My Life ชีวิตใหม่ในโลกแฟนตาซี

ตอนที่ 7 : ป่วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 มี.ค. 60



บทที่ 6
ป่วย

       เช้าวันนี้ ซินเทียร์ตัดสินใจลงไปทานข้าวในห้องอาหารร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าในห้องอาหารมีเพียงพ่อและน้องสาวของเธอนั่งอยู่เท่านั้น 

       “สวัสดีค่ะท่านพ่อ ทีร่า” ซินเทียร์ทักทายทั้งคู่อย่างเป็นกันเอง เดี๋ยวนี้เธอลดอาการประหม่าเวลาคุยกับคนอื่นไปได้บ้างแล้ว

       “ในที่สุดก็ยอมลงมากินข้าวร่วมกันนะ ซินเทียร์” ดยุคเบลิกซ์เอ่ยแซวลูกสาวคนใหม่ยิ้มๆ “แบบนี้แสดงว่าลูกผ่านมาตรฐานวิชามารยาทของอาจารย์คาร์ตันแล้วสินะ”

       ซินเทียร์ตกใจกับคำพูดของพ่อบุญธรรมของเธอไม่น้อย นี่แสดงว่าท่านพ่อรู้มาตลอดเลยสินะว่าทำไมเธอถึงได้หนีการมาร่วมโต๊ะและงานเลี้ยงทุกอย่างที่ท่านชวนไป 

       “ค่ะ” เด็กหญิงตอบรับอย่างเขินๆ ร่างเล็กเดินไปนั่งบนเก้าอี้ก่อนจะสอดส่ายสายตาไปทั่วโต๊ะ จนสบเข้ากับทีร่าที่มีประกายตายินดีจางๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างรวดเร็ว

       ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ พร้อมกับผู้ดูแลประจำตัวของธีร์ชาที่เดินมาบอกว่าวันนี้เด็กชายไม่สบาย จึงไม่ได้มาร่วมโต๊ะอาหารด้วย 
       บรรยากาศบนโต๊ะเป็นไปอย่างเงียบเชียบเมื่อขาดคนช่างพูดอย่างธีร์ชาไป และผู้นำครอบครัวเองก็ไม่คิดจะกล่าวอะไร อีกคนก็เขินอายจนกว่าจะพูด กับอีกคนที่ปากหนักเกินไป 

       เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ดยุคเบลิกซ์ก็ออกไปทำงานที่สำนักงานตามปกติทันที ซินเทียร์เองก็เตรียมจะไปเรียนดนตรีแล้วเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่าถูกเรียกเอาไว้ซะก่อน

       “คือว่า..” ทีร่าเปิดประโยคทันทีที่พ่อของเธอเดินจากไป “เธอรู้รึเปล่าว่าธีร์ชาเป็นอะไร” 

       “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” 

       “งั้นเหรอ...” ทีร่าพยักหน้ารับรู้ ดวงหน้าปรากฏฉายความเป็นห่วงอย่างชัดเจน ก่อนที่ร่างเล็กจะลุกขึ้นยืนเตรียมเดินจากไป

       “เอ่อ เดี๋ยวก่อนค่ะ” ทีร่าชะงักเท้าหันกลับมามองคนที่เรียกเธอด้วยน้ำเสียงร้อนรน “คือว่า.. ถ้าเป็นห่วงขนาดนั้นทำไมไม่ไปเยี่ยมเจ้าตัวเองล่ะ” 

       รอยยิ้มหยันปรากฏบนหน้าคนถูกถาม “เธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอก” 


       ตอนนี้ซินเทียร์มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของน้องชายอย่างกังวล เมื่อกี้หลังจากที่เธอเรียนดนตรีเสร็จก็เจอเจ้าแมวมางอแงบอกให้เธอพาไปหาธีร์ชาอย่างด่วนที่สุด 

       “นะคะ คุณออสติน ขออนุญาตเข้าไปเยี่ยมธีร์ชาหน่อยนะคะ” ซินเทียร์ขออนุญาตพ่อบ้านประจำตัวน้องชายอย่างอ้อนวอน

       “ต้องขออภัยจริงๆ นะครับคุณหนู แต่คุณหมอสั่งห้ามเข้าเยี่ยมอาการคุณชายอยู่ครับ ผมไม่สามารถขัดคำสั่งได้จริงๆ” ออสตินค้อมหัวขอโทษคุณหนูคนใหม่ของบ้านอย่างรู้สึกผิด ก่อนที่พ่อบ้านหนุ่มจะย่อกายที่ค่อนข้างสูงลงมาให้อยู่ระดับใกล้เคียงกัน

