คัดลอกลิงก์เเล้ว

ถึงปากร้าย...แต่ใจรัก​ TaeNy&NyTae

โดย TaeNy2727

แทยอน พนักงานดีเด่นที่ไม่ถูกเห็นค่า ได้มาเจอกับเจ้านายสาวสวย ที่มีอารมณ์ขึ้นลงแรง!! อย่างทิฟฟานี่ ไม่เข้าใจว่าเจ้านายผู้ที่น่าเกรงขาม แถมยังปากร้ายจนน่าตบ คนนี้จ้องแต่จะร้ายกับเธอแค่คนเดียว ทำไม?

ยอดวิวรวม

4,932

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


4,932

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


59
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  10 มี.ค. 59 / 15:21 น.
นิยาย ֧ҡ...ѡ​ TaeNy&NyTae ถึงปากร้าย...แต่ใจรัก​ TaeNy&NyTae | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฮวัง ทิฟฟานี่ เจ้านายสาวแสนสวย





คิม แทยอน พนักงานดีเด่นสุดน่ารัก



เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 มี.ค. 59 / 15:21


“พี่แท คุณทิฟฟานี่เรียกพบน่ะค่ะ” เสียงซอฮยอน น้องในแผนกของฉันเอ่ยขึ้น

“ได้ๆ เดี๋ยวพี่ขอทำตรงนี้อีกนิดนึงนะ”

“เร็วๆนะคะพี่ เดี๋ยวคุณทิฟฟานี่จะรอนาน”

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปเลยก็ได้”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น แทยอนก็รีบวางมือจากงานกองโตบนโต๊ะ และลุกขึ้นเดินไปที่ห้องทำงานของเจ้านายสาวทันที จะไม่ให้รีบได้ยังไงล่ะ ก็ทิฟฟานี่ หรือเจ้านายของเธอเนี่ยอารมณ์ขึ้นลงรุนแรงอย่าบอกใคร เดาอารมณ์ก็ไม่ค่อยจะถูก สามวันดีสี่วันร้าย แต่ทุกอย่างที่บอกไปเนี่ย นางทำกับฉันอยู่คนเดียว เฮ้อ นี่ฉันถูกจ้างมาทำงานหรือรองรับอารมณ์นางก็ไม่รู้

 

 

 

ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา”

สิ้นเสียงอนุญาตฉันก็เปิดประตูเข้าไปอย่างเบามือ พร้อมกับไปยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของพี่ฟานี่

“เรียกพบแท มีอะไรรึเปล่าคะ” ฉันเอ่ยถาม

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่พี่อยากให้แทช่วยเทรนยุนอาให้พี่หน่อยน่ะ พี่อยากให้มันได้ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการเงิน”

“ได้ค่ะพี่ งั้นเดี๋ยวแทไปทำงานก่อนนะคะ”

“อืม ไปเถอะ”

เมื่อรับคำสั่งเสร็จฉันก็เดินออกจากห้องไป แต่ฉันไม่ได้กลับไปทำงานหรอกนะ ฉันขึ้นไปบนดาดฟ้าของตึก และปล่อยให้ความคิดได้โลดแล่นไป ฉันถอยหายใจเฮือกใหญ่ พลางคิดเกี่ยวกับการสอนงานให้ยุนอาไปด้วย จริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไรมากมายหรอก เพียงแต่ฉันมีฝีมือและประสบการณ์ที่สั่งสมมาที่ทำให้ฉันมักจะทำงานได้อย่างดี แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันก้าวหน้าไปมากเท่าที่ควร เพราะทักษะทางภาษาที่ง่อยรับประทาน และวุฒิอันต่ำต้อยที่คอยฉุดรั้งฉันไว้ ทำให้ฉันต้องคอยมองลูกน้องจบใหม่แซงหน้าขึ้นตำแหน่งเสมอ ซึ่งคนที่มักจะมอบหมายให้ฉันช่วยดึงลูกน้องขึ้นคนแล้วคนเล่าก็คือพี่ฟานี่นั้นแหละ

“มาทำอะไรตรงนี้คนเดียวล่ะ” เสียงพี่ฮีชอล รุ่นพี่ในแผนกเอ่ยทักฉัน

“อ๋อ แทแค่เครียดๆนิดหน่อยค่ะ เลยออกมาสูดอาการ” ฉันตอบโดยที่ไม่มองหน้ารุ่นพี่

“เรื่องอะไรอ่ะ คุณทิฟฟานี่อีกแล้วหรอ” พี่ฮีชอลเอ่ยอย่างรู้ทัน

“ค่ะ” และก็เป็นอีกครั้งที่ฉันได้ระบายความในใจกับรุ่นพี่ที่ไว้ใจ

 

