(END) Red fox น้องจะตอบแทนพี่เอง (Yaoi)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 255,397 Views

  • 6,043 Comments

  • 12,288 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    825

    Overall
    255,397

ตอนที่ 11 : บทที่ 10 : น้องก็โมโหเป็นนะ! (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2449 ครั้ง
    22 ก.ค. 61










10


                เสียงโก่งคออ้วกในห้องน้ำดังขึ้นในช่วงเช้ามืด หลังเจ้ามนุษย์จิ้งจอกรู้สึกวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ไม่หยุดเสียที โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ชริณได้มีเวลาดูแลเจ้าจิ้งจอกอย่างใกล้ชิด เขาค่อย ๆ พยุงร่างเจ้ามนุษย์จิ้งจอกที่อยู่ในสภาพอ่อนแรงออกมาจากห้องน้ำ ให้มานั่งพักบนโซฟา


                “ไหวรึเปล่า” ชริณเอ่ยถามเจ้าจิ้งจอกด้วยความเป็นห่วง


                “ดีขึ้นนิดนึง” เจ้าจิ้งจอกว่า ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ น้องไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนเลย มันเป็นเรื่องแปลกมาก ๆ


                “อยากกินหญ้า”


                “ฮะ?


                “น้องอยากกินหญ้า ยอดหญ้าอ่อน ๆ น่ะ” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกขยายความ จู่ ๆ ก็อยากกินยอดต้นหญ้าขึ้นมา ทั้ง ๆ แต่ก่อนไม่เคยคิดจะกินด้วยซ้ำ มีแต่ชอบกลิ่นหญ้าอ่อน ๆ ตอนช่วงหลังฝนหยุดตกใหม่ ๆ อาการอยากกินยอดหญ้าแบบนี้ มันแปลกเกินไป เป็นพฤติกรรมที่แม้แต่เจ้าของร่างกายเองยังแปลกใจ


                “.....” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฝั่งชริณก็ถึงกับชะงักไป เขาจะไปหายอดหญ้ามาจากที่ไหน ป่าหลังบ้านงั้นเหรอ?


                “น้องอยากกินหญ้า” เจ้าจิ้งจอกน้อยพูดซ้ำอีกครั้ง


                “รู้แล้ว แต่จะให้ไปหามาจากไหน”


                “ไม่รู้...ฮือ แต่น้องอยากกิน ไปหามาหาให้หน่อย ไม่ไหวแล้ว”


                สุดท้ายชริณก็ต้องออกจากบ้านเฉพาะกิจ เพื่อไปหาซื้อหญ้าอ่อนที่เขาขายกันในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ที่ร้านค้าไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก วันนี้เจ้าจิ้งจอกมาแปลกจริง ๆ จนเขาแอบหวั่นใจว่าอีกฝ่ายจะท้องแล้วหรือเปล่า ตามประสาคนเคยดูละครไทยหลังข่าวว่าอาการแบบนี้นี่แหละคือคนแพ้ท้องอ่อน ๆ


                ถ้าเจ้าจิ้งจอกท้องจริง ๆ ชริณนี่ก็น้ำยาดีไม่น้อย ทำ ๆ ไม่กี่ครั้ง ก็สามารถทำให้อีกฝ่ายท้องป่องสมใจอยากแล้ว  เมื่อชริณมาถึงร้านค้าขายของเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เขาก็เลือกซื้อถาดหญ้าอ่อนมาหนึ่งถาด ชายหนุ่มรีบจ่ายเงินแล้วก็รีบกลับบ้านทันที เพราะถ้าปล่อยคนไม่สบายอยู่บ้านเพียงลำพัง มันก็ไม่ดีเท่าไรนัก


                “เป็นไงบ้าง” เมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามา ชริณก็รีบถามอาการอีกคนทันที เจ้ามนุษย์จิ้งจอกมีสีหน้าซีดเผือกอย่างเห็นได้ชัด


                “ไหนหญ้าอ่อนของน้อง?” เจ้าจิ้งจอกถามหาสิ่งที่ตัวเองอยากทันที


                “นี่ไง...” ชริณว่าพร้อมกับชูถุงหญ้าอ่อนให้อีกคนดู


                “ฮ—ฮึก ฮือออออออออออออออออออออ”


                ทันทีที่ชริณโชว์ถาดหญ้าอ่อนให้เจ้ามนุษย์จิ้งจอกดู ดวงตากลมโตจ้องถาดหญ้าผืนเล็กครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มมีน้ำตาปริ่มและปล่อยโฮออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาชายหนุ่มถึงกับงุนงง ชริณอาการลนลานทัน เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้า


                “เป็นอะไร.... ร้องไห้ทำไม” ชายหนุ่มละล่ำละลักถามอีกฝ่าย


                “หญ้าอ่อนแค่นั้น ใครมันจะไปกินพอ! ไม่อยากซื้อให้น้องใช่ไหม ถึงได้ซื้อมาแค่เท่านั้น ฮ—ฮึก ชาริน ซังใจร้าย!” เจ้าจิ้งจอกร้องไห้ฟูมฟาย มองชริณด้วยสายตาตัดพ้อ เสียอกเสียใจอย่างถึงที่สุด ทำเอาชายหนุ่มถึงกับยืนนิ่ง เหมือนตัวเองเป็นคนบาป ทำให้อีกฝ่ายเสียใจ


