PLAYLIST #KookV #BTS

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 10,630 Views

  • 460 Comments

  • 1,271 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    38

    Overall
    10,630

ตอนที่ 3 : TRACK02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    10 ส.ค. 59

 





(c)  Chess theme










 

 

 

 

 

 

ตอนที่คิมแทฮยองอายุ 14 ปี คิมจองกุกไม่ได้ต่อยตีเป็นครั้งแรก

และไม่รู้ว่าเมื่อไรจะเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

แทฮยองยืนกอดอกค้ำศีรษะน้องชายที่นั่งอยู่บนชิงช้า แสงอาทิตย์เย็นวันนั้นสาดเงาถมึงทึงของเขาทาบร่างของจองกุกที่ลอยหน้าลอยตาเหมือนเมื่อครู่โดนดุว่า ไปเล่นตบแปะกับเพื่อนอีกแล้วเหรอ!?ทั้งที่เขาหมายถึงรอยแตกบนหางคิ้ว และรอยเท้าบนเสื้อผ้ามอมแมมนั่นต่างหาก

 

คราวนี้ทะเลาะอะไรกันอีก?

 

            จองกุกหน้ามุ่ย “เรื่องงี่เง่า โฮบอมมันต่อยผมก่อน”

 

            “โฮบอมแม่งนิสัยเสียจังวะ” แทฮยองโมโหจนตาเหลือก ดูซิ ต่อยกันได้ลงคอ น้องชายของเขาออกจะน่า

 

            “เนอะ ผมแค่บอกมันว่า พูดมากน่ารำคาญ อยู่บ้านแม่ห้ามไม่ให้พูดเหรอ? เอง”

 

            —น่าโดนฟาดซ้ำ!

 

โอ๊ย! จะตีทำไมเนี่ย?” จองกุกหัวทิ่มเมื่อเขาบ้องกะโหลกอีกฝ่ายทันทีที่ตัดสินว่าน้องกูนี่ล่ะตัวดี แทฮยองกลอกตาใส่สีหน้าจริงจังเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไรของอีกฝ่าย เฮ้อ สมควรมีเรื่องไหมล่ะ?

 

            ยิ่งโต แววความรักสันโดษของจองกุกยิ่งฉายชัด น้องชายคนเล็กของบ้านอิ่มความรักจากครอบครัวที่ได้รับเหลือล้นจนไม่ต้องการเพิ่มเติมจากใคร สนุกกับการเล่นคนเดียวไปวันๆ แต่การไม่สนใจรวมกลุ่มกับใคร ทำอะไรตามใจตัวเองมากเกินไปคงทำให้จองกุกน่าหมั่นไส้ไม่เบา แทฮยองจึงไม่แปลกใจถ้าน้องชายของเขาครบเครื่องเรื่องโดนต่อยกวนโมโห ปากดี ไม่มีเพื่อน

 

            “นี่ พี่แทฮยอง ผมเจ็บแผลอ่ะ”

 

            แทฮยองใจหล่นวูบเมื่อจองกุกชี้ที่หางคิ้วด้วยสายตากระต่ายสลด เขาเกือบสงสารหากประโยคถัดมาไม่ใช่คำว่า “รักษาแผลหน่อยสิ นะ?

 

            ไม่-มี-ทาง

ที่ทำให้เขาย้ำหนักแน่นทันที

 

            “ใจร้าย เจ็บจะตายแล้วเนี่ย”

 

            “ถ้าแกจะคิ้วแตกตาย พี่ก็อิ่มพุงแตกตายไปนานละ” เขากลอกตาใส่น้องชายที่ชักสีหน้าโดนทรยศ “พอเหอะ ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ อายคนเค้ามั่ง”

 

            “อายทำไม ทีพ่อยังยอมให้ผมจุ๊บตลอดเลย”

 

            “ก็นั่นมันพ่อป่ะวะ” แทฮยองไพล่นึกถึงคุณพ่อคนเก่งที่ใช้เคสโทรศัพท์สีชมพูพาสเทลและอบขนมไปให้เพื่อนที่ออฟฟิศชิมประจำ คนนุ่มนิ่มแบบนั้นจะทำตัวมุ้งมิ้งกับลูกชายก็เหมาะดี แถมทำสาวที่ออฟฟิศกรี๊ดกันใหญ่ว่าเป็นแฟมิลี่แมน (เขาเคยถูกพี่สาวที่เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่บริษัทถามว่าคุณพ่อชอบทานอะไร และในวันถัดมา พวกเขาก็ต้องช่วยกันเขมือบกองทัพไก่ทอดร้านโปรดที่พ่อหอบมาจากออฟฟิศ)

 

            แต่เขาคือใคร? คิมแทฮยองคนเท่ห์เชียวนะ แทฮยองตัดสินใจเด็กขาดว่าต้องเลิกทำลายอิมเมจของตัวเอง ตั้งแต่วันที่น้องชายกระโดดกอดและหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ต่อหน้าเพื่อน เขายังจำความอับอายจากการโดนล้อว่าหน่อมแน้มได้ขึ้นใจ และต้องลบคำสบประมาทนั้นให้ได้โดยเร็วที่สุด

           

            “นะๆ ทีเดียวก็ได้นะ” ดังนั้น เมื่อจองกุกยื่นหน้าเข้าหาอย่างคาดหวังแบบนี้ แทฮยองจึงต้อง!

 

“...ก็ได้ หลับตาซิ”

 

คิมคนเล็กยิ้มกริ่ม หลับตาพริ้มรอรับจุมพิตจากริมฝีปากนุ่มนิ่มของพี่ชาย และครู่เดียว สัมผัสอ่อนโยนก็แตะลงบนหางคิ้วสมใจ ก่อนจะถูกลูบทับไล่อากาศจนรู้สึกตึงแน่นที่ห

 

เอ๊ะ?

 

            “ไม่เอาแบบนี้ดิ” จองกุกลืมตาขึ้นมาโวยวายใส่รอยยิ้มเยาะของพี่ชาย ลูบหางคิ้วของตัวเองที่ถูกแปะทับด้วยพลาสเตอร์ยา

 

            “ฮ่าๆ ก็ให้รักษาไม่ใช่เหรอ? นี่ไง ปฐมพยาบาลตามที่อาจารย์วิชาสุขศึกษาสอนเป๊ะ” แทฮยองหัวเราะสะใจ ยกมือขึ้นห้ามเมื่อคิมคนเล็กทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ “หยุด! อยากทำตัวเกเรเองนะ บอกแล้วไงว่าจะให้รางวัลกับเด็กดีเท่านั้น”

 

            “นี่ครั้งสุดท้ายแล้วน่า สัญญาเลย”

 

            “ขี้โม้ คราวที่แล้วก็พูดงี้” แทฮยองจิ้มหน้าผากอีกฝ่าย “ถ้าไม่หยุดเซ้าซี้วันนี้จะไม่ให้นอนด้วย เอาแบบนั้นป่ะ?” และเขาก็ต้องยกยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อสุดท้าย จองกุกก็เป็นฝ่ายยอมล่าถอยให้ไม้ตายด้วยสายตาคาดโทษ ที่เขารู้ว่าจะเปลี่ยนมาเปล่งประกายระยับหากเบี่ยงประเด็นด้วยการชวนเล่นของเล่นในสนามที่ถูกใจคนบ้าพลังอย่างเจ้าตัว เช่น “เล่นลูกโลกกันดีกว่า หมุนไปโลกหน้าเลย” ซึ่งจองกุกก็ยิ้มออกมาตามคาด

 

นั่นล่ะ จึงเป็นอีกวันที่สงบสุขของคิมแทฮยอง

 

            เพราะทุกวันจบลงด้วยดีเสมอ แทฮยองจึงคิดว่าคงไม่เป็นไรหากจองกุกจะได้แผลเล็กๆ น้อยๆ หรือหากพ่อจะมารับเหมือนทุกวันด้วยความห่วงกังวล คำเตือนรอบที่นับไม่ถ้วนของพ่อคงเปลี่ยนน้องไม่ได้อย่างเป็นปริศนาเหมือนเคย และคำว่า แค่เล่นกันของจองกุกคงทำให้พ่อเชื่อว่าเป็นปัญหาเล็กน้อยของเด็กเหมือนทุกที

 

            ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีเสมอมา เขาจึงคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

 

                       

 

 

            จนได้ยืนต่อหน้ายักษ์ในตอนนี้!

 

 

 

          เอ่อ... รุ่นพี่ครับ ผมว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิด...” แทฮยองเสียงอ่อนพอๆ กับเข่า เมื่อแหงนคอขึ้นสบตาเด็กหนุ่มในเครื่องแบบมัธยมต้นสามคนที่ตัวใหญ่กว่าเขาเท่าหนึ่ง รังสีอำมหิตแผ่เข้มข้นยิ่งกว่าพี่ยุนกิ ( = สยองขวัญกว่าที่หนึ่งในโลก)

 

            เข้าใจอะไรผิดล่ะ? เรื่องที่น้องมึงต่อยโฮบอมน้องกู?” แม้แต่เสียงพูดยังน่ากลัวเลยพับผ่า เด็กที่ยืนแลบลิ้นอยู่ข้างหลังรุ่นพี่ไททันนั่นทำให้แทฮยองรีบหันไปแหกน้องชายทางสายตาว่า ไหนว่าครั้งสุดท้ายไงโว้ยยยย

 

            คิมแทฮยองไม่เคยคาดคิดถึงสถานการณ์นี้มาก่อน เมื่อวันนี้ช่างแสนสบายเหมือนทุกวัน และเขาบอกลาเพื่อนเพื่อมารอพ่อกับจองกุกเหมือนเคย แต่ครั้งนี้ นั่งเล่นกันได้ไม่นาน คนพวกนี้กลับตรงเข้าตีวงล้อม แทฮยองเกือบจะคิดว่ามาขอเล่นชิงช้า ถ้าพี่ท่านไม่กำหมัดหักข้อนิ้วดังกร็อบ

 

            “ชะ ใช่ครับพี่! จำคนผิดรึเปล่า น้องผมมันหน้าโหลจะตาย เนอะจองกุก?” เขาหัวเราะอย่างกับร้องไห้ หันไปถลึงตาใส่น้องชายเป็นเชิงว่า พยักหน้าเร็ว ทำให้จองกุกพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา “อืม”

 

            “เห็นไหมครับพี่ จำคนผิดชั

 

            “ไม่ๆ หมายถึง อืม ใช่ ผมเป็นคนต่อยโฮบอมเอง”

 

            เป็นเด็กดีจริงๆ ไม่พูดโกหกเลย มึงจะดีตอนนี้เพื่ออออสหกวาหฟดกหงสก่

 

            “นี่ ไอ้น้อง รู้จักบังชีฮยอกป่ะ?”

 

แทฮยองรีบพยักหน้าให้คนถาม รู้จักสิ ขาโหดประจำโรงเรียนมัธยมต้นเดียวกับเขา ดีกรีเทควันโดสายดำของโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ละแวกนี้ ซึ่งยืนอยู่ตรงหน้านี่ไงล่ะ! “แล้วรู้ไหมว่าถ้ามีปัญหากับคนของบังชีฮยอกจะเป็นยังไง?” เขาพยักหน้าอีกรอบ นึกถึงคนที่โดนชกจนต้องหามส่งโรงพยาบาลแล้วขนลุก นักเรียนย่านนี้รู้ดีว่าคนที่มีปัญหากับชีฮยอกน่ะไม่บ้าก็โง่

 

            “รีบต่อยกันเลยได้มั้ยอ่ะ คือพ่อใกล้มารับแล้ว”

 

และคนคนนั้นก็คือคิมจองกุกนั่นเองจ้า! ฮือออออ

 

            “อยากมีเรื่องมากใช่ไหม?” บังชีฮยอกกดเสียงต่ำ หงุดหงิดจนคิ้วกระตุกเมื่อเห็นท่าทางยั่วโมโหหน้าตาเฉยของจองกุก กวนตีนเก่งจังน้องใครเนี่ย? ไม่รู้จัก ไม่เกี่ยว ไปได้ยัง กลัวมากบอกตรงๆ

 

            “เปล่าครับ แค่อยากรีบกลับบ้านไปเล่นเกม”

 

            “ไอ้นี่... ไม่รู้เหรอว่าคุยอยู่กับใคร?”

 

            “พ่อสอนให้สนใจแค่เรื่องสำคัญครับ”

 

            “งั้นเดี๋ยวจะช่วยสอนว่ามีอะไรอีกที่สำคัญ”

 

            “ขอบคุณครับพี่ชีวอน”

 

            “กูชื่อชีฮยอก!” แทฮยองร้องโหยหวนในใจเมื่อเห็นชีฮยอกแทบจะต่อยน้องชายของเขาทางสายตา รุ่นพี่หัวโจกพยายามข่มอารมณ์ ก่อนพูดขึ้นในที่สุดเมื่อไฟความโกรธสงบลง “พ่อก็ไม่น่าสอนให้กวนตีนนี่นา?” ชีฮยอกยกยิ้มเยาะ “อ้อ คงเพราะไม่มีแม่

 

 

            และนั่นเป็นครั้งแรกที่แทฮยองรู้สึกอยากต่อยบังชีฮยอกขึ้นมา

 

 

            “โฮบอมบอกว่าโดนแกต่อยแค่เพราะชอบล้อว่าไม่มีแม่ นี่? ถึงน้องชายฉันจะปากเสียไปหน่อย แต่ต่อยเพื่อนแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ พ่อลืมสอนให้ควบคุมอารมณ์เหรอ?”

