ตัวฉันกับโลกที่เกิดใหม่

ตอนที่ 5 : CHAPTER 5 II เปิดตัวฮาเร็มคนใหม่ (ตอนพิเศษวันแม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 ส.ค. 61

CHAPTER  5 II เปิดตัวฮาเร็มคนใหม่ (ตอนพิเศษวันแม่)

 

          "สวอร์ทำไหมข้าถึงไม่สามารถเอาความว้าวุ่นในหัวใจออกไปได้กัน"ดวงตาแดงทับทิมของพี่ชายหันมาถามน้องชายที่กำลังฝึกซ้อมดาบอยู่หับเหล่าทหารที่ท่านพ่อเตรียมมาให้

 

          "หืม  ท่านมีอะไรว้าวุ่นใจกันท่านพี่ หรือว่าจะเป็นเรื่ององค์หญิงซาฟิรา~"สวอร์ส่งเสียงงล้อเลียนพี่ชายฝาแฝดนึกสนุก  มือตวัดดาบขึ้นสูงจนทหารฝึกหัดตรงหน้าล้มลงไปกับพื้นคมดาบอยู่เหนือบ่าข้างซ้ายเพียงเล็กน้อยนายทหารฝึกหัดกล่าวเอ่ยยอมแพ้ ชายร่างเล็กกว่ายื่นมือมาให้ทหารหนุ่มเพื่อช่วยพยุงให้ยื่นขึ้นแล้วตบหลังเบาๆ

 

          "ขอบคุณสำหรับการสอน!!  ท่านครอร์ส"ทหารฝึกหักหนุ่มโค้งตัวขอบคุณแล้ววิ่งออกไปด้านข้าง

 

          "เจ้า!! ทำไหมต้องเอาเรื่ององค์หญิงมาพูดกัน"ใบหน้าของครอร์สชะงักนิ่งหันมาตวาดใส่น้องชายแต่กลับโดนอีกฝ่ายหัวเราะขบขันเดินมานั่งลงข้างๆ

 

          สวอร์ส่ายหน้ากับท่าทีพี่ชายหยิบผ้าเช็ดหน้ามาจากเมดสาว "ท่านพี่ทำไหมถึงโมโหขนาดนั้นกัน"

 

          "องค์หญิงมีพระชนอายุเพียงแค่ 7 พรรษาแต่กลับชาญฉลาดกว่าพวกเราที่มีอายุมากกว่าตั้ง 5 ปีมีความน่ายำเกรงยิ่งกว่าองค์ชายเฮลตันอีกแล้วยังมีความงดงา-- ไม่ๆ ความร้ายกาจขององค์หญิงน่ากลัวมากขนาดไหนข้ารู้ดี"ครอร์สแค่นยิ้มไร้อารมณ์เมื่อย้อนกับไปมองดูเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดไปสองวันที่แล้วที่ได้ไปเยี่ยมเยือน(โดนสั่ง)องค์หญิง

 

          "ท่านพี่ท่านกลัวองค์หญิงซาฟิรา??"

 

          "หรือเจ้าไม่กลัว"

 

          "องค์หญิงซาฟิราออกจะน่ารักแม้บางครั้งจะดูน่ากลัวไปบ้างแต่องค์หญิงก็เป็นเพียงเด็ก  ท่านไม่สังเกตุองค์หญิงเมื่ออยู่กับองค์ชายเฮลตันบ้างเลยหรือ"

 

          "ข้ารู้แต่องค์หญิงก็น่ากลัวอยู่ดีสำหรับข้าแล้วยิ่งใบหน้าของนางด้วยแล้ว"คำพูดสุดท้ายเริ่มเผ่าเบาลงเรื่อยๆ

 

          สิ่งนั้นตัวเขาก็เห็นด้วย

 

          "นายน้อยครอ์ส  นายน้อยสวอร์มีจดหมายจากองค์หญิงมาถึงเจ้าค่ะ"สาวรับใช้ตรงหน้าโค้งตัวและยื่นถาดที่มีจดหมายสีขาวบริสุทธิ์ประดับลายดอกพิมโรสของทางราชวงศ์ตราประทับสีแดงตรงกลางเป็นนกฟินิกซ์ จะมีตราประทับของผู้ส่งในคนราชวงศ์ขององค์ชายคือดอกไรอา*  ขององค์หญิงซาฟิราคือดอกทาซี่*

 

          "ท่านพี่องค์หญิงเขียนว่าอย่างไรบ้าง" เมื่ออ่านจบพี่ชายฝาแฝดส่งจดหมายมาให้ตัวเขาอ่าน

 


 

 

          'ถึงบุตรคนรองตระกูลวิสตัล 

          ตัวข้าองค์หญิงลำดับที่หนึ่งแห่งราชวงศ์อาสดาร์ค ซาฟิรา รัซ คาโครเทียร์ จดหมายฉบับนี้ขอเชิญชวนบุตรชายคนรองของท่านแม่ทัพฟรานโก้  ครอร์ส วิสตัล และ สวอร์ วิสตัล มาร่วมงานเลี้ยงน้ำชาในอีกสองวัน ช่วงเวลานัดหมายคือช่วงพลบค่ำยามค่ำคืนดวงจันทร์ทอดแสงลงสู่พื้นน้ำแผ่นดินทรายแทรกเรียบกลายปีศาจตัวใหญ่ร่ำเพรียกเรียกหา 

 

องค์หญิงลำกับที่หนึ่ง    
     ซาฟิรา รัซ คาโครเทียร์ '

 

          "ท่านพี่ช่วงเวลานัดหมายนี้มัน??"

