PLAYLIST #KookV #BTS

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 10,637 Views

  • 461 Comments

  • 1,271 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    45

    Overall
    10,637

ตอนที่ 4 : HIDDEN TRACK

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    8 เม.ย. 59

(c)              Chess theme
 










 จักรวาล

 

 

 

 

 

 


 

ไม่มีพี่ก็ไม่เป็นไรหรอก

 

            วันนั้นจูฮยอนพูดขึ้นมาต่อหน้าพวงกุญแจ

 

และแทฮยองละจากเป้าสายตาเดียวกันมาพบรอยยิ้มหวานจนใจหวิว

 

            “พี่พูดผิดหรือเปล่าครับ?” เพียงแต่คำพูดของเธอไม่ถูกใจเขาเหมือนรอยยิ้ม และยิ่งไม่ถูกใจเมื่อเธอส่ายหน้า

 

“ถูกแล้ว”

 

            “แต่หลังจากที่ผมพูดแบบนั้นน่ะเหรอ?” ถ้าไม่ติดว่าการงอแงมันไม่เท่ห์ เขาคงโวยเหมือนตอนถูกจองกุกหลอกด่า เมื่อสิ่งตอบแทนหลังการสารภาพออกไปอย่างจริงจังว่า ผมคิดถึงพี่ กลับเป็นคำพูดเรียบง่ายประดับรอยยิ้ม ไม่มีพี่ก็ไม่เป็นไรหรอก

 

            จูฮยอนเป็นคนสบายๆ เขาชอบจุดนั้นพอกันกับที่หวั่นใจ

           

            ลองคบกันก็ได้ตอนที่สารภาพรักออกไป เธอรับความรักจากรุ่นน้องที่รู้จักอย่างเขาไว้อย่างสบายๆ ตอนคบกัน เธอรักษาสัมพันธ์อย่างสบายๆ เมื่อการเรียนทำให้จูฮยอนให้เวลากับห้องสมุดมากกว่าเขามากขึ้นทุกที เธอยังรับมือความเหงาได้สบายๆ กระทั่งเมื่อเธอว่างพอให้ชวนเขามาซื้อของด้วยกัน ขณะที่เขายอมทิ้งนัดมื้อเย็นกับโฮซอกทั้งที่ไม่ได้ทานข้าวเที่ยงจนหิวใจจะขาดเพื่อมาพบเธอ เธอกลับพูดแบบนั้น สบายๆ

 

            แทฮยองไม่คิดว่าเธอจะสบายๆ จนเห็นเขาไม่เป็นไรหากไม่มีเธอ

 

“เล่าเรื่องวันพีซต่อสิ” เธอเปลี่ยนเรื่อง นั่นทำให้เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเอาแต่บ่นเรื่องการ์ตูนมาพักใหญ่ ไม่เท่ห์เลย! จูฮยอนเลือกพวงกุญแจ หลายตัวถูกหยิบขึ้นพิจารณาเพื่อวางลงหลังรู้ว่าไม่ใช่ตัวที่ชอบ “จองกุกทำไมนะ?” เธอย้ำ และเขาไม่มีวันปฏิเสธ

 

“...ก็ นั่นล่ะครับ วันพีซเพิ่งวางแผงเมื่อวาน ผมอุตส่าห์รีบไปซื้อ แต่ไม่ทันได้อ่าน จองกุกมันก็ตัดหน้าเอาไปก่อน” แทฮยองแยกเขี้ยว “ชอบแย่งการ์ตูนเล่มใหม่ผมไปอ่านก่อนตลอดเลย ไม่ยอมคืนด้วย พอทวงก็จับล็อคคอตีเข่า ไม่เคารพกันสักนิด นิสัยไม่ดี”

 

รอยยิ้มเป็นสิ่งที่จูฮยอนมอบให้ “จองกุกเป็นเด็กน่ารักจะตาย” เธอตอบอย่างเอ็นดู “เท่าที่เห็น น้องก็เคารพทุกคนที่ควรเคารพนะ”

 

“แสดงว่าผมไม่น่าเคารพนี่เอเดี๋ยว นี่ด่าทางอ้อมใช่ไหม?”

 

“ฉลาดจัง”

 

“...” จะเกลียดรอยยิ้มเธอก็คราวนี้ล่ะ

 

“โอ๋ ล้อเล่น” เธอหัวเราะเมื่อเห็นเขาทำหน้าเหมือนกลั้นอึ ล้อเล่นได้จริงชอบกล “ไม่ชอบเหรอ? น้องชายพี่ พอโตขึ้นหน่อยก็ไม่ทำตัวติดพี่เหมือนตอนเด็กๆ แล้วแต่จองกุกอายุ 14 แล้วยังรอกลับบ้านพร้อมกัน คุยกันทุกเรื่อง แล้วยังตามนายไปทั่วอยู่เลย น่ารักจะตาย”

 

            “น่ารำคาญน่ะสิครับ” เขาถอนหายใจ “ดีที่ช่วงนี้ติดซ้อมเทควันโดเลยไม่ว่างมาตามผม”

 

            “แต่จองกุกอยู่ข้างหลังนายนะ”

 

            “อุ๊ยตกใจ” แทฮยองทำท่าออมมานารับมุกล้อเล่นมุกใหม่ของเธอ “ตลกแล้ว จะมาได้ไงครับ? ตอนนี้มันซ้อมอยู่”

 

“นั่นสิ แล้วทำไมถึงเดินตามนายมาได้ตั้งนานล่ะ?”

 

“ไหนๆ จองกุกอ่า โดนจับได้แล้ว” เขาตบมุก หันมองหลังตามทิศที่นิ้วของเธอนำสายตาเพื่อพบกับคิมจองกุก

 

นะ”

 

ที่ยืนหลบหลังชั้นวางสินค้า

 

            “...”

           

            แม้ภาวนาให้มองผิดไป แต่นั่นคือคิมจองกุกแน่นอน

 

คิมจองกุกที่ควรจะอยู่ในโรงยิมคนนั้นล่ะ คือคนที่สะดุ้งหลบอัตโนมัติอย่างคนโดนจับได้ ก่อนจะได้สติว่าหลบไปก็เท่านั้นแล้วเปลี่ยนมาทำเป็นเลือกของบนชั้น... ไม่เนียน ไม่เนียนสุดๆ  “ไงฮยอง บังเอิญจังเนอะ ผมก็มาซื้อของร้านนี้เหมือนกัน”

 

เขาหรี่ตา มองของที่น้องชายว่า “...กิ๊บติดผมลายคิตตี้?”

 

สีหน้าจองกุกแปลได้ว่า ฉิบหาย เมื่อตระหนักถึงวัตถุสีชมพูที่สุ่มหยิบขึ้นมามั่วๆ กับมือ เออ! ไม่เนียน! จับได้ตั้งแต่แรกแล้วโว้ย! แทฮยองถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อจองกุกดูท่าจะเลิกหาเรื่องแก้ตัวเสียที น้องชายของเขามองหน้า ชูกิ๊บขึ้นมา

 

...และติดมันบนผมหน้าม้าของตัวเอง แปะ “อือ น่ารักเนอะ”

 

“...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            โอ๊ยๆๆ อย่าบิด! อายคนเค้า

 

            “ทีงี้ล่ะรู้จักอาย!

           

           ใบหูของจองกุกยืดตามแรงบิด และแทฮยองไม่ว่างมาแคร์สายตาใครทั้งนั้น นอกร้านคือสังเวียนที่เขาขอเวลานอกกับแฟนสาวเพื่อลากน้องชายออกมาไฟต์ สมน้ำหน้า! ทีตอนสะกดรอยตามคนอื่นกับตอนแถล่ะไม่อาย! เขาคำรามลอดไรฟัน พยายามฮึบไม่อาละวาดมากไปกว่านี้เพราะต่อหน้าแฟนต้องทำตัวคูล

 

            “น่าอายดิ เหมือนแข่งแพ้สายขาวกากๆ อ่ะ”

 

            ไม่คูลแม่งละ กรรรรรรรรรรรซ์!

 

โอ๊ย! อย่ากระชากแล้วการไม่ว่าเขากากสักวันมันยากเหรอวะ!? จองกุกร้องลั่นเมื่อเขาแสดงพลังคนกากกระชากหมายให้หูหลุด ไม่กลัวแม้อีกฝ่ายจะจิ๊ปากอย่างสุดทนก่อนบีบข้อมือเขาหมับปล่อย ไม่งั้นไม่ออมมือให้แล้วนะ” หรือส่งสายตาเอาเรื่องเหมือนตอนจ้องจะก้านคอคู่แข่งในสนาม คนจริงอย่างเขาก็ไม่กลัว!

 

 

 

ปล่อยแล้วจ้า! หยอกเล่นจ้า!

 

 

 

แค่ไม่อยากรังแกเด็กเฉยๆ!