 

            ซึ่งจองกุกคงรู้สึกไม่ต่างกัน เขารับรู้ผ่านสีหน้าไม่สบอารมณ์ในทุกคำที่ชีฮยอกพูดออกมาอย่างเย้ยหยันจนน่ารำคาญ ตอนนี้แทฮยองพอคาดเดาได้ ถึงสาเหตุที่น้องชายของเขาไม่ยอมเลิกทะเลาะกับเพื่อนเสียที “พ่อคนเดียวอาจจะสอนไม่ไหว น่าสงสารจังนะ ถ้ามีแม่ช่วยสอนแกคงเป็นคนมารยาทดีกว่านี้... แต่ก็เข้าใจนะว่าต้นทุนแต่ละคนมันไม่เท่ากัน เพราะไม่มีแม่นี่เองถึงได้--

 

           

            “พอได้แล้ว!

 

           

            และมันทำให้เขาทนไม่ไหวที่สุด

 

ทุกเสียงพลันเงียบงัน เพราะแทฮยองตะโกนออกไปแล้ว และพุ่งเข้าขวางหน้าทั้งสองคนอย่างสุดทน เขาเกรี้ยวกราดได้เหลือเชื่อ แม้แต่ชีฮยอกเองชะงักอย่างประหลาดใจ

 

แทฮยองเหลือบมองสายตาของน้องชาย สายตาคู่ที่สะท้อนเงาฮีโร่ผู้มุ่งโรมรันปีศาจร้ายอย่างหาญกล้า!

 

 

 

 

 

            “ขอโทษครับ! ผิดไปแล้วครับ!! จะไม่ทำอีกแล้วครับ!!!

 

 

 

 

            ด้วยการโค้ง 90 องศา กล่าวคำขอโทษแก่บังชีฮยอกอย่างขันแข็ง!

 

           

“...” เขาเห็นจองกุกเอามือตบหน้าผาก-- หากคุณอาย เราคือเพื่อนกัน

 

 

            “ฮ่าๆ ทำตัวว่าง่ายแบบนี้ค่อยน่าให้อภัยหน่อย” เขาเรียกว่ารู้จักเอาตัวรอดต่างหากโว้ย แทฮยองเถียงในใจขณะปล่อยให้ชีฮยอกบ้องกะโหลก เบามากแค่หัวทิ่ม “ไอ้เด็กอวดดี หัดดูพี่แกเป็นตัวอย่างบ้างสิวะ

 

“ลูกพี่ชีฮยอกใจกว้างยิ่งกว่าแม่น้ำฮันจริงๆ ครับ!” ได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ แทฮยองจึงรีบหันไปสั่งจองกุกที่ยืนส่งหน้าเอือมเบอร์แรงสุดมาให้ “จองกุก มาขอโทษลูกพี่เร็ว!” ถึงจะโมโหไอ้ชีฮยอกนี่ก็เถอะ แต่กับคนที่ไม่มีทางชนะแบบนี้ เขาเชื่อว่าการยอมงอจะช่วยให้เรื่องจบลงด้วยดีกว่าดันทุรังแตกหัก แทฮยองจึงดีใจอย่างสุดซึ้ง เมื่อในที่สุด น้องชายของเขาก็ถอนหายใจเสียงดัง ก่อนยอมเดินมาหยุดตรงหน้าบังชีฮยอก

 

แล้วก้มหัวขานคำขอโทษเสียงดัง ขอโทษครับ! จะไม่ทำอีกแล้วครับ!’

 

 

 

 

 

 

 

 

...ใช่ เขาโคตรอยากให้เป็นแบบนั้นเลย

 

แต่ในความเป็นจริง แทฮยองกลับต้องงับข้อนิ้วไม่ให้หลุดเสียงร้องจ๊าก

 

เพราะจองกุกเดินมาหยุดตรงหน้าบังชีฮยอกแล้วสวนหมัดเข้ากลางหน้าอีกฝ่ายดัง ผั่วะ!

 

            “...มึง

 

แทฮยองสวดอ้อนวอนทุกศาสนายามใบหน้าที่สะบัดตามแรงต่อยของบังชีฮยอกค่อยๆ เบือนกลับมา  เลือดกำเดาไหลเอื่อยลงสู่ประตูนรก และเมื่ออีกฝ่ายตะคอกรอดไรฟันที่เลือดไหลมาบรรจบในที่สุด

 

 

 

            “ต่อยแม่งเลย!

 

 

 

ก็เป็นประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยินเป็นเรื่องราว

 

เพราะหลังจากนั้น ความอลหม่านได้เข้าครอบงำโดยสมบูรณ์ ชีฮยอกและผองเพื่อนกรูเข้ารุมในทันที แทฮยองรู้เพียงตัวเองถูกผลักลง ล้มลุกคลุกคลานมองหาศีรษะกลมๆ ของจองกุกในวงล้อม ก่อนกระเสือกกระสนเข้าไป หวังลากน้องชายให้พ้นมือพ้นเท้า

 

            และเป็นตอนนั้นเอง ที่หมัดลุ้นๆ พลันสวนเข้ากลางหน้า

           

            นั่นเป็นหมัดแรกที่ได้รับในชีวิต แต่เขาจำความได้ไม่ชัดเจนเท่าไร แทฮยองไม่สนว่าใครเป็นคนต่อย ไม่เดือดร้อนกับความชาดิกที่เกิดขึ้นรอบจมูก เขารู้เพียงต้องคว้าตัวจองกุกให้ได้ กระทั่งวงล้อมแตกกระจายด้วยเสียงนกหวีดและเสียงห้ามทัพของใครสักคน เขาก็ยังคงรั้งข้อมือน้องชายออกวิ่งให้พ้นจากความชุลมุนได้ว่องไวเหลือเชื่อ ราวกับยอดมนุษย์ ตอนนั้นแทฮยองคิดว่าตัวเองก็เท่ห์ไม่หยอก

 

            แต่มันเป็นตอนที่พวกเขาหยุดวิ่งลงสักแห่ง และเข่าหมดแรงพยุงร่างกายให้ล้มลงกองกับพื้นนั่นเอง ที่แทฮยองเห็นสายตาตื่นตระหนกของน้องชายแจ่มชัด

 

            “พี่แทฮยอง... เลือด

 

            ตอนนั้นเองที่เขาตระหนักถึงความปวดร้าวเหมือนจมูกถูกทุบ รู้สึกถึงความอุ่นร้อนในโพรงจมูก โลกของเขาหมุนคว้าง ร่างเย็นเฉียบทั้งที่เหงื่อผุดพราย

 

ก่อนท้องฟ้ายามเย็นจะมืดสนิทในฉับพลัน

 

 

 

 

 

 

 

 


 

            แทฮยองรู้ว่านั่นคือการเป็นลม เมื่อลืมตาขึ้นเห็นหลอดไฟสว่างจ้าบนเพดาน

 

            มันจ้าจนต้องหรี่ตาเพราะปรับสายตาไม่ทัน ทั้งกลิ่นและสีชวนให้นึกถึงห้องพยาบาลในความทรงจำ แปลกเพียงที่คนข้างกันดูไม่คุ้นเคย

 

เพราะคิมจองกุกที่เขารู้จักเลิกร้องไห้ไปนานแล้ว แต่ตอนนี้ ตาของอีกฝ่ายกลับบวมฉึ่ง แดงก่ำ มองมาที่เขาเหมือนเห็นโลกถล่ม

 

            ตอนที่พบว่าเลือดกำเดายังไหลเป็นตอนที่เห็นกระดาษทิชชู่ตรงปลายจมูก และความปวดร้าวไปทั้งจมูกเมื่อถอนหายใจแรงๆ เตือนให้รู้ว่าไม่ได้ฝันไป เขาโดนต่อยจนเลือดกำเดาไหล แถมยังเป็นลม อย่าให้ใครรู้เชียวว่าไม่เท่ห์ได้ขนาดนี้

 

แทฮยองถามว่าอยู่ที่ไหน และคำตอบ ห้องพยาบาลของโรงเรียน พร้อมคำอธิบายสถานการณ์สั้นๆ ก็ชวนให้เสียดายที่เรื่องถึงหูครูแล้ว จองกุกคงโกรธน่าดูที่ความปวกเปียกของเขาทำให้ต้องเสียศักดิ์ศรีและถูกรายงานความประพฤติ

 

            “ขอโทษนะที่หนีไม่ทัน เลยโดนจับได้เลย”

 

            แต่เมื่อเขาพูดออกไปแบบนั้น จองกุกกลับชะงักงัน เงียบนิ่งไปขณะหนึ่ง

 

 

 

...ก่อนแหงนหน้าขึ้น กระชากเสียงร้องไห้รุนแรง

 

 

 

มันเป็นเสียงร้องไห้ที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินจากเด็กดื้อคนนี้อีกแล้ว แต่ตอนนี้จองกุกกำลังสำลักน้ำตา ร้องไห้อย่างที่ไม่เคยได้ยินมานานตั้งแต่ครั้งอีกฝ่ายยังเด็ก ประหลาดพอให้แปลกใจจนลืมเจ็บ “อะไร? ร้องทำไม?”

 

            “พะ พี่แทฮยอง ขอโทษนะ-- ฮึก

 

            “หือ? อ้อ? นี่ตกลงรู้ใช่ไหมว่าทำตัวไม่ดี”

 

            จองกุกพยักหน้า “ขอโทษ--ฮึก จะไม่ทำอีกแล้ว--ฮึก

 

            “ให้มันจริงเหอะ” เขาอยากโกรธให้นานกว่านี้ แต่ต้องหลุดขำออกมาจนได้ ทั้งโดนชกครั้งแรกและเป็นลมครั้งแรก แทฮยองควรโกรธเจ้าตัวแสบที่ทำให้ต้องมาเจอเรื่องพวกนี้ แต่แค่เห็นอีกฝ่ายร้องไห้เสียหมดสภาพแบบนี้... ร้องไห้เพื่อเขาแบบนี้ ความโกรธกลับถูกซัดสาดด้วยคลื่นอุ่นวาบในอก เหลือเพียงความตลกหน้าตาเหยเกของน้องชายเท่านั้น

 

            มันจึงกลายเป็นเขาเสียเองที่พร่ำปลอบจองกุกจนเหลือเพียงเสียงสูดน้ำมูก อีกฝ่ายมองเขาด้วยตาแดงก่ำที่ฟ้องว่าอยากยกคำขอโทษทั้งหมดมากองตรงหน้า แต่เพราะเขาย้ำว่า ‘เลิกขอโทษได้แล้ว จองกุกจึงถามขึ้นแทน “จมูก... เจ็บไหม?”

           

            “ถามได้ เจ็บดิ”

 

เจ็บจนจะร้องไห้แล้วเนี่ย

 

แทฮยองกลืนประโยคสุดท้ายลงคอ

 

เพราะเขาเห็นน้ำตาเม็ดโตร่วงจากนัยน์ตาฉ่ำวาวของจองกุกอีกครั้ง เห็นมันใกล้ชิดเมื่ออีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้าหา ราวกับคำว่า เจ็บเป็นคำสั่งที่ร่างกายตอบรับโดยอัตโนมัติ บอกริมฝีปากให้เคลื่อนมายังสันจมูก

 

 

และประทับจุมพิตลงบนนั้น แผ่วเบา

 

 

แผ่วเบาจนคิดว่ากำลังฝัน จนเผลอกลั้นหายใจเพราะกลัวจะปลิวหายไปเสียก่อน แทฮยองรับรู้ทุกจังหวะที่ริมฝีปากแตะผ่านชัดเจน มันเต้นตุบอยู่ในหู สัมผัสนั้นไล้ลงตามแนวสันจมูก อ่อนหวานนุ่มนวลเหมือนสัมผัสของปีกผีเสื้อ แต่ทิ้งร่องรอยความรู้สึกไว้แจ่มชัด สลักอุณหภูมิอุ่นจัดแนบแน่น

 

หนึ่ง

สอง

สาม

--สี่

 

ลมหายใจของเขาเป็นอิสระในที่สุด เมื่อจุมพิตสุดท้ายฝังลงบนปลายจมูกเนิ่นนานราวส่งต่อคำขอโทษ ใบหน้าของจองกุกละออกปรากฏพอดีระดับสายตาอีกครั้ง แพขนตานั้นชื้นละอองน้ำตา แทฮยองขอโทษในใจที่คิดว่ามันช่างน่ามอง

 

หายไวๆ นะ

 

จองกุกร่ายคาถา และเขาพยักหน้า ปล่อยให้ทุกคำที่อยากบอกละลายไปในอากาศ

           

ไม่ได้เชื่อเรื่องเวทย์มนต์หลอกเด็กหรอกนะ แต่ไม่โวยวายแล้วก็ได้

 

 

ก็มีคนร้องไห้แทนแล้วนี่นา

 

 

วันนั้นเป็นวันแรกในรอบปีที่พ่อโกรธจองกุก แทฮยองคิดแบบนั้น เมื่อพ่อตรงเข้ามาพยุงเขาขึ้นจากเตียงด้วยใบหน้านิ่งตึง พ่อโกรธจนไม่ยอมเล่นมุกบ๊องๆ ไปตลอดทางกลับบ้าน โกรธจนเขาดีใจที่รู้ว่าพ่อห่วงเขามากพอให้โมโหลูกคนเล็กสุดที่รัก ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ชอบบรรยากาศชวนอึดอัดแบบนี้อยู่ดี

 

แทฮยองจึงเล่าเรื่องทั้งหมดที่พ่อควรรู้ เรื่องที่ไม่เคยเอ่ยถึงมานานเหลือเกิน

 

“หนูโดนเพื่อนล้อใช่ไหม?” ความอึดอัดถูกจัดการในที่สุดในมื้อเย็นวันนั้น พ่อพูดขึ้นมาด้วยโทนเสียงราบเรียบระหว่างคีบเครื่องเคียงใส่ถ้วยข้าวของน้องชายคนเล็ก จองกุกที่ก้มหน้าก้มตามาตลอดเงยหน้าขึ้นมอง เป็นไม่กี่ครั้งที่น้องชายคนเล็กของบ้านแสดงความลังเลให้เห็น

 

“อยากเจอคุณแม่เหรอครับ?”