       “ตอนนี้ท่านหมอหลวงกำลังดูอาการคุณชายอยู่ ผมว่า เราอย่าเข้าไปกวนท่านเลยนะครับ” ฝ่ามือหนาเอื้อมมาลูบหัวเด็กหญิงตรงหน้าอย่างอ่อนโยน 

               “...อีกอย่าง ตอนนี้คุณชายกำลังป่วยหนัก หากเด็กอย่างคุณหนูเข้าไปเยี่ยม ผมเกรงกว่าจะติดอาการป่วยจากคุณชายเอาได้นะครับ” 

               ‘เอาไงดีชามิว ทำยังไงเขาก็คงไม่ให้เข้าไปหรอก’ 

โชคดีที่เธอโหมฝึกการโทรจิตกับเจ้าแมวมาเยอะ เด็กหญิงจึงลอบสื่อสารกับเจ้าแมวได้โดยที่พ่อบ้านหนุ่มตรงหน้าไม่ทันรู้ตัว 

        ‘บุก’ น้ำเสียงราบเรียบจริงจังที่ติดจะร้อนรนของชามิวดังตอบสั้นๆ          


               ‘ยังไง?’ ซินเทียร์แทบจะตะโกนใส่ชามิวที่อยู่ในอ้อมกอดถ้าทำได้ เจ้าแมวพูดเหมือนการบุกห้องน้องชายเธอทำทำได้ง่ายๆ อะไรอย่างนั้นแหละ 

                ไม่ทันที่เจ้าแมวจะได้ตอบอะไร บานประตูห้องก็ถูกเปิดออกด้วยจากด้านในด้วยฝีมือของคุณหมอชราประจำตระกูล 

               "สวัสดีครับ คุณหนูซินเทียร์มาเยี่ยมคุณชายหรือครับ" น้ำเสียงอ่อนแรงปนหอบของคุณหมอเอ่ยทักเธอพร้อมทำความเคารพอย่างนอบน้อม

               "อ่ะ อย่าทำความเคารพหนูเลยค่ะ" ซินเทียร์ย่อตัวลงอย่างตกใจ ร่างเล็กเอ่ยห้ามอย่างร้อนรนปนเกรงใจ 

               "กรุณาอย่าห้ามเลยนะครับคุณหนู มันเป็นมารยาทที่สมควรแล้วครับ" ชายชรากล่าวกับร่างเล็กอย่างนอบน้อม ดวงตาสีมรกตมีแววเหนื่อยล้า
               "คะ...ค่ะ" ซินเทียร์ก้มหน้าลงอย่างประหม่า ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่ชินที่ถูกผู้อื่นทำความเคารพอยู่บ่อยครั้ง

               ไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัว ร่างเล็กสีขาวปลอดของชามิวก็โดดลงจากแขนของเธอแล้วพุ่งไปยังประตูห้องที่ถูกเปิดทิ้งไว้ทันที 

               3 คนที่อยู่ด้านนอกประตูเกิดอาการชะงักไปเล็กน้อย ดวงตา 3 สี ของคนต่างวัยสบกันเพียงชั่วครู่ ก่อนที่คนตัวเล็กสุดจะเป็นฝ่ายเคลื่อนตัวไปที่ประตูและปิดมันลงอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีใครได้ตามเข้ามาอีก 

               ภายในห้อง ชามิวที่แปลงกายเป็นมนุษย์แล้วกำลังยืนอยู่ข้างๆ เตียงของเด็กชายเจ้าของห้องที่กำลังไออย่างทรมาณจนใบหน้าบิดเบี้ยว 

               "ธีร์ชา!" ซินเทียร์รีบสาวเท้าเข้าไปหาน้องชายอย่างตื่นตระหนก

               เปลือกตาที่เคยปิดเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กชายมองไปทางทิศของผู้มาใหม่ด้วยแววตาอ่อนล้า ก่อนที่เขาจะสำลักเลือดออกมาอีกก้อน

               ดวงหน้าของเด็กชายขาวซีด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า มือเล็กขย้ำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่อย่างทรมาณ

               "นี่ ธีร์ชาเป็นอะไรไปน่ะ" ซินเทียร์เอ่ยถามคนที่น่าจะรู้ดีที่สุดอย่างร้อนรน แววตาสีม่วงใสฉายแววตระหนกสบกับแววกังวลของสัตว์คู่พันธะ 

               "เวทย์ตีกลับ.." 

