The Lord Of The Battlefield (ภาค3)

ตอนที่ 174 : III บทที่148 ประตู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 283 ครั้ง
    25 ม.ค. 63

บทที่148 ประตู


การรุกของซีโร่แทบทำให้องค์กรเรดอายล่มสลาย แม้พวกเขาจะมีเทคโนโลยีที่บ้าคลั่งและยุทธวิธีที่หลากหลายรวมถึงมีสถานที่ซ่อนเร้นจำนวนมาก แต่ต่อหน้าพลังที่แท้จริงแล้วทุกอย่างล้วนไร้ความหมาย หากระดับฝีมือของซีโร่มีระดับเดียวกับหัวหน้าองค์กรนักฆ่าเกรงว่ามันคงไม่ทำให้องค์กรเรดอายเป็นอย่างไรได้

แต่น่าเสียดายที่พลังของซีโร่นั้นเกินกว่าจินตนาการของพวกเขา

ซีโร่ไล่ทำลายรังลับขององค์กรเรดอายอย่างต่อเนื่อง เวลาผ่านไปร่วมๆครึ่งเดือนที่เขาลงมือจัดการสังหาร เขาทำลายรังเล็กใหญ่ไม่เลือก ในที่สุดเขาก็มาถึงรังลับสุดท้าย ท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ฐานลับสุดท้ายขององค์กรเรดอายกลับอยู่ที่แห่งนี้

ซีโร่ได้พบเจอกับหัวหน้าองค์กรเรดอายในที่สุด

เขาคือบุรุษที่ดูหนุ่มมากอย่างไม่น่าเชื่อ อายุก็น่าจะน้อยกว่าซีโร่เสียด้วยซ้ำ ใบหน้ายังหล่อเหลาเอาการอยู่ แต่ใบหน้านี้กลับดูคุ้นตาไม่น้อยเลย หากเทวาอยู่ด้วยก็คงจะคุ้นเคยอีกฝ่ายอยู่บ้าง

หัวหน้าองค์กรเรดอายคือบุรุษหนุ่มที่สวมใส่เสื้อโค้ทสีขาวและไม่ใส่เสื้อทำให้เปลือยลำตัว เรือนร่างของเขาสมบูรณ์แบบอย่างมากจนสามารถทำให้สาวๆกรีดได้เลยทีเดียว เขามีท่าทีสบายๆแต่กลับล้ำลึกเกินหยั่งถึง

บัดนี้เหนือท้องทะเลกลางอากาศคือการเผชิญหน้ากันของซีโร่พร้อมทั้งโซเฟียร์และหัวหน้าองค์กรเรดอาย

“ไม่คิดว่าพลเอกซีโร่จะให้เกียรติมาเยี่ยมเยือนฐานลับของเรดอายเรา”บุรุษหนุ่มเอ่ย

“นายเป็นใคร?”ซีโร่เอ่ยถาม

“ฉันคือหัวหน้าองค์กรเรดอาย...มีชื่อว่าวินเซนต์”ชายหนุ่มกล่าว

วินเซนต์...นี่คือชายคนเดียวกับที่ลอบโจมตีเทวาในตอนที่เขาปะทะกับยางามิ อิจิโร่(ตอนที่44 บทที่40) เขาในตอนนั้นเกือบจะสามารถสังหารเทวาได้แล้วหากว่าเทวาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ยอดเยี่ยมเขาก็คงไม่รอดมาจนถึงป่านนี้

ความจริงพลังที่เขาแสดงออกมาตลอดเวลานั้นเทียบได้กับระดับพลโทเท่านั้น แต่ทว่าเพราะเขาเก็บซ่อนพลังของตนเองเอาไว้ตลอดทำให้ผู้อื่นคิดว่าเขามีระดับพลังระดับพลโท อันที่จริงพลังของเขาไม่แตกต่างจากระดับของเจสันหัวหน้าองค์กรนักฆ่าเลยแม้แต่น้อยหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

