The Lord Of The Battlefield (ภาค3)

ตอนที่ 139 : II บทที่122 ถ้ำ8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 440 ครั้ง
    15 ธ.ค. 62

บทที่122 ถ้ำ8

เทวาร่อนเร่ในดินแดนของบททดสอบทัณฑ์ธรณีเป็นเวลาหลายวัน ร่างกายของเขาระโหยโรยแรงและบาดเจ็บทั่วทั้งตัว เทวาค้นพบว่าแม้ว่าเขาจะบาดเจ็บหนักมากแต่เขาก็ยังสามารถฝืนร่างกายของตนเองให้ไปต่อได้ นี่แตกต่างจากความเป็นจริงพอสมควร หากเทวาที่บาดเจ็บแบบนี้ในความเป็นจริงและเขามีร่างกายที่เป็นแค่คนธรรมดาเขาคงจะตายไปนานแล้ว

ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เทวาคิด

การทดสอบนี้มีเรื่องเกี่ยวกับจิตใจเป็นสำคัญ

ขอแค่ไม่ยอมแพ้และมีความมุ่งมั่นเด็กเดี่ยวเขาคิดว่าเขาสามารถผ่านการทดสอบไปได้

ขอแค่อย่ายอมแพ้...แม้ว่าร่างกายของเขาจะทรมานมากแค่ไหนก็ตาม

ทัณฑ์ธรณีสมกับชื่อของมัน ทุกๆวันที่ผ่านมานั้นเทวาจะต้องเผชิญกับแผ่นดินไหว แผ่นดินแยกหรือแผ่นดินกลบทับ เขายังเผชิญกับกินแข็งที่บาดผิว พบเจอกับทะเลทรายที่แห้งแล้ง พบเจอกับผืนดินที่เปียงชุ่ม ดินโคลน ทรายดูด หินถล่ม เขาพบเจอมาหมดสิ้นในสิ่งที่ทุกคนสามารถจิตนาการถึงความวิปโยคของผืนดิน

เทวายังต้องหาอะไรกินเพื่อไม่ให้อดตาย แหล่งน้ำมีความสำคัญมากและมันก็อันตรายมากด้วย มันหายากและยังทำให้พลังงานของร่างกายสูญเสียไปมากอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากน้ำอาหารก็จำเป็น แน่นอนว่าไม่มีมินิมาร์ทเพื่อให้เขาไปหาของกิน เขาจำเป็นต้องหาสิ่งที่กินได้จากพื้นที่อันว่างเปล่านี้

เนื้อสัตว์ให้โปรตีนสูง เขาจำเป็นต้องหาเนื้อสัตว์ แต่ที่นี่ไม่มีสัตว์ป่าเลย มีแต่แมลงและสัตว์ตัวเล็กๆ อย่างตะขาบ แมงป่อง แมงมุม หนอน แมลงพวกนี้ให้พลังงานสูงมากเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ แต่มันมีขนาดเล็กน้อยมากและเทวากล้าที่จะกินพวกมันเพราะเขาไม่ต้องการหิวตาย

เขาเคยพจญการนอนกลางดินกินกลางทรายมาแล้วสมัยที่เขาฝึกฝีมือในช่วงแรก(ตอนที่ได้รับพลังของระบบใหม่ๆ) ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เงอะงะอะไรในยามสถานการเช่นนี้

เทวายังคงดำเนินต่อไป เขาไม่รู้ว่าต้องหาอะไรในสถานที่แบบนี้มีแต่ต้องก้าวต่อไปข้างหน้า การทดสอบนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหน แค่ทำให้ดีที่สุดในทุกๆอย่าง ระมัดระวังทุกทางให้ดีที่สุด เขาจะใช้ชีวิตแบบที่ตอนที่มีพลังอำนาจเช่นเดิมไม่ได้ นี่เป็นการท้าทายเทวาแต่มันก็ทำให้เขารู้จักระมัดระวังตัวขึ้นอีกหลายส่วน

เทวายังคงมึ่งหน้าต่อไป!