 

ที่รีบปล่อยมือนี่ก็เพราะกลัวน้องเจ็บหรอก! ส่วนที่มือสั่นนี่เพราะอากาศหนาวต่างหาก! ไม่ได้กลัวเลย! /หลบตา/

  

แทฮยองลนลานลูบหน้าลูบหลังเอาใจน้องชายก่อนโดนเล่นงาน จากประสบการณ์การเป็นกระสอบทรายของมันมาอย่างโชกโชน เขารู้ซึ้งว่าอย่าสู้ ตามมาได้ไง?” เขาถาม และต้องตบหน้าผากเมื่อจองกุกสารภาพ

 

“พี่โฮซอกมาบ่นกับผมว่าโดนพี่เบี้ยวนัด ผมเลยตามมาดู” จองโฮซอก ไอ้ไส้ศึก! ผมแค่อยากรู้ว่าเดทมันดียังไง

 

            “ใส่ใจดีนะละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าขี้เสือก

 

            “แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ

 

            “พี่จูฮยอนไง”

 

            “แต่พี่ดูไม่สนุก เอาแต่เดินตามเธออย่างเดียวทั้งที่ไม่ได้ชอบซื้อของพวกนั้นสักหน่อย”

 

            “จะสนุกหรือเปล่ามันไม่สำคัญหรอกเขาบอกปัด อีกอย่าง พี่จะทำอะไรมันเดือดร้อนแกตรงไหนล่ะ? รีบกลับไปซ้อมเลย! ไปๆๆก่อนดันหลังไล่จองกุกที่เข็นอย่างไรก็ไม่ขยับ ทั้งยังลอยหน้าลอยตาเกร็งตัวขืนแรงเขาอีก โว้ยยยกดหดาฟหก เจ้าน้องชายปล่อยให้เขาอนาถใจในความไร้น้ำยาของตัวเองอยู่พักใหญ่ถึงหยุดหัวเราะเยาะ รู้แล้ว ไปก็ได้เขาคิดว่าจองกุกยอมรามือ แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายทำเพื่อหันมายื่นถุงพลาสติกจากมินิมาร์ทให้

 

            “แต่ท้องร้องดังขนาดนี้ ไม่อยากกินก่อนเหรอ?”

 

            แทฮยองมองข้าวปั้นในนั้น ชื่นหัวใจ

           

           “ซื้อให้พี่เหรอ?”

 

จองกุกยิ้ม เหมือนเทวดา “เปล่า ซื้อมากินเอง”

 

“...” และเขาอยากเตะมันอีกแล้ว! แทฮยองจิ๊ปาก แต่เซ็งได้ครู่เดียวก็กลับต้องยิ้มออกมา เมื่อจองกุกว่าต่อ “แต่พี่โฮซอกบอกว่าพี่หิวข้าว ดังนั้น ผมยกให้”

 

นั่นทำให้เขาคว้าข้าวปั้นในทันที รสทูน่าในข้าวคำแรกเตือนให้รู้ว่าท้องร้องมานานแค่ไหน วันนี้มัวแต่ปั่นการบ้านจนกินข้าวเที่ยงไม่ทัน แทฮยองบอกที่มาของความหิว และจองกุกที่ตั้งใจฟังเรื่องของเขาเสมอไม่เคยทำให้เขาหยุดพูดได้ เขาทานไปบ่นไป ทั้งเรื่องการบ้าน อาจารย์ใจร้าย ร้านต็อกบกกีที่อยากไปกับโฮซอกใจจะขาด มีจองกุกคอยส่งนมสตรอว์เบอร์รี่ให้ดื่มแก้ฝืดคอ

 

            ตอนที่รู้ตัวว่าข้าวหมดเป็นตอนที่หมดเรื่องบ่น จองกุกดูเหนื่อยใจเมื่อเขาตอบคำถาม แล้วทำไมแวะกินข้าวว่า “พี่จูฮยอนไม่หิว เลยมัวแต่เดินเป็นเพื่อนเธอจนลืม”

 

            “ว่าแล้วว่าทึ่มๆ อย่างพี่คงเป็นซะอย่างนี้ ผมตามดูตั้งนานพี่ก็ไม่ยอมหาอะไรกินสักที ดีนะที่เก็บข้าวปั้นไว้ก่อน” แทฮยองอมยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งจองกุกตำหนิเขาเท่าไรยิ่งดูน่ารัก กับการที่เด็กที่ไม่สนใจโลกจะรู้จักเป็นห่วงและสังเกตเรื่องเล็กน้อยที่เขาไม่ใส่ใไม่เคยได้ยินว่าคนฉลาดเขาทำตัวแบบนี้

 

             “—เกือบดีละ เปลี่ยนประโยคสุดท้ายดิ๊

 

            “เคยได้ยินว่าคนมีความรักมักโง่ลง เพิ่งเคยเห็นของจริง

 

            “...”

 

ลืมที่เขาชมมันว่าน่ารักไปเสียเถอะ

 


           ไม่รู้ว่ารอยยิ้มของจูฮยอนดูขำหรือปลงมากกว่ากัน เธอยิ้มต้อนเมื่อเขาที่กลับเข้าไปในร้าน หลังฟาดลมส่งท้ายไปสองสามที (ที่จริงอยากฟาดกะโหลกน้องมัน แต่ดันหลบได้) และแน่ใจว่าน้องชายกลับไปแล้ว

 

ดูเหมือนจนแล้วจนเล่า เธอก็ยังไม่เจอพวงกุญแจชิ้นที่ถูกใจจนต้องขอความช่วยเหลือจากเขาในที่สุด นี่ ซื้ออันไหนดี?” จูฮยอนถามอย่างจนใจ

           

            แทฮยองพินิจมองพวงกุญแจเรียงราย แข่งกันน่ารักจนไม่มีชิ้นใดโดดเด่น กระทั่งสายตากวาดผ่านกระต่ายจมูกโต หน้าตากวนตีนพิลึกเหมือนกำลังท้าคนมองว่า ‘ต่อยป่ะ? สู้ป่ะ?’ น่าหมั่นไส้จนหุบยิ้มไม่อยู่ เขาคว้าโซ่ขึ้นมา มองตัวหาเรื่องห้อยคว้างกลางอากาศ

 

            “ไม่มีตัวอื่นที่น่ารักกว่านี้แล้วหรือไง?” คำแย้งของเธอไม่ทำให้เขาอารมณ์ดีน้อยลง

 

            “แต่ผมชอบนะ ซื้อสิ” คำยุยงของแทฮยองคงไม่ได้ผล หากเขาไม่หยิบพวงกุญแจแบบเดียวกันขึ้นมาอีกตัว “เดี๋ยวผมซื้อด้วย”

 

เธอร้องอ๋อ อมยิ้มรู้ทัน เจ้ากระต่ายสองตัวที่ถูกสแกนบาร์โค้ดเรียบร้อยจึงนอนแน่นิ่งในมือเจ้าของทั้งสองในที่สุด ท่าทีพอใจของเธอตอนพิจารณามันทำเอาเขาอดภูมิใจไม่ได้ ยิ่งเมื่อเธอพูดว่า

 

ทีนี้เราก็มีพวงกุญแจคู่กันแล้วเนอะ

 

           —หือ?

 

            “ติดกับโทรศัพท์มือถือก็ดีนะ หรือกระเป๋า หรือ แทฮยอง? เป็นอะไรเหรอ?”

           

            แทฮยองเห็นความสุขแปรเป็นความสงสัยทันทีที่เธอเบนสายตามาหา ซึ่งเขาก็ไม่ต่างกัน ท่ามกลางเดดแอร์และการมองหน้ากันไปข้องใจกันมา แทฮยองใช้เวลาครู่หนึ่งในการจับต้นชนปลาย “อ๋อ! เข้าใจแล้ว งั้นเดี๋ยวผมไปซื้ออีกตัว”

 

            ‘ซื้อทำไม?ท่าทีข้องใจของจูฮยอนทำให้เขาต้องรีบอธิบาย “ตอนแรกผมตั้งใจจะซื้อพวงกุญแจอันนี้ให้จองกุกน่ะครับ”

 

คำขยายความตามมายาวเหยียดเมื่อเธอเลิกคิ้วสูงกว่าเดิม “เพราะกระต่ายนี่ดูเหมือนน้องดีน่ะครับ เนอะ? แต่พอพี่พูดเรื่องพวงกุญแจคู่ผมก็ชอบมากเลย เรามาใช้ด้วยกันสามคนเลยเถอะ!

