pakprak
ดู Blog ทั้งหมด

ชะเงยทัวร์ ณ ปากแพรก ตอน ใบไม้ร่วง

เขียนโดย pakprak


บ้านสุธี หรือที่เขาเรียกกันว่าบ้าน "ธนโสภณ" เพราะหลังคามีชายคายื่นอออกมาเป็นรูปหน้าจั่วมีลายปูนปั้นเครือเถาแทรกชื่อสกุลนี้เอาไว้ตั้งแต่่สมัยรัขกาลที่ 6 



นอกจากนี้ยังเป็นบ้านก่ออิฐถือปูน มีระเบียง ...น่าเสียดายที่เจ้าของบ้านไม่มีโอกาสได้มาดูแล...

 

 
บ้านเดี่ยวบนถนนปากแพรกแต่ดั้งแต่เดิมมักจะเป็นบ้านคหบดี โดยใช้ทั้งพักอาศัยและทำการค้าด้วย ชื่อ ธนโสภณ ก็พอคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นสกุลพ่อค้าคหบดีเก่า
 
 

ชอบใจที่ลายปูนปั้นเครือเถาที่ยิ่งเก่ายิ่งเหมือนชีวิต สมัยนี้จะหาช่างทำปูนปั้นแบบมีชีวิตเหมือนอย่างนี้หายากยิ่ง
 
 
 
ถัดมา...บ้านนิวาสแสนสุข ...

 

บ้านที่อยู่ใกล้ชิดรั้วติดกันกับบ้านธนโสภณ...

 

บ้านไม้ทรงปั้นหยาหลังนี้เป็น"เรือนหอของพระยาพหลพลพยุหเสนา" ผู้เป็นศัตรูของกลุ่มกบฏบวรเดชหลังปี 2476  บ้านนี้อยู่เคียงข้างบ้านบ้านธนโสภณมานาน แต่ยังคงสภาพเดิมไว้ได้ดี ด้วยความใส่ใจ
 


ดูหน้าต่างลูกฟัก หน้าจั่ว ช่องลม ก็น่าจะรู้ว่าดูแลรักษาสภาพได้ดีขนาดไหน
 
 
 
และแล้วความทรุดโทรมของศิลปะแห่งสถาปัตยกรรมก็ปรากฏกายให้เห็น...อีกแล้วครับท่าน!!!
 

 
สิ่งที่ถูกทิ้งร้างเหล่านี้มีคุณค่ามากนะ น่าเสียดายที่ถูกทิ้งร้างสลักหักพัง!!! อาจจะด้วยเหตุผลส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของ...หรือด้วยเหตุใดก็ิมิอาจทราบ แต่ที่แน่ๆ...เสียดาย!!!จุงเบ้ยยยยยยยยยยย จุงเบยยยย


 

ด้วยลวดลายสไตล์โรมันเก่าๆยังคงงดงาม อารมภ์อันลุ่มลึกคงบอกได้ว่า...ที่นี่...ตรงนี้...น่าจะเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ อีกหน้าหนึ่งของปากแพรก แต่ทว่า...
 
มาดูข้อคิดเห็นจากน้องชาญไชย หนึ่งในอาสาสมัครร่วมกิจกรรมรวมพลคนอยากวาดฯ เมื่อ ๑ เมษายน 2555 น่าจะชัดเจนกว่า

 
.
" ผมมุ่งตรงไปวาดรูป “บ้านอำนวยโชค” โดยทันที ... ผมเลือกที่จะวาดรูป บ้านอำนวยโชค เพราะผมเห็นว่าเป็นบ้านที่มีความสวยงามตามสถาปัตยกรรมแบบโบราณซึ่งคงคุณค่าควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้ แต่กลับเป็นบ้านหลังเดียวที่ถูกปล่อยทิ้งร้างให้ผุพัง เป็นบ้านร้างอันเนื่องมาจากการขาดการดูแลรักษา

ในขณะที่ผมวาดรูปอยู่ผมได้ยินคนรอบข้างทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า ดูจากภาพวาดแล้ว บ้านสวยนะ น่าเสียดายที่ขาดการเหลียวแลและปล่อยทิ้งร้างจนผุพังไป... "
http://www.facebook.com/pakprak
 
น้องพูดแบบนี้พี่ปวดหัวใจจริงๆ!!!
 
