(END) Red fox น้องจะตอบแทนพี่เอง (Yaoi)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 255,556 Views

  • 6,049 Comments

  • 12,297 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    984

    Overall
    255,556

ตอนที่ 16 : บทที่ 15 : อุปสรรค ครอบครัวและรักของเรา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3299 ครั้ง
    6 ส.ค. 61













15


                เมื่อพ่อว่ายังไงแม่ก็ว่าตามนั้น เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่เราคุยกันเสร็จ พ่อของชริณก็โทรมาอีกครั้ง เพื่อบอกว่าจะสามารถหยุดยาวมาญี่ปุ่นได้อีกตอนไหน


                หลังจากคุยกับคนพ่อเสร็จ ชริณก็นอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียง เขาทวนถามตัวเองในใจอีกครั้งว่าคิดดีหรือยังที่โกหกพ่อแม่ไปอย่างนั้น เขาไม่อยากโกหก...แต่หากบอกความจริงก็ต้องมีปัญหาตามมาอีก แค่การที่ชริณคบกับผู้ชาย ยังเป็นเรื่องยากเลย เขาก็โชคดีที่มีพ่อแม่พยายามเข้าใจแค่นั้น


                แม้โลกจะค่อย ๆ เปิดกว้าง ให้เสรีในสิ่งที่เป็นแล้ว แต่ลึก ๆ เราเองก็ต้องยอมรับว่าคนที่เกิดก่อนยุคสมัยที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา ลำพังบอกแค่เท่านี้ เรื่องยังยุ่งยาก ชริณไม่รู้ว่าหากพ่อแม่ของเขารับรู้สิ่งที่เจ้าจิ้งจอกเป็น ทุกอย่างจะเป็นอย่างไรต่อไปและยอมรับลึก ๆ ว่าเขาเองก็ไม่กล้าเสี่ยงด้วย


                “ชาริน....”


                “.....”


                “ชาริน ซัง!


                “....!!” คนที่ถูกเรียกถึงกับสะดุ้ง เมื่อจู่ ๆ ก็ถูกเจ้าจิ้งจอกน้อยเรียกพร้อมเขย่าตัวหลังเขานอนเหม่ออยู่นานสองนาน


                “ว่าไง มีอะไร”


                “วันนี้ชาริน ซังไม่ได้ไปทำงานใช่ไหม?” คุณแม่ลูกสี่ถามด้วยน้ำเสียงนึกสนุก ก่อนจะปีนขึ้นเตียงคลานมาหาสามีพร้อมกับโบรชัวร์สินค้าใบหนึ่ง ตอนนี้น้องกำลังมีที่ ๆ อยากไป แต่จะไปคนเดียวก็ไม่ไปเป็นอีก สุดท้ายจึงตัดสินใจกำโบรชัวร์จากหน้าห้างสรรพสินค้ากลับมาให้สามีดู เผื่อชาริน ซังจะใจดีพาน้องกับบรรดาลูก ๆ ของเราออกไปข้างนอกด้วย


                เดี๋ยวนี้คุณแม่ลูกสี่เริ่มมีการพัฒนาแล้ว จากที่ทุกครั้งต้องออกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ากับชาริน ซัง เดี๋ยวนี้สามารถไปซื้อคนเดียวโดยที่สามีไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว


                ฝั่งชริณเองก็รับเอาใบโบชัวร์จากเจ้าจิ้งจอกมาดู มันเป็นโบชัวร์ของสวนสนุกแห่งหนึ่งซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านใหม่ของเราเท่าไรนัก ตอนนี้กำลังจัดโปรโมชั่นเชิญชวนให้คนไปเที่ยวสวนสนุกกัน


                “อยากไปเหรอ” เขาถามเจ้าจิ้งจอกและดูเหมือนอีกฝ่ายก็กำลังมองชริณอย่างมีความหวังเช่นกัน


                “อื้อ! ขอไปได้ไหม เอาลูกไปเที่ยวด้วย” เจ้าจิ้งจอกน้อยว่าพร้อมกะพริบตาปริบ ๆ หมายจะอ้อนสามี ใจอ่อนยอมพาแก๊งก้อนขนของเราไปเที่ยว


                “ก็ดีเหมือนกัน ไม่เคยได้ออกไปไหนเลยนี่” ชริณว่า อนุมัติอย่างไม่ต้องคิด


                เขาเองก็สงสารบรรดาลูก ๆ เหมือนกัน ตั้งแต่เกิดมาก็อยู่แต่ในบ้าน มีงานหลักคือป่วนคุณแม่ ให้คุณแม่มาฟ้องพ่อ กิน ๆ แล้วก็นอนตามประสาเด็ก ออกไปเปิดหูเปิดตา สัมผัสกับโลกภายนอกก็น่าจะดีอยู่ไม่น้อย


                “เย้! ชาริน ซังน่ารักที่สุด จุ๊บ!” เจ้าจิ้งจอกน้อยโผกอดสามีด้วยท่าทางสุดดีใจก่อนจะจุ๊บแก้มของสามีเพื่อเป็นรางวัล ดีใจมาก ๆ ที่ชาริน ซังอนุมัติ น้องจะได้ไปเที่ยวแล้ว!


                การที่สามีอนุมัติ จะไปสวนสนุกด้วยกัน ทำให้คุณแม่ลูกสี่อารมณ์ดีแทบทั้งวัน พรุ่งนี้น้องจะได้ออกไปเที่ยวแล้ว น้องรอให้ถึงเวลานั้นอย่างใจจดใจจ่อ เหมือนเด็กที่ถูกผู้ใหญ่ล่อด้วยขนม


                นับเป็นครั้งแรกที่ครอบครัวก้อนขนได้ออกไปข้างนอกด้วยกัน แต่เจ้าจิ้งจอกเชื่อว่าแม้จะเป็นครั้งแรกของลูก ๆ ก็จะไม่สร้างปัญหาให้ใครแน่นอน เพราะวันว่าง ๆ น้องเองที่อยู่บ้านกับลูกตลอดเวลา ก็มักจะคอยสอนลูกเสมอ อย่างน้อยในตอนนี้แก๊งก้อนขนก็รู้การควบคุมวิธีการกลายร่างได้แล้ว


                “ปายยยเที่ยวว เที่ยวไหนอ่า” ตะวันลูกคนที่สามเอียงคอมองแม่ตาแป๊ว หลังเห็นคุณแม่มาบอกข่าวดีด้วยท่าทางดีใจ ขณะที่ลูก ๆ ยังงุนงงอยู่


                “เที่ยวสวนสนุกไง”


                “แล้วมันคืออะไยหลอคะ” สายรุ้งพี่สาวคนโตถามแม่ต่อ


                “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ” เจ้าจิ้งจอกถึงกับห่อไหล่อย่างหงอย ๆ เมื่อให้คำตอบบรรดาลูก ๆ ไม่ได้ เพราะตัวเองก็ไม่เคยไปเหมือนกัน เติบโตมาแต่ในป่า คลุกคลีกับมนุษย์แค่ตอนหาเศษอาหาร จะไปรู้จักได้ยังไงว่าสวนสนุกคืออะไร จริง ๆ น้องเพิ่งมารู้จักสวนสนุกก็ตอนได้เป็นครึ่งชีวิตของชาริน ซังนี่แหละ


                “อ้าว แล้วทำไมคุงแม่ดีใจอ่า” ดวงจันทร์ว่าด้วยความสงสัย


                “งืม หนูว่าถ้าที่นั่งไม่มีขนง มังก็คงไม่นุกหลอก คุงแม่เชื่อหนู!” ดวงดาวลูกสาวคนสุดท้อง ผู้มีแนวโน้มจะเป็นตุ้ยนุ้ยยิ่งกว่าใครพูดต่อ ขณะเดียวกันก็จับจุกนมเปล่า ๆ ขึ้นมาดูดอีกหน พักหลังคุณแม่ไม่ค่อยยอมให้เธอกินนมเลย จะกินได้ต้องได้กินเท่าพี่น้อง ไม่มีสิทธิ์พิเศษอีกแล้ว สุดท้ายหนูน้อยก็ต้องดูดจุกนมเปล่า ๆ เล่นพอให้แก้อยาก


                “มันต้องสนุกซี่ เชื่อแม่” คนเป็นแม่เถียงลูก ดูจากรูปภาพแล้วมันต้องสนุกแน่นอน น้องมั่นใจ!