 

          เธอเข้าใจ

 

แทฮยองคิดแบบนั้น ผ่านสีหน้าโล่งใจประหลาดๆ ผ่านการพยักหน้าและสนใจสิ่งอื่นราวหมดปัญหา แทฮยองคิดว่าเข้าใจถูกกระทั่งตอนที่ออกจากร้านและเธอถามว่า จะกลับบ้านเลยไหม?เมื่อเขาเผลอบ่นอีกแล้วว่าต้องแวะซื้อการ์ตูนเล่มใหม่ให้น้องชายก่อน แทฮยองเพิ่งรู้ในตอนนั้นว่าเขาคิดผิดไป เมื่อจูฮยอนถอนหายใจ ยกยิ้มเจือจาง

 

บอกแล้ว ถึงไม่มีพี่ นายก็ไม่เป็นไรหรอก

 

เขากะพริบตาปริบ พูดแบบนี้อีกแล้ว เป็นสิครับ ผมคิดถึงพี่จนใกล้บ้าแล้วนะ

 

แต่นายก็หาความสุขจากคนอื่นได้นี่นา ถึงไม่มีพี่นายก็ยังมีเพื่อนดีๆ อย่างโฮซอกที่ถึงจะชอบแซวนาย แต่ก็สนใจเรื่องที่นายหิวข้าว... แล้วก็มีครอบครัวน่ารักๆ อย่างเช่นจองกุก”

 

“นั่นน่ะตัวน่ารำคาญต่างหาก”

 

คำบ่นของเขาถูกตอบแทนด้วยรอยยิ้มของจูฮยอน จองกุกเป็นเด็กชอบเรียกร้องความสนใจ ตอนเด็กๆ ขี้แย เพื่อนน้อยแต่ไม่เดือดร้อนเพราะติดพี่ แรงเยอะ

 

แทฮยองเลิกคิ้ว

 

“พอโตขึ้นก็เอาแรงไปลงกับกีฬาแทน คบเพื่อนนักกีฬาเยอะ น่ากลัวๆ ทั้งนั้น แล้วก็ชอบใช้กำลังข่มขู่นาย ติดเกม ติดการ์ตูน ชอบไอรอนแมน... พี่รู้เรื่องพวกนั้นจากการคุยเรื่องของเรา” เธอบอก “ตอนที่ถามว่านายชอบอะไร ก็มีเรื่องที่จองกุกพยายามยุให้นายชอบไอรอนแมนอยู่ในนั้น ตอนที่ถามว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง จะมีเรื่องโดนจองกุกตีอยู่ด้วย ตอนที่คุยกันเรื่องอาหารที่ชอบ นายก็เผลอบ่นเรื่องโดนจองกุกแย่งอาหาร... ถึงจะบอกว่ารำคาญ แต่ชีวิตประจำวันของนายมีน้องประกอบอยู่เต็มไปหมดแทฮยองมองเธอหัวเราะคิกคัก

 

โทรศัพท์ดังแล้ว เธอโบกมือ เอ่ยคำลา “โลกของนายหมุนรอบจองกุกนะ ว่าไหม?”

 

 

เคยได้ยินว่าคนมีความรักมักโง่ลง

ตอนนั้นแทฮยองไม่ใส่ใจ

 

 

เขาจึงคิดว่าการหมุนรอบใครสักคนไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่แปลกอะไรหากคนในครอบครัวจะละลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ทิ้งอะไรไว้มากไปกว่าความขายหน้าเหมือนครั้งถูกโฮซอกล้อว่าหน่อมแน้มติดน้อง

 

และเสียงท้องร้องยังกลบความอับอายให้หายไปรวดเร็วเกินกว่าจะใส่ใจ เขาตั้งมั่นว่าต้องรีบซื้อการ์ตูนแล้วรีบกลับไปทานข้าวเย็นที่บ้าน ก่อนเด็กชายในยูนิฟอร์มมัธยมต้นที่กำลังยืนดื่มนมสตรอว์เบอร์รี่หน้าป้ายรถบัสจะทำให้นึกขึ้นได้เสียก่อน

 

มีของสำคัญอีกอย่างที่ต้องซื้อนี่นะ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            หอมจัง วันนี้พ่อทำซุปเหรอครับ?

 

เสียงสูดกลิ่นอาหารเป็นเสียงแรกที่ได้ยินจากจองกุก หลังจบเสียงกดรหัสประตู เสียงถอดรองเท้า และเสียงทิ้งกระเป๋าลงข้างโซฟาที่พี่ยุนกินอนกอดรีโมทอยู่ มื้อเย็นคืออะไร พวกเขาเดาได้ผ่านกลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้าน แทฮยองต้อนรับคิมจองกุกที่กลับช้าที่สุดอย่างอบอุ่น

 

            “กลับดึกจังเลยสตอล์คเกอร์”

 

            ด้วยการมองค้อนอย่างดุเดือด ฮึ่ม!

 

            จองกุกจิ๊ปาก “โกรธอะไรนักหนา ผมแบ่งข้าวปั้นให้พี่นะ”

 

            “ขอบใจมากสตอล์คเกอร์ อร่อยมากเลยสตอล์คเกอร์” แทฮยองยักคิ้วใส่จองกุกที่ถอนหายใจ “พี่ยุนกิ วันนี้ผมบังเอิญเจอสตอล์คเกอร์เพราะสตอล์คเกอร์ไปซื้อกิ๊บคิตตี้คร่ออกกกกหสวเกดๆๆๆ รู้แล้วๆๆ ไม่เรียกสตอล์คเกอร์แล้วๆๆ” เขายกมือยอมแพ้เมื่อจองกุกพุ่งเข้าล็อคคอ ท่ามกลางสายตาเหนื่อยหน่ายของพี่ยุนกิที่คว้าหมอนอิงมาอุดหู

 

            “ไปกินข้าวไป พ่อทำแต่ของอร่อยพี่ยุนกิแทรกขึ้นมา ช่วยชีวิตเขาไว้ทันก่อนโดนรัดคอจนหมดลม แต่ดูลักษณะการกดรีโมทเร่งเสียงแล้วน่าจะอยากไล่ไปไกลๆ มากกว่า เสียงรับรองจากพ่อที่ดังมาจากห้องน้ำทำให้จองกุกรีบพุ่งเข้าครัวทันที

 

            “โหหหห ดูดิ พ่อดีเด่นจองกุกตาโตเมื่อเห็นเมนูโปรด ขนาดทำงานหนักยังไม่ลืมใส่ใจผมเลย ซื้อเนื้อแกะเสียบไม้ย่างมาให้ด้วย... ไม่เหมือนบางคน ชอบทิ้งน้อง โดนตามนิดหน่อยก็โกรธ แล้วยังทิ้งเพื่อนไปหาแฟนอีก นิสัยไม่ดี แทฮยองกลอกตาใส่อีกฝ่ายที่ว่าเขาหน้าซื่อตาใส 


             “รู้แล้ว ก็ซื้อขนมไปขอโทษมันพรุ่งนี้แล้วนี่ไง” 

 

            “อ้าว ง้อเพื่อนแต่ไม่ง้อน้อง” เขาแลบลิ้นใส่จองกุกที่โวยอย่างผิดหวัง น้องชายของเค้าเคี้ยวเนื้อหงุบหงับพลางบ่น “พิลึกคน หิวก็ทน ทำเรื่องที่ไม่สนุกด้วยสักนิดก็ยอม พาพี่จูฮยอนไปเล่นเกมไม่ก็กินต็อกบกกีกับพี่โฮซอกยังดีกว่าอีก”

 

            คนไม่เคยมีความรักก็แบบนี้” แทฮยองส่งเสียงจุ๊ๆ ปลงกับน้องชายที่พูดออกมาได้อย่างไร้เดียงสา “เพราะพี่ชอบพี่จูฮยอนไงล่ะ เพราะชอบเลยคิดถึงเธอก่อน สนใจว่าเธอชอบอะไร เธอทำอะไรก็อยากทำด้วย ถ้าเธอมีความสุข จะต้องทำเรื่องน่าเบื่อแบบไหนก็ยอมทั้งนั้น คนไม่มีความรักไม่เข้าใจหรอก

 

            แทฮยองกอดอกพอใจเมื่อจองกุกตั้งใจฟังจนจบและพยักหน้าหงึกหงัก เออ รู้เรื่องสักที

 

 

คนมีความรักมักโง่ลงจริงๆ ด้วย

แต่คนละประเด็นละโว้ย!

