(END) Red fox น้องจะตอบแทนพี่เอง (Yaoi)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 255,408 Views

  • 6,043 Comments

  • 12,289 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    836

    Overall
    255,408

ตอนที่ 14 : บทที่13 : น้องจะท้องไม่ท้อง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2609 ครั้ง
    28 ก.ค. 61









13


เพราะชาริน ซังปกป้องน้องด้วยชีวิตของตัวเอง น้องก็เลยยิ่งรักชาริน ซังมากขึ้นไปอีก...


                การหนีออกจากบ้านของน้องไม่สำเร็จ เพราะน้องไม่ความสุข จิตใจพะวักพะวนห่วงแต่ชาริน ซัง สุดท้ายจึงยอมกลับมาเป็นก้อนขนให้ชาริน ซังได้เลี้ยงเหมือนเดิม


                เมื่อเวลาผ่านไป.... เจ้าจิ้งจอกน้อยก็เริ่มทำใจได้แล้วว่าตัวเองอาจไม่มีทางได้กลับคืนร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง ตลอดชีวิตนี้ แม้จะเสียใจอยู่ไม่น้อย ต้องมองชาริน ซังในมุมมองของสัตว์เลี้ยง แต่จะให้น้องทิ้งชาริน ซังอีกครั้งก็ไม่ได้ สุดท้ายจึงต้องทำใจยอมรับสภาพของตัวเองที่ต้องเผชิญ เพราะน้องเลือกไม่ได้จริง ๆ ธรรมชาติทั้งนั้นที่เป็นฝ่ายเลือกว่าน้องจะเป็นแบบไหน


                แอ๊!


                เสียงร้องของเจ้าจิ้งจอกน้อยดังขึ้นทันควัน หลังถูกชาริน ซังกลั่นแกล้งโดยการบีบบั้นท้าย กาลเวลาผ่านไปพวงหางที่ถูกน้ำร้อนลวกคราวนั้น โดยน้ำมือของมนุษย์ใจร้าย ก็กลับมางดงามเช่นเดิม หางสวยโบกสะบัดไปมาตามอารมณ์ของเจ้าตัว และกำลังบ่งบอกว่าเจ้าสัตว์สี่เท้าอยู่ในหมวดอารมณ์ดี


                เจ้าจิ้งจอกน้อยงับเข้าที่นิ้วของชริณเบา ๆ เหมือนจะประท้วงให้ชริณเลิกแกล้งเสียที ทำเอาชายหนุ่มถึงกับหลุดหัวเราะออกมา เปลี่ยนจากการบีบบั้นท้ายเป็นมาลูบหัวแทนแล้วอุ้มมันขึ้นมานอนบนตัก


                เจ้าจิ้งจอกน้อยกลับมาอยู่บ้านเราได้เกือบเดือนแล้ว หลังจากที่เราเพิ่งผ่านเหตุการณ์เสียดตายมาด้วยกันมาหมาด ๆ จนถึงตอนนี้ชริณก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมหมาป่าตัวนั้นถึงเลือกที่จะไม่ทำร้ายเราสองคน แต่ที่แน่ ๆ นับตั้งแต่วันนั้น เขาก็สั่งห้ามไม่ให้เจ้าจิ้งจอกน้อยไปเที่ยวเล่นป่าหลังบ้านเป็นอันขาด เพราะมันอันตรายเกินไป เจ้าจิ้งจอกก็ตัวกระจ้อยร่อยเท่านี้ รู้ว่าสู้ยิบตาแน่ แต่สู้ใครเขาไม่ได้หรอก


                แถมเจ้าจิ้งจอกแบบนี้มีตัวเดียวด้วย หากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าตัว ชริณจะทำยังไง


                ดวงตากลมโตสีเดียวกับขน สบประสานกับสายตาของชริณ จากตอนแรกที่เจ้าจิ้งจอกขัดขืน ไม่ยอมนอนบนตักของเขาดี ๆ แล้วเป็นหงายท้องขึ้นอย่างให้ท่า เป็นอันเข้าใจตรงกันว่ามันต้องการจะให้ชริณเล่นกับพุงมัน


                “อ้วนขึ้นนะเนี่ย” ชริณว่าเพียงสั้น ๆ


                เมื่อเขารู้สึกว่าหน้าท้องของเจ้าจิ้งจอกขยายใหญ่ขึ้น ดูจนอดนึกถึงวันที่เราเจอกันแรก ๆ ไม่ได้ อย่างที่เคยเล่า...มันตัวเล็กกว่าจิ้งจอกทั่วไป แถมยังผอมโซมาก ๆ อีก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เจ้าจิ้งจอกถูกชริณดูแลดีจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเก่า จากที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะฟัดพุงให้หนำใจ หายมันเขี้ยว กลับกลายเป็นว่าชริณเลือกที่จะลูบท้องแทนเท่านั้น


                ฝั่งเจ้าจิ้งจอกเอง เมื่อถูกชริณลูบหัวลูบหางเข้าหน่อย ก็ถึงกับหลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม น้องชอบสัมผัสอ่อนโยนจากชาริน ซังมากที่สุด การได้เป็นสัตว์เลี้ยงของชาริน ซังก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องหาอาหารเอง ไม่คิดวิตกว่าจะกินอะไรดี กิน ๆ นอน ๆ มีหน้าที่เฝ้าบ้าน ทำให้ชาริน ซังยิ้ม สร้างความสุขให้ก็พอแล้ว


                แต่ลึก ๆ ก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน น้องเองก็คิดถึงช่วงเวลาที่เราทำลูกด้วยกัน....


