Baek ว๊ากชานยอล (Chanbaek VS Hunbeak)

ตอนที่ 23 : _____๒๑_____

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59




_____21_____

' จะเอายังไงกับใจตัวเอง '



" อื้อ เซฮุนหิว " นั่นแหละครับคำแรกที่ไอแบคมันพูดตอนตื่นนอน 


" รู้ว่าจะหิว ทำรอแล้ว " ผมพูดบอกมัน เห็นหัวฟูลุกออกจากที่นอนก็อดขำไม่ได้


" จ้าๆ กำลังลุกน้า รอก่อน " ผ่านเหตุการณ์ที่ไปติววันนั้น แบคฮยอนก็เหมือนจะพยายามให้ตัวเองสดใสขึ้นด้วยการคุยกับผมเห็นเป็นปกติ แต่การที่ผมเป็นเพื่อนกับมันมานานก็รู้อยู่ว่าตอนนี้มันกำลังมีเรื่องให้คิด


" แบคตัดสินใจได้หรือยังเรื่อ.... "
 

" ไม่รู้สิเราก็ไม่รู้เหมือนกัน " ผมอดสงสารคนตรงหน้าไม่ได้


" ถ้างั้นวันนี้ลองผ่านไปตรงปี 1ที่ทำกิจกรรมดูนะ " ผมยิ้มให้ด้วยจากใจจริง


ถึงแม้ผมจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ แต่ทำไงได้ล่ะ ความสัมพันธ์เพื่อนมันยืนยาวเสมอ ผมคิดว่าผมจะไม่พูดความในใจตัวเองหรอก จะอยู่ข้างๆแบคฮยอนแบบนี้ จนกว่าเพื่อนผมคนนี้จะมีความสุข
.
.
.

.
.
" นี่ๆเลิกนั่งนิ่งๆได้เแล้วชานยอล แกนั่งเหม่อแบบนี้ทั้งคาบแล้ว " คยองซูบอกผม


" คยองจ๋า อย่าไปยุ่งกับมันเลย " จงอินพูดจบฝ่ามือของดีโอของฝาดมาอย่างแรง


" จงอินไม่ต้องมายุ่งเลยนะ นี่ชานยอลนายรู้สึกไม่โอเคก็ลองไปคุยกับแบคฮยอนดูสิ " ผมถอนหายใจ

 
" แต่ต้นไม้นั่... "


" ไอ้ปาร์คนี่มึงยังเป็นห่วงต้นไม้อีก มึงเป็นห่วงแต่ยังไงพี่มึงก็ไม่ฝื้น เผลอๆพี่มึงอาจรอมึงกลับมาเป็นชานยอลคนเดิม " ผมฟังจงอินพูดแล้วคิดตาม มันก็จริงอย่างที่มันว่า


" เออๆ กูจะลองคุย " ผมกลายเป็นคนที่เงียบ ขรึม เป็นที่เกรงกลัวต่อบรรดาเพื่อนๆและรุ่นน้องที่ต่างประเทศ


" ถ้ามึงไม่โอเคกูพร้อมจะเป็นกำลังใจให้ " สองผัวเมียจงอินและคยองทำถ้าสองนิ้วแล้วชูให้ผม  


" โอเคๆ จะลองไปคุยแล้วกัน...ถ้าได้เจอนะ " ประโยคสุดท้ายผมพูดกับตัวเอง ก็นั่นแหละผมกับไอ้หมาขี้อ่อยนั้นจะได้เจอกันอีกรึเปล่า จริงๆผมไม่หยิ่งนะ ผมนะโครตมีมิตรสัมพันธ์ที่ดีมากๆ 

แต่เหมือนมีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ผม ปิดกั้นตัวเองออกจากโลกคนอื่น และสร้างโลกของตัวเองขึ้นมา
 

" โอเคค่ะ ตอนนี้ทุกคนมาพร้อมแล้วนะเราจะมาชี้แจงกิจกรรมงานวันวิชาการ กินเลี้ยง เต้นรำ และร้องเพลง " เสียงโวยวายดังตามมาจากรุ่นพี่
.
.
.
ผ่านไปแล้วกับความสนุกสุดมัน ความอึดอัดและความกังวลเข้ามาครอบครองพื้นที่แห่งนี้แล้ว ตรงหน้าของแบคฮยอนตอนนี้คือปาร์คชานยอลผู้ชายที่ผมไม่เคยที่จะแน่ใจตัวเองจริงๆ