                ในที่สุดวันที่เราจะได้ไปสวนสนุกก็เวียนมาถึงเสียที จริง ๆ น้องก็ไม่ได้รอนานอะไร แต่เพราะน้องอยากไปมาก ทำให้ทุกนาทีรู้สึกเดินช้าเหลือเกิน


                หลังจากที่ชาริน ซังอนุมัติเสร็จ วันรุ่งขึ้นเราก็จะไปกันเลย โดยที่มีชาริน ซังเป็นคนวางแผน จัดการอะไรให้เสร็จสรรพ ส่วนน้องเองก็มีหน้าที่โม้กับลูกว่าการออกไปท่องโลกกว้างครั้งนี้ มันต้องสนุกอย่างงั้นอย่างงี้ แต่เหมือนจะมีแค่คุณแม่ลูกสี่ที่ตื่นเต้นอยู่คนเดียว ส่วนลูก ๆ ก็ได้แต่ทำหน้างง เพราะไม่เคยออกไปข้างนอก


                “เจ้าจิ้งจอก พร้อมยัง?


                “แป๊บนึงน้า” หลังจากได้ยินเสียงสามีตะโกนถามมา คุณแม่ลูกสี่ก็รีบเร่งทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ในเร็วมากขึ้น นั่นก็คือการแต่งตัวให้ลูก ๆ ของเรา เรามีเสื้อผ้ามากมายด้วยเงินของชาริน ซังทั้งนั้น ซื้อทีก็ต้องซื้อสี่ชุด เพื่อให้ลูก ๆ ได้ใส่เหมือนกันอย่างเท่าเทียม


                น้องรู้ดีว่าไม่ใช่แค่น้องที่หัวฟูเพราะเจ้าก้อนขน แต่ชาริน ซังเองก็เช่นกัน แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้คลุกคลี ให้เจ้าตัวป่วนให้เล่นงานเหมือนคุณแม่ แต่ชาริน ซังก็มีเรื่องเครียดเพราะต้องหาเงิน การเลี้ยงดูลูกหนึ่งคนไม่ใช่เรื่องง่าย คราวนี้มาพร้อมกันถึงสี่คนก็ยิ่งไปกันใหญ่ ตอนนี้กลายเป็นว่าอันไหนพอช่วยเหลือชาริน ซังได้ น้องก็จะช่วย อย่างน้อยก็ได้แบ่งเบาภาระในแบบของน้อง


                “พร้อมยัง”


                “พร้อมแล้ว”


                “ฮะ เจ้าตัวเล็กของพ่อน่ารักจัง” ชริณที่เข้ามาดูความคืบหน้าการแต่งตัวของลูก ๆ ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ หลังเห็นเจ้าจิ้งจอกแต่งตัวให้บรรดาลูก ๆ ของเรา คล้ายกันหมดจนเหมือนร่างโคลนนิ่ง ชายหนุ่มอดใจไม่ไหว ตรงเข้าไปฟัดแก้มยุ้ยของลูก ๆ ทันที ฟัดคนเดียวไม่ได้ ต้องฟัดรวดถึงสี่คน เพื่อที่ทุกคนจะได้รับความรักเท่าเทียมกัน


                “คุงพ่อ”


                “แอ๊ะ ๆ”


                “คุงป๊อของหนู”


                ทันทีที่ถูกคนพ่อฟัด แก๊งก้อนขนทั้งหลายก็ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวด้วยความชอบใจ พากันหัวเราะเรียกหาพ่อชาริน ต่างชูมือขึ้นกลางอากาศหมายจะอ้อนขอกอด แต่น่าเสียดาย เราไม่ได้มีเวลาพอจะฟัดกันให้หนำใจ ควรรีบออกจากบ้าน ก่อนจะหมดวันไปเสียเปล่า ๆ


                “พร้อมไปเที่ยวกันยัง” ชริณถามเด็ก ๆ


                “พร้อมแย้ว แอ๊ะ ๆ!


                ชริณเลือกใช้การเดินทางด้วยรถไฟพาครอบครัวก้อนขนของเขาไปยังสวนสนุกที่คุยกันไว้ ระหว่างการเดินทางก็มีผู้คนเข้ามาทักทายพวกเราเป็นระยะ ด้วยความที่ลูก ๆ ทั้งสี่แต่งตัวเหมือนกันจนคล้ายร่างโคลนนิ่ง ทำให้ผู้คนที่พบเห็นต่างให้ความเอ็นดูกันทั้งนั้น


                เมื่อมาถึงสวนสนุกที่ว่า ดูเหมือนคุณแม่ลูกสี่จะตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าบรรดาลูก ๆ หันมองนั่นมองนี่ไม่หยุด จนเขาต้องปรามให้ดูลูกด้วย เชื่อเถอะว่าชริณแอบเห็นประกายในดวงตาของเจ้าจิ้งจอก ดูท่าคนแม่นี่แหละที่อยากมาสวนสนุกยิ่งกว่าใคร เมื่อมาถึงงเราก็แบ่งกันเข็นรถ รับผิดชอบลูก ๆ คนละสอง ตอนนี้บรรดาลูก ๆ ของชริณเริ่มหัดเดินได้แล้ว แต่ยังไม่แข็งเท่าไร มีล้มลุกคลุกคลานบ้าง แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ


                พัฒนาการของแก๊งก้อนขนเป็นที่น่าพอใจสำหรับชริณ ลูก ๆ มีพัฒนาขึ้นในทุก ๆ วัน ชริณสอนในการเป็นมนุษย์ ส่วนเจ้าจิ้งจอกก็ปลุกสัญชาตญาณจิ้งจอกในตัวลูก ๆ ให้เจ้าก้อนทั้งสี่ได้เรียนรู้การเป็นมนุษย์และมีสัญชาตญาณความเป็นจิ้งจอกตามเชื้อกำเนิดไม่ทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป


                ชริณกำชับหมวกของลูก ๆ ให้เข้าที่ ก่อนจะพาเดินเข้าเขตสวนสนุกหลังซื้อบัตรมาแล้ว เขาเองก็ไม่ได้มาที่แบบนี้นานเหมือนกัน ครั้งล่าสุดเท่าที่จำได้น่าจะเป็นช่วงมัธยมต้น สวนสนุกเป็นสถานที่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน ร่วมถึงเขาด้วย การพอเจ้าจิ้งจอกและลูก ๆ มา ชริณก็อยากให้ทุกคนได้ประทับใจเหมือนกับตอนที่เขาได้มาครั้งแรก


