(END) Red fox น้องจะตอบแทนพี่เอง (Yaoi)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 255,554 Views

  • 6,049 Comments

  • 12,297 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    982

    Overall
    255,554

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 : น้องจะเป็นเด็กดี (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2726 ครั้ง
    5 ก.ค. 61








03

น้องจะเป็นเด็กดี...


                เมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกหอมแก้ม เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ผละหน้าออกจากจมูกยาว ๆ ของหมาป่าทันที การกระทำอย่างไม่มีที่มาที่ไปของหมาป่าทำเอามันรู้สึกสับสนไปหมด เหมือนจะมาอย่างเป็นมิตร แต่ก็ไม่... อีกทั้ง หากว่ากันตามจริง จิ้งจอกจะได้เป็นอาหารให้กับหมาป่าผู้หิวโหย จะมีใครอยากเป็นเพื่อนกับอาหารเล่า ขนาดมันเองยังไม่เคยชวนกระต่ายคุยเลย


                ดวงตากลมโตของจิ้งจอกแดงแสดงความหวาดหวั่นอีกครั้ง เมื่อหมาป่าเจ้ายักษ์โน้มหน้าเข้ามาใกล้ สบตากันในระยะกระชั้นชิด ยิ่งทำให้เจ้าจิ้งจอกแดงขวัญฝ่อ เพราะดวงตาของเจ้าหมาป่ามันดุดันและดูน่ากลัว มันถึงกับยืนสองขา เอาหลังพิงโขดหินอย่างหวาดกลัว


                เจ้าหมาป่าใช้จมูกยาว ๆ ของตัวเองฟุดฟิดข้างแก้มจิ้งจอกแดงอีกครั้ง ก่อนจะถอยเท้าไปก้าวหนึ่ง ยืนมองจิ้งจอกแดงตัวกระจ้อยร่อยด้วยท่าทีที่น่าเกรงขาม


                ด้วยความยังอยากมีชีวิตรอดของเจ้าจิ้งจอก ทันใดนั้น! เจ้าจิ้งจอกแดงก็อาศัยทีเผลอวิ่งรอดขาหมาป่าตัวใหญ่ไถลตัวไปกับพื้นดิน แล้วรีบตั้งหลักเร่งฝีเท้าวิ่งหนีสุดแรงเกิด หนีจากความตายอย่างไม่คิดชีวิต


                ทว่าเหมือนเพียงแค่ฉากตลก ๆ ฉากหนึ่ง ตัวหนึ่งวิ่งหนีตาย หวงแหนชีวิตยิ่งกว่าสิ่งใด แต่อีกตัวกลับยืนมองอย่างงุนงง หมาป่าไม่ได้วิ่งตามเจ้าจิ้งจอก อย่างที่มันกลัวในตอนแรก แต่กลับหันกลับมามองอย่างนิ่ง ๆ ด้วยท่าทีสุขุม นั่นทำให้เจ้าจิ้งจอกแดงหยุดฝีเท้า ยืนมองเจ้าหมาป่าด้วยความฉงน


                ไม่รู้ว่าหมาป่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่หลังจากนั้นเจ้าจิ้งจอกแดงก็เห็นว่าอีกฝ่ายเหมือนจะถอนหายใจและคอตก  ดวงตาคมของหมาป่าจ้องมองหน้าจิ้งจอกครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเดินจากไปอีกฝั่งหนึ่งของป่า


                นั่นทำให้จิ้งจอกแดงรู้ว่า มันถูกไว้ชีวิต...





           

                ไม่เคยคิดว่าชีวิตตัวเองจะมีค่ามากมายจนกระทั่งผ่านเหตุการณ์รอดตายมา เจ้าจิ้งจอกแดงไม่รู้ว่าหมาป่าตัวนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ถึงเลือกที่จะไว้ชีวิตมัน ทั้ง ๆ ที่ตัวมันคงทำให้อิ่มไปได้มื้อหนึ่งแท้ ๆ แต่นั่นก็นับว่าเป็นเรื่องดี เพราะถ้าเป็นเจ้าหมาป่าตัวอื่น ป่านนี้เจ้าจิ้งจอกคงไม่มีโอกาสรอดและคงอยู่ในท้องไปแล้ว