 

จองกุกพยักหน้าและเงียบไป นานจนคิดว่าไม่มีมีอะไรที่อยากพูด “...แต่ไม่เจอก็ไม่เป็นไร”

 

นั่นทำให้พ่อเลิกคิ้ว

 

“ผมรู้ว่าพ่อเจอแม่ลำบาก ไม่เจอก็ไม่เป็นไร” จองกุกเคี้ยวข้าว ไม่มีน้ำตา ไม่เสียงร้องไห้ ไม่มีเด็กชายจอนจองกุกที่ร่ำร้องหาแม่ในอดีต ความรู้สึกมากมายซึมลึกลงในใจไปตามกาลเวลา เหลือเพียงความเข้าใจที่ต้องยอมรับ “แค่ไม่ชอบให้คนอื่นพูดแบบนั้น... ผมก็มีแม่นะ แค่ยังไม่ถึงเวลาเจอกันแค่นั้นเอง”

 

 

แม่ของจองกุกไม่กลับมา

 

 

และพ่อไม่เคยเอ่ยถึง เช่นเดียวกับที่กำชับให้พวกเขาไม่เรียกหา พ่อไม่เคยให้ความหวังว่าจองกุกจะได้เจอแม่อีกครั้ง หนูเกิดจากความรัก และจะโตด้วยความรัก คือคำมั่นเดียวที่พ่อมอบไว้ และพิสูจน์ให้เห็นเสมอมา

 

คล้ายกันกับจองกุก แม่ของแทฮยองเสียไปแล้วตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ แม้ความรักความคิดถึงไม่เคยจางหาย แต่ก็จำได้เลือนรางเหลือเกินว่าชีวิตที่มีแม่เป็นอย่างไร และเพราะพ่อเป็นพ่อที่ยอดเยี่ยม แทฮยองจึงไม่คิดว่าชีวิตตัวเองขาดอะไร

 

ถึงอย่างนั้น แม้แทฮยองจะรักพาร์ตเม้นท์ห้อง 24/7 แต่เมื่อเห็นเพื่อนอวดบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพ่อไม่ซื้อไว้บ้าง และแม้ไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่คงจะดีกว่าถ้ามีบ้านหลังใหญ่อย่างใครเขา

 

ความรู้สึกที่พวกเขามีต่อแม่ก็คงเป็นเช่นนั้น

 

 

“รู้ไหมว่าเพื่อนที่ทำงานเรียกพ่อว่าอะไร?”

 

 

จองกุกเงยหน้าขึ้นมองอย่างฉงนใจในคำถามของพ่อ ก่อนส่ายหน้า นั่นทำให้พ่อเฉลยอย่างภาคภูมิ “ หมูซอกจินไงล่ะ!

 

“....มันน่าอวดเหรอครับ?”

 

พ่อทำหน้าไม่อยากเชื่อเมื่อลูกรักถามขึ้นอย่างเอือมระอา “น่าอวดสิ เพราะมันหมายถึงผู้ชายที่กินเก่งแถมยังกินอะไรก็ดูน่าอร่อยไปหมดไงล่ะ หล่อดีออก”

 

“ที่โรงเรียน มีแต่คนเรียกพี่ว่า ประธานนักเรียนไม่ก็ กัปตันชมรมบาส

 

แทฮยองชูนิ้วโป้งสดุดีความคูลของพี่ยุนกิ และพบว่ากำลังถูกพะยัดพะเยิดให้โม้เช่นกัน “อ่า? ของผมก็ ว่าที่ออลจัง มั้ง?”

 

“เห็นไหมครับ? ไม่มีใครเรียกคุณพ่อว่าพ่อหม้าย หรือเรียกพี่ว่าเด็กไม่มีแม่เลย... อย่างน้อยก็ต่อหน้าน่ะนะ” พ่อไหวไหล่ “ความจริงเปลี่ยนแปลงไม่ได้นะครับ แต่เราเปลี่ยนมุมมองของคนอื่นได้ ถ้าไม่ชอบให้คนอื่นเรียกหนูแบบนั้น ก็พิสูจน์ให้เห็นสิครับว่าหนูมีอะไรน่าสนใจกว่านั้น แสดงด้านเจ๋งๆ ให้เขาจำได้จนลืมไปเลยว่าหนูไม่มีคุณแม่ เหมือนพ่อกับพี่ๆ ไง”

 

“แต่ผมไม่อยากเป็นหมู”

 

“ทุกคนไม่จำเป็นต้องเจ๋งด้านเดียวกันหรอกครับ” พ่อหัวเราะ “หนูเจ๋งได้ทุกทางที่หนูชอบ พ่อจะเอาใจช่วยจนกว่าจะถึงวันที่หามันเจอนะ” พ่อคีบเครื่องเคียงใส่จานน้องคนเล็กที่มองมาด้วยตาเป็นประกาย สายตาแบบที่แทฮยองเชื่อมั่นกว่าครั้งไหนๆ ว่าจองกุกรับรู้และยินดีรับฟังจากใจจริง คิมคนเล็กยิ้มออกมาด้วยความหวัง

 

 

ผมจะเป็นไอรอนแมน

 

 

“...”

 

และนั่นเป็นอีกครั้งที่คิมทั้งสามต้องตบหน้าผากป้าบ

  
 
 

ตอนนั้นพวกเขาเพียงแค่ขำความช่างฝันของเด็กคลั่งฮีโร่ แทฮยองเดาว่าโตขึ้นน้องชายของเขาคงไม่พ้นเอาดีด้านเล่นเกม แม้กระทั่งวันที่จองกุกไปโรงเรียนอย่างกระตือรื้อล้นขึ้นและขอพ่อเรียนเทควันโด เขาก็ยังเดาไม่ออกว่าจองกุกจะเข้าใกล้ความฝันด้วยหนทางใด

 

กว่าเขาจะรู้ตัวว่าคิดผิดและได้รู้ว่าจองกุกซ่อนความเจ๋งแบบไหนไว้ ก็ผ่านไปนับปี

จองกุกพิสูจน์ความสำเร็จด้วยผ้าสายสีดำที่คาดรอบเอว

 

 

            “ย่าห์! คิมแทฮยอง!

 

            และเสียงตะโกนของบังชีฮยอก

 

           

            เสียงตบการ์ดเกมเงียบสนิทในฉับพลัน เช่นเดียวเพื่อนร่วมวงไพ่ที่พร้อมใจกันหน้าถอดสีเมื่อเห็นเงาใหญ่ยักษ์ของขาใหญ่ประจำม.ปลายทาบอยู่หน้าประตู บังชีฮยอกยืนกอดอกทำหน้าโหด “คิมแทฮยอง!

 

            “คะคะครับ!” แทฮยองขานรับเสียงหลง และเมื่อคนเรียกเห็นเช่นนั้นก็แสยะยิ้ม ชีฮยอกเดินเข้ามาหา กระแทกมือลงบนไหล่ของเขา... ชิบ  จะกี่ครั้งก็ไม่ชิน

 

 

 

            “ฮายน้องรัก  

 

 

 

            วาจาเป็นมิตรแบบเนี้ยะ

 

            “จองกุกรอนานแล้วเนี่ย เก็บของให้ไวเลย”

 

            ‘ไม่ไป! จะเล่นเกม!

 

            แทฮยองเถียงแน่นอนว่าในใจ ขณะลนลานกวาดข้าวของลงกระเป๋าอย่างไม่คิดชีวิต ก่อนรีบพุ่งตัวตามหลังรุ่นพี่หน้าโหดที่เดินนำไปก่อน

 

            “ไอ้โฮซอกยังล้อเรื่องทำตัวหน่อมแน้มอยู่อีกรึเปล่า?” ชีฮยอกถามอย่างอารมณ์ดี

 

            “ไม่ครับลูกพี่!”

 

            “ลูกพี่อะไรเล่า พี่ชีฮยอกไง พี่ชีฮยอก!

 

            “ครับ พพี่ชีฮยอก

 

            “คราวหลังถ้าโดนล้ออีกก็บอกเลยนะ จะเล่นให้น่วมเลย” อีกฝ่ายแสยะรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ “มีฮยองทั้งคนไม่ต้องกลัว! พี่น้องของจองกุกก็เหมือนพี่น้องของบังชีฮยอก”

 

            แทฮยองส่งยิ้มแหยตอบรับ อ๊า ไม่ชินโว้ย

 

ปลายทางที่ชีฮยอกนำมาถึงคือรั้วโรงเรียนซึ่งมีกลุ่มนักเรียนชายตัวใหญ่ยักษ์ยืนคุยกันอย่างสนุกสนาน แค่บรรยากาศก็โหดอย่างกับแก๊งค์ทวงหนี้ และเมื่อหนึ่งในนั้นที่ตัวเล็กที่สุดมองเห็นเขา ริมฝีปากก็วาดรอยยิ้มน่ารักโชว์ฟันกระต่าย ก่อนหันไปลาคนอื่นๆ

 

            “พี่แทฮยองมาแล้ว งั้นผมกลับบ้านก่อนนะครับ”

 

            “เออบาย พรุ่งนี้ซ้อมเวลาเดิมนะ” แทฮยองโค้งให้คำลา เลิ่กลั่ก แต่เดินหนีด้วยตายใจได้ไม่เท่าไรก็ต้องสะดุ้งเฮือกให้เสียงเรียกโคตรโหด “เฮ้ย! แทฮยอง!

 

             “ครับพี่เซจิน!

 

            “อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะแข่งเทควันโดระดับเขตแล้ว ดูแลไอ้จองกุกมันดีๆ หน่อย ให้มันกินอิ่มนอนหลับ”

 

            “ครับพี่ซังยอน!

 

            “อย่าให้ดาวรุ่งของพวกเราลำบากนะเว่ยพี่”

 

            “ครับน้องโฮบอม!

 

            “ถ้าไอ้จองกุกมันมาฟ้องว่าเอ็งดูแลไม่ดีนะ...” ชีฮยอกทำหน้าโหดเบอร์ฆาตกร ยกนิ้วขึ้นทำท่าเชือดคอแบบที่แทฮยองต้องจมูกสั่น ฉี่แทบเล็ด

 

 

และหลุดหัวเราะก๊ากจนตัวงอกันทั้งกลุ่ม

 

 

“โอย ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่นน่า รู้จักกันตั้งนานทำไมยังไม่หายกลัวอีกวะ” จะยื่นกระจกให้ส่องก็กลัวโดนถีบ เขาจึงเลือกจะหุบปาก

 

“อย่าแกล้งพี่แทฮยองสิครับ” เขาหันไปขอบคุณจองกุกน้องรักที่ช่วย“พี่ผมก็อายเป็นนะที่เป็นคนขี้ขลาด” เอ๊ะ? หลอกด่ากูไหม?