                “ชาริน ซางงงงงง”


                “หืม?” ชายหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการดูแลลูก ๆ ให้อยู่ในกรอบสายตา หันมองตามเสียงของภรรยา ก่อนจะพบว่าเจ้าจิ้งจอกกำลังยิ้มแป้นแล้นยืนข้างโซนขายสายไหมสีสดใส เป็นอันรู้กันว่าคุณแม่ลูกสี่อยากกิน

               





                “อร่อยจัง น้องให้ลูกกินได้ไหม” บัดนี้มือของคุณแม่ลูกสี่กำลังถือสายไม้สีสดใสไม้ใหญ่เอาไว้กับมือ เป็นครั้งแรกที่เจ้าจิ้งจอกได้กินสายไหม มันรสชาติดีไม่ต่างจากที่จินตนาการไว้เลย อร่อยจนอยากให้ลูก ๆ เจ้าก้อนขนของแม่ได้กินด้วย แต่ต้องถามความเห็นพ่อก่อน เพราะคนพ่อฉลาดกว่า


                “ไม่ได้ ลูกยังไม่ควรกิน ฟันน้ำนมยังไม่ขึ้นเลย” เมื่อชริณว่าเช่นนั้น คุณแม่ที่กำลังแบ่งสายไหมออกเป็นคำ ๆ เตรียมป้อนลูก ๆ ถึงกับหงอยเหมือนกำลังถูกเอ็ด ทั้ง ๆ ที่ชริณก็แค่ห้ามเอง


                “เสียดายจัง....”


                “ไว้ลูกโตค่อยให้กันนะ” ชริณว่าอย่างใจเย็น พลางเข็นลูกเข้าไปในโซนสวนสนุก ก่อนจะมีเหล่ามาสคอตทั้งหลายซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสวนสนุก ขวัญใจของเด็ก ๆ เข้ามารุมล้อมทันที


                ทุกอย่างควรจะแฮปปี้แต่ทว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยกลับมองเจ้ามาสคอตรูปร่างสัตว์ ตัวใหญ่กว่ามนุษย์ปกติด้วยความตื่นกลัว เจ้าจิ้งจอกรีบเขย่าแขนชริณยกใหญ่ เมื่อเห็นสามียังคงยืนนิ่ง ก็ตั้งท่าจะเข็นรถลูก ๆ หนีจากตรงนั้นโดยไม่ฟังเสียงสามี


                “ด—เดี๋ยว!” ชริณร้องห้ามภรรยาเสียงหลง ก่อนที่เราจะผลัดหลงกันในสวนสนุกขนาดใหญ่นี้ แต่ดูเหมือนเจ้าจิ้งจอกจะไม่ฟังอะไรทั้งนั้น คว้ารถเข็นลูกได้ก็จะพาเดินหนีจากตรงนั้นลูกเดียว ท่ามกลางความงุนงงของทุกคน ควรจะเป็นเด็กสิที่กลัว ทว่าลูก ๆ กลับหัวเราะด้วยความชอบใจ ยกเว้นคนแม่ที่เหมือนจะไม่สนุกด้วย


                “น้อง!” ชริณเรียกภรรยาอีกครั้ง หากเป็นปกติเขาคงจะเรียกว่า เจ้าจิ้งจอก แต่เพราะเราไม่ได้อยู่กันในบ้าน เขาจึงไม่สามารถเรียกเช่นนั้นได้ นาน ๆ ทีชริณถึงเรียกเจ้าจิ้งจอกว่าน้อง ซึ่งเป็นชื่อเรียกจริง ๆ ของอีกฝ่าย การเรียกแบบนั้นได้ผลชะงัก มีใครเรียกชื่อก็ต้องหันอยู่แล้ว นั่นคุณแม่ลูกสี่หยุดยืนอยู่กับที่และหันกลับไปมองสามีตัวเอง


                ดวงตากลมโตคลอด้วยน้ำใส แสดงออกอย่างชัดเจนว่ากลัวเจ้าตัวการ์ตูนประจำสวนสนุกแห่งนี้ นั่นทำให้ชริณไม่มีทางเลือกมากนัก จากที่ตั้งใจว่าจะถ่ายรูปรวมกับครอบครัวโดยมีมาสคอตเป็นตัวประกอบเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก็ต้องยกเลิกไป เดินเลี่ยงไปอีกทาง ไม่ให้เราได้เจอกับมาสคอตอีกหน ก่อนที่เจ้าจิ้งจอกจะปล่อยโฮกลางสวนสนุก


                เขาเข็นรถลูกอีกสองคนเดินมาทางเจ้าจิ้งจอก ตั้งใจว่าหลังจากนี้จะพาครอบครัวก้อนขนเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อที่จะได้ไม่ต้องพบเจอเจ้ามาสคอตอีก


                “ชาริน ซังจะถ่ายรูปกับเจ้านั้นเหรอ จะถ่ายก็ได้นะ” เจ้าจิ้งจอกน้อยที่เห็นว่าสามีอยากทำอะไร ก็รีบคว้าแขนไว้ก่อนที่ชาริน ซังจะเดินนำไปอีกทาง น้องรู้ว่าชาริน ซังอยากถ่ายรูปกับเจ้าตัวประหลาดพวกนั้น จริง ๆ น้องกลัว มันตัวใหญ่เกินไป แต่ถ้าชาริน ซังอยากพาลูก ๆ ของเราไปถ่ายรูปรวมกับเจ้าพวกนั้น น้องจะรวบรวมความกล้าไปถ่ายด้วยก็ได้


                “ไม่เป็นไรหรอก กลัวไม่ใช่เรา” ชริณว่าด้วยความเสียงอ่อนโยน ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวคุณแม่ลูกสี่เพื่อปลอบโยน เห็นชัดว่าเจ้าจิ้งจอกกลัว ยิ่งจะพยายามเอาใจ เพื่อที่จะให้เราถ่ายรูปด้วยกันอีก


                “แล้วชาริน ซังจะเสียใจไหม ถ้าเราไม่ได้ถ่ายรูปกับเจ้าพวกนั้น”


                “เสียใจทำไม? ไม่ถ่ายรูปกับเจ้าพวกนั้น เราก็ไปถ่ายที่อื่นก็ได้ ไม่ต้องร้องไห้นะ...เรื่องแค่นี้เอง” ชริณว่า เพราะอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลา ห่างกันแค่ตอนเขาไปทำงาน ทำให้ชริณรู้เลยว่าตอนนี้เจ้าจิ้งจอกกำลังกังวล เป็นห่วงความรู้สึกคนอื่นมากกว่าตัวเองที่กลัวจนร้องไห้


                คราวที่แล้วก็ปกป้องเขาด้วยชีวิตตัวเอง....คราวนี้ก็เป็นห่วงความรู้สึกเขามากกว่าความรู้สึกตัวเองอีก จะไม่ใช่ชริณหลงได้ยังไง


                ถ้าเป็นอยู่บ้านเขาคงจูบหน้าผากเพื่อปลอบแล้ว แต่เพราะเราอยู่ที่สาธารณะ สุดท้ายชริณถึงทำได้แค่ลูบหัวปลอบ ก่อนจะพาไปเล่นโซนอื่น ๆ ในสวนสนุกเพื่อให้อาการหวาดกลัวของคุณแม่ลูกสี่หายไปแล้วค่อยไปให้รางวัลกันที่บ้าน











