆ ส่วนตัวข้ากลับจ้องมองนางด้วยสีหน้าเย็นชา

ทำหน้าเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร ท่านไม่อยากแต่งให้กับอาณาจักรเหนือหรอกหรือ ท่านพี่จะได้ไปอยู่ในที่ที่ดีกว่าบ้านเก่าๆ โทรมๆ หลังนี้ จะได้สวมใส่อาภรณ์ชั้นดี ได้กินอาหารชั้นเลิศ ใยจึงปั้นหน้าโศกสลดราวกับจะตายเสียให้ได้เล่า”

“...ฝนตกหนักจนอากาศเย็นเช่นนี้แล้ว เจ้ากลับไปนอนพักผ่อนเถิด”

ท่านพี่แสร้งเมินคำถามของข้าแล้วเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง แม้ว่าดวงตาของนางจะคลอด้วยหยาดน้ำใส อีกทั้งใบหน้ายังซีดขาวราวกับจะสิ้นใจ ทุกคำที่เปล่งออกมากลับยังคงทำเหมือนเป็นปกติ

ข้ายังอยากมองหยาดฝน เปิดหน้าต่างทิ้งไว้เถอะขอรับ”

เจ้านี่นะ”

ท่านพี่เอ่ยเรียกพลางถอนหายใจเบาๆ แล้วจึงผลักหน้าต่างให้แง้มออกเพียงเล็กน้อยเพื่อที่ลมและฝนจะไม่สามารถสาดเข้ามาได้

การกระทำของนางทำให้ข้าไม่พอใจนัก จึงตัดสินใจลุกขึ้นแล้วดันมือของนางออก ก่อนเปิดหน้าต่างออกไปจนสุด ลมระลอกใหญ่พัดเข้ามาพร้อมหยาดฝนสาดใส่ข้าจนร่างเปียกชุ่ม

เยโฮ...!”

พอเถอะท่านพี่!” ข้าดันร่างนางซึ่งจับข้าด้วยความตื่นตกใจเข้าไปด้านใน กายยังคงรับหยาดฝนที่สาดเข้ามา

หากท่านไม่ต้องการแต่งงานก็พูดออกมาสิ! บอกออกมาตรงๆ ว่าท่านมีคนที่ท่านรักและเขาก็รักท่านอยู่แล้ว และท่านจะไม่สนใจน้องชายขี้โรคเช่นข้า พูดออกมาว่าชั่วชีวิตตลอดสิบแปดปีของข้า ข้าเสียสละมามากเกินพอแล้ว พวกเจ้ายังต้องการอะไรจากข้าอีก!”

“...เยโฮ”

นี่ท่านโง่หรือไม่มีหัวคิดกันแน่ แค่คำพูดง่ายๆ เหตุใดถึงเอ่ยออกมาไม่ได้เหมือนเป็นคนบื้อใบ้ ยอมทนทุกข์ใจอยู่เพียงลำพัง การที่ตระกูลของเราตกต่ำเป็นความผิดของท่านหรือ อาการป่วยกระเสาะกระแสะของข้าเป็นความผิดของท่านหรืออย่างไร หากข้าทนไม่ไหวจนตาย เช่นนั้นใครๆ จะตราหน้าว่าเป็นความผิดของท่านหรือ

“...อากาศเย็นนัก เจ้าเองก็เปียกไปหมดแล้ว ถ้าหากเจ้าป่วยขึ้นมาท่านแม่จะโกรธเอาได้นะ”

ข้ากัดฟันเอ่ยกับท่านพี่ที่เอาแต่เป็นห่วงข้าด้วยน้ำตาไหลรินอาบหน้า “ใครจะยอมป่วยกันเล่า หากข้าต้องนอนซมเพราะป่วยจริงๆ ข้ายอมชิงตายเสียดีกว่า”

เยโฮ!”

เมื่อวานคนรักของท่านมาที่นี่ เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยขอให้ข้ายกพี่ให้ เขาเอาแต่ยิ้ม ไม่ยอมเอ่ยถึงเรื่องอื่นใดนอกจากเป็นห่วงกังวลเรื่องของข้า...ท่านทั้งสองช่างเหมือนกันไม่มีผิด ท่านรู้หรือไม่ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาบวมยิ่งนัก เขาอยากพบท่านแต่ไม่ยอมเอ่ยถึงท่านสักคำ สุดท้ายก็กลับไปทั้งอย่างนั้น ข้าได้แต่เกลียดตัวเอง เอียนกับการเห็นดวงหน้าเศร้าสร้อยอมทุกข์ของท่าน ชิงชังท่านแม่ที่มองข้าแล้วไปรบเร้าเอากับท่านว่าเมื่อใดข้าจะหาย...ท่านพี่ ท่านโปรดหนีไปเถิด หนีไปกับคนรักของท่าน...”