            “เอ๋...คือจะท้อง?” จู่ ๆ ชริณก็พูดออกมา หลังลูบคลำท้องของเจ้าจิ้งจอกอยู่นานสองนาน เขารู้สึกว่ามันผิดปกติจริง ๆ ดูเหมือนในภายใต้พุงโต ๆ นี้มีอะไรมากกว่าไขมันหรือความอ้วน


                “แต่แกก็ไม่มีมดลูกนี่นา” ชริณพึมพำกับตัวเองกับตนเองอีกหนอย่างสับสน


                 เขาเรียนวิทยาศาสตร์มา ของพวกนี้เป็นเรื่องพื้นฐาน หากไม่มีมดลูกก็ท้องไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เคยเป็นฝ่ายเถียงกับเจ้าจิ้งจอกว่าอีกฝ่ายไม่มีทางท้องแน่ กลับกลายเป็นเขาเสียเองที่วิตกกังวล ส่วนฝ่ายที่เถียงขาดใจว่าท้องแน่นอน กลับหลับตาพริ้มนอนบนตักเขา โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

               




                “ไปทำงานแล้วนะ ดูแลบ้าน ๆ ดี เข้าใจ๊”


                ก่อนจะออกไปทำงาน ชริณก็พูดกับเจ้าจิ้งจอกน้อยอย่างเช่นทุกวัน ชายหนุ่มลูบหัวลูบหางมันพอเป็นพิธี ส่วนเจ้าจิ้งจอกน้อยก็หลับตาพริ้มรับสัมผัสแต่โดยดี มันเป็นแบบนี้จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันส่วนหนึ่งของเราไปเสียแล้ว ที่เจ้าจิ้งจอกจะมาส่งเขาไปทำงาน ส่วนชริณก็จะบอกให้มันเฝ้าบ้านดี 

   

             เมื่อตรวจตราว่าตัวเองจะไม่ได้ลืมอะไรไว้ที่บ้าน ก็ได้เวลาที่ชริณจะเข้าบริษัทเสียที ก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มมองภาพเจ้าจิ้งจอกน้อยจ้องเขาตาแป๋วเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปิดประตูสนิทลง


                ประตูบ้านถูกปิดลงไปแล้ว…. เจ้าจิ้งจอกน้อยก็กลับมาหงอยเหมือนเดิมอย่างไม่ผิดเพี้ยน ชาริน ซังเป็นสังคมเดียวของน้องที่มีอยู่  พออีกฝ่ายต้องไปทำงาน น้องก็ไม่มีเพื่อนเล่น


                คราวนี้น้องไม่มีเพื่อนจริง ๆ คุณหมาป่า ผู้เคยมีพระคุณกับน้อง จนน้องอยากเป็นมิตรสหายด้วย ก็เลิกนับเป็นเพื่อนกัน ตั้งแต่อีกฝ่ายคิดจะทำร้ายชาริน ซังมิหนำซ้ำอีกฝ่ายยังขัดขว้างไม่ให้น้องวิ่งมาหาชาริน ซังอีก มันน่าโมโหนัก!


                น้องไม่เข้าใจสิ่งที่คุณหมาป่าทำ อีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ การที่น้องเจอคุณหมาป่าในเขตของมนุษย์แปลว่าอะไร ไม่ใช่เพราะคุณหมาป่าก็คลุกคลีกับมนุษย์เหมือนน้องหรอกเหรอ


                แต่ไม่ว่าจะยังไง นับตั้งแต่วันนั้น เมื่อชาริน ซังรู้ว่าหลังบ้านมีหมาป่า เขาก็สั่งห้ามไม่ให้น้องไปเล่นป่าหลังบ้านอีก เพราะอันตรายเกินไป หากอยากวิ่งเล่นก็ให้เล่นอยู่แถวหน้าบ้านแทน เพราะยังพอมีมนุษย์ผ่านไปมาบ้างประปรายและจะสามารถออกไปเล่นได้ ก็ต่อเมื่อชาริน ซังอยู่บ้านเท่านั้น


                พอไม่ได้อะไรทำ น้องก็นอนฟุบกับพื้น เฝ้าอยู่หน้าประตูเปิด จ้องมองลูกบิดรอเวลาที่ชาริน ซังจะกลับบ้านลูกเดียว น้องติดชาริน ซังมากจริง ๆ หลังจากที่เราผ่านเรื่องเสียดตายมาด้วยกัน จากที่เทิดทูนชาริน ซังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  คราวนี้ยิ่งเทิดทูนขึ้นไปอีก


                 เพราะไม่ใช่น้องที่รักกันชาริน ซัง แต่อีกฝ่ายก็เช่นกัน ถึงได้ปกป้องน้องด้วยชีวิตของตัวเองแบบนั้น


                หลังผ่านเหตุการณ์เสียดตายมาด้วยกัน ทำให้เราเข้าใจอะไรกันมากขึ้น ถึงแม้ชาริน ซังจะไม่เข้าใจภาษาน้อง แต่น้องก็รู้สึกได้เลยว่าชาริน ซังใส่ใจน้องมากขึ้น


                ในขณะที่กำลังใช้เวลาทั้งวันของตัวเอง เพื่อรอให้ชาริน ซังกลับบ้านอยู่นั้น เจ้าจิ้งจอกก็หายใจฮึดฮัดอย่างอึดอัดเป็นระยะ ๆ รู้สึกได้เลยว่าช่วงนี้ตัวเองอ้วนขึ้น หนักพุงอย่างเดียว จากที่ชอบนอนฟุบกับพื้น จ้องมองลูกบิดประตู รอให้ชาริน ซังกลับบ้าน เจ้าจิ้งจอกน้อยก็เปลี่ยนเป็นนอนหงายท้องแทน เพราะเริ่มรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่สะดวก


                หรือเพราะว่าน้องไม่ได้ออกวิ่งนานเลยทำให้อ้วน? เจ้าจิ้งจอกน้อยสันนิษฐานเกี่ยวกับสรีระของตนเอง





 


                อุ้ย....อุ้ย อะไรขยับอยู่ในท้องน้อง!