               “แล้วน้องจะดูพวกการ์ตูนเหล่านี้ได้ที่ไหนอะ”


                “ในโทรทัศน์”


                “ไม่เห็นมีเลย”


                “ก็ไม่เคยเปิดให้ดู”


                “งั้นวันนี้เปิดให้น้องดูหน่อยนะ ให้ลูกเราดูด้วย”


                “อือ...” ชริณขานรับส่ง ๆ ดูเหมือนการมาสวนสนุกตามคำขอของคุณแม่ลูกสี่ครั้งนี้ จะสร้างความปวดหัวให้เขาเสียแล้ว เพราะตั้งแต่ออกมาจากสวนสนุก เจ้าจิ้งจอกก็ถามจ้อไม่หยุด คอยพูดถึงเหล่าตัวการ์ตูน มาสคอตทั้งหลายแหล่ที่เดินขบวนพาเลตมาสร้างความสนุกกับเด็ก ๆ ที่มาชื่ออะไรกันบ้าง ทำไมตัวถึงสีนี้ มีลูกไหม สารพัดสิ่งสงสัย


                ชริณว่าการมาสวนสนุกครั้งนี้ เจ้าจิ้งจอกคงมีความสุขมากกว่าใคร แม้จะเสียน้ำตาตอนเห็นมาสคอตของสวนสนุกในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ปิดฉากการมาเที่ยวครั้งแรกของเราด้วยรอยยิ้ม


                คุณแม่ลูกสี่ดี๊ด๊าเหมือนเด็กห้าขวบ ส่วนก็เจ้าก้อนขนทั้งหลายก็ได้แต่มองตัวการ์ตูนทั้งหลายอย่างมึนงง เพราะไม่เคยเห็น บ้างก็หัวเราะชอบใจ แต่คงไม่มีใครแฮปปี้เท่ากับคุณแม่แล้ว


                “ชาริน ซัง ตัวนี้ชื่ออะไรนะ มินนี่ใช่ไหม?


                “ถามแต่เจ้าตัวการ์ตูน ชักจะน้อยใจแล้วนะ” เพราะดูเหมือนตัวเองกำลังถูกแย่งความสนใจ ชริณที่กำลังพาครอบครัวก้อนขนกลับบ้านของเราจึงหันไปพูดกับเจ้าจิ้งจอกด้วยท่าทีจริงจัง ปกติเจ้าจิ้งจอกก็มักจะให้ความสำคัญแต่เขาเสมอ ไม่เคยสนใจสิ่งใดนอกจากเขา พอเจอแบบนี้ ชริณก็ชักจะโมโหเหมือนกัน อะไรจะขนาดนั้น


                จากตอนแรกที่ตั้งใจจะให้รางวัล น่าจะเปลี่ยนเป็นการลงโทษเสียให้เข็ด....


            “ชาริน ซังโกรธเหรอ”


                “.....”


                “งั้นน้องไม่พูดถึงแล้วนะ” เจ้าจิ้งจอกน้อยว่า พับความสนใจเกี่ยวกับเรื่องเจ้าตัวการ์ตูทั้งหลายแหล่ลงไป ก่อนที่ชาริน ซังจะโกรธมากกว่านี้แล้วเราก็ขึ้นรถไฟกลับบ้านกันโดยที่น้องไม่พูดเรื่องเจ้าตัวการ์ตูนอีก

       

         ชาริน ซังบอกน้องว่าไม่ได้โกรธ... แต่กลับไม่พูดกับน้อง แบบนี้มันหมายความว่ายังไง? เมื่อกลับมาถึงบ้าน คุณแม่ลูกสี่ก็กลับมาสวมบทเป็นแม่บ้านอีกครั้ง พ่อแม่แบ่งหน้าที่กันคนละส่วน ชาริน ซังอาบน้ำให้เจ้าก้อนขนที่เหมือนจะเพลีย เพราะออกไปเที่ยวเล่นโลกภายนอกทั้งวัน ส่วนน้องเองก็รับหน้าที่ชงนม เตรียมส่งลูก ๆ เข้านอนในคืนนี้


                หลังจากชาริน ซังอาบน้ำแต่งตัว ใส่ชุดนอนให้ลูก ๆ แล้วพาเข้าเปลนอนเสร็จ ก็เดินตัวละลิ่วผ่านน้องที่กำลังถือขวดนมมาเสิร์ฟลูก ๆ โดยไม่พูดจา ทำเอาเจ้าจิ้งจอกถึงกับห่อไหล่ ทำมือสามีในรูปแบบนี้ไม่ถูก ชาริน ซังไม่ได้เมินเฉยกับน้องแบบนี้นานแล้ว ล่าสุดก็ก่อนที่เราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน


                ขณะที่น้องกำลังยืนถือขวดนมอย่างเหม่อลอย กำลังคิดจะทำยังไงดีให้ชาริน ซังหายโกรธตัวเอง ลูก ๆ ทั้งสี่ก็ร้องหานมร้อนส่งเข้านอน เจ้าจิ้งจอกน้อยจึงไม่มีทางเลือกมากนัก ยังไงเสียตอนนี้ก็ต้องดูแลลูกให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยไปง้อสามีทีหลัง


 

                “ชาริน ซังงงงง น้องอาบน้ำด้วย”


                “.....”


                “อย่าเพิ่งปิดประตูซี่!


                “จะเข้ามาก็รีบมา”


                หลังจากที่จัดการส่งลูก ๆ เข้านอนเรียบร้อยแล้ว คุณแม่ลูกสี่ก็วิ่งแจ้นตรงเข้าห้องนอนตัวเอง หมายจะง้อสามีตามที่วางแผนเอาไว้ทันที


                 พอเข้ามาถึงห้องก็เห็นชาริน ซังคว้าผ้าเช็ดตัว เตรียมจะเข้าไปอาบน้ำ เจ้าจิ้งจอกก็ไม่รอช้า รีบเดินตามไปคว้าผ้าเช็ดตัวเช่นกัน ตั้งใจว่าจะขออาบน้ำด้วยคน เดี๋ยวน้องจะขัดหลังให้ชาริน ซังหายโกรธเอง ทว่าในตอนแรกทันทีที่ชาริน ซังได้ยิน อีกฝ่ายก็ตั้งท่าจะปิดประตูใส่ น้องต้องร้องห้ามเสียก่อน ชาริน ซังถึงยอมเปิดประตูให้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก


                พอได้อยู่กับสามีเพียงลำพัง เจ้าจิ้งจอกลูกสี่ก็กลายร่างเป็นน้องเหมือนเดิม เพราะดูเหมือนชาริน ซังจะไม่เข้าเต็มใจให้น้องเข้ามาอาบน้ำด้วย เจ้าจิ้งจอกน้อยก็เริ่มเบะปากบ้าง แต่น้อยใจมากไม่ได้เพราะชาริน ซังยังโกรธน้องอยู่ ถ้าน้องน้อยใจแล้วชาริน ซังรู้ ด้วยเรื่องจะบานปลาย


                เราต่างแยกมุมปลดเปลื้องเสื้อผ้าเพื่อเตรียมอาบน้ำ บรรยากาศระหว่างมาคุจนเจ้าจิ้งจอกน้อยรู้สึกอึดอัดจึงถอนหายใจออกมา


                “ถ้าไม่อยากอาบน้ำด้วยกัน ก็ไม่ต้องก็ได้นะ ไม่ได้บังคับ” ฝั่งชริณเอง เมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจก็พูดออกมาด้วยน้ำเรียบนิ่ง


                “เปล่าสักหน่อย” เจ้าจิ้งจอกเถียง


            ชาริน ซังชอบคิดไปเองอยู่เรื่อย น้องบอกตอนไหนว่าไม่อยากอาบน้ำด้วย!