                “ก็ไม่รู้นี่ว่าอยากกินเยอะแค่ไหน” ชริณว่า


                “ฮ—ฮึก ไม่ต้องเลย ส่งมันมาให้น้อง!” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกเช็ดน้ำตาออกพอลวก ๆ แล้วกระดิกมือ ส่งสัญญาณให้ชริณรีบยื่นถาดหญ้าอ่อนให้เสียที ก่อนที่อีกฝ่ายจะปล่อยโฮออกมาซ้ำสอง


                ฝั่งเจ้ามนุษย์จิ้งจอก เมื่อได้รับถอดหญ้าอ่อนมาก็ไม่รอช้า รีบใช้มือเด็ดกินต้นอ่อน เหลือไว้เฉพาะรากอย่างเอร็ดอร่อยทันที


                นี่แหละคือสิ่งที่น้องตามหามาทั้งชีวิต!  รสชาติมันอาจแปลกประหลาดไปหน่อย แต่ก็ช่วยทำให้ความยากและพายุอารมณ์ร้อนของน้องทุเลาลงได้


                ภาพที่เจ้าจิ้งจอกเด็ดกินหญ้าอ่อนจากถาดอย่างเอร็ดอร่อย อยู่ในสายตาของชริณทั้งหมด มันทำให้เขานึกถึงคุณยายแก่ ๆ ที่ชอบทานผักลวกจิ้มน้ำพริก อะไรทำนองนั้น ยิ่งเห็นภาพ ชริณก็ยิ่งคิดเช่นนั้นจริง ๆ ใช้เวลาเพียงไม่นาน เจ้าจิ้งจอกตัวเล็กก็จัดการหญ้าอ่อนในถาดเล็กจนเกลี้ยง เหลือไว้แค่ถาดหญ้าที่มีแต่รากให้ดูต่างหน้า และดูเหมือนอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อาการร้องไห้ฟูมฟายของอีกคนจะสงบลงด้วย


                “เอาอีกไหม” เขาถาม หากเจ้าจิ้งจอกยังไม่พอใจ ชริณจะได้ออกไปซื้อมาให้เพิ่ม ถาดหญ้าอ่อนมันก็เล็กจริง ๆ อย่างที่อีกคนตัดพ้อนั่นแหละ เพราะเขามีไว้ให้พวกแมว สัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ ไม่ใช่ให้มนุษย์กิน


                “พ—พอแล้ว” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกว่าเสียงแผ่ว พร้อมกับยื่นถาดหญ้าอ่อนที่โดนเด็ดจนเกลี้ยงให้ชาริน ซังเอาไปจัดการต่อ เพราะหากปล่อยไว้สักพัก ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เจ้าหญ้าพวกนี้ก็จะขึ้นมาอีก ก็สามารถเล็มกินได้อีกครั้ง


                “แล้วอาการดีขึ้นยัง ยังอยากอ้วก เวียนหัวอยู่ไหม?” ชริณเอ่ยถามพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ อีกฝ่าย


                เขาเป็นห่วงเจ้าจิ้งจอกจริง ๆ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาในร่างมนุษย์ เขาไม่เคยเห็นเจ้าจิ้งจอกมีอาการเช่นนี้เลย แล้วหากมันอาการหนัก ชริณจะได้พาไปพบหมอ เพื่อตรวจดูอาการอีกครั้ง


                “ไม่ได้อยากอ้วกแล้ว แต่ว่าน้องเหนื่อย เจ็บซี่โครงไปหมดเลย” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกว่าด้วยน้ำเสียงเพลีย ๆ พร้อมกับเอนตัว ทิ้งน้ำหนักพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง น้องไม่เคยมีอาการแบบนี้เลย อย่างมากก็แค่สำรอกอาหารออกมา ตอนมันย่อยไม่ได้เท่านั้น


                “ก็เล่นอ้วกซะแรงขนาดนั้น ก็ต้องเจ็บอยู่แล้ว” ชริณว่า


                “งั้นอยากกินอะไรร้อน ๆ ไหม เดี๋ยวจะทำให้” ชายหนุ่มเสนอความคิด กว่าอาการจะดีขึ้นก็เข้าช่วงสายของมันแล้ว จนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเราสองคนเลย


                “อือ...ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้น้องหิวมาก” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกว่า แม้จะได้กินหญ้าไปจนเกลี้ยงถาดเล็กแล้ว ก็ไม่สามารถทำให้อิ่มท้องได้อยู่ดี เมื่อชริณได้ยินเช่นนั้น เขาก็ไม่รอช้า รีบเข้าครัว เตรียมทำข้าวต้มร้อน ๆ ให้อีกฝ่ายทานและทำอาหารเช้าให้กับตัวเองด้วย


                ชริณเลือกทำอาหารตามวัตถุดิบเท่าที่เหลือ ชายหนุ่มทำข้าวต้มหมูทรงเครื่องง่าย ๆ ใส่ไข่ให้เจ้าจิ้งจอกและตัวเขา เจ้าจิ้งจอกเล็กเพิ่งอ้วกมา มีอาการไม่สบายตัว ควรที่จะได้กินอาหารอ่อน ๆ


                พอมีเจ้าจิ้งจอกเข้ามาในชีวิต ชริณรู้สึกเลยว่าเขาเข้าครัวบ่อยมากขึ้น ส่วนใหญ่ยามอยู่คนเดียว เขามักจะซื้ออาหารแช่แข็ง สำเร็จรูปมากินมากกว่า ตามประสาพนักงานบริษัทที่แสนขี้เกียจและอาศัยอยู่เพียงลำพัง แต่พอมีเจ้าจิ้งจอกเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย เขาจึงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง


                ชริณอธิบายไม่ถูก เป็นห่วงสุขภาพทั้งของตัวเองและเจ้าจิ้งจอกด้วยส่วนหนึ่ง และที่แน่ ๆ อีกหนึ่งเหตุผลคือเขาไม่อยากให้เจ้าจิ้งจอกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเพียงลำพัง ยิ่งกับพวกเตาแก๊ส ไมโครเวฟต่าง ๆ ชริณก็ยิ่งไม่ไว้ใจใหญ่ กลัวอีกฝ่ายจะเผาบ้านเข้าให้ แถมบ้านหลังนี้ก็ไม่ใช่ของเขาอีกต่างหาก


                “เจ้าจิ้งจอก มากินข้าวได้แล้ว” หลังจากทำอาหารเสร็จ ชริณก็เรียกเจ้ามนุษย์จิ้งจอกที่กำลังนอนซมอยู่บนโซฟามากินข้าวดี

               





                “อร่อยจัง ฟู่วววว” หลังตักคำแรกเข้าปากแล้ว คำที่สองกำลังตามมาติด ๆ เจ้าจิ้งจอกก็เอ่ยชมชาริน  ซังอย่างเอาใจพลางเป่าข้าวต้มคำต่อไปให้หายร้อนไปด้วย ฝั่งชริณที่อยู่ตรงข้ามกันก็ถึงกับหลุดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน อาจเพราะท่าทางตลก ๆ เจ้าจิ้งจอกตรงหน้าก็ได้มั้ง


                “ก็อยู่แล้ว...คนทำนี่นา” ชริณว่า ไม่มีการถ่อมตัวอะไรทั้งนั้น “ถ้าอร่อย ก็กินเยอะ ๆ เมื่อเช้าออกของเมื่อวานออกไปหมดแล้วมั้งนั่น”


                “งั้นน้องจะกินให้หมดถ้วยเลย ชาริน ซังไม่ต้องเป็นห่วง” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกตกปากรับคำ


                “....ก็ดี” ชริณพูดเพียงสั้น ๆ ก่อนจะซดน้ำข้าวต้มทรงเครื่องแบบไทย ๆ เข้าปาก พลางชำเลืองมองเจ้ามนุษย์จิ้งจอกที่กำลังกินข้าวต้มฝีมือเขาด้วยท่าทีเอร็ดอร่อยเป็นระยะ ๆ


                หลังจากที่เราทั้งคู่กินอาหารเช้ากันหมดแล้ว ชริณก็ให้เจ้าจิ้งจอกไปนอนพักเก็บแรงไว้ เดี๋ยวอาการเมื่อเช้าจะกำเริบอีกครั้ง ส่วนเขาเองก็ทำหน้าที่เก็บจานชามไปไว้ล้าง เช็ดถูโต๊ะอาหาร


                “อาการดีขึ้นกว่าเมื่อเช้ายัง” หลังจากจัดการเรื่องโต๊ะอาหารเสร็จ ชริณก็มาถามอาการเจ้าจิ้งจอกน้อยอีกครั้ง


                “เหมือนอาการจะหายไม่เวียนหัวแล้ว” เจ้าจิ้งจอกว่า ปล่อยให้ชาริน ซังเอามือมาอังหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายของตนเอง หลังจากได้กินหญ้าอ่อน ร่างกายก็เหมือนจะดีขึ้นมาก ราวกับอาการที่เล่นงานน้องเมื่อช่วงเช้าเป็นแค่เรื่องโกหก


                ดวงตากลมโตมองถาดหญ้าอ่อนเล็ก ๆ ที่ถูกวางไว้หน้าประตู มันเกลี้ยงไปหมดเพราะฝีมือน้องเด็ดกิน ปกติน้องไม่ชอบกินหญ้า จะกินเฉพาะยามร่างกายต้องการแร่ธาตุบางอย่างเท่านั้น


                ปกติจิ้งจอกกินแต่สัตว์เล็ก ๆ พวกหนู กระต่ายป่า ไม่ค่อยได้กินพืช อีกทั้งเหล่าหญ้าพวกนี้มันทำให้น้องอาเจียน ไม่มีรสชาติ ไม่อร่อย หากถามว่าตอนนี้อยากกินอีกไหม น้องขอบอกเลยว่าไม่ มันสู้รสชาติข้าวต้มหมูของชาริน ซังไม่ได้เลยสักนิด


                “งั้นก็ดีแล้วล่ะ  พักผ่อนเถอะ” ชริณว่า หากเจ้าจิ้งจอกไม่เป็นอะไรมาก ก็ดีแล้ว


                “อือ....”