เช้าวันนี้พี่ฟานี่เรียกฉันเข้าพบอีกครั้ง หลังจากที่ยุนอาได้รับตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งฉันยินดีมากๆ เนื่องจากยุนอาเป็นเด็กที่มีความตั้งใจ ถึงแม้ว่าจะทำงานผิดบ่อยๆ แต่ฉันก็เชื่อว่าเธอจะต้องทำได้แน่นอน

“งานของยุนอามันค่อนข้างหนักนะ เธอต้องช่วยน้องทำด้วย อย่าให้พลาด ถ้าพลาดฉันจะหักเงินเดือนเธอ”

สาบานเลยว่าฉันเป็นคนเดียวที่โดนคำพูดแบบนี้ ฉันควรจะสงสารตัวเองดีมั้ยเนี่ย ฉันเคยคิดนะว่าจะลาออก แต่..วุฒิการศึกษาที่มีมันคงไม่ง่ายในการสมัครงานใหม่เท่าไหร่นัก อีกอย่างฉันยังต้องเลี้ยงดูแม่ ต้องผ่อนบ้าน ฉันยังไม่อยากพาชีวิตครอบครัวมาเสี่ยงกับฉัน แค่อดทนอีกหน่อย อีกนิดเดียว

 

 

“พี่แท ยุนทำตารางอันนี้ไม่เป็นอ่ะ พี่แทสอนยุนหน่อยสิ”

“อะไรกันเจ้ายุน นี่พี่สอนเราสามรอบแล้วนะเนี่ย เฮ้อ... มานี่มาเดี๋ยวพี่สอนอีกที”

และแล้ววันนี้ฉันก็สอนงานยุนอาทั้งวันจนถึงเวลาเลิกงาน โดยที่งานของฉันยังไม่เสร็จเลย คืนนี้ฉันก็คงต้องอยู่ดึกอีกตามเคย แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่าปากท้อง จะทำงานดึกยังไง ฉันต้องหาอะไรใส่ปากก่อน ในขณะที่ทุกคนเริ่มกลับบ้านกันไปเกือบหมดแล้ว ฉันกับซอฮยอนก็ตั้งใจจะลงไปหาอะไรกินก่อนทำงานต่อ แต่สายตาของฉันเหลือบไปเห็นเจ้านายคนสวยที่เพิ่งกลับจากประชุมข้างนอกยังนั่งทำงานอยู่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ รู้ตัวอีกทีฉันก็ยืนอยู่ที่หน้าห้องทำงานของพี่ฟานี่แล้ว

“พี่ฟานี่คะ แทจะลงไปหาอะไรกินข้างล่าง พี่เอาอะไรมั้ยคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้อง เราไม่ได้เป็นญาติกัน ไม่ต้องมาเป็นห่วงฉัน แล้วก็วันหลังน่ะ อย่าอยู่ทำงานดึกนะ ช่วยบริษัทประหยัดค่าโอทีหน่อย”

แต่สิ่งที่ได้กลับมาเป็นความเย็นชา และคำพูดตัดรอนน้ำใจ ถ้าอย่างงั้นก็ตามใจละกัน วันหลังฉันจะได้ไม่ต้องถาม ต่างคนต่างอยู่ก็ได้ ไม่ได้เป็นญาติกันนี่นา บอกเลย เสียใจแต่ไม่แคร์!

 

 

หลังจากวันนั้นฉันก็ไม่พูด หรือแม้กระทั่งทักทายพี่ฟานี่เลย แต่ความคิดก็ยังคงมีบ้างก็คนมันเจอหน้ากันทุกวัน จะไม่คิดถึงกันเลยก็คงแปลก บ้าจริง! คิดถึงอะไรกัน คนใจร้ายอย่างนั้นน่ะ ปล่อยให้หิวตายไปซะก็ดี เอ๊ะ แล้วฉันจะโกรธอะไรพี่ฟานี่ล่ะ เขาเป็นเจ้านาย ยังไงเราก็ต้องทน สู้เว้ย!

 

 

“แท วันเสาร์นี้ว่างมั้ย ไปงานวันเกิดยูริเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ”

เอาอีกแล้วไง พี่ฟานี่เริ่มกลับมาอยู่ในโหมดอารมณ์ดีแล้วสินะ ลืมง่ายจังคนอะไร เมื่อวันนั้นยังเย็นชากับฉันอยู่เลย พอมาวันนี้มาญาติดี เหอะ! ถ้ายอมง่ายขนาดนั้นก็ไม่ใช่ คิม แทยอน แล้วล่ะ

“ดิฉันไม่ว่างค่ะ ขอโทษนะคะ ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ ฉันมีญาติ เอ้ย มีครอบครัวต้องดูแล ยังไม่อยากถูกหักเงินเดือน”

