(END) Red fox น้องจะตอบแทนพี่เอง (Yaoi)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 255,523 Views

  • 6,044 Comments

  • 12,297 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    951

    Overall
    255,523

ตอนที่ 15 : บทที่14 ครอบครัวก้อนขน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33828
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3728 ครั้ง
    1 ส.ค. 61




DebLee on imgfave




14




            แอ๊!! แอ๊ะ ๆ แอ๊ออออ!!


                “ขวดนม ๆ ขวดนมอยู่ไหน!!” คุณพ่อป้ายแดงสะดุ้งตื่นทันที เมื่อเสียงแผดร้องของเจ้าลูกหมาสองตัวที่นอนอยู่บนอกดังสนั่นลั่นห้องนอน ชริณคว้าสเปะสะปะไปทั่วบริเวณ เพื่อหาขวดนมพัลวัน


                ยิ่งได้ยินเสียงร้องของเหล่าบรรดาลูก ๆ ในคราบเจ้าลูกหมาตัวแสบนานเท่าไร ชายหนุ่มที่ยิ่งสติแตก ทำอะไรไม่ถูกมากขึ้นเท่านั้น ก่อนที่ภรรยาของเขาจะเป็นฝ่ายช่วยเหลือ จัดการอุ้มเจ้าลูกหมาสองตัวออกจากอกเขา  แอบไปกลายร่างกับคืนเป็นจิ้งจอกน้อยให้นมอีกมุมหนึ่งของห้อง หลังอีกฝ่ายเพิ่งให้นมอีกสองในสี่ตัวไปหมาด ๆ นั่นทำให้สติชริณค่อย ๆ กลับเข้าร่างอย่างช้า ๆ


                ชีวิตของพนักงานบริษัทของเขากำลังเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ....ไม่สิ ต้องเรียกว่าเปลี่ยนไปกะทันหันเสียมากกว่า เมื่อกี้เขาให้นมลูกก็การให้ดื่มนมผงจากขวดนมเด็ก หลังเลิกงาน เขาก็อยากแบ่งเบาหน้าที่ภรรยาจึงให้นมจนเผลอหลับไป จนทำให้เจ้าหนูน้อยในคราบลูกหมาตัวอ้วน ส่งเสียงงอแง เพราะไม่ได้กินนมอย่างที่ต้องการ


                เราแบ่งกันเลี้ยงเจ้าลูกหมาคนละสองจากสี่ตัว สลับผลัดเปลี่ยนไปกัน เพื่อให้ทุก ๆ ตัวได้กินนมแม่เท่า ๆ กัน อย่างที่บอกสรีระของเจ้าจิ้งจอกไม่เอื้ออำนวยต่อการมีลูกพร้อมกันสี่ตัว ดีแค่ไหนแล้วที่ร่างกายของอีกฝ่ายสามารถผลิตน้ำนมได้ ส่วนชริณเองเขาก็ประสบปัญหาเช่นกัน ชอบคิดว่าเจ้าลูกหมาไม่ใช่ลูกตัวเองอยู่เรื่อย เขาคุ้นชินแต่กับการเลี้ยงลูกสุนัขที่เกิดมาจากสุนัข ไม่ได้คุ้นชินลูกสุนัขที่เกิดมาจากเขา


                “ชาริน ซังไปนอนเลยก็ได้ เดี๋ยวน้องดูแลลูกเอง” แม่จิ้งจอกลูกสี่กระซิบบอกสามี หลังเพิ่งให้นมลูกสองตัวไปแล้ว แล้วเพิ่งพาสองตัวแรกเข้านอนไปหมาด ๆ


                ดวงตากลมโตทั้งยามเป็นมนุษย์และอยู่ในร่างจิ้งจอก แสดงความอบอุ่นออกมาทุกครั้งที่ได้มองลูกขณะป้อนนมไปด้วย เจ้าจิ้งจอกน้อยนับวันรอที่ลูกทั้งสี่เริ่มเดินได้แทบไม่ไหวแล้ว พอถึงวันนั้นเราจะกลายเป็นครอบครัวแสนวุ่นวายกว่านี้แน่ ลำพังแค่นี้เจ้าตัวแสบทั้งสี่ตัวยังป่วนคนพ่อแทบไม่ได้นอน ไปทำงานที ขอบตาดำเป็นหมีแพนด้า เห็นแล้วก็รู้สึกสงสารเหมือนกัน


                “ไม่เอา อยากดูด้วย” ชริณว่าด้วยน้ำเสียงงอแง พลางตวัดแขนโอบกอดคุณแม่ลูกสี่จากข้างหลัง มองดูภรรยาจัดการกับลูก ก่อนนิ้วยาวจะไปลูบหัวลูกหนึ่งในสี่แผ่วเบาแล้วยิ้มออกมา


                เจ้าก้อนขนตัวเล็ก ๆ ที่เกิดจากเขา


                “อีกนานไหมว่าลูกของเราจะกลายร่างเป็นคน” ชริณเอ่ยถาม


                “อีกไม่นานหรอก ลูกจิ้งจอกโตเร็วอยู่แล้ว”


                “ก็ดี...งั้นจะพาไปเมืองไทยนะ” ชริณว่าต่อ


                “เอ๋....”


                “ไปไหว้พ่อแม่กัน”


                ตอนนี้เขาเริ่มจัดการอะไร ๆ ได้หลาย ๆ อย่างแล้ว เหลือเพียงพ่อแม่ที่ยิ่งไม่รู้ว่าชริณกำลังมีครอบครัวรวมถึงคนรอบข้างด้วย ครั้นจะผลีผลามรีบไปบอกก็ไม่ได้ ทุกอย่างต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องช่วย ฃ


                ชริณต้องรอให้ลูกทั้งสี่แข็งแรง เติบโตจนสามารถกลายร่างได้ก่อน เขาถึงจะพาข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไปเยือนเมืองไทยถิ่นกำเนิดของเขาได้ แต่ปัญหาใหญ่คือเรื่องบัตรประชาชน การเข้าออกภายในประเทศ เอกสารต่าง ๆ ที่เหล่าครอบครัวมนุษย์ของเขาไม่มี ซึ่งนั่นอาจทำให้ต้องเปลี่ยนจากมนุษย์เป็นสัตว์ก่อน ทุกอย่างถึงจะง่ายขึ้น


                “อยากเจอพ่อแม่ชาริน ซังจัง” เจ้าจิ้งจอกน้อยว่า เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาหลังสามีบอกจะพาออกนอกประเทศครั้งแรก  ตั้งแต่เกิดมาน้องไม่เคยไปที่ไหนเลย นอกจากคอยป้วนเปี้ยนอยู่แถวบ้านชาริน ซังและป่าหลังบ้านเท่านั้น


                “เดี๋ยวจะพาไป รอลูกโตก่อนนะ”


                “อื้อ!