 

          "ไม่รู้ด้วยแล้ว!! คราวนี้องค์หญิงคิดจะทำอะไรก็คิดไม่ออกแล้ว" ตัวเขาที่พึ่งจะเคยเห็นพี่ชายทำสีหน้าโมโหขนาดนี้เป็นครั้งแรกคิ้วเรียวหมวดเข้าหากันมือเท้าคางลงบนโต๊ะดวงตาสีทับทิมของพี่ชายเจือไปด้วยแววขุ่นมัว

 

          "น่าๆ  พี่ชายบางองค์หญิงคิดอะไรข้าก็ไม่รู้หรอกแต่นางคงจะไม่ทำอะไรแบบคราวที่แล้ว  ล่ะมั่ง"สวอร์ยื่นจดหมายให้เมดสาวคนเดิม ไปเก็บแล้วหันมาคุยกับพี่ชายต่อ

 

          ปากของคนเป็นพี่บ่นขยุบขยิบพึมพัมถึงองค์หญิงซาฟิรา "ขนาดเจ้ายังไม่แน่ใจเลย ข้าคิดออกแล้วถ้าวันนัดหมายมาถึงข้าจะป่วยทันที"

 

          "ท่านพี่  ท่านคิดดีแล้วหรือตลอดมาท่านไม่เคยเป็นป่วยแล้วมาป่วยวันที่องค์หญิงนัดหมายคิดว่าองค์หญิงซาฟิราจะปล่อยท่านพี่ไปง่ายเหรอ"สวอร์ยื่นมือหยิบขนมโยนเข้าปากเลื่อนจานขนมไปทางฝั่งพี่ชายเพื่อแบ่งปันอีกฝ่าย

 

          "นายน้อยคุณหนูเกลนนิส รูเบตต้า  มาขอพบเจ้าค่ะ"

 

          "หืม  เกลนนิสมาหาพวกเราทำไหมกันเหรอท่านพี่"

 

          "ให้นางเข้ามา  พอดีพี่เป็นคนนัดหมายคุณเกลนนิสไว้เองนั้นแหละ พอดีจะคุยเรื่องงานสภาที่โรงเรียนหน่อย"ฝ่ายน้องชายหยักหน้ารับรู้ เพียงไม่นานร่างเล็กของลูกสาวเสนาบดีขุนนางฝ่ายขวาที่เป็นถึงคู่หมั้นขององค์ชายเฮลตันเดินมาด้วยชุดสีส้มฟูฟ่องเส้นผมสีแดงตัดกับชุดพอดิบพอดีนัยน์ตาสีเปลือกไม้หันมามองทั้งสามคนทำความเคารพซึ่งกัน

 

          "เชิญเลยครับคุณเกลนนิส"ครอร์สผายมือให้เกลนนิสนั่งคนรับใช้ชายเดินมาลากเก้าอี้ให้ร่างในชุดสีส้มนั่งลงอย่างเรียบร้อยเพราะถูกอบรมเรื่องมารยาทการเดินมาอย่างดี

 

          "ยินดีที่ได้พบค่ะคุณครอ์ส  คุณสวอร์"

 

          "ทางนี้ก็เช่นกันครับ   ทางข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พวกท่านคุยกันงั้นข้าต้องขอตัวก่อนนะครับท่านพี่  คุณหนูเกลนนิส"สวอร์ที่รู้ตัวว่าตัวเองไม่ใช่สมาชิกสภาและไม่อยากยุ่งเกี่ยวเรื่องแบบนี้จึงขอปลีกตัวออกมาทันที

 

 

 

          "ท่านเฟอร์นาร์ดเชิญทางนี้ขอรับ"

 

          "ไม่ล่ะ เจ้าไปทูลแก่องค์ราชาว่าข้าต้องการเดินชมพระราชวงศ์"

 

          "แต่ว่า--"

 

          "เชิญเลยขอรับเรื่องนี้องค์ราชาทรงอนุญาตแล้ว"ชายอาวุโสวัยชราผู้เป็นหัวหน้ารับใช้ที่มีอายุมากที่สุด   มีอำนาจในพระราชวังไม่น้อย

 

          "ขอบคุณมาก"

 

          "ต้องการคนนำทางหรือไหมครับท่านเฟอร์นาร์ด"

 

          "ไม่"เฟอร์นาร์ดยกมือขึ้นเชิงห้ามแล้วเดินออกๆทางเดินพระราชวังด้านนอกได้ปลูกดอกไม้นานาพันธุ์หลากหลายทั้งหายากและหาได้ทั่วไป

 

          "หืม  ไม่คิดเลยว่าองค์ราชาจาฮาดมีรสนิยามดีมากกว่าที่คิดไว้"ต้นไม้ดอกไม้เล็กน้อยใหญ่ถูกตัดตกแต่งให้อยู่ในระดับพอสายตาไม่ปิดบังต้นอื่นเพื่อให้ได้เชยชมได้หมด บางต้นก็ตัดออกไปมาเล็กน้อยแต่กลับดูสบายตากว่าที่คิด

 

          "ดูสินั้นท่านเฟอร์นาร์ดนี้น่า  ตายแล้ว!ชั่งหล่อเหลาสมคำลำลือจริงๆด้วย"

    