 

เมืองใบไม้สีแดง

เมืองนี้เป็นเมืองเล็กของเขตนี้ แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่ก็สามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้ถึง10ล้านคน ในโลกมิติอันเดอร์เวิลด์นั้นเมืองขนาดเล็กจะมีประชากรประมาณนี้

คฤหาสน์หลังใหญ่ทิศตะวันออกของเมืองใบไม้สีแดง มันเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับผู้คนได้นับพัน บริเวณคฤหาสน์กว้างขวางหลายกิโลเมตร นอกจากมันจะกว้างแล้วพื้นที่โดยรอบยังประดับตกแต่งอย่างสวยงามน่าอยู่เป็นอันมาก

ปีกคฤหาสน์ด้านซ้ายห้องนอนใหญ่ห้องหนึ่ง

หญิงสาวผู้งดงามและกิริยาอันสง่างาม เธอคือความงดงามของวัยผู้ใหญ่อันสมบูรณ์แบบ เธอกำลังนั่งอยู่ที่ปลายเตียงอันหรูหราและจ้องมองไปยังบุรุษชุดสูทดำที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ห่างออกไปไม่ไกล

เขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเหี้ยมหาญเย็นชาปานน้ำแข็ง แววตาของเขายังเย็นยะเยียบ เขามีเคราที่รับเข้ากับใบหน้าทำให้เขาดูสุขุม ขาดูหล่อเหลาแบบผู้ชายเย็นชา มีกลิ่นอายความตายกระจายออกมาจากร่างของเขาอย่างชัดเจนทำให้เขาดูน่ากลัว

“คุณทำแบบนั้นกับฉันได้ยังไง?”หญิงสาวเอ่ยกับบุรุษสวมชุดสูทด้วยอารมณ์

“ทำไมฉันจะทำอะไรแกไม่ได้  แกเป็นลูกสาวของฉันนะ”บุรุษในชุดสูทกล่าวอย่างสงบนิ่งไม่ยีระกับน้ำเสียงของหญิงสาว

“ลูกสาว? นี่คุณยังเห็นฉันเป็นลูกด้วยเหรอ? หากเห็นฉันเป็นลูกจริงๆก็ปล่อยฉันไปสิ ไม่มีพ่อคนไหนบังคับลูกแบบนี้หรอกนะ”

“...”

หญิงสาวเมื่อเห็นเขาเงียบก็ยิ่งโกรธมากขึ้น แต่กระนั้นเธอก็ไม่กล้าทำกิริยาหยาบคายหรือเหวี่ยงอะไรออกมา นั่นเพราะว่าเธอกลัว เธอกลัวผู้ชายเบื้องหน้านี้ มันเป็นความรู้สึกกลัวที่ฝังลึกมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ความกลัวพ่อของตนเองนี้แม้จะผ่านไปนานแล้วก็ยังไม่จางหายไปไหน

“แกเป็นอัจฉริยะด้านการฝึกลมปราณที่ไม่มีใครเสมอเหมือนหนำซ้ำยังได้เคล็ดวิชาฝึกปราณขั้นสุดยอด เพียงแค่เดือนกว่าๆก็ทำให้แกที่ทะลวงจุดชีพจรได้แค่8จุดก็บรรลุถึง36จุด เข้าสู่ดินแดนเทพยุทธ์อย่างที่ใครหลายๆคนใฝ่ฝัน พรสวรรค์มากขนาดนี้ทำไมแกถึงต่อต้านนัก หากแกไม่หนีไปเมื่อหลายปีก่อนบาทีแกอาจจะบรรลุขั้นสูงสุดของดินแดนเทพยุทธ์ไปแล้วก็ได้”บุรุษชุดสูทกล่าว

หญิงสาวเงียบไปสักพักก่อนจะกล่าวออกมาว่า

“นั่นเพราะฉันเกลียดที่นี่ ฉันเกลียดคุณ เกลียดทุกคนในองค์กร เกลียดสภาพแวดล้อมที่นี่ ฉันเกลียดทุกสิ่งทุกอย่างของคุณ”หญิงสาวกล่าวและจ้องมองไปยังบุรุษตรงหน้าอย่างเกลียดชัง

