(END) Red fox น้องจะตอบแทนพี่เอง (Yaoi)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 255,310 Views

  • 6,043 Comments

  • 12,291 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    738

    Overall
    255,310

ตอนที่ 12 : บทที่11 : เจ็บนี้เท่ามดกัด (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2524 ครั้ง
    23 ก.ค. 61











11


                ความชุลมุนตกใจเกิดขึ้นในทันที เพราะไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ไม่สามารถกลายร่างกลับคืนเป็นมนุษย์ได้อีกครั้ง เมื่อไม่ได้ดั่งใจเจ้าจิ้งจอกก็เริ่มน้ำตาซึม พยายามแค่ไหนทุกอย่างก็ยังล้มเหลว


                ทำไม....ทำไมน้องกลายร่างไม่ได้?


                ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำใส ผิดหวังที่ทุกอย่างไม่ได้ดั่งใจตัวเอง ทำไมน้องถึงกลายร่างไม่ได้ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย


                “ไม่เอา ไม่ร้อง” ชริณลูบหัวเจ้าจิ้งจอกตัวน้อย พยายามเช็ดน้ำตาออกให้ หลังเขาเดินตามมันออกมาจากห้องนอน เจ้าจิ้งจอกพยายามหลับตาปี๋ เหมือนกำลังกลั้นใจอธิษฐานบางอย่างอยู่หลายหนแล้วก็เริ่มน้ำตาซึมออกมา


                “ฮึก...ก” ความเสียอกเสียใจของเจ้าจิ้งจอกน้อย ทำให้มันเลือกที่จะหันหน้าเข้ากำแพง ชริณเองก็ถึงกับไปไม่ถูก จึงทำได้แค่ลูบหัว คอยให้กำลังใจเท่านั้น


                เมื่อเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเจ้าจิ้งจอกน้อยก็ล้มตัวนอนกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก มีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด จนชริณอดห่วงไม่ได้ เพราะเจ้าจิ้งจอกน้อยไม่กินข้าวกินน้ำเลยตั้งแต่ตื่นมา


                “กินข้าวเร็ว” เขาเรียก พร้อมกับเคาะถาดข้าวเรียก


                “.....”


                “ไม่กินข้าวก็ต้องกินน้ำนะ” เขาว่าต่อเมื่อยังคงเห็นว่าเจ้าจิ้งจอกยังเงียบอยู่ ไม่ยอมขยับร่างกาย มีแต่มองหน้าชริณอย่างนิ่ง ๆ


                “เจ้าจิ้งจอก....” เขาเรียกมันอีกหน คราวนี้เจ้าจิ้งจอกถึงยอมลุกขึ้น เดินไปจิบน้ำพอเป็นพิธีไม่ให้ถูกบ่นไปมากกว่านี้แล้วกลับมาล้มตัวนอนต่อราวกับไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ทิ้งให้ชริณถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ


                ฝั่งเจ้าจิ้งจอกน้อย หลังชาริน ซังกลับเข้าไปในห้องนอนแล้วก็กลับมาเครียดเช่นเดิม...ความเครียดเริ่มกัดกินใจน้องอย่างช้า ๆ ตอนนี้ในหัวของน้องมีแต่คำว่าทำไม ทำไม อยู่เต็มไปหมด หากน้องไม่สามารถกลายร่างกลับคืนมนุษย์ได้ อยู่ในร่างนี้ตัวชีวิต เผ่าพันธุ์ของน้องจะสูญพันธ์ไปใช่ไหม...


                ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดมากขึ้นเท่านั้น หากน้องท้องไม่ได้ ก็แปลว่าภารกิจของน้องไม่สำเร็จ น้องไม่มีประโยชน์อะไร กลายคืนสู่สถานะจิ้งจอกแดงธรรมดา ๆ ตัวหนึ่ง.... แล้วต่อจากนี้ไปไม่มีภารกิจที่ต้องทำแล้ว ชาริณ ซังจะยังอยากอยู่กับน้องไหม?


                ฝั่งชริณเองเมื่อเห็นว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยไม่แตะต้องอาหารสักเม็ด เขาก็ลงทุนเข้าครัวอีกครั้ง เพื่อที่จะทำอาหารสำหรับหมา เผื่อเจ้าจิ้งจอกอาจเบื่อหน่ายอาหารเม็ดก็เป็นได้


                เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้กลับมาในร่างจิ้งจอกแดงอีกครั้ง มันเป็นความผิดพลาดหรือไม่เป็นสัญชาตญาณบางอย่างที่เจ้าจิ้งจอกอาจไม่เคยรู้ก็ได้ ชริณเองก็ไม่รู้จะช่วยเหลือยังไงเหมือนกัน พยายามลองค้นหาอ่านพวกตำนานเกี่ยวกับจิ้งจอกแดงอีกหลายหนแล้ว แต่ก็พบเพียงตำนานปิศาจจิ้งจอกเท่านั้น


                 เขาอยากลองหาทางช่วยเหลือ แต่ก็เหมือนมืดทั้งแปดด้าน พอ ๆ กับเจ้าจิ้งจอกที่ไม่รู้สาเหตุของเรื่องนี้เช่นกัน  ตอนนี้ชริณก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากคอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ ไม่ให้อีกฝ่ายคิดมากไปกว่านี้