                “แต่หรือว่านี่คืออาการท้อง?” เขาว่าในสิ่งที่ตัวเองสงสัยตั้งแต่แรก ๆ


                 จริง ๆ ก็ไม่มีหลักฐานอะไรบ่งบอกว่าเจ้าจิ้งจอกจะท้องได้เลย แต่ถึงอย่างนั้นชาริณก็ยังแอบสงสัย เขาก็แค่อยากรู้ว่าเจ้าจิ้งจอกท้องหรือเปล่า หรือเป็นพียงแค่เขาคิดไปเองเท่านั้น ชริณจะได้ดูแลถูก


                “ท้องงั้นเหรอ....” เจ้าจิ้งจอกพูดตามชริณ พอได้ยินคำว่าท้องก็รีบจับท้องของตัวเองทันควัน แต่เจ้าจิ้งจอกก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองท้องไหม


                “อ้าว เป็นหมาแล้วไม่รู้เหรอว่าตัวเองท้องไม่ท้อง”


                “ก็น้องไม่เคยท้อง จะรู้ได้ไง”


                “เออว่ะ” ชริณว่า เขาก็ลืมไปว่านี่เป็นท้องแรกของเจ้าจิ้งจอก เพื่อให้ทุกอย่างกระจ่างชัด ชริณก็ไม่รอช้า เขารีบไปเอาโน้ตบุ๊กส่วนตัวของตนเองออกมากาง ค้นหาพฤติกรรมยามที่สุนัขตั้งท้อง จะได้รู้ให้แน่ชัดไปเลย


                ถ้าเกิดว่าเจ้าจิ้งจอกท้องจริง เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีสัตว์เล็ก ๆ เกิดมาบนโลกใบนี้ แต่ขณะเดียวกันชริณก็เริ่มกังวลใจ เพราะเจ้าจิ้งจอกไม่ใช่จิ้งจอกแดงธรรมดา ๆ สามารถกลายร่างไปมา เอาแน่เอานอนไม่ได้แล้วมันจะเป็นปัญหาตอนคลอดน่ะสิ


                หากอีกฝ่ายคลอดในร่างคน แต่ลูกออกมาเป็นเจ้าจิ้งจอกสี่ขา เขาจะทำยังไง? เพราะหากคลอดในร่างคน อีกฝ่ายต้องไปคลอดที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นความลับที่เคยเป็นลับของเจ้าจิ้งจอก ก็จะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป คนก็จะไม่ตายกันทั้งโลกเหรอ เพราะล่วงรู้ความลับของเจ้าจิ้งจอกเข้า


                เมื่อเปิดโน้ตบุ๊คได้แล้ว ชริณก็ไม่รอช้า เขารีบเปิดอ่านบทความเกี่ยวกับพฤติกรรมของสุนัขยามที่กำลังตั้งครรภ์ทันที ทุกครั้งที่เขาได้เลื่อนสายตาอ่านแต่ละบรรทัด ชริณรู้สึกได้เลยว่าเขาใจเต้นแรง เหมือนจะดีใจแต่ก็ไม่เชิง เพราะปัญหาที่ตามมามันก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย แถมยังปรึกษาใครไม่ได้อีก แม้กระทั่งเพื่อนสนิท


                “เจ้าจิ้งจอก เมื่อเช้ามีอะไรเหลว ๆ ออกมาบ้างไหม” ชริณหันไปถามเจ้าจิ้งจอกน้อย


                “ออกจากไหนเหรอ ถ้าทางคอ น้องอ้วกออกมาเยอะเลย”


                “ไม่ ๆ ฉันหมายถึงตรงช่องนั้นของนายน่ะ”


                “ไม่มี”


                “งั้นเหรอ...” ชริณตอบกลับเสียงแผ่ว


                ขณะเดียวกันเขาก็นั่งอ่านบทความเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของสุนัขไปด้วย ช่วง 1-3 สัปดาห์แรก สุนัขที่อยู่ในเกณฑ์น่าจะตั้งท้อง จะมีอาการ mild morning sickness คืออาการดูเหมือนจะป่วยๆ นิดๆ ในตอนเช้าๆ บางตัวอาจมีของเหลวสีชมพูอ่อนออกมาจากช่องคลอด แต่เจ้าจิ้งจอกของเขาไม่มี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังฟันธงอะไรไม่ได้อยู่ดี

     

           “แล้วสัญชาตญาณนายเคยบอกไหม ว่าถ้าท้องตอนคลอดลูกจะคลอดในร่างไหน” ชริณถามต่อ หากเขารู้จะได้รับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ได้ทัน


                “น้องไม่รู้.....”


                “......”


                “สัญชาตญาณบอกน้องแค่ว่า น้องต้องท้อง




 

                คำพูดของเจ้าจิ้งจอกทำเอาชริณถึงกับคิดมากไปเกือบค่อนวัน มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าจิ้งจอกหรอกที่ไม่รู้อะไร เพียงแค่ว่าชริณก็แค่เสียดาย...อย่างน้อยถ้าอีกฝ่ายรู้อะไรก่อน เขาจะได้เตรียมแนวทางแก้ไขได้ก่อนที่เรื่องจะเกิด แต่พอเจอแบบนี้ กลายเป็นว่าต้องรอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอา ที่ทำได้ในตอนนี้คือเขาต้องคิดเผื่อสองทาง ไม่ว่าจะเป็นการคลอดในร่างคนหรือร่างสัตว์


                “ชาริน ซังคิดมากเหรอ” ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าชาริน ซังผ่านความมืด ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาเข้านอน เจ้าจิ้งจอกน้อยรับรู้ได้เลยว่าชริณกำลังคิดมาก เงียบและนิ่งจนอดเป็นห่วงไม่ได้


                น้องอยากช่วยเหลือชาริน ซัง อยากบอกทุกอย่างเท่าที่ตัวเองรู้ แต่ในตอนนี้น้องเองก็ว่างเปล่า หากว่านี่การตั้งครรภ์ ก็จะเป็นการท้องครั้งแรกของน้อง ครอบครัวที่สามารถไขความกระจ่างแจ้งให้ชาริน ซังได้ก็ตายหมดแล้ว แล้วจะให้น้องทำยังไง


            น้องดีใจที่ตัวเองท้อง นั่นเท่ากับว่าภารกิจของน้องสำเร็จเสียที....แต่ในเวลาเดียวกัน น้องก็ไม่อยากให้ชาริน ซังเป็นกังวล...