                หลังจากให้นมลูกครบทุกตัวเสร็จ คุณแม่ตัวเล็กก็จัดแจงที่นอนเจ้าตัวแสบทั้งตัวในเปลขนาดกลางให้นอนดี ๆ ไม่ต้องนอนเบียดเสียดกัน


                จริง ๆ น้องเคยแย้งชาริน ซังแล้วว่าให้ลูกนอนกับพื้นดินก็ได้ เพราะตอนเด็ก ๆ น้องก็นอนกับพื้นดินในป่า มีคุณมดไต่ไปมาคอยอยู่เป็นเพื่อน ไม่เห็นจะตาย ก็อยู่รอดจนถึงทุกวันนี้ แต่ชาริน ซังก็ไม่ฟัง ยืนยันจะซื้อมาเปลมาให้ได้ จนในที่สุดเปลที่ว่าก็มาตั้งไว้ในบ้าน น้องก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย


                ของใช้ทุกอย่างที่เพิ่งซื้อไม่กี่สัปดาห์ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของทารก เด็กอ่อนอะไรเถือกนั้น แทบไม่มีของใช้เกี่ยวกับลูกสุนัขเลยยกเว้นนมผง เรามีความสับสนว่าจะเลี้ยงลูกแบบไหนกันดี จึงกลายเป็นว่าเราเลี้ยงลูกที่อยู่ในร่างสุนัขในรูปแบบของการเลี้ยงคน


                เดี๋ยวนี้น้องได้เป็นคุณแม่เต็มตัวแล้ว ยังคงมีหน้าที่เฝ้าบ้าน รอชาริน ซังกลับจากที่ทำงานเหมือนเดิม แต่ต่างตรงกันตรงที่ว่าตั้งแต่มีลูกมา น้องก็ไม่ได้รู้สึกเหงา เดียวดายหรือเหมือนถูกทอดทิ้งอีกแล้ว เพราะเจ้าตัวแสบทั้งสี่ตัว ป่วนคนแม่ตั้งแต่ยังไม่ลืมตา ทำเอาคุณแม่ป้ายแดงวิ่งวุ่นทั้งวัน แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี


                มันเป็นความวุ่นวายที่มีความสุข...


            หลังจากให้นมส่งลูกน้อยทั้งสี่ตัวเข้านอนแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณแม่ลูกสี่จะได้พักผ่อนเสียที หลังไล่ให้ชาริน ซังไปอาบน้ำเตรียมเข้านอนดี ๆ เพราะทำงานมาเหนื่อย ๆ คุณแม่ก็เริ่มวอร์มร่างกายให้พร้อม


                หน้าที่ของแม่ น้องก็ทำไม่มีขาดตกบกพร่อง....หน้าที่ของภรรยาเองก็เช่นกัน


            ฝั่งชริณเองที่เพิ่งออกจากห้องน้ำมา ถึงกับชะงักเมื่อเห็นคุณแม่ลูกสี่พ่วงตำแหน่งภรรยาของเขากำลังนอนรออยู่บนเตียง สายตาแพรวพราวทำเอาชายหนุ่มถึงกับร้อน ๆ หนาว ๆ


                เอาอีกแล้ว....


            “ทำอะไร” ชริณถาม


                “เตรียมรอทำหน้าที่ของภรรยาที่ดีไง” เจ้าจิ้งจอกน้อยว่าอย่างไม่อาย พลางกระดิกนิ้วเรียกชริณ ทำเอาคนมองถึงกับถอนหายใจออกมา


            “คราวนี้จะมาอ้างภารกิจไม่ได้แล้วนะ เรานั่นแหละที่หื่น” ชริณว่า จะมาอ้างว่าทำเพื่อภารกิจไม่ได้แล้ว เพราะเจ้าก้อนขนสี่ตัวที่นอนอยู่บนเปลคงเป็นหลักฐานชั้นดีว่าภารกิจสำเร็จหรือยัง


                “จ้ะ....น้องยอมรับ”


                “.....”


                “ชาริน ซังรีบมาเร็ว น้องคร้านจะคอยแล้วนะ”


                “เฮ้อ..จริง ๆ เลย” ถึงจะทำท่าทางระเอือมระอาแค่ไหน แต่พนักงานบริษัทธรรมดา ๆ ที่มีเมียไม่เหมือนใครก็เดินตามเสียงเรียกของอีกคนอยู่ดี


                เมื่อชริณเดินมาถึงปลายเตียง คุณแม่ลูกสี่ก็สลัดภาพแม่บ้านกลายเป็นจิ้งจอกยั่วสวาท ตวัดแขนโอบรอบคอสามีผู้เป็นที่รักเอาไว้ ก่อนจะจ้องตา เอียงคอมองตาแป๋วอย่างที่ชอบทำอยู่เป็นประจำ ชายหนุ่มจึงตวัดแขนโอบกอดเอวบาง ช่วงนี้เวลาส่วนใหญ่เรามักจะทุ่มให้ลูกเสียหมด ส่งลูกเข้านอนแล้วเราถึงจะได้เวลามีเวลาเป็นของตัวเอง อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง


                “ตัวแค่นี้เก่งจังเลย” ชริณว่าพร้อมกับจูบเบา ๆ ที่หน้าผากเนียนเพื่อเป็นรางวัลให้กับคุณแม่ลูกสี่ที่รับมือเจ้าตัวแสบทั้งสี่ตัวแทบทั้งวัน ยังอยากจะปรนนิบัติสามีอีก ไม่รู้ว่าเจ้าจิ้งจอกตัวนี้ใส่ถ่านไว้ในตัวกี่ก้อนกันแน่ ถึงได้อึดถึงเพียงนี้


                 “ชอบจัง” เจ้าจิ้งจอกพูดทั้งหน้ายิ้ม ชอบสัมผัสอุ่น ๆ จากชาริน ซังมาก ๆ อีกฝ่ายให้เท่าไรน้องไม่เคยเบื่อเลย


                ไม่เคยนึกฝันว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ เคยคิดเพียงแค่ว่าทำยังไงก็ต่อ ขอให้ภารกิจสำเร็จและทุกอย่างจะเป็นแค่เพียงความทรงจำ ที่ครั้งหนึ่งเคยใกล้ชิดกับมนุษย์มากเพียงใด แต่ทุกอย่างในความจริงกลับต่างจากที่คิดไว้มากนัก พอได้อยู่ใกล้ ๆ ได้ซึมซับความใจดีจากเขา ก็ไม่อยากจากไปไหน อยากเห็นเขาอยู่ในสายตาตลอดเวลา


                ฝั่งชริณเองก็รู้สึกว่าจิตใจตัวเองสงบลง เมื่อได้กอดเจ้าจิ้งจอกไว้อย่างเงียบ ๆ นับตั้งแต่วันนั้นที่เกิดขึ้น ซากุระก็ไม่ได้พยายามเข้าหาเขาอีก ด้วยความที่ว่าชริณพูดอย่างชัดเจนไปแล้ว ไหนจะเรื่องน่าอายที่เธอเคยทำไว้กับเขาอีก ทำให้โลกของเราค่อย ๆ หมุนออกจากกัน จนในที่สุดชริณก็เพิ่งได้ทราบข่าวว่าเธอกำลังจะมีข่าวดีกับหัวหน้าแผนกเขาช่วงปลายปีนี้ ซึ่งฝั่งนั้นก็หย่ากับภรรยามาได้สักระยะแล้ว


                เราต่างฝ่ายต่างชาร์ตพลังงานให้กันโดยการกอด แม้ตอนนี้จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว แต่ต่างฝ่ายก็ต่างมีเรื่องกังวลคนละแบบกัน การที่มีลูก มันเป็นเรื่องที่น่ายินดี ชริณคิดว่าไว้แล้วว่าเขาจะต้องทำงานให้หนักกว่า รอลูกสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ จะจ้างครูให้มาสอนหนังสือที่บ้าน


                ส่วนความคิดที่ว่าอยากจะพาครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่กว่านี้ เขาก็เพิ่งได้พูดคุยกับเจ้าของบ้านมา ได้ข้อสรุปว่าช่วงต้นเดือนหน้าเราจะได้ย้ายออกจากบ้านหลังเดิม ไปอยู่ในบ้านหลังใหม่


                “พ่อแม่ชาริน ซังจะดุไหม”


                “......”