“วินเซนต์...ฉันเคยได้ยินชื่อนี้ ดาบของตระกูลยางามิผู้รับใช้ยางามิ คิระ เขาเป็นมือสังหารของตระกูลยางามิและทำงานสกปรกทุกอย่างของตระกูล พลังฝีมือถือว่าลึกซึ้งอย่างมากแต่ไม่คิดว่าจะ...ลึกซึ้งขนาดนี้”ซีโร่กล่าวพลางหรี่สายตามอง

นั่นเพราะเขาเห็นระดับพลังที่แท้จริงของวินเซนต์

“ถือเป็นเกียรติอย่างแท้จริงที่ตัวตนของฉันไปอยู่ในสายตาของคุณ”วินเซนต์ยิ้มบางๆ

“เมื่อครึ่งปีก่อนตระกูลยางามิที่เขต4อันถือว่าเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดของเขต4กลับถูกลบหายไป ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เงื่อนงำและทุกอย่างมืดแปดด้าน มาวันนี้ทันทีที่ฉันเห็นแกและฐานะของแกฉันก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ถูกต้องแล้ว เป็นฉันเอง ก็มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ ฉันแฝงตัวเข้าไปที่ตระกูลนั้นเมื่อหลายสิบปีก่อน หลอกใช้ผู้นำตระกูลและเป็นผู้อยุ่เบื้องหลังการริเริ่มการทดลองมนุษย์ทั้งหลาย เมื่อพวกเขาหมดประโยชน์ฉันก็ต้องจัดการกวาดพวกเขาลงถังขยะจะได้ไม่เกะกะสายตา ความจริงพวกคุณต้องขอบใจฉันนะเพราะว่าตระกูลนี้ต่อให้ไม่มีฉันพวกมันก็เลวบัดซบอยู่แล้ว”วินเซนต์กล่าวสบายๆ

ดูเหมือนว่าวินเซนต์จะติดลมเลยพูดไปเรื่อย

“คุณดูฉันตอนนี้อาจเห็นว่าฉันมีอายุประมาณ30กว่าปี แต่ความจริงแล้วอายุจริงของฉันคือ85ปีต่างหาก ที่เห็นฉันดูหนุ่มขนาดนี้ไม่ใช่เพราะได้รับพลังเหมือนกับกึ่งเทพหรือสองเฒ่าตระกูลโอดะและซารุโทบิ แม้แต่กับอสูรน้อยคาเรนก็ไม่เหมือนกัน แต่ที่เห็นฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะพลังของวิทยาศาสตร์...”

“ด้วยการทดลองที่ผิดพลาดของฉันกับพ่อทำให้ร่างกายของฉันทะลุเกินขีดจำกัดเหนือมนุษย์ พ่อฉันตายคาที่แต่ฉันรอดมาได้ มันทำให้ฉันคงสภาพร่างกายได้ตลอดกาล ต่อให้บาดเจ็บหรือร่างกายขาดแหว่งก็สามารถรรักษาได้ในอัตราที่รวดเร็ว การทดลองครั้งนั้นทำให้ฉันประดุจซุปเปอร์แมน แล้วรู้อะไรหรือไม่...เพราะการทดลองนอกรีดของฉันกับพ่อกลับเป็นการเปิดประตูมิติ มันเชื่อมโยงเสี้ยวหนึ่งไปถึงโลกของเหล่ามอนสเตอร์ ทำให้พวกมันรับรู้การคงอยู่ของโลกเราและเริ่มเพ่งเล็งเรา”

“นี่เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เมื่อ50ปีก่อน การบุกรุกของมอนสเตอร์ ประตูมิติ สิ่งของต่างๆที่เปลี่ยนไปของโลกเรา ต้นเหตุมันมาจากฉันกับพ่อ และกึ่งเทพ...พวกเขาไม่ใช่มนุษย์กลุ่มแรกที่พัฒนายีนจนกลายพันธุ์ แต่มันคือฉันคนนี้ ฉันคือมนุษย์กลายพันธุ์คนแรกของโลก!