                “เปล่าหรอก” ชริณตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะพลิกตัวหันหน้าไปหาเจ้าจิ้งจอกแล้ว แล้วลูบกลุ่มผมนุ่มของอีกฝ่ายแผ่วเบา


                 “งั้นจูบหน้าผากน้องหน่อย” เจ้าจิ้งจอกตัวเล็กว่า พร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้ชาริน ซังทันที ท่อนแขนเล็กตวัดกอดเอวหนาไปอย่างหลวม ๆ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ชาริน ซังได้จูบหน้าผากตัวเอง


                “เจ้าจิ้งจอกน้อย....”


                “...จ๋า”


                “พรุ่งนี้กลายร่างกลับคืนเป็นหมาจิ้งจอกแล้วไปหาสัตวแพทย์ด้วยกันนะ เราดูเองเราไม่รู้หรอกว่าจะท้องไม่ท้อง ให้คุณหมอเขาอัลตราซาวด์ดีกว่า” ชริณว่า


                 อย่างแรกที่ต้องรู้คือสรุปเจ้าจิ้งจอกน้อยตั้งครรภ์จริงหรือเขาวิตกกังวลไปเองกันแน่ ให้สัตวแพทย์ตรวจร่างกายให้ชัดเจนไปเลยดีกว่า ว่าเจ้าจิ้งจอกเป็นอะไรกันแน่ แต่ถึงแม้จะไม่พบความผิดปกติ ยังไงเสียเจ้าจิ้งจอกก็ต้องลองไปตรวจร่างกายกับคุณหมอรักษามนุษย์อีกครั้ง เพราะเจ้าจิ้งจอกเป็นได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ จะตรวจแค่อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้


                “อือ....” เจ้าจิ้งจอกน้อยครางรับ แต่ดวงตากลมโตเริ่มแสดงความหวั่นกลัวออกมาท่ามกลางความมืดของห้องนอน เมื่อชาริน ซังพูดถึงสัตวแพทย์


                 “คุณหมอเขาจะจับน้องฉีดยาอีกไหม” มนุษย์จิ้งจอกน้อยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น


                น้องไม่อยากโดนคุณหมอจับฉีดยาอีกแล้ว ครั้งแรกที่ได้ไปที่นั่น น้องจำไม่ลืมเลย แม้การรักษาของคุณหมอจะทำให้ร่างกายน้องแข็งแรงขึ้น ดีต่อตัวน้องก็จริง แต่น้องไม่ชอบอยู่ดี น้องไม่ชอบกลิ่นยา ไม่ชอบเข็มยาว ๆ ของคุณหมอ


                “ไม่ฉีดยาหรอก แค่ไปตรวจร่างกายเอง แบบเมื่อเช้าอาการไม่ปกติแล้วนะ เราไม่เคยเป็นด้วยนี่ ใช่ไหม?


                “ก็จริง...งั้นไปก็ได้ ชาริน ซังจะได้สบายใจด้วย”








               “เจ้าจิ้งจอกพร้อมไปกันยัง?


                แอ๊!


                นานมากแล้วที่ชริณไม่ได้ยินเสียงเจ้าจิ้งจอกร้อง พอได้ยินเสียงอีกครั้ง ทำให้ชริณถึงกลับหลุดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ตั้งแต่ตื่นมา เขาก็เห็นว่าเจ้าจิ้งจอกตัวเล็กกลับคืนสู่ร่างสัตว์ นอนจ้องเขาอยู่บนเตียงเดียวกัน เตรียมพร้อมจะไปพบคุณหมอแล้ว


                หลังจากทานข้าวเช้าและเทอาหารเม็ดให้เจ้าจิ้งจอกแดงได้กินเสร็จ ชริณก็หยิบกระเป๋าสำหรับหิ้วสัตว์ที่ซื้อมาตั้งแต่คราวนู้น รูดซิปเปิดแล้วตบเบา ๆ เป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายเข้ามานั่งในนี้ ซึ่งเจ้าจิ้งจอกตัวเล็กก็รู้งาน มันเดินนวยนาดยามปีนเข้ามานั่งในกระเป๋าหิ้วแต่โดยดี


                “จะพาไปแล้วนะ” เขาบอกจิ้งจอกน้อง ก่อนจะรูดซิปกระเป๋า ปิดประตูบ้าน พาอีกฝ่ายไปยังโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิดสี่ยิบสี่ชั่วโมง เพื่อให้คุณหมอได้ตรวจร่างกาย


                หนที่แล้วชริณแจ้งในใบประวัติการรักษาว่าเป็นเพศชาย แต่ครั้งนี้ชริณต้องประสบปัญหา เพราะเขากำลังเอาเจ้าจิ้งจอกแดงเพศชายมาอัลตราซาวด์หาลูก...