                “พ่อแม่ของน้องใจดีนะ” เจ้าจิ้งจอกเอ่ยถามสิ่งที่กำลังเป็นกังวล


                กลายเป็นว่าการปรนนิบัติสามีเป็นเรื่องรองไปก่อน เพราะเรื่องนี้สำคัญกว่า น้องรู้ดีว่ามนุษย์มีสังคม รู้เหตุผลด้วยว่าทำไมชาริน ซังถึงอยากพาไปประเทศไทยด้วยกัน เพราะถ้าเป็นน้องเอง ก็อยากเอาชาริน ซังไปแนะนำให้ครอบครัวได้รู้จักเหมือนกัน เราต้องทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องเป็นราว


                ชาริน ซังจะมาอยู่กับน้อง สร้างครอบครัว มีลูกด้วยกันเฉย ๆ ไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ปราศจากสังคมมาตั้งแต่แรก


                “ใจดีสิ....ไม่ต้องกังวล ท่านเข้าใจทุกอย่างแน่” ชริณว่า เขารู้จักพ่อแม่ของตัวเองดี ท่านรับมือสถานการณ์ได้ดีและคิดว่าท่านคงไม่ว่าอะไร หากลูกชายคนเดียวจะสร้างครอบครัวกับผู้ชายเดียวกัน


                “แต่ก่อนจะไปเราต้องให้ลูกเราแข็งแรงก่อนนะ รอให้เขาโตกว่านี้ก่อน” ชริณว่า ส่วนหนึ่งเหตุผลที่จะไปหาพ่อแม่ อยากให้ท่านรู้ด้วยว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมแต่งงานเสียที จะได้หายห่วงกัน


                เพื่อนส่วนใหญ่เริ่มรับรู้กันแล้วว่าเขากำลังมีคนรัก รวมถึงเมฆที่ทำงานอยู่ญี่ปุ่นด้วยกันด้วย แต่สองคนนี้ไม่ได้เจอกันเสียที คลาดกันตลอด


                ชายหนุ่มไม่ได้เปิดตัวเจ้าจิ้งจอก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ได้ปิด มีถ่ายรูปลงโซเชียลบ้าง เพียงเท่านั้นเพื่อนก็เริ่มรับรู้แล้ว ชริณอยู่ในอายุอานามวัยทำงาน พอคิดจะใช้ชีวิตกับใครสักคน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพื่อนร่วมรุ่นบางคนก็แต่งงานได้ลูกสาม ลูกสี่กันแล้ว


                แต่ครอบครัวเขา เมียคลอดครั้งเดียวได้ลูกเลยสี่ตัว....


            “เจ้าจิ้งจอก ลูกสี่ก็พอแล้วเนอะ” เขาถามภรรยา เรื่องลูกเราก็ต้องตกลงกันว่าจะอยู่กี่คน จริง ๆ เขาว่าเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว แค่เท่านี้ครอบครัวก็วุ่นวาย หากจะมีอีกคอก ลูกออกมาสี่ตัวอีกรอบ ชริณก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจะเลี้ยงไหวไหม


                “อืม...แค่สี่ตัวเองเหรอ” เจ้าจิ้งจอกน้อยทำท่าคิดหนัก “แล้วถ้าสี่ตัว น้องจะได้ภารกิจกับชาริน ซังอีกไหม”


                “.....”


                “น้องอยากทำภารกิจบนเตียงอะ อยากทำแต่ไม่อยากท้อง....” เจ้าจิ้งจอกขยายความ น้องเคยได้ยินว่ามีตัวช่วยที่ลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์ ชาริน ซังเคยอธิบายตอนเราไปห้างด้วยกัน แต่น้องไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าอะไร ลืมหมดแล้ว

        

                  “จะมีวิธีอยู่ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก จะจัดการเอง...แต่อยากถามว่าจะมีลูกกี่คน” ชายหนุ่มว่า ชริณภาวนาในใจขอให้เจ้าจิ้งจอกตอบว่าพอแล้ว เพราะสิ่งหนึ่งเขาไม่อยากให้เจ้าจิ้งจอกได้ตั้งท้องในร่างสุนัขจนกระทั่งคลอดด้วย พอนึก ๆ ไปแล้วก็ยังเจ็บใจไม่หาย ไม่เคยรู้เลยว่าเมียตั้งท้อง จนกระทั่งอีกฝ่ายคลอดออกมา เขาถึงค่อยรู้

          

                มันน่านัก....

                

               “สี่ก็พอแล้ว เท่านี้น้องก็ปวดหัวมาก ๆ เลยอะ” เจ้าจิ้งจอกว่า ลูก ๆ ของเราตัวเล็กพริกขี้หนู ขนาดยังแบเบาะ ก็เล่นเอาพ่อแม่ป้ายแดงถึงกับหัวหมุนไปหมด แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่งั้นคงได้วุ่นวายกว่านี้แน่ ภารกิจที่เหลือก็ให้บรรดาเหล่าลูก ๆ รับช่วงต่อไป ไม่ต้องเพิ่มจำนวนมากมาย แต่ขอให้เผ่าพันธุ์ของเราไม่สูญพันธุ์ก็น่าจะเพียงพอแล้ว








               วันนี้เป็นวันพิเศษ...เพราะเจ้าก้อนขนตัวป่วน บรรดาลูก ๆ ของชริณจะอายุครบหกเดือนพอดี ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาจะได้เห็นหน้าลูกทั้งสี่ในร่างมนุษย์ตามคำบอกเล่าของผู้มีประสบการณ์มาก่อน นั่นก็คือคุณแม่ลูกสี่


                ชริณพยายามบอกตัวเองว่าทำใจให้ชินสักที ก็เหมือนกับเจ้าจิ้งจอกนั่นแหละ เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ขนาดเรื่องราวดำเนินมาจนถึงตอนที่เราสร้างครอบครัวด้วยกันแล้ว ชริณยังต้องคอยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ตามคำบอกเล่าของภรรยา ยกตัวอย่างเรื่องตอนภรรยาของเขาตั้งท้อง คลอดออกมาแล้วถึงได้รู้ว่าท้อง ต่อให้รู้ว่าสามารถอยู่ในสองร่างได้ ก็ต้องเรียนรู้อยู่ดี


                ชริณพยายามคิดเช่นนั้น พูดกับตัวเองเป็นครั้งที่ร้อยว่าอย่าตื่นเต้น แต่พอใกล้ถึงเวลาจริง ๆ ชริณกลับนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะนั่นคือลูก เขาลุกขึ้นมามองเปลลูกเป็นระยะ ๆ สังเกตเจ้าหนูน้อยทั้งหลายที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ เผื่อสรีระของเจ้าหนูจะเปลี่ยนจากร่างลูกสุนัขจิ้งจอก เป็นร่างเด็กน้อยแล้ว