               ชามิวพึมพำร่ายเวทย์อะไรซักบท ไอเวทย์สีเขียวอ่อนไหลวนอยู่ระหว่างร่างของเธอและธีร์ชา เด็กหญิงรู้สึกว่าพลังเวทย์ในร่างของเธอถูกดูดออกไปเช่นกัน

               ซินเทียร์เดินเข้าไปใกล้เตียงของธีร์ชาที่ตอนนี้เหมือนเจ้าตัวจะสลบไปแล้ว พอเห็นคราบเลือดเปราะที่นอนสีเทาอ่อนนั่นแล้ว เธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้ 

               เด็กหญิงตั้งสมาธิส่งพลังเวทย์ธาตุแสงของเธอไปให้ชามิวด้วยอีกแรงหนึ่ง 

               .....อย่างน้อยก็ดีกว่าให้เจ้าแมวต้องแบ่งสมาธิมาตอดพลังเธอทีละเล็กละน้อย
 



               แฮกๆ
      
               เสียงหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของเด็กหญิงวัยเพียง 7 ขวบ ดังขึ้นอย่างอ่อนล้า ซินเทียร์ทรุดตัวลงนั่งที่พื้นแล้วซบหน้าลงกับเตียงอย่างอ่อนล้าเช่นเดียวกับชามิวที่กลับร่างเป็นแมวและสลบไปในทันที
               ปึ่ง

               บานประตูถูกเปิดออกอย่างรุนแรงพร้อมกับร่างของชายวัย 20 กว่าปี ที่วิ่งเข้ามาภายในห้องอย่างร้อนรน แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็เกิดอาการชะงักขึ้นมาดื้อๆ 

               ออสตินมองภาพที่คุณหนูคนใหม่ของบ้านฟุบอยู่ข้างๆ เตียงของเจ้านายอย่างสับสน ตอนแรกเขานึกว่าซินเทียร์จะเข้ามาทำอะไรคุณชาย แต่เธอกลับเพียงแค่มานอนฟุบอยู่ข้างๆ เตียงพร้อมกับแมวของเธอ 

               ...ไม่สิ สัตว์อสูร

               พ่อบ้านหนุ่มมองไปยังแมวสีขาวปลอดที่นอนหอบหายใจอยู่ข้างๆ คุณหนูคนใหม่ด้วยแววตาที่หลากหลาย เขาพึมพำบทเวทย์บางอย่างจนไอพลังเวทย์ที่ไหลวนอยู่รอบๆ ร่างของชามิวจางหายไป 

               คุณหมอวัยชราเดินตามเข้ามามองภาพตรงหน้าอย่างตกใจ ตอนนี้อาการกระอักเลือดของคุณชายหยุดลงแล้ว แถมใบหน้ายังเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมานิดๆ อีกด้วย 

               ดวงตาสีเขียวมองจ้องไปยังร่างของเด็กหญิงที่ฟุบหมดสติอยู่อย่างไม่เชื่อสายตา ข้อสรุปเดียวที่พอจะเป็นไปได้คือเด็กหญิงคนนี้ร่ายเวทย์รักษาอาการป่วยของคุณชาย

               อาการป่วยที่เกิดจากเวทย์ตีกลับ อาการของคุณชายรุนแรงจนเขาเองยังทำได้เพียงคอยจับตาดูและร่ายเวทย์รักษาประคองอาการอยู่เป็นระยะเท่านั้น 

               มุมปากเหี่ยวย่นกระตุกขึ้น เขาจ้องมองไปยังร่างของเด็กสาวอย่างสนใจ พลังเวทย์รักษาที่แข็งแกร่งจนเขาที่เป็นหมอชั้นแนวหน้ายังไม่สามารถเทียบได้ 

               ...ช่างน่าสนใจ
               ชายชรามองเด็กสาวอย่างถูกใจ โดยไม่ได้สังเกตเห็นร่างแมวของชามิวที่นอนหอบอยู่ข้างๆ กันเลยสักนิด 




               ซินเทียร์ตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดร้าวไปทั่วร่าง เด็กหญิงพลิกตัวไปมาพร้อมความรู้สึกร้อนที่กระดูก ร่างเล็กกระตุกและสะดุ้งเฮือกอย่างทรมาณ 