 

                หลังจากจัดการสลัดเสื้อผ้าออกให้พ้นตัวได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะได้อาบน้ำกันเสียที เจ้าจิ้งจอกน้อยค่อย ๆ เดินเลียบ ๆ เคียง ๆ เข้าไปหาชาริน ซัง บอกตามตรงว่าตอนนี้น้องเองก็ไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ชาริน ซังเท่าไรนัก เพราะอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ แต่กำลังโกรธน้องอยู่และดูเงียบมาก ๆ ด้วย


                “ชาริน ซัง....” คุณแม่ลูกสี่เกริ่นนำโดยการเรียกชื่อสามีก่อน


                “.....”


                “ด—เดี๋ยวน้องขัดหลังให้นะ วันนี้เหนื่อยมากใช่ม้า จะนวดให้ด้วย” เจ้าจิ้งจอกว่าด้วยน้ำเสียงสดใส พยายามแสดงออกสุดฤทธิ์ว่าอยากปรนนิบัติสามี เมื่อเห็นว่าชาริน ซังไม่ได้พูดอะไร ก็เตรียมคว้าใยบวบหมายจะมาขัดหลังให้สามี ทว่าอีกฝ่ายกลับชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน


                “ไม่เป็นไร...ไม่มีอารมณ์”


                “อ๋อ...อือ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากขานรับในลำคอ ก้อนน้อยใจเล็ก ๆ ในตอนแรกที่พยายามไม่สนใจ เพราะสามีกำลังโกรธอยู่ เริ่มขยายใหญ่มากขึ้น


                น้องก็อยากง้อชาริน ซังนะ...แต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้ง้อแล้วน้องจะทำยังไง


            แผนที่วางไว้ถูกชาริน ซังทำพังอย่างไม่เป็นท่า กลายเป็นว่าเราต่างแยกย้ายกันอาบน้ำและแต่งตัว ไม่มีนัวเนียกันเหมือนเคย ชาริน ซังไม่ใช่ผู้ชายหวาน ไม่ค่อยแสดงความรักอย่างเปิดเผย แต่อย่างน้อย ๆ ก่อนนอนอีกฝ่ายต้องมีจูบหน้าผาก บอกฝันดีบ้าง แต่ครั้งนี้ไม่เลย


                เราแยกย้ายกันนอนอีกแล้ว....


            ดวงตากลมโตได้แต่มองตามทุกการกระทำของสามีตาละห้อย อีกฝ่ายเมินเฉยน้องอย่างตั้งใจ เมินเฉยจนกระทั่งเราจะเข้านอนกันแล้ว ไม่ต้องรอดูท่าที รู้เลยคืนนี้เรานอนหันหลังให้กันแน่


                ฝั่งเจ้าจิ้งจอกที่อยากจะเดินหน้าง้อเต็มที่ก็ได้แต่ปิดปากเงียบ เพราะกลัวชาริน ซังจะปฏิเสธกลับมาให้เจ็บใจเล่นซ้ำสอง


                “ชาริน ซังจะนอนแล้วเหรอ” เจ้าจิ้งจอกน้อยถาม อีกฝ่ายจะไม่จูบหน้าผากน้องก่อนนอนจริงเหรอ?


                “อืม”


                “งั้น...ลืมอะไรหรือเปล่า” เจ้าจิ้งจอกถามต่อ เอาน่า....อีกฝ่ายอยากลืมก็ได้ บอกใบ้นิด ๆ ก็คงไม่เป็นอะไร


                “ไม่ลืม”


            “อ๋อ งั้นฝันดีนะ” เจ้าจิ้งจอกน้อยว่า ใกล้จะร้องไห้อยู่รอมร่อ ชาริน ซังลืมกิจวัตรที่เรามักจะทำกันจริง ๆ ก้อนน้อยใจเริ่มขยายใหญ่กว่าครั้งที่แล้ว คราวนี้มันจุก ๆ ในคอ คุณแม่ลูกสี่ต้องรีบเข้านอนก่อนที่จะได้ร้องไห้ต่อหน้าชาริน ซัง


                เพราะน้องมีชาริน ซังเป็นโลกทั้งใบมาโดยตลอด พอมีสิ่งหนึ่งของโลกภายนอกที่ดูน่าสนใจ ทำให้อดใจไม่ไหวที่จะให้ความสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันชาริน ซังก็ยังเป็นโลกทั้งใบของน้องเหมือนเดิม เพียงแค่ว่าโลกทั้งใบของน้องมีบางอย่างเพิ่มเติม นั่นก็คือการ์ตูน


                การไปเที่ยวสวนสนุกครั้งนี้ของเรา เป็นครั้งแรกที่เจ้าจิ้งจอกน้อยได้รู้จักตัวการ์ตูน โลกในจินตนาการของมนุษย์ มันดูน่าสนุก ตัวการ์ตูนแต่ละตัวก็น่ารักน่าชัง ยกเว้นพวกเจ้ามาสคอตของสวนสนุก ทำให้น้องประทับใจอยากรู้จักมากกว่านี้ ชาริน ซังเท่านั้นที่สามารถไขความสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ ของเจ้าตัวการ์ตูนให้น้องได้ น้องถึงเอ่ยปากถามไม่หยุด จนเป็นเหตุให้ชาริน ซังโกรธ กล่าวหาว่าน้องให้ความสนใจกับตัวการ์ตูนมากกว่าเจ้าตัว


                มันไม่ใช่สักหน่อย ชาริน ซังยังเป็นที่หนึ่งในใจน้องอยู่ดี...


                “งั้นน้องปิดไฟเลยนะ” เจ้าจิ้งจอกน้อยว่าต่อ ต้องรีบปิดไฟให้ห้องมันมืดก่อน น้องจะไม่ไหวอยู่แล้ว


                “......” เมื่อเห็นชาริน ซังไม่พูดไม่จา น้องก็ไม่รอช้า รีบชิงปิดไฟ ล้มตัวนอนหันหลังให้ชาริน ซังโดยไม่คิดจะหันไปมองหน้าอีกฝ่ายอีก มือเล็กคว้าผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมถึงหัวไหล่ตัวเอง ก่อนจะค่อย ๆ ร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ ขนตายาวชุ่มไปด้วยน้ำตา ก้อนน้อยใจที่ว่ากำลังแผลงฤทธิ์อย่างช้า ๆ


                เจ็บจัง....


            ไหล่แคบสั่นเทิ้มไปตามแรงร้องไห้ กลีบปากบางเม้มแน่น ต้องการที่จะร้องไห้ให้เบาเสียงที่สุด ไม่อยากให้ชาริน ซังได้รับรู้ว่าก้อนน้อยใจขนาดใหญ่กำลังเล่นงานน้องอย่างช้า ๆ ชาริน ซังเป็นโลกทั้งใบของน้อง หากอีกฝ่ายเมินเฉย พยายามตีตัวออกห่างน้องแบบนี้น้องจะทำยังไง


                “เจ้าจิ้งจอก”


                “....!!” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อชาริน ซังที่คิดว่าคงนอนหันหลังให้เช่นกันก็เรียกขานน้องขึ้นมา จะขานรับในทันทีก็ไม่ได้ อีกฝ่ายฉลาด หากตอบกลับไปในทันทีคงรู้แน่ว่าน้องกำลังร้องไห้อยู่


                “น้อง....” คราวนี้ชาริน ซังไม่พูดเปล่า น้องรับรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังเขยิบเข้ามาใกล้ มือหนาจับเข้าที่ไหล่ของน้อง ส่วนจิ้งจอกเองก็หยุดร้องไห้ชั่วขณะ รีบใช้ผ้าห่มเช็ดน้ำตาตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ตั้งใจจะทำลายหลักฐาน อีกอย่างตอนนี้เราอยู่ในความมืด ชาริน ซังคงไม่เห็นหรอกว่าน้องกำลังอยู่ในสภาพไหน


                “ร้องไห้เหรอ?