 

 
ณ อีกฟากฝั่งถนนในช่วงท้ายๆของบ้านเหนือ ..บ้านไม้ที่ใกล้เข้าสู่วัยชรา ลายฉลุไม้ รูปทรง ระเบียง ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 
 


ลวดลายที่ต่างกัน เหมือนจะบ่งบอกว่าช่างฅนใดเป็นผู้สร้าง ห้องแถวเหล่านี้สมัยก่อนใช้เป็นร้านค้าก็น่าจะไม่ผิด
 
 
 
ห้องแถวในยุคนั้นสร้างด้วยปูนซิเมนต์ปูนปอร์ตแลนด์ เป็นโครงไม้รวกหรือไผ่รวก  เมื่อดูโครงสร้างอาจจะเป็นไปได้ว่าสร้างเองหรือใช้ฅนงานที่เคยเป็นลูกมือของช่างชาวจีนสร้าง

 
.
น่าเสียดาย!!! ห้องแถวแห่งประวัติศาสตร์ที่คาดว่าจะคล้ายๆกันประมาณ 4 ห้องถูกรื้อถอนไปแล้ว คงเหลือไว้แต่ร่องรอยปูนและทรายโบราณเท่านั้น...
 


ห้องแถวท้ายๆนี้ เคยมีเรื่องเล่าจากฐานกูร โกมารกุล ณ นคร ในนิตยสารอสท.ว่า " บางหลังเคยเป็นบ้านเช่าของนายทหารญี่ปุ่นที่ภายหลังขุดพบอุโมงค์ลับที่ขุดจากในตัวบ้านออกไปจนถึงแม่น้ำแคว
 
ขณะที่ตรงปลายถนนห้องแถวเล็กๆ ชั้นเดียวอย่างบ้านชิ้นปิ่นเกลียวก็สะท้อนรูปแบบของเรือนแถวเชิงช่างเวียดนามโบราณและการปักหลักของคนญวนในปากแพรกไว้ตามโค้งประตู กระเบื้องดิน บานเฟี้ยม ที่มีอายุถึง 134 ปี ทุกส่วนโทรมทรุดซีดจาง ราวกับเป็นสิ่งสะท้อนความเป็นจริงและสัจธรรมของสิ่งที่เรียกว่ากาลเวลา "

 
 

 
ที่เห็นอยูไกลๆสุดท้างนั้นคือวัดเหนือ จากข้อมูลของคุณจิตตินทร์ ฤทธิรัตน์ ที่เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๕) เคยเสด็จมาที่นี่ เมื่อ ร.ศ. ๑๒๓๙ (พ.ศ. ๒๔๒๐) โดยเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ๗ วัน

ช่วงเวลาสามวันที่ได้ทรงพำนักอยู่ ณ ค่ายใกล้วัดเหนือนั้น พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทและทรงม้าไปยังบริเวณใกล้เคียงซึ่งรวมทั้งตลาดปากแพรก โดยได้ทรงบันทึกไว้ดังนี้
 
“...ขึ้นที่ท่าวัดเหนือ ขี่ม้าเจ้าพระยามโนมัยไปตามทางที่เรียกว่าตลาด หนทางกว่าสัก ๑๐ ศอกถึงรั้วทั้งสองข้าง แต่ไม่เหมือนตลาดเมืองอื่น ทั้งสองข้างทางเห็นบ้านกั้นด้วยรั้วไม้รวกสูงๆ ขายของอยู่ในเรือนมีเจ๊กมีญวนบ่อยๆ สิ่งที่ขายเห็นเป็นยาสูบแหละเป็นอย่างมากกว่าสิ่งอื่น ของเครื่องถ้วยชามหนังมีบ้างเล็กน้อย ของสดพริกนกเป็นพื้น มีศาลเจ้าก่อขึ้นใหม่แห่งหนึ่ง กับร้านขายเครื่องยาเครื่องของจีนทำใหม่ทีเดียวร้านหนึ่ง...”
 
รายละเอียดซะขนาดนี้คงไม่ต้องเล่าต่อแล้ว...เพราะสุดท้ายปลายถนนหน้าชุมชนวัดเหนือพอดี...ใครอยากตามรอยพระบาท ร.๕ ก็ให้เดินย้อนขึ้นมาจากบ้านชาวเกาะเท่านั้นเอง...เผลอๆบริเวณบ้านชาวเกาะ พระองค์อาจจะเสด็จพระราชดำเนินผ่านมาแล้้วก็เป็นได้...ใครจะรู้???
 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น