" เอ่อ / เอ่อ "  ผมกับพี่ชานยอลตอนนี้อยู่กลางลานเกียร์ ท่ามกลางนักศึกวิศวะที่เดินขวักไขว่ไปมา เปรียบได้กับนางเอกพระเอกซีรี่ย์


" พูดก่อนเลย "  
พี่ชานยอลตัดความน่าอึดอัดนี้ออกไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่าย


" ผมคิดว่า เอ้ย ผมขอโทษเรื่องวันนั้นนะครับ ผมไปติวบ้านพี่ยังจะสร้างความเดือดร้อนอีก " ผมเงียบแล้วพูดต่อ


" ตอนนี้ผมยังไม่ค่อยว่างคงไม่ได้ไปหาแม่พี่ แล้วคุยกับท่าน " พี่เขาพยักหน้า


" นี่แบค " เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อผม


" พี่เหนื่อยมาก ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงปิดกันได้เพียงนี้ อึก " ผมเงยหน้าจากขาตัวเองมามองคนตรงหน้า 


" พี่ร้องไห้เหรอครับ " พี่เขาส่ายหน้า
 

" นายรู้ไหมว่าต้นไม้นั้นมันสำคัญกับฉันมาก นายรู้ไหม ฉันเหมือนคนที่ควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ " 


ผมเงยหน้ามองหน้าของคนตรงหน้า เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเขาร้องไห้ ผมเหมือนจะรู้สึกคิดเองเออเองไปบ้างแต่ยอมรับได้เลยว่าความรู้สึกดีๆนี้น่าจะเป็นความรักแน่นอน


" ร้องออกมาเถอะครับ ผมไม่ว่าพี่หรอก " ผมพูดออกมาตรงๆหัวไหล่ของคนตรงหน้าสั่นไหว จงอินที่แอบอยู่ตรงพุ่มไม้ก็งงไม่ต่างกัน ' กูให้มึงไปปรับความเข้าใจ ไม่ได้ร้องไห้ให้ดู '


" กูไม่รู้ว่าตัวเองแม่งเป็นอะไร ตั้งแต่เหตุการณ์ตอนนั้นเกิดขึ้นกูก็กลายเป็นคนเก็บตัวมาตลอด.....มันแปลกไหมที่กูมาเล่าเรื่องตัวเองให้มึงฟังแทนที่จะเป็นไอ้ไค " คิมจงอินสะดุ้งเพราะปาร์คชานยอลไม่ได้พูดอย่างเดียวแต่กลับหันมามองคิมจงอินตรงพุ่มไม้ด้วย


ผมตกใจนิดหน่อยที่พี่ชานพูดคำกูมึง เพราะสำหรับคำนี้ผมคิดว่าคนที่สนิทเท่านั้นถึงจะพูดกันแบบนี้ พี่เขาแลคลายความกังวลของตัวเองลงมากเว้นแต่ผมที่ยังมีความกังวลอยู่มากพอควร


" ไม่หรอกครับ ผมคิดว่าพี่ก็แค่ปิดกั้นตัวเองมากไป เอาเป็นว่าหลังจากนี้ผมจะอยู่ข้างๆพี่ ไม่ต้องกลัวนะครับ " ปาร์คชานยอลทำหน้างง


" ไม่ได้ต้องการให้มาดูแล แค่ไม่โกรธก็พอ " ผมพยัหน้ารับ พี่เขายกมืออย่างกล้าๆกลัวขึ้นมาแล้วก็มาวางที่หัวผม อ่า ตอนนี้หน้าผมคงฟินน่าดู


" เสือร้ายปาร์คกลับมาแล้วสินะ " จงอินได้แต่ขำจนเสียงดังลอดออกมาจากพุ่มไม้จนแทบจะตะครุบปากตัวเองไว้ไม่ทัน อีกด้านโอเซฮุนปล่อยน้ำตาออกมาแล้วปาดมันออก เขาได้คิดกับตัวเองว่า ' น้ำตานี่คือน้ำตาสุดท้าย สุดท้ายแล้ว เพราะตอนนี้แบคฮยอนมีความสุขจริงๆแล้ว '