            “ป—เปล่า!” เจ้าจิ้งจอกน้อยรีบปฏิเสธ แต่นั่นยิ่งเป็นหลักฐานมัดตัวว่าเจ้าตัวกำลังร้องไห้ เพราะน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ชาริน ซังนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเขยิบเข้ามาใกล้น้องยิ่งกว่าเดิม แล้วตวัดแขนกอดเอวน้องไว้อย่างหลวม ๆ


                “แน่ใจ?” ชริณว่า งับใบหูเจ้าจิ้งจอกขี้แงเบา ๆ


                “ฮือ!น้องไม่อยากคุยด้วยแล้ว” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ว่าหันไปตีไหล่ชาริน ซังทันควัน พร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายอีกต่อไป รู้ทั้งรู้ว่าน้องกำลังร้องไห้ ยังมีหน้ามาถามกันอีก ชาริน ซังใจร้าย! ฝั่งชริณเองก็ถึงกับหัวเราะออกมา ไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้เจ้าจิ้งจอกร้องไห้ การลงโทษของเขาได้ผล เขาปล่อยให้อีกคนตีครู่หนึ่งก่อนจะคว้ามือไว้ ไม่ให้ประทุษร้ายตัวเองอีกครั้ง


                “อย่าตีแรง เจ็บ” เขาว่าเพียงสั้น ๆ


                “โอ๋ ๆ ไม่ร้องน้าเจ้าจิ้งจอก” เพราะยังเห็นดวงตาของเจ้าจิ้งจอกยังคงเต็มไปด้วยน้ำตา ชริณจึงลูบหัวปลอบโยนอีกฝ่ายเหมือนเด็ก ๆ


                “ไม่ต้องเลย ชาริน ซังใจร้าย” ตีเสร็จก็นอนซุกอกชาริน ซังกอดเอวไว้อย่างหลวม ๆ พร้อมกับสะอื้นไห้ อยากจะโมโหชาริน ซัง อยากจะหยิกให้เนื้อเขียว แต่ในขณะเดียวกันก็อยากกอดด้วย เมื่อกี้ที่เมินเฉยน้องทุกอย่างเป็นแค่การแสดงงั้นเหรอ


                “เมื่อกี้ ชาริน ซังโกรธน้องเหรอ” เจ้าจิ้งจอกน้อยถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย


            “ไม่ได้โกรธ” ชริณเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง


                “.....”


                “แค่ต่อหน้าอย่ามาให้ความสนใจอะไร นอกจากฉันอีกไม่ชอบ เข้าใจไหม” ชริณว่า เขาไม่ชอบที่ตัวเองถูกลดความสำคัญ ไม่ชอบที่ตัวเองถูกเจ้าจิ้งจอกละเลย


                “อือ...น้องก็ให้ชาริน ซังเป็นที่หนึ่งของน้องอยู่แล้วนี่นา” เจ้าจิ้งจอกน้อยว่าเสียงอ้อมแอ้ม ก้อนน้อยใจเริ่มดีขึ้น เมื่อได้รับคำตอบและฟังเหตุผลของชาริน ซัง


                “....ก็ดี”


                “แต่ว่าพรุ่งนี้เปิดการ์ตูนให้น้องหน่อยได้ไหม”


                “เจ้าจิ้งจอก!










                “ชาริน ซังงงงงง”


                “ว่าไง หืม”


                “น้องทำท่าแบบนี้ ถูกไหม?


                “แบบนั้นมันท่าไหว้พระแล้ว ยกถึงเท่านี้ก็พอ” กลีบปากหยักถึงกับคลี่ยิ้ม นึกเอ็นดู เมื่อเห็นท่าทีเงอะงะของคุณแม่ลูกสี่ ก่อนชริณจะแสดงตัวอย่างการไหว้ผู้ใหญ่แบบไทย ๆ ให้เจ้าจิ้งจอกดูอีกครั้งอย่างเต็มใจ ดูท่าอีกฝ่ายเองก็คงตื่นใจและเอาใจพ่อแม่ของชริณจริง ๆ


                 ในวันพรุ่งนี้ชริณจะต้องขึ้นเครื่องตั้งแต่เช้า เตรียมไปรับคุณพ่อคุณแม่มาญี่ปุ่นตามแผนการที่เขาวางเอาไว้ ยิ่งใกล้วันที่ทั้งสองจะได้พบกัน เขาก็ยิ่งกังวล ไม่รู้ว่าพ่อแม่ของตัวเองจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่ชริณเชื่อหากว่าเขายังเอ็นดูเจ้าจิ้งจอกถึงเพียงนี้ พ่อแม่ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน


                “แบบนี้ใช่ไหม” เจ้าจิ้งจอกน้อยเอ่ยถามอีกครั้ง พร้อมกับแสดงท่าไหว้ผู้ใหญ่ให้สามีได้ตรวจเช็ก


                “แบบนี้แหละ”


                “งั้นน้องจะไปสอนลูกต่อ” เจ้าตัวเล็กพูดงึมงำ ก่อนจะเดินผ่านไปเข้าห้องลูกเพื่อสอนในสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้จากสามีมา


                ไม่ใช่แค่อยากไหว้เพื่อเอาใจ แต่คุณแม่ลูกสี่ยังมีการอ้อนให้สามีสอนแนะนำตัวสั้น ๆ เป็นภาษาไทยด้วย พอได้ความรู้จากสามีก็รีบวิ่งแจ้นไปสอนลูกต่อ เพราะอยากให้คุณปู่คุณย่าเอ็นดูหลาน ๆ ด้วย


                นับจากนี้ไปเจ้าจิ้งจอกน้อยไม่ได้อยู่บ้านเปล่า ๆ คอยเลี้ยงลูกอีกแล้ว แต่ชริณมีโครงการจะสอนภาษาญี่ปุ่นให้ด้วย อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับภาษาอ่านออกเขียนได้ขั้นพื้นฐาน


                เจ้าจิ้งจอกสื่อสารได้ก็จริง แต่อ่านหนังสือไม่ออก ลำพังอยู่แค่บ้านเฉย ๆ ก็คงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่คนเราไม่สามารถอยู่บ้านตลอดเวลาได้ ไม่วันใดวันหนึ่งก็ต้องออกไปเผชิญโลกภายนอก ไกลกว่าห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านและไม่มีชริณคอยช่วยเหลือ ดังนั้นภาษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ


                ฝั่งคุณแม่ลูกสี่เมื่อได้รับความรู้ที่ถูกต้องจากสามีแล้ว ก็รีบวิ่งมาสอนลูก ๆ ก่อนที่ตัวเองจะลืม น้องฉลาดก็จริง มีมันสมองมากกว่าสัตว์ทั่ว ๆ ไป แต่ก็ยังไม่เทียบเท่ามนุษย์อยู่ดี ดังนั้นต้องมีการย้ำคิดย้ำทำบ่อย ๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ลืม อาจไม่เข้าใจอะไรง่าย ๆ แต่ก็ไม่ได้โง่จนคนรำคาญ


                “ดูแม่เป็นตัวอย่างน้า...ทำแบบนี้ ๆ” หลังเรียกให้ลูก ๆ เข้ามามุงเพื่อดูตนได้แล้ว เจ้าจิ้งจอกก็เริ่มทำการไหว้แบบไทย ๆ ที่ได้ความรู้มาจากชาริน ซังมาให้ลูก ๆ ได้ดู ซึ่งเจ้าก้อนขนทั้งสี่ก็ได้ทำตาม มือป้อม ๆ ประกบกันไว้และยกขึ้น หัดเรียนรู้ตามแม่อย่างมึนงง


                “เราต้องทำด้วยหลอ คุงแม่” สายรุ้งถาม


                “ต้องทำตามนะ ๆ คุณปู่คุณย่าจะได้เอ็นดูเราไง”


                “แล้วคุงปู่คุงย่าเป็นใครอ่า” ตะวันถามต่อ ไม่เคยได้ยินคำนี้เลย ตั้งแต่เกิดมาก็รู้จักแต่พ่อแม่


                “ก็เป็นพ่อแม่ของคุณพ่อไง” เจ้าจิ้งจอกไขความสงสัยให้กับลูก


                “แล้วคุงแม่ หนูยกแบบนี้ได้ไหม” ว่าจบดวงดาวก็เอามือประกบกันทั้งสองข้างและยกขึ้นท่วมหัวโชว์ให้คุณแม่ดู


                “ท่านี้แม่ก็เคยทำให้คุณพ่อดูเหมือนกัน แต่คุณพ่อบอกว่ามันผิด ยกแค่เท่านี้ก็พอ” พูดเสร็จ คนแม่ก็โชว์ท่าไหว้ที่ถูกต้องให้ลูก ๆ ได้ดูอีกครั้ง


                มันอาจจะดูยุ่งยากไปเสียหน่อยกับการที่เราต้องเตรียมตัวครั้งนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่วัฒนธรรมของบ้านเรา แต่เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ทำด้วยความเต็มใจ เพราะอยากให้พ่อแม่ของชาริน ซัง ประทับใจตัวเองและครอบครัวก้อนขนของเราจริง ๆ


                “ถ้ามันยากก็ไม่ต้องทำก็ได้นะ พ่อแม่เข้าใจอยู่แล้ว” ชริณที่เพิ่งจัดกระเป๋าเดินทางของตัวเองเสร็จ เดินเข้ามาโอบกอดภรรยาตัวเล็กไว้ข้างหลังพร้อมกับจูบข้างขมับอีกฝ่ายเบา ๆ โชว์หวานต่อหน้าพยานรักของเรา


                เขารู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าจิ้งจอกและแก็งก้อนขน เห็นแบบนี้ก็อดสงสารไม่ได้ ดูว่าอยากทำให้คุณปู่คุณย่าประทับใจตั้งแต่แรกเห็น แต่ถ้ามันลำบากตัวเองมากเกินไปก็ไม่ดีและชริณเชื่อว่าพ่อแม่ของเขาเข้าใจเรื่องพวกนี้ดี


                “แต่น้องอยากให้คุณพ่อคุณแม่ชาริน ซังประทับใจ”


                “ลำบากเราไหมล่ะ” เขาย้อนถาม


                “ไม่ลำบากเลย แค่นี้สบายมาก!” ว่าจบก็ส่งยิ้มแฉ่งให้สามี ตั้งใจยืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูดจริง ๆ ทว่าทันทีที่ชริณได้เห็นรอยยิ้มนั้นก็ไม่รีรอฟัดแก้ม หอมฟอดใหญ่จนเกิดเสียง  ชาริน ซังพึมพำเบา ๆ ว่าน้องหาเรื่องใส่ตัว ทำเอาเจ้าจิ้งจอกน้อยถึงกับหน้าแดง เพราะเรากำลังจู๋จี๋กันต่อหน้าลูก ๆ


                ใกล้จะถึงวันที่ครอบครัวก้อนขนได้พบคุณปู่คุณย่ามากขึ้นเท่าไร คุณแม่ลูกสี่ก็รู้สึกกังวลและตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น ไม่รู้ว่าผลสุดท้ายมันจะเป็นอย่างไร แต่น้องจะทำให้พวกท่านประทับใจอย่างสุดกำลัง


                ขณะที่รอสามีอาบน้ำเสร็จ เพื่อที่เราจะได้เข้านอนพร้อมกัน คุณแม่ลูกสี่ก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า พยายามท่องการแนะนำตัวเองเป็นภาษาไทยอยู่หลายหน ยิ่งใกล้วันแล้วจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด


                “ชาริน ซังน้องพูดถูกหรือยัง?” หลังลองทบทวนประโยคแนะนำตัวเป็นภาษาไทยให้สามีฟัง เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ถามความเห็นชริณอีกครั้ง เผื่อได้ปรับเปลี่ยนตรงไหนอีก


                “ถูกแล้ว”


                “ดีใจจัง” พอได้ยินสามีพูดเช่นนั้น เจ้าจิ้งจอกก็เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง ดวงตากลมโตปิดสนิทลง ปล่อยให้สามีที่ผมเผ้ายังไม่แห้งสนิทดีเข้ามาจุ๊บหน้าผากเหมือนที่เราชอบทำกันเป็นประจำ


                หลังส่งลูก ๆ เข้านอนแล้ว เราสองคนถึงได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แก็งเจ้าก้อนขนเองก็หัดกลายร่างได้เก่งขึ้นแล้ว นั่นทำให้คุณแม่ผู้รับบทบาทเป็นครูฝึกสอนทักษะชีวิตครั้งนี้รู้สึกเบาใจลงเปราะหนึ่ง


                โดยปกติแล้วมนุษย์จิ้งจอกช่วงแรกเกิดจนถึงหกเดือนแรกจะยังควบคุมพลังที่ตัวเองมีไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะต้องทำใจยอมรับ หากก่อนนอนจะเห็นลูก ๆ อยู่ในร่างทารก แต่พอเช้าวันต่อมาอาจอยู่ในร่างลูกจิ้งจอกแดง ซึ่งแล้วแต่ธรรมชาติจะกำหนด


                “พรุ่งนี้ชาริน ซังจะไปเช้าแค่ไหนอะ” เจ้าจิ้งจอกน้อยเอ่ยถาม หลังนึกได้ว่าพรุ่งนี้ชาริน ซังจะไม่อยู่บ้านทั้งวัน


                “เช้ามาก ๆ เลย เดี๋ยวตกเครื่อง”


                “แล้วจะอยู่ที่นั่นนานไหมอะ”


                “แป๊บเดียว แค่ไปรับพ่อแม่มาญี่ปุ่นเฉย ๆ” ชริณว่า แผนที่เขาวางเอาไว้ก็แค่ตั้งใจจะไปรับพ่อแม่มาที่บ้าน ไม่ได้ตั้งใจจะกลับไปพักผ่อนที่เมืองไทย ด้วยความที่เป็นห่วงคนทางนี้ด้วย จะรับมือแก็งเจ้าก้อนขนพ้นวันหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำ

                อีกทั้งตอนนี้ชริณเองก็ได้พาครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่

ใหญ่กว่าเดิมตามที่เคยวางแผนเอาไว้ ซึ่งบ้านหลังใหม่ที่ว่าพ่อแม่เองก็ยังไม่เคยมา เขาจึงต้องไปรับ อำนวยความสะดวกให้พวกท่านอย่างที่ลูกคนหนึ่งควรจะทำ


                “ฉันไปแป๊บเดียว ดูแลลูกได้ใช่ไหม” ชริณเอ่ยถามเจ้าจิ้งจอกด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล


                “หูย...แค่นี้สบายมาก ชาริน ซังไม่ต้องห่วงเลย” เจ้าจิ้งจอกน้อยรับคำอย่างมั่นเหมาะ แค่เลี้ยงลูกสี่คนระหว่างรอพ่อกลับบ้าน มันจะไปยากอะไรกัน!        