                “จะเอาสุนัขเพศชายมาอัลตราซาวด์หาการตั้งครรภ์เหรอคะ”


                “ครับ...คือเจ้าจิ้งจอกแดงตัวนี้ผมเองก็เพิ่งสังเกตว่าน้องมีสองเพศ มีช่องคลอดด้วย แล้วที่นี้ผมเคยเห็นว่าน้องมีอะไรกันกับหมาแถวบ้านน่ะครับ เลยอยากเอามาตรวจให้แน่ชัดว่าน้องท้องไหม”


                หมาแถวบ้านที่ไหนกันล่ะ ชริณนี่แหละที่เป็นคนทำ! เขาลงทุนว่าตัวเองว่าเป็นสุนัขแล้วนะ ได้โปรดขอให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสัตว์เห็นใจ อัลตราซาวด์เจ้าจิ้งจอกตามความต้องการของเขาเถอะ แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับทำสีหน้าที่ไม่ค่อยเชื่อชริณเท่าไรนัก


                “เถอะนะครับ ผมไม่สบายใจเลย”


                “ก็ได้ค่ะ งั้นขอแจ้งคุณหมอสักครู่นะคะ”


                “ขอบคุณมากครับ!


                ในที่สุดเจ้าจิ้งจอกก็ได้อัลตราซาวด์ตามความต้องการของชริณจนได้ เจ้าตัวเล็กมีความแตกตื่นเจ้าหน้าที่และคุณหมอประจำโรงพยาบาลเสร็จอยู่ไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ส่งเสียงโวยวายเหมือนหนก่อน ที่ฉีดยาไปแล้วแต่เพิ่งมาโวยวายทีหลัง หลังจากเจ้าจิ้งจอกน้อยอัลตราซาวด์เสร็จ ก็เป็นหน้าที่ของชริณที่ต้องไปฟังสัตวแพทย์อธิบาย


                “เพิ่งเคยเห็นจิ้งจอกมีสองเพศในร่างเดียวกัน...แปลกจังเลยนะคะ น้องมีช่องคลอดด้วย” สัตวแพทย์พูดพร้อมกับส่งยิ้มให้ชริณ ก่อนจะรับผลอัลตราซาวด์จากเจ้าหน้าที่มาอ่าน


                “ครับ....ผมก็เพิ่งมาสังเกตช่วงหลังนี่เอง” ชริณโกหกคำโตอีกครั้ง ภาวนาในใจขอให้อีกฝ่ายอย่าระแคะระคายหรือสงสัยอะไรเลย


                “ค่ะ....สรุปไม่พบการตั้งท้องของน้องนะคะ คือสรีระของน้องไม่ได้ผิดปกติเลยค่ะ อาจมีแค่ช่องคลอดทีผิดปกติ”


                “อะไรนะครับ? สรุป....น้องไม่มีมดลูกใช่ไหมครับ”


                “ใช่ค่ะ....แต่ถ้าสมมติว่าท้องจริง ช่วงหนึ่งถึงสามสัปดาห์แรกจะไม่รู้หรอกนะคะว่าท้องหรือเปล่า เพราะถ้าอัลตราซาวด์ก็คงไม่เห็นอะไร จะสามารถตรวจได้ตอนอายุครรภ์ครบสี่สัปดาห์นะคะ...”


                “แสดงว่าตอนนี้สามารถท้องและไม่ท้องได้ใช่ไหมครับ” ชริณถามต่อ เขาแอบใจชื้นขึ้นมาเล็ก ๆ แต่ก็แอบกังวลเช่นกัน หากเจ้าจิ้งจอกท้องไม่ได้ก็แสดงว่าจะเผ่าพันธุ์ของมันก็จะสูญพันธุ์น่ะสิ


                “ใช่ค่ะ แต่ว่าน้องไม่มีมดลูกนะคะ.... หมอไม่เคยเจอเคสแบบนี้เลยค่ะ” สัตวแพทย์สาวว่า “น้องอาจมีอาการอยากกินหญ้า ดูซึม ๆ ในช่วงตอนเช้า ซึ่งน่าจะเป็นความผิดปกติของร่างกาย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถ้าน้องไม่มีมดลูกก็คงท้องไม่ได้”


                “แล้วผมขอถามไหมครับ ว่าจิ้งจอกสามารถคลอดลูกได้มากสุดกี่ตัว” ชริณถาม


                “จิ้งจอกส่วนใหญ่จะคลอดลูกครั้งละสี่ถึงห้าตัวค่ะ ใช้เวลาตั้งท้องทั้งหมดแปดถึงเก้าสัปดาห์ค่ะ”


                “.....”


                “ถ้าน้องมีอาการผิดปกติ มากกว่าอาการซึม ๆ ก็สร้างให้มาตรวจร่างกายอีกได้นะคะ ว่าแต่ชริณ ซังมีอะไรสงสัยอีกไหมคะ?


                “ไม่แล้วครับ...ขอบคุณมากครับ”




 

                “น้องจะไม่มีมดลูกได้ยังไง น้องมั่นใจว่าตัวเองต้องท้อง!