                ขณะที่กำลังนอนหงายท้องอยู่นั้น เจ้าตัวเล็กที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ถึงกับนิ่งไปเมื่อรับรู้ได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังขยับ เคลื่อนไหวอยู่ในท้องตัวเอง เพียงเท่านั้นเจ้าจิ้งจอกก็รีบลุกขึ้นทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งไปส่องกระจกแต่งตัวในห้องนอนของชาริน ซัง เพื่อที่จะได้มองเห็นสรีระตัวเองอย่างชัด ๆ


                เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายน้อง!?


                เจ้าจิ้งจอกน้อยจ้องตัวเองในกระจกนานนับนาที พักหลังมานี้น้องรู้สึกเลยว่าตัวเองอ้วนขึ้นจากเมื่อก่อนมาก น้องกินจุ กินบ่อยมากขึ้น กลายเป็นว่าตอนนี้น้องชื่นชอบการกินอาหารพอ ๆ กับการได้คลอเคลียชาริน ซังหลังกลับมาจากทำงานเลย


                อุ้ย...แล้วทำไมนมน้องตั้งเต้าด้วย!


            เจ้าจิ้งจอกน้อยที่กำลังสังเกตตัวเองอยู่ในกระจก ถึงกับต้องมองสรีระตัวเองอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดแต่อย่างใด ร่างกายของน้องผิดปกติไปหลายอย่าง ตั้งแต่สรีระที่ดูอ้วนท้วม รวมถึงหัวนมที่มาลักษณะใหญ่ขึ้น คล้ายจะตั้งเต้าด้วย


                หรือว่าน้องกำลังตั้งท้อง?


            หนึ่งในข้อสันนิษฐานเกิดขึ้นมาในใจของเจ้าจิ้งจอกทันที เป็นข้อสันนิษฐานที่น้องอยากให้เป็นจริงมากที่สุด ตอนแรกความหวังเสี้ยวเล็ก ๆ ที่คิดว่าตัวเองจะตั้งท้องถูกดับไปแล้ว เพราะอยู่ในร่างนี้ ไหนจะเหตุผลที่ชาริน ซังเคยกล่าวอ้าง จนเราทะเลาะกันใหญ่โตอีก แต่พอได้เห็นสรีระของตัวเองที่เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ นับตั้งแต่วันที่น้องกลับเข้ามาในบ้านหลังนี้ น้องเองก็อยากลองเชื่อสัญชาตญาณตัวเองอีกสักครั้ง


                น้องว่าน้องท้องแน่ ๆ !


                ในตอนนี้ความรู้สึกของเจ้าจิ้งจอกน้อยคลุมเครือ เหมือนจะดีใจก็ดีใจไม่สุด เพราะอะไรก็ไม่แน่นอน ขนาดตอนไหนมั่นใจว่าตัวเองท้อง พอให้คุณหมอตรวจยังไม่เจอมดลูกเลย นั่นจึงทำให้น้องไม่มั่นใจว่าตัวเองจะท้องด้วย ตามประสาคนที่ผิดหวังหนก่อน



                แต่ถ้าน้องไม่ท้องแล้วอะไรที่กำลังดิ้นอยู่ในท้องน้องกัน?


                ปกติก็รอให้ชาริน ซังกลับมาอย่างใจจดใจจ่ออยู่แล้ว พอมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง น้องก็ยิ่งอยากให้ชาริน ซังรีบกลับบ้านเร็วมากขึ้นไปอีก ดวงตากลมโตจ้องมองลูกบิดประตูบ้านตาไม่กะพริบ เพราะใกล้เวลาที่ชาริน ซังจะกลับบ้านมาแล้ว


                คอยดูนะ....ถ้าชาริน ซังกลับมาถึงบ้านปุ๊บ น้องจะรีบฟ้องทันทีว่าในร่างกายน้อง มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง!

           


            แกร๊ก!


            แอ๊ ๆๆๆๆ! เมื่อเสียงลูกบิดดังขึ้น ประตูบ้านถูกเปิดออก แล้วจิ้งจอกน้อยก็รีบส่งเสียงเพื่อฟ้องชาริน ซังยกใหญ่ว่ามีตัวดิ้น ๆ ในท้องตัวเอง นมตั้งเต้าแล้ว ทว่าเสียงที่ถูกส่งออกมา เป็นเพียงแค่เสียงร้องแอ๊ ๆ เหมือนอย่างเช่นทุกที ทำเอาเจ้าสัตว์เล็กถึงหัวเสียไม่น้อยและดูเหมือนชริณเองก็ไม่เข้าใจที่น้องจะสื่อสาร


                ฝั่งชริณเองเมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง หลังเปิดประตูเข้ามาก็เห็นเจ้าจิ้งจอกรอเขาอยู่ประตูพอดี ชายหนุ่มส่งยิ้มให้กับมัน หลังอีกฝ่ายบ่นใหญ่เลยว่าเขากลับบ้านช้า


                ….ใช่ไหม?


            “กลับบ้านช้านิดเดียวเอง....อืม ช้าไปสิบนาที ถึงกับบ่นใหญ่เลยเหรอ” ชริณถามหน้ายิ้ม


                แอ๊ ๆๆๆๆ!