                “เจ้าจิ้งจอก กินข้าวเร็ว” ชริณเรียกขานเจ้าหมาง่วงซึมอีกครั้ง เคาะถาดข้าวใบใหม่เพื่อเรียกให้เจ้าจิ้งจอกลุกมากินข้าวเสียดี ๆ


                วันนี้ชริณอุตส่าห์ทำสตูหมู อาหารสำหรับสุนัขที่เขาอุตส่าห์เปิดกูเกิ้ล หาวิธีมาจากอินเทอร์เน็ต มาทำให้อีกฝ่ายกิน เอาเนื้อหมูไม่ติดมัน แครอท ไข่ไก่ มันฝรั่งออกมาจากตู้เย็น ลงทุนปรุงรสจนกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวเชียว เจ้าจิ้งจอกไม่ต้องกินจนหมดถาดก็ได้ แต่เจ้าจิ้งจอกต้องกิน เดี๋ยวล้มป่วยขึ้นมาแล้วจะแย่เอา


                “มากินข้าวเร็ว ๆ อุตส่าห์ลุกมาทำให้กินเลยนะ” ชริณเรียกเจ้าจิ้งจอกอีกหน คราวนี้เขาใช้โทนน้ำเสียงเข้มขึ้นเพื่อให้คล้ายกับการออกคำสั่ง นั่นทำให้เจ้าจิ้งจอกยอมเดินมากินอาหารแต่โดยดี


                เพราะไม่ได้กินอะไรเลยตลอดทั้งวัน พอร่างกายได้กลิ่นอาหารหอมฉุยเข้าหน่อย กระเพาะเล็ก ๆ ก็ส่งเสียงร้องทันควัน ลิ้นยาวค่อย ๆ กินอย่างไม่รีบร้อน แต่ทว่าใช้เวลาเพียงไม่นานสตูหมูฝีมือชาริน ซังก็เคลื่อนย้ายไปอยู่ในกระเพาะเล็ก เหลือไว้แต่ถาดเปล่าให้ดูต่างหน้าแทน


                “เก่งมากเจ้าจิ้งจอก! ต้องยังงี้สิ” เมื่อเห็นว่าเจ้าจิ้งจอกจัดการสตูฝีมือเขาจนเกลี้ยงถาด ชริณก็รีบลูบหัวเพื่อให้รางวัล พอได้เห็นเจ้าจิ้งจอกกินอะไรลงท้องบ้าง เขาจะได้คลายความกังวลลงบ้างอย่างน้อยก็มีอะไรตกถึงท้องอีกฝ่าย


                ช่วงเวลาตั้งแต่เย็นจนถึงหัวค่ำ ชริณได้ให้เวลากับเจ้าจิ้งจอกน้อยไปเสียหมด ด้วยความที่ไม่อยากทิ้งมันอยู่กับตัวเองเพียงลำพัง กลัวจะฟุ้งซ่าน พูดกับใครก็ไม่ได้อีก เขาจึงจัดการอุ้มเจ้าจิ้งจอกแดงขึ้นมานั่งบนโซฟา ดูโทรทัศน์ด้วยกันเสียเลย ขณะที่กำลังดูรายการข่าวหัวค่ำ ชริณก็ลูบหัวมันไปหมด เขาอยากช่วยเหลือเจ้าจิ้งจอกน้อยจริง ๆ แต่เขาก็ไม่รู้จะช่วยยังไง


                กลายเป็นว่าช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ชริณใช้เวลาตะลึงไปกับเรื่องของเจ้าจิ้งจอกเป็นสิบรอบ นับตั้งแต่เช้าวันเสาร์กับอาการแปลก ๆ จนคล้ายว่าจะตั้งท้อง จนถึงวันอาทิตย์ที่จู่ ๆ ก็กลายร่างเป็นจิ้งจอกแดงเช่นเดิม มิหนำซ้ำยังกลายกลับคืนไม่ได้อีก ชริณจนปัญญากับเรื่องนี้จริง ๆ


                “อยากเข้าไปนอนด้วยกันไหม?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม หลังเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าเกือบสี่ทุ่มแล้ว พรุ่งนี้เขาต้องเข้าบริษัททำงานไปอีก จะลาอีกก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะไม่ได้โบนัสพักร้อน


                เจ้าจิ้งจอกน้อยได้มองหน้าชริณอย่างเงียบ ๆ ไม่พูดจาและไม่มีท่าทีจะลุกตามชริณเข้าห้องนอนมา ชายหนุ่มได้ถอนหายใจอย่างลำบากใจ สงสารก็สงสาร เรื่องเมื่อวานก็ยังไม่ปรับความเข้าใจกัน มีเรื่องนี้เข้ามาแทรกอีก


                เราสบตากันครู่หนึ่ง ดูเหมือนเจ้าจิ้งจอกน้อยของเขาจะมีข้อความมากมายที่อยากบอกให้ชริณได้รับรู้ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่พูด เล่าเรื่องราวผ่านสายตาเศร้า ๆ ออกมาเท่านั้น เพราะอยู่ในร่างสัตว์ พูดจาภาษามนุษย์ไม่ได้ ขีดกำจัดของร่างกายมันก็มี ทำอะไรก็ไม่เทียบเท่ากับตอนอยู่ในร่างมนุษย์อยู่แล้ว


                “งั้นถ้าอยากเข้ามานอนก็มานะ ประตูไม่ได้ล็อก” ชริณว่าสั้น ๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป ทิ้งให้เจ้าจิ้งจอกน้อยอยู่ข้างนอกเพียงลำพัง

 




                หากมีปาฏิหาริย์....ชริณก็อยากขอให้เจ้าจิ้งจอกกลายร่างกลับคืนเป็นมนุษย์ได้เหมือนเดิม....