                มันเดินลัดเลาะไปตามชายป่าด้วยสภาพที่อ่อนแรง จนกระทั่งกลับมาที่เดิมคือหลังบ้านชาริน ซัง เจ้าจิ้งจอกน้อยมองบ้านหลังนั้นด้วยสายตาเศร้า ๆ แต่ไม่คิดจะกลับไป เพราะไม่อยากถูกชาริน ซังออกปากไล่ซ้ำสอง


                บ้านของชาริน ซังอยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นเกือบร้อยเมตร ทำให้มันตัดสินใจกัดฟันทนความหิว เดินเลยบ้านชาริน ซังไป หวังจะไปคุ้ยแถวถังขยะของมนุษย์ หาของกินประทังความหิว


                ทุนเดิมจิ้งจอกแดงก็ตัวเล็กอยู่แล้ว โดยเฉพาะจิ้งจอกที่ไม่เหมือนใคร เพราะได้รับพลังพิเศษและสิ่งที่มันเป็น ทำให้ตัวเล็กยิ่งกว่าเดิม ร่างกายเติบโตได้ไม่เต็มที่แลกกับการกลายร่างเป็นมนุษย์ เจ้าจิ้งจอกเดินไปตามทางอย่างเหม่อลอย มันกำลังเข้าเขตมนุษย์ ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งต้องห้าม แต่เพราะความหิวทำให้มันไม่มีสติเท่าไรนัก


                พอไม่มีตกถึงท้องเกือบวันแล้ว ทำให้มันที่ผอมกระจ้อยร่อยอยู่แล้วยิ่งดูผอมโซขึ้นไปอีก มันมองเห็นถังขยะซึ่งเป็นขุมสมบัติของมันตั้งแต่ไกล ๆ นั่นทำให้มีกำลังใจจะการเดินไปหา มันรีบเร่งฝีเท้าโดยทันที อาหารซึ่งเป็นเศษขยะของมนุษย์ ขุมทรัพย์ของมันอยู่ตรงหน้าแล้ว!


                ไม่มี...ไม่มีอาหาร


            ความหวังเพียงหนึ่งเดียวหายไปในพริบตา เมื่อถังขยะที่คิดว่าจะได้มีอะไรตกถึงท้องประทังความหิวบ้าง ว่างเปล่าไม่เหลือ แม้แต่ชิ้นเดียว... เจ้าจิ้งจอกมาช้าเกินไป มนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งต้องเอาขยะพวกนี้ไปจัดการแล้วแน่ เกือบจะตกเย็นแล้วยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเสียที มันหิวไส้กิ่วจนไม่รู้จะหิวยังไงแล้ว


                หอม....


            ขณะที่กำลังตัดพ้อว่ารอดพ้นจากคมเขี้ยวหมาป่าได้ ต้องมาตายเพราะไม่มีอาหาร มันก็ได้กลิ่นหอมเหมือนอาหารของมนุษย์ลอยละลิ่วมาตามลม ยิ่งมันสูดลมกลิ่นหอมนั้นมากเท่าไร มันก็ยิ่งหิวมากขึ้นเท่านั้น ...ไม่ไหวแล้ว


                เจ้าจิ้งจอกตัดสินใจเดินตามกลิ่นนั้นไป ยิ่งอาหารของมนุษย์ช่างหอมยั่วยวนชวนน้ำลายสอ มันก็เดินต่อไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่านั่นอาจทำให้พบเจอกับมนุษย์และไม่ใช่มนุษย์ทุกคนที่จะใจดี มีเมตตากับมัน


                ในที่สุดมันก็ค้นพบบ้านที่เป็นต้นตอกลิ่นหอมชวนทรมานเสียที เจ้าจิ้งจอกน้อยไม่รอช้า เริ่มเดินสำรวจรอบ ๆ หลังนั้นทันที แถบนี้คนญี่ปุ่นไม่นิยมสร้างรั้วบ้านกัน ทำให้ง่ายต่อการเข้าไปทักทาย


                เสียงสับของและกลิ่นหอมมันจากทางหลังบ้าน ซึ่งน่าจะเป็นครัวเหมือนครัวเรือนอื่น ๆ เจ้าจิ้งจอกไม่รอช้า รีบเดินไปใกล้ แอบซุ่มมองอยู่หลังพุ่มไม้ มันมองเห็นชายร่างท้วมผู้หนึ่งกำลังทำอาหารเสียงดังและไม่ทันได้สังเกตว่ามีสัตว์ตัวหนึ่งกำลังเฝ้ามองอยู่