                “มาเถอะเจ้าจิ้งจอก วันนี้ฉันจะทำสตูไก่ให้กิน ของโปรดนี่นา...” ชริณว่าที่เขากลับบ้านช้ากว่าปกติ เพราะแวะไปห้างสรรพสินค้า ซื้อของสดเข้าตู้เย็นและหาซื้อวัตถุดิบมาทำสตูไก่ให้เจ้าจิ้งจอกกินนั่นแหละ ฝั่งเจ้าจิ้งจอกน้อยก็ถึงกับหัวเสีย รู้เหมือนชาริน ซังจะไม่เข้าใจน้อง


                ตอนนี้น้องไม่ได้อยากกินข้าวสักหน่อย ทำไมชาริน ซังไม่เข้าใจ!


            หลังจากเขาเอาของสดเข้าตู้เย็นเรียบร้อยแล้ว ชริณก็เริ่มทำสตูไก่อย่างที่พูดไว้ เขาสังเกตมาสักระยะแล้วว่าเจ้าจิ้งจอกมักจะชอบกินสตูหมู สตูไก่สำหรับสัตว์มากเป็นพิเศษ เพราะทุกครั้งที่ชริณทำให้กิน มันมักจะฟาดเรียบ แทบไม่เหลือเศษให้ติดจาน


                นับตั้งแต่เหตุการณ์ตอนมันหายเข้าไปในป่า ชริณก็ถึงความสำคัญของเจ้าจิ้งจอกมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าแล้วก็นึกขำตัวเองเหมือนกัน ตอนแรกที่เขาย้ายมาอยู่ที่นี่ ต้องแอบเจ้าจิ้งจอกไปทำงานทุกครั้ง กลัวยิ่งกว่าผี ไม่อยากให้มันเข้าใกล้ด้วยประการทั้งปวง แต่พอเวลาผ่านไป สุดท้ายก็เป็นเขาเสียเองที่ขาดเจ้าจิ้งจอกไม่ได้


                ถึงจะเอ็นดูเจ้าจิ้งจอกน้อยในร่างสุนัขมากเพียงใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชริณก็คิดถึงเจ้าจิ้งจอกน้อยในร่างมนุษย์เช่นกัน ได้กอดก้อนขนนุ่มนิ่มมันก็ดี แต่เขาคิดถึงร่างกายอุ่น ๆ ผิวนุ่มนิ่มของเจ้าจิ้งจอกในร่างมนุษย์มากกว่า ชริณเพิ่งรู้ว่าตัวเองแพ้พวกขี้อ้อน ซึ่งเจ้าจิ้งจอกเองก็เหมือนจะรู้งาน เล่นอ้อนเขาเช้าเย็น จนในที่สุดชริณก็ไม่ไปไหนไม่รอด


                “กินเยอะ ๆ นะ” หลังจากพักสตูไก่ให้มันเย็น จนสัตว์สามารถกินได้แล้ว ชริณก็เทมันลงถาดข้าวเพื่อให้เจ้าจิ้งจอกได้กินเป็นอาหารเย็น ทว่าคราวนี้เจ้าจิ้งจอกน้อยกลับทำเป็นเมินเฉยไม่สนใจอาหาร มีแต่จะเล่นกับเขา


                แอ๊ ๆๆๆๆ! ฝั่งเจ้าจิ้งจอกเองก็ยังคงไม่ละความพยายาม จะฟ้องชาริน ซังให้รับรู้สิ่งที่ตัวเองจะสื่อให้ได้


                “อย่าเพิ่งเล่นสิ กินข้าวก่อน” ทว่าชาริน ซังกลับไม่เข้าใจอย่างที่น้องจะสื่อ แต่กลับเข้าใจว่าน้องอยากเล่นด้วย มิหนำซ้ำยังเอ็ดน้องอีก มันน่านัก!


                “กินเสร็จก่อนนะ ค่อยมาเล่นกัน วันนี้มีเวลาอีกตั้งเยอะ” ชริณว่าเพียงสั้น ๆ ก่อนจะลุกขึ้น ไปจัดการทำอาหารมื้อเย็นของตัวเองกินบ้าน ฝั่งเจ้าจิ้งจอกน้อยจึงทำได้แค่มองตามแผ่นหลังกว้างเท่านั้น ส่งเสียงฟ้องยังไง ชาริน ซังก็ไม่สนใจจะหันกลับมาฟัง


                น้องจะทำยังไงให้ชาริน ซังเข้าใจในที่สิ่งที่น้องจะสื่อ...




 

            ผ่านไปวันแล้ววันเล่า ชาริน ซังก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่น้องจะสื่อเสียที กลับเข้าใจไปว่าน้องเป็นจิ้งจอกขี้บ่น เพียงเพราะเจ้าของกลับบ้านช้า ซึ่งมันไม่ใช่สักหน่อย! แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าจิ้งจอกน้อยก็พยายามบอกสิ่งที่ตัวเองจะสื่ออย่างไม่ย่อท้อ แข่งกับเวลา เพราะหน้าท้องของน้องก็เริ่มใหญ่ขึ้นทุกวัน


                ชาริน ซังคงไม่เคยสังเกตเห็นหรอก มีแต่น้องนี่ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองทุกวัน!