            เช้าแห่งการไปทำงานก็เวียนมาถึงอีกจนได้ เป็นวันที่ชริณก็ไม่อยากตื่นมากที่สุด ข้างกายของเขาไร้เงาของเจ้าจิ้งจอก เป็นอันรู้กันว่าอีกฝ่ายไม่ได้เข้ามานอนในห้องทั้งคืน ชายหนุ่มจึงยืดเส้นยืดสาย ลุกขึ้นออกไปเช็กข้างนอก ภาวนาขอให้วันนี้สถานการณ์ทุกอย่างกลับคืนปกติ


                ทว่าทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม ไม่มีปาฏิหาริย์อะไรทั้งนั้น ภาพที่ชริณเห็นคือภาพของเจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟา ขดตัวเป็นวงกลม กกกอดตัวเองเอาไว้


                “เดี๋ยวจะรีบกลับมานะ ข้าว น้ำเตรียมไว้ให้พร้อมแล้ว ไม่ต้องเครียด ไม่ทิ้งหรอก”


                ก่อนจะออกไปทำงาน ชริณก็พูดคุยกับเจ้าจิ้งจอกอย่างเช่นทุกที เขาไม่รู้ว่าในตอนนี้ มันกำลังคิดเรื่องอะไรบ้าง ภายใต้แววตานิ่ง ๆ นั่น แต่ชริณต้องรีบบอกมันไว้ก่อนว่าจะไม่มีทางทิ้งเด็ดขาด เคยเอ่ยปากให้สัญญาอะไรไว้ เขาก็จะรักษาคำนั้น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนหรือสัตว์ก็ตาม...


                “ไปแล้วนะ ดูแลบ้านดี ๆ ด้วย”


                “.....” เจ้าจิ้งจอกน้อยไม่ได้ส่งเสียงร้องตอบกลับ หรือทำท่าทางร่าเริงอย่างเช่นทุกวัน แต่กลับมองหน้าชริณนิ่ง ๆ มอง...จนอีกฝ่ายอยู่ไกลสุดสายตา

 






                “สรุปไปบ้านชริณ ซังนะ สะดวกใช่ไหม”


                “บ—บ้านผมเหรอครับ”


                “อา...ไม่สะดวกงั้นเหรอ”


                “สะดวกครับหัวหน้า แต่ว่า....”


                “แต่ว่า?


                “ป—เปล่าหรอกครับ สามารถมาได้” สุดท้ายชริณก็เลือกที่จะไม่พูดออกไป เพราะหากพูดไป ทุกคนคงมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่เขากำลังเกรงใจเจ้าจิ้งจอก สภาพจิตใจและอารมณ์ของมัน คงไม่ได้อยู่สภาพพร้อมที่จะรับแขกเท่าไรนัก ขนาดตอนอยู่กับเขา หน้ายังไม่ค่อยอยากจะมองเลย


                “ไปได้แน่นะ”


                “ได้ครับ” ชริณยืนยัน


                “งั้นก็ตามนั้นแล้วกัน”


                “ครับ หัวหน้า”


                เหตุมันเกิดที่ว่าหัวหน้าแผนกเขาอยากจะเลี้ยงวันเกิดของเจ้าตัว ครั้นจะไปนั่งกินที่ร้านอาหารก็ไม่เหมาะเท่าไรนัก เพราะเราค่อนข้างเสียงดัง ขี้โวยวาย เวลาแอลกอฮอล์เข้าปาก จึงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของบริษัท จึงตัดสินใจหาบ้านใครสักคนกินเลี้ยงกันดีกว่า ปรากฏว่าหวยมาลงที่บ้านของชริณ เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ยังไม่มีครอบครัว บ้านอยู่ห่างไกลจากครัวเรือนอื่น


                มติเป็นเอกฉันท์ว่างานเลี้ยงวันเกิดของหัวหน้า จะใช้บ้านชริณเป็นสถานที่จัด ส่วนตัวเขาเองก็ไม่ได้หวงอะไร แต่มาติดตรงรู้สึกว่าเกรงใจเจ้าจิ้งจอกนี่แหละ ถึงได้ทำให้เขาหนักใจจนถึงตอนนี้


                “สรุปบ้านมึงได้แน่นะ” หลังจากที่เราแยกย้ายกันแล้ว เป็นอันเข้าใจว่าจะมาเจอกันที่บ้านของชริณหลังเลิกงาน เมฆก็เดินมาคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว อีกฝ่ายคงเดาจากสีหน้าชริณออกว่าเขากำลังมีเรื่องหนัก


                “ได้ ๆ”


                “สีหน้ามึง....”