เรื่องที่วินเซนต์กล่าวนั้นถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ หากผู้อื่นได้ยินก็คงไม่พ้นต้องตื่นตะลึง โดยเฉพาะโซเฟียร์ เธอคือผู้ที่ศึกษาเรื่องของประวัติศาสตร์ ดังนั้นเมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มันจึงทำให้เธอตกใจ

“ในยามที่เกิดการระเบิดของห้องทดลองและประตูมิติเปิดออกก็ปรากฏหินประหลาดก้อนหนึ่งพุ่งออกมา หินก้อนนั้นพุ่งหายไปในพริบตา ฉันมารู้ในภายหลังว่าหินก้อนนั้นเรียกว่าEternal Stone มันเป็นหินที่มีค่าอย่างมากจนสามารถแปรเปลี่ยนผู้คนได้ เศษพลังของมันกระจายออกไปทั่วโลกทำให้มนุษย์ได้รับพลังบางส่วนที่สามารถพัฒนายีนจนกลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ แต่ผู้ที่ได้รับพลังของหินนี้ไปเต็มๆก็คือกึ่งเทพทั้ง12คนนั้น...ใช่แล้ว การตื่นขึ้นของยีนกลายพันธุ์ของกึ่งเทพก็ล้วนมาจากหินก้อนนี้”

เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผู้คนตกใจ แม้แต่กับกึ่งเทพเองก็ตาม นั่นก็เพราะว่าเมื่อยามที่หินอีเทอร์นอลปลุกพลังของกึ่งเทพ คาเรนรวมถึงสองผู้เฒ่าแห่งตระกูลโอดะและซารุโทบินั้นความทรงจำในส่วนนี้ของพวกเขาก็ล้วนเลือนลางหายไป นี่ทำให้พวกเขาไม่ระแคะระคายเรื่องนี้เลยสักนิดเดียว

การเปิดเผยเรื่องราวที่ไม่คาดฝันนี้ทำให้โซเฟียร์ตื่นเต้นและตกใจเป็นอย่างมาก

ใครจะไปรู้ว่าการบุกโจมตีองค์กรเรดอายร่วมกับซีโร่กลับทำให้เธอเข้าใจประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์ได้

“กึ่งเทพ...พวกเขาไม่ปรากฏตัวช่วงนี้ใช่หรือไม่? นั่นเพราะว่าพวกเขาต้องควบคุมประตูมิติเอาไว้ ประตูมิติจุดแรกของโลกที่เชื่อมต่อกับโลกของมอนสเตอร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมันไม่เคยปิดและต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดจากกึ่งเทพเพื่อไม่ให้มันเปิดกว้างออก ในช่วงปีสองปีมานี้ประตูมิติแห่งแรกนั้นดูเหมือนว่าจะมีแรกต่อต้านพลังของกึ่งเทพทำให้พวกเข้าไม่ว่างพอที่จะมาก้าวก่ายเรื่องภายในภายนอกอะไร”

ดังนั้นนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมกึ่งเทพจึงไม่ค่อยปรากฏตัวและวินเซนต์สามารถลงมืออะไรได้ตามสบาย

“ยังมีการหายตัวไปของเทพธิดาพยากรณ์และเวก้ายิ่งทำให้ฉันทำอะไรได้สะดวกยิ่งกว่าเดิม แต่การกระทำของทีพันกลับทำให้แผนการหลายอย่างของฉันสะดุดและทำให้ฉันตัดสินใจที่จะล้มล้างรัฐบาลกลาง ฉันต้องการรวบรวมทรัพยากรณ์ รู้หรือไม่ว่าทำไม”