          "เหอะ! ไม่ใช่แค่นั้นท่านเฟอร์นาร์ดสามารถจบหลักสูตรมหาวิทยาลัยซับฟริดได้ตั้งแต่อายุ 16 ปีแล้วยังเป็นลูกศิษย์ของท่านเชตครัช นี้แหละผู้ชายที่เรียกว่าอัจฉริยะชั่งเพอร์เฟคเหลือเกิน กรี๊ด!! ดูสิท่านเฟอร์นาร์ดกำลังเชยชมดอกไม้อยู่" เหล่าสาวรับใช้ทั้งหลายที่เดินผ่านหรือมองเห็นเฟอร์นาร์ดจากที่ไกลๆต่างก็ส่งเสียงร้องกรี๊ดกร๊าดไปมา  คนที่ได้ยินคำชม ยืดอกใบหน้าเชิดตั้งอย่างภูมิใจกับสิ่งที่ได้ยิน 

 

          ในวันนี้ตัวเขามาเหยียบที่พระราชวังอันโออ่าเพราะเมื่อวานได้รับจดหมายจากองค์ราชาโดยตรงเพราะมีทั้งตราประทับราชวงศ์ดอกไม้แทนตัวองค์ราชาจึงไม่สามารถปฎิเสธได้ยากแต่ยังไงก็ตั้งมาเพราะเมื่อวานพอมีรถม้าจากราชวงศ์มาถึงตาเฒ่าแก่ก็รีบตะตูดตัวเขาไล่ให้ไปเก็บของแต่งตัวไปราชวงศ์ตามที่จดหมายเชิญมาถ้าไม่ไปตามคำขอตาเฒ่านั้นคงจะไม่ยอมให้ตัวเขาเข้าไปในบ้านแน่

 

          "โอ้ นั้นมันตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนี่น่าหายกจังเลยที่มาเห็นในที่แบบนี้พอดูใกล้ๆแบบนี้แล้วดูสวยสุดไปเลย"ใต้ตนไม้ที่แผ่ลมเงามวลหมู่ดอกไม้มีตุ๊กตากระเบื้องตัวเล็กคล้ายประมาณเด็กอายุ 6-7 ปีเส้นผมหยักศกสีทองไล่ลงพ้นจากพื้นหญ้าไม่มากชุดฟูฟ่องเป็นคลื่นพลิ้วสีขาวดำแขนขาเรียวเล็กอีกทั้งยังเป็นสีขาวนวลใสเหมือนไข่มุกใต้ท้องทะเลลึกนัยน์สีดำโตแผขนตายาวแขนทั้งสองปล่อยลงขนาบกับลำตัวหลังเชิดขึ้นตั้งตรง

 

          "ใครเป็นคนสร้างกันถึงทำให้ดูเหมือนจริง คิดว่าตัวที่อยู่ในห้องตาแก่ดูสวยมากแล้ว  แต่พอเห็นตัวตุ๊กตาตรงหน้านี้แล้วกลับดูต่างกันลิบลับเลย" ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่อยู่ในบ้านตาแก่มีเส้นผมสีดำนัยน์ตาสีเขียวดูแล้วก็คล้ายตุ๊กตาแตกต่างจากตุ๊กตาตรงหน้าคล้ายจะมีชีวิตและไม่มีชีวิต ดูงดงามจนไม่กล้าล่วงเกิน

 

          "น่าเสียดาย ถ้าเจ้าเป็นมนุษย์ที่สามารถเดินได้เหมือนข้าคงจะงดงามยิ่งกว่าข้ามากนักแต่เพราะเจ้าเป็นเพียงแค่ตุ๊กตา  ดูปากสีชมพูแดงจิ้มลิ้มจนดูน่าลิ้มลองนั่นสิทำให้ข้ารู้สึกอิจฉา ใช่แล้วๆมันชั่งน่าเสียดายเหลือเกิน"มือเรียวจับริมฝีปากที่เผยอมออกมาทั้งกดและใช้ปรายนิ้วหมุนเวียนวนไปมาความรู้สึกที่ได้สัมผัสมันทั้งนุ่มนิ่มจนเผลออดไม่ได้ที่จะเลื่อนไปจับส่วนอื่นตามร่างกายเพื่อทำตามความปรารถนาที่จะรับรู้ความรู้สึกนุ่มคล้ายกับขนมปัง

 

          "ท่านเฟอร์นาร์ด แล้วก็องค์--"ไม่ทันที่จะได้สัมผัสเจ้าตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแสนนุ่มนิ่มก็มีชายหน้าแปลกที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งวิ่งมาหา

 

          "คุณคือ"

 

          "อ่อ! ยินดีที่ได้รู้จักครับผมมาชู พลามเมอร์ หมอประจำตัวองค์หญิงครับ"มาชูแนะนำตัวสายตาเหลือบมององค์หญิงซาฟิราตอนนี้ถึงเวลาตอนเที่ยงที่จะได้รับประทานยาตัวเขาเลยออกมาตามหาองค์หญิงซึ่งก็เดินมาหลายที่จนมาเจอใต้ต้นมิฟชิน* องค์หญิงซาฟิรามักจะมานั่งดื่มชาประจำแต่วันนี้ที่แปลกไปคือได้พบกับท่านเฟอร์นาร์ดที่ได้ยินมาว่าโดนองค์ราชาจาฮาดเรียกตัวมายื่นมือไปลืบไล่ไปที่แขนหัวไหล่   ใบหน้า วนเวียนไปมาตามร่างกายด้วยสีหน้าคลั่งไคล้คล้ายจะไม่สมประกอบแต่พอได้ยินเขาเรียกชื่ออีกฝ่ายก็กลับมาแสดงใบหน้านิ่งเฉย

 