                “กูก็แค่เกรงใจเขา”


                “อ๋อ...คนนั้นของมันอะนะ งั้นให้กูไปคุยกับหัวหน้าให้ใหม่ไหม เอาห้องกูก็ได้ แต่ให้เบาเสียงลงกว่าปกตินิดหน่อย” เมฆเสนอความคิด


                “ไม่เป็นไรหรอก เอาบ้านกูนี่แหละ”


                หลังจากเลิกงานเสร็จ ทุกคนที่จะมากินเลี้ยงในวันนี้ก็ต่างแยกย้ายแบ่งหน้าที่กันไป บางส่วนก็ไปซื้อของที่ทำกินกันวันนี้ ส่วนชริณเองก็ต้องรีบกลับบ้าน ไปเคลียร์พื้นที่ให้กว้างพอและบอกเจ้าจิ้งจอกด้วยว่าวันนี้มีแขกมาบ้าน เขาล่ะกลัวใจเหลือเกินว่ามันจะหงุดหงิด ไล่งับทุกคนเหมือนตอนที่ทำกับซากุระคราวนั้น


                ชริณมาถึงบ้านเร็วกว่าปกติ เมื่อเปิดประตู เจ้าจิ้งจอกก็มองเขาอย่างตื่น ๆ ดูเหมือนมันเองก็คงตกใจเหมือนกันที่เขากลับบ้านเร็ว เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่ชริณมองคือถาดข้าว ถาดน้ำของเจ้าจิ้งจอก มันพร่องไปแค่นิดเดียว เมื่อเช้าชริณใส่อาหารเม็ดให้จนพูนถาด


                “กินข้าวน้อยจัง” เขาว่าพร้อมกับเดินไปลูบหัวเจ้าจิ้งจอกน้อยอย่างเช่นทุกที


                “.....”


                “ยังไม่หายซึมอีกเหรอ ไม่ต้องเครียด ๆ” ยิ่งเห็นท่าทางซึม ๆ ของเจ้าจิ้งจอกน้อย ชริณก็ยิ่งสงสารเข้าไปใหญ่ ปกติเขาเคยชินที่อยู่กับความร่าเริงของเจ้าจิ้งจอกน้อย มากกว่าจะได้เห็นเช่นนี้ ยอมรับเลยว่าไม่ชิน


                “อืม...เจ้าจิ้งจอกวันนี้จะมีคนมาบ้านนะ อย่าไปกระโดดงับเขาอีกรู้ไหม แบบนั้นมันไม่น่ารักเลย” เมื่อนึกได้ว่าวันนี้กลับบ้านเร็วทำไม เขาก็รีบพูดคุยกับเจ้าจิ้งจอกทันที ต้องบอกก่อน ไม่รู้ว่ายามมันอยู่ในร่างจิ้งจอกจะรู้ทุกคำที่ชริณพูดไหม แต่เขาก็ต้องบอกมันไว้ก่อน


                เมื่อเห็นว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอะไรหรือแสดงความไม่พอใจอะไรออกมา ชริณก็ปลีกตัวไปล้างจาน เก็บข้าวของ เสื้อที่พาดไว้อยู่บนโซฟาให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนที่กลุ่มเพื่อนร่วมงาน ร่วมแผนกจะเดินทางมาถึง

 




                เฮ!!


                เสียงแก้วกระทบกันเคล้ากับเสียงเฮของเหล่าเพื่อนร่วมงาน เมื่อได้ฤกษ์งามยามดีชนแก้วกันเสียที งานนี้ไม่ได้มีแต่แผนกของชริณที่มาที่บ้าน แต่รวมไปถึงซากุระที่อยู่แผนกบัญชีก็มาร่วมงานด้วย เพราะสนิทชิดเชื้อกับเจ้าของวันเกิดอย่างหัวหน้า


                โชคดีที่บริษัทของชริณไม่ได้เคร่งครัดอะไรมากนัก หลังเลิกงานเราจะไม่มีการพูดเรื่องงานอีก เพื่อเพิ่มความเครียดให้กับใครคนใดคนหนึ่งอีก ทำงานคือทำเต็มที่ ตรงต่อเวลา เลิกงานปุ๊บทุกอย่างคือจบ นอกเวลางานคือการใช้ชีวิตส่วนตัว หัวหน้าแผนกชริณก็เป็นกันเอง ทำให้ยามเราอยู่ด้วยกัน ไม่มีใครเคอะเขิน ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ


                “กินกันเยอะ ๆ เลยนะทุกคน มื้อนี้ไม่อั้น มีของเต็มที่” หัวหน้าแผนกพูด


                “รับทราบครับ/รับทราบค่ะ”


                “ดื่มให้หมดแก้วสิชริณ คุง” คราวนี้หัวหน้าหันมาพูดกับชริณที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดและเป็นเจ้าของสถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์


                “ค..ครับ” ชริณรับปาก ก่อนจะยกแก้วสาเกดื่มจนหมดจอก


                ตอนนี้เหล่าพนักงานร่วมแผนกรวมถึงคนอื่นอยู่ในบ้านชริณห้าหกคน โชคดีที่บ้านเดี่ยวของเขาไม่ได้ใหญ่และแคบจนเกินไป ทำให้เราสามารถนั่งล้อมวงรอบโต๊ะญี่ปุ่นร่วมกันได้ไม่อึดอัดและหลาย ๆ คนเราก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว


                การเลี้ยงสังสรรค์ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันชริณก็เหลือบไปมองเจ้าจิ้งจอกที่กำลังนอนแนบไปกับพื้นบ้านเป็นระยะ ๆ ตั้งแต่เพื่อนทยอยเข้ามาบ้าน สิ่งเดียวที่ชริณปวดหัวมากที่สุดก็คือเรื่องราวระหว่างซากุระและเจ้าจิ้งจอกน้อย


                แม้ครั้งนี้เจ้าจิ้งจอกจะไม่ได้แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรกับซากุระ เพราะมัวแต่เศร้าเรื่องตัวเองอยุ่ แต่หญิงสาวก็แสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด จนชริณต้องพูดยืนยันว่าเจ้าจิ้งจอกคงไม่ได้ไม่ชอบหน้าเธอ มันก็แค่ไม่ชอบกลิ่นหอมที่ติดตัวหญิงสาวเท่านั้น แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไร พยายามจ้องเจ้าจิ้งจอกเป็นระยะ ๆ จนมันเลิกสนใจเรื่องของตัวเองและจ้องเธอตาไม่กะพริบแทน


                “อืม...เจ้าจิ้งจอกตัวนี้ชริณ คุงเลี้ยงมันมานานแล้วเหรอ” ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งดื่ม สนทนาอย่างออกรสชาติ หัวหน้าแผนกก็ชวนชริณพูดคุยต่อ


                “ไม่นานเท่าไรครับ ยังไม่ครบปีเลย” ชริณว่า


                “เป็นจิ้งจอกป่า?


                “ประมาณนั้นครับ ตอนผมเจอเจ้าจิ้งจอกครั้งแรก ผมเห็นมันกำลังคุ้ยขยะอยู่ ตัวของมันผอมกะหร่องมากเลย สงสารเลยหาอาหารให้กิน มันก็เลยมาอยู่ด้วยจนถึงตอนนี้นี่แหละครับ” ชริณว่า ย้อนกลับไปตอนที่เขาเจอเจ้าจิ้งจอกครั้งแรก มันน่าสงสารจริง ๆ ตัวที่ผอมกะหร่อง ผอมจนเห็นกระดูกซี่โครงชัดเจน ยังเป็นภาพติดตาชริณจนถึงทุกวันนี้


                “แล้วไม่กลัวเหรอ”


                “ครับ?


                “อ้าว...ชริณ คุงไม่เคยได้ยินตำนานปิศาจจิ้งจอกของญี่ปุ่นเหรอ น่ากลัวไม่หยอกนะ” หัวหน้าถามหน้ายิ้ม


                “อ๋อ...ผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้หรอกครับ” เขาโกหกคำโต....ใครว่าชริณไม่เชื่อเรื่องพวกนี้กันเล่า


                จริง ๆ ตอนแรกเขาก็ไม่เชื่ออะไรพวกนี้หรอก แต่พอเจ้าจิ้งจอกน้อยแสดงสิ่งที่เหนือธรรมชาติให้เห็นเป็นขวัญตา ทำให้ชริณรู้เลยว่าสิ่งที่ไม่เห็นใช่ว่ามันจะไม่มี...


                งานเลี้ยงมีเริ่มก็ต้องมีเลิกรา พรุ่งนี้ยังเป็นวันปกติที่เราต้องไปทำงานกัน ทำให้เราทั้งหมดจะอยู่ดึกกันไม่ได้ เมื่อได้เวลาที่พอเหมาะแล้ว ไม่ถือว่าดึกมาก ทุกคนก็พร้อมใจกันจะกลับบ้าน แต่ก่อนที่จะไป บางคนก็ขอใช้ห้องน้ำก่อน ซึ่งชริณก็ไม่มีปัญหาอะไร


                “ชาริน ซังคะ”


                “ครับ?” ชริณหันไปตามเสียงเรียกของซากุระ


                “ขอใช้ห้องน้ำในห้องนอนได้ไหมคะ พอดีข้างนอกไม่ว่าง” หญิงสาวว่าพร้อมกับปรายตามองห้องน้ำข้างนอก เพื่อยืนยันว่ามันไม่ว่างจริง ๆ


                “อ๋อ ได้ครับ เข้าไปในห้องนอนจะอยู่ทางซ้ายมือนะครับ”


                “ขอบคุณมากค่ะ” ซากุระว่าเพียงสั้น ๆ ก่อนจะเข้าไปห้องนอนชริณ เพื่อไปให้ห้องน้ำอย่างที่เจ้าตัวบอก


                “ชริณ...เขาอยู่ไหนวะ” หลังจากพูดคุยกับซากุระแล้ว ชริณก็หันมาคุยกับเจ้าเมฆต่อ อีกฝ่ายเอ่ยถามเขาพร้อมกับชะโงกหน้ามองนั่นนี่ไปเรื่อย ราวกับว่ากำลังจับผิดกัน


                “เขาไหน?” ชริณทำหน้างง


                “ก็แฟนมึงไงเล่า”