“...”ซีโร่ทำหน้าเฉยชา

“รู้หรือไม่ว่าทำไมฉันถึงไม่กลัวนายทั้งๆที่นานมีพลังเหนือกว่าฉันอย่างมาก นายลงมือเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำลายฉันพร้อมกับฐานลับของฉันได้แล้ว”อยู่ๆวินเซนต์ก็ถามนอกเรื่อง

“มันก็เนื่องมาจากสิ่งที่ฉันจะทำนี่ไง ด้วยทรัพยากรทั้งหมดของมนุษยชาติทำให้ในที่สุดฉันก็สร้างมันสำเร็จแล้ว และคุณจะได้เห็น...ในตอนนี้ ขอบคุณจริงๆซีโร่ ฮ่าๆๆๆ เพราะการที่แกฟังฉันพล่ามมันทำให้พวกเรามีเวลาที่เพียงพอ”วินเซนต์เปล่งรอยยิ้มที่ดูโรคจิตอย่างมาก

ทันใดนั้นเองอยู่ๆใต้ท้องทะเลก็เกิดคลื่นปั่นป่วน อยู่ๆก็ปรากฏลำแสงสีเดงดำพุ่งจากใต้ทะเลขึ้นไปบนท้องฟ้า กระแสพลังปั่นป่วนแผ่กระจายออกมาทำให้บรรยากาศไม่น่าไว้วางใจ คลื่นสีแดงดำกระจายราวกับคลื่นน้ำบนท้องฟ้า มันแผ่ขยายออกไป

ความรู้สึกอันตรายก่อเกิดขึ้นที่หัวใจของซีโร่ เขาจ้องมองลงไปที่ท้องทะเลก่อนจะเห็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่กำลังทำงาน เครื่องนี้เขาไม่มีรู้ว่ามันทำงานอะไรแต่มันก็คงไม่ใช่เรื่องดีที่จะปล่อยมันเอาไว้ เขาจึงคิดจะทำลายมันให้สิ้น คิดได้ดังนั้นเขาจึงเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำลายเครื่องจักรที่ปล่อยแสงสีแดงดำนั้นทันที

คลื่นพลังของซีโร่ปะทุออกมา

แต่ก่อนที่เขาจะทำเช่นนั้นวินเซนต์ก็หยิบปืนพกประหลาดออกมาและเล็งยิงไปทางโซเฟียร์

แวบบบบบบบบบบบบบบบ

แสงสีแดงส้มพุ่งออกจากปากกระบอกปืน ลำแสงสีส้มนี้มีความเร็วสูงมาก พริบตาเดียวก็เกือบจะถึงตัวโซเฟียร์ ซีโร่ต้องหยุดมือแล้วพุ่งเข้าไปขวางวิถีกระสุน เกราะมารปรากฏขึ้นทั่วร่างทำให้เขาประดุจมนุษย์เกราะที่ไม่มีช่องว่าง ด้วยไม่รู้ว่าแสงจากปืนสั้นนั้นมีคุณสมบัติอย่างไรจึงไม่อาจที่จะไม่ระวังตัว

จะผลักหรือพาโซเฟียร์หลบหนีก็ไม่ทันการเพราะว่าแสงนั้นเร็วจนเกินไป

วูบบบบบบบ

แสงปะทะเข้ากับร่างของซีโร่และกระจายตัวออกไป ซีโร่ราบกับว่าตนเองถูกตรึงอยู่กับที่ขยับได้ยากลำบากเป็นอย่างมาก แสงนี้ไม่มีอันตรายแต่มันทำให้สิ่งที่มันอาบย้อมล้วนถูกแช่เข็งกลางอากาศ