          เฟอร์นาร์ดโค้งทำความเคารพตอบ "ข้าเฟอร์นาร์ด ทิงคอลมาตามคำเชิญขององค์ราชาจาฮาดยินที่ได้รู้จักแพทย์หนุ่มที่สามารถจบหลักสูตรการเรียนแพทย์ได้แต่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาตร์อีกทั้งยังสามารถคิดค้นยาและโรคตัวใหม่ได้อีก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นอัจฉริยในยุคนี้

 

          "ถึงเวลาทานยาแล้วเหรอ"องค์หญิงซาฟิราเอ่ยเสียงนุ่มเรียกให้เฟอร์นาร์ดหันไปมองตุ๊กตากระเบื้อเคลือบ

 

          "ไม่ใช่ว่า--"

 

          "ข้ารู้ท่านต้องการพูดอะไร  แต่ข้ามิใช่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบอย่างที่ท่านหวังขออภัยด้วย"

 

          "ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะองค์หญิงซาฟิราตอนนี้ถึงเวลาทานยาแล้ว"เฟอร์นาร์ดหันหน้ามองสลับลระหว่างหมอหนุ่มกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ตัวเขาพึ่งจะลูบไล้อย่างได้อารมณ์มาเมื่อกี้

 

          องค์หญิงซาฟิรา ???

 

          "เอ๋!!!  นี้คือองค์หญิงซาฟิราเหรอ"มาชูพยักหน้าตอบเฟอร์นาร์ดหันหน้ามามองตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแสนน่ารักแต่บัดนี้กลายเป็นองค์หญิงซาฟิรา ตัวเขาก็เคยได้ยินคำร่ำลือมาบ้างว่าองค์หญิงมีรูปกายงดงามดุจเทพธิดามาเกิดแต่ตัวเขากลับมั่นใจว่าใบหน้าของตนเองงดงามที่สุดแม้จะเป็นองค์หญิงหรือใครที่ไหนก็หาจะได้เปรียบเทียบเคียง

 

          "เอ่อ  ใช่ๆแล้วตอนนี้ถึงเวลาที่องค์ราชาเรียกพบแล้วข้าต้องขอตัวก่อนท่านหมอ แล้วก็องค์หญิงซาฟิรา"เมื่อพูดจบเฟอร์นาร์ดโค้งตัวปลายเท้าขยับไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วไม่เหลียงหลังกลับมามองทางข้างหน้าคือกรงขังทาตัน สุขันแสนน่ารักขององค์หญิงซาฟิรา

 

          ซาฟิรายกมือขึ้นเรียกสาวใช้ประจำตัว "ริน่าเรียกใครก็ไปนำทางให้ท่านเฟอร์นาร์ด" ริน่าโค้งคำนับตอบรับหันไปเรียกสาวใช้อีกคน เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงกรี๊ดแหลงเล็กน้อยจากทางเดินไปยังกรงขังของทาตันตามมาด้วยเสียงดังตุบตับ และเสียงคล้ายกับมีบางอย่างตกแตกดังเพล้ง!

 

          "ฮะ ฮะ ข้าอดหัวเราะไม่ได้แล้วมาชู"หมอหนุ่มได้แต่ส่ายหน้ากับองค์หญิงซาฟิรา

 

          ตัวข้าที่อายุมากแล้วมาเจอเด็กน้อยอายุยังไม่มากจบการเรียนหลักสูตรซับฟริดมาได้เป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นอัจฉริยะในยุคนี้   ตอนแรกที่เห็นก็สังเกตุอยู่ว่าเป็นคนแปลกหน้าเดินมาดีๆก็มาเข้ามาลูบตัวตอนแรกก็ทำท่าจะห้ามเห็นอีกฝ่ายทำท่าดีใจที่ได้จับตัวข้าก็พลอยที่จะอดแกล้งไม่ได้

 

          "เข้าข้างในเถอะขอรับตอนนี้อากาศเริ่มจะเย็นแล้ว"

 

*-------------- ตอนพิเศษสำหรับวันแม่------------------*   ผิดตรงไหนก็บอกได้นะค่ะ

 

          "ซาฟิราลูกรักมาดูนี้สิ"

 

          "อะไรเหรอค่ะท่านแม่??"ซาฟิราเด็กน้อยวัย 4 ขวบวิ่งเยาะแหยะมาทางที่ท่านแม่สุดสวยกำลังยืนอยู่

พร้อมกับสุนัขตัวใหญ่เบิ้ม

 

          "นี้มัน"

 

          "ของขวัญวันเกิดสำหรับลูก ชื่นชอบมันหรือไหม"ท่านแม่นั่งลงยองๆเพื่อให้เสมอกับลูกสาวที่น่ารักในตอนแรกที่ตัดสินใจจะไปประมูลอัญมณีแสนสวยมาแต่ไม่รู้อะไรมาดลใจให้เธอเลือกซื้อสัตว์ประหลาดตัวใหญ่เดินสี่ขามาให้ของขวัญในวันเกิด จาฮาดที่มาเห็นของขวัญก็ตกอกตกใจขนาดที่สั่งทหารมาสังหารมันแต่รู้วามจริงก็อดทึ่งกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

          ลูกของข้าจะชอบมันหรือไหม

 

          "ทะ   ท่านแม่สุดยอดไปเลย!!  ข้าชอบมันมากเลยเพคะ"เด็กน้อยกระโดดกอดผู้เป็นแม่

 

          องค์หญิงควีน่าคลี่ยิ้มกว้าง "ดีใจจังเลยที่เจ้าชอบตั้งชื่อให้มันสิ"ใบหน้ากลมทำท่าครุ่นคิดเพียงเล็กน้อยก็ทำตาประกายวิบวับเหมือนจะเลือกชื่อที่ถูกใจได้