 

 

            “จ้าคนฉลาดเขาแยกเขี้ยว หมั่นไส้เด็กปากดี ตอนนี้ก็ว่าพี่ไปเหอะ ใครจะรู้ สักวันหนึ่ง แกอาจอยากไปดูหนังน่าเบื่อกับใครสักคน ไปกินข้าวร้านที่ไม่ชอบ ทนเดินตามเธอช็อปปิ้งจนขาลาก ไม่ก็นั่งโง่ๆ ในคาเฟ่... สักวันหนึ่งอาจมีคนที่ทำให้แกยอมโง่ก็ได้

 

“ถ้าหมายถึงแฟนก็ไม่อ่ะ มีกันแค่นี้ก็พอแล้ว ไม่รักใครอีกหรอก”

 

“ขี้โม้”

 

 “ถ้าผิดคำพูดจะเลี้ยงเนื้อทั้งบ้านเลย”

 

จองกุกไหวไหล่ และมันเป็นคำพูดเรียบง่ายเคล้าเสียงเคี้ยวเนื้อที่ทำให้แทฮยองหัวเราะ อดเลื่อนมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มมือของอีกฝ่ายไม่ไหว “จำคำตัวเองไว้ดีๆ เลยนะ... อ้อ! แล้วก็จองกุกเตรียมเถียง แต่เมื่อได้ยินใจความของคำที่เขาพูดออกมาครบถ้วน อีกฝ่ายกลับต้องเลิกคิ้ว ก่อนวาดรอยยิ้มกว้าง



เนื้อแกะน่ะ พ่อไม่ได้เป็นคนซื้อหรอกนะ!

 


            วันนี้จองกุกทำเขาอายอีกแล้ว

 

            และพรุ่งนี้โฮซอกคงล้อเขาเรื่องนี้อีกแน่ๆ เหมือนที่เขาต้องทนโดนมองเป็นคนหน่อมแน้มแพ้น้องมาตลอด ไม่เท่ห์สักนิด


              แต่เพราะจองกุกเป็นเสียแบบนี้ เป็นลูกหมูที่ยอมแบ่งข้าวปั้นให้เขา เป็นเด็กไม่สนใครที่สนใจฟังเรื่องของเขาเสมอ เป็นเด็กที่ไม่คิดมีใครนอกจากครอบครัว... เป็นน้องชายของเขา

 

            ดังนั้น ต่อให้ต้องโดนล้อต่อไป แต่การหมุนรอบใครสักคนก็ไม่แย่หรอกนะ

 

            มันจึงเป็นอีกวันที่แทฮยองได้เพียงโวยวาย เพราะอย่างไรก็ต้องยอมแพ้น้องชายที่ยิ้มกว้างให้กันแบบนี้อีกจนได้

           

 

 

             “อ๋อ พี่ยุนกิซื้อให้นี่เอง

 

 

             “...”

กูซื้อไหมล่ะ

           

 

 

 

            คืนนั้นพวกเขาเกี่ยงกันล้างจานเหมือนทุกครั้ง โหวกเหวกโวยวายให้พี่ยุนกิเร่งเสียงโทรทัศน์แข่งเหมือนทุกที พ่อชื่นชมท่าล็อคคอท่าใหม่ของจองกุก เก่งมากลูกพ่อขณะที่เขาเป็นกระสอบทรายที่ดีเหมือนเดิม

 

            เพราะความเปลี่ยนแปลงไม่อาจสังเกตเห็นในชั่วข้ามคืน เรื่องของหัวใจจึงถูกฝังกลบด้วยวันพีซเล่มใหม่ ก่อนถูกลืมในไม่ทันข้ามวัน จองกุกจึงไม่อาจได้เลี้ยงเนื้ออย่างที่ลั่นวาจาไว้ เช่นเดียวกับแทฮยองที่ไม่อาจได้คำตอบของข้อสงสัย

           

 

            สักวันหนึ่ง แกอาจอยากไปดูหนังน่าเบื่อกับใครสักคน ไปกินข้าวร้านที่ไม่ชอบ ทนเดินตามเธอช็อปปิ้งจนขาลาก ไม่ก็นั่งโง่ๆ ในคาเฟ่... สักวันหนึ่งอาจมีคนที่ทำให้แกยอมโง่ก็ได้

           

 

            คนคนนั้นของจองกุกจะเป็นใครกันนะ?

 

 
















พี่แทฮยอง

 

 

           

 

            คิมยุนกิเป็นคนช่างสังเกต

 

เมื่อเป็นสมาชิกสภานักเรียน ความช่างสังเกตทำให้เขาเห็นปัญหาในโรงเรียนแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ถูกมองข้าม เพราะช่างสังเกต เมื่อเข้าร่วมชมรมบาสเกตบอล เขาจึงรู้ทันทุกความเคลื่อนไหวในสนาม รู้ศักยภาพของผู้เล่นในทีม เล็งเห็นกลยุทธ์การแข่งขันที่เหมาะสม

 

แต่เขาเป็นคนขี้เกียจ

 

การนอนดูโทรทัศน์อย่างสงบสุขเป็นชีวิตประจำวันที่มนุษย์โลวแบตเตอร์รีอย่างเขาต้องการ เขาระบุปัญหาและวิธีแก้ไขได้ แต่ยินดีมอบหมายให้คนอื่นในสภานำไปปฏิบัติ เขาวางแผนการแข่งขันได้ แต่ถ้าให้ซ้อม 3 ชั่วโมง ต้องให้เวลาเขาพัก 6 ชั่วโมง คิมยุนกิเป็นคนขี้เกียจ การอยู่เฉยๆ เก็บข้อมูลจากที่ไกลๆ จึงถูกใจเขาที่สุด

 

 

จองกุก! อยากตายมากใช่มะ!!?

           

 

ตอนนี้ก็เช่นกัน

 

            “แกตัดเสื้อพี่ทำไมวะ!? ตัวนี้แพงนะเว่ย!” ยุนกิชะเง้อคอจากครัวตามทิศของเสียงเอะอะ เขาเห็นคิมแทฮยองบันดาลโทสะพุ่งเข้าใส่เป้าหมายบนโซฟาหน้าโทรทัศน์ คิมจองกุกนั่งเล่น PS2 อยู่ตรงนั้น มีพรสวรรค์ในการกวนตีนอย่างไร้เดียงสาเหมือนเคย

 

            “ไม่ดีเหรอ? เท่ห์จะตาย”

 

            “เท่ห์นักก็ทำกับเสื้อตัวเองดิ!

 

            มุขเก่าเล่าจนจำได้ ยุนกิหันกลับมาชิมรสแกงกะหรี่ที่กำลังเคี่ยว หากแทฮยองง้างมือและกระโจนเข้าใส่จองกุกแบบนั้นแล้ว แม้ไม่มอง เขาก็เห็นภาพน้องคนกลางถูกคว้าข้อมือหมับแล้วจับบิดจนร้อง

 

            “จ๊ากกกกกกกกกกก!

 

            ลั่นบ้าน อ้า หนวกหูโว้ย

 

           กว่าเสียงเอะอะจะสงบลง แกงกะหรี่็ก็พร้อมเสิร์ฟ อาหารเย็นง่ายๆ ยามพ่ออยู่ทำ OT ส่งกลิ่นหอมเตะจมูก แทฮยองรับประกันด้วยการระริกระรี้เข้ามาเกาะไหล่เขา “แกงกะหรี่เนื้อ?” อีกฝ่ายปรบมือเป็นลิงได้กล้วยเมื่อเขาพยักหน้า ข้าวหุงสุกถูกตักใส่จาน ก่อนแทฮยองจะราดแกงลงอย่างกระตือรือล้น ยุนกิมองเห็นตอนนั้นเองว่าน้องชายของเขาสวมเสื้อยืดที่มีรอยตัดยาวรอบคอ

 

            “ไม่ไหวแล้วนะ! ครั้งนี่แม่งทำเกินไปแล้ว” คือคำโวยวายอย่างคับแค้นเมื่ออีกฝ่ายสบสายตาสังเวชของเขา “เดี๋ยวผมจะแอบตัดเสื้อตัวโปรดมันมั่ง”

 

            “อย่าแกล้งน้อง”

 

            “ผมต่างหากที่โดนมันแกล้ง!

 

“เจ้าคิดเจ้าแค้นเหลือเกิน ไม่ไหวๆ” แทฮยองมองมาด้วยสายตาผิดหวังเมื่อถูกเขาส่ายหน้าใส่

 

“พี่! ให้ท้ายมันตลอดอ่ะ เข้าข้างผมมั่งดิ ผมก็น้องพี่นะ” ยุนกิฮึมฮัม เหรอ? กลับไปเลยโดนตัดพ้อเข้าให้ “เออดิ พวกผมตีกันทีไรพี่ก็เอาแต่นั่งดูไม่ก็บ่นว่าผมน่ารำคาญ ไม่เห็นว่ามันบ้างเลย”

 

            “ก็พูดตามเนื้อผ้า”

 

            “ไม่จริง ลำเอียงชัดๆ ไม่ยุติธรรมอ่ะ” ปั่ก!แทฮยองตบโต๊ะ ยุนกิเลิกคิ้วเมื่อถูกอีกฝ่ายจ้องเขม็ง ทำหน้ามีสาระแบบนี้ทีไรก็ไม่คุ้นตา “ถามจริง ทำไมต้องตามใจมันขนาดนั้น?”