                หิว~


            เสียงท้องร้องดังขึ้นอีกครา เร่งเร้าให้มันรีบทำอะไรสักอย่างได้แล้วก่อนที่จะตายเพราะความหิว ทว่าเจ้าจิ้งจอกต้องรอเวลา มันต้องอดทนให้ได้ เพราะจะสวมบทเป็นแมวขโมย หากทำอะไรบุ่มบ่ามอาจเป็นอันตรายถึงได้ตายได้


                กลิ่นหอมที่ว่าคงมาจากทงคัตสึชิ้นโตแน่ เจ้าจิ้งจอกถึงกับตาลุกวาว มองมันเป็นทองคำว่าเห็นมนุษย์ร่างท้วมทอดเพิ่งเสร็จและกำลังวางไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน มันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ หากได้ครอบครองทงคัตสึชิ้นนั้น คงอิ่มไปได้หลายวัน


                มันต้องได้มา!


                นอกจากจะต้องสืบทอดทายาทแล้ว นี่ก็คือภารกิจของมันเช่นกัน ก่อนที่เจ้าจิ้งจอกจะอดตายก่อนทำภารกิจ มันจ้องทงคัตสึชิ้นนั้นอย่างไม่วางตา รอจังหวะให้มนุษย์ร่างท้วมหันหลังให้แล้วมันจะรีบวิ่งไปคาบทันที!


                เจ้าจิ้งจอกเริ่มจัดท่าเตรียมกระโดดไปงับทงคัตสึนั้น มันเลียปากรอแล้ว จริง ๆ ไม่ได้อยากทำ เพราะไม่อยากให้มนุษย์เกลียดสัตว์อย่างทำ แต่มันไม่มีทางเลือก...


                ซุ่มโจมตีนานเกือบห้านาที ในที่สุดมนุษย์ก็หันหลังให้! มันไม่รอช้า กระโดดไปงับเอาทงคัตสึชิ้นโตนั้นตามแผนการ ทว่าทุกอย่างเหนือความหมาย เมื่อตะแกรงที่ใช้วางทงคัตสึตกหล่นพื้น เสียงดังสนั่นครัว นั่นทำให้ชายร่างท้วมหันขวับกลับมามองทันที


                “ไอ้จิ้งจอก!” ชายร่างท้วมแผดเสียงดังลั่น


                “แกแน่ ๆ แกแน่ ๆที่กินกระต่ายของลูกสาวฉัน! มันหายไปจากหลังบ้าน ไป! ไปเลยนะ” ชายร่างท้วมตวาดลั่น ประโยคของชายร่างท้วมทำเอาจิ้งจอกน้อยถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชายร่างท้วมหันไปจับอะไรบางอย่าง ก่อนที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มันรีบวิ่งหนีโดยที่มีอาหารคาบไว้ในปาก


                ทว่ามันออกตัวช้าเกินไป น้ำร้อนจากหม้อซุปถูกสาดใส่ช่วงบั้นท้ายของมันเต็ม ๆ มันกัดชิ้นอาหารไว้แน่น สู้คาบทงคัตสึแล้วหาที่เงียบ ๆ แอบกินอาหารของมนุษย์ประทังความหิว


                หงิง ๆ


                หลังจากกินทงคัตสึชิ้นนั้นภายในเวลาอันรวดเร็วและหายหิวแล้ว มันก็มาจัดการกับบาดแผลของตัวเองต่อ มันแสบร้อนยังอย่างครั้งไหน ๆ ขนยาวที่ปกคลุมร่างกายก็ช่วยอะไรมันไม่ได้


                ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตา เพราะความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พยายามหันมองบาดแผลที่เพิ่งได้สด ๆ ร้อน ๆ ตรงบริเวณช่วงบั้นท้ายแต่ก็มองได้ไม่ชัดนัก มันพยายามโน้มตัว หมายจะปลอบประโลมบาดแผลด้วยน้ำลายตัวเอง แต่ก็โน้มไปไม่ถึง


                ยิ่งขยับร่างกายมากเท่าไรก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นเท่านั้น ต่อให้มองบาดแผลตรงบั้นท้ายของตัวเองได้ไม่ชัด แต่เจ้าจิ้งจอกก็เริ่มรู้โชคชะตาของตัวเองแล้ว เพราะบาดแผลมันใหญ่จนมีความเป็นไปได้ว่าเจ้ามันอาจไม่รอด...