 

          "ทาตัน  มันชื่อทาตันเพคะท่านแม่"องค์หญิงน้อยตั้งชื่อให้สุนัจตัวใหญ่เสร็จก็วิ่งเข้าไปกอดขนนุ่มนิ่มมันใช้ลิ้นเลียข้างแก้มเด็กน้อยก็กระโดดหลบไปด้านข้าง เจ้าปีศาจสี่ขาไม่ยอมก็หมุนเวียนจะเลียองค์หญิงตัวน้อยให้ได้ สุดท้ายก็กลายเป็นการเล่นวิ่งไล่จับ

 

          "ไม่นะกรี๊ดดด ท่านแม่ ฮะ  ฮะ ไม่ทาตันจะมาจับหนูแล้ว"ซาฟิราวิ่งมาเกาะชายประโปรงยาวสีฟ้าอ่อนของท่านแม่  องค์ราชีนียกตัวลูกของตนเองขึ้นมานั่งบนตักเพียงจุ๊บแก้มกลมดิกของลูกสาวก็ปล่อยให้ลูกสาวของตัวเองไปวิ่งเล่นต่อ

 

          เมื่อเห็นลูกสาววิ่งไปไกลใบหน้าขององค์ราชีนีก็เริ่มเศร้าหมองลง ความคิดตกลงในห้องความทรงจำ

 

          ตัวข้าคือองค์ราชีนีแห่งอาสดาร์คนามของข้าคือ ควีน่า รัซ คาโครเทียน์ ตัวข้ามาจากอาณาจักรเพื่อนบ้านของอาสดาร์คอยู่ฝั่งทางตอนเหนือซึ่งเป็นพันธมิตรมายาวนาน  ตัวข้าในตอนเด็กได้ไปเล่นที่หอคอยที่จุดแบ่งแยกอาณาจักรได้พบเจอกับ จาฮาดลูกชายคนที่สามของอาณาจักรอาสดาร์คครั้งแรกที่ได้พบตัวข้าก็หลงรักจาฮาด ตัวเขาก็หลงรักข้าเช่นกัน ข้าและเขาได้ให้สัญญากันไว้ จาฮาดจะเป็นราชาที่ยิ่งใหญ่ของอาสดาร์คส่วนตัวข้าจะเป็นราชีนีที่เคียงคู่กายพวกเราจะเดินเคียงข้างและมีลูกด้วยกัน แต่ความฝันในตอนนั้นก็เกือบจะสิ้นล่มหลายครั้ง จาฮาดโดนพี่ชายแท้ๆลอบสังหารเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแต่โดนท่านพ่อของข้าอาณาจักรไพรมัส ช่วยไว้และคำมั่นสัญญาคู่หมั้นของพวกเราเลยทำให้ท่านพ่อต้องออกหน้า พี่ชายของจาฮาดได้ถูกสั่งให้ประหารชีวิตตัวจาฮาดเลยได้ขึ้นครองราชเป็นองค์ราชาส่วนข้าก็ไดแต่งเข้ามาความฝันของพวกเราก็ใกล้จะเป็นจริง  เพียงไม่กี่วันหลังจากแต่งงานตัวข้าได้รู้เรื่องจากท่านหมอหลวงว่าข้าไม่สามารถมีลูกได้เพราะดูเหมือนพลังเวทในร่างกายจะมีมากเกิน  ส่วนองค์ราชาก็ยังมีพลังธาตุหลายชนิดซึ่งก็มีพลังธาตุหายากอีกด้วย ตัวข้าในตอนนั้นได้สิ้นหวังเหล่าผู้คนหวังจะให้ข้าตั้งครรภ์ ตัวข้าและจาฮาดพยายามอย่างยิ่งยวดใช้เวลาหนึ่งปีขัดสรรหายา สมุนไพร สิ่งที่สามารถช่วยในการตั้งครรภ์ก็ไม่สามารถช่วยได้   หลังจากนั้นข้าและจาฮาดได้ตัดสินใจคัดเลือกหาบุตรสาวที่สามารถให้กำเนิดเด็กได้คนที่ข้าและจาฮาดได้เลือกคือ

 

          บุตรสาวคนโตของดยุคเฟรดดิช และดัชเชสไซเรีย ที่เป็นคนสนิทของจาฮาด

 

          นางมีชื่อ ฟีเรีย ใบหน้าเรียวยาวจมูกสันเรียวยาวรับกับดวงตากลมโตใสกระจ่างสีมรกต เส้นผมสีฟ้าปล่อยยาวลงกลางหลังผิวสีขาวละเอียด ในตอนนั้นตัวข้าก็ได้พบหญิงสาวคนแรกที่สามารถเทียบเคียงความสวยงามกับข้าได้ ฟีเรีย นางเป็นคนนิสัยดีมากกว่าที่ข้าคิดเงียบ อ่อนโยนถ่อมตัวไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นท่าไม่มีใครนำความเดือดร้อนมาให้นาง นางรับรู้ถึงฐานะของตนเองมากที่สุดทำให้ข้าอดชื่นชมนิสัยแบบนั้นไม่ได้แต่ก็ใช่ว่าข้าจะไว้ใจนางเพราะตัวข้าถือเป็นองค์ราชีนีการแต่งตั้งพระสนมมาทำให้ข้าเกิดความกังวลใจในตัวจาฮาด  เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปีกว่าฟีเรียสามารถให้กำเนิดลูกได้และยังเป็นบุตรชายอีกด้วย

 

          ในตอนนั้นตัวข้าก็เริ่มเกิดความหวาดกลัว

 