            ทุกอย่างเริ่มชัดเจนขึ้น จนน้องมั่นใจยิ่งกว่าอะไรแล้วว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตั้งครรภ์ จากที่รู้สึกเหมือนมีอะไรถีบท้องทุกช่วงเช้า พอเวลาผ่านไปมาเกือบสัปดาห์การถีบท้องของเจ้าตัวเล็กก็ถี่มากขึ้น มีแต่น้องที่รับรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยและดูเหมือนไม่ถึงสัปดาห์ก็ใกล้จะถึงเวลาคลอดของตัวเองแล้ว


                จริง ๆ พอใกล้คลอดก็ไม่ควรเคลื่อนไหว เพราะยิ่งใกล้วันมากเท่าไร ลูกทั้งหลายตัวก็ยิ่งดิ้นบ่อยขึ้นเท่านั้น แต่เจ้าจิ้งจอกน้อยที่กำลังท้องโตในทุก ๆ วัน ยังต้องเคลื่อนไหวอยู่ เพราะต้องที่แอบคลอดของตัวเอง


                หลังจากที่ชาริน ซังออกไปทำงานแล้ว เจ้าจิ้งจอกน้อยก็เริ่มสำรวจรอบ ๆ บ้าน มองหาซอกหลีบ หมายจะให้เป็นสถานที่คลอดลูกตามสัญชาตญาณ ครั้นจะรอให้ชาริน ซังตาบื้อรู้ตัวว่าน้องกำลังตั้งท้อง ก็คงไม่ได้คลอดลูกกันพอดี      ดวงตากลมโตสำรวจไปรอบ ๆ บ้านชาริน ซัง นอกจากจะต้องแอบให้รอดพ้นจากอันตรายแล้ว ที่ยังต้องกว้างพอให้แม่จิ้งจอกท้องแก่เข้าไปคลอดลูกได้ด้วย มันสำรวจรอบบ้าน หามุมเหมาะ ๆ อยู่นานสองนาน จนกระทั่งพบกับมุมที่พอเหมาะพอดี นั่นก็คือซอกตู้เสื้อผ้าแคบ ๆ ในห้องนอนของชาริน ซัง มันกว้างพอให้แม่หมาเข้าไปทำคลอด


                ที่ตรงนี้แหละที่น้องจะใช้คลอดลูก


            ฝั่งชริณเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเจ้าจิ้งจอกน้อย ในเวลาพักเที่ยงเขาก็ค้นอินเทอร์เน็ต อ่านบทความเกี่ยวกับเจ้าจิ้งจอก เพื่อศึกษาดูข้อมูลเกี่ยวกับมัน เผื่อเขาจะรู้ว่าทำไมมันถึงมีพฤติกรรมที่แปลกไป แต่ข้อมูลก็ไม่ได้มีมากมายนัก เพราะจิ้งจอกเป็นสัตว์ป่า เลี้ยงให้เชื่องยาก หากไม่ได้เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มนุษย์ไม่นิยมเลี้ยงกัน หากไม่ใช่สายพันธุ์ที่น่ารักน่าชังจริง ๆ


                “มันเป็นอะไรของมันนะ” ชริณพึมพำ ขณะที่ค้นอินเทอร์เน็ตไปด้วย


                จนแล้วจนเล่าชริณก็ยังหาสาเหตุพฤติกรรมที่แปลกไปของเจ้าจิ้งจอกไม่ได้ เขาจึงทำได้แค่เล่นกับมันบ่อย ๆ บางครั้งเขาก็กลับบ้านช้าเพราะเรื่องงาน มีการทำโอทีล่วงเวลา นี่อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เจ้าจิ้งจอกมีพฤติกรรมแปลกไปก็ได้


                “เจ้าจิ้งจอกอยู่ไหน?” เป็นอีกครั้งที่ชริณตื่นมาแล้วไม่พบเจ้าจิ้งจอก คราวนี้เขาเริ่มใจคอไม่ดีตั้งแต่มองไม่เห็นมัน เพราะกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครั้ง เพราะพักหลังมานี้ เจ้าจิ้งจอกมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ไหนเขาจะตีความท่าทางของมันไม่ค่อยออกอีก


                พอไม่เห็นเจ้าจิ้งจอกจริง ๆ อาการสะลึมสะลือ ไม่อยากลุกจากที่นอนในตอนแรกก็หายไปเป็นปลิดทิ้งทันที เมื่อเขาไม่เจอเจ้าจิ้งจอกจริง ๆ ชริณรีบลุกออกจากผ้าห่ม แล้วเดินหาไปทั่วบ้านพร้อมกับเรียกชื่อเจ้าจิ้งจอกน้อยเป็นระยะ ๆ


                 “เจ้าจิ้งจอกอยู่ไหน” ชริณส่งเสียงเรียก ขณะที่เขาก็ตรงไปตู้เสื้อ ตั้งใจจะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลองออกไปหาข้างนอกดู เผื่อเจ้าจิ้งจอกจะแอบออกไปเล่นหน้าบ้านคลายเครียด


                กุก ๆ กัก ๆ!         


                เสียงกุกกักอยู่หลังตู้เสื้อผ้าทำให้ชริณที่กำลังจะออกจากห้องนอน ถึงกับชะงักไป คิ้วเข้มถึงขมวด หันมองตามต้นเสียงในทันที


                 นึกสงสัยว่าตัวเองอะไรเข้าไปอยู่หลังตู้เสื้อผ้าเขา ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยไปมากกว่านี้ เขาค่อย ๆ ย่องไปมองแถวหลังตู้เสื้อผ้าตัวเองอย่างเบาเสียง แล้วค่อย ๆ ใช้มือดึงตู้เสื้อผ้าขนาดกลางออกอย่างช้า ๆ ก่อนที่ชริณจะได้สบประสานสายตากับดวงตาที่คุ้นเคย พร้อมกับเจ้าสิ่งเล็ก ๆ สี่ตัวกำลังส่งเสียงครางงึมงำ ขณะที่กำลังซุกตัวเข้าหาความอบอุ่น