                แผลพุพองจนน่ากลัว ขนบริเวณที่ถูกน้ำร้อนร่วงลงมา ดูน่าเกลียดยิ่งกว่าสิ่งใด พวงหางของตัวเองที่มันมั่นใจว่างดงามก็โดนน้ำร้อนกระเด็นใส่เป็นจุด ๆ อีกไม่นานแผลพุพองนี้ต้องเกิดหนองและเน่าเปื่อยแน่ หากไม่ได้รับการรักษา แล้วมันจะไปขอความช่วยเหลือจากใครได้


                บอกแล้ว...ไม่มีใครดีใจเท่าชาริน ซังหรอก อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยเอาน้ำร้อนสาดไล่กัน


                ยิ่งมีบาดแผลแสบร้อนประดับตัว ยิ่งทำให้เจ้าจิ้งจอกน้อยอ่อนแอไปกว่าเดิม มันเริ่มเดินกะเผลก ๆ หวังจะไปหลบลม หลบฝนหลังบ้านชาริน ซัง เพราะพลังงานวิเศษที่มันมี ทำให้แผลของเจ้าจิ้งจอกลุกลามเร็วกว่าปกติ


                เมื่อมาถึงที่หมายมันก็ล้มตัวนอน แอบ ๆ อยู่หลังบ้านชาริน ซังไม่ได้หวังให้เขาเห็น หากจะต้องตายเพราะแผลนี้จริง ๆ ก็ขอตายใกล้ ๆ บ้านชาริน ซังก็ยังดี แมลงวัน แมลงวี่เริ่มเข้ามาตอมร่าง เหมือนรู้ว่ากำลังมีสิ่งหนึ่งจะตาย มันเริ่มหายใจรวยรินมากขึ้นเรื่อย ๆ เสียงดังพอ ๆ กับเสียงปีกดังกระทบกันของเหล่าแมลงวัน


                อีกฝั่งหนึ่งชริณก็เพิ่งเลิกงานมา กำลังเดินกลับบ้านเหมือนทุกที ช่วงที่ไม่มีเจ้าจิ้งจอกคอยมาเฝ้าอยู่หน้าบ้านยอมรับว่ารู้สึกแปลกไปอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็ยอมรับผลการกระทำ เพราะไล่มันไปแล้ว


                การกระทำที่ไม่ค่อยน่ารักของมันที่ทำต่อซากุระ เขายังคาดมันไม่ถึงเหมือนกันว่ามันจะกล้าได้ถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าจิ้งจอกถึงกับทำแบบนั้น ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ชอบซากุระ แต่มันไม่ควรทำกับแขกของเขา


                 ลึก ๆ แอบเสียใจอยู่ไม่น้อย เพราะปกติเขาชอบลูบหัวมัน แต่วันนั้นกลับเป็นคนตบหัวมันเอง มิหนำซ้ำมันยังมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ยิ่งทำให้ชริณรู้สึกผิดไปกันใหญ่


                ขณะที่เขากำลังจะไขกระตูเข้าไปในบ้านเหมือนทุกที ชริณก็ได้ยินเสียงเหมือนแมลงวันกำลังตอมบางสิ่งบางอย่างอยู่แถวหลังบ้าน นั่นจึงทำให้เขาผละแวะไปดูก่อน เผื่อมีอะไรมาตายแถวนี้ อาจสร้างความเหม็นได้


                 ทว่าสิ่งที่เขาเจอทำเอาชริณแทบหยุดหายใจ เจ้าจิ้งจอกน้อยที่พยายามวิ่งมาพันแข้งพันขาเขา มาด้วยความสดใส ชอบทำตาหยี ฉีกยิ้มกว้างเหมือนหมายิ้ม กำลังหายใจพะงาบ ๆ ลืมตาค้าง เตรียมกำลังรอความตาย นั่นทำเอาเขาถึงกับใจหายวาบ


                “เจ้าจิ้งจอก....”