แล้วฉันก็หยิบแฟ้มขึ้นมาพร้อมเดินไปที่โต๊ะของยุนอา เพื่อสอนงานนางต่อ แต่เหมือนว่าฉันจะไม่ต้องช่วยอะไรมากมายแล้วล่ะ น้องเริ่มเป็นงานแล้ว อีกไม่กี่วันยุนอาก็ไม่ต้องพึ่งพาฉันแล้วล่ะ

 

 

“นี่เธอกล้าประชดฉันหรอ! ยัยตัวเล็ก 55”

หลังจากเดินกลับเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ ฉันก็บ่นกับตัวเองแบบไม่จริงจังนัก ตอนแรกเราก็กังวลแทบแย่ ที่วันก่อนดันปากเสียไปพูดจาทำร้ายจิตใจแทยอน ปากนะปาก ทำไมฉันควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้เลยนะเวลาอยู่ใกล้เธอ เฮ้อ.. นึกว่าจะโกรธกันซะแล้ว แต่ถ้าประชดประชันกันขนาดนี้ แสดงว่าอาจจะแค่งอนๆอยู่ เท่านี้ก็สบายใจล่ะ ทำงานต่อดีกว่าเดี๋ยวจะได้หาทางพาแทไปงานยูริด้วยกัน

 

 

พอเลิกงานฉันกำลังจะเดินไปรอรถหน้าบริษัทก็ได้ยินเสียงยุนอาเรียกไว้ก่อน

“เดี๋ยวก่อนพี่แท”

ยุนอาวิ่งมาหาฉันพร้อมกับซอฮยอน แล้วมาเหนื่อยหอบกันอยู่ตรงหน้าฉัน นี่พวกเธอเล่นอะไรกันเนี่ย 55

“ว่าไงจ๊ะน้องๆ วิ่งมาขนาดนี้ มีอะไรรึเปล่า”

“คือ ยุนอยากจะขอบคุณพี่แทมากนะคะที่ช่วยยุนทุกอย่างเลย”

“55 ไม่เป็นไรหรอกยุน เรื่องแค่นี้เอง พี่ไม่ซีเรียส ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยอีกบอกได้นะ”

“ค่ะพี่ อ่อ วันเสาร์นี้พี่ว่างมั้ยคะ พวกเราอยากจะชวนพี่แทไปงานวันเกิดพี่ยูลกับพวกเราน่ะค่ะ”

ให้ตายสิ ตกลงฉันต้องไปจริงๆใช่มั้ยเนี่ย ถึงแม้ว่ายูริจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี และเราค่อนข้างสนิทกัน แต่ฉันยังไม่อยากจะเจอพี่ฟานี่ซะหน่อย ต้องรีบปฏิเสธดีกว่า

”คือว่าพี่...”

“ไปเถอะนะคะ พี่ยูลอยากให้พี่แทไปด้วยนะ ช่วงนี้พี่สองคนไม่ค่อยได้คุยกันเลยนี่นา”

“เฮ้อ ก็ได้ๆ งั้นพี่กลับบ้านก่อนนะ ไม่อยากกลับดึกมาก ยิ่งสวยๆอยู่ เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง 555”

“55 ค่ะพี่แทคนสวย ไปกันเถอะที่รักกลับบ้านกัน บายค่ะพี่แท กลับบ้านดีๆนะคะ”

จากนั้นยุนอาก็จับมือพาซอฮยอนกลับเข้าไปในตึก เพื่อไปเอารถที่จอดอยู่ในอาคาร อิจฉาจริงจริ๊งพวกมีรถขับเนี่ย อย่าให้ฉันรวยนะ แม่จะถอยแลมโบมาขับโชว์ 555

ปริ๊นนนน ปริ๊นนนนน

“โอ้ย ใครมาบีบแตะแถวนี้เนี่ยยยย”

ฉันหันหน้าไปหารถคันที่เป็นต้นเสียง และก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นรถของใคร เบนซ์สีดำคันหรูค่อยๆเคลื่อนมาจอดอยู่ข้างหน้าฉัน พร้อมกับลดกระจกลงให้เห็นใบหน้าของเจ้าของ

“ให้พี่ไปส่งนะแท” เหอะๆ พี่ฟานี่ไง จะใครล่ะ

“เอ่อ ไม่ดีกว่าค่ะ ไม่อยากรบกวน” ฉันกำลังจะเดินหนี แต่ก็ต้องเปลี่ยนความคิดทันที เมื่อพี่ฟานี่เอ่ยประโยคต่อมา

“จะขึ้นรถให้พี่ไปส่งที่บ้านอย่างปลอดภัย หรือจะให้มีใครมาฉุดไปทำมิดีมิร้ายข้างทางคะ คิม แทยอน!