                “ลูกหมา...ล—ลูกเรา....งั้นเหรอ” นั่นคือคำเดียวที่ชริณนึกได้


                เขาถึงกับไปไม่ถูก มองดูเจ้าก้อนขนสี่ตัวกำลังซุกเข้าหาไออุ่นเจ้าจิ้งจอกน้อยที่เขากำลังจะตามหา ทุกอย่างกระจ่างชัดในทันที เพราะเจ้าจิ้งจอกกำลังตั้งท้องใช่ไหม ถึงได้ทำให้อีกฝ่ายมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป


                ไอ้ชริณโง่เอ้ย! ทำไมไม่รู้ว่าเจ้าจิ้งจอกกำลังตั้งท้อง! เขาได้แต่สบถด่าตัวเองในใจ ชัดเจนเลย ไม่ต้องถามว่าใครเป็นพ่อของเด็ก ชริณนี่แหละที่ทำเจ้าจิ้งจอกน้องท้องป่อง


                จู่ ๆ เขาก็ได้เป็นพ่อของสิ่งมีชีวิตแบบไม่ได้ตั้งตัว.... ชริณกำลังมีลูกเป็นจิ้งจอก!


            ฝั่งเจ้าจิ้งจอกน้อย เมื่อเห็นว่าชริณรับรู้แล้วก็ถึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดน้องก็ทำภารกิจสำเร็จ! น้องรู้แล้วว่าทำไมสองเดือนก่อนตัวเองถึงกลับคืนร่างเป็นจิ้งจอก ไม่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ เพราะน้องกำลังตั้งท้องอยู่นี่เอง


                ดวงตากลมโตมองมือหนาของชาริน ซังค่อย ๆ จับลูกของเราที่เพิ่งคลอดหมาด ๆ ออกไปจากซอกตู้เสื้อผ้าที่มีแต่เศษฝุ่น เพื่อไปทำความสะอาดให้ เมื่อลูกน้อยออกไปหมดแล้ว เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ค่อย ๆ มุดออกมาจากซอกตู้เสื้อผ้าบ้าง ก่อนจะเริ่มหลับตาลง ตั้งสติแล้วลองกลายร่างอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าทุกอย่างน่าจะเป็นอย่างที่ตนคิดไว้จริง ๆ


                ดวงตากลมโตเริ่มเบิกกว้าง หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรง เพราะในที่สุดน้องก็กลายร่างกลับคืนเป็นมนุษย์จนได้!


                “ชาริน ซัง” เจ้าจิ้งจอกน้อยในร่างเปลือยเปล่าเรียกชื่อชาริน ซังด้วยความดีอกดีใจ พอ ๆ กับคนที่เพิ่งได้เป็นพ่อเด็กป้ายแดง ถึงกับมองค้างอย่างตกตะลึง หลังได้เห็นเจ้าจิ้งจอกน้อยในร่างมนุษย์อีกครั้ง


                นี่มันดีเกินไปแล้ว เขาได้ทั้งลูกแถมเจ้าจิ้งจอกยังสามารถกลายร่างกลับคืนเป็นมนุษย์ได้อีก!


                “เย้! น้องกลายร่างกลับคืนได้แล้ว” เพียงรู้ว่าตัวเองทำภารกิจและสามารถกลับคืนร่างมนุษย์ได้อย่างสำเร็จ เจ้าจิ้งจอกน้อยก็กระโดดลวดเต้นอย่างดีอกดีใจไปรอบ ๆ ห้องนอนทันที แต่ก็เต้นได้ไม่แรงเท่าไรนัก เพราะเพิ่งผ่านการคลอดลูกไปไม่ถึงหนึ่งวัน


                “อ้าว ๆ เบา ๆหน่อย” ชริณที่กำลังใช้ทิชชู่เช็ดตัวเจ้าลูกหมาที่เขรอะฝุ่นทั้งหลาย ถึงกับต้องหันไปเอ็ดคุณแม่จิ้งจอกป้ายแดงที่กำลังเต้นไปมารอบห้องอย่างดีอกดีใจ เขาดีใจที่เจ้าจิ้งจอกกลับคืนร่างมนุษย์ได้ แต่ชริณจะรับมือยังไงกับเหล่าลูกหมาทั้งสี่ตัวนี่ดี!


                ตอนนี้ชริณรู้สึกมึน ๆ งง ๆ อย่างบอกไม่ถูก เขาดีใจกับเจ้าจิ้งจอกที่ทุกอย่างกำลังจะกลับเป็นเหมือนเดิม แต่ในขณะเดียวกันเขาต้องคอยเช็ดคราบอะไรต่อมิอะไรออกจากตัวลูกสุนัข ซึ่งเป็นเหล่าลูก ๆ ของเขาด้วย...

 




                ชีวิตชริณชักจะหรรษาเกินไปแล้ว! มีเมียเป็นมนุษย์จิ้งจอกไม่พอ ยังมีลูกเป็นมนุษย์จิ้งจอกอีก!