                ขณะที่รอให้เวลาผ่านพ้นไปเรื่อย ล่วงเลยจนถึงเช้า ชริณก็คิดไปต่าง ๆ นานา จินตนาการถึงหน้าตาเจ้าหนูน้อยในร่างมนุษย์จะเป็นเช่นไร น่ารักแค่ไหนกันนะ แก้มยุ้ยไหม ดวงตาจะได้ใคร จมูก ริมฝีปากล่ะ เขาคิดไปหมด นึกถึงความรู้สึกตอนได้เห็นหน้าลูกน้อยครั้งแรกอีกด้วย ขณะที่เขากำลังตื่นเต้นจนข่มตาหลับไม่ลง ภรรยาของเขาก็หลับสนิท เพราะทั้งวันใช้พลังงานเลี้ยงเจ้าตัวแสบทั้งหลายจนหมดแล้ว


                เฮ้อ....อยากเห็นหน้าลูกในร่างมนุษย์เร็ว ๆ จัง

 




                “ชู่ว....อย่ากวนคุณพ่อสิลูก เขาทำงานมาทั้งวันเลยนะ”


                “....”


                “แอ๊ะ ๆ คุงพ่อหลอ คุงพ่อหลับ คิ ๆ”


                “.....”


                “ง—งือ ทำไมหลับอ่า”


                “.....”


                “อยากเล่นกับคุงพ่อจาง”


                “.....”


                “ง—งึก คุงพ่องเล่งตื่งมาเล่งกังก่อง” เสียงเด็กพูดดังสลับกันไปมา ทำเอาชริณที่กำลังหลับอยู่ถึงกับขมวดคิ้วพลิกตัวหันไปอีกทาง ไม่อยากได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น ชายหนุ่มได้แต่สงสัยในใจว่าลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมถึงปล่อยให้มารบกวนเวลาพักผ่อนของเขาเช่นนี้


                แต่เดี๋ยวนะนี่มันบ้านเขานี่หว่า งั้นก็แสดงว่า......


                ชริณถึงกับลืมตาขึ้นหันหน้ามองตามเสียงของเด็กทันที หลังเขาเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ เจ้าหนูน้อยทั้งหลายจะอยู่ในร่างมนุษย์!


                “...!!


                “คุงพ่อ แอ๊ะ ๆ”


                “หน้าคุงพ่อตลกจาง”


                “เล่งกัง ๆ”


                เมื่อหันไปมองตามเสียง ชริณก็เหมือนถูกสาปชั่วขณะ มองดูเด็กตัวเล็ก ๆ ทั้งสี่คนที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง กำลังตั้งไข่หันมองเขา พร้อมกับหัวเราะทั้งฟันหลอ โดยทั้งหมดทั้งมวลอยู่ในความดูแลของเจ้าจิ้งจอกน้อย


                “นี่มัน....” ชายหนุ่มเกิดอาการน้ำท่วมปาก อึ้ง พูดไม่ออก บรรยายไม่ถูก อย่าบอกว่านะว่าเจ้าเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ชริณฟูมฟัก คอยดูแลให้ความรักตั้งแต่ยังเป็นเจ้าก้อนขน ขี้โวยวาย คือเจ้าเด็กหน้าตาน่ารักพวกนี้....เจ้าเด็กทั้งสี่หนอซึ่งเกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา!


                “ชาริน ซัง นี่ไง....ลูกของเรา” เพราะเห็นว่าชาริน ซังอ้ำอึ้ง มัวแต่ตกใจไม่หาย คุณแม่จิ้งจอกจึงเฉลยให้ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา เพราะหน้าตาตลก ๆ ของสามี ไม่รู้จะตกใจไปถึงไหน


                “ลูกเราจริงเหรอ” ชริณละล่ำละลักถามภรรยา ซึ่งเจ้าจิ้งจอกน้อยก็พยักหน้าตอบอย่างยินดี


                อาการง่วงนอนของเขาหายเป็นปลิดทิ้ง มองเจ้าก้อนอารมณ์ดีทั้งหลาย ด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งดีใจ งุนงง อึ้ง ปะปนกันไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นชริณก็ยังเอื้อมมือไปจับแก้มยุ้ยจากหนึ่งในสมาชิกครอบครัวก้อนขน


                “ฮะ...น่ารักจัง”


                “คุงพ่อ” ทันทีที่ได้สัมผัสแก้มนุ่มนิ่มของเจ้าตัวป่วน ชริณก็ถึงหลุดหัวเราะออก รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก นี่ใช่ไหมลูกของเขา ความรู้สึกตื่นตัวเหมือนตอนรู้ว่าเจ้าจิ้งจอกได้คลอดลูกกลับมาเยือนชริณอีกครั้ง นี่เขากำลังได้เป็นพ่อคนแล้ว เป็นแฟมิลี่แมนตัวจริง!


                 ชายหนุ่มกวาดตามอง สังเกตเจ้าก้อนขนในร่างมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ผิวขาวจั๊วะเหมือนได้แม่มาหมด เครื่องหน้าก็ผสมผสานกันไป ไม่มีสมาชิกคนไหนหน้าตาคล้ายกันสักคน ได้พ่อแม่ปากนิดจมูกหน่อยกันทั้งนั้น มองแค่ปราดเดียวก็รู้เลยว่าลูกใคร


                ทำลูกไม่กี่ครั้งก็ได้มาครบ ไม่มีขาดไม่มีเกิน เมียคลอดครั้งเดียวเขาได้เลยลูกชายสองคน ลูกสาวสองคน...


            เมื่อเขาเริ่มจับแก้มยุ้ยของหนึ่งในสมาชิกก้อนขนตัวป่วน ลูกที่เหลือก็เริ่มคลานเข่ามาหา หมายจะขอเล่นกับคนพ่อด้วย


                “แล้วทำไมลูกถึงมีพัฒนาการเร็วแบบนี้” ชริณเอ่ยถามคนรักอย่างงุนงง ดูเหมือนบรรดาเจ้าก้อนขนทั้งหลายจะมีพัฒนาการเร็ว ไม่ต้องฝึกอะไรมากมายก็สามารถพูดคุยกันพ่อแม่ได้แล้ว ติดตรงที่ว่าพูดไม่ชัดแค่นั้นเอง


                “ก็เป็นแบบนี้แหละ ตอนน้องอยู่ในป่าก็เป็นแบบนี้เลย เขาจะเรียนรู้ตั้งแต่ตอนแรกเกิด เขาฟังเราออกหมดเลยนะว่าพูดอะไร สนใจเขามากน้อยแค่ไหน ติดตรงที่ว่าลืมตา ตอบโต้ไม่ได้เท่านั้นเอง เวลาร้องก็ได้แต่ส่งเสียงแอ๊ะ ๆ เท่าที่ชาริน ซังได้ยินนั่นแหละ” คุณแม่จิ้งจอกว่า


                ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสุข เมื่อมองดูเจ้าก้อนตัวเล็กตัวน้อยเริ่มป่วนคุณพ่อเพิ่งตื่น บ้างก็ปีนขึ้นตัก บ้างก็จับตาจับจมูก สัมผัสใบหน้าพ่ออย่างใกล้ชิด บ้างก็ดึงหูพอให้ชาริน ซังร้องโอดโอยเคล้าเสียงหัวเราะ ขนาดตอนเกิดใหม่ ๆ บรรดาลูก ๆ ก็เล่นงานจนคนพ่อแทบไม่ได้นอน คราวนี้กลายร่างเป็นมนุษย์เจ้าก้อนขนทั้งสี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ


                “โอ้ยยยยย ตัวเล็กอย่าดึงหูพ่อ พ่อเจ็บ”


 

                หลังจากที่เล่นกับบรรดาลูก ๆ ฟัดแก้มยุ้ยของลูกทั้งสี่จนหนำใจแล้ว ชริณก็ปล่อยให้ลูกได้พักผ่อนแล้วมาคุยกับภรรยาสองคน พูดคุยเรื่องลูกกัน ชายหนุ่มคิดมาสักพักแล้ว่าจะให้ลูก ๆ ชื่ออะไรกันบ้าง


                “ทำไมไม่ให้ชื่อว่าน้อง น้อง น้องและน้องล่ะ” คุณแม่จิ้งจอกเอียงคอมองสามีด้วยความสงสัย น้องว่าชื่อนี้ก็เพราะดีออก จำง่ายด้วย อีกอย่างตอนนี้น้องก็เลื่อนขั้นไปเป็นเมียแล้ว แต่น้องก็จะเรียกตัวเองว่าน้องอยู่ดี จะเรียกลูก ๆ ว่าน้องด้วย


                “ไม่ได้ ตั้งแบบนั้นสับสนตาย” ชริณว่า เขาล่ะยอมใจความคิดคุณแม่ลูกสี่จริง ๆ


                “อะ...งั้นจะตั้งชื่อลูกว่าอะไร”


                จะให้บอกชื่อเฉย ๆ ก็ไม่ได้ เพราะเราไม่ได้มีลูกแค่คนเดียว ชริณจึงพาภรรยาไปที่เปลของเจ้าของก้อน เพื่อชี้ให้ดูว่าลูกคนไหน ชื่ออะไรกันบ้าง ซึ่งบัดนี้เจ้าของเปลทั้งสี่ก็กำลังนอนกลางวัน เรียงกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อชาร์ตพลังชั่วคราว เพราะพลังงานเมื่อเช้าถูกใช้เล่นกับคนพ่อไปหมดแล้ว


                “คนนี้ชื่อ สายรุ้ง” ชริณว่าพร้อมกับชี้สมาชิกก้อนขนคนขวาสุด เพราะเป็นเพศหญิงจนเหมาะกับชื่อนี้มากที่สุด


                “คนนี้ชื่อดวงจันทร์” ชริณว่าพร้อมกับชี้คนถัดมา เป็นเจ้าก้อนขนเพศชาย


                “นี่ชื่อตะวัน”


                “.....”


                “และนี่ก็ชื่อดวงดาว” ชริณว่า มองเจ้าก้อนขนทั้งหลายด้วยสายตาอบอุ่น เรื่องราวของดำเนินมาถึงจุดยืนมองลูกหลับก็มีความสุขแล้ว


                 “สายรุ้ง ดวงจันทร์ ตะวัน ดวงดาว” คุณแม่ว่าแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ


                เพราะมีเรื่องลูกมากกว่าหนึ่งตัว ต่อให้ลูกแต่ละคนมีหน้าตาไม่ได้คล้ายกันเท่าไร ถึงอย่างนั้นก็ยังทำให้คุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงสับสนอยู่ไม่น้อย ในช่วงแรก ๆ ฝั่งคุณแม่จิ้งจอกต้องอาศัยจดจำลูก ๆ ผ่านการจำกลิ่นเอา ส่วนฝั่งจากคนพ่ออย่างชริณก็อาศัยจดจำจากเพศและลักษณะพิเศษ


                ทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี มันกำลังเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่ก็ยังมีสิ่งที่ชริณนอนกังวลอยู่หลายคืนนั่นก็คือการบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่และเพื่อน สังคมของเขา จริง ๆ เขาเองก็เคยคิดว่าอยากเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นเรื่องส่วนตัว คนอื่นอาจจะใช่ แต่เขาต้องบอกพ่อแม่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยสำหรับคนในครอบครัว


                ในตอนแรกชริณตั้งใจว่าจะพาครอบครัวเขาเดินทางไปประเทศไทยในร่างสุนัขจิ้งจอก แต่คิด ๆ ดูแล้ว หากอยู่ในร่างจิ้งจอกคงยากกว่าการเป็นมนุษย์เสียอีก เพราะหากครอบครัวก้อนขนอยู่ในร่างมนุษย์ มีบัตรประชาชน ทำพาสปอร์ต ทุกอย่างก็จะจบ แต่หากอยู่ในร่างสัตว์ อาจต้องทำเรื่องมากมาย เพราะจิ้งจอกเป็นสัตว์ป่า จะนำเข้าประเทศไทย คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่


                “คิดอะไรอยู่” ฝั่งเจ้าจิ้งจอก หลังจากทำงานบ้านเสร็จ ก็เห็นสามีนั่งซึม เหมือนมีเรื่องรบกวนใจอยู่ตลอดเวลา ทำให้อดใจที่จะถามไถ่ไม่ไหว


                คนตัวเล็กนั่งลงข้าง ๆ ชาริน ซัง สังเกตท่าทางของอีกฝ่ายไปด้วย ชาริน ซังดูแปลกไปจริง ๆ และน้องคิดว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังกลุ้มใจก็คงเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวของเรา ชาริน ซังเคยเอาเรื่องงานมาเครียดที่บ้านที่ไหนกัน...ไม่มีหรอก


                “เครียดเรื่องที่บ้านนิดหน่อย” ชริณว่า


                “งั้นบอกน้องได้ไหมว่าเรื่องอะไร”


                “.....”


                “เรื่องที่เราจะไปไทยกันเหรอ” เจ้าตัวเล็กสันนิษฐาน ช่วงนี้น่าจะเป็นเรื่องนี้แหละ


                “ใช่...อยากพาไปไหว้พ่อแม่ แต่มันติดเรื่องเอกสาร” ชริณว่าตามตรง


                “คงไปหาพ่อแม่ไม่ได้” ชายหนุ่มว่าต่อ แต่ถึงอย่างนั้นชริณก็ต้องบินไปคุยกับพ่อแม่อยู่ดีว่าทำไมเขาถึงจะไม่แต่งงานแล้ว เพราะหากพ่อแม่ยังไม่รู้ว่าเขากำลังสร้างครอบครัว สร้างฐานะ มีหวังคงได้จับคู่ให้เหมือนในละครหลังข่าวแน่


                “ถ้าเราไปหาเขาไม่ได้ งั้นให้พ่อแม่ชาริน ซังมาหาเราได้ไหม”


                “.....”