          ใช่แล้ว!  เพราะตัวข้าไม่สามารถให้เกิดลูกได้ ต่างจากฟีเรียที่สามารถให้กำเนิดเด็กและยังเป็นผู้ชายอีกด้วย จาฮาดให้ความรักแก่เฮลตันบุตรชายของฟีเรียมากสอนการร่ำเรียนเรียกครูที่เก่งกาจมารำสอน ตัวข้าใช่เวลาสั่งเกตุการกระทำทุกอย่างของสองแม่ลูกคู่นั้น บุตรสาวของดยุคเฟรดดิชไม่เคยใช่อำนาจนางอยู่แต่ในห้องของตัวเองสำสอนเลี้ยงลูกคล้ายกับประชาชนผู้เป็นทั่วไป  ไม่เคยคิดจะแย่งอำนาจไปจากข้า เฮลตันบุตรชายของนางก็เป็นเด็กดีเชื่อฟังแม้บางครั้งจะดื้อรั้นไปเสียบ้างแต่ก็หาใช่ผิดแปลกอะไร  ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นานเท่าไหร่ตัวข้าก็ยิ่งหวาดกลัวกับความเฉยชาของเวลาและความรักที่ข้าเริ่มมีให้ลูกของนาง

 

          และข้าก็ได้เริ่มที่จะยอมแพ้ในการให้กำเนิดเด็ก  ภายใต้ท้องฟ้ามืดมิดวันเกิดครบรอบ 2 ขวบขององค์ชายเฮลตันตัวเข้าก็ปลีกตัวออกมาจากทันที เพราะมักจะมีขุนนางหลายคนที่จะเสียดสีดูถูกข้าเรื่องการให้กำเนิดบุตร บาคนก็เริ่มที่จะแยกจากฝั่งของข้าหันไปสนับสนุนและยินดีกับลูกของฟีเรียยามเห็นจาฮาดเดินเข้านั่งอยู่ข้างฟีเรียและบุตรชายส่งเสียงหัวเราะเริงร่าพูดคุยกับเหล่าขุนนางและแขกที่มาร่วมงานทั้งหลายทำให้ข้ารู้สึกปวดอกข้างซ้าย เจ็บปวดมากเมื่อได้เห็นการพูดคุยสนุกสนาน

 

          'ควีน่าเจ้าเป็นอะไร'

 

          'ข้าขอโทษ  ฮึก ฮึก ฮืออ !! ตัวข้าไม่สามารถให้กำเนิดบุตรของพวกเราได้"

 

          'ชู่ว์ เงียบซะคนดีของข้าไม่เป็นไรไม่ต้องร้องข้ารอได้เสมอ ข้าเชื่อว่ามันต้องมีปาฎิหาริย์เกิดขึ้นเชื่อข้าสิ ดูนั้นเห็นดาวตกนั้นหรือไหมเรามาอธิษฐานขอพรกันเถอะ'

 

          'ฮึก  เข้าใจแล้วคะ"

 

          ถ้าพระเจ้ามีจริงข้าขอให้ข้าได้ให้กำเนิดบุตรสักคน ตัวข้าขอเพียงแค่นั้นพระเจ้าค่ะ นี้เป็นเพียงคำขอแก่หญิงสาวผู้หนึ่งที่น่าสงสารเช่นข้า ช่วยทำให้ความปราถนาของข้าเป็นจริงด้วยเถอะค่ะ

 

          เพียงวันเวลาผ่านไปสองเดือนตัวข้าเริ่มมีอาการคลื่นไส้อาเจียนบ่อยครั้ง  เมื่อทานข้าวอยากกินของเปรี้ยว   อารมณ์แปรปรวนเฉียบพลันประเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้ายเสียจนจาฮาดรู้สึกหวั่นเกรงเร่งรีบตามหมอหลวงมาตรวจโดยพลัน ตัวข้าเมื่อได้ยินคำตรวจของหมอก็ได้รู้ว่าข้าได้ให้กำเนิดบุตรสองเดือนแล้ว ในตอนนั้นข้าก็รู้ทันทีว่าคำอธิษฐานของข้าในตอนนั้นได้เป็นจริง จาฮาดเมื่อรับรู้ข่าวทิ้งงานทุกอย่างตรงดิ่งมาหาข้าอ้อนที่จะนอนใกล้มือก็หมุนเวียนอยู่กับท้องน้องของข้าในตอนเช้าก็ไม่ยอมไปทำงานมัวแต่พูดคุยกับเจ้าตัวกลมในท้อง ฟีเรียเมื่อรู้ข่าวก็เข้ามาเยี่ยมพบและเอ่ยความยินดีพร้อมกับของฝากเล็กน้อย องค์ชายเฮลตันเมื่อรู้ว่าตัวเองได้มีน้องก็ดีอกดีใจมาเล่นเป็นเพื่อนข้าอยู่เป็นประจำแต่ก็ต้องโดนแม่ของตนเองเอ็ดเสียทุกครา

 

          ท่ามกลางประจันทร์เต็มดวงเหล่าดวงดาวนับร้อยนับพันลมเย็นพัดสลิววิ่วละว่อนล่อนไปทั่วให้ความรู้สึกเย็น หมอหนุ่มสาวและคนที่เริ่มแก่ต่างวิ่งวุ่นไปมาไม่ต่างจากเหล่าคนรับใช้ในพระราชวังเพราะวันนี้คือวันดีคืนดีของการให้กำเนิดบุตร เวลาล่วงเลยไป 3 ชั่วโมงเลือดที่ไหลออกมาก็ไม่ยอมหยุดตัวข้าคล้ายจะเริ่มหายใจไม่ออกกับความเหนื่อยล้าความเจ็บที่แล่นไปทั่วเหมือนจะชาไปเสียทั้งตัวหมอหลวงใช้เวทมนตร์บางเพื่อช่วยแต่ก็ยังไม่สามารถนำเด็กออกมาได้