“แกเคยบอกฉันแล้ว แต่...แล้วมันยังไง? ถึงยังไงแกก็เป็นลูกสาวของฉัน ต่อให้แกเกลียดฉันแล้วแกจะทำอะไรฉันได้ การหนีไปของแกคิดว่าฉันไม่สามารถหยุดได้เหรอ หากฉันจะทำแล้วทำไมฉันถึงปล่อยแกไป...”บุรุษชุดสูทเอ่ยกับหญิงสาวด้วยความเรียบเฉยแต่มีเสี้ยวหนึ่งที่แววตาของเขามีความรักของพ่อและลูกสายหนึ่งจางๆแต่ก็หายไปในเวลาอันสั้น

“หน้าที่ของแกในตอนนี้มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นคือการฝึกลมปราณหยินจันทราให้ดีที่สุดห้ามละเลยเป็นอันขาด แกจะต้องบรรลุขั้นเทพยุทธ์ขั้นสูงสุดให้ได้ในเวลาภายในไม่เกินหนึ่งปี”บุรุษชุดสูทกล่าวด้วยน้ำเสียงเผด็จการ

หากคนของโลกมิติอันเดอร์เวิลด์มาได้ยินคำพูดนี้ของบุรุษชุดสูทดำก็คงต้องตื่นตะลึง การบรรลุขั้นเทพยุทธ์ว่ายากแล้วแต่การเข้าสู่ขั้นสูงสุดภายในเวลาไม่เกินหนึ่งปีนั้นเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่กับอัจฉริยะในตำนานก็ยังใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งปีในการบรรลุขั้นนั้น

แต่บุรุษชุดสูทกล่าวอย่างมั่นใจเช่นนี้นั่นก็เพราะว่าเขามั่นใจในตัวของหญิงสาวคนนี้ว่าต้องทำได้ ด้วยทรัพยากรจำพวกยาโอสถหรือยาที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และด้วยตัวของหญิงสาวเองที่มีร่างกายพิเศษที่ทำให้เธอสามารถฝึกหรือพลังลมปราณได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว

“ฝึกไปเพื่อเพิ่มพลังให้มันน่ะเหรอ?”หญิงสาวกล่าวกัดฟัน

บุรุษชุดดำแสดงสีหน้าดำคล้ำเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเธอ

“หุบปากของแกซะและอย่าได้พูดอะไรพล่อยๆออกมา ท่านแอสโม๊ดไม่ใช่คนที่แกจะเอามาพูดจาเสียหายได้”

“ฮึ เกิดอะไรขึ้นกับบอสแห่งองค์กรนักฆ่าผู้มีชื่อเสียง ตอนนี้ถึงกับนับถือสัตรูของมนุษยชาติและและเทิดทูลเขามากขนาดนั้นกัน ช่างน่าสมเพชนัก”หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเหลืออดและลืมตัว

เพี๊ยะ!

ฉับพลันนั้นหญิงสาวก็ถูกตบหน้าด้วยเส้นความมืดที่แผ่ออกมาจากร่างของบุรุษชุดสูท

หญิงสาวหน้าหันและมีเลือดไหลออกมาจากปากแต่เธอก็ไม่ร้องแต่กัดฟันและจ้องมองเขาอย่างเกลียดชัง

“...”บุรุษชุดสูทจ้องมองเธออย่างเรียบเฉย

ขณะที่เขากำลังจะกล่าวอะไรออกมานั้นเองก็มีเสียงเรียกจากหน้าประตูห้อง

“ท่านเจสันเจ้าคะ ท่านแอสโม๊ดขอเชิญท่านไปพบเจ้าค่ะ”

“แกทำตัวดีๆเข้าไว้ไม่อย่างนั้นลูกศิษย์สาวสวยของแกจะตกไปอยู่ในมือของท่านแอสโม๊ด ในเวลานั้นแกคงจะรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”บุรุษชุดสูทหรือก็คือเจสันหัวหน้าองค์กรนักฆ่ากล่าวสั้นๆแล้วเดินออกไปทันที