                แอ๊!


                เสียงหวีดร้องของเจ้าจิ้งจอกแดงดังลั่นโรงพยาบาลสัตว์ขนาดเล็ก หลังทันทีที่ยาสลบสิ้นฤทธิ์ มันก็ตื่นขึ้นและความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เพิ่งรักษาไป ก็เล่นงานมันเข้าอย่างจัง ชริณที่เพิ่งพบคุณหมอเสร็จ ถึงกับวิ่งดูมันด้วยความตกใจ ดูเหมือนมันจะเจ็บมาก สังเกตได้จากน้ำตาคลอเต็มเบ้าและพยายามขยับตัวไปมา


                “ไม่เป็นไรแล้วนะ ๆ” เขายื่นนิ้วชี้ลอดผ่านซี่กรงพักฟื้นของมัน ไปลูกสัมผัสส่วนหัวเพื่อปลอบประโลมและมันยอมสงบ รู้ว่ามันคงเจ็บมาก แต่ถ้าไม่มารักษามันก็อาจจะไม่รอดคืนนี้


                 ผิวหนังบางส่วนที่เป็นแผลของมันเริ่มตายไปแล้ว จึงต้องทำการกำจัดออก เพื่อให้ผิวหนังส่วนใหม่เตรียมขึ้นมาทดแทน ตอนนี้ทุกอย่างไม่มีน่าห่วง คุณหมอจัดการทำความสะอาดแผลและฉีดยาให้มันเรียบร้อย เหลือเพียงแค่มันต้องมาตามนัดของสัตวแพทย์และสามารถไปพักฟื้นที่บ้านได้


                ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมันบ้างหลังเขาเอ่ยปากไล่ตะเพิดครั้งนั้น... แต่นั่นทำให้รู้แล้วว่ามันไม่สามารถเอาชีวิตรอดในป่าได้เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นบ้านเกิดของมัน เพราะมันคลุกคลีกับมนุษย์มากเกินไป จนทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดในป่าแทบเป็นศูนย์


                หลังจากโวยวายเสร็จ มันก็นั่งซึม ดูสงบเสงี่ยมเรียบร้อย คุณหมอบอกว่ามันเป็นผลข้างเคียงของยา ไม่ได้มีผลร้ายแรงมาก ใช้เวลาสักพักหนึ่งมันก็จะกลับมาสดใสเหมือนเดิม เมื่อไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงแล้ว เขาจึงจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล พามันมาพักฟื้นที่บ้านแทน


                ชริณเคยออกปากไปแล้วว่าไม่อยากเลี้ยงดูสัตว์ หนำซ้ำเขายังไม่ชอบจิ้งจอก แต่พอเห็นมันใกล้ตายจริง ๆ กลับอยู่เฉยไม่ได้ ต้องคอยยื่นมือเข้าไปช่วย


                เขาจับเจ้าจิ้งจอกให้อยู่ในกระเป๋าสำหรับสัตว์เลี้ยง พามันมาถึงบ้านพักเขาก็ค่อย ๆ รูดซิปเปิด ให้เจ้าจิ้งจอกเดินออกมา มันยังคงซึมอยู่เหมือนเดิม เจ้าจิ้งจอกน้อยแอบชำเลือง ช้อนตามองหน้าชริณอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมเดินออกจากกระเป๋า เดินไปนอนกับเศษผ้าอยู่มุมบ้านอย่างรู้หน้าที่


                ดูเหมือนเหตุการณ์หนนั้นจะทำให้มันไม่ไว้วางใจเขาเหมือนอย่างเคย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ได้แยกเขี้ยวขู่หรือจะทำร้ายเหมือนกับตอนซากุระ สายตาของเจ้าจิ้งจอกดูเกรง ๆ อย่างไม่เป็นธรรมชาติ เมื่อชริณทำท่าจะขยับเข้าไปหามัน เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ขยับตัวหนีเล็กน้อย


                “กลัวฉันแล้วหรือไง” เขาเกลั้วหัวเราะ ก่อนจะนั่งขัดสมาธิตรงข้างหน้ามัน เอามือยีหัวให้มันเลิกเกร็ง ซึ่งก็เป็นสัญญาณที่ดี เพราะมันหลับตาพริ้มยอมรับสัมผัสจากเขา


                “แล้วไปทำอะไร ถึงได้แผลมาใหญ่ขนาดนี้”


                “......”