 

 

และแล้วแทยอนก็ยอมให้ฉันพาไปส่งที่บ้าน แต่ให้ตายเถอะ เธอลืมไปรึเปล่าว่าฉันไม่เคยไปส่งเธอนะ

“แท บอกทางพี่ด้วยนะ พี่ไม่เคยไปส่งเธอ”

“ก็พี่อยากไปส่งแทไม่ใช่หรอคะ น่าจะรู้ทางบ้านแทนะ เฮ้อ วันนี้แททำงานหนักมากเลยค่ะ ง่วงจัง ขออนุญาตหลับนะคะพี่ฟานี่”

แล้วยัยแสบก็ปรับเบาะเอนตัวลงนอนเรียบร้อย นั่นเธอหลับจริงหรอ ฉันจะไปส่งเธอถูกได้ยังไงล่ะ แต่ เอ๊ะ เบอร์ฮีชอลเรายังเมมอยู่ในเครื่องรึเปล่านะ

 

 

“แท ตื่นเถอะถึงแล้ว”

ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมามองหน้าคนที่ปลุกฉัน แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

“พี่รู้ทางมาบ้านแทได้ยังไงคะ!

“55 เธอคิดว่าจะแกล้งพี่ได้จริงเหรอ”

บ้าจริง! นี่ฉันทำอะไรพี่ฟานี่ไม่ได้จริงเหรอเนี่ย รีบเข้าบ้านดีกว่า บอกเลย แกล้งแล้วเฟล อายมากกกก

“ขอบคุณพี่ฟานี่มากนะคะ แทขอตัวเข้าบ้านก่อนดีกว่า”

ก่อนที่ฉันจะเปิดประตูออกมา พี่ฟานี่ก็จับแขนและเรียกฉันเอาไว้

“เดี๋ยวสิ”

ฉันมองพี่ฟานี่อย่างไม่เข้าใจ ทำไมวันนี้มาแปลกกว่าปกติ ตั้งแต่พามาส่งที่บ้านแล้วนะ นี่จะอะไรอีกล่ะเนี่ย

“พี่...พี่ขอโทษนะ ที่พูดไม่ดีวันนั้น”

อ๋อ นึกว่าเรื่องอะไร... ห๊ะ พี่ฟานี่ขอโทษฉัน บ้าไปแล้ว นี่พี่ป่วยรึเปล่าเนี่ย

“พี่ฟานี่ไม่สบายรึเปล่าคะ” ฉันพูดพรางเอามือไปแตะที่หน้าผากของพี่เขาอย่างลืมตัว

“เอ่อ.. ขอโทษค่ะ แทไม่ได้ตั้งใจ”

ฉันกำลังจะเอามือออก แต่พี่ฟานี่คว้ามือฉันไว้และทำสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดมาก่อน นั่นคือ พี่เขาจูบที่มือฉัน!!

“แทไม่เคยสงสัยเลยเหรอว่าทำไมมีแค่แทคนเดียวที่เรียกพี่ว่าฟานี่ได้ ทั้งๆที่ลูกน้องทุกคนของพี่ต้องเรียกชื่อเต็มของพี่เท่านั้น”

“แท ไม่ เอ่อ ไม่รู้ค่ะ พี่ฟานี่อาจจะเห็นว่ามันสะดวกในการทำงานมั้งคะ ก็เราต้องทำงานด้วยกันตลอด”

“ไม่ใช่เลยแท แต่มันเป็นเพราะแทพิเศษกว่าคนอื่น พี่ไม่เคยเลื่อนตำแหน่งให้แท แต่ขึ้นเงินเดือนให้แทน ก็เป็นเพราะว่าพี่ไม่อยากห่างกับแท”

“...” นาทีนี้ฉันพูดอะไรไม่ออก ในหัวไม่มีคำพูดอะไรที่ฉันสามารถคิดได้เลย

“พี่อาจจะร้ายกาจในบางครั้ง แต่แทไม่เคยโกรธพี่จริงจังสักครั้ง ทั้งๆที่ถ้าเป็นคนอื่นที่พี่เคยเจอเขาก็คงหนีพี่กันไปหมด”

“ขอบคุณนะที่แทยังคงทำงานอยู่ที่นี่”

“ที่แทยังอยู่เป็นเพราะแทต้องทำงานเพื่อดูแลแม่ ดูแลครอบครัวของแทค่ะ”แววตาไหววูบของพี่ฟานี่ทำให้หัวใจของฉันรู้สึกวูบตามอย่างประหลาด

“งั้น.. พี่คงเข้าใจผิดไปเองสินะ”

“ขอบคุณที่พูดกันตรงๆนะ แท.. เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง” ยังไม่ทันที่พี่ฟานี่จะพูดจบประโยค ฉันก็เห็นน้ำตาพี่เขาไหลออกมา

“พี่ฟานี่ คือแท...”