                “ก็คุณหมอเขาหามดลูกไม่เจอ”


                “คุณหมอมั่ว! สัญชาตญาณบอกน้องว่าต้องท้อง!” เสียงตะโกนโวยวายดังลั่นบ้าน หลังชริณบอกกับเจ้าจิ้งจอกน้อยว่าอีกฝ่ายไม่มีโอกาสท้อง เพราะสัตวแพทย์หามดลูกไม่เจอ


                ฝั่งเจ้าจิ้งจอกน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบโวยวายไม่ยอมรับความจริง มั่นใจว่าตัวเองจะต้องท้องแน่ ทว่าหลักฐานอะไรกลับไม่มียืนยัน นอกจากบอกว่าสัญชาตญาณตัวเองบอกมา


                ชริณถึงกับถอนหายใจ อธิบายยังไงเจ้าจิ้งจอกน้อยก็ไม่ฟัง แล้วจะให้เขาทำยังไง สัตวแพทย์ว่าอย่างไร เขาก็ต้องเชื่อตามนั้น แถมฝั่งนั้นเองก็มีหลักฐานยืนยันด้วยว่าเจ้าจิ้งจอกไม่มีมดลูกจริง ๆ


                “งั้นไว้ท้องแล้วจะเชื่อล่ะกัน” ชริณเลือกที่จะพูดตัดบทเจ้าจิ้งจอกน้อย เพราะไม่อยากเถียงกับอีกฝ่าย แต่ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่ยอมเช่นกัน จะเอาชนะเขาให้ได้


                “หยุดเดินเดี๋ยวนี้นะชาริน ซัง! นี่ชาริน ซังไม่เชื่อน้องเหรอ” เจ้าจิ้งจอกว่าพร้อมกับคว้าแขนชาริน ซังที่กำลังเดินหนีเข้าห้องนอนไว้ทันควัน ในหัวของน้องมีแต่คำว่าทำไม ทำไม เต็มไปหมด น้องว่าคุณหมอมั่วแล้ว ทำไมน้องจะไม่มีมดลูกเล่า น้องมั่นใจมากว่าตัวเองต้องท้อง!


                “ไม่ใช่ไม่เชื่อ... แต่จะอธิบายยังไงในเมื่อคุณหมอเขาอัลตราซาวด์ให้แล้ว แต่ไม่เจอมดลูก จะเชื่อได้ยังไง” ชริณถามกลับบ้าง


                “ก็เชื่อสัญชาตญาณน้องไงเล่า!


                “เราเอาแต่ใจแล้วนะ ไว้อารมณ์ดีกว่านี้ เข้าใจอะไรง่าย ๆ ค่อยคุยกันอีกรอบ” ชริณว่าตัดบทอีกครั้ง ตั้งท่าจะเดินหนีเข้าห้องนอนอย่างเดียว ซึ่งเจ้ามนุษย์จิ้งจอกก็ไม่ได้คว้าแขนรั้งไว้อีกแล้ว กลับมาหัวเสียกับตัวเองแทน


                “น้องจะไม่ท้องได้ยังไง คุณหมอนั่นแหละมั่ว! ฮึ่ย!!


                กลายเป็นว่าหลังจากที่กลับมาจากโรงพยาบาลสัตว์เราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย จะเรียกว่าทะเลาะก็ไม่เชิง แต่ไม่คุยกัน ต่างคนต่างอยู่มากกว่า เจ้าจิ้งจอกอยู่ข้างนอก นอนดูโทรทัศน์ทั้ง ๆ ที่ดูเรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ส่วนชริณก็นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอน


                ตกดึกมา ยามปกติเจ้าจิ้งจอกน้อยมักจะออดอ้อนของจูบจากชริณเสมอ แต่วันนี้กลับนอนหันหน้าหนี ไม่พูดจาด้วย กลายเป็นเขาที่ต้องเขยิบตัวเข้าไปใกล้เสียเอง


                “ไม่ต้องเข้ามาใกล้น้องเลย น้องไม่อยากคุยด้วย” จังหวะที่กำลังตวัดแขนกอด เจ้าจิ้งจอกพูดขึ้นมาทันควัน ทำเอาท่อนแขนชริณชะงักกลางอากาศ


                “ก็ได้....แต่ไม่ง้อหรอกนะ” ชริณพูดอย่างวางฟอร์ม ไว้อีกฝ่ายอารมณ์ดีกว่านี้ ค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย


                “อือ!” เจ้าจิ้งจอกน้อยเองตอบกลับมาทันควัน ตั้งท่าจะไม่ยอมเหมือนกัน แม้ไม่มีมดลูก น้องก็มั่นใจว่าตัวเองต้องท้องกลายเป็นว่าคืนนี้เป็นคืนแรกที่เรานอนหันหลังให้กัน....


                เช้าวันใหม่เวียนมาถึงอีกครั้ง ชริณที่อยู่ในสภาพงัวเงีย คว้าสเปะสะปะ หมายจะดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามากกกอดไว้ตามความเคยชิน ทว่าคิ้วเข้มกลับต้องขมวด เมื่อเขาได้สัมผัสถึงอะไรบางอย่างที่เป็นก้อนขนนอนขดอยู่ข้างกาย ทำให้ชายหนุ่มต้องงัดเปลือกตาที่หนักอึ้งตัวเองขึ้นมา เพื่อพิสูจน์ความสงสัยของตัวเอง


                “เฮ้ย!” ชายหนุ่มอุทานเสียงหลง เมื่อเห็นว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยที่ควรจะเป็นมนุษย์กลับกลายร่างเป็นเจ้าจิ้งจอกน้อยเหมือนในวันวาน


                ฝั่งเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยที่กำลังสะลึมสะลือก็ตื่นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกอกตกใจของชริณ ก่อนจะไล่สายตามองเนื้อตัวของตนเองด้วยความประหลาดใจ หัวใจดวงน้อยถึงกับกระตุกวูบ ไม่เคยกลายร่างกลับจิ้งจอกทุกครั้งที่ได้นอนบนเตียงเดียวกับชาริน ซัง จึงพยายามหลับตาปี๋ตั้งจิตให้แน่วแน่ เพื่อที่จะได้กลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง ทว่าร่างกายกลับไม่เป็นอย่างที่ใจปรารถนาอีกแล้ว


                น้องกลายร่างกลับคืนเป็นมนุษย์ไม่ได้!