               "ตื่นแล้วหรือครับ คุณหนู" เสียงทุ้มทักขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็กที่เขาเฝ้าฟื้นแล้ว 

               ซินเทียร์ลืมตาแล้วจ้องไปยังพ่อบ้านหนุ่มอย่างระแวง ก่อนจะต้องหลับตาลงอีกครั้งเมื่อความปวดหัวจู่โจมขึ้นมา 

               ออสตินเดินเข้าไปใกล้ร่างของเด็กหญิง มือข้างหนึ่งยึดร่างของชามิวไว้แน่น ส่วนอีกข้างยื่นไปเกลี่ยผมที่ปรกหน้าของซินเทียร์ออก 

               เขาร่ายเวทย์บทหนึ่งหนึ่งมา ไอสีฟ้าจางๆ ไหลวนรอบฝ่ามือก่อนจะหายเข้าไปในร่างของเด็กสาวที่นอนทรมาณอยู่ 

               "ผมว่า เรามีเรื่องต้องคุยกันครับ" 

               ซินเทียร์เปิดเปลือกตาขึ้นมาสบกับดวงตาสีฟ้าซีดของคนตรงหน้า เด็กหญิงพยักหน้านิดๆ ก่อนที่จะถูกพ่อบ้านหนุ่มประคองขึ้นนั่งอย่างอ่อนโยน 

               "ธีร์ชาเป็นยังไงบ้างคะ" 

               เด็กสาวเลือกเอ่ยถามเรื่องที่กวนใจเธอทีสุดตอนนี้ออกไปก่อน เป็นคำถามที่เรียกรอยยิ้มเอ็นดูได้ไม่น้อย

               "คุณชายอาการดีขึ้นแล้วครับ เป็นเพราะคุณหนูแท้ๆ" ออสตินค้อมหัวขอบคุณด้วยใจจริง ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าจะเปลี่ยนเป็นกดดันอย่างกระทันหัน

               "เพราะฉะนั้น คุณซินเทียร์ คุณเป็นใครกันแน่" 

               ซินเทียร์สัมผัสได้ถึงคลื่นความกดดันและจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากผู้ชายตรงหน้าจนเธอหายใจกระตุก เด็กสาวลอบสื่อสารกับชามิวอย่างร้อนรน

               'ทำไงดีล่ะชามิว ฉันไม่ได้เตรียมอธิบายไว้ด้วยนะ'

               'ไม่รู้เหมือนกัน สู้ๆ นะซินเทียร์ ฉันรู้ว่าเธอทำได้' น้ำเสียงเคร่งเครียดไม่แพ้กันของชามิวดังตอบเธอ ก่อนที่เจ้าแมวก็เอ่ยผลักภาระให้เธอเต็มๆ 

               หนอย.. ทีตอนนั้นล่ะมาอ้อนวอนขอให้พาไปหาธีร์ชาให้ได้ พอมาตอนนี้ล่ะไม่ได้ช่วนอะไรได้เลย

               ซินเทียร์ได้แต่เข่นเขี้ยวเจ้าแมวอยู่ในใจ สมองเธอประมวณผลอย่างรีบเร่งเพื่อหาคำแถ..แคก หาคำตอบที่พอฟังขึ้นไปให้พ่อบ้านตรงหน้า 

               ฝ่ามือหนาที่ค่อนข้างกระด้างเอื้อมมาเชยคางเธอให้หันไปมองเขา ไอพลังสีฟ้าจางๆ ที่แผ่ออกมาค่อยๆ บรรเทาอาการเจ็บของเธอทีละนิด 

               "อาการของคุณหนูคืออาการของคนที่สูญเสียพลังเวทย์จนถึงขีดอันตรายนะครับ" รอยยิ้มเจิดจ้าปรากฏบนใบหน้าของคนตรงหน้า ก่อนที่เขาจะปล่อยมือออกจากใบหน้าของเธอ 

               "ตอนนี้ชีวิตของคุณหนูกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะฉะนั้น กรุณาตอบตามตรงด้วยนะครับ"

               ปั้ง!  ตึก ตึก ตึก

               เสียงเปิดประตูอย่างรุนแรงพร้อมเสียงย่ำเท้าอย่างร้อนรนดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของคนทั้งคู่

               "ยัยบ้า!" 