                “อะไรของมึงเนี่ย อยากเจอขนาดนั้นเชียว”


                “ก็เออสิวะ กูหวังลึก ๆ นะเนี่ยว่าวันนี้จะได้เจอกัน”


                “เขา....ก็มีครอบครัวของเขาไหมวะ เวลาส่วนตัวของเขา จะให้อยู่กับกูตลอดเวลาเลยหรือไง” วันนี้ชริณโกหกไปนับครั้งไม่ถ้วน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบาปหนาเหลือเกิน ครั้นจะชี้เจ้าจิ้งจอกที่นอนสิ้นอาลัยตายอยากอยู่มุมบ้านแล้วว่านี่คือคนรัก ก็กลัวว่าเพื่อนจะเป็นลมไปเสียก่อน


                “เสียดาย โอกาสจะมาบ้านมึงก็ไม่ได้มีบ่อย ๆ”


                “เออน่า ครั้งหน้ายังไม่สาย ไม่เลิกง่าย ๆ หรอก” ชริณว่า


                “เออ ๆ งั้นกูกลับล่ะ เจอกันที่ทำงานมึง”


                “เออ กลับบ้านดี ๆ นะเว้ย”


                “รับทราบ” ชริณโบกมือลาเพื่อนสนิท ในที่สุดก็ส่งแขกคนสุดท้ายกลับบ้านเสียที


                “อ้าวซากุระ ซัง” นึกว่าส่งทุกคนกลับบ้านหมดแล้ว ทว่าพอหันกลับเข้ามา ชริณก็เห็นซากุระกำลังยืนมองเขาอยู่พอดี เขาลืมเสียสนิทว่าเธอขอเข้าห้องน้ำในห้องนอนเขา


                “ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ ฉันบังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างคุณและเมฆ ซังเข้าพอดร ว่าแต่ว่าชาริน ซัง.... มีคนรักแล้วเหรอคะ” หญิงสาวพูดอย่างไม่อ้อมค้อม ทั้งบ้านมีแค่เขาและเธอ และเจ้าจิ้งจอกตัวป่วนที่บัดนี้กำลังซากุระตาเขม็ง


                “...ครับ” ชริณตอบกลับอย่างไม่เต็มเสียงนัก


                “เมื่อไรเหรอคะ ชริณไม่ได้ชอบฉันหรอกเหรอคะ” หญิงสาวถามต่อในทันที นั่นทำให้ชริณถึงกับเงียบ อย่างที่เจ้าเมฆว่าจริง ๆ ด้วย ซากุระรู้ว่าเขาแอบมีใจให้เธอ แอบมีใจให้...ทั้ง ๆ ที่เธอมีคนรักอยู่แล้ว


                “เพราะแบบนี้ใช่ไหมคะ คุณถึงพยายามห่างจากฉัน”


                “คุณมีแฟนแล้วนะครับ พูดแบบนี้ไม่เหมาะหรอก” เขาว่า บรรยากาศระหว่างเรา เริ่มกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ


                “งั้นลองจูบฉันหน่อยค่ะ ฉันอยากพิสูจน์ว่าใจคุณยังเต้นแรงกับฉันอยู่ไหม”


                “ซากุระ ซังผมว่าคุณเมาแล้วนะครับ”


                “ไม่ค่ะ ฉันมีสติดี... ชาริน ซังเองก็ชอบฉันไม่ใช่เหรอคะหรือที่ผ่านมา ฉันเข้าใจผิดไปเอง”


                “.....”


                “ช่วยลองจูบฉันหน่อยค่ะ สักครั้งหนึ่งก็ยังดี”


                “คุณมีแฟนแล้วนะครับ” ชริณพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ ดูเหมือนตอนนี้เธอเองก็ไม่ค่อยมีสติเท่าไรนัก ส่วนเขาเองก็พยายามคิดว่าจะสรรหาคำไหนให้เธอออกจากบ้านไป โดยไม่ทำให้รู้สึกเสียหน้าและพรุ่งนี้เรายังร่วมงานกันได้ดี


                “ตอนนี้ฉันใกล้เลิกกับแฟนแล้วนะคะ...” ซากุระโพล่งออกมา พลางถือวิสาสะจับคางชริณให้หันมาสบตาเธอดี ๆ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย


                “ไม่ดีใจเหรอคะ ฉันเองก็รู้สึกดีกับคุณเหมือนกัน”


                “......”


                “ตอนนี้มีแค่เราอยู่กันสองคน ทุกคนก็กลับไปหมดแล้วด้วย จูบฉันหน่อยได้ไหมคะ ฉันสัญญาว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา” หญิงสาวยังไม่ละความพยายามที่จะให้ชริณทำตามที่เธอปรารถนา


                “ไม่ครั—“ จังหวะที่ชริณก็กำลังเอ่ยปากปฏิเสธอีกครั้ง ซากุระก็อาศัยทีเผลอประกบปากจูบเขาอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ไม่กี่วินาที ชริณก็ตั้งสติ ผลักเธอออกทันควัน


                ซากุระจูบเขาต่อหน้าเจ้าจิ้งจอก!