“พอแล้ว! พี่โอเค แทไปเถอะ”

หลังจากที่พี่เขาเอยไล่ ฉันก็ไม่อยู่ต่อ พี่ฟานี่รีบออกรถอย่างรวดเร็วทันทีที่ฉันลงมาจากรถ ตอนนี้ความรู้สึกทุกอย่างมันสับสนไปหมด ทำไมฉันต้องรู้สึกเป็นห่วงพี่ฟานี่อย่างงี้นะ แต่ฉันไม่ได้ชอบพี่เขาซะหน่อย จะไปคิดมากทำไมล่ะแทยอน การปฏิเสธไปถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วล่ะ

 

“ฮึก....ฮึก..”

 

ถ้าดีที่สุดจริงๆทำไม่ฉันต้องร้องไห้ด้วยนะ

 

 

 

“ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่มาร่วมงานวันเกิดของฉัน แล้วก็ต้องขอบคุณเจ้านายแสนสวยของพวกเราที่ให้เกียรติมาร่วมงานนี้ด้วย ทั้งที่ปกติ..เอ่อ ขอโทษค่ะ เอาเป็นว่าเรามาสนุกกันดีกว่านะคะ ไฟไป เพลงมา Let’s go

หลังจากที่ยูริพูดจบแสงไฟในห้องก็เริ่มหรี่ลงและเปลี่ยนเป็นสีสันที่หลากหลาย ตามจังหวะเสียงเพลงแนวแดนซ์ที่ฉันไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ ซึ่งดูเหมือนว่าทุกคนจะสนุกกับมัน ยกเว้นฉันคนเดียว ไม่สิ ยังมีคนอีกที่เอาแต่นั่งหน้านิ่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่ฉันเข้ามาในงาน และดูเหมือนว่าจะไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับความสนุกรอบตัวอย่างสิ้นเชิง คนนั้นก็คือเจ้านายขี้วีนของฉันเอง

“นี่แกจะไม่ไปเต้นกับพวกเราหน่อยหรอแทยอน” ยูริที่เดินเข้ามาหาฉัน พร้อมเอ่ยชวนให้ไปเต้นกับบรรดาเพื่อนคนอื่นๆ

“พอดีว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย ฉันขอนั่งเงียบๆดูพวกแกสนุกดีกว่า สุขสันต์วันเกิดนะเพื่อน”

แล้วยูริก็ยิ้มให้ฉันก่อนจะเดินกลับไปเต้นกับเพื่อนๆต่อ ฉันก็เบือนหน้ากลับมามองที่ใครบางคนที่ฉันแอบมองอยู่ตลอดงาน ยิ่งมองฉันก็ยิ่งสับสน ฉันไม่อยากเชื่อว่าพี่ฟานี่จะชอบฉันจริงๆ แต่ด้วยอาการที่เปลี่ยนไปของพี่ฟานี่ช่วงสองสามวันนี้มันเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าสิ่งที่พี่เขาพูดเป็นเรื่องจริง นี่ฉันจะทำยังไงดีเนี่ยยยยยย

 

 

 

ถึงแม้ว่าฉันจะไม่อยากมางานนี้แล้วหลังจากที่ได้รับการปฏิเสธจากแทยอนวันก่อน แต่ฉันไม่อยากจะทำร้ายน้ำใจลูกน้องหรอกนะ ยูริเป็นคนเดินเข้ามาชวนฉันด้วยตัวเอง และที่สำคัญ ฉันไม่คิดว่าแทยอนจะมาด้วย!! เธอมาที่นี่ทำไมกันนะแทยอน แค่นี้มันยังทำให้ฉันเจ็บไม่พอใช่มั้ย หลังจากที่เสียงเพลงเริ่มเบาลง ยูริและคนอื่นๆก็ดูเหมือนจะหาเกมส์เล่นกัน และฉันก็แปลกใจที่ยูริเดินเข้ามาหาฉัน และนั่งลงในที่นั่งตรงข้ามฉัน

“คุณทิฟฟานี่คะ ถ้าไม่รังเกียจมาดวลแก้วกับฉันได้มั้ยคะ” จริงๆวันนี้ฉันไม่อยากจะเมาหรอกนะ แต่ในเมื่อวันนี้เป็นวันพิเศษของยูริ ตามใจหน่อยละกัน

“ก็เอาสิ”

 

 