                แอ๊!!!!!!!!!








_____________________

สกรีมแท็ก #น้องจะตอบแทนพี่เอง

น้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง อีก4บทจบนะคะ 


ชี้แจงเรื่องการกินหญ้านะคะ เห็นคนคอมเมนต์ถามกัน

ไม่ใช่สุนัขจะกินหญ้าเฉพาะตอนต้องการจะสำรอกขนหรืออาหารนะคะ มีสาเหตุที่น้องจะกิน เช่นไม่สบายท้อง ,อยากกินเพราะอยากกินเฉยๆ, กินตามสัญชาตญาณ,กินเพราะต้องการแร่ธาตุ ไฟเบอร์ แบบนี้ค่ะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.449K ครั้ง

369 ความคิดเห็น

  1. #6027 Sea121 (@Sea121) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:59
    ชอบเสียงแอ๊!!!!ของน้องอ่ะ นึกภาพตามแล้วโคตรน่ารัก
    #6027
    0
  2. #6014 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 01:36
    แอ๊~~ ทำไมเป็นงี้ล่ะน้อง
    #6014
    0
  3. #5987 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:16
    แอ๊เลย5555555
    #5987
    0
  4. #5975 nannapas331 (@nannapas331) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 00:11
    เกิดอะไรขึ้นคะ....
    #5975
    0
  5. #5579 inunu (@inunu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 20:39
    น้องเป็นอะไร!! ทำไมกลายร่างไม่ได้ ฮือ
    #5579
    0
  6. #5436 plspeachh (@ppppjih) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 00:25
    พี่ยอมเป็นหมาแถวบ้านเลย5555 สุดมาก แล้วน้องเป็นอะไร ฮือ ทำไมกลายร่างเป็นคนไม่ได้
    #5436
    0
  7. #5209 กระรอกoneday (@stepme) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 00:11
    น้องเป็นอะไร!!
    พีาชริณถึงกับต้องเป็นหมาแถวบ้านเลยอ่ะ 5555
    #5209
    0
  8. #5183 somruethai1307 (@somruethai1307) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 16:52
    เอากับหมาแถวบ้าน โอยชริณ 555 น้องท้องไหใ
    #5183
    0
  9. #5171 PSTO (@PSTO) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 23:58
    หมาแถวบ้าน5555 น้องเป็นไรลูกกกอาจจะต้องไปตรวจในร่างมนุษย์รึป่าวถึงเจอเดาๆ
    #5171
    0
  10. #5100 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 12:13
    เกิดอะไรขึ้นกับน้อง!!!
    #5100
    0
  11. #5056 yayeff (@yayeff) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 22:13
    ลุ้นๆๆๆๆๆๆ
    #5056
    0
  12. #4877 ZilaHoOz (@fanda_gree) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 23:10
    น้องงงงงงง ลูกกกกกกก หนูท้องแล้วใช่มั้ยครับ คูมแม่จะได้เลี้ยงหลานแล้ว
    #4877
    0
  13. #4874 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 21:25
    รอคลอดถึงจะกลับร่างได้แน่เลย
    #4874
    0
  14. #4862 ออเฟียส (@ofious) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 14:26
    น้อง เป็นไรลูก
    #4862
    0
  15. #4764 kk lovely (@pmpke319) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 15:50
    เพราะน้องท้องแล้วหรือเปล่าเลยกลายร่างไม่ได้
    #4764
    0
  16. #4754 CcMΣW (@cute33cass) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 14:25
    น้องท้องแน่เลย ท้องเถอะ นะๆๆๆ
    #4754
    0
  17. #4693 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 23:28
    เป็นเคสที่แปลกมากเลยใช่มั้ยคะคุณหมอ 5555 เรานี่อยากให้ท้องจะตาย
    #4693
    0
  18. วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 16:23
    ให้น้องท้องเถอะ สงสารน้อง แงงงงงงงง น้องเหลือตัวเดียวแล้ว
    #4634
    0
  19. #4611 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 09:04
    น้องดื้ออีกแล้ว น้องเถียงน้องโวยวาย ชาริณซังไม่ได้ผิดอะไรและไม่รู้เรื่องเลย
    #4611
    0
  20. #4511 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 21:32
    !!!!!!!!!!!!
    #4511
    0
  21. #4373 จีวอนชิ':) (@view1410) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 20:10
    น้องงงงงงง
    #4373
    0
  22. #4356 NO_oPEN (@NO_oPEN) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 00:07
    เกิดอะไรขึ้นน
    #4356
    0
  23. #4107 flyfly111 (@TOEY_KCR) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 14:01
    ท้องใช่ไหม แต่ว่าจะต้องคลอดในร่างนี้สินะ
    #4107
    0
  24. #3739 ✿LucKY✿ (@nooluk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 09:14

    เกิดไรขึ้นกะน้องงง

    #3739
    0
  25. #3565 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 12:10
    ^......^
    #3565
    0