                “น้องสัญญาว่าน้องจะทำตัวน่ารัก ๆ ให้พ่อแม่ชาริน ซังเอ็นดูน้องกับลูกขอฃเรา” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกว่า น้องเข้าใจดีว่าชาริน ซังมีสังคม ครั้นจะปล่อยเบลอก็คงไม่ใช่ ทางที่ดีที่สุดคือเราต้องพยายามเข้าใจกัน


                น้องตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะชนะใจพ่อแม่ของชาริน ซังให้ได้ เพื่อที่ครอบครัวของเราจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข ไม่ต้องกังวลกับเรื่องแบบนี้อีก


                “ไม่ต้องเครียดน้าชาริน ซัง มีปัญหาเราก็จะแก้ด้วยกัน น้องจะไม่ปล่อยให้ชาริน ซังแก้อยู่คนเดียวหรอก เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนี่นา” เจ้าจิ้งจอกคนเก่งศรีภรรยาของชริณว่า พร้อมกับยิ้มตาหยี หมายให้อีกฝ่ายคลายความกังวลลงเสียที นั่นทำให้ชริณรู้เลยว่า เขาตัดสินใจไม่ผิดที่กล้าเสี่ยงจะสร้างครอบครัวกับเจ้าจิ้งจอกตัวนี้...









                         [ช่วงนี้รู้สึกไหมว่าตัวเองไม่ค่อยได้กลับไทยนะ เจ้าลูกชาย ฮ่า ๆ] เสียงปลายสายกลั้วหัวเราะในช่วงท้ายประโยคเหมือนไม่ได้จริงจังกับสิ่งที่เพิ่งถามมา แต่ชริณรู้ดีว่ามันแฝงไปด้วยความคิดถึงของคนเป็นพ่อเป็นแม่


                [งานหนักเลยลูก?] คนพ่อถาม


                “ก็ไม่เชิงหรอกครับ แต่ช่วงนี้ผมมัวแต่จัดการชีวิตตัวเองมากกว่า ไม่ได้กลับไทย ไม่ได้โทรหาด้วย ขอโทษนะครับ” ชริณเอ่ยขอโทษคนเป็นพ่ออย่างใจจริง ช่วงนี้เขามัวแต่ยุ่งเรื่องครอบครัวก้อนขน คอยแก้ปัญหาจุกจิกทั้งหลายแหล่ ยอมรับว่านั่นอาตทำให้เขาเผลอละเลยคนที่รออยู่ที่บ้านไป


                [ไม่เป็นไรหรอกลูก แค่ได้ยินว่ายังปลอดภัยดี พ่อแม่ก็สบายใจแล้ว]


                “ครับ....ผมจะดูแลตัวเองดี ๆ แล้วพ่อแม่เป็นยังไงบ้างครับ อย่าทำงานหนักมากนะครับ ถ้าเหนื่อยก็เพลา ๆ ลงบ้าง” บทสนทนาระหว่างพ่อลูกดำเนินไปอย่างเรื่อย ๆ พ่อแม่ของชริณรับราชการครูกันทั้งคู่ ใกล้จะเกษียณอายุราชการกันแล้ว แต่ยังมีเปิดสอนพิเศษ กวดวิชาให้เด็กที่หัวอ่อน ตามไม่ทันในห้องเรียนอยู่เรื่อย ๆ ชริณก็เริ่มเป็นห่วงสุขภาพ กลัวท่านพักผ่อนไม่พอ


                [เหนื่อยอยู่หรอก....แต่มันเหงานี่จะให้พ่อทำยังไง อยู่บ้านเฉย ๆ ก็เบื่อ]


                “แต่แลกกับสุขภาพพ่อแม่มันไม่คุ้มหรอกนะครับ”


                [งั้นเราก็มีหลานให้พ่อสักคนสิ] เมื่อฝั่งคนพ่อพูดเช่นนั้น ชริณก็ถึงกับเงียบไป อยากจะถามกลับเหมือนกันว่าอยากได้เจ้าก้อนขนตัวไหนล่ะ แต่สุดท้ายนั่นก็เป็นแค่ความคิดของเขาเท่านั้น


                “.....”


                [อายุใกล้จะสร้างครอบครัวแล้วนะ ได้คุยกับใครบ้างหรือยังลูก ได้สะใภ้เป็นญี่ปุ่นพ่อแม่ก็ไม่ขัดหรอกนะ]


                “พ่อแม่อยากได้หลานเหรอครับ” ชริณถาม เขาสามารถมีหลานให้พวกท่านได้ แต่ปัญหามันติดตรงที่ว่าจะอธิบายยังไงให้ท่านได้เข้าใจว่าแก๊งเจ้าก้อนขนเป็นบรรดาลูก ๆ ของชริณจริง ๆ ไหนจะต้องอธิบายเรื่องแม่ของลูกอีก ซึ่งนั่นก็ทำไม่ได้ เพราะว่าเผ่าพันธุ์เจ้ามนุษย์จิ้งจอกเป็นความลับ


                หากจะพูดกันตรง ๆ ชริณหาทางออกกับเรื่องนี้ไม่ได้เลย เขาจะทำยังไงให้พ่อแม่และครอบครัวก้อนขนของเขารับรู้การมีอยู่ของกันและกัน และไปด้วยกันได้ โดยที่ฝั่งของพ่อแม่ไม่ล่วงรู้ความลับของเผ่าพันธุ์จิ้งจอก


                [มีลูกชายอยู่คนเดียวไปทำงานไกลถึงญี่ปุ่น พ่อแม่ก็ต้องอยากมีหลานสิลูก อย่างน้อยก็ได้อยู่เป็นเพื่อนเล่นกัน]


                “งั้นถ้าผมไม่สามารถมีหลานให้ได้ พ่อจะโกรธไหมครับ” สุดท้ายชริณก็ตัดสินใจเอ่ยคำถามที่กดดันทั้งคนถามและคนตอบออกไป


                มันไม่ใช่แค่คำถามลองใจอย่างเดียว แต่คำตอบของพ่อจะทำให้ชริณรับรู้ว่าครอบครัวจะรับได้ไหม หากเขาคบหากับเพศเดียวกัน แม้เจ้าจิ้งจอกภรรยาของเขาจะมีลักษณะพิเศษคือมีสองเพศ แต่มองจากภายนอกก็ยังว่าเป็นผู้ชายอยู่ดี หากว่าพ่อรับได้ แม่เองก็คงไม่มีปัญหาอะไร ชริณจะฝ่าด่านพ่อ ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวไปให้ได้เสียก่อน ถึงคอยคิดเรื่องอื่น


                […..] คุณพ่อของชริณเงียบไปนานนับนาที....และทุก ๆ วินาทีที่ผ่านไปก็สร้างความกดดันให้กับชริณมากขึ้นเรื่อย ๆ


                [ชอบผู้ชายเหรอเรา...]


                “ก็ไม่เชิงหรอกครับ....ผมกำลังคบหากับคนหนึ่งอยู่ เขาเป็นผู้ชาย” ชริณยอมรับอย่างแมน ๆ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ต่อให้คำตอบของพ่อจะทำให้เขาผิดหวัง แต่ชริณหันหลังกลับไปไม่ได้แล้ว เพราะเขาสร้างครอบครัวกับเจ้ามนุษย์จิ้งจอก จนเรามีทายาทตัวน้อย ๆ แสนซนด้วยกันถึงสี่คนแล้ว


                […..]


                “พ่ออย่าเงียบสิ ผมเครียดนะครับ”


                [ถ้านั่นมีคือความสุขของลูก พ่อแม่ก็คงขัดใจไม่ได้หรอกจริงไหม? พ่อแม่ที่ดีควรสนับสนุนความสุขของลูก แล้วปรับตัวให้อยู่ร่วมกันได้ไม่ใช่เหรอ]


                “.....”