เขาเดินจากไปด้วยโดยมีสายตาคู่งามที่มีแต่ความเกลียดชังจ้องมองไปยังแผ่นหลังของเขา

เมื่อเขาเดินออกไปแล้วหญิงสาวก็ทิ้งตัวลงกับเตียงอย่างรู้สึกหมดแรง ทันใดน้ำตาสายหนึ่งก็ไหลอาบแก้มขาวเนียน เธอนั่งนิ่งๆและแสดงสีหน้าอันน่าเวทนาเป็นเวลาชั่วขณะหนึ่ง เวลานั้นเองเสียงเคาะห้องก็ดังขึ้น

“อาจารย์โซเฟียร์อยู่หรือเปล่าคะหนูขอเข้าไปหน่อย”เสียงของเด็กสาวรื่นหูดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง

หญิงสาวหรือก็คือโซเฟียร์รีบเช็ดน้ำตาแล้วสงบจิตใจของตนเองแล้วเอ่ยว่า

“เข้ามาสิจ้ะ”

“ขออนุญาตค่ะ”

ประตูเปิดออกแล่วร่างบางอันงดงามก็เดินเข้ามา

เธอก็คือเหมยนั่นเอง

เธอหอบเอาหนังสือกองใหญ่เข้ามาด้านในด้วยรอยยิ้ม

“มีอะไรล่ะวันนี้ถึงมาเยี่ยมอาจารย์ได้เนี่ย”โซเฟียร์เอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆตามเคย

เหมยชะงักไปเพราเห็นสิ่งผิดปกติ ถึงแม้ว่าโซเฟียร์จะพยายามซ่อนเอาไว้แต่สายตาของเหมยนั้นเฉียบคมมาก

“อาจารย์ร้องไห้? อาจารย์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”เหมยเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

โซเฟียร์ชะงักเพราะคำถาม

“ไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะแค่ฝุ่นเข้าตาเท่านั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะ ว่าแต่มีธุระอะไรกับอาจารย์หรือเปล่า หอบหนังสือพรุงพรังมาเยอะแยะ”โซเฟียร์รีบเบี่ยงประเด็นทันที

เหมยแม้ว่าจะรู้ว่าอาจารย์ต้องร้องไห้ออกมาแต่ก็ไม่อยากจะทำให้สถานการณ์มันอึกอัดจึงเอ่ยเข้าเรื่องของตนเอง

“คืออย่างนี้ค่ะอาจารย์ หนูอ่านหนังสือรวมสมุนไพรของโลกอันเดอร์เวิลด์มาเกือบจะหมดแล้ว(เท่าที่หาได้ตอนนี้) หนูเลยอยากจะอ่านหนังสือจำพวกการปรุงยาน่ะค่ะแต่มันค่อนข้างหายาก หนูเลยอยากจะขอร้องอาจารย์ช่วยหาหนังสือปรุงยามาให้หนูหน่อยน่ะค่ะ”

“หนังสือปรุงยา? เหมยคิดจะเป้นนักปรุงยาหรือไงกันจ้ะ”

“ก็แค่อยากลองทำดูค่ะเห็นว่ามันน่าสนใจเลยคิดจะลองทำดู”เหมยยิ้มกริ่มและกระตือรือร้นอย่างมาก

“ได้สิจ้ะเดี๋ยวอาจารย์หาให้นะ แต่ว่ามันค่อนข้างหายากนะยิ่งหนังสือปรุงยาระดับสูงๆก็ยิ่งหายากขึ้นอีกหลายเท่า โลกมิติอันเดอร์เวิลด์มีนักปรุงยาน้อยนักเพราะมันเป็นศาสตร์ที่ยากลำบากและต้องมีทั้งความเข้าใจ ความเชี่ยวชาญและอัจฉริยะ อย่างในเมืองใบไม้สีแดงก็มีนักปรุงยาแค่คนเดียวเท่านั้นหนำซ้ำยังเป็นนักปรุงยาแค่ระดับสองอีกด้วย”