หลังจากที่เห็นยูริชวนพี่ฟานี่ดวลแก้ว ฉันก็รู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก ฉันพอรู้มาบ้างว่าพี่ฟานี่คอแข็งก็เถอะ หลังจากที่แก้วแรกเริ่มขึ้นฉันเห็นพี่ฟานี่กระดกอย่างใจลอย ในขณะที่ยูริเหมือนจะแค่แกล้งทำท่าดื่มเท่านั้น บ้าจริง! นี่พวกแกกล้าแกล้งเจ้านายกันขนาดนี้เลยหรอ และแก้วต่อไปก็ตามมาเรื่อยๆ แก้วแล้วแก้วเล่า พี่ฟานี่ก็กระดกเรียบทุกแก้ว ในขณะที่ยูริดื่มจริงบ้างหลอกบ้าง โดยเพื่อนๆบางคนที่เหมือนจะสมรู้ร่วมคิดด้วยก็เริ่มเก็บอาการไม่อยู่จนต้องเดินออกมาหัวเราะอยู่ห่างๆ ตอนนี้พี่ฟานี่ดูไม่ค่อยไหวแล้วด้วย โอ้ยยยยย ทนไม่ไหวแล้วเว้ยยยยย

“พี่ฟานี่คะ พอเถอะ” ฉันเดินเข้าไปหยิบแก้วในมือพี่ฟานี่ออก แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าไหร่

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ ฉันกำลังเล่นเกมส์กับยูริอยู่ จัดมาอีกแก้วเลยยูริ” แล้วเจ้านายสาวก็ปัดมือฉันออกอย่างไม่ใยดี และหันกลับไปบอกยูริให้เริ่มแก้วต่อไป ซึ่งยูริก็ไม่ขัดคำสั่งแม้แต่นิดเดียว

“ถ้าพี่ยังไม่เลิก แทก็จะเล่นด้วย” ฉันพูดพร้อมกับนั่งลงข้างๆพี่ฟานี่

“ไม่เคยกินไม่ใช่หรอ ไม่ต้องเล่นหรอก อย่ามาอวดเก่งแถวนี้”

“ก็พี่ยังเล่นได้เลย ทำไมแทจะเล่นบ้างไม่ได้ มาเลยยูล ฉันเล่นด้วย”

“ตามนั้นเลยเพื่อน จัดไป”

เมื่อได้รับแก้วจากยูริฉันก็กระดกรวดเดียว เป็นที่แปลกใจของเพื่อนทุกคน เพราะฉันไม่เคยกินเหล้าเลย แม้ว่าทุกคนจะเคยพยายามชวนขนาดไหน แต่วันนี้ฉันกลับเป็นคนเรียกร้องเอง ทำให้ทุกคนต่างส่งเสียงเชียร์ฉันซะดังลั่น หืม แค่แก้วแรกก็เริ่มมึนแล้วฉัน

“พอแล้วๆ ฉันเลิกเล่นแล้ว” และก็เป็นพี่ฟานี่ที่เอาแก้วออกจากมือฉัน

“อ้าว ชนะเฉยเลยฉัน ขอบคุณคุณทิฟฟานี่มากนะคะ แล้วก็ขอบใจมากนะแท แกใจมากอ่ะ”

หลังจากยูริและเพื่อนคนอื่นเริ่มกลับไปเต้นต่อ ฉันก็กำลังจะลุกไปบอกยุนอากับซอฮยอนว่าฉันจะกลับแล้ว เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหว แต่พอแค่ลุกขึ้นโลกเหมือนจะหมุนรอบอย่างไร้ทิศทาง

“นี่! ฉันบอกแล้วใช่มั้ย เธอนี่นะ” พี่ฟานี่เข้ามาพยุงฉันไว้ทันก่อนที่ฉันจะลงไปกองกับพื้น

“พี่แทไหวมั้ยคะ” ยุนอากับซอฮยอนก็พยายามจะเข้ามาช่วยประคองฉัน แต่พี่ฟานี่พูดดักไว้ก่อน

“เดี๋ยวฉันไปส่งแทยอนเอง พวกเธอไปสนุกกันต่อเถอะ ฝากลายูริด้วยนะ”

“ค่ะ คุณทิฟฟานี่”

 

 

ฉันประคองแทยอนมาไว้ที่รถก่อนจะพยายามจัดแจงให้เธอขึ้นรถได้อย่างลำบาก แสบนักนะยูริ แอบผสมโคล่าลงไปในแก้ววอดก้าแทยอน เธอคิดว่าฉันไม่รู้รึไงที่พวกเธอรวมหัวกันแกล้งฉัน แล้วยังจะแกล้งแทยอนอีก มันน่านักนะ หักเงินเดือนให้หมดเลยดีมั้ย

“พี่...พี่ฟานี่”

หลังจากที่ฉันกำลังขับรถไปบ้านแทยอน อยู่ดีๆยัยคนเมาที่เหมือนจะหลับไปก็เรียกชื่อฉันขึ้นมา

“อะไร”

“แทยังไม่อยากกลับบ้าน” อะไรของเธอ

“แล้วเธอจะให้ฉันไปส่งที่ไหน”

“ที่ไหนก็ได้ แต่แทไม่อยากให้แม่เจอแทในสภาพนี้”