 

กระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังไม่อยากเชื่อว่าจะได้โบกมือลาคนกลุ่มนี้ในฐานะเพื่อน... แทฮยองได้รู้ว่าจองกุกมีพรสวรรค์ด้านกีฬาในที่สุด เขาสนับสนุนโดยไม่คิดอะไร ตอนที่น้องชายขอพ่อเรียนเสริมที่โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้เดียวกันกับบังชีฮยอก อยากเก่งกว่าแล้วแก้แค้น จองกุกบอกแบบนั้น และทำได้ดีมากดีจนกลายน้องรักของบังชีฮยอกซะงั้น

 

จองกุกกลายเป็นความภาคภูมิใจคนใหม่ของโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ ถูกตาต้องใจกลุ่มของบังชีฮยอก มีเพื่อนใหม่ที่สนใจเรื่องเดียวกันหลายคน แถมโด่งดังจนเพื่อนๆ ผู้ปกครองพากันชื่นชมจนพ่อปลื้มหน้าบาน ลืมเด็กตัวคนเดียวที่เคยโดนเพื่อนแกล้งไปได้เลย จองกุกตอนนี้น่ะเจ๋งอย่าบอกใคร

 

ซึ่งบางทีเขาก็ไม่ชอบสักเท่าไร

 

ทำไมน่ะเหรอ?

 

พวกเขาเดินข้างกันไปตามทางเท้า แต่แกว่งมืออย่างมีความสุขได้ไม่เท่าไร มือข้างซ้ายของแทฮยองก็พลันอุ่นวาบขึ้นด้วยอุณหภูมิจากมือข้างขวาที่ไม่ใช่ของเขา เขาหันไปกลอกตาใส่น้องชายที่คว้ามือไปกุมหน้าตาเฉยอีกแล้ว “ปล่อยดิ๊ อึดอัด”

 

เมื่อเจอสายตาดุๆ แบบนี้ของแทฮยองเข้าไป จองกุกก็งอแงเป็นลูกกระต่ายขาดความอบอุ่นทันที ขอจับมือหน่อยนะ น้า

 

...หมายถึง ถ้านั่นคือจองกุกเวอร์ชั่นก่อนอัพเกรดเป็นจองกุกสายดำอ่ะนะ

 

 

“อยากให้ผมบอกพี่ชีฮยอกเหรอว่าพี่ดูแลไม่ดี”

 

 

เพราะตอนนี้ นอกจากจะไม่อ้อนแล้วมันยังข่มขู่เขาอีกด้วย!

 

 

ไอ้ขี้ฟ้อง” แทฮยองขบเขี้ยว พยายามสะบัดมือทิ้ง ซึ่งหากเป็นจองกุกสมัยก่อนอัพเกรดน่ะคงหน้าเสียที่ถูกเขาโกรธแล้วรีบปล่อยมือ

 

ส่วนตอนนี้น่ะเรอะ?

 

 

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ยๆๆ รู้แล้วๆๆ จับเลยๆๆ จับให้มือเปื่อยเลย”

 

 

แม่งบิดมือเขาแน่นเป็นปูหนีบ เจ็บโว้ยยยย

 

 

แทฮยองแยกเขี้ยวใส่น้องชายที่ยิ้มใสใสให้พี่มันที่ร้องลั่นอย่างขอความเมตตา ฮือออออ ถ้ารู้แบบนี้เขาจะไม่ให้ท้ายส่งมันไปเรียนเทควันโด และจองกุกก็หัวเราะให้คำคร่ำครวญของเขาเหมือนทุกครั้งที่แทฮยองบ่นยามสู้คิมคนเล็กไม่ได้ “ไม่ดีตรงไหน? ตอนนี้ผมเท่ห์อย่างกับไอรอนแมน”

 

“มีธุรกิจพันล้านตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 

จองกุกจิ๊ปาก “ฮีโร่ไม่ได้เท่ห์เพราะรวยซะหน่อย เพราะเขาปกป้องคนสำคัญได้ต่างหาก” เอาอีกแล้ว... แทฮยองเตรียมย่นจมูกใส่ประโยคถัดมาที่สาบานว่าจะไม่มีวันให้เพื่อนได้ยินเด็ดขาด เพราะแค่โดนพี่ยุนกิล้อก็โคตรจะอาย “ถ้าพี่อยู่กับผมนะ ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะโดนต่อยเป็นรอบที่สอง ผมจะปกป้องพี่เอง”

 

แทฮยองเออ-ออให้ท่าทางภูมิใจของน้องชายที่โม้ต่อเรื่องประมาณว่า พ่อกับพี่ยุนกิก็จะปกป้องด้วยแล้วก็ แต่แทฮยองต้องปกป้องที่สุดเพราะกากสุด ไม่รู้จะเถียงยังไงเพราะก็ถูกของมัน

 

“ปกติก็ไม่เคยไปกวนตีนให้ใครเขาอยากต่อยอยู่แล้วป่ะ” เขาถอนหายใจ “แล้วงี้ถ้าไม่อยากโดนต่อยตลอดชีวิต พี่กับพ่อก็ต้องอยู่แกไปตลอดชีวิตเลยรึไง?”

 

จองกุกเลิกคิ้ว ก่อนตอบอย่างมั่นใจ ด้วยคำที่ทำให้เขาขำในความพาซื่อ

 

ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่นา?

 

ตอนนั้นแทฮยองเห็นมันเป็นเรื่องตลก เพราะไม่ใช่แค่เขาที่สักวันต้องห่างน้องไป จองกุกที่เพิ่งมีโลกใบใหม่ของตัวเองคงไม่รู้ว่าในอนาคต แทฮยอง พี่ยุนกิ และพ่อ จะยังเป็นคนสำคัญในโลกใบที่เรียกว่าครอบครัว แต่ไม่ใช่ศูนย์กลางในจักรวาลของจองกุกที่ประกอบด้วยโลกอีกหลายใบในวงโคจร

 

 

ตอนนั้นแทฮยองไม่รู้เช่นกัน ว่าจองกุกจะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลของเขา


 

 

 

           

 

           

 

TRACK02

 

 

 

 

 

 

 

 

            ตอนที่คิมแทฮยองอายุ 16 ปี เขามีจูบแรก

 

            มันเป็นรสกาแฟ-- ตอนที่สารภาพออกไปด้วยใบหน้าร้อนฉ่า คิมจองกุกไม่พูดกับเขาทั้งวัน

 

            “พี่! ทำไงดี น้องไม่ยอมคุยด้วยอ่ะ” แทฮยองโวยวายขอความช่วยเหลือพี่ยุนกิในอีกวัน หลังทนสงครามประสาทไม่ไหว อีกฝ่ายนอนนิ่งบนโซฟามาเป็นชั่วโมง ถ้าไม่กระดิกนิ้วกดรีโมทคงคิดว่าหลับ

 

            “ไปที่ตู้เย็น” ตอบโดยไม่ละสายตาง่วงๆ จากทีวี ว่าแล้วเชียว พี่ชายคนนี้ต้องมีไอเดียดีๆ เสมอ “หยิบกล่องคุกกี้มา” ต้องเป็นการง้อด้วยของกินแน่นอน! เขารีบส่งมันให้พี่ยุนกิเพื่อพบว่าอีกฝ่ายช่วยเขาเต็มที่ด้วยการกินคุกกี้

 

            “--อ๋อออออ พอพี่กินคุกกี้ จองกุกมันก็จะได้ยินเสียงเคี้ยว แล้วก็มาขอกิน แล้วผมก็จะได้โอกาสคุยกับมันใช่มะ?” แทฮยองตาโต ดีดนิ้วเป๊าะ

 

            “อย่าต๊อง ให้หยิบมาให้กิน หิว”

 

            “...”

           

            “ขอบใจ ไปได้ละ เสียงดังดูทีวีไม่รู้เรื่อง”

 

            “...”

           

            สุดท้าย เมื่อไม่มีใครช่วย แทฮยองจึงบุกเข้าเคลียร์ถึงห้อง เขาเปิดประตูผางเพื่อพบน้องชายคนเล็กที่นอนอยู่บนเตียง เหลือบมองเขาเพียงนิดก็สนใจการ์ตูนในมือต่อ จงใจเมินแบบนี้มันเกินไปแล้ว อย่างนี้มันต้อง!

 

            “โกรธไรอ่ะ บอกหน่อยน้าาาาา?”

 

ต้องเอียงคออ้อนด้วยเสียงสองน่ะสิ! จะทำอะไรมันได้ล่ะ

 

และแน่นอน มันได้ผล แทฮยองเห็นจองกุกพยายามฮึบ เขาจึงม้วนหน้าขึ้นเตียงไปนอนพาดเกาพุงอีกฝ่าย “คนทึ่มแบบพี่จะไปรู้อะไร บอกหน่อยสิ นะ? นะ?” ซึ่งดูเหมือนน้องชายจะมีเรื่องค้างใจ เพราะทำโกรธได้ไม่นาน จองกุกก็วางการ์ตูนลงคุยอย่างจริงจัง

 

“เดทแรก พี่กับพี่จูฮยอนทำอะไรด้วยกันบ้าง?”

 

            -ตึกตัก- แค่ได้ยินชื่อก็ใจสั่นเหนือการควบคุม แทฮยองหน้าร้อนขึ้นมาเมื่อน้องชายเอ่ยถึงแฟนของเขา-- เบจูฮยอน รุ่นพี่ร่วมโรงเรียนที่เขารวบรวมความกล้าสารภาพรัก

 

เธอทำให้เขารู้จักรสรักแรกว่าหวานเพียงใด ทุกอย่างที่เป็นเธอทำให้เขาหลงใหล และละเมอหาเมื่อห่างกัน แม้ไม่รู้ว่าอาการเสพติดเป็นเช่นไร แต่แทฮยองคิดว่าเขากำลังเสพติดเธอเข้าอย่างจัง

 

            “เอ่อ ก็ไปดูหนัง--” เขาอายชอบกลที่ต้องเล่าเรื่องชวนเขินต่อหน้าน้องชาย “แล้วก็หาอะไรกิน เสร็จแล้วก็ไปเดินเล่น ก่อนกลับก็นั่งคุยกันที่คาเฟ่นิดหน่อย แล้วก็... นั่นล่ะ”

 

            จูบจองกุกพูด อารมณ์ช่างขัดกับเขาที่เอาแต่เตะผ้าห่มแก้เขิน แต่เตะจนเมื่อยเท้า อีกฝ่ายก็ยังดูไม่ชอบใจ และเมื่อถามออกไปก็ได้รับสีหน้าคาดโทษตอบแทน “เมื่อวานพี่อยู่กับพี่จูฮยอนทั้งวัน”

 

            “ก็ไปเดทกับแฟนนี่?”

 

            “ผมไม่ชอบที่พี่มีแฟน”

 

            “แต่ตอนที่บอกว่ามีแฟนก็ไม่เห็นว่าอะไรนี่?” แทฮยองนึกถึงวันที่จองกุกปรบมือยินดีเมื่อเขาโม้ให้ทุกคนในบ้านฟังเรื่องแฟนคนแรก และนั่นทำให้จองกุกขึ้นเสียงอย่างหงุดหงิด

 

            “ก็ผมไม่รู้ว่าถ้ามีแฟนแล้ว พี่จะเล่นกับผมไม่บ่อยเท่าเมื่อก่อน”

 

            แทฮยองเลิกคิ้ว

 

“เมื่อก่อนพี่อยู่กับผมบ่อยกว่านี้ เราชอบคุยเรื่องเกมกับการ์ตูนด้วยกัน แต่พอมีพี่จูฮยอน พี่ก็อยู่แต่กับเขา โทรหาเขาเป็นชั่วโมง คุยแต่เรื่องเขา” คิมคนเล็กจ้องหน้าเขาอย่างเอาแต่ใจ “ถ้ารู้ว่ามีแฟนแล้วต้องเปลี่ยนไป ผมจะไม่ยอมให้พี่มีแฟนหรอก

 

            และแทฮยองได้เพียงถอนหายใจ

 

            ไม่ใช่เพราะความหงุดหงิด ตรงข้าม จองกุกดูตลกดีเวลาเรียกร้องความสนใจเป็นเด็กๆ ไม่ตลกนะพี่ อย่ามีแฟนแล้วลืมน้องดิ สนใจผมบ้าง และยิ่งอดขยี้ผมอีกฝ่ายแก้มันหมั่นไส้ไม่ไหวเมื่อโวยวายมาแบบนั้น จองกุกน่ะยิ่งโตยิ่งแสบ ยิ่งแรงเยอะขึ้นยิ่งชอบใช้กำลัง ชอบว่าเขากาก เริ่มพูดไม่เพราะแล้วด้วย ถึงอย่างนั้น สำหรับเขาจองกุกก็คือน้องเล็กคนเดิม เพราะสิ่งสำคัญที่สุดไม่เคยเปลี่ยน

 

“โอเค! งั้นต่อไปนี้ ถึงมีแฟนแล้วพี่ก็จะไม่เปลี่ยนไป จะเป็นเหมือนเดิมเลย” และเพราะน้องเล็กตอนอารมณ์ดีดูน่ามองมากกว่า สุดท้าย แทฮยองจึงยืนนิ้วก้อยออกเกี่ยวเข้ากับอีกนิ้วก้อยของอีกฝ่าย ท่ามกลางสายตาไม่เชื่อใจที่ส่งมาหา “สัญญา

 

ซึ่งจองกุกคิดถูก

 

ตอนนั้น เขาสัญญาไปอย่างนั้นเอง จูฮยอนหวานตรึงใจขนาดนั้น แล้วจะไม่ติดแฟนได้อย่างไร? โลกของแทฮยองเป็นสีชมพูด้วยฤทธิ์รักแรก เสพติดความหวานจากคนที่เขาไม่เคยคาดฝันถึงวันที่สัมพันธ์ต้องสิ้นสุด

 

และการไม่เผื่อใจนั่นล่ะ คือหายนะ

           

สามเดือนหลังจากนั้น แทฮยองกลับมามีเวลาให้น้องชายตามสัญญาในที่สุด

 

 

เพราะเขาถูกจูฮยอนบอกเลิก

           

 

            มันเป็นช่วงที่ทั้งบ้านมีแต่เสียงเพลงอกหัก แทฮยองเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง เหม่อลอยและร้องไห้ ต่อให้พ่อทำอาหารอร่อยๆ ไว้เต็มโต๊ะก็กินไม่ลง กระทั่งต้องโดนพี่ยุนกิป้อนข้าวนั่นล่ะ น้ำตาถึงไหลพราก— ไม่ได้ซึ้ง แต่สำลัก เพราะพี่ท่านเล่นเอาช้อนงัดปากอย่างอำมหิตข้อหา อยากอดข้าวตายนักเรอะ?