 

          'ข้าไม่ไหวแล้ว ข้าเหนื่อย'

 

          'องค์ราชีนีทรงอดทนไว้พ่ะย่ะค่ะอีกเพียงไม่นานท่านต้องอดทนไว้' เหล่าหมอทั้งหลายต่างกล่าวปลอบอ่อนโยน เวลาก็เริ่มผ่านไปอีกชั่วโมงการเสียเลือดมากทำให้ข้าเริ่มที่จะเหนื่อย เปลือกตาใกล้จะปิดลง แม้ข้าอยากจะพักแค่ในแต่ในใจข้าก็ยังมีมั่นตั้งใจสู้เพื่อให้กำเนิดเด็กคนนี้ข้าพยายามจะลืมตาและเบ่งคลอดเด็กออกมามันทั้งเหนื่อยทั้งเจ็บเสียยิ่งกว่าไปออกสนามรบหรือการโดนคุณครูตี  หรือไม่ว่าจะเป็นการที่แข่งขันแพ้  มันเป็นความเจ็บที่อยากจะยอมแพ้แต่ไม่สามารถทำได้

 

          'อดทนได้ดีมากองค์ราชีนีนี้คือของขวัญของเจ้าสำหรับการเป็นแม่ที่ดี' เสียงที่ดังแว้วมาจากที่ไหนก็สามารถรับรู้ได้เป็นน้ำเสียงที่นุ่มอ่อนโยนเหมือนข้ากำลังจะเห็นชายคนหนึ่งที่เส้นผมสีขวบด้านหลังชายผู้นั้นมีปีกสีขาวกว้าใหญ่ เพียงไม่นานเจ้าตัวกลมที่อยู่ในท้องข้าก็ออกมาส่งเสียงร้อง อุแว อุแว น่ารักน่าชั่ง

 

          'ยินดีด้วยค่ะองค์ราชีนี ท่านได้ให้กำเนิดองค์หญิงน้อยเพคะ'

 

          ลูกของข้าคือเด็กสาว ต้องเหมือนข้าแน่นอน

 

          'อ่า!! ลูกพ่อนามของเจ้าคือซาฟิรา ใช่แล้ว! ซาฟิรา รัซ คาโครเทียร์ ลูกสาวของข้า' จาฮาดที่ได้ยินว่าลูกของข้าได้ออกมาแล้วก็วิ่งมาดีใจรับเด็กคนนั้นไว้ในอ้อมแขน ข้าดีใจจนน้ำตาไหลปลื้่มปริ่มความพยายามของของข้ามาหลายปีตอนนี้ข้าสามารถให้กำเนิดบุตรได้แล้ว

 

          บุตรสาวที่ข้าได้ให้กำเนิดเมื่ออายุครบ 3 ขวบนางสามารถจำแผนที่ทาวเดินของราชวัง จำทักษะการเดินการรับประทานอาหารการพูดได้ทั้งหมด เมื่ออายุ 4 ขวบก็สามารถฝึกดาบทักษะการปกครองก็ทำได้ด้วยดีเก่งกาจกว่าเด็กทั่วไปมากนับว่าเป็นอัจฉริยะที่สุดก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีความนิ่งสงบเยือกเย็นมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับข้าและจาฮาดนัยน์ตาสีดำและริมฝีปากเล็กนั้นมากข้า  ส่วนเส้นผมหยักศกสีทองและออร่าความแข็งแกร่งได้มาจากจาฮาด  นางเกิดพร้อมกับความสามารถน่าตาและฐานะที่ดีมาก แต่น่าเสียดายที่บุตรสาวของข้ากลับมีร่างกายที่อ่อนแอมาก ในบางครั้งนางก็หลับไปหลายวัน หรืออาจจะหลับไปหลายเดือน  การหลับของนางหาใช่หลับแบบคนทั่วไปบางครั้งบุตรสาวของข้ากำลังนั่งทานข้าวอยู่ดีก็ล้มลงไป การหายใจของซาฟิราบุตรสาวของข้าจะเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ

 

          อาการในช่วงแรกก็ดีไม่ค่อยมีอะไรมากมายเท่าไหร่ แต่เมื่อซาฟิราบุตรสาวของข้าได้เติบโตขึ้นอาการของนางก็เริ่มจะแย่ลงเรื่อยจนข้าอดกังวลและหดหู่ไม่ได้ แม้จะพยายามคิดในทางที่ดีแต่เมื่อมันเกิดขึ้นตัวข้าก็ไม่อาจนิ่งอยู่เฉยตามหมอหลวง หมอทุกคนที่มีความสามารถมาดูแล และคนที่ข้าไว้วางในตอนนี้กลับเป็นเด็กอายุน้อยผู้ที่พึ่งจบจากสภาแพทย์  มาชู  พลามเมอร์ ข้ากลับดลใจให้มาเป็นหมอประจำตัวของบุตรสาวหมอหนุ่มวัยละอ่อนคนนั้นสามารถทำหน้าที่ได้ทันทีเมื่อรับหมอบหมายดูและพยายามหาต้นต่อและวิธีรักษาของโรคที่บุตรสาวข้าเป็น 

 