 

            “ทำไมน่ะเหรอ?” การพยักหน้ารัวของอีกฝ่ายทำให้ต้องหยุดคิด ก่อนรอยยิ้มมีเลศนัยจะถูกวาดขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ แทฮยองกระวนกระวายเมื่อเขาตอบด้วยความเงียบและท่าทีแบบนี้... เปล่ากวนโมโห แค่คิดอยู่ว่าจะตอบแบบไหนต่างหาก ยุนกิใช้เวลาพักหนึ่งเพื่อนึกย้อน กลั่นกรองจนได้คำที่เหมาะสมจึงพูดออกไปในที่สุด

 

            “ก็เพราะว่า”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




            “พี่แตยอง?

           

            “ใช่ พี่แท-ยอง!

 

            คิมจองกุกวัย 5 ปี ยืนอยู่ตรงหน้าคิมแทฮยอง

 

หลังจากชู้ต 2 แต้มสำเร็จ ยุนกิจำต้องละสายตาจากแป้นบาสไปที่เสียงโหวกเหวกของน้องชายคนกลาง คิมแทฮยองนั่งกอดอกอย่างเหนื่อยใจบนบ่อทรายในสนามเด็กเล่น ตรงหน้ามีตัวต้นเหตุรั้งแขนเสื้อไม่ปล่อย

 

            “อื้อ ไปฉี่กัน แตยอง” จองกุกชี้ชวน ตาใส

 

            “บอกให้เรียกพี่ไงงงงงงง” และความสมาธิสั้นนั่นทำให้น้องคนกลางของบ้านปวดประสาทไม่น้อย

 

            “นะนะ ไปฉี่เร็ว”

 

            “ไม่ไป ไม่ปวดสักหน่อย” ว่าพลางชี้ไปยังปราสาททรายที่ก่อไม่เสร็จเชิงว่างานชุก อย่าขัดความสุขโดยพละการ ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าน้องเล็กน่ะ

 

            “แต่เราปวด ไปกัน”

           

            ไม่นำพา

 

            แทฮยองกลอกตาเหนื่อยหน่ายใส่แขนเสื้อข้างที่โดนดึงจนยืด ก่อนสายตาจะพลันทอประกายราวมีความคิดดีๆ เขารู้ว่าน้องคิดผิดเมื่อเจ้าตัวชี้มาทางนี้... ฮ้า กล้าหางานให้เขาเรอะ? “โน่น ชวนพี่ยุนกิโน่น เขาว่าง”

 

            ยุนกิหันไปหาน้องชาย เขาผายมือเชื้อเชิญ ยกยิ้มหวาน (ที่แทฮยองบอกว่าสยอง เสียมารยาทจริง) เมื่อเห็นประกายตาแป๋วแหววของเจ้าคนเล็กที่มองมาอย่างเข้าใจ

 

            “ไปกันนะ” และกระชากแขนเสื้อของแทฮยองต่อไม่ใยดี กร๊าก

                        

            “ฟหดกฟสวกหฟา!” แทฮยองที่ทึ้งผมตัวเองเหมือนประสาทจะกินนั่นสร้างความบันเทิงให้เขาไม่น้อย ยุนกิเอาใจช่วยเจ้าคนกลางที่พยายามฮึบไม่พ่นไฟใส่คนเล็ก แน่ล่ะ ขืนร้องไห้ขึ้นมาจะยุ่งกว่าเดิม “...ห้องน้ำอยู่ใกล้แค่นี้เอง ถ้าไม่ไปกับพี่ยุนกิก็ไปคนเดียว พี่ไม่อยากเข้า”

 

            “งั้นเฝ้าเราหน้าห้องน้ำนะ” จองกุกไม่ยอมแพ้

 

“ไม่เฝ้า

 

“แค่คุยกับเราตอนเข้าห้องน้ำก็ได้”

 

“ไม่คุย!

 

“งั้นตอนเราเข้าห้องน้ำ ทุกคนห้ามหนีนะ”

 

“ไม่หนี!” แทฮยองรับรองชัดถ้อยชัดคำ แต่จองกุกกลับยื่นนิ้วก้อยออกมาตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ ทำให้อีกฝ่ายต้องสอดอีกนิ้วก้อยเข้าเกี่ยวเพื่อตัดรำคาญ

 

“คนโกหกต้องกลืนเข็มพันเล่ม”

 

“เว่อร์น่า ไม่ได้โกหกซะหน่อย” แทฮยองหน้ามุ่ย เรื่องเยอะ คงอยากโวยวายเช่นนั้น หากอีกฝ่ายไม่แย้งด้วยแววตาใสแจ๋ว

 

 

ไม่ได้ แม่ก็พูดแบบแตยอง

 

 

            และเขาเข้าใจ เหตุที่แทฮยองไม่พูด

 

            “เพราะไม่ต้องกลืนเข็มพันเล่ม แม่เลยไป” เขาเข้าใจ เหตุที่แทฮยองทำได้เพียงมองสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนของจองกุกยามพูดถึงรอยรั่วที่หัวใจ เมื่ออีกฝ่ายยังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าแผลที่สมานได้ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ “สัญญาแล้วนะ ห้ามหนีเรานะ”

 

เขาจึงเข้าใจ หากในที่สุด หลังผ่านชั่วขณะของห้วงความคิดมากมาย แทฮยองจะถอนหายใจ “รู้แล้วๆ ไม่ทิ้งหรอกน่า” ทรายถูกปัดร่วงกราวจากกางเกงเมื่อเจ้าตัวยืนขึ้น คิมคนกลางให้คำตอบสุดท้าย “ป่ะ! ไปห้องน้ำกัน” รอยยิ้มยินดีของน้องชายคนเล็กกว้างจนแทฮยองต้องขยี้ผมของอีกฝ่าย

 

 “เย้ ไปเลยแตยอง”

 

และกลอกตา “บอกให้เรียกพี่ไง!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

พี่แทฮยอง กลับบ้านกัน

 

“ไม่เอาด้วยหรอก!”

 

คิมจองกุกวัย 10 ปี ยืนอยู่ตรงหน้าแทฮยอง

 

แม้การเสวนาเรื่องเกมกับจองโฮซอกจะสนุกเพียงใด คิมยุนกิจำต้องหันเหความสนใจมายังน้องชายทั้งคู่ เช่นเดียวกับกลุ่มเพื่อนของพวกเขาที่ก่อนหน้านี้กำลังตื่นเต้นเรื่องร้านเกม

 

“นั่นคือ จองกุกตัวน่ารำคาญ ที่แทฮยองบ่นถึงบ่อยๆ ใช่ป่ะครับ?” เขาพยักหน้าให้คำถาม โฮซอกดูสับสนกับสถานการณ์ตรงหน้า เมื่อคิมแทฮยองที่ร่าเริงทั้งวันกำลังหงุดหงิดสุดขีด ยุนกิคาดว่าเพราะเจ้าตัวตั้งใจจะไปเล่นเกมกับเพื่อนหลังเลิกเรียน แต่แผนกลับสะดุดตั้งแต่ไม่ทันก้าวเท้าออกจากรั้วโรงเรียน เมื่อพบน้องชายคนเล็กยืนดักรอหน้าประตูหน้าตาเฉย

 

มันคงน่าหงุดหงิดน้อยกว่านี้ หากนี่ไม่ใช่วันเปิดเรียนวันแรก และแทฮยองไม่ตกลงกับทุกคนแล้วว่าจะกลับบ้านเองหลังขึ้นมัธยมต้น หรือเท่ากับว่า แทฮยองถูกปลดแอก ไม่จำเป็นต้องรอพ่อหลังเลิกเรียนเป็นเพื่อนจองกุกอีกต่อไป ...และน่าหงุดหงิดน้อยกว่านี้แน่นอน หากสิ่งแรกที่จองกุกทำเมื่อเจอหน้าไม่ใช่การกระโดดกอดแถมยังหอมแก้มฟอดใหญ่ต่อหน้าเพื่อนใหม่


โถ อิมเมจคนคูลที่สร้างมาทั้งวันพังในห้าวินาที

 

“ก็บอกไปแล้วไงว่าไม่กลับด้วยแล้ว พี่จะไปเล่นเกม”

 

“ผมไปด้วย”

 

“ไม่เอา ไปแค่กับเพื่อน”

 

“ทีพี่ยุนกิยังไปได้เลย”

 

“ไม่ห้ามหน่อยเหรอฮยอง?” เขาไหวไหล่เมื่อถูกโฮซอกสะกิดอย่างเป็นกังวล ไม่เป็นไรหรอกแต่อีกฝ่ายเชื่อคำรับรองของเขาน้อยกว่าสีหน้าเหลือทนของแทฮยอง

 

“พี่ยุนกิเป็นคนแนะนำร้าน ก็ต้องไปได้ดิ... อย่าดื้อน่า กลับโรงเรียนไปรอพ่อเลย”

 

“แต่--

 

“ไม่มีแต่!