 

แต่ตอนนั้นใครจะทำใจได้ทันทีล่ะ? เขาทำอะไรก็คิดถึงเธอ เห็นอะไรก็เป็นเธอ แม้แต่หน้าพ่อกับพี่ยังเหมือนเธอเลยให้ตาย กระทั่งวันหนึ่งที่ตื่นขึ้นพร้อมคราบน้ำตาเหมือนเคย แทฮยองจึงพบว่าจองกุกเป็นคนปลุก

 

“ตาพี่บวมอย่างกับกบ” เขาสะบัดหน้าหนีนิ้วของจองกุกที่ลูบเปลือกตาอย่างเป็นห่วง ตั้งแต่อกหัก แทฮยองสาบานว่าจะไม่คุยกับน้องชาย

 

 

 

“ผมสงสารพี่จัง กร๊ากกกกกกกกกกกก!

 

 

 

เพราะมันจะหัวเราะลั่นบ้านแบบนี้ไง!

 

“เด็กเวรรรรรรร” เขาเด้งตัวขึ้นเหวี่ยงหมอนฟาดคิมคนเล็กที่ขำตัวงอ “ใช่เวลามาสะใจป่ะ! พี่มึงเศร้าอยู่นะเว่ยกห่กหกงงกหฟ!” และคงฟาดต่อไป ถ้าไม่ถูกล็อคคอให้ได้แค่ดิ้นพล่านอย่าไร้ทางสู้ ย้าก ไหนใครชอบโม้ว่าปกป้องเขาได้วะ? พออกหักขึ้นมาแม่งสมน้ำหน้าพี่มันก่อนใครเลย

 

“เฮ้ยนี่สงสารจริงๆ สะใจอะไรฮิฮิ ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆ

 

“อ๋องั้นที่หัวเราะเพราะเศร้านี่เอง ถุย! ตอแหล!

 

“โทษๆ พอดีอารมณ์ดีเพราะคนที่ทิ้งผมก่อนเขาถูกทิ้ง”

 

“คิมจองกุกกกกกก!

 

 “ฮ่าๆ อาบน้ำก่อนเร็ว ไปๆ” นั่นเป็นคำสั่งมากกว่าชักชวน เพราะเขาถูกลากเข้าห้องน้ำเรียบร้อย มัวแต่สะลึมสะลือจนถูกยัดแปรงสีฟันใส่ปาก แทฮยองเพิ่งสังเกตว่าวันนี้จองกุกสวมชุดลำลองที่ดูดีเกินกว่าจะอยู่บ้านหรือไปซ้อมเทควันโด และเมื่อได้คำตอบ

 

 

ไปเดทกันเถอะ

 

 

ฟองในปากเขาแทบพุ่ง

 

“พี่ยุนกิบ่นว่าพี่เอาแต่กลิ้งอยู่ในห้อง เดี๋ยวจะฟุ้งซ่านจนบ้ากว่าเดิม เลยให้พาไปเปิดหูเปิดตาบ้าง” คือคำอธิบายการกระทำของจองกุก แทฮยองซึมเกินกว่าจะโวยว่า หลอกด่ากูอีกแล้วถูกขู่เข็นให้อาบน้ำแต่งตัวแบบนี้ มีแรงลากไปไหนก็เชิญเลย ไม่สนหร

 

“ผมเลยจะพาพี่ไปตามรอยพี่จูฮยอน”

 

เปลี่ยนใจละ ข่วนหน้ามันสักทีเหอะ

 

“จะไม่เลิกกวนตีน?” เขากางกรงเล็บเมื่อได้ยินชื่อแสลงหู

 

“เปล่านะ คราวนี้จริงจัง” จองกุกยิ้มเหมือนผู้กู้โลก “วันนี้ผมจะทำหน้าที่แฟนแทนพี่จูฮยอนเอง

 

และถ้าฟองในปากยังอยู่ คงแทบพุ่งอีกรอบ

 

คำอธิบาย ไม่จำเป็นต้องทำแทนสักนิด ยังไงก็แทนไม่ได้หรอกไม่มีผลต่อความตั้งมั่นของจองกุกสักนิด ทั้งที่เจ้าตัวยังไม่เข้าใจการเดท ไม่เคยมีแฟน แม้ตอนนี้สาวที่ชอบจะไม่ใช่เปปเปอร์จากไอรอนแมน แต่ก็เป็นนามิจากวันพีซ เขาถูกล็อคคอตีเข่าพาขึ้นซับเวย์มาถึงโรงภาพยนตร์ หลังบอกว่าชอบดูหนังกับจูฮยอนบ่อยๆ เธอชอบดูหนังรักเขาเสริม และนั่นทำให้จองกุกพุ่งเข้าเคาท์เตอร์จำหน่ายตั๋วอย่างมั่นใจทักที “แค่ดูหนังรักกับพี่ ผมก็ทำไ

 

“อ๊ะ ไอรอนแมนภาค2 เพิ่งเข้านี่นา”

 

พี่เพิ่งตื่นถ้าดูหนังรักต้องง่วงจนหลับแน่นอน เราดูหนังแอคชันกันเถอะ”

 

“ก็ไม่นะ ตอนนี้ตาสว่างมาก”

 

“อย่างงี้นี่เอง งั้นขอเรื่องไอรอนแมน 2 คนครับ”

 

“...” เดทนี้ไม่น่ารอด

 

ดูหนังกับจองกุกไม่เหมือนดูหนังกับจูฮยอนสักนิด พวกเขาไม่จับมือกัน (มือจองกุกไม่ว่างเพราะมัวแต่ยัดป๊อปคอร์นเข้าปาก) ไม่ซบไหล่หรือกระซิบเสียงหัวเราะข้างหูให้มุกตลก ไม่ทำให้เขาใจเต้นตึกตัก แต่เขาชอบหนังแอคชันมากกว่าหนังรัก และหลังออกจากโรง การได้สรรเสริญความเท่ห์ของไอรอนแมนร่วมกันนั้นช่างสนุกจนลืมเศร้า

 

            “แค่หาอะไรกินกับพี่ ผมก็ทำได้” จองกุกไม่หยุดมั่นหน้าหลังจากเขาบอกว่าทานข้าวกับจูฮยอนประจำ เธอชอบร้านบรรยากาศน่ารัก ไม่ทันให้ข้อมูลนั้น จองกุกก็ชี้อย่างรู้งานไปที่รถเข็นขายโอเด้ง

 

            “...เอ่อ คือ”

 

            “หรือจะไปมินิมาร์ทดี? อยากกินรามยอนอ่ะ”

 

            โว้ย นี่มาเดทไหมล่ะไม่ได้มาหาของกินกับเพื่อนหลังเลิกเรียน ไม่โรแมนติคสักนิด... เห็นเจ้าน้องชายไม่ประสีประสาแบบนี้ แทฮยองผู้แก่ประสบการณ์กว่าจึงชี้แนะว่า

 

“รามยอน”

 

            เรื่องอะไรจะเสียเงินเยอะๆ เพื่อทานข้าวกับน้องตัวเองล่ะ เอาไปซื้อการ์ตูนดีกว่า กร๊าก

           

แน่นอนว่าทานข้าวกับจองกุกไม่เหมือนทานข้าวกับจูฮยอน ถึงอย่างนั้น การไม่ต้องรักษาภาพพจน์ต่อหน้าจองกุกก็ไม่อึดอัดดี เขาสนุกกับการซดซุปเสียงดังและแข่งกันทานมากกว่าค่อยๆ ทานให้ดูดีต่อหน้าจูฮยอน หรือเสียเวลาเลือกร้านที่บรรยากาศถูกใจเธอ

 

จูฮยอนชอบช็อปปิ้ง พวกเขาจึงตั้งใจเดินดูของต่อหลังซัดรามยอนจนอิ่ม แต่เมื่อผ่านร้านเน็ตคาเฟ่และหนังท้องตึงเกินเดินไหว พวกเขาตกลงใจนั่งพักเล่นเกมสบายๆ สักชั่วโมง “หายจุกแล้วค่อยไปช็อปปิ้งกัน ผมทำได้” จองกุกบอกแบบนั้น

 

และนั่งเล่นเกม 4 ชั่วโมง

 

กว่าจะออกจากร้านได้ก็ตอนฟ้าเริ่มมืด โปรแกรมช็อปปิ้งถูกยกเลิกเพราะเห็นพ้องว่าขี้เกียจ พร้อมเสียงหัวเราะแห้งๆ ของจองกุก “มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำอีกไหม? คราวนี้ไม่พลาดแน่!” ถามอย่างมุ่นมั่นแก้มือแบบนั้น แทฮยองจึงไม่เกี่ยงเมื่อต้องนำทางไปยังคาเฟ่ร้านโปรดของเขาและจูฮยอน โดยไม่ได้บอกว่าเขาชอบเล่นเกมมากกว่าเดินซื้อของ

 

จองกุกตรงไปที่เคาท์เตอร์สั่งเครื่องดื่มหลังจากเขาเล่าว่า ชอบดื่มคาราเมลมัคคิอาโตเหมือนจูฮยอน’  และกลับมาพร้อมแก้วมัคสองใบ ไอร้อนจากเครื่องดื่มลอยอ้อยอิ่งในอากาศ “แค่มาคาเฟ่กับพี่ ผมก็ทำได้” จองกุกเป่าไล่ความร้อน ก่อนยกมันจรดริมฝีปาก จิบกาแฟ

 

แหว่ะกหาฟดางกฟ! ไม่อร่อยเลย

 

และทำหน้าเหม็นเค็ม แหงสิ เคยดื่มกาแฟเสียเมื่อไร?

 

“ทำไมเฝื่อนงี้อ่ะ? รสอย่างกับน้ำล้างผ้าเช็ดเท้า น้ำอัดลมอร่อยกว่าอีก” สภาพจองกุกที่เอาแต่ซดน้ำเปล่าและบ่นเหมือนจะตายนั่นทำแทฮยองขำด้วยความสมน้ำหน้า และดูเหมือนจองกุกจะรู้เช่นกันว่าเดทครั้งนี้ผิดเพี้ยนไปหมด เมื่อเขาเปรยเรื่องเดทขึ้นมา อีกฝ่ายจึงทำหน้าไม่อยากฟัง


“โคตรแทนจูฮยอนไม่ได้ ไม่เหมือนเดทอยู่เลย” เขาแกล้งทิ้งช่วงให้จองกุกซึบซับความผิดหวัง เพราะไม่บ่อยครั้งที่จะได้เห็นอีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ

 

แต่ก็สนุกดี

 

และอยากเห็นสีหน้าเหมือนต้นกล้าถูกรดน้ำแบบนี้

 

“ขอบใจนะที่เป็นห่วงแล้วก็อยู่เป็นเพื่อนทั้งวัน เดทแบบนี้แล้วสนุกกว่าเยอะเลย ไว้มากันอีกนะ... อ่า แต่ครั้งต่อไปเลิกเรียกว่าเดทเหอะ จั๊กจี้ว่ะ” ชมไปก็อยากคืนคำเพราะท่าทางอวดเบ่งของอีกฝ่ายมันน่าหมั่นไส้นัก แต่ทำอย่างไรได้? เมื่อวันนี้เป็นวันแรกที่เขาไม่ร้องไห้ และเป็นวันแรกที่นึกถึงจูฮยอนแล้วไม่เศร้าเท่าที่คิด

 

แทฮยองจึงยิ้มรับ

ถือว่าผ่านล่ะนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าสายตาของเขาไม่หยุดที่เคาท์เตอร์เสียก่อน

 

 

และนั่นทำให้จองกุกเลิกคิ้ว เพราะทันทีนั้น แทฮยองเงียบไป ไม่แม้แต่ละสายตา กระทั่งคิมคนเล็กมองตามทิศที่ความสนใจถูกตรึงไว้ ที่เคาท์เตอร์ซึ่งมีลูกค้าคนใหม่ยืนอยู่

 

คนคนนั้นมากับใครอีกคน แทฮยองรู้ทันทีว่าคือใคร เขาไม่เคยลืม

 

ที่ข้างกันตรงนั้นเคยเป็นของเขา เขาไม่เคยลืมเช่นกัน รอยยิ้มที่เธอจูฮยอน มีให้ผู้ชายคนนั้น และมือที่สอดประสานด้วยความสุขนั้นจึงมากพอจะฉีกหัวใจที่เขาคิดว่าแหลกกว่านี้ไม่ได้ให้สลายกว่าเดิม

 

“...กลับกันเถอะ ดึกแล้ว”

 

เขาตัดบทแบบนั้น ออกจากร้านทันที

 

ไม่เท่ห์เลย ใช่ แต่แทฮยองแค่ต้องไปจากที่นั่นให้ไวที่สุด เพื่อให้ไม่ต้องรู้ว่าจูฮยอนมองเห็นเขาหรือไม่ หรือทำหน้าอย่างไรเมื่อพบว่าเขายังมาที่เดิมเคยมาด้วยกันประจำ ไม่อยากสมเพชตัวเองกว่านี้เมื่อเธอดูมีความสุขดีกับใครคนใหม่ ขณะที่ความเข้มแข็งของเขาพังทลายแค่เห็นเพียงแผ่นหลัง แต่เมื่อเร่งฝีเท้าผ่านถนนที่อาบแสงไฟยามค่ำคืน แทฮยองกลับถูกตอกย้ำความพ่ายแพ้

 

มันคือที่ที่เขาจูบเธอเป็นครั้งแรก

 

พี่ร้องไห้อีกแล้ว” ได้ยินเสียงผีเท้าหยุดลงข้างกัน และเสียงของจองกุกที่พูดออกมาแบบนั้นทำให้รู้ตัวว่ากำลังยืนเคว้งคว้าง แทฮยองเบือนหน้าหนี สมเพชตัวเองที่น้ำตาไหล

 

“พี่แทฮยอง ผม...”