นักปรุงยามีอยู่7ขั้นแบ่งแยกด้วยระดับคือขั้นหนึ่งถึงขั้นเจ็ดและขั้นหนึ่งคือขั้นต่ำสุดหรืออาจจะเรียกว่านักปรุงยาฝึกหัดเลยทีเดียว

“ขอบคุณค่ะอาจารย์”

เส้นทางนักปรุงยาของเหมยเปิดออกด้วยลักษณะนี้เอง

 

ร้านเหล้าในตัวเมืองใบไม้สีแดง

บุรุษผู้สวมชุดฮูดสีดำนั่งดื่มเหล้าด้วยความสงบนิ่ง ความจริงแล้วชุดฮูดสีดำปกปิดของเขานั้นค่อนข้างแปลกในโลกมิติอันเดอร์เวิลด์ นั่นเพราะผู้คนส่วนใหญ่แล้วจะสวมชุดที่เป็นแบบจีนโบราณ การได้เห็นชุดที่ค่อนข้างสมัยใหม่เช่นนี้ถือว่าแปลก แต่ว่ามันไม่แปลกเลยเมื่อมันปรากฏในเมืองนี้

นั่นเพราะว่าเมืองใบไม้สีแดงจะมีผู้คนที่สวมใส่ชุดแบบโลกสมัยใหม่เต็มไปหมด มีสวมใส่ชุดแบบจีนโบราณบ้างแต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเมืองใบไม้สีแดงเป็นเมืองที่เหล่าองค์กรนักฆ่าปักหลักอยู่ ประชาชนเดิมที่อยู่ในเมืองนี้ก็ได้รับอิทธิพลด้านการแต่งกายทำให้ผู้คนสวมใส่ชุดแบบสมัยใหม่นั่นเอง

รอบด้านมีเสียงพูดคุยเสียงดัง

คนเหล่านี้มีทั้งคนพื้นเมือง(คนของโลกมิติอันเดอร์เวิลด์เดิม)และคนขององค์กรนักฆ่า เรื่องที่พวกเขาพูดคุยกันในร้านเหล้าคือเรื่องจิปาถะทั่วไปแต่ก็จะมีเรื่องที่มีความสำคัญปะปนอยู่

บุรุษสวมใส่ฮูดปกปิดร่างกายนั้นนั่งฟังทุกคนอย่างสงบนิ่ง

นัยน์ตาสีเหลืองทอประกายภายใต้ความมืดนั้น

เขาก็คือเซบาสเตียนนั่นเอง


.....................................................................................................................


เจสัน

....................................................................................


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 440 ครั้ง

3,596 ความคิดเห็น

  1. #2974 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 139)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 10:11
    มาแนวๆนี้แน่ๆ พอโดนกระทำชำเราแล้วจะะถูกช่วงชิงพลังยุทธ
    #2974
    0
  2. #2868 จอมมารฝึกหัด Lv.1 (@ITemNa) (จากตอนที่ 139)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 23:19
    หน่าหนี๊!!~~~~~
    #2868
    0
  3. #2866 0980957359jom (@0980957359jom) (จากตอนที่ 139)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 20:54
    สงสัยมีคนจับหมาเคาไปเป็นตัวประกัน
    #2866
    0
  4. #2865 MyForEverMe (@MyForEverMe) (จากตอนที่ 139)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 20:14
    เจสัน : ใครฆ่าหมากู!!!!
    เจสัน : รถกูอยู่ไหน!!!
    #2865
    2
    • #2865-1 Riheart0000 (@mebius1th) (จากตอนที่ 139)
      15 ธันวาคม 2562 / 20:50
      เล่นได้ด้วยเหรอ
      #2865-1
    • #2865-2 minus zero (@tonza56) (จากตอนที่ 139)
      16 ธันวาคม 2562 / 12:11
      กราบรถกุววว
      #2865-2
  5. #2864 0970507656 (@0970507656) (จากตอนที่ 139)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 19:01
    จอร์น...!!!
    #2864
    0
  6. #2863 ไวละอ่อน (@suphachai231) (จากตอนที่ 139)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 18:52
    เย้...วันนี้ไม่งด
    #2863
    0