 

“เดี๋ยวๆๆ ใจเย็นน้า” นั่นจึงทำให้โฮซอกพุ่งเข้าขวางในที่สุด คิมคนกลางเซ็งจนปากคว่ำ เมื่อเพื่อนใหม่ที่ไม่รู้ฤทธิ์ของเจ้าคนเล็กเลือกจะคุยอย่างเป็นมิตร “จองกุกครับ ถ้าไปด้วยแล้วอาจจะคลาดกับคุณพ่อนะ อยากให้คุณพ่อหาไม่เจอแล้วเป็นห่วงเหรอ?” โฮซอกจี้ถูกจุด เมื่อขู่เรื่องพ่อแล้วเจ้าคนเล็กอ่อนความรั้นลงทันที “ขอยืมตัวพี่แทฮยองแป้บเดียวนะ เดี๋ยวกลับบ้านไปก็ได้เจอกันแล้ว”

 

จองกุกหน้ายุ่ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะถามขึ้นมา “ขอคืนก่อนมื้อเย็นได้ไหมครับ?”

 

“รับทราบครับ ถ้าได้ตัวไม่ตรงเวลา พี่ให้เตะก้นเลย!” โฮซอกทำวันทยหัตถ์ตอบรับอย่างขันแข็ง ก่อนหันมาส่งยิ้มแห่งชัยชนะ เมื่อจองกุกยอมพยักหน้าในที่สุด

 

“ก็ได้”

 

จองโฮซอกได้แทฮยองคนที่รู้จักคืนในตอนนั้น

 

“หมดภาระสักที เย้!” หมัดถูกชกขึ้นฟ้าประกอบความยินดี แทฮยองระริกระรี้ยามหันหลังให้จองกุกที่ลากลับไปอีกทาง อิสระภาพหลังเลิกเรียนที่เฝ้ารอมาเนิ่นนานน่าตื่นเต้นเป็นธรรมดา แต่ยุนกิกลับคิดว่าน้องชายไม่มีวันได้มันมาง่ายๆ หรอก

 

“แสดงว่าปกติก็รอพ่อกับน้องตลอดเลยเหรอ?”

 

“ช่าย เพราะถ้าไม่ไปสักที มันก็จะมาตามแบบวันเนี้ย ต้องให้กูไปเล่นเป็นเพื่อนตลอด” แทฮยองบ่นอุบอิบให้คำถามของเพื่อน

 

“งั้นต่อไปนี้ก็แค่เล่นกับเพื่อนแทน”

 

“โอ๊ย อย่างจองกุกมันมีเพื่อนซะที่ไหน รอคนเดียวแน่อยู่แล้ว

 

นั่นไงล่ะ

 

เขาไหวไหล่ เมื่อจบคำตอบแล้วแทฮยองทำหน้าเหมือนก้างปลาติดคอ

 

ก้างที่แม้ไม่มีใครติดใจเรื่องน้องชายหรือกล่าวหาว่าเจ้าตัวไม่เท่ห์ หรือแม้มาถึงร้านเกมและคลิกเมาส์ทำศึกดุเดือดร่วมชั่วโมงก็ไม่หลุดหาย ตรงกันข้าม แทฮยองยิ่งทวีความว้าวุ่น ยุนกิไม่ทักออกไปว่าอีกฝ่ายเอาแต่เคาะโต๊ะหรือกระดิกเท้าอย่างเป็นกังวล จนกระทั่งน้องชายของเขาทนไม่ไหว โพล่งขึ้นเองในที่สุด “พี่ว่าจองกุกจะเหงาไหม?”

 

“ไม่หรอก น้องชอบเล่นคนเดียว”

 

อื้อ ใช่ ไม่เหงาหรอก เขาได้ยินแทฮยองพึมพำราวเถียงกับตัวเอง เบาเกินกว่าจะดึงความสนใจไปจากซาวด์เอฟเฟคในเกม ถ้าคำถามไม่ดังขึ้นอีกครั้ง “แต่สองคนดีกว่าคนเดียวนะ กว่าพ่อจะมารับก็เย็นมากเลยด้วย ไม่น่ากลัวเหรอ?”

 

“ไม่เป็นไร มีอาจารย์ดูแล”

 

“แต่น้องมันไม่ชอบโดนทิ้งนะ?”

 

“เดี๋ยวพ่อก็มารับ น้องรู้-- เลิกคิดมากแล้วเล่นเกมไป”

 

“แต่ว่า--” สถานการณ์เสียเปรียบหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำให้ต้องคลิกเมาส์รัว การที่คิมคนกลางเอาแต่สะกิดถามเขาเช่นนี้จึงเป็นปัญหาที่สุด และต้องรีบตัดทิ้งก่อนจะเสียสมาธิไปกว่านี้

 

คิมแทฮยอง กลับไปหาน้องเดี๋ยวนี้” เขาสั่ง กลอกตาใส่จอคอมพิวเตอร์เมื่ออีกฝ่ายยังไม่เลิกลังเล โอเค! งั้นเดี๋ยวจะหาเหตุผลให้เอง “คนเท่ห์ๆ เขาไม่ทิ้งน้องกันหรอก จองกุกอยู่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีแก ตอนนี้ก็คงกำลังนั่งจ๋อยอยู่คนเดียว น่าสงสารจะตาย”

 

“พี่คิดงั้นเหรอ?” แทฮยองตาเป็นประกาย เหอะ ทีแบบนี้ล่ะคล้อยตาม

 

“อือ” ยุนกิพยักหน้าสุดแรง “ไปรอพ่อเป็นเพื่อนจองกุกเหมือนเดิมเหอะ ไม่ต้องกลับบ้านเองแล้ว แบบนี้แหละเท่ห์สุดๆ” และเขาทำสำเร็จ แทฮยองคว้ากระเป๋านักเรียนขึ้นสะพายในที่สุด น้องชายของเขาบอกลาเพื่อนๆ ที่หันมาโวยว่าจะไปไหน ไม่อธิบายอะไรมากไปกว่า เดี๋ยวพ่อมารับก่อนหาบวับไปจากร้าน

 

ไหนว่าจะกลับบ้านเอง?ได้ยินโฮซอกถามขึ้นมา บ้าเอ๊ย ใกล้แพ้แล้ว ยุนกิรัวคำอธิบาย และไม่คิดว่าเป็นความผิดของเขาสักนิดที่ทำให้อีกฝ่ายร้องโถถถถถถ ก่อนยกตำแหน่งให้น้องชายของเขาอย่างหมั่นไส้

 

ติดน้องหน่อมแน้ม!

 

ก็เรื่องจริงนี่นา?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           


 

พี่แทฮยอง ไปมินิมาร์ทกันไหม?

 

“ไป! ไปๆๆ!

 

คิมจองกุกวัย 13 ปี ยืนอยู่ข้างหลังแทฮยอง

 

และแม้ซีรีส์ Boys over flower จะสนุกแค่ไหน ยุนกิก็จำต้องละสายตาจากจอโทรทัศน์แสนรักไปยังที่เกิดเหตุ มองน้องคนกลางรับคำน้องคนเล็กอย่างขันแข็ง

 

ก็บอกว่าไปไง! ปล่อยได้แล้ววววฟหกกดหกว!

 

เพราะกำลังถูกบิดแขนไขว้หลังจนร้องลั่น

 

“พอดีวันนี้อาจารย์เพิ่งสอนท่านี้อ่ะ ดีไหม?” ส่วนคนบิดก็ทำหน้าซื่อตาใสไม่สอดคล้องกับการกระทำอีกแล้ว

 

“ดีมั้ง มึงมองตากู้วววว” ร้องโหยหวนพลางใช้มืออีกข้างชี้ที่หางตาชื้นน้ำ แทฮยองขึ้นเสียง! สู้ยิบตา! “พี่ไม่ใช่กระสอบทรายนะ! ถ้าไม่เลิกทำนิสัยแบบนี้จะไม่ยอมแล้

 

“ผมจะบอกพี่ชีฮยอกว่าพี่ไม่ให้ซ้อมที่บ้าน”

 

เชิญบิดตามสะดวกเลยครับ!