เมื่อข้าพูดด้วยน้ำเสียงวิงวอน ท่านพี่ก็กัดริมฝีปากแน่นพลางส่ายศีรษะ

ทำไมกัน! ทำไมถึงโง่งมเช่นนี้! ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ต้องการ!”

“...เราให้สัญญาไว้แล้ว หากข้าไปอาณาจักรเหนือแทนองค์หญิงซูยอง ครอบครัวของเราจะได้รับข้าวสารหนึ่งพันกระสอบ และจะมีเงินเพียงพอสำหรับค่ายาของเจ้า ท่านแม่เองก็จะได้ไม่ลำบาก...”

ครั้นได้ยินท้ายประโยค ข้าก็ส่งเสียงดังออกมาทันที

ใยท่านต้องห่วงเรื่องค่ายารักษาของข้า หรือต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่ของท่านแม่ นางไม่ได้ลำบากจริงเสียหน่อย ท่านต่างหากที่เสียสละทุกอย่าง ท่านจะโง่เขลาและหัวอ่อนไปถึงเมื่อไร”

แล้วจะให้ข้าทำเช่นไร” เสียงผะแผ่วราวกับจะร้องไห้เจือด้วยความสิ้นหวังทำให้ข้ายิ่งเจ็บปวดใจ “ข้าควรทำเช่นไรเล่า เยโฮ”

ข้าขยับกายเข้าไปใกล้นาง ก้มตัวลงเล็กน้อยให้เทียมเท่าความสูงของนางเพื่อที่จะได้มองเห็นดวงตาสวยสีดำขลับซึ่งกำลังจ้องมองกลับมาชัดๆ เมื่อข้ายกมือขึ้นลูบซีกแก้มนวล ท่านพี่พลันหลับตาพริ้มก่อนแนบใบหน้าลงกับมือขาวซีดราวกิ่งไม้ของข้า

ข้าจะช่วยพูดท่านให้เอง ท่านเลิกกังวลแล้วตามคนรักของท่านไปเถิด”

“...เยโฮ”

มิใช่เรื่องใหญ่อันใดมิใช่หรือ รักษาสัญญาไม่ได้แล้วอย่างไร ลูกหลานห่างๆ ของเชื้อพระวงศ์มีท่านพี่คนเดียวหรือ ท่านถูกเลือกเพราะท่านงดงามกว่าองค์หญิงซูยองที่ได้รับความโปรดปรานจากพระบิดาอย่างนั้นหรือ เชื้อพระวงศ์ห่างๆ ที่ตกอับและอยู่อย่างยากจนข้นแค้น ใช่ว่าจะไม่มีคนอื่นนอกจากท่านพี่เสียหน่อย ถึงท่านพี่จะหนีไป เหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงก็คงมิได้เสียดายท่านแม้แต่นิดเดียว”

แล้วเจ้ากับท่านแม่...”

ท่านแม่เองก็ถึงเวลาที่ต้องตกระกำลำบากบ้างเสียที ส่วนข้า...ระยะนี้อาการของข้าก็ดีขึ้นมากแล้ว เพราะฉะนั้นท่านตามคนรักของท่านไปเถิด ลอบหนีไปเสียอย่าให้ท่านแม่รู้จนเกิดเรื่องยุ่งยาก พรุ่งนี้คนรักของท่านจะออกจากเมืองหลวงเพื่อทำการค้า เขาจึงรอเพื่อหวังจะได้พบท่านอีกสักครั้ง ท่านจงรีบเก็บข้าวของแล้วไปเสีย”

แต่...พรุ่งนี้เป็นวันที่ข้าต้องเข้าวัง”

ข้าจะจัดการทุกอย่างเอง ท่านคิดว่าข้าดูเป็นน้องชายที่พึ่งพาไม่ได้ขนาดนั้นเชียวหรือ” เมื่อข้ายิ้ม ท่านพี่เองก็แย้มยิ้มน้อยๆ ด้วยเช่นกัน



กรี๊ด!!!”