                ความเงียบเข้าปกคลุมเราทั้งคู่ ในขณะเดียวกันชริณก็กำลังคิดว่าจะเอายังไงกับเจ้าจิ้งจอกตัวดีนี้ อย่างที่บอกมันกลับไปใช้ชีวิตในป่าแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของชริณเองที่มักจะใจอ่อนยอมให้อาหารทุกครั้งที่มันขอ  มิหนำซ้ำยังปล่อยให้มันเข้ามาเพ่นพ่านในบ้านอีก


                “ฉันจะเอายังไงกับแก เจ้าจิ้งจอก” เขาถามมัน ซึ่งเจ้าจิ้งจอกก็ได้มองหน้ากลับอย่างซื่อ ๆ เพราะไม่เข้าใจความหมายที่ชริณสื่อ


                “.....”


                “เลี้ยงดีไหมเนี่ย?


                 พอได้ยินคำเลี้ยงเจ้าจิ้งจอกแดงที่ตอนแรกยังคงง่วงซึมเพราะฤทธิ์ยาสลบถึงกับหูผึ่ง อาการที่เหมือนจะยังตัดพ้อและโกรธชริณหายไปเป็นปลิดทิ้ง มันหูตั้ง มองหน้าชริณอย่างกระตือรือร้น จากที่พยายามขยับตัวหนีก็เปลี่ยนเป็นขยับตัวเข้ามาเบียดเสียดแทน มิหนำซ้ำยังเอาคางมาพาดตักเขาอีก ทำเอาชริณถึงกับหลุดหัวเราะกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของมัน


                “อยากเห็นฉันเลี้ยงหรือไง หืม”


                แอ๊! คราวนี้มันส่งเสียงตอบรับ เอาหัวถูไถตักเขาช่างอ้อนราวกับลูกแมว ยิ่งไปกว่านั้นมันจ้องตาแป๋ว เรียกได้ว่าพยายามออดอ้อนทุกวิถีทางเพื่อให้เขาเลี้ยงมัน


                “โอเค ๆ ได้คำตอบแล้ว....”


                “......”


                “....ฉันจะเลี้ยงแกก็ได้ ทำตัวน่ารัก ๆ เข้าไว้ล่ะ” คำพูดของชริณทำเอาเจ้าจิ้งจอกแดงดีใจมาก จนกระโดดเลียปาก เลียหน้าจนเขาแทบปัดป้องไม่ทัน มันโบกสะบัดพวงหางแหว่ง ๆ ของมันอย่างดีใจ ในที่สุดก็ได้มีเจ้าของเสียที


                จะดูแลชาริน ซังให้ดีที่สุดเลย....


                เมื่อตัดสินใจว่าจะรับผิดชอบอีกชีวิตหนึ่งแล้ว ชริณก็ตั้งใจว่าจะเลี้ยงให้ดีที่สุด ก่อนออกจากบ้านมาเขาก็จัดการเตรียมอาหารหมา เทน้ำสะอาดเตรียมไว้ให้มันแล้ว หลังจากเลิกงานเขาก็ตัดสินใจไปร้านขายของเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เพื่อที่จะหาซื้อเบาะนอนดี ๆ ให้กับมัน มันจะได้ไม่ต้องนอนพื้นพร้อมกอดผ้าเน่า


                นึกแล้วก็ขำตัวเองอยู่ไม่น้อย แต่ก่อนเขาหวาดระแวงการออกไปทำงานและกลับบ้านมากที่สุด เพราะไม่อยากเจอเจ้าจิ้งจอก เรียกได้ว่าตอนรับมือกับมันเหนื่อยกว่าตอนทำงานอีก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว จากตอนแรกที่สัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีทางใจอ่อนกับมันเด็ดขาด ตอนนี้กลับรับเลี้ยง มิหนำซ้ำยังซื้อข้าวของเต็มสองมือให้อีก