          ตัวข้าเป็นถึงองค์ราชาที่สง่างามสวย พลังเวทที่แข็งแกร่ง และมีอำนาจล้นหลามขนาดนี้ ทำไหมตัวข้าถึงไม่สามารถรักษาโรคที่บุตรสาวเป็นอยู่ได้ 

 

          หรือตัวข้าไร้ความวสามารถการเป็นแม่เช่นฟีเรีย

 

          ข้าเริ่มไปถามไถ่การเลี้ยงดุเล็กจากฟีเรีย นางก็ตกใจกับการที่ข้ามาพบและขอคำปรึกษาแต่ก็ไม่ได้หวาดกลัวอะไร บอกให้ข้าเลี้ยงนางเหมือนเด็กทั่วไปให้ความอบอุ่นเอาใจ เมื่อข้าเห็นแววตาสีเขียวมรกตนั้นที่จ้องมองลูกชายของตัวเองด้วยความอ่อนโยน ทำให้ข้าเล่าโรคและความรู้สกึของข้าต่อบุตรสาว ฟีเรียนางสนมที่มาเป็นบุตรสาวคนโตของดยุคเฟรดดิช ก็เอ่ยพูดคุยเรื่องตนเองกับข้าบ้าง  เป็นครั้งแรกที่ข้าได้แลกเปลี่ยนสิ่งที่ตัวเองอัดอั้นมาให้ผู้อื่นฟังโดยนางก็เหมือนกันได้บอกเล่าสิ่งที่ไม่สามารถพูดคุยกับคนอื่นมาเล่าให้ข้าฟังได้

 

          'ตัวท่านหาได้ด้อยความสามารถในการเป็นแม่  ตัวท่านพยายามยิ่งยวดเพื่อให้กำเนิดองค์หญิงซาฟิรา องค์หญิงเป็นเด็กฉลาดพระนางรู้ดีว่าท่านเหนื่อยมากขนาดไหน ข้าเชื่อว่าองค์หญิงพยายามที่จะไม่ให้ท่านเป็นห่วง'

 

          'แต่ข้าอยากให้บุตรสาวของข้าบอกสิ่งที่นางต้องการมากกว่านี้ข้าอยากจะให้ในสิ่งที่นางต้องการ'

 

          'ข้าคิดว่าสิ่งที่นางต้องการมากที่สุดคือ เวลา'

 

          'หืม  เวลาเกี่ยวอะไรด้วย'

 

          'นางต้องการเวลาที่จะอยู่กับครอบครัวข้าคิดว่าองค์หญิงต้องการสิ่งนั้นเมื่อใดที่ข้ามองดูองค์หญิงที่ได้เดินเคียงข้างองค์ราชีนีและองค์ราชาองค์หญิงมักจะมีใบหน้ายิ้มแย้ม แต่เมื่อพวกท่านไปทำงานราชกิจของบ้านเมืององค์หญิงจึงอยู่เพียงคนเดียวท่ามกลางคุณครูและคนรับใช้ทั้งหลายซึ่งนั้นแตกต่างจากตัวข้า เพราะข้ามีเวลาที่จะดูแลบุตรชายของข้า   ข้าเฝ้ามองผลงานและการเติบโตของเขาอย่างใกล้ชิดเสมอ'

 

          'บุตรสาวของข้าต้องการใช้เวลาร่วมกับข้าและจาฮาดอย่างนั้นเหรอ???'

 

          'ใช่แล้วเพคะ ด้วยความที่ฉลาดและความรู้ขององค์หญิงมีมากเกินไปจึงไม่สามารถที่จะแสดงอาการความต้องการของตนเองออกมาได้ ข้าเชื่อว่าองค์ราชีนีสามารถให้สิ่งล้ำค่าแก่นางได้'

 

          เมื่อได้ยินอย่างนั้นข้าก็เริ่มที่จะเคลียร์ปัญหาและราชกิจทุกอย่างให้เสร็จและมีความไปเล่นกับบุตรสาวของข้า เมื่อมาถึงซาฟิราตั้งใจฝั่งที่อาจารย์สอนเมื่อเขียนหยุกหยิกยุกยิกไปมาทันทีที่ประตูเปิดถึงเห็นตัวข้าซาฟิราก็เบิกตากลมโตกว้างรอยยิ้มฉีกขึ้นเห็นฟันสีขาวหลายซี่ ร่างเล็กก้มหน้าลงเพียงน้อย เวลาผ่านไปเพียงไม่นานก็เริ่มที่จะยืดตัวสูงขึ้นวิ่งมากระโดดกอดข้า

 

          'ท่านแม่ทำวันนี้ไม่ได้ไปทำงานเหรอเพคะ' เมื่อเห็นแววตากลมโตใสแจ่วที่ดีใจกับการได้เจอข้าทำให้ข้ารู้ว่าสิ่งที่นางพูดนั้นเป็นความจริงจดเผลออดหัวเราะไม่ได้

 

          'ฮะ ฮะ แม่ทำเสร็จแล้วก็เลยมาหาเจ้า แม่ขอโทษที่ปล่อยให้เจ้าอยู่คนเดียวคราวหลังแม่จะรีบทำงานให้เสร็จแล้วมาเล่นกับลูกดีหรือไหม' บุตรสาวตัวเล็กพยักหน้ารับดีใจเส้นผมสีทองหยักศกหงกหัวลงเบาๆมือเล็กโอบกอดผู้เป็นแม่แน่นไม่ยอมปล่อย

 

          'ข้ารักท่านแม่ที่สุดเลย'

 

          'แม่ก็รักเจ้าบุตรสาวของข้า'






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

2 ความคิดเห็น