 

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง พี่โอเ

 

 

 

“...ผมว่า พี่จูฮยอนเขาน่าจะมากับแฟนใหม่อ่ะ กร๊ากกกกกกกก”

 

 

 

            ขอถอนคำพูด

 

            “จริงๆ นะ แฟนใหม่ชัวร์ หล่อกว่าพี่อีก เมื่อกี้จุ๊บกันด้วโอ๊ย! อย่าตีดิ! โอ๊ยๆๆ” ก็อย่าหัวเราะเยาะสิวะ!

 

อารมณ์ร้องไห้เขาหายหมดเพราะต้องฟาดมันแทน แถมสุดท้ายยังเป็นฝ่ายถูกบิดข้อมือจนต้องร้องโอดโอยยอมแพ้อีกตามเคย คอมโบความขี้แพ้นี้ช่างน่าเจ็บใจจนจองกุกต้องรีบลากเขาหลบมุมให้ได้นั่งซับน้ำตาบนหัวเข่า

 

จองกุกนั่งลงข้างกัน ปล่อยให้ความเงียบส่งเสียงดังอยู่พักใหญ่ แต่จากจังหวะกระดิกเท้าของน้องชาย มันเป็นความเงียบที่โคตรน่าหมั่นไส้

 

“โกรธไหมที่ผมขำ?”

 

“ไม่โกรธ แค่ถ้ามีรถขับผ่านมาตอนนี้ พี่จะผลักแกไปกลางถนน”

 

จองกุกร้องหูย “ผมแค่ดีใจที่พี่รู้สักทีว่ามีแฟนมันไม่ดียังไง ดูดิ? โดนเขาทำให้ร้องไห้แล้วยังถูกทิ้งเป็นหมาหัวเน่า” พูดงี้ถีบยอดหน้ากูเลยง่ายกว่า “สนใจแค่ผมตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ถ้าอยู่กับผม ผมไม่มีวันทำให้พี่ร้องไห้แบบนี้หรอก”

 

“แต่ชอบทำให้โมโห กวนตีน ชอบใช้กำลัง”

 

“พี่กากเองต่างหาก” ไอ้นี่เขาสะบัดหน้าขึ้นหมายจะข่วนหน้าซะ แต่กลับพบว่าจองกุกกำลังส่งยิ้มมาให้ “ต่อไปนี้ผมจะหัดดื่มกาแฟ”

 

แทฮยองส่งความสงสัย

 

“ต่อไปนี้ถ้าพี่อยากดื่มอะไร อยากไปคาเฟ่ร้านไหน อยากกินอะไร หรืออยากดูหนังเรื่องไหนก็บอกผม อะไรที่พี่จูฮยอนทำได้ ผมก็ทำได้... เชื่อเถอะ ไม่มีใครดีกับพี่ได้เท่าผมหรอก” จองกุกบอก ภูมิใจ “ดังนั้นอย่าทิ้งผม อย่ามีแฟนเลยนะ ไว้มีเรื่องที่ผมทำให้พี่ไม่ได้เมื่อไร พี่ค่อยมีแฟนเถอะนะ”

 

“แกไม่เข้าใจ รักแบบแฟนกับแบบพี่น้องมันต่างกัน” ลมหายใจถูกถอนทิ้งด้วยยากจะอธิบาย เพราะนัยน์ตาใสเหมือนลูกแก้วของจองกุกบอกเขาว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจอะไรเลย

 

“รักก็คือรัก จะต่างอะไร”

 

“โคตรต่าง” เขาพูด “อย่างเช่น เราไม่จูบกัน ใช่ไหมล่ะ?

 

ซึ่งหากย้อนเวลาได้ เขาจะคิดก่อนพูด

 

เพราะทันทีที่บอกไปแบบนั้น ใบหน้าของเขาถูกประคองหันเข้าหาน้องชายที่ดูผ่อนคลายไม่เปลี่ยน จนไม่อาจคาดเดาว่า สิ่งต่อมาที่อีกฝ่ายทำจะเป็นการหลับตา โน้มใบหน้าเข้าใกล้

 

 

และหยุดเวลาในทันที

 

 

มันเป็นชั่วพริบตาที่ทุกสิ่งหยุดเคลื่อนไหว เป็นชั่วขณะที่ลืมไปว่ากำลังอกหักและนั่งร้องไห้ริมถนน แทฮยองคิดกระทั่งโลกอาจหยุดหมุน เว้นแต่สัมผัสจากริมฝีปากนุ่มกรุ่นกลิ่นกาแฟของจองกุกยามแนบลงฉกชิงจูบนั้นที่ชัดเจน ย้ำว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริง

 

จองกุกยิ้มอวดความสำเร็จ เสียงหัวใจกระหน่ำในอกปลุกให้ทุกสิ่งเคลื่อนไหว

 

 

แค่จูบพี่ ผมก็ทำได้

 

 

รสสัมผัสยังกรุ่นอยู่ แทฮยองตระหนักรู้แจ่มชัด

 

เขาถูกจูบ

 

 

 

 

 

ทื่เหนือริมฝีปากบน

 

 

 

 

 

แบบว่า อีกนิดก็จะจูบรูจมูกแล้ว

 

“...”

 

“เห็นไหม? ผมทำได้ทุกอย่าง พี่ไม่เห็นต้องมีแฟนเลย”

 

“...” ดูภูมิใจซะเขาลังเลเลยว่าควรบอกว่าจูบผิดที่ หรือหัวเราะเยาะ หรือด่ามันก่อนดี แต่ที่แน่ๆ เขาต้องตบหน้าผากตัวเองแก้กลุ้มก่อน-- แปะ

 

“...จองกุก จำไว้นะ คราวหน้าถ้าจะจูบสาวให้จูบตรงปากโว้ยยยยย ป--! ไม่ใช่ตรงนี้” สุดท้ายแทฮยองจึงเลือกทำทุกอย่าง เขาชี้พิกัดที่ถูกจูบ เสียงสั่นจากการพยายามพูดทั้งที่หัวเราะ และนั่นทำให้จองกุกหน้าเหรอหรา

 

“อ้าว? เล็งไม่โดน”

 

            โอย อนาถ55555555555

 

“งั้นเอาใหม่ คราวนี้จะลืมตา”

 

“เฮ้ยไม่ต้องๆๆ ทีหลังอย่าทำอีกนะ ตกใจหมด!” แทฮยองทาบอก ยิ่งจองกุกดูท่าจะไม่ละทิ้งอุดมการณ์ง่ายๆ แบบนั้นยิ่งต้องรีบรัวออกไปเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง“เชื่อแล้วว่าทำได้ทุกอย่าง รู้แล้วด้วยว่ามีแฟนมันไม่ดี ต่อไปนี้ถ้าไม่จำเป็นจะไม่มีแล้ว จะไม่สนใจคนอื่นมากกว่าน้องตัวเองแล้ว” เขายกนิ้วก้อยขึ้นขวางหน้า ท่ามกลางสายตาไม่ไว้วางใจที่ถูกส่งมา “สัญญา

 

ซึ่งจองกุกคิดถูกอีกนั่นล่ะ

 

เขาพูดตัดบทให้สบายใจไปอย่างนั้นเอง สุดท้าย วันนั้นแทฮยองก็กลับบ้านไปนอนร้องไห้อยู่ดี ใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะหายเศร้า

 

และอาจเพราะเสียดายเวลาและน้ำตาจนไม่อยากอกหักซ้ำสอง เพราะยิ่งโตยิ่งเข้าใจว่ายังมีวิธีมีความสุขอีกหลายแบบที่เหมาะกับตัวเองมากกว่าการคบใครจริงจัง หรือเพราะผ่านการอกหักมาได้โดยมีจองกุกอยู่ข้างๆ เพราะอีกฝ่ายพยายามเป็นทุกอย่างที่เขาต้องการ นอกจากเพื่อนแล้วจึงเป็นน้องชายที่แทฮยองคลุกคลีด้วยเสมอ เมื่อชีวิตมีความสุขดีจนไม่ว่างให้รู้สึกเหงา รู้ตัวอีกที เขาก็ไม่มีแฟนมาหลายปี

           

 

            อะไรที่พี่จูฮยอนทำได้ ผมก็ทำได้

           

 

            ตอนนั้นแทฮยองลืมคิดไป

หนึ่งในเรื่องที่จูฮยอนทำได้ คือทำให้เขาเสียใจ

 

 

 

           

 

           



 

TRACK02

 

 

 

 

 



 

 

 

เอาล่ะ มาท่องบทเรียนกันต่อเถอะ

 

พูดพร้อมกันนะ พี่น้องจูบกันเป็นธรรมดา พี่น้องจูบกันเป็นธรรมดา พี่น้องจูบกันเป็นธรรมดา

 

“จีมิน มึงอยากดื่มอเมริกาโนกูเหรอ?”

 

พี่น้องทำรอยจูบเป็นธรรมดา พี่น้องทำรอยจูบเป็นธรรมดา พี่น้องทำรอยจูบเป็นธรรมดา

 

“จีมิน ขอดีๆ ก็ได้ ไม่ต้องจ้องขนาดนั้น”

 

เรื่องแค่นี้ ธรรมดา ธรรมดา ธรรมดา

 

 

 

ธรรมดา

บ้าน

พ่อง

 

 

 

“จีมิน มึงไม่ได้สระผมอ่อ? เกาซะแรง”

 

อ้อ บ้านคิม

 

ปาร์คจีมินละมือจากศีรษะ เมื่อเสียงนั้นเตือนให้รู้ตัวว่ากำลังแสบหนังหัวเพราะครูดเล็บแรงไปหน่อย เขาส่งยิ้มแห้งแล้งข้ามโต๊ะไปยังคนตรงหน้า แทฮยองกำลังยิ้มเหมือนเห็นเด็กที่โดนผู้ปกครองจับได้ว่าเล่นซน เขาชอบที่แทฮยองยิ้ม แต่ตอนนี้ ยิ้มนั้นกำลังทำเขาเป็นบ้า

 

 

ใช่ จองกุกเป็นคนทำ

 

 

เพราะอีกฝ่ายพูดเรื่องแบบนั้นออกมาหน้าตาเฉย

 

หลังเหตุการณ์ระทึกขวัญที่คิมคนกลางกับคนเล็กจูบกันเมื่อวาน ตามด้วยรอยจูบที่เพิ่งเห็นไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน ปาร์คจีมินสรุปว่ามันเหนือระดับที่ลูกคนเดียวอย่างเขาจะเข้าใจแล้วโว้ย! และเมื่อตัดสินใจละลาบละล้วงถามไปก็ได้คำตอบที่

 

จองกุกมันไม่เคยทำคิสมาร์ค แต่ไม่อยากดูโง่ตอนโช้ะกับแฟน พอเมื่อวานกูเล่นเกมแพ้ มันเลยถือโอกาสขอซ้อมทำบนคอกู

 

โคตรคิม

 

...ตรรกะอะไรของคนพวกนี้วะ เข้าไม่ถึง ขอเวลาทำความเข้าใจเยอะๆ เลย

 

“มึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอถามจริง?”