               ทีร่าตะโกนใส่เด็กหญิงเจ้าของห้องทันทีที่เธอเข้ามาถึง ดวงตาของกลมโตสีฟ้าเข้มของเด็กหญิงฉ่ำไปด้วยน้ำตา

               ออสตินเก็บจิตสังหารที่ปล่อยออกมากดดันซินเทียร์เรียบร้อยแล้ว พ่อบ้านหนุ่มวางเจ้าแมวไว้บนเตียงก่อนจะโค้งทำความเคารพผู้มาใหม่และขอตัวกลับไปดูแลธีร์ชาทันที

               "เอ่อ.. คุณทีร่า สวัสดีค่ะ" ซินเทียร์เอ่ยทักเด็กหญิงอย่างร้อนรน

               "ฮึก.." ทีร่ายกแขนขึ้นมาปาดน้ำตาตัวเองลวกๆ ดวงตาสีฟ้าเข้มฉายความเศร้าโศกอย่างชัดเจนแม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามปรับให้มันดูแข็งกร้าวมากแค่ไหนก็ตาม 

               "ทะ... ทำไมล่ะ.." เด็กหญิงอายุน้อยกว่าถามพี่สาวคนใหม่ของเธออย่างไม่เข้าใจ "เธอดูสนิทกับธีร์ชาไม่ใช่เหรอ เธอต้องรู้สิว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้!" 

               ซินเทียร์มองเด็กหญิงทำกำลังกลั้นน้ำตาตรงหน้าจนตัวสั่นอย่างสับสน เธอไม่รู้ว่าอะไรทำให้เด็กคนนี้สติหลุดได้ถึงขนาดนี้ 

               แขนอันสั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสเด็กหญิงตรงหน้า ซินเทียร์กัดฟันข่มความปวดร้าวไปทั่วราวกับร่างจะแตกนี้ไว้ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนี้

               'เขาว่ากันว่า การกอดสามารถช่วยเยียวยาความรู้สึกของคนที่กำลังเศร้าได้นะ'

               ซินเทียร์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เธอรู้สึกถึงความเปียกชื้นจากเด็กหญิงตรงหน้า ทีร่ายกมือขยุ้มเสื้อของเธอไว้แน่น ร่างเล็กกำลังสั่นพร้อมกับสะกดกลั้นเสียงสะอื้นไว้ 

               "ถ้าไม่ไหวก็ร้องออกมาเถอะนะ ทีร่า" ซินเทียร์ยกมือลูบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของเด็กหญิงในอ้อนกอดเธออย่างอ่อนโยน เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทีร่าเป็นอะไร เธอรู้แค่ว่าเธอไม่อยากให้เห็นเด็กคนนี้ต้องร้องให้ 

               เธอแค่สัมผัสมันได้.. ความรู้สึกโดดเดี่ยวของทีร่า ความรู้สึกแย่ๆ ที่เธอไม่อยากให้เด็กหญิงคนนี้ต้องเผชิญเหมือนที่เธอเจอมันมาตลอดชีวิต 

               ....ฉันทำแบบนี้ถูกแล้วใช่ไหม ทีร่าจะรู้สึกดีที่ฉันกอดเธอเหมือนกับที่ฉันรู้สึกดีที่นายกอดฉันตอนนั้นไหมนะ? 


               หลังจากที่ร้องไห้จนพอใจแล้ว ทีร่าก็ผละออกมาจากอ้อมกอดของซินเทียร์ทันที ใบหน้าของเด็กหญิงแดงระเรื่อ เธอพยายามใช้ดวงตาที่บวมแดงมองค้อนเด็กหญิงตรงหน้า

               "เอ่อ คือ สรุปแล้วเกิดอะไรขึ้นหรือคะ" ซินเทียร์พยายามถามเด็กหญิงตรงหน้าพร้อมกับอาการเวียนหัวที่ปะทุขึ้นมา 

               "ซินเทียร์.. เธอมัน.. แย่ที่สุดเลย!" ทีร่าตะโกนใส่เด็กหญิงตรงหน้าพร้อมใบหูที่เริ่มแดง เด็กหญิงเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรงก่อนจะพึมพำบทเวทย์รักษาที่เธอถนัดทันที 

               วงเวทย์สีเขียวมรกตปรากฎขึ้นที่ใต้ร่างของเด็กหญิงอายุมากกว่า คลื่นพลังสีเขียวเหลื่อมฟ้าโอบล้อมร่างของเด็กหญิงเจ้าของบทเวทย์ ก่อนที่พลังสายนั้นจะพุ่งเข้าใส่ร่างที่อยู่ภายในวงเวทย์ทันทีที่ทีร่ากล่าวถ้อยคำสุดท้ายจบ 

               ร่างของซินเทียร์กระตุกเฮือกขึ้นมา ความรู้สึกเย็บสบายเข้ามาโอบล้อมร่างของเธอ ความรู้สึกปวดราวกระดูกจะแตกเป็นเสี่ยงๆ หายไปแล้ว เด็กหญิงค่อยๆ ลืมตามองเด็กหญิงตรงหน้าอย่างแปลกใจ 

               "แฮกๆ นี่ เธอน่ะ..." ใบหน้าของทีร่ามีเหงื่อผุดขึ้นมาประปราย "เธอเป็นคนรักษาธีร์ชาใช่ไหม?"