                [งั้นเราแบ่งกันคนละครึ่งทางดีไหม]


                “ยังไงครับ”


                [พ่อแม่ไม่มีปัญหาหรอก หากลูกจะคบกับผู้ชาย แต่ช่วยอุปถัมภ์เด็กกำพร้าสักคนดีไหม ลูกมีความสุข พ่อแม่ก็ไม่ต้องเหงา]


                “ได้ครับ แต่จริง ๆ ไม่ต้องถึงขั้นอุปถัมภ์เด็กหรอกครับ” พอได้ยินคำตอบจากปากพ่อ ชริณก็รู้สึกเบาใจลงเปราะหนึ่ง ต่อไปเขาต้องคุยเรื่องลูกต่อ มิวายต้องผิดศีลพูดปด เพื่อไม่ให้ความลับของจิ้งจอกแพร่งพรายอยู่ดี


                [ยังไง]


                “แฟนของผมเขามีลูกติดครับสี่คน....” ชริณเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “หากพ่อแม่ไม่ติดขัดอะไร ผมอยากให้คิดซะว่านั่นคือหลาน คือลูกของผมจริง ๆ”


                […..]


                “และถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้พ่อแม่มาญี่ปุ่นครับ ว่าที่หลานของพ่อแม่ยังเด็กเกินไปที่จะเดินทาง หากเป็นไปได้ ช่วงหยุดยาวอยากให้พ่อแม่ถือโอกาสมาเที่ยวและได้เจอกับคนรักของผม ว่าที่หลาน ๆ ของพ่อแม่ที่นี่เลย พอจะได้ไหมครับ” ชริณว่า เริ่มเห็นเค้าลางทางออกของปัญหานี้แล้ว เหลือเพียงแค่พ่อแม่จะว่ายังไง จะมาหรือไม่มา


                [ก็ได้]


                “......” เมื่อคนพ่อไฟเขียวเช่นนั้น ชริณก็ถึงกับลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ปัญหาทีแบกไว้บนบ่ามาหลายสัปดาห์กำลังจางหายไปอย่างช้า ๆ ตั้งแต่ที่ครอบครัวของเขาเริ่มเข้าใจว่าชริณชอบผู้ชายแล้ว ชริณนึกขอบคุณพ่อแม่จริง ๆ ที่พยายามเข้าใจทุกอย่างที่เขาเป็น พยายามที่จะเข้าใจความสุขของเขา


                “ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมจะจองตั๋วและไปรับเองที่ไทยนะครับ ขอบคุณมากจริง ๆ ครับที่เข้าใจผม”






 

                ฝั่งเจ้าจิ้งจอกที่เพิ่งได้พักหายเหนื่อยเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หลังสงครามกับดวงดาวลูกสาวคนสุดท้องเพิ่งจบลง กว่าบรรดาลูก ๆ จะโตพอได้เล่นเป็นเพื่อนกัน คุณแม่ลูกสี่ก็คงเหนื่อยไม่น้อย นี่เพิ่งผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปี คุณแม่ลูกสี่ยังดูแลลูก ๆ จนหัวฟูเลย


                เลี้ยงลูกไม่ง่ายเลย....


            หลังจากกล่อมดวงดาวลูกสาวคนสุดท้องให้เข้านอนแล้ว คุณแม่จิ้งจอกก็รีบจับลูกเข้าเปลให้นอนเรียงกันแต่วัน เพื่อตัดปัญหาทันที ไว้ไปสู้รบกันต่อในพรุ่งนี้ดีกว่า โชคดีที่บรรดาแก๊งก้อนขนของเรา ไม่มีอาการงอแงยามวิกาล เพราะถ้าไม่เช่นนั้น เจ้าจิ้งจอกน้อยคงไม่มีเวลาอยู่กับสามีเพียงลำพังแน่


                “ลูกหลับกันหมดแล้วเหรอ”


                “อื้อ!” คุณแม่ตัวเล็กหันไปตอบคุณพ่อที่เพิ่งเดินเข้ามา หลังจากหายไปคุยโทรศัพท์อยู่ตั้งนานสองนาน “หนูดวงดาวดื้อมาก กว่าจะสิ้นฤทธิ์น้องก็แทบแย่แน่ะ” ได้ทีก็รีบฟ้องสามีทันที ลูกสาวคนสุดท้องนี่ดื้อจริง ๆ จะเรียกว่าตัวเล็ก พริกขี้หนูก็คงไม่ผิดอะไร


                “ยัยหนูทำอะไรล่ะ”


                “งอแงอยากกินนมน้องไม่หยุดเลยนะซี่ เพิ่งกินอิ่มไปก็งอแงจะกินอีก เมื่อกี้ร้องบ้านแตกเลย กินเยอะสุดในบรรดาเจ้าก้อนขนของเราแล้ว น้องให้จนไม่มีจะให้แล้ว” คุณแม่ตัวเล็กรีบฟ้องสามีทันที ดูท่าในอนาคตดวงดาวคงเป็นลูกสาวตัวอ้วนแน่


                “เดี๋ยวลองจะจุกนมมาให้ลูกดูดก็ได้ น่าจะแทนกันได้” ชริณว่าพร้อมกับกวาดสายตามองแก๊งก้อนขนที่กำลังหลับปุ๋ยอย่างมีความสุข พอปัญหาเริ่มคลี่คลาย อะไรก็ดีไปทั้งหมดจริง ๆ


                “แล้วเมื่อกี้ชาริน ซังคุยกับพ่อแม่เหรอ” เจ้าจิ้งจอกน้อยถาม


                “อืม...”


                “......”


                “พ่อแม่จะมาญี่ปุ่นนะ อะไรที่เคยบอกไว้เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อได้ยินสามีพูดเช่นนั้น ดวงตากลมโตก็เป็นประกายทันที เมื่อคืนเจ้าจิ้งจอกน้อยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แอบชาริน ซังคิดแผนการอยู่ทั้งคืนว่าจะทำอะไร เพื่อมัดใจพ่อแม่สามีดี ที่น้อง ๆ คิดไว้ก็มีแต่เด็ด ๆ ทั้งนั้น รับรองว่าพ่อแม่ชาริน ซังชอบน้องแน่นอน


                “แต่ฉันบอกว่าลูกของเราเป็นลูกติดนาย ไม่โกรธใช่ไหม....” เมื่อโกหกพ่อแม่ฝั่งทางนั้นเอาไว้ ชริณก็ต้องมาพูดความจริงกับเจ้าจิ้งจอกว่าเขาพูดอะไรไปบ้าง เพื่อที่เราจะได้เข้าใจตรงกันและไม่ทะเลาะกันภายหลังว่าทำไมเขาถึงพูดเช่นนั้น


                “ไม่โกรธ ชาริน ซังว่าดีน้องก็ดี น้องรู้ว่าชาริน ซังเองก็ทำเพื่อครอบครัวของเราเหมือนกัน” เจ้าจิ้งจอกน้อยพูดอย่างว่าง่าย ชาริน ซังว่าอะไรน้องก็ว่าตามนั้น ขอแค่เราได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวน่ารัก ๆ แบบนี้ก็พอ


                “ดีมาก...” ฝั่งชริณเองก็ลูบหัวคุณแม่ตัวเล็กด้วยความเอ็นดู ก่อนจะโอบกอดอีกฝ่ายจากด้านหลัง มองดูพยานรักตัวน้อย ๆ ด้วยกัน “ปัญหาทุกอย่างกำลังคลี่คลายนะ อดทนหน่อย เราจะได้อยู่กันเป็นครอบครัวแบบไม่ต้องกังวลแล้วนะ”


                “อื้อ”


                “.....”