 

“จั๊กจี้”

 

“ไม่ดิ กูหมายถึง นั่นน้องมึงนะ? พวกมึงดูดคอกัน? แล้วคือกูแฟนมึงป่ะ? แต่ยังได้แค่จูบ?”

 

“กูเข้าใจ มันคงแปลกใช่ไหม?” แทฮยองทำหน้าเหมือนลูกหมาถูกเตะ “ถ้าไม่พอใจ กูให้มึงทำด้วยก็ได้นะ” เห็นอีกฝ่ายทำท่าจะยื่นคอมาให้แบบนั้น เขาจึงรีบยกมือห้ามพัลวันแล้วปลอบตัวเองว่าโลกนี้ยังมีคนอีกหลายประเภทนัก

 

พวกเขาอยู่ที่คาเฟ่ร้านโปรดของแทฮยองหลังจากดูหนังจบ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะบอกน้องชายเรื่องรอยจูบ เพราะเขาถูกรั้งให้อยู่ต่อด้วยเหตุผลว่า จองกุกมีเรื่องสำคัญจะบอกซึ่งจีมินยินดีอย่างยิ่ง เขาอยากเจอเอีกฝ่ายเหมือนกัน... ถึงจะหงุดหงิดนิดหน่อยที่แทฮยองยอมให้น้องทำคิสมาร์ค  แต่เขาหงุดหงิดจองกุกยิ่งกว่าที่เป็นฝ่ายขอทำ นี่? จะติดพี่อะไรขนาดนั้น? มากไปหรือเปล่า? เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาคอยจนกระทั่งตัวปัญหาโผล่มาในที่สุด

 

“ดีจังที่พี่จีมินยังอยู่” คงกังวลมากไป ถึงคิดว่ารอยยิ้มของคิมจองกุกดูเหิมเกริมขึ้นจม

 

“พอดีแฟนขอให้อยู่น่ะ” จีมินตั้งใจจะโหด แต่กลับเผลออ้างปากค้างทันทีที่สังเกตเห็นผู้หญิงข้างกันกับคิมจองกุก เพราะ เฮ้ย น่ารักเกินไปแล้ว!

 

เธอกำลังส่งยิ้มสว่างสดใสจนตาพร่ามาให้เขา ตากลมๆ และแก้มป่องๆ นั่นดูเหมือนแฮมสเตอร์ เป็นแฮมสเตอร์ที่น่ารักเซเลปอย่างกับไอดอลวง KARA เสียด้วย เล่นซะเขาเคลิ้มจนอยากเอาแทฮยองไปแลกอยู่วูบหนึ่ง... อ่า อย่าบอกเจ้านั่นเชียวล่ะ

 

“พี่ซึงยอน แฟนผมเอง” จองกุกแนะนำอย่างภูมิใจ “ส่วนคนนี้ปาร์คจีมิน แฟนพี่แทฮยองที่เล่าให้ฟังไงครับ”

 

“เป็นคู่ที่น่ารักจริงๆ ด้วยนะคะ”

 

จีมินรีบผงกศีรษะรับคำชมอย่างเก้อเขิน และนั่นทำให้จองกุกยิ้มหวาน “ดีใจแทนเลยครับ ครั้งล่าสุดที่พี่ซึงยอนใช้คำว่าน่ารักคือตอนชมปลาตีน” –-เดี๋ยวๆ

 

“นี่! พูดแบบนั้นได้ไง?” ซึงยอนฟาดแขนแฟนเข้าให้ ทั้งที่ทำหน้าดุแต่ช่างดูน่ารัก เขาเคยเห็นแต่ภาพจองกุกฟาดคนอื่น แต่ตอนนี้ คิมคนเล็กที่เพียงส่งยิ้มทะเล้นให้เธอกลับดูเรียบร้อยผิดหูผิดตา

 

“ใจร้าย ผมเจ็บนะ” ร้องโอดโอยเหมือนเจ็บนักหนา ก่อนจะยื่นแก้มหา และ “จุ๊บรักษาหน่อยสิ

 

แหวะ

 

จีมินสมน้ำหน้าจากใจจริงเมื่อจองกุกถูกแฟนฟาดซ้ำเข้าให้ เป็นวิธีรักษาแผลของสองคนนั้นน่ะเขานึกถึงคำพูดของพี่ยุนกิขึ้นมา หัวใจเบาลงเมื่อตระหนักว่านิสัยแปลกๆ นั่นไม่ใช่เรื่องของสองคนนั้นเสมอไป

 

“แทฮยองบอกว่าจองกุกอยากเจอพี่ มีอะไรเหรอ?” เขาถามประเด็นออกไปเมื่ออีกฝ่ายมีเรื่องสำคัญจะคุย นั่นทำให้จองกุกร้องอ๋อ

 

“อยากอวดแฟน”

 

สำคัญจังครับ ถุย

 

“ทีพี่แทฮยองยังพาพี่จีมินมาอวดถึงบ้านเลยนี่นา แล้วผมจะยอมน้อยหน้าได้ยังไง... แต่ไม่ได้อยากให้มองขนาดนั้นนะครับ” นิ้วของจองกุกดีด เป๊าะ ตรงหน้า ทำเอาจีมินสะดุ้งเมื่อรู้ตัวว่าสายตาไหลไปที่ซึงยอนอีกแล้ว หวา เกือบโดนเจ้าคิมเล็กฆ่าแล้วไหมล่ะ

 

“งั้นเดี๋ยวผมไปสั่งเครื่องดื่มก่อนนะ” แทฮยองอาสารับฝากของเมื่อจองกุกบอกแบบนั้น นอกจากกระเป๋าเป้ของตัวเองแล้ว จองกุกถือกระเป๋าโท้ทอีกใบและหิ้วถุงช็อปปิ้งรุงรัง สัมภาระของแฟนสาวทั้งนั้น กระทั่งภาพของคนทั้งคู่ที่ชี้ชวนกันดูเมนูที่เคาท์เตอร์ ตอนที่มือที่โอบเอวหรือวิธีหัวเราะหยอกล้อ บรรยากาศของคู่รักนั่นหวานเลี่ยนยิ่งกว่าคืนที่เด็กคนนั้นจูบพี่ชาย ถ้าปากไม่อ้อนเท้าเป็นลายเซ็น จีมินคงปักใจเชื่อว่านั่นคือคิมจองกุกตัวปลอมแน่ๆ

 

“ตอนแรกกูกลัวว่าน้องจะติดมึงมากไป แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ได้เป็นแค่กับมึง”

 

“มันดีกับแฟนกว่าเยอะ กับกูนะทั้งเข่าทั้งศอก” แทฮยองแยกเขี้ยวใส่ มองไปยังเคาท์เตอร์ที่จองกุกหดไหล่หนีฝ่ามือของซึงยอนด้วยรอยยิ้ม ก่อนโน้มใบหน้าเข้าไป และโอ้ หวานไปแล้ว ปาร์คจีมินผิวปากเมื่อเห็นน้องเล็กแห่งบ้านคิมกำลังฉกจูบที่ริมฝีปากของซึงยอน กุ๊กกิ๊กเสียจนอดหันไปแซวกับพี่ชายไม่ไหว

 

 

 

เป็นคู่ที่น่ารักดีนะ

 

 

 

            มันติดอยู่ที่ปลายลิ้น

 

 

 

เพราะเขาเห็นแทฮยองนั่งอยู่อย่างนั้น เหม่อมองคนทั้งคู่ราวถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ด้วยสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นคนแปลกหน้า

 

 

           เพราะแทฮยองไม่เคยผิดหวัง

          ผิดหวัง หงุดหงิด ไม่พอใจ เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมองใครแบบนี้

 

 

            “...ขอโทษนะที่รั้งมึงไว้เพราะเรื่องแค่นี้” คิดไปเองแน่ๆ... เขาคิดไปเองแน่ๆ ที่เห็นแทฮยองทิ้งจังหวะยาวนานกว่าจะกะพริบตา ต้องคิดมากไปแน่ๆ ที่เห็นอีกฝ่ายถอนหายใจอย่างอ่อนล้าก่อนหันมาคุยกับเขา ส่งรอยยิ้มที่ดูฝืนเกินปิดบัง

 

            “...ไม่เป็นไร” และความรู้สึกชาวาบนี้ทำให้จีมินคิดออกเพียงการทำเหมือนไม่เห็นอะไร แสร้งมองผ่านกระเป๋าใบที่แฟนของเขาย้ายเข้าวางแทรกกลางระหว่างกระเป๋าของน้องชายและซึงยอนกระเป๋าของแทฮยอง

           

            ไม่หรอก

            คิดมากไปแน่แน่

            คิดมากไปแน่แน่ คิดมากไปแน่แน่ คิดมากไปแน่แน่

 

ไม่รู้ว่านั่งมองแก้วว่างเปล่านานเท่าไร วุ่นวายกับการคิดไปไกลจนลืมใส่ใจฟังเรื่องที่อีกฝ่ายพูด หรือเรื่องที่จองกุกและแฟนชวนคุยหลังกลับมา กระทั่งแทฮยองสะกิดเขาให้ลุกจากโต๊ะ ปาร์คจีมินขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายที่กวักมือเรียกหลังบอกลา รับสัมผัสริมฝีปากกรุ่นกลิ่นกาแฟแตะลงที่สันกรามของเขา

 

            แทฮยองยิ้ม น่ารัก       

 

            “ไว้เจอกันใหม่นะ”

 

            และเขาคิดมากไปอีกแล้วว่า ที่ผ่านมา จูบลาไร้ความรู้สึกเท่านี้ไหม?

 

            จีมินไม่อาจทนฟุ้งซ่านไปคนเดียวอีกต่อไป หลังแยกทางกับสองพี่น้องไม่กี่ก้าว เขาตัดสินใจขอตัวช่วย ร้อนใจเกินกว่าจะใช้ช่องทางอื่นนอกจากโทรศัพท์ไปหา สัญญาณรอสายดังซ้ำยาวนานกว่าจะถูกแทนด้วยเสียงยานคางเหมือนเพิ่งตื่นนอน éนั่นใคร?û

 

            “พี่ลบเบอร์ผมไปแล้วเหรอ?”

 

            éถ้าบอกว่าใช่ล่ะ?û อีกฝ่ายถาม และเขาหวังให้เป็นการประชด éล้อเล่นน่ะ พอดีไม่เห็นชื่อนี้นานไปหน่อย เพราะได้ดีจนลืมกันไปแล้วû

 

            “ขอโทษครับ ผมเฮ้อ ช่างเถอะ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาพี่”

 

            éว้าว ไม่ได้ยินคำนี้มานานแค่ไหนนะ? คิมยุนกิยังมีประโยชน์เหรอเนี่ย?û

 

            “ขอร้องล่ะครับ ไว้ค่อยประชดทีหลังได้ไหม?” จีมินนวดขมับ “ผมมีเรื่องอยากถาม มันอาจฟังดูแปลกๆ แต่ช่วยตอบตามความจริงเถอะนะครับ” อีกฝ่ายส่งเสียงเชิงให้ว่าต่อ “ปกติแล้ว พี่จูบแทฮยองกับจองกุกบ้างหรือเปล่า?”

 

            éถ้าหมายถึงเรื่องเมื่อวานก็ไม่û

 

            “แล้วพี่ทำคิสมาร์คให้แทฮยองกับจองกุกบ้างหรือเปล่า?” เขาสะดุ้งเมื่อปลายสายสบถ ถามบ้าอะไรวะ

 

            éไม่มีทาง!û

 

            “แล้ว... พี่คิดว่า... แทฮยองรักจองกุกมากไหม?” จีมินกลั้นใจ “...มากพอให้รู้สึกหึงได้หรือเปล่า?” ยิ่งอีกฝ่ายลากเสียงอย่างประหลาดใจแบบนี้ยิ่งอยากคืนคำพูดเหลือเกิน เขาไม่อยากโดนเกลียดจากการยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่นจนเกินพอดีหรอกนะ

 

éถามแทฮยองเองดีกว่ามั้ง?û

           

            “แล้วคนร้ายทุกคนยอมสารภาพผิดในศาลไหมล่ะครับ?”

 

 éอูหวา น้องเรากลายเป็นคนร้ายไปซะแล้วû  ไม่รู้ว่าที่ยังลากเสียงแบบนั้นเพราะอยากแกล้งให้รอหรือเพราะไม่มีคำตอบ จีมินอดทนกระทั่งอีกฝ่ายพูดขึ้น éตอบไม่ได้ว่าหึงไหม แต่ถ้าถามว่ารักมากไหม... แทฮยองเคยต้องเลือกระหว่างรับรักผู้ชายที่ดีพร้อมทุกอย่าง กับปฏิเสธผู้ชายคนนั้นเพราะจองกุกสั่งû

 

“หรือว่า... ปาร์คโบกอม?” ปลายสายตอบรับเมื่อเขาเอ่ยชื่อรุ่นพี่ร่วมเอกที่แทฮยองคลั่งไคล้ใจจะขาด ทุกคนและแม้แต่ยุนกิยังเชียร์ให้คบกัน แต่คุยได้พักหนึ่ง ทั้งคู่กลับลดสถานะเหลือเพียงพี่น้อง... ชิบ เอาแล้ว ถ้าอย่างนั้นเหตุผลก็คือ

 

เสียงหัวเราะยะเยือกดังแผ่วเบาตามสาย ปาร์คจีมินกลืนก้อนน้ำลายเหนียวหนืดยากเย็น

 

 

éอย่าทำให้น้องเล็กเกลียดขี้หน้าจนโดนใบสั่งเหมือนโบกอมแล้วกัน เพราะแทฮยองเลือกจองกุกเสมอû  

 

 

ดูเหมือนเขาจะคิดผิด
           คนที่ควรกลัวใจคงไม่ใช่จองกุก 
แต่เป็นแฟนเขาเนี่ยแหละ!
    