               ซินเทียร์มอบหน้าเด็กหญิงตรงหน้าอย่างชั่งใจ ก่อนจะยอมรับแต่โดยดี "ค่ะ" 

               "งั้นเธอก็คงรู้สินะ ว่าเขาเป็นอะไร" 

               ซินเทียร์พยักหน้ารับช้าๆ อาการที่ธีร์ชาเป็น เป็นผลมาจากการที่เวทย์ที่เขาร่ายสะท้อนกลับ ในที่นี้ คงจะเป็นผลจากเวทย์สายมายาที่เขาร่ายใส่ซักคนมันสะท้อนกลับล่ะมั้ง

               .....เอ๊ะ เดี๋ยวนะ พลังมายา พลังล่อลวงจิตใจ พลังสะท้อนกลับ?

               ซินเทียร์ชะงัก เด็กหญิงค่อยๆ จ้องมอบใบหน้าเศร้าๆ ของน้องสาวเธอช้าๆ ในบ้านหลังนี้มีเพียงคนเดียวที่ธีร์ชาร่ายเวทย์ใส่ 

               "ใช่ ฉันเป็นคนลบล้างพลังเวทย์ที่เขาร่ายใส่ฉันเอง"  


----------------------------------------------------------------------------------------------------------

          มีความบ้าพลังค่ะ ลงนิยาย 2 ตอนรวด แต่งๆ เช็คคำผิด แล้วลงเลย 55555 ไม่รู้ว่ามีใครรอไหม แต่เราคิดถึงนักอ่านนี่ =3=//บู่~~ (ที่มาอัพนี่กำลังเรียกร้องความสนใจอยู่นะเหยยย -////-) 

          รู้สึกว่าเข้าเรื่องจริงจังเร็วกว่าที่คิดแหะ 555555 แต่งไปแต่งมา ซินเทียร์เริ่มแอ๊บแตกขึ้นเรื่อยๆ  อุ๊ปปป >x< //โดนปิดปาก


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #21 EveiI_retasia (@EveiI_retasia) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 13:38
    ไรท์ เปลี่ยนอายุเดิมเถอะค่ะ ไม่สมกับคนอายุ 27 เลย คนอายุ 27 เนี่ยวัยผู้ใหญ่แล้วนะคะ ผ่านโลกมาเกือบจะครึ่งชีวิตแล้ว เรียนจบแล้ว หางานทำแล้ว คนที่ผ่านประถม มัธยม มหาลัยมาขนาดนี้ จะมาตัวสั่นอะไรเหมือนตอนก่อนๆ อีกคะ ตอนแรกเรานึกว่าไรท์แต่งให้นางเสแสร้งเล่นละครตบตาให้เหมือนเด็กที่สุด (ถ้ายังแกล้งอยู่ ก็แสดงว่าเราเข้าใจผิดเอง ขอโทษด้วยค่ะ) แต่นี่นางไม่มีอะไรแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่เลย นางเหมือนเด็กอายุ 10-14 ที่ยังอ่านสถานการณ์ไม่ขาด ประสบการณ์ชีวิตยังไม่พออยู่เลย
    #21
    0
  2. #11 orangerose (@orangerose) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 15:11
    ฝาแฝด มีความลับอะไรกันนะ ทีชาดูเป็นเด็กที่น่ารักนะ แค่แสดงออกไม่เก่งดูไม่ได้ร้ายกาจเหมือนที่แสดง แต่น้องชายดูร้ายลึกยังไงไม่รุ้
    #11
    0
  3. #10 j-teana (@j-teana) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 09:11
    เกิดอะไรขึ้นระหว่างฝาแฝดกัน?
    #10
    0
  4. #8 PPK2502 (@PPK2502) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 07:42
    หนุกมากๆเรยค้เ
    รอน้ะค้ะสุ้ๆ
    #8
    0