เสียงกรีดร้องดังขึ้นเสียดแทงแก้วหูผู้ได้ยิน ของใช้ในห้องนอนของท่านพี่ถูกขว้างใส่ผนังจนพังยับเยิน และมารดาของข้าคือผู้ที่กำลังคลุ้มคลั่ง ยามนี้นางแทบไม่สนใจแล้วว่าใบหน้าที่ประทินโฉมไว้อย่างงดงามจะดูร้ายกาจเพียงใด หรือมวยผมที่เกล้าไว้อย่างประณีตจะยุ่งเหยิงเพียงไหน ถึงกระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความงามของท่านแม่ยังคงงามสะพรั่ง ไร้ซึ่งริ้วรอยใดๆ แม้อายุของนางจวนจะสี่สิบปีแล้ว

หลังจากที่มารดาของท่านพี่สิ้นลมด้วยโรคประจำตัว อนุภรรยาซึ่งเคยเป็นหญิงคณิกาก็เข้ามาเป็นใหญ่ในตระกูล นางให้กำเนิดบุตรชายร่างกายอ่อนแอด้วยโรคปอดคนหนึ่ง แม้บุตรคนนี้จะเจ็บออดๆ แอดๆ แต่อย่างไรก็ถือเป็บุตรชาย นางจึงสามารถวางอำนาจใหญ่โต ปฏิบัติกับท่านพี่ผู้หัวอ่อนราวแม่เลี้ยงใจร้ายเรื่อยมา

ฮเย3! นางเด็กแพศยา!”

ข้าอดกลั้นไม่ให้เผลอยิ้มเยาะท่านแม่ที่เริ่มประสาทเสีย นางเอาแต่บริภาษคำหยาบคายไม่หยุด

การหนีไปคือการหลีกเลี่ยงที่จะเป็นหญิงแพศยาขอรับท่านแม่ การทิ้งคนรักและขายร่างกายของตนเองเพื่อแลกเงินตราต่างหากที่ควรจะเรียกว่าหญิงแพศยามิใช่หรือขอรับ”

เยโฮ!”

ข้าจะกราบทูลฝ่าบาทเองว่าท่านพี่หน้าตาอัปลักษณ์ อีกทั้งกิริยามารยาทยังไม่งดงาม เราไม่สามารถส่งนางไปยังอาณาจักรเหนือได้ ดังนั้นจึงต้องการขออภัยโทษที่ทำให้พระองค์ระคายพระทัย”

ข้าขยับผ้าคลุมไหล่ให้เข้าที่ ก่อนหันหลังหมายจะปลีกตัวออกมา หากแต่ท่านแม่กลับร้องเสียงสั่นพร่า พร้อมกับคว้าตัวข้าเอาไว้

ไม่ได้!”

ความหวาดกลัวที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงทำให้ใจข้ากระตุกวูบ มิรู้ว่าท่านแม่ผู้ไร้หัวคิดจะกระทำสิ่งโง่เขลาใดลงไปบ้าง ข้าค่อยๆ หันกลับมาและจ้องมองริมฝีปากแดงสดของนางนิ่ง

ข้าวสาร...หนึ่งพันกระสอบที่ได้มาหมดไปครึ่งหนึ่งแล้ว”

ครึ่งหนึ่งเชียวหรือขอรับ! แล้วครึ่งหนึ่งที่ว่าหายไปอยู่ที่ไหน!” เมื่อข้าเค้นเสียงถาม ท่านแม่กลับอ้ำอึ้ง เท้าพลางก้าวถอยหลัง ข้าจึงได้แต่เหยียดริมฝีปากหยัน “เอาไปใช้หนี้พนันในบ่อนสินะขอรับ”

เจ้า...”

อ้อ มิน่าเล่า พักนี้ท่านถึงได้สงบเสงี่ยมนัก ที่แท้ท่านก็คิดจะใช้ข้าวสารหนึ่งพันกระสอบที่ได้จากการขายท่านพี่ไปใช้หนี้พนันใช่หรือไม่”

ทำอย่างไรดีเล่าเยโฮ เกี้ยวที่มารับนางกำลังจะมาถึงอยู่แล้ว เราต้องจับนางเด็กตัวดีนั่นกลับมาก่อนที่เกี้ยวจะมาถึงให้ได้ เจ้ารู้ว่าฮเยอยู่ที่ไหนใช่หรือไม่”

มุมปากหยัดยกให้กับคำอ้อนวอนของท่านแม่ คนน่าชังที่ไม่รู้จักคิดหน้าคิดหลัง เพราะข้ามีมารดาเช่นนาง ข้าถึงได้เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ มาตลอดตั้งแต่เกิด เห็นบุตรชายร่างกายอ่อนแอป่วยไข้อยู่ทุกวันอีกทั้งยังไร้ความสามารถเช่นนี้ นางก็ยังไม่สำนึกในความผิดของตนสักนิด

ท่านกลัวตายอย่างนั้นหรือ”

เจ้า...”