พอพูดจบก็เหมือนกับว่าแทยอนจะหลับไปอีกรอบ แล้วฉันจะไปส่งเธอที่ไหนล่ะ เฮ้อ ไปที่คอนโดฉันก่อนละกันนะแทยอน

พอถึงคอนโดฉันก็อุ้มแทยอนขึ้นห้องด้วยความลำบาก เพราะเธอพร้อมที่จะไหลลงพื้นตลอดเวลา ดีหน่อยที่พอฉันพูดแล้วยังหยุดบ้าง แต่ก็เหมือนกับว่านางมีความจำปลาทอง เพราะแทยอนพร้อมที่จะลงไปนอนที่พื้นทุกๆ3นาที เฮ้อ แถมยังดื้อเวลาเช็ดตัวให้อีก ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนพิเศษ แต่ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ!!

 

 

 

ฉันตื่นมาด้วยความรู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก สงสัยจะแฮงค์ โอ๊ยยยย มึนจริง อะไรจริง ณ จุดที่เรียกว่าเมาค้าง แล้วนี่ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย จำได้ลางๆว่าพี่ฟานี่พาฉันออกมาจากบ้านยูริ แล้วก็จำอะไรไม่ได้เลย แล้วนี่เสื้อผ้าฉัน อย่าบอกนะว่าเมื่อคืน บ้าสิ! พี่ฟานี่คงไม่ได้ทำอะไรฉันหรอก ฉันหันไปข้างเตียงเพื่อไปดูนาฬิกา และก็เจอกับช็อคโกแลตชิ้นเล็กสองสามชิ้น พร้อมกับโน้ตที่วางไว้ข้างๆ

ถ้าตื่นมาแล้วแฮงค์ก็กินนะ จะได้ดีขึ้น

“ขอบคุณค่ะ”

ฉันรีบแกะช็อคโกแลตเข้าปาก ซึ่งมันก็ทำให้ฉันดีขึ้นจริงๆ ว่าแต่พี่ฟานี่ไปไหนของเขาเนี่ย ตีสามควรจะนอนอยู่ที่เตียงสิ คิดแล้วฉันก็ค่อยๆลุกจากเตียงเพื่อไปคนใจดีที่ช่วยพาฉันมาที่นี่ทันที

“อยู่นี่เอง”

ฉันเห็นพี่ฟานี่นอนอยู่ที่โซฟาหน้าห้อง ทำไมพี่ไม่เข้าไปนอนในห้องล่ะ ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วย่อตัวลงเพื่อดูหน้าพี่เขาชัดๆ ช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี่ฉันรู้สึกว่าหลายๆอย่างระหว่างเรามันเปลี่ยนไป รวมทั้งความรู้สึกที่ฉันมีต่อพี่ ฉันว่า...ฉันคงรักพี่เข้าแล้วล่ะ ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ฉันนั่งจ้องหน้าพี่ฟานี่ที่กำลังหลับอยู่ แต่ตอนนี้เริ่มมีแสงอาทิตย์สอดส่องเข้ามาในห้องแล้ว ฉันไปทำอะไรให้พี่ฟานี่กินตอนเช้าดีกว่า ตื่นมาน่าจะหิว เพราะเย็นเมื่อวานพี่เขายังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากเหล้า ทำอะไรดีน้า...

 

 

กลิ่นหอมๆของอะไรบางอย่างได้ปลุกฉันให้ตื่นเพื่อเดินไปตามหาต้นตอของมัน ฉันลุกจากโซฟาพลางบิดสะบัดไล่ตัวขี้เกียจออกไป สงสัยแทยอนต้องตื่นแล้วแน่เลย ฉันเดินไปที่ครัวก็เห็นแทยอนกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ อาจจะเป็นโจ๊ก หรือไม่ก็ข้าวต้มมั้ง มองอยู่ได้ไม่หน้าเหมือนเจ้าตัวจะรู้สึกว่ามีสายตาคู่นึงจับจ้องอยู่

“พี่ไปนั่งรอที่โต๊ะเลยค่ะ เดี๋ยวแทยกไปให้นะคะ ใกล้เสร็จแล้ว”

ไม่ต้องให้พูดซ้ำ ฉันก็เดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับมองวิวทิวทัศน์จากหน้าต่างคอนโดชั้นที่27ระหว่างรอคนตัวเล็กยกถาดออกมาจากครัว

“ข้าวต้มอุ่นๆ กับกาแฟร้อนๆนะคะ”

ฉันหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มเข้าปากโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ ฉันไม่รู้จะพูดอะไรกับแทยอนในตอนนี้ดี ความเงียบจึงเป็นสิ่งที่ปกคลุมบรรยากาศระหว่างเราในตอนนี้

“เอ่อ คือ.. แทขอบคุณแล้วก็ขอโทษด้วยนะคะ”

“เรื่อง?