            

 

 

 

 

 





 

50%




จำฟิคเราได้มั้ยคะะะะะ /โยนหินถามทาง

เมอร์รี่คริสต์มาสค่ะ ขอให้เป็นอีกวันดีๆ
ใครที่ชีวิตกำลังวุ่นวายหรือยังติดสอบ ก็เอาใจช่วยให้ผ่านไปด้วยดีนะคะ
ขอบคุณคอมเมนท์และการติดตามในตอนก่อนมากๆ จริงๆ นะคะ ขอบคุณนะ 



100%



ขอบคุณทุกคอมเม้นต์และการติดตามทุกช่องทางเสมอนะคะ ใจชุ่มฉ่ำเป็นต้นไม้โดนรดน้ำ เฮะ
ดีใจที่จำได้ ดีใจที่ชอบ ดีใจที่อยากเก็บไปคุยในทวิตด้วย แต่ถ้าขัดใจอะไรก็บอกกันได้นะ
เราไม่มีแทคค่ะ ขอซื้อแทค #กุกวีพี่น้อง ที่คุณ venus9 คิดให้เลยแล้วกันนะคะ ขอบคุณค่ะ >w<















 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

54 ความคิดเห็น

  1. #446 wsg101 (@wsg101) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 18:12
    ชอบมากกกกกกกก ค่ะ
    #446
    0
  2. #438 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 12:04
    จองกุกมันร้ายยยยยย เรื่องเหมือนจะม่านะแต่ก็ไม่แบบฝืดๆขมคอ รอดูว่าน้องจะทำไรต่อ
    #438
    0
  3. #433 cookiessreading (@faiithikamporn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 03:48
    อย่างแรกคือเราอยากบอกว่าชอบคำว่า หน้าทรยศ มาก55555 แต่เรื่องราวมันกำกวมอ่ะ สิ่งที่ยังไม่ได้มาคือความรู้สึกของจองกุก ความคิดของจองกุกว่าเป็นยังไงเพราะเราเห็นแค่ของจีมินและแทฮยอง ไม่รู้ว่าจองกุกคิดยังไง แบบไหน และตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะมันมีผลต่อสิ่งที่จองกุกทำมาตลอด
    #433
    0
  4. #414 gammoopea (@gammoopea) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 11:51
    ฮื่อ ตอนนี้หลายอารมณ์มาก ชอบความน่ารักทุกๆอย่างที่เจ้าเด็กกระต่ายใส่ใจคนพี่ แต่ แอบคิดว่ายังมีเรื่องราวอีกแหละ ที่เรายังไม่รู้ ยังไม่อยากรีบตัดสินอะไร อาจจะเป็นสถานะพี่น้องด้วยแหละ ทำให้ทุกอย่างยังไม่เข้าที่ ฮื่อออ เจ้าเด็กกระต่าย อยากให้พีาเขาหึงบ้างหรอไง สงสารเจ้าพี่คนกลาง เจ็บไหมคะลูก //กอดลูก
    #414
    1
    • #414-1 gammoopea (@gammoopea) (จากตอนที่ 3)
      5 มกราคม 2561 / 11:52
      ชอบความ บ้านพ่อง อ่อ บ้านคิม 55555555 เป็นช็อตที่หลุดขำมากๆ 5555555555
      #414-1
  5. #409 blueber_g (@blueber_g) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 09:32
    ชอบการไปตามรอยเดท 55555



    แต่เริ่มจะเศร้าๆซะแล้วสิ 
    #409
    0
  6. #405 คันฉ่อง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 00:11
    รู้สึกว่ากุกไม่ยุติธรรมกับแทเลย แทเลิกกับแฟนได้เพื่อกุก... และกุกก็น่าจะรู้นะว่าความสัมพันธ์ของกุกกับแทมันไม่ใช่แค่พี่น้อง แต่ยังพาแฟนมาสวีททั้งที่น่าจะรู้ว่าความคิดใสใสแบบแบลงค์แทมันอาจจะทำให้แทเสียใจก็ได้ที่ต้องมาเห็นสิ่งที่มีไว้ทำได้แค่สองคนอย่าการรักษาสไตล์บ้านคิมเนี่ย มันกลายเป็นวิธีที่ใช้กับแฟนกุกด้วย ถ้ากลับกันแทเอาวิธีนี้ไปใช้กับจีมิน กุกยอมรับได้ใช่มั้ย...
    #405
    0
  7. #401 vvmk912 (@mtaetaestan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 00:27
    นี่มันเรื่องจริงงง 5555 แต่เราลงเรือทกลำ อิอิ
    #401
    0
  8. #395 PaiiKanj (@PaiiKanj) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 10:49
    ชอบความสแวคของคิมยุนกิจริงๆ
    #395
    0
  9. #391 fayfai2302 (@fayfai2302) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 01:42
    ขอเก็บเป็นอีกเรื่องในดวงใจเลยนะคะ ชอบมากๆ ไม่รู้จะใช้คำไหน

    ตลกตอนตีหนึ่งกว่าๆ ที่จองกุกบอกว่าแฟนชมว่าน่ารักล่าสุด ตอนเห็นปลาตีน คือแบบต้องกลั้นหัวเราะเพราะเมทนอนข้างๆ เดี๋ยวโดนตบ 5555
    #391
    0
  10. #349 jijee09 (@jijee09) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 14:10
    อบอวลลล น่ารักกก
    #349
    0
  11. #306 caria_ (@caria_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 22:54
    แทชอบกุก?
    #306
    0
  12. #297 baileybest (@jikpokdok) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 20:34
    รู้สึกถึงความดราม่า แล้วจีมินจะทำยังไงอะ คบกับพี่ยุนกิแทนได้ปะ แล้วจองกุกก็คบกับแทฮยองซะ 55555555555
    #297
    0
  13. #264 _kamhomakl.ap_ (@ApachaneeNokwon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 10:01
    แทไม่รู้สึกอะไรเลยเหรออ....
    #264
    0
  14. #262 mcidus (@pornpas23) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 08:49
    อ่าว เศร้าซะงั้น กลายเป็นแทฮยองดราม่าอ้ะ นึกว่าจะเป็นจองกุกที่ตามแทแทคนเดียว โหยยยยยย แบบนี้น้ำตามาเลยนาจา ไม่แน่จองกุกอาจจะมีประชดแทก็ได้ ฮอ แล้วนี่จีมินคือ? โอ้ยยย ปวดหัววว ไปอยู่โลกสีชมพูกับพ่อซอกจินแปป
    #262
    0
  15. #242 Finger. (@bua123456789) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 11:10
    ทำไมรู้สึกเศร้านิดหน่อย ฮืออออออ แต่ชอบ55555555
    #242
    0
  16. #231 วีกุกเป็นเลิศ (@SKKRonDaM) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 00:30
    โอ้ยยยยยย ชอบค่ะ ชอบมากกกกกกกกกก ชอบทั้ง แท ชอบทั้งกุก ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น่ารักมากให้ตายสิ โอ้ย แท รู้ตัวสักที สรุปแทนี่เองที่ควรกังวล 5555555
    #231
    0
  17. #225 NANAYEERP (@NANAYEERP) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 10:11
    สนุกมากเลยยยย ชอบบบ
    #225
    0
  18. วันที่ 20 กันยายน 2559 / 15:28
    อะไรที่พี่จูฮยอนทำได้ ผมก็ทำได้  ตอนนั้นแทฮยองลืมคิดไป หนึ่งในเรื่องที่จูฮยอนทำได้ คือทำให้เขาเสียใจ T^T

    แตแตของช้านนนน ฮรือออ กุกกี้นะกุกกี่
    #218
    0
  19. #210 อีฮานึล (@masterpenguin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 18:16
    ขอยกป้ายเชียร์ ป้ายไฟเลยเอ้า! ชอบมากกกก(ก.ล้านตัวยังน้อยไป) ชอบการบรรยายอ่ะค่ะ ชอบเนื้อเรื่อง มันค่อยๆเป็นค่อยไป มีปัจจุบันปนอดีตบ้าง เหมือนจะงงแต่ไม่นะ มันดีมาก คือมันเหมือนค่อยๆเฉลย ทั้งอดีตและปัจจุบันเหมือนค่อยๆบรรจบกัน ชอบบบบบบบ และร้องไห้เลยที่เหมือนว่าจริงๆที่เราคิดว่าจองกุกอาจจะชอบแท แต่เป็นแทที่เหมือนจะชอบกุกมากกว่า ก็ไม่รู้ว่าจองกุกชอบแทแบบไหน แต่แทดูเหมือนจะไม่ใช่แบบพี่น้องแล้วอ่ะ เจ็บ แต่ชอบ ชอบการบรรยายด้วย แบบมากๆ รักไรท์จัง -3-? โบกป้ายไฟรัวๆ ภาษาไม่เชิงว่าสวยแบบพริ้วๆอะไรทำนองนั้น แต่บอกไม่ถูก ชอบ ชอบแบบนี้ ~ ~ ~ โบกป้ายต่ออย่างเกรี้ยวกราด สู้ๆนะคะ :D
    #210
    0
  20. #204 Love All Kpop (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 03:16
    สงสารแทอ่ะ จีมเค้าก็สงสารนะ แล้วทีงี้ทำไงอ่ะ ไปสั่งให้แทเลิกกับคนนู้นคนนี้แต่ตัวเองคบแฟนไม่สนใจแทเนี่ยนะ โหยยย มันปวดเฮดๆ มันเจ็บแทน ฮึ่มมม เค้าก็อยากให้แทหวานๆกับจีมแข่งเหมือนกัน หมั่นไส้เด็กมัน ทำร้ายพี่มาตั้งแต่เล็ก ยิ่งตอนนี้แทคงจะเจ็บมากๆถ้าไม่รีบแก้ไข
    #204
    0
  21. #184 MonaLis (@isarean_ice) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 18:07
    สรุปง่ายๆคือกุกแค่ติดพี่ แต่แทแทชอบกุก ? อ่านละมีความสงแทแรงมาก 555555555
    #184
    0
  22. #176 cream (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 23:50
    ความจริงกุกแค่ติดพี่ชายเฉยๆใช่ไหม ทำแบบนี้แทหวั่นไหวนะ กลัวใจแทเพราะกุกก็รักแฟนมากด้วย จีมินถึงกับต้องปรึกษาพี่ก้าซึ่งไม่รู้ว่าช่วยให้ดีขึ้นหรือแย่กว่าเดิม 555 ชอบความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้จัง แบบน่ารักและอบอุุ่นมากเลย ตอนที่กุกร้องไห้เพราะแทเจ็บตัวจากการกระทำของตัวเองแล้วมีการจุ๊บให้หายเจ็บอีกด้วย งื้ออ จะฟินแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน ถ้าโตกว่านี้การกระทำแบบเด็กใสใส? คงมีน้อยลง
    #176
    0
  23. #167 09081013 (@09081013) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 17:06
    คำว่า "พี่น้อง" มันขวางอยู่นี่เนาะก็เลยทำอะไรไม่ได้สุด >< น้องจอนเลิกกับแฟนไปเลยนะ!!!!
    #167
    0
  24. #136 `FxxK (@rukailoveijigo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 12:42
    จริงๆก็เป็นพี่น้องที่เกินพี่น้องกันมาตั้งนาแล้วอ่ะ ตอนพี่มันก็กากโตมาก็กากจากจองกุกคนกวนก็กลายเป็นจองกุกคนน่ากลัวหลังจากตีกันตอนนั้นกลายเป็นสนิทกันเฉยโอ้ยยย

    เป็นจีมินโคตรอึดอัดต้องมาอยู่ในสถานะแฟนแต่กับรุ้สึกเหมือนไม่ใช่ต้องมากังวลเรื่องแฟนตัวเองกับน้องแฟน จีมินกับยุนกิต้องเคยมีซัมติงกันแน่ๆ
    #136
    0
  25. #135 dyodo_8812 (@bleach_pa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 12:04
    จีมินกับพี่ก้านี่ดูมีอะไรเหมือนกันนะคู่นี้ ความสัมพันธ์อธิบายยากนี่มัน แทก็ดูคิดแบบเดียวกับกุกแต่ก็ยังแยกกันไปมีแฟน และยอมเลิกเพราะน้องบอกนี่มันปวดหัวมาก
    #135
    0