ใช่แล้ว นี่คือปืนแรงเฉื่อย มันได้รับการพัฒนาจนสมบูรณ์แบบแล้ว ใครที่เทวาถูกปืนแรงเฉื่อยรุ่นทดสอบเข้าไปก็ย่ำแย่พอควรแล้วตอนนี้มันกลับเหนือชั้นกว่านั้น มันรวดเร็วกว่า แช่แข็งวัตถุได้มากกว่า แม้แต่ระดับSRปลายก็ยังต้องลำบากเมื่อพบเจอลำแสงนี้

“ลำแสงนี้จะแช่แข็งนายไปอีกอย่างน้อยก็3นาที แล้วเจอกันใหม่ซีโร่ ฉันขอหายตัวไปก่อนล่ะ บาย”กล่าวจบวินเซนต์ก็ผลุบหายกลางอากาศ

ประดุจอากาศคือแม่น้ำที่เขากระโดดลงไป ร่างของวินเซนต์หายวับไป ซีโร่ที่ถูกคลื่นแสงอาบทั่วตัวก็เหมือนจะถูกแช่แข็งกลางอากาศ ทันใดเขาก็เกร็งพลังทั่วร่าง คลื่นพลังอันเก่าแก่โบราณแผ่กระจายออกมาในฉับพลัน เกราะมารที่สวมใส่บนตัวของเขานั้นขยายออกไปในพริบตา

เปรี๊ยะ!

ควากกกกกกกกกกกก

ด้วยพลังของเขาทำให้การแช่แข็งนั้นพังทลายในพริบตา ต่อให้วินเซนต์สามารถประเมินพลังของซีโร่ไว้สูงแค่ไหนแต่ก็ยังดูเบาเขาอยู่มากนัก จะให้คนอย่างวินเซนต์ที่มีระดับพลังอย่างมากแค่ระดับSRกลางถึงปลายมาประเมินระดับพลังระดับSSRของซีโร่ได้อย่างไร

จะให้แก่นแท้ประเมินพลังของเอกอุ?

มันเรื่องตลกอย่างแท้จริง!

แววตาของซีโร่เย็นเฉียบและจ้องมองไปยังจุดหนึ่งที่ว่างเปล่า ฉับพลันเกราะมารของเขาตรงแขนขวาก็ยืดยาวออกไปประดุจว่าแขนของเขากลายเป็นยางยืดก็ไม่ปาน กรงเล็บที่แหลมคมของเกราะมารทิ่มแทงเข้าไปตรงที่ว่างเปล่า

ฉึก!

“อ้ากกกกกกกกกก”

เกิดเสียงกรัดร้องดังลั่น

แขนของเกราะมารหดกลับมาและที่ตามมาด้วยคือร่างของวินเซนต์ที่ถูกแทงทะลุลำตัวด้วยกรงเล็กที่แหลมคม

“เป็นไปไม่ได้...ฉันอยู่ในมิติที่สี่ทำไมแกยังสามารถโจมตีฉันได้ เรื่องนี้มันบ้าชัดๆ แค่ก!”วินเซนต์ตื่นตระหนกอย่างมากและกระอักเลือดออกมา

พลังของวินเซนต์คือการที่เขาสามารถหลบเข้าไปในมิติที่สี่ได้ตลอดเวลา นี่ทำให้เขาสามารถไปได้ทุกที่ที่ต้องการ พลังของเขาน่ากลัวมากสามารถอยู่ในมิติที่สี่ได้ทุกสภาพแวดล้อม เขาเหมาะที่จะเป็นนักฆ่าอย่างมาก มากกว่าเจสันที่เห็นหัวหน้าองค์กรนักฆ่าเสียอีก

นี่คือพลังของเขา มันเป็นผลมาจากการระเบิดของการทดลองและทำให้เขาได้รับพลังมิติพร้อมๆกับที่ประตูมิติจุดแรกบนโลกถือกำเนิด

“สำหรับแก่นแท้อาจจะยากสักหน่อยที่จะโจมตีไปถึงระดับมิติที่สี่แต่กับระดับเอกอุอย่างฉันแล้วมันง่ายดายนัก แต่แกคิดว่าจะหนีฉันได้หรือ? ช่างโง่เขลาและก็...ลาขาด”ซีโร่กล่าวเสียงเย็น