                “อย่าทำแบบนี้อีกเลยนะครับ ซากุระ ซัง ผมยังอยากรักษาความสัมพันธ์ดี ๆ กับคุณไว้อยู่....” ชริณว่า “ต่อให้ผมชอบคุณมาก ต่อให้คุณจะเลิกกับแฟนแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะง่าย ๆ นะครับ มันต้องใช้เวลา”


                “.....”


                “ที่คุณเคยถามว่าผมชอบคุณเหรอ ใช่ครับ....ผมเคยชอบคุณ รู้สึกดีกับคุณ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว”


                “.....”


                “อย่าเปลี่ยนจากความรู้สึกดีของผม เป็นความรู้สึกแย่เลยนะครับ ผมไม่อยากมองคุณไม่ดี นี่ก็เริ่มดึกแล้ว กลับบ้านเถอะครับ เดี๋ยวครอบครัวจะเป็นห่วงเอา” ชริณว่าด้วยประโยคยาวเหยียด เขาขีดเส้นระหว่างเธออย่างชัดเจน ตอนนี้มันชัดเจนแล้วว่าเขาไม่ได้ใจเต้นแรงกับซากุระอีกต่อไป แม้เราจะเพิ่งจูบกันเสร็จก็ตาม


                ฝั่งเจ้าจ้องจิ้งจอกน้อย มองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างช็อค ๆ แม้จะเข้าใจว่าชาริน ซังเองก็ไม่ได้อยากจูบกับผู้หญิงคนนั้น แต่น้องก็ยังตกใจอยู่ไหน น้องใช้เวลาตั้งนานกว่าจะได้รับจูบหวาน ๆ จากชาริน ซัง แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน จู่ ๆ ก็มาคว้าคอชาริน ซังไปจูบแบบนั้น


                รู้ตัวอีกทีดวงตากลมโตก็เริ่มคลอไปด้วยน้ำใสอีกครั้ง เจ็บใจที่ตัวเองทำได้แค่นั่งมองและส่งเสียงร้องประท้วง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจเพราะเป็นแค่สัตว์


                “มันไม่มีอะไรนะ” หลังซากุระออกพ้นประตูไปแล้ว ชริณก็รีบมาคุยกับเจ้าจิ้งจอกทันที ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่เขารู้แค่ว่าตัวเองต้องรีบอธิบายว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ เขาเองก็ตกใจไม่น้อยเหมือนกัน ไม่คิดว่าซากุระจะกล้าทำแบบนั้น


                ฝั่งเจ้าจิ้งจอกเองก็เหมือนยังตกใจอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมเดินเข้ามาใกล้ชริณแล้วเอาหัวซุกอก พยายามเอาเนื้อตัวถูไถ หวังจะให้ชริณกอด


                “ไปนอนแล้วนะ ห้องไม่ได้ล็อก” ทุกอย่างจบลงที่ชริณกอดเจ้าจิ้งจอกเอาไว้ จนรู้สึกว่ามันดีขึ้น เขาถึงกลับเข้าห้องนอนและไม่ได้ล็อกประตูห้องเหมือนอีกเช่นเคย เผื่อเจ้าจิ้งจอกน้อยอยากจะมานอนด้วย


                ฝั่งเจ้าจิ้งจอกน้อยเมื่อได้รับคำปลอบโยนทั้งเรื่องเมื่อกี้และเรื่องที่ตัวเองยังแปลงร่างกลับคืนเป็นมนุษย์ไม่ได้ น้องก็รู้สึกว่าตัวเองมีพลังบวกมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น....บางอย่างก็ค่อย ๆ แจ่มแจ้งเช่นกัน พอมาคิด ๆ ดูแล้ว บางทีสัญชาตญาณน้องอาจจะผิดพลาด บางทีน้องอาจจะไม่ท้องก็ได้ เพราะน้องไม่มีมดลูก ธรรมชาติจึงให้น้องกลายร่างไม่ได้


                กลับคืนสู่สถานะจิ้งจอกแดงธรรมดา ๆ ตัวหนึ่ง


                นั่นเท่ากับทุกอย่างเคยทำมา สูญเปล่าหมดเลย ไม่ว่าเป็นความสัมพันธ์กับชริณ หรืออะไรต่าง ๆ นานาที่เคยมี ภาพบางอย่างที่เคยเลือนราง เริ่มกระจ่างชัดขึ้นมา เมื่อเห็นมุมมองของสัตว์เลี้ยง


                ยังไงเสียก็ไม่ได้เคียงข้างกับชาริน ซังหรอก เพราะน้องเป็นแค่สัตว์….


                น้องรู้สถานะของตัวเองดี...น้องรู้ว่าตัวเองไม่ใช่....ใครจะอยากได้เมียเป็นตัวประหลาดกัน น้องมันก็แค่ตัวประหลาดอย่างที่ชาริน ซังเคยว่าไว้นั่นแหละและตอนนี้ก็กลายเป็นเจ้าจิ้งจอกแดงธรรมดา ๆ แล้ว น้องทนไม่ได้หรอก หากต้องเห็นชาริน ซังใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น


                น้องมันโลภ...พอได้อยู่กับชาริน ซังแล้ว ก็อยากใช้ชีวิตร่วมกับเขานาน ๆ  ทั้ง ๆ ที่เป็นไปไม่ได้ เคยให้สัญญาเขาไว้ตั้งแต่คราวนู้น น้องก็ต้องรักษาสัญญาเหมือนที่ชาริน ซังเคยบอกไว้เช่นกัน


                 ต่อให้ท้องก็ต้องไปอยู่ดี  ยิ่งตอนนี้กลับคืนร่างไม่ได้ มิหนำซ้ำยังไม่ท้องอีก แล้วน้องจะอยู่ไปทำไม ทำไมไม่กลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง น้องจำคำพูดที่เคยให้ไว้กับชาริน ซังได้ น้องต้องรักษาสัญญา...