ทิ้งข้าวสารที่เหลือไว้ แล้วจากไปแต่ตัวเถิดท่านแม่”

เยโฮ...”

ข้าอาจจะลงมือฆ่าท่านแล้วตายตามไปด้วยก็ได้ ท่านรีบไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ”

นี่มัน...อะไรกัน”

แม้ข้าจะอ่อนแอจนแม้แต่ดาบเล่มเดียวยังยกไม่ไหว หากข้าก็สามารถกลายเป็นคนอกตัญญูที่ลงมือปลิดชีพมารดาของตนเองได้ สาเหตุที่ข้ายังไม่ลงมือในตอนนี้ เพราะอย่างไรท่านก็เป็นมารดาของข้า ไม่ว่าข้าจะรักหรือชังท่าน ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ให้กำเนิด ข้าจะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นความผิดของท่าน...ท่านโปรดจากไปเสียเถอะ”

เยโฮ...”

ข้าไม่มีความสามารถพอที่จะจับท่านพี่กลับมาได้ และไม่ปรารถนาที่จะทำเช่นนั้น เพราะข้าไม่อยากทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์เพื่อตอบสนองความโลภของท่าน สตรีอ่อนแอเช่นท่านพี่ หากต้องไปยังอาณาจักรเหนือที่แสนป่าเถื่อนโหดร้าย ไม่วายต้องจมอยู่กับน้ำตาและทุกข์ระทมจนตรอมใจตาย ข้าไม่ต้องการให้นางกลับมาเพื่อรักษาชีวิตพวกเรา ท่านโปรดรู้ไว้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะท่านคนเดียว ข้าให้ท่านพี่หนีไปเพราะฝ่าบาททรงอาจไม่ลงอาญาหากเราคืนข้าวสารพันกระสอบและขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ท่านกลับทำให้ความผิดบานปลาย กลายเป็นโทษหนักเพราะหลอกลวงเบื้องสูงต้องประหารด้วยการแยกร่าง”

“...”

ข้าให้ท่านหนีไปเพราะเวทนาที่ท่านกลัวความตายถึงเพียงนี้ หากไม่หนี ท่านคงต้องตายด้วยน้ำมือของข้าเอง”

ใบหน้าของท่านแม่ซีดเผือดเมื่อข้าเอ่ยจบ นางคงจะรู้ว่าทุกคำที่ข้ากล่าวออกมาเป็นความจริง ถึงได้เร่งรีบออกไปจากห้องในทันที

ข้ามองแผ่นหลังของนางแล้วยิ้มเยาะอีกครั้ง แม้จะบอกให้จากไปแต่ตัว ทว่านางก็ยังขนเครื่องประดับที่แอบซุกซ่อนเอาไว้ติดไปด้วย ท่านพี่ลำบากสายตัวแทบขาดเพื่อหาค่ายามารักษาข้า ขณะที่ท่านแม่กลับนิ่งเฉย ง่วนอยู่กับการแต่งกายและประทินโฉม ซ้ำร้ายยังลักขโมยเงินค่ายาของข้าไปผลาญในบ่อน กระนั้นนางก็ยังสามารถเก็บเครื่องประดับส่วนตัวเอาไว้ได้ ถือว่านางเก่งกาจไม่เบา

ข้าหันกลับมาเผชิญสภาพห้องที่เละเทะด้วยฝีมือของท่านแม่ มองไปด้านหนึ่ง สายตาก็พลันเห็นชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์แขวนไว้อย่างเรียบร้อย พร้อมผ้าไหมคลุมหน้าเนื้อบาง

มือดึงผ้าคลุมสีฟ้าลงจากไหล่เงียบๆ ปัดเส้นผมที่แก้มัดแล้วไปด้านหลัง ก่อนลงมือดึงผ้ารัดเอวและถอดเสื้อนอกออก ครั้นผิวกายสัมผัสกับอากาศเยียบเย็น ข้าก็ไอโขลกไม่หยุด จึงจำต้องปรับลมหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยถอดกางเกงออกตาม

เรียวขาผ่ายผอมราวไม้ไผ่แห้งทั้งสองข้างสวมใส่ประโปรงซับในหลายชั้นทับกางเกงชั้นใน จากนั้นก็ตามด้วยการสวมกระโปรงพิธี ผูกปมใต้อกและสวมชอโกรี4สำหรับพิธีแต่งงานทับ หลังจากนั้นก็คาดเข็มขัดนึงนา5สีขาวทับชอโกรีซึ่งคลุมยาวไปถึงหนึ่งส่วนสามของกระโปรง ตามด้วยกระโปรงยาวตัวนอกซึ่งทำจากนึงนาอีกที สุดท้ายเมื่อสวมผ้าไหมคลุมหน้าลงบนเส้นผมซึ่งทิ้งตัวเหยียดยาว ข้าก็มองดูคล้ายหญิงสาวอยู่ไม่น้อย

นับว่าโชคดีที่ข้าล้มป่วยอยู่บ่อยๆ ร่างกายจึงไม่แข็งแรงบึกบึนเช่นชายชาตรีทั่วไป ข้าจึงสวมใส่ชุดแต่งงานที่ตัดมาเพื่อสตรีร่างบอบบางเช่นท่านพี่ได้ ข้าสำรวจตนเองในกระจก แล้วพบว่าผ้าคลุมหน้าสองชั้นทำให้มองเห็นรูปร่างหน้าตาไม่ชัดเจนนัก เท่านี้ก็คงพอจะตบตาไปได้จนกว่าจะเดินทางถึงอาณาจักรเหนือที่ว่ากันว่าท่านพี่ต้องไปถวายตัวเป็นสนมของจักรพรรดิชรา

หากโชคดี ท่านพี่และคนรักคงจะหนีไปได้ไกลและสร้างครอบครัวด้วยกัน ส่วนท่านแม่ที่หอบเอาทรัพย์สินกับเครื่องประดับไป ก็คงจะสามารถล่อลวงหรือแต่งงานกับบุรุษโชคร้ายสักคน ถึงตอนนั้น แม้ว่าข้าจะตายตกไปเพียงลำพังก็คงไม่มีผู้ใดต้องมาร่ำไห้เสียใจแล้ว

เมื่อได้ยินเสียงคนดังมาจากหน้าประตูใหญ่ ข้าจึงก้าวขาออกจากห้องไปอย่างเงียบงัน


1 ฝนไล่ช้าง หรือ ฝนเม็ดใหญ่ที่ตกลงมาอย่างหนักเพียงครู่เดียวแล้วหยุด

2 ดอกแมกโนเลีย

3 ชื่อพี่สาวของเยโฮ

4 เสื้อชั้นนอก

5 ผ้าไหมเนื้อหนาและผ้าไหมเนื้อบาง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

35 ความคิดเห็น

  1. #30 noonafy (@noonafy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 16:49
    ขอเริ่มด้วยคำว่า อะไรจะทับศัพท์ขนาดเน้!! นอกจากนี้พออ่าน ๆ ดูภาษาการแปลยังดูแปลกๆ อยู่นะคะ จะมีการเกลาอยู่ใช่ไหมคะ?
    #30
    0
  2. #29 ALOHA (@chatriya) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 21:29
    ทับศัพท์จนเราแบบอะไรอะ อย่างฝนไล่ช้าง ก็แปลไทยได้เลยนะ คือบางคำก็ใช้คำไทยได้เลยไหมอะคะ

    อ่านแล้วมันยังแปร่งนิด ๆ
    #29
    0
  3. #26 zonmy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 21:19
    ภาษายังแปลกๆตรงคำเรียกชื่อ

    คำทับศัพท์เป็นอุปสรรคกับการอ่านระดับหนึ่ง
    #26
    0
  4. #3 Pim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 19:57
    คือจำเป็นแค่ไหนที่ต้องทับศัพท์ภาษาเกาหลี อะไรแปลเป็นไทยได้ก็แปลเถอะ

    4 ใน 5 ของคำศัพท์ที่ต้องคอยเลื่อนมาอ่านความหมายมันแทนด้วยคำไทยได้หมด เสียจังหวะการอ่านจริงๆ ต้องคอยเลื่อนลงมาอ่านความหมายเนี่ย
    #3
    3
    • #3-2 YisTheBEST (@fan-yaoi) (จากตอนที่ 1)
      15 สิงหาคม 2560 / 23:53
      เห็นด้วยเลยค่ะ
      #3-2
    • #3-3 MintyBun (@tofhu) (จากตอนที่ 1)
      25 สิงหาคม 2560 / 11:47
      ตอนมันเป็นเล่มมันจะอ่านง่ายกว่านี้เพราะความหมายอยู่ในหน้าเดียวกัน
      #3-3
  5. #2 สุดที่รัก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 16:28
    จะลงให้ทดลองอ่านกี่ตอนน้อออ รอเล่มนะคะ^^
    #2
    0