มือของเกราะมารที่แทงอยู่ในตัวของวินเซนต์ก็ปรากฏหนามแหลมทิ่มทะลวงออกไปมาจนร่างของวินเซนต์ประดุจเม่นตัวหนึ่ง เลือดของเขาสาดกระจาย หนามแหลมที่พุ่งออกมาก็กลายเป็นเลื่อยแล้วหมุนวันทั่วร่างของวินเซนต์ ร่างของเขาก็กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ถือเป็นการตายที่สยดสยอง

ในระหว่างที่เขาจัดการวินเซนต์ได้แล้วนั้นเองบนท้องฟ้าก็ปะทุพลังสีแดงดำกระจายไปทั่วโลก

ทั่วโลกพลันปรากฏรอยแยกมิติขนาดเล้กใหญ่ไปทั่ว

ด้านหนึ่งในสถานที่ลับที่ปิดทึบปรากฏร่างสิบสองร่างยืนล้อมรอบรอยแยกอากาศขนาด10เมตรอยู่ตรงกลาง ในฉับพลันที่คลื่นสีแดงดำกระจายไปทั่วโลกนั้นเองรอยแยกอากาศอันนี้ก็แผ่กระจายพลังมิติเข้มข้นออกมา มันส่งผลให้ผู้คนทั้ง12คนนี้กระเด็นออกไปและกระอักเลือดออกมากันหมดทุกคน

“อั๊ก! เกิดอะไรขึ้น? เหตุได้ประตูมิติถึงดิ้นรนจนหลุดจากการควบคุมได้ มันยังส่งคลื่นพลังทำให้พวกเราต่างก็บาดเจ็บสาหัสกันทุกคน”

“แย่แล้ว...นี่มันแย่มากๆ ประตูมิตินี้กำลังจะเปิดเต็มที่แล้ว”

ทั้ง12คนนี้ก็คือกึ่งเทพนั่นเอง



........................................................................................................

ความจริงผมคิดจะยืดเนื้อเรื่องจุดนี้ไปอีกสิบบทเพื่อขยายปมบางส่วนแต่ว่าเอาแบบสรุปก็แล้วกันครับ เดี๋ยวค่าตัวพระเอกจะแพงเกินไป



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 283 ครั้ง

3,623 ความคิดเห็น

  1. #3321 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 22:13

    แหมซีโร่ประมาทไปไหมนะ

    #3321
    0
  2. #3316 Soluger (@ThanakonOuadrang) (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 01:47
    อยากให้ต่ออีกหลายๆตอนอ่ะ จบบทโลกนี้แล้วก็ไปออกผจญภัยต่อในโลกที่ใหญ่กว่านี้ไม่ได้เหรอออ เหมือนนิยายกำลังภายในอ่ะโลกนี้เสร็จก็ไปโลกที่ใหญ่กว่าเรื่อยๆแล้วค่อยตัดจบอ่ะ อยากอ่านต่ออีกเยอะๆอ่ะ
    #3316
    0
  3. #3315 จอมมารฝึกหัด Lv.1 (@ITemNa) (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 22:11
    สู้ต่อไป คาเคชิ ผมยังตามอ่านยุน่า ถึงจะอ่านฟรีก็เถอะ ฮ่าาาา

    รอเทวา
    #3315
    0
  4. #3314 ในตาสีเงิน (@dyyj) (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 21:45
    ผมขอตัวนะครับ พอดีไม่ไหวจริงๆ แต่ก็สนุกนะครับ ขอขอบคุณครับ ขอให้เขียนต่อไป
    #3314
    1
    • #3314-1 Slayer D. (@overson111) (จากตอนที่ 174)
      25 มกราคม 2563 / 21:52
      ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดนะครับ
      #3314-1