                น้องต้องไป ก่อนที่ทุกอย่างจะถลำลึกไปกว่านี้.... เมื่อคิดได้เช่นนั้น ดวงตากลมโตก็มองไปรอบ ๆ บ้าน เพื่อหาช่องทางในการหลบหนี จะใช้ประตูอีกก็ไม่ได้ เพราะน้องไม่สามารถกลายร่างได้ ไม่มีมือเปิดลูกบิด มีแต่เท้าหน้าเท่านั้น หาช่องทางอยู่นาน ก่อนที่สายตาของเจ้าจิ้งจอกน้อยจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าต่างครัวที่ชาริน ซังเปิดแง้ม ๆ ไปเพื่อระบายอากาศ


                มาก็มาแต่ตัว....พอจะไปก็ต้องไปแต่ตัว...









___________________

สกรีมแท็ก #น้องจะตอบแทนพี่เอง

อีก 3 บทจบ ฮึบๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.524K ครั้ง

392 ความคิดเห็น

  1. #6040 myecrmisTen (@SirithanapornS) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 18:22
    ยัยน้องอย่าไปปปปป
    #6040
    0
  2. #6015 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 01:48
    น้องงงง อย่าไปลูก กลับมาก่อนนน
    ยัยซากุระนี่ก็นะ หมันไส้เบอร์แรงมาก
    #6015
    0
  3. #5988 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:25
    น้องงงงงงง
    #5988
    0
  4. #5976 nannapas331 (@nannapas331) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 00:22
    สงสารเลยคะเกิดอะไรขึ้นกะน้องคะ
    #5976
    0
  5. #5942 Kspcy612 (@pcyd2) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 01:58
    สงสารน้อง
    #5942
    0
  6. #5933 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 14:07
    นว้องงงง หนูลูกกอย่าไปป ถามพี่เขาก่อนน
    #5933
    0
  7. #5905 zerkep1 (@zerkep1) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 15:59
    ฮือออน้อง
    #5905
    0
  8. #5580 inunu (@inunu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 20:57
    น้องงงงงง ฮือ สงสาร
    #5580
    0
  9. #5555 Khunmedsai (@Khunmedsai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 18:10
    ร้องไห้แล้ว น้องงงงง
    #5555
    0
  10. #5549 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 17:15
    อ้าว น้องอย่าไปลูก..
    #5549
    0
  11. #5512 mmmr2545 (@mmmr2545) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 11:50
    แงงงงง
    #5512
    0
  12. #5458 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 15:39
    น้องงง กลับมาก่อน
    #5458
    0
  13. #5437 plspeachh (@ppppjih) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 00:33
    อ้าว น้องลูก ;-;
    #5437
    0
  14. #5216 chachayuchun (@chachayuchun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 06:36
    สงสารน้องง
    #5216
    0
  15. #5210 กระรอกoneday (@stepme) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 00:19
    จะร้องแล้วนะ
    น้องอย่าออกไปลูก มันโหดร้าย
    #5210
    0
  16. #5184 somruethai1307 (@somruethai1307) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 17:04
    สงสารน้อง
    #5184
    0
  17. #5173 PSTO (@PSTO) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 00:17
    ทำไมเจ็บใจ น้องงงงตัดพ้อฮืออไปหาคุนหมาป่า
    #5173
    0
  18. #5101 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 12:20
    โถ่น้องงง
    #5101
    0
  19. #5057 yayeff (@yayeff) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 22:36
    จะร้องไห้แล้ววว ฮรืออน้องงงงง
    #5057
    0
  20. #4875 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 21:49
    น้องงงอย่าไป ข้างนอกมันโหดร้ายน้องจะอยู่ยังไง
    #4875
    0
  21. #4863 ออเฟียส (@ofious) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 14:33
    สงสารน้อง พี่หมาป่าจะมาช่วยน้องมั้ย
    #4863
    0
  22. #4766 kk lovely (@pmpke319) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 16:00
    ฮือออออน้องอย่าไปเลยนะ ชารินซังตื่นก่อนน้องจะหนีไปแล้ว
    #4766
    0
  23. #4756 CcMΣW (@cute33cass) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 14:37
    โอย จะร้องไปกับน้อง
    #4756
    0
  24. #4740 wsjoom (@wsjoom) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 00:04
    ร้องไห้แล้ววว น้องงงงค่ะโอ๋ๆๆน๊าาา อย่าคิดมากซี้ //ฮื่ออออินหนักเลย
    #4740
    0
  25. #4713 metonnum (@metonnum) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 11:38
    สงสารน้องอ่ะ ;-;
    #4713
    0