" มึง เอ่อ เรียกได้ใช่ไหม " ผมพยักหน้าให้แต่หน้าก็ก้มมองที่เท้าตอนนี้เหมือนตัวเองได้คบกับผู้ชายในฝันแล้ว มีความสุขเหมือนได้กินไอติมผสมเครปเค้ก 


" เรียกแบบนี้แหละครับพี่มันดู เอ่อ สนิทกันดีครับ " ผมเพิ่งเห็นพี่เขายิ้มอย่างจริงๆจังก็วันนี้ 


" เอาเป็นว่า มึงจะไปกับกูรึเปล่า " 


" ไม่ดีกว่าครับผมคงต้องกลับกับเซฮุนเอาเป็นว่าผมจะไปหาพี่ที่บ้านแล้ววกันนะครับ " ผมบอกไปอย่างน้ำเสียงหนักแน่นแล้วก็ได้รอยยิ้มกลับมา


" เหมือนตัวเองเป็นคนสองบุคลิกจัง " ผมไม่ได้ยินหรอกว่าพี่เขาพูดอะไร แต่ที่รู้ๆคงเรื่องส่วนตัวมั้ง


ผมเดินมาส่งพี่เขาที่หน้ามหา'ลัยเป็นที่เดียวที่ผมนัดกับเซฮุนเอาไว้ที่นี่ ชานยอลที่โบกลาแบคฮยอนได้ไปขึ้นรถก็ขับรถผ่านมาข้างหน้า เห็นแบคฮยอนกำลังยิ้มแย้มและรับหมวกกันน๊อคมาจากเซฮุน แล้วขึ้นรถขับออกไป

ผมขับรถออกไปแล้ว

ใช่

แล้ว

ผมก็ขับตาม


ผมไม่เข้าใจตัวเองหนักมากที่ทำไมถึงยอมให้คนตัวเล็กเข้ามาอยู่ในความคิดขนาดนี้ พี่สาวของผมตอนนี้นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ผมพยายามจะปล่อยจิตไปใจไม่กังวลแต่มันก็ห้ามไม่ได้ เวลาผมป่วยเหมือนพี่เขาจะรู้แต่พี่เขาก็ยิ่งป่วยหนัง อาการทรุด ทั้งๆที่ยังไม่ฟื้น


ผมคิดว่าผมนี่แหละเป็นปัจจัยที่ทำให้พี่ผมไม่ยอมตื่นมา เพราะผมกลายเป็นคนเย็นชา หยิ่ง ไม่เหมือนแต่ก่อน ผมต้องพยายามเปลี่ยนตัวโดยให้บยอนแบคฮยอนนี่แหละมาช่วยผม ซึ่งแค่ผมไม่ได้บอกข้อ ข้อนี้ให้น้องฟังเท่านั้นเอง
.
.
.
.
.
.

" โอเซฮุน ทำไมตาบวมๆจัง " เซฮุนที่ยืนมองระเบียง มองลงไปข้างล่างท่ามกลางอากาศที่เย็นไม่ถึงกับหนาว 


" เรารู้ว่านายร้องไห้เรื่องอะไร ไม่ต้องเป็นห่วงเราหรอก " แบคฮยอนมายืนข้างๆผมแล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้ม


ตอนนี้ผมกับเซฮุนเหมือนกับคู่รักเลย อยู่ด้วยกันชีวิตประจำวันติดกันตลอด ซึ่งยังไงทั้งสองคนก็ต้องมีครอบครัว 


" มีกำลังใจเรียนมาเลย ฮ่าๆ " โอเซฮุนเขย่าตัวแบคฮยอนแล้วเหวี่ยงลงไปนั่งเตียงแล้วเหวี่ยงผ้าห่มคลุม 


ชีวิตประจำวันของแบตฮยอนนี่มีความสุขที่สุดเลย



 


____________

มาคอมเม้นกันเร้วๆจิ้ มาเร็วๆนะ

เดี๋ยวมาอัพเพิ่ม รีดเดอร์อย่าที่เค้านะ 

รักนะทุกคน

หวังว่าจะไม่มีดราม่าแล้วนะอิอิ เอาเป็นว่าทุกคนติดตามต่อไปจนจบด้วยนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

44 ความคิดเห็น

  1. #29 KornChanita (@KornChanita) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 19:39
    งื้ออออ ชานชานร้องไห้ตะไมม
    #29
    0