 

สู้ยิบตา! ได้ห้าวิ

 

ยุนกิส่ายหน้า เมื่อสุดท้าย แทฮยองก็ต้องรีบพุ่งเข้าห้องนอนไปหยิบเสื้อฮู้ดดี้ เตรียมตัวฝ่าลมฤดูใบไม้ผลิไปมินิมาร์ทตามบัญชาน้องชาย ตั้งแต่โดนออกหมัดใส่ เจ้าคนกลางก็กลัวชีฮยอกหัวหด แถมเจ้าคนเล็กยังฤทธิ์เยอะขึ้นจมจนต่อกรยากขึ้นทุกที

 

“ทำไมชอบเล่นแรงๆ กับแทฮยองจังนะเรา?” ยุนกิถาม ศิลปะการต่อสู้เปลี่ยนจองกุกให้ใจสงบขึ้น คิมคนเล็กรู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่ใช่กำลังโดยไม่จำเป็นเมื่ออยู่นอกสนามแข่งยกเว้นกับแทฮยอง เอะอะก็ใช้แรงเข้าสู้เรื่อย แม้ทำแค่เพียงเพื่อขู่แต่ก็ผิดวิสัย

 

“สนุกดีน่ะครับ” ยุนกิหัวเราะหึ เพราะก็จริง เห็นชอบทำเป็นเท่ห์แบบนั้น แต่แทฮยองเป็นเหมือนเจ้าหมากากๆ ที่ฟาดกิ่งไม้ขู่เข้าหน่อยก็วิ่งหนีหน้าตั้ง เมื่อคำตอบไม่ผิดคาด ความน่าสนใจจึงน้อยกว่าละคร สมาธิของยุนกิกลับไปรวมที่จอโทรทัศน์ จดจ่ออยู่กับซีนที่กึมจันดีตะโกนด่าเจ้าผมหยิกบนดาดฟ้า กระทั่งจองกุกพูดขึ้น “กูจุนพโยเป็นพระเอกแหง” เขาส่ายหน้า บอกว่าจีโฮเหมาะกว่า ทำให้ถูกแย้ง “แต่กูจุนพโยชอบกึมจันดีจะตาย”

 

“ชอบก็แย่ละ แกล้งซะแรงแถมยังชวนทะเลาะตลอด”

 

“ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจชัดๆ” จองกุกอธิบายทันควัน “ถ้าไม่ชอบคงไม่เสียเวลายุ่งด้วยตั้งแต่แรกหรอก ผมว่ากูจุนพโยมีใจให้กึมจันดีแน่ๆ ที่แกล้งแรงๆ คงเพราะอยากให้จำได้ ส่วนที่หาเรื่องทะเลาะคงเพราะอยากมีเรื่องคุย”

 


ปิ๊ง

ประกายความคิดจุดติดเมื่อสิ้นคำ


 

“อ๋า” ยุนกิลากเสียง หันไปสบตาใสปิ๊งไม่รู้เรื่องราวของจองกุก “แกคิดว่ากูจุนพโยเป็นผู้ชายประเภทแกล้งคนที่ชอบใช่มะ?”

 

จองกุกพยักหน้า

 

“เพราะอยากให้สนใจเลยต้องเล่นแรงๆ ว่างั้น?”

 

จองกุกพยักหน้า

 

และยุนกิหัวเราะพรืดออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไหว เขาคงถูกคิมคนเล็กถามด้วยความสงสัยหากไม่ถูกเสียงโหวกเหวกของแทฮยองเบนความสนใจไปก่อน ยุนกิมองตามแผ่นหลังของน้องคนเล็กที่ตามอีกคนไปทางประตูอย่างไม่ลังเล มองเด็กทั้งคู่ที่กำลังแข่งกันเตะตัดขาไม่ให้อีกฝ่ายใส่รองเท้า... เป็นละครที่น่าดูไม่แพ้กัน จนเล่นเอายุนกิตีหน้านิ่งแทบไม่ทัน เมื่อแทฮยองหันกลับมาถามว่า อยากฝากซื้ออะไรไหม? แล้วพบสายตามิสเตอร์บีนของเขาเข้า

 

            แต่ก็นะ เขาเป็นแค่คนดูนี่นา มีสิทธิเขียนบทละครเสียเมื่อไร?

 

ดังนั้น

 

“ขำอะไรของพี่วะ?”

 

ความลับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 


เพราะว่า?”

 

แทฮยองจดจ่อรอคำตอบ


 

และยุนกิหัวเราะหึ เขาเอนตัวเข้าหา กระซิบคำตอบที่ผ่านการกลั่นกรองอย่างดี

 

 

เพราะ-ขี้-เกียจ

 

 

“...” ดีจนแทฮยองกลอกตาหน้าเมื่อย ฮะฮ่า

 

“พี่แม่ง บอกว่าลำเอียงยังทุเรศน้อยกว่านี้อี--


“ว้าว เก่งจัง ว่าพี่ทุเรศซะด้วย” ยุนกิยิ้มเย็น


--ผิดไปแล้วครับ! ตีผมเลยครับ!” และแทฮยองที่รีบตบปากตัวเองสามทีเป็นความบันเทิงชั้นดี


เตาแม่เหล็กไฟฟ้าถูกปรับอุณหภูมิต่ำ แม้แทฮยองจะล้างจานส่วนของตัวเองเรียบร้อยและรีบแจ้นหนีเขาไปแล้ว จองกุกก็ยังไม่ทานข้าว เขารู้เหตุผลเมื่อทานเสร็จแล้วพบน้องชายคนเล็กเดินเข้ามาคุ้ยตู้เย็น “ขอผมเคลียร์อีกด่านก่อนนะ” จองกุกตอบเมื่อเขาพูดถึงข้าว

 

“ให้ช่วยไหม?” แค่ฟังเสียงก็รู้ว่าเป็นเกมที่เพิ่งให้น้องยืม และเขาล้ำหน้าไปไกลแล้ว

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมลุยเอง” คิมคนเล็กตอบอย่างเด็ดขาดประสาคนไม่ชอบแพ้ ก่อนคว้าชาพีชกระป๋องแล้วเดินกลับไปที่โซฟา แทฮยองนอนอ่านการ์ตูนอยู่ตรงนั้น ยุนกิมองน้องชายคนเล็กนั่งลงข้างกัน มองจอยเกมที่ถูกส่งให้แทฮยอง

 

ไม่ใช่แค่ขี้เกียจนะ เขาน่ะช่างสังเกต

 

หูก็ดีเหมือนสายตาด้วยนะ เลยได้ยินเสียงพูดที่ถูกเสียงในเกมกลบเกือบสนิทว่า “พี่แทฮยอง เล่นด่านนี้ให้หน่อย

 

“เล่นเองดิ โอ๊ย! เล่นแล้วๆๆ อย่าหยิกๆๆ

 


แหม



แหม แหม ใช่ว่าไม่เคยเข้าข้างเจ้าคนกลางเสียเมื่อไร แล้วฟังกันไหมล่ะ?


แหม แหม แหม แล้วเป็นเสียแบบนี้ เขาจะห้ามกูจุนพ... เจ้าคนเล็กได้ลงคอไหมล่ะ?  


แทฮยองคิดผิดแล้วที่กล่าวหาว่ายุนกิลำเอียง เขาเป็นพี่ชายที่แสนดี มีความยุติธรรมต่างหาก



เพราะเขาทำตามใจน้องชายทั้งคู่มาตลอดไงล่ะ



            

          


 

 


 

 






Hidden track 1

ก็เอ็งนั่นแหละ
(ตอนที่3 เบรค2 ค่ะ เผื่อนานจนลืมไปแล้ว555)

เกินดีกว่าขาด มีส่วนที่ไม่อยากตัด งอกตอนพิเศษคงไม่ผิดกติกา(มั้ง)
จะพยายามไม่ให้ยืดเยื้อค่ะ
จะพยายามแต่งให้ไวขึ้นด้วยค่ะ ;---;
คิดถึงฉันสักครั้งเมื่อไม่ได้คิดถึงใครนะคะ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน ขอบคุณคอมเม้นต์ ความคิดเห็น  กำลังใจ ทุกช่องทาง ทั้งที่รู้และไม่รู้ ดีกับใจมากจริงๆ ค่ะ 
(แต่เสียใจที่ทำให้ต้องทวงและไม่ได้ตามที่ทวงในทันทีนะคะ ;-;)

ดีใจที่ทำให้รู้สึกดีกับกุกวีด้วยค่ะ ตอนนี้ยังสนใจคู่นี้อยู่ไหมคะคุณ LCM 555 ชอบเถอะนะๆ /สะกดจิต/
น้องๆ เล่นกันน่ารักมากค่ะ ชิปกุกวีแล้วหัวใจพองฟู ♡ รับรองค่ะ  







Hidden track 2



ยุนกิรู้ ยุนกิเห็น


ครบแล้วค่า ตอนต่อไปก็กลับเข้าเนื้อเรื่องหลักแล้ว
เราไม่หาย ไม่ทิ้งไว้กลางทางแน่นอนค่ะ แค่อัพช้าเหมือนหาย5555555555 เพราะช่วงนี้ชีวิตวุ่นวาย+แต่งช้า
มีเหตุด่วนเหตุร้ายก็มาเขย่าในนี้/แทค/แอคฟิคได้เสมอเลย
ขอบคุณทุกการติดตาม ฟี้ดแบคทุกช่องทาง และขอบคุณคนที่อุตส่าห์รอนะคะ 
เจอกันใหม่ตอนถัดไปค่ะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