                เมื่อมาถึงประตูบ้านชริณก็ไม่รอช้า เขาจัดการไขประตูเข้าไปทันที ก่อนหลุดยิ้มตั้งแต่อยู่หน้าบ้าน เมื่อเห็นเจ้าจิ้งจอกกำลังนั่งตาแป๋วรอเขากลับมาจากที่ทำงานอย่างเรียบร้อย มันโบกสะบัดหางไปมา พยายามพันแข้งพันขาเมื่อเขากลับมา


                “เดี๋ยว ๆ วางของก่อน จะล้มแล้วเนี่ย” เขาเอ็ดมัน หลังเจ้าจิ้งจอกน้อยพยายามตะครุบขาหน้าเขา จนชริณเกือบหน้าคะมำ เขาจัดการแยกของของตัวเองและของที่ซื้อมาให้มันออก เมื่อแยกได้เรียบร้อย ชริณก็เอาพวกผงกาแฟสำเร็จรูปไปไว้ในลิ้นชักครัว ก่อนที่ชายหนุ่มจะขมวดคิ้ว เมื่อเห็นจานที่ควรจะเต็มอ่างกลับถูกล้างอย่างสะอาดและวางไว้บนชั้นอย่างเป็นระเบียบ


                บ้าน่า...เมื่อคืนเขายังไม่ได้ล้างจานเลยนะ


            เขาถึงกับนิ่งไป ทุกอย่างดูงุนงงไปหมด เมื่อคืนเขาขี้เกียจเลยตั้งใจจะมาล้างจานวันนี้ เขาจำได้แม่นว่าตัวเองวางแพลนไว้ว่าอะไร แต่ทำไมจานมันถึงถูกล้างแล้วและใครล้าง?


                ดวงตาคมกวาดมองรอบ ๆ บ้านตัวเองอย่างไม่วางใจ เผื่อมีคนแอบเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเขา แต่ก็ไม่พบกับความปกติอะไร นอกจากเจ้าจิ้งจอกน้อยที่เดินตามเขาแจ


                หรือจะเป็นจิ้งจอกล้างจานให้เขา?


                “แกล้างจานให้ฉันเหรอ?


                “......” มันเอียงคอมองชริณอย่างงุนงง เขาจึงได้สติว่าตัวเองบ้าไปแล้ว จิ้งจอกที่ไหนจะมาล้างจานให้ จิ้งจอกผีน่ะสิ...


                แต่แล้วชริณก็ต้องพบกับความพิศวงอีกครั้ง เมื่อตะกร้าผ้าที่ไว้เตรียมซัก กลับไม่มีผ้าอยู่ในตะกร้าเลยสักชิ้น เขารีบเดินไปพิสูจน์ตะกร้าผ้าใกล้ ๆ ด้วยความตกใจ เหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามขอบหน้าด้วยอาการขนลุก


                 ทั้ง ๆ ที่พรุ่งนี้ต่างหากถึงจะเป็นวันซักผ้า แล้วเสื้อผ้าเสื้อผ้าเตรียมซักมันหายไปไหน เขาไม่ปล่อยให้ตัวเองเคลือบแคลงใจไปมากกว่านั้น ชริณรีบเดินเข้าไปในห้องนอน เปิดดูตู้เสื้อผ้าของตัวเองในทันที ก่อนจะพบว่าเสื้อทำงานที่เขาถอดซักเมื่อวาน ตอนนี้กำลังถูกแขวนอยู่ในตู้ ถูกซักเรียบร้อยมิหนำซ้ำแขนยังถูกรีดเป็นกลีบเหมือนแม่มารีดผ้าให้อีก


                นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว!


                หรือแม่จะมาญี่ปุ่นแล้วไม่บอก? แต่แม่ไม่มีกุญแจบ้านเขานะ!


            ชริณไม่รอช้า เขารีบต่อสายไปหาแม่ทันที เขารับรู้ได้ถึงอาการใจเต้นแรงระหว่างที่รอแม่ตัวเองรับสาย เขาภาวนาให้เป็นแม่ของเขาที่มาจัดการเรื่องพวกนี้ให้ ก่อนที่เขาจะขนหัวลุกไปมากกว่านี้ เอาอีกแล้ว....อาการกลัวผีกำเริบอีกแล้ว


                [ว่าไง เจ้าลูกชาย]


                “แม่มาญี่ปุ่นเหรอครับ”


                [หืม ตอนนี้แม่อยู่ไทยนะลูก]