 





                “จะไปแล้วนะ ดูแลบ้านดี ๆ ด้วย” เช้าวันต่อมา จากที่ตั้งใจจะไปสนามบินอย่างเงียบ ๆ ไม่อยากรบกวนเวลานอนของคุณแม่ลูกสี่ขึ้นมาส่งตน กลับกลายเป็นว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยกลับตื่นเช้าว่าคนที่ต้องออกเดินทางเสียอีก อีกฝ่ายตื่นเร็วกว่าถึงขั้นเตรียมอาหารเช้า กาแฟร้อนให้ชริณแล้ว


                “เดินทางปลอดภัยนะ” เมื่อมั่นใจแล้วว่าชาริน ซังไม่ได้ลืมอะไรไว้ที่บ้าน เจ้าจิ้งจอกก็เดินออกไปส่งหน้าประตูอย่างเช่นทุกวัน จริง ๆ มันก็ไม่ต่างจากวันทำงานปกติเท่าไรนัก เพราะน้องเองก็ออกมาส่งสามีไปทำงานเป็นประจำอยู่แล้ว  ต่างกันเพียงแค่ว่าครั้งนี้ชาริน ซังไปรับพ่อแม่ที่เมืองไทย มาพูดคุยทุกอย่างให้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างที่ควรจะเป็นก็เท่านั้นเอง


            ดวงตากลมโตมองตามรถแท็กซี่จะไปส่งสามีที่สนามบินไกลสุดสายตา ถึงได้กลับเข้าบ้านเตรียมสวมบทบาทเป็นแม่ของลูก ๆ อีกครั้ง น้องก็หวังแค่ว่าขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นอย่างที่หวังไว้ก็พอ....






_______________________
สกรีมแท็ก #น้องจะตอบแทนพี่เอง
ขอเลื่อนจบบทหน้าค่ะ ยิ่งเขียนยิ่งยาว แง
ใกล้แว้วววววว อีกนิดนุงง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.299K ครั้ง

226 ความคิดเห็น

  1. #6048 oiLL (@oilkyumin) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 14:53

    น้องน่ารัก อยากฟัดบ้างงง

    #6048
    0
  2. #6019 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 02:46
    เอ็นดูครอบครัวนี้เหลือเกิน น้องก็เป็นแม่ที่น่ารักมาก นี่คิดว่าพ่อแม่ชารินซังจะต้องรักน้องแน่ๆ อดใจไหวหรอ เด็กมันน่าเอ็นดูขนาดนี้
    #6019
    0
  3. #5992 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:57
    งุ้ยยัยน้องงงง น่ารักมากๆ
    #5992
    0
  4. #5937 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 14:53
    แงงง น้องน่ารักมากจนอยากดูแล เป็นครอบครัวอบอุ่นที่น่ารักมากๆๆๆ
    #5937
    0
  5. #5906 zerkep1 (@zerkep1) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 16:50
    น่ารักกกกกฮืออแแ
    #5906
    0
  6. #5714 rookiesloyal (@rookiesloyal) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 02:09
    ฮือ ว่างมาอ่านสักที น่ารักมากๆ คือเขินกับความรักทั้งคู่ แต่ทิ้งท้ายได้น่าปวดหัว เลี้ยงลูกได้แน่นะเจ้าจิ้งจอก!
    #5714
    0
  7. #5584 inunu (@inunu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 02:10
    เป็นกำลังใจให้ครอบครัวก้อนขน น้องสู้ๆ น้า เจ้าก้อนน่ารักทุกคนเลย
    #5584
    0
  8. วันที่ 14 กันยายน 2561 / 16:02
    ตื่นเต้นแทนนนนน
    #5568
    0
  9. วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 18:00

    น้องงงงงง..
    #5466
    0
  10. #5214 กระรอกoneday (@stepme) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 01:11
    ตื่นเต้นแทนน้องและเจ้าก้อนขน
    น้องพยายามมาก น่ารักที่สุดเลย
    #5214
    0
  11. #5177 ZtotheK (@ZtotheK) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 12:04
    เป็นกำลังใจให้ครอบครัวก้อนขนน้า
    #5177
    0
  12. #5159 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 17:03
    ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว
    #5159
    0
  13. #5061 yayeff (@yayeff) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 23:59
    น้ำตาแตกกะตอนที่ชายินงอนอ่ะ งอนแรงเว่อ ทำน้องไห้เลยอ่ะ แล้วเราก็ร้องตาม ฮรือออออออ
    #5061
    0
  14. #4954 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:37
    Many thanks!!
    #4954
    0
  15. #4953 milk-m.g.m (@milk-mgm) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:19
    สู้ๆนะน้องงงง สู้ๆนะไรท์
    #4953
    0
  16. #4952 จีวอนชิ':) (@view1410) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 19:43
    แงงงง ขอให้คุณปู่คุณย่าเอ็นดูนะต๊ะ
    #4952
    0
  17. #4951 apple_72 (@piyapa72) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 18:42
    น้องสู้ๆลูกก
    #4951
    0
  18. #4950 ALLDAYX (@ALLDAYX) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 18:23
    พวกแก๊งขนน่ารักกันมากๆเลย ฮือ
    #4950
    0
  19. #4949 DoDELioN (@pandora-do) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 14:31
    ตื่นเต้นตามเลยยยย
    #4949
    0
  20. #4948 metonnum (@metonnum) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 14:21
    เอ็นดูที่พวกแก๊งก้อนขนพยายามไหว้กัน5555555 กังวลว่าคุณปู่คุณย่าจะไม่เอ็นดูน้อง ฮือออออ เคียดดดดด
    #4948
    0
  21. #4947 primaholic (@ppim16) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 14:02
    น้องทำได้!!!!! สู้ๆนะคับน้อง!!!!!
    #4947
    0
  22. #4946 polarany (@polarany) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 12:11
    น้องทำได้อยู่เเล้ว น้องสู้สู้ๆ
    #4946
    0
  23. #4945 biggertmb (@biggertmb) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 10:33
    ชารินซังและน้องทำได้แน่นอนนนน
    #4945
    0
  24. #4944 hunnnielu947 (@hunnnielu947) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 08:37
    สู้ๆนะน้องต้องทำได้อยู่แล้ว พ่อแม่ชรินต้องเอ็นดูน้องแน่นอนน
    #4944
    0
  25. #4943 noengjnora (@noengjnora) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 08:32
    น้องสู้ๆปู่กับย่าต้องเอ็นดูน้องกับก้อนขนแน่ๆ
    #4943
    0