55 ความคิดเห็น

  1. #439 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 13:11
    พี่คือคนที่รู้ทุกอย่าง กรี๊สสสสๆๆๆ
    #439
    0
  2. #434 cookiessreading (@faiithikamporn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 14:05
    เข้าใจจูฮยอนว่าคิดยังไง แล้วความยุนกิรู้ยุนกิเห็นแต่ไม่ทำอะไรเลยส่วนหนึ่งอาจเพราะพี่แกขี้เกียจจริงๆด้วยนั่นแหละ555555
    #434
    0
  3. #415 gammoopea (@gammoopea) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 12:19
    รักครอบครัวนี้ ความน่ารักเต็มไปหมดนี่มันอะไรกัน ฮื่ออออ //ยุนกิแกล้งน้อง ก็ยังรู้สึกว่ายุนกิแกล้งน้องอยู่ดี 55555 โถแทฮยองคนซื่อของพี่ หนูจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรอลูก มาบ้านพี่ไหม มีขนมให้กิน -.,- //โดนเด็กกระต่ายล็อคคอ 55555
    อืมมมม แต่บางทีก็แอบคิดว่าเด็กกระต่ายก็ซื่อนะ อาจจะยังไม่รู้ใจตัวเอง อาจจะคิดว่าชอบแตยองเฉยๆ
    #415
    0
  4. #402 vvmk912 (@mtaetaestan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 00:48
    ชอบมากเลยย หยุดอ่าน/ม่ด้ายยยย
    #402
    0
  5. #396 PaiiKanj (@PaiiKanj) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 12:55
    ยุนกิ~~ผู้รู้ทุกเรื่องอ่ะ
    #396
    0
  6. #375 jvbeili (@lukkatesasiporn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 20:43
    งื่อออออ ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ เรารอเสมอนะ ไรท์กลับมานะคะ ละมุนละไมมากเลย เขินตัวบิด
    #375
    0
  7. #319 PPatrick (@PPatrick) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 13:18
    ชอบความยุนกิรู้ยุนกิเห็น5555555 บ้านนี้แม่งโครตน่ารักกกกกกก
    #319
    0
  8. #307 caria_ (@caria_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 23:11
    ยุนกิสัมผัสได้ค่ะ
    #307
    0
  9. #265 mcidus (@pornpas23) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 10:45
    แหมมมมม่ อยากเป็นยุนกิเลยอ้ะ คือเอ็นดูน้องทั้งคู่ใช่มั้ยคะ ไม่มีความน้อยใจอะไรทั้งนั้นอ้ะ555555 นางมีความสุขกับการมอง นี่ถ้าสองคนนี้ทะเลาะกันเราว่ายุนกิต้องเป็นตัวกลางที่ดี รู้จักสองคนนี้มากกว่าสองคนนี้รู้จักตัวเองอีกม้างงงง
    #265
    0
  10. #244 Finger. (@bua123456789) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 11:41
    ยุนกิมีญาณทิพย์ กลัวแล้ววว555555555 ชอบการใส่ใจน้องๆของยุนกิจัง
    #244
    0
  11. #232 วีกุกเป็นเลิศ (@SKKRonDaM) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 01:10
    โอ้ยยยย น่ารักให้ตายสิ พี่ก้าก็น่ารัก อย่างให้จองกุกลองเลือกพี่ก้าดูบ้างแล้วแทจะหึงขนาไหน หึงบ้างไหมนะ 555555 แต่น่ารักมาก ให้ตายสิ เขียนดีจังเลยค่ะ
    #232
    0
  12. #206 Love All Kpop (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 18:00
    แหมม ตอบออกมาด้วยความใสซื่อ ไม่คิดหน้าคิดหลังคิดเยอะคิดแยะให้ต้องปวดหัว แต่บางทีก็ใสเกินไปนะจ๊ะน้องชาย ที่หนูตอบแบบนั้นมันก็ตรงกับหนูเลยนะคะ หื้มม ตลกหน้าพี่ก้ามาก ตอนแรกก็ไม่อะไร พอเจอรูปมิสเตอร์บีนตอนท้ายที่ไรท์ลงไว้ให้แล้วบั่บ... กร๊ากๆๆๆๆ พี่ก้าทำหน้าแบบนี้จริงเหรอ พี่จะทำกบบนี้จริงๆเหรอ กร๊ากกก ตลกมาก ขำกลิ้งลิงกับหมา >< ชอบตอนคิมคนน้องกับคิมคนกลางแกล้วกัน แหย่กันอ่ะ งื้อออ ใจพองโตวววว <3
    #206
    0
  13. #195 แตมป์ (@stampna) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 15:58
    ฮืออออ คิดถึงเรื่องนี้มากเลยค่ะ ชอบ
    #195
    0
  14. #183 1230Kimv (@bunnyspoy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 18:04
    น่ารักมากกกกก TT จองกุกเรียกร้องความสนใจจากแทฮยอง5555555 แทก็ยอมน้องตลอด อ่านละรู้เลยทำไมแทโดนบอกเลิกอ่ะ คิดถึงน้องมาก่อนอย่างแรก ทำเป็นโวยวาย บ่นว่าน้องน่ารำคาญ แต่อะไรๆก็จองกุกงะ ฮือออ ชอบ5555 พี่ยุนกิช่างสังเกตจริงๆ สามคิมน่ารักจัง รู้สึกชอบฟิคเรื่องนี้มาก ไรท์บรรยายดี ภาษาสวย อัพช้าไม่เป็นไรค่า รอได้น้า เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ
    #183
    0
  15. #181 baekv (@baekhyuntaehyung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 18:25
    อ่อออ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง พี่ก้าเขาช่างสังเกตุนะคะ >< ไรท์ขาาาคิดถึงไรท์จังเยยยหายไปนานอีกแล้ววแต่รอเสมอค่ะ สู้ๆๆ
    #181
    0
  16. #178 juonjeonv (@zanabin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 01:50
    น่ารักมากค่ะ ^__________^
    #178
    0
  17. #177 cream (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 00:20
    โหยย พี่ก้านี่อยู่เบื้องหลังใช่ไหม คอยสนับสนุนกุกวี >< ด้วยความที่รักน้องมาก กุกก็ชอบแกล้งพี่เค้านี่ทำตามแบบกูจุนพโยสินะ อยากให้พี่เค้าสนใจไม่เห็นต้องทำร้ายร่างกายพี่เค้าขนาดนี้ 555 วีก็ยอมน้องตลอด อ่านแล้วเขิน สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ ฟิคสนุกมากเลยค่ะมีหลากหลายอารมณ์
    #177
    0
  18. #173 Macchiato Girl (@chaninya28) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 02:51
    เนื้อเรื่องน่ารักมากเลยค่ะ ชอบบทของยุนกิมากเลย 5555
    #173
    0
  19. #172 kookie&vvy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 23:39
    เย้ๆๆๆไรท์กลับมาแว้วววว

    สมกับที่รอมานาน(มาก)55

    จุนพโยกุกกับแทจันดีอิๆ

    อิพี่ก้านี่มองขาดจริงๆ ขอบคุณนะที่ทำให้หายสงสัย55

    มีก็แต่เจ้า2ตัวนั่นแหละที่ยังไม่รู้ตัว

    เอ๊ะหรือจะแค่เจ้าแทคนเดียวนะอิๆ

    มาต่อไวๆน๊า รอไรท์ทุกวันเลย&#128536;
    #172
    0
  20. วันที่ 9 เมษายน 2559 / 20:29
    ชอบให้พี่กิเล่าเรื่องจังเลยยยย
    #169
    0
  21. #168 09081013 (@09081013) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 17:40
    จอนจองกุกเหมือนเด็กประถมชอบแกล้งคนที่ชอบ คึคึ พี่ยุนกินั้นขี้เกียจเสมอต้นเสมอปลายมาก
    #168
    0
  22. #165 `FxxK (@rukailoveijigo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 14:45
    สงสัยมาตลอดแทฮยองทนมือทนเท้าจองกุกได้ไงจองกุกต้องเป็นบ้าพลังแน่ๆอ่ะแต่คนพี่มันทนได้ไง ก็พึ่งเขาใจพี่กิคนแมนว่าตามใจน้องทั้งสองคนตามใจแบบไหนให้มันดูเข้าข้างแต่จองกุกได้
    #165
    0
  23. #164 Nad de (@nadde) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 13:35
    ยุนกิมาเหนือตลอด ผู้หยั่งรู้บ่นิ55555555
    #164
    0
  24. #163 NARYKS_AK (@areeyakaewsai-50) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 11:01
    รอมานานมากก พี่ยุนกิเห็นเงียบๆงี้ รู้ทุกอย่าง5555
    #163
    0
  25. #162 Cherryville (@pancher) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 08:11
    โอ้ยพี่ยูนกิ รู้ทุกอย่างเลยสินะเจ้าคนสแว็กกกกกก
    #162
    0