“ก็ขอบคุณเรื่องที่พี่ช่วยดูแลแทเมื่อคืน”

“ไม่ต้อง ฉันถือว่าช่วยลูกน้องคนนึงเท่านั้นแหละ” ฉันเห็นแทยอนชะงักไปนิดนึง เมื่อได้ยินคำตอบของฉัน

“ค่ะ ลูกน้องก็ลูกน้อง... เอ่อ แล้วแทก็ขอโทษเรื่องวันนั้นด้วยนะคะ คือแท..”

แกร๊ง

ฉันกระแทกช้อนกับชามอย่างแรงก่อนที่แทยอนจะพูดจบประโยค ในเมื่อเธอปฏิเสธฉันเอง แล้วเธอจะมาขอโทษกันทำไม ฉันลุกขึ้นตั้งใจจะเดินหนีไป แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อได้รับสัมผัสจากอ้อมกอดอุ่นๆของอีกคนจากด้านหลัง

“พี่ยังฟังแทไม่จบเลยนะ” อะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว

“แทอยากจะขอโทษพี่ที่วันนั้นแทพูดอะไรทำร้ายจิตใจพี่ไป”

“เพิ่งรู้หรอ” ฉันพูดสวนแทยอนขึ้น

“ค่ะ อันที่จริงนอกจากแทจะต้องขอโทษพี่แล้ว แทยังต้องขอโทษตัวเองด้วยที่ไม่ยอมถามใจตัวเองให้ดีก่อนพูดออกไป”

“เธอจะพูดอะไรก็พูดออกมาเลยดีกว่า! คิม แทยอน!

“แทรักพี่!

 

 

หลังจากที่บอกความในใจไปก็เกิดความเงียบขึ้น และก่อนที่ฉันจะพูดอะไรต่อพี่ฟานี่ก็หันกลับมาอย่างรวดเร็ว และจูบฉัน! ฉันอาจจะเคยจูบกับคนอื่นมาบ้าง ไม่แปลกซะหน่อย ฉันอายุ28แล้วนะ! แต่ครั้งนี้มันหวานกว่าครั้งไหนๆ รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงที่มีมันหายไปหมด ขาสองข้างดูเหมือนจะรับน้ำหนักไว้ไม่ไหว จนต้องใช้แขนคล้องคอพี่ฟานี่ไว้ เวลาเหมือนจะหยุดเดินไปชั่วขณะหนึ่ง จนกระทั่งพี่เขาถอนจูบออกไปอย่างช้าๆ ทำไมสายตาพี่ฟานี่ถึงดึงดูดอย่างนี้นะ ไม่รอช้าฉันก็เป็นฝ่ายประกบปากเข้าไปเอง ซึ่งดูเหมือนว่าพี่ฟานี่จะยืนไม่ไหวเหมือนกัน ฉันเลยดันให้หลังพี่เขาติดกับกำแพงเพื่อพยุงตัวไว้ ก่อนจะค่อยๆถอนจูบออกมา

“ทำไมไม่รู้ตัวให้เร็วกว่านี้นะแท ปล่อยให้พี่นอนร้องไห้ตั้งหลายคืน”

“ขอโทษนะคะ ต่อไปนี้พี่ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ เดี๋ยวแทจะทำให้พี่ร้องอย่างอื่นทั้งคืนเลย 55”

“บ้าหรอ คิม แทยอน!

“อ้าว พี่ไม่ชอบร้องเพลงหรอคะ 555”

“หึ ปากดีอย่างนี้มันต้องเจอ”

“อ๊ายย พี่อุ้มแททำไม ปล่อยเถอะเดี๋ยวแทตก”

“ปล่อยแน่ค่ะ แต่บนเตียงนะคะที่รัก”

 

และหลังจากวันนั้น ฉันกับพี่ฟานี่ก็เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น ปกติพี่ฟานี่จะเป็นเจ้านายที่ดูน่าเคารพ แต่พออยู่กันสองคน พี่ฟานี่ก็จะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจขึ้นมาทันที ยิ่งฉันได้รู้จักตัวตนของพี่ฟานี่ และทุกการกระทำที่พี่เขาแสดงออกมา มันทำให้ฉันตกหลุมรักพี่เขามากขึ้นๆทุกวัน และทำให้ฉันได้รู้แล้วว่าชีวิตของฉัน ขาดผู้หญิงที่ชื่อว่า “ฮวัง ทิฟฟานี่” ไม่ได้จริงๆ 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ TaeNy2727 จากทั้งหมด 6 บทความ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 00:12
    สนุกอ่าา~ อยากให้แต่ง
    ยาวๆๆจุง
    #2
    0
  3. วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 00:11
    สนุกอ่า~~
    #1
    0