                แม้จะตั้งรับการเป็นคุณพ่อลูกสี่แบบไม่ทันได้เตรียมใจอะไรเลย แต่ชริณก็คิดว่าเขาจัดการปัญหาทุกอย่างได้ดี หลังจากที่ชายหนุ่มจัดการทำความสะอาดตัวเจ้าลูกหมาทั้งหลายเรียบร้อยแล้ว ชริณก็ปล่อยให้คนเป็นแม่เริ่มดูแลลูกบ้าง โดยการทำความสะอาดเลียขน ให้นมตามที่สัตว์จะทำกัน


                ทว่ายังไม่ทันไร ชริณก็เริ่มมองเห็นปัญหาเสียแล้วเมื่อเต้านมของเจ้าจิ้งจอกไม่เพียงพอต่อลูกน้อย เพราะเจ้าจิ้งจอกมีเพียงแค่สองเต้า แต่ลูกออกมากลับมีถึงสี่ตัว ตอนนี้ปัญหาอาจยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่หลังจากนี้หากไม่รีบแก้ปัญหาที่กำลังส่อเค้าลาง คงได้เป็นเรื่องใหญ่แน่


                เหมือนทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นใหม่ เราทั้งคู่ต่างไม่มีใครมีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูก


                ชริณยืนมองดูเจ้าจิ้งจอกน้อยที่กลายร่างกลับคืนเป็นแม่จิ้งจอกให้นมลูกอย่างเงียบ ๆ ในขณะเดียวกันในหัวของเขาก็กำลังคิดเรื่องราวอีกแปดร้อยเรื่อง


                แม้ตอนนี้ลูกที่ออกมาจะเป็นแค่เจ้าลูกหมาตัวเล็ก ๆ แต่ในภายภาคหน้าเจ้าลูกหมาพวกนี้คงจะเป็นแบบเจ้ามนุษย์จิ้งจอกแน่ ดังนั้นเขาจะต้องมองหาที่อยู่ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม เพื่อรองรับสมาชิกตัวน้อย ๆ และชริณยังต้องศึกษาเกี่ยวกับพวกนมผง สำหรับอนุบาลสัตว์แรกเกิดอีกด้วย เพราะลำพังอาศัยน้ำนมจากแม่อย่างเดียวก็ไม่พอหรอก


                หลังจากนี้ล่ะ เขาควรจะทำยังไงต่อ โทรบอกเจ้าเพื่อนรักดีไหมว่ามีลูกแล้ว หรือควรจะโทรแจ้งข่าวให้พ่อแม่ที่เมืองไทยรับทราบว่าท่านทั้งสองกำลังจะมีหลาน มีหลาย ๆ อย่างที่ชริณต้องจัดการหลังจากนี้ ไม่ใช่มีลูกกับเจ้าจิ้งจอกแล้วทุกอย่างจะจบ ชริณไม่ยอมให้อีกฝ่ายพาลูกกลับเข้าป่า เหมือนคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้แน่ ๆ


                ชายหนุ่มพอมีเงินเก็บไว้อยู่อีกบัญชีหนึ่ง มันมากพอที่จะไปหาเช่าบ้านที่กว้างกว่าเดิมตามจำนวนสมาชิก อันดับแรกชริณต้องจัดการเรื่องแม่กับเจ้าลูก ๆ ทั้งหลายให้เรียบร้อยก่อน ค่อยแจ้งข่าวให้คนอื่นได้ทราบว่าเขากำลังจะมีครอบครัว

 



                “เราจะตั้งชื่อลูกว่าอะไรดี” ชริณเอ่ยถามความคิดเห็นเจ้าจิ้งจอกน้อย พลางมองเจ้าลูกหมาสี่ตัวกำลังนอนกอดก่ายให้ความอบอุ่นกันและกันเหมือนเจ้าก้อนขนขนาดยักษ์


                “ไม่เห็นจะยากเลย ก็เรียกว่าน้อง น้อง น้องและก็น้องไง” เจ้าจิ้งจอกน้อยพูดอย่างไม่ต้องคิด


                “ได้ที่ไหนกันเล่า แล้วทีนี้เราจะเรียกตัวเองว่าอะไร” ชริณถาม


                “ก็น้องเหมือนกัน” เจ้าจิ้งจอกน้อยพูดพลางส่งยิ้มหยีให้ชริณ


                “ไม่แล้วน้องมั้งเนี่ย เป็นเมียแล้ว เมียเต็มรูปแบบเลย” ท้ายประโยคชายหนุ่มพึมพำเสียงแผ่ว ไม่ได้ตั้งใจให้เจ้าจิ้งจอกได้ยิน

           

               “เมียงั้นเหรอ...ชอบจัง” เจ้าจิ้งจอกว่า “งั้นต่อจากนี้ ชาริน ซังเรียกน้องว่าเมียนะ”


                …..


                “นะชาริน ซัง”


                “ก็อยู่แล้ว นายเองก็ต้องเรียกฉันว่าสามีเหมือนกัน” ชริณว่าพร้อมกับหันไปสบตาคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กันอย่างขลาดเขิน ซึ่งอาการแบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นกันง่าย ๆ “ก็คิดจะไม่ปล่อยให้ไปไหนอยู่แล้ว”


                ฝั่งคนฟังก็ถึงกับอมยิ้ม อาการอยากงอน เพราะชาริน ซังคนบื๊อไม่รู้ว่าน้องกำลังตั้งครรภ์หายไปเป็นปลิดทิ้ง เมื่อได้ยินคำพูดหวาน ๆ ที่ไม่มีคำว่ารัก หลุดมาจากปากอีกฝ่าย ดวงตากลมโตฉายความอบอุ่นออกมา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ตอนเช้าน้องยังปวดท้องคลอดอยู่เลย พอตอนเย็นมาน้องได้มายืนมองลูก ๆ ทั้งสี่ตัวข้างชาริน ซังเสียแล้ว


                ดวงตากลมโตไล่สายตามองลูกน้อยในร่างลูกสุนัขทุกตัว ลูกจะเป็นเหมือนน้องนี่แหละ ตอนเด็ก ๆ ก็จะยังเป็นลูกสุนัขอยู่ พอโตขึ้นก็จะกลายร่างแบบน้องได้ อยากให้ลูกโตเร็ว ๆ จัง น้องจะได้ไม่ต้องเหงาอีกแล้ว.....