                “ไหน ๆ ลูกก็เข้านอนแล้ว งั้นเราก็เข้าห้องกันเถอะ น้องจะให้รางวัล”


                “รางวัล? รางวัลอะไร” คนฟังถึงกับขมวดคิ้ว นึกสงสัยว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยจะมาไม้ไหน


                “รางวัลความน่ารัก สามีดีเด่นของชาริน ซังไงเล่า เข้าห้องนอนกันเถอะ เดี๋ยวจะเสียเวลา” เจ้าจิ้งจอกว่าแล้วหันมองหน้าสามีด้วยสายตาแพรวพราว น้องชอบตอนที่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของชาริน ซังมากเลย มันแหบพร่า ยิ่งอีกฝ่ายมาครางใกล้ ๆ หู น้องยิ่งชอบ ฟังแล้วรู้สึกขนลุกซู่ซ่าแปลก ๆ ได้โอกาสทีเลยขอทำภารกิจอยู่บ่อย ๆ


                “......”


                “รับรองว่าครั้งนี้จะเด็ดจนชาริน ซังไม่ได้นอนถึงเช้าเลย”





___________________________

สกรีมแท็ก #น้องจะตอบแทนพี่เอง

สรุปยัยน้องหื่น ไม่ใช่เพราะภารกิจอะไรแล้ว

มีทั้งหมด15ตอนนะคะ ตอนต่อไปจบจ้า


รักคนอ่านนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.728K ครั้ง

388 ความคิดเห็น

  1. #6030 Sea121 (@Sea121) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:12
    เป็นคุณแม่แล้วหื่นกว่าเดิมหรอน้องงงงงงง
    #6030
    0
  2. #6018 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 02:30
    ตอนนี้อ้างภารกิจไม่ได้แล้วนะลูก ยัยเด็กหื่นเอ้ยยยยย แต่เด็กๆน่ารักจังเลย แง๊~ อยากฟัด
    ปล. ตั้งชื่อให้น้องบ้างก็ดีน้าา อนาคตทุกคนจะเรียกแต่น้องๆไม่ได้หรอก
    #6018
    0
  3. #5991 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:47
    ยัยน้องจอมหื่น55555
    #5991
    0
  4. #5936 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 14:40
    แงงงง เป็นครอบครัวที่น่ารักมากเลยย
    #5936
    0
  5. #5583 inunu (@inunu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:59
    ครอบครัวอบอุ่น คุณแม่จอมหื่น 5555
    #5583
    0
  6. วันที่ 14 กันยายน 2561 / 15:40
    หื่นมากกกกก
    #5567
    0
  7. #5508 mmamaexx (@metalx) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 21:13
    ลูกน่ารักมากกกกกกก น้องก็คือน้องงงงงงง
    #5508
    0
  8. #5467 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 18:12
    ทำไมน้องหื่นขนาดนี้อะ ลูก 4 แล้วนะน้อง 55555
    #5467
    0
  9. #5440 plspeachh (@ppppjih) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 01:23
    เจ้าก้อนขนทั้งสี่น่ารัก เอ็นดู แงงงง
    #5440
    0
  10. #5213 กระรอกoneday (@stepme) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 00:55
    พ่อแม่ของชารินซังต้องเอ็นดูเจ้าก้อนและแม่เจ้าก้อนแน่นอน
    น้องแซ่บมากลูก
    #5213
    0
  11. #5190 somruethai1307 (@somruethai1307) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 21:22
    เเข้าใจพี่ชานนะ ฮือแต่ไม่เปนไรเพื่อครอบครัวเจ้าขนก้อนๆน่ารักมากเลย แต่พ่อแม่จะว่าไงลูกเหมือนพี่ชาย
    #5190
    0
  12. #5174 PSTO (@PSTO) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 01:18
    มันก็ต้องมีอะไรที่เหมือนชริณอะแล้วแม่จะเชื่อรึปะ555555555
    #5174
    0
  13. #4885 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 02:52
    เจ้าก้อนทั้งหลายน่ารัก ยัยน้องหื่นอะไรขนาดนั้น55555555
    #4885
    0
  14. #4787 kk lovely (@pmpke319) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 16:57
    งุ้ยยัยน้องเป็นคุณแม่ที่แซ่บจริงๆ
    #4787
    0
  15. #4761 CcMΣW (@cute33cass) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 15:29
    ได้ศรีภรรยาเป็นยัยน้อง ชารินซังโชคดียิ่งกว่าถูกหวย ครบเครื่องจริงๆ
    #4761
    0
  16. #4706 kmcn0606nan (@kmcn0606nan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 07:01
    เอ่อ ภารกิจเสร็จไปสิบชาติเเล้ว อันนี้เค้าเรียก'หื่น'
    #4706
    0
  17. #4703 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 00:48
    อ่ะ ลูกสี่แล้วแต่ก็ยังแซ่บได้นะจ๊า เป็นคุณแม่ที่ดี แล้วยังเป็นภรรยาที่ดีอีก โอ๊ยยย เอ็นดูจังเลย แล้วความคิดที่จะเรียกลูกว่าน้อง น้อง น้อง น้องกับตัวเองว่าน้องอ่ะ พอแล้วน้า ลูกมีชื่อแล้ว 5555 ส่วนปัญหาเรื่องพ่อแม่ก็ตัดไปได้ สบายหายห่วงแล้ว เย้
    #4703
    0
  18. #4660 jyyj25 (@jyyj25) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 22:37
    รักชริณ รักน้อง รักลูกของน้อง รักไรท์ด้วยย
    #4660
    0
  19. #4656 Kannika_132 (@Kannika_132) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 22:36
    น้องมีความหื่นมากเลย 5555
    #4656
    0
  20. #4654 _mmmidnight_ (@guitarchocola) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 22:30
    น้องมีความแซ่บนะคะ 5555
    #4654
    0
  21. #4652 oohsehun94chan61 (@oohsehun94chan61) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 22:18
    น่ารักมทกอะ5555
    #4652
    0
  22. #4651 BABYBB (@Bunchy_K) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 22:04
    น้องก็ก็ควรได้รางวัลภรรยาดีเด่นเหมือนกันอะ ทั้งเลี้ยงลูก ทั้งเอาใจสามี 55555555
    #4651
    0
  23. #4649 kanrawe24 (@kanrawe24) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 21:44
    น้องให้รางวัลทุกวันเลยสินะ 5555
    #4649
    0
  24. #4647 maymey900 (@maymey900) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 21:26
    น้องงงงง
    #4647
    0
  25. #4644 Wearelone (@bbbbbbbbbaitong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 20:11
    ชารินซัง ลูกๆของคุณได้DNAของคุณทั้งหน้าเลยนะ...
    #4644
    0