                “แล้วเวลาจัดการอะไรหลาย ๆ อย่างก่อนนะ แล้วจะพาย้ายไปอยู่บ้านที่กว้างกว่าเดิม” ชริณว่า


                “…..


                “ลืมเรื่องที่ตัวเองเคยบอกว่าพอได้ลูกแล้วจะกลับเข้าป่า หายไปจากชีวิตฉันซะ…. เพราะฉันไม่อนุญาต”


                “…..


                “ไหน ๆ เรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้ว เรามาสร้างครอบครัวกันเถอะ!







______________

สกรีมแท็ก #น้องจะตอบแทนพี่เอง

น้องจิ้งจอกจะจบแล้วว 


เปิดบทความคุณหมาป่าแล้วนะคะ

คลิก







แฮชแท็ก #คุณหมาป่าของผม ใครว่าง ๆ อยากอ่านแล้ว อยากกดดันนักเขียนหรือเดาพล็อตนิยาย ใครจะเป็นนายเอกบลาๆ เข้าไปเล่นแท็ก ลงอิมเมจคุณหมาป่าหล่อๆ ในดวงใจไว้ได้เลยนะคะ จะตามไปรีทวิต ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านมากๆนะคะ รักมากค่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.609K ครั้ง

411 ความคิดเห็น

  1. #6029 Sea121 (@Sea121) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:07
    โอ๊ยยยบยย ลูกต้องน่ารักแน่ๆ เอ็นดูวววววววววววว
    #6029
    0
  2. #6017 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 02:11
    ต้องเป็นครอบครัวที่หรรษามากแน่ๆ5555555 ว่าแต่จะบอกคนทั่วไปยังไงล่ะเนี่ย
    #6017
    0
  3. #5990 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:37
    คุณหมาป่าาาาา
    #5990
    0
  4. #5935 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 14:25
    แงงงง น้องงงพี่ดีใจจ
    #5935
    0
  5. #5914 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 11:28
    เสียดตาย? ไรท์หมายถึงเฉียดตายรึเปล่าคะ เรางงๆอะ555
    #5914
    0
  6. #5911 โมอาน่า (@21candy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 15:22
    งื้อ น้อง ใจพี่บอบบางไปหมด
    #5911
    0
  7. #5582 inunu (@inunu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:40
    คุณพ่อลูกสี่ ไม่ธรรมดานะชารินซัง อิอิ
    #5582
    0
  8. #5524 Peachz. (@BowSK) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 22:55
    คือต้องส่งน้องน้องน้องและน้องเรียนในอนาคตแน่ๆ ทำใตนะคะป๊ะป๋า 5555
    #5524
    0
  9. #5506 mmamaexx (@metalx) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 20:54
    หืออออออออ ชรินนน่ารักอะ ลูกน้องจะเป็นคนมั้ยอะ
    #5506
    0
  10. #5462 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 17:00
    โอ้ยยยย มีความสุขอะ
    #5462
    0
  11. #5443 Love (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 04:34

    ชาริน ซัง~ อย่าดีใจจนลืมไปทำงานนะคะ 5555

    #5443
    0
  12. #5439 plspeachh (@ppppjih) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 00:56
    ชอบจังงงง ดูอบอุ่นมากๆ ฮือ
    #5439
    0
  13. #5212 กระรอกoneday (@stepme) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 00:41
    เขินกับคำพูดของชารินซัง
    ต้องเป็นครอบครัวที่น่ารักแบะสุขสันต์แน่ๆเลย
    #5212
    0
  14. #5186 somruethai1307 (@somruethai1307) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 17:30
    น่ารักน้องเกิดมาหลายตัวเลย คุณพ่แ
    #5186
    0
  15. #5104 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 12:44
    ครอบครัวหรรษากำลังเริ่มขึ้นแล้ว!!
    #5104
    0
  16. #5098 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 11:39
    55555 มีลูกเป็นจิ้งจอกน้อยๆ ดีอ่ะ ครั้งเดียวได้มาสี่เลย
    #5098
    0
  17. #4879 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 23:41
    เป็นครอบครัวกันแง้ววว
    #4879
    0
  18. #4777 kk lovely (@pmpke319) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 16:25
    อุแงงงน้องคลอดเบบี้จิ้งจอกออกมาแล้ว
    #4777
    0
  19. #4759 CcMΣW (@cute33cass) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 15:03
    ฮือ ครอบครัวอบอุ่น
    #4759
    0
  20. #4701 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 00:23
    โฮกกกก ; - ; น้องท้อง น้องคลอดแล้ว มีลูกแล้ว 4 ตัวเลย เย้! ฮื่อออ คุงพ่อคุงแม่มือใหม่ที่แท้ เอาใจช่วยชารินซัง ที่คิดจะสร้างครอบครัวมนุษย์จิ้งจอกนี้ นับถือจริงๆเลยจ้า
    #4701
    0
  21. #4615 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 09:30
    ชริณซังน่ารัก สั่งห้ามเลยว่าห้ามไปเลี้ยงลูกเองคนเดียว ชริณซังแย่แน่แม่ลูกสี่แบบนี้ ทำงานตัวเป็นเกลียว คิคิ
    #4615
    0
  22. #4608 hunnnielu947 (@hunnnielu947) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 08:51
    แงงงง น่ารักมากเลย ตั้งชื่อลูกให้ว่าง น้อง น้อง น้อง น้อง 55555555
    #4608
    0
  23. #4514 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 22:22
    เขินนนน
    #4514
    0
  24. #4376 จีวอนชิ':) (@view1410) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 20:24
    อห คุณหมาป่าต้องเซฮุนแล้วพี่พา55555
    #4376
    0
  25. #4370 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 15:44
    Many thanks!!
    #4370
    0