                “แม่อำผมใช่ไหม สารภาพมาเลย ตอนนี้ผมขำไม่ออกแล้วนะครับ” ชริณจี้ถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสู้ดีนัก


                [เอ๋...แม่งงไปหมดแล้วนะ แม่อยู่บ้านนะลูก ถ้าไม่เชื่อจะคุยกับพ่อเราไหมล่ะ] แม่ว่าด้วยน้ำเสียงติดตลกแต่แฝงไปด้วยความจริงใจ


                “....ง—งั้นเหรอครับ”


                [ก็ใช่น่ะสิ มีเรื่องอะไรเปล่าลูก] แม่เริ่มถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล หลังจับสังเกตได้จากน้ำเสียงของชริณว่าแปลกไป เหมือนคนกำลังกังวลอะไรบางอย่าง


                “เปล่าหรอกครับ แต่แม่สบายดีใช่ไหม”


                [สบายใจ มีแต่พ่อนั่นแหละ ช่วยนี้ป่วยบ่อย ทำแต่งาน]


                “บอกพ่อรักษาสุขภาพดี ๆ ด้วยนะครับ แม่ก็ด้วย งั้นผมไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ สวัสดีครับ”


                เอาล่ะ....เมื่อแม่เขาพูดมาขนาดนี้แล้ว ก็ชัดเจนว่าเธอไม่ได้มาญี่ปุ่นจริง ๆ และมีคนกำลังเล่นตลกกับเขาอยู่!






     



                ชริณคิดไม่ออกว่าคนที่จะเล่นตลกกับตัวเองคือใคร เขาจึงพยายามปลอบใจตัวเองว่าเป็นเขานี่แหละ ที่นอนละเมอและทำงานบ้านทุกอย่างเอง ไม่ใช่ผีสางเทวดาหรือแม้แต่ผีที่ไหน หากบ้านนี้มีผีจริง ๆ ก็คงไม่ใช่ เพราะเขาเองก็อาศัยอยู่บ้านหลังนี้มาได้ปีกว่าแล้ว ทำไมถึงเพิ่งมาเจอสิ่งลี้ลับเอาป่านนี้


                หนแรกยังพอหลอกตัวเองให้เข้าใจอย่างนั้น แต่พอหนที่สอง...ที่สาม...ตามมาติด ๆ ชริณไม่สามารถหลอกล่อว่าเป็นตัวเองทำได้อีกแล้ว ทั้งบ้านก็มีแค่เขาและเจ้าจิ้งจอกหนึ่งตัว แล้วจะมีใครอีก หากบอกว่าโจรก็คงไม่ใช่ เพราะมีเจ้าจิ้งจอกคอยเฝ้าอยู่ แค่ไอ้เมฆมาเล่นที่บ้าน เจ้าจิ้งจอกน้อยของเขาก็จ้องอย่างไม่เป็นมิตรเลย


                สุดท้ายชริณก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาต้องการพิสูจน์ความจริง!


                การพิสูจน์ความจริงนี้ จะเกิดขึ้นในวันที่บริษัททำงานเพียงครึ่งวัน เพราะเป็นนโยบายลดความเครียดให้พนักงานของบริษัทตามคำสั่งของรัฐบาล เขาจัดการกองจานไว้สูงเท่าภูเขา โยนเสื้อผ้าใส่ตะกร้าซักไว้จนมันยัดไม่ลงแล้ว สภาพบ้านรกยิ่งกว่าการใช้ชีวิตแบบปกติ ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพราะความตั้งใจของเขา


                “เจ้าจิ้งจอกเฝ้าบ้านให้ดีนะ ถ้าโจรบุกบ้านกระโดดงับขาเลย เข้าใจไหม?” เขาจัดการสั่งเสียสัตว์นี้ประจำบ้าน ซึ่งยามที่เขาไม่อยู่มันจะได้สวมบทเป็นรปภ.ให้ เจ้าจิ้งจอกขานรับในลำคอ ก่อนจะหลับตาพริ้มยอมให้ชริณลูบหัวอย่างสบายอารมณ์


                “ไปแล้วนะ”


                แอ๊! มันส่งเสียรับทราบในลำคออีกครั้ง ก่อนที่ประตูบ้านจะถูกปิดลง โดยที่มันนั่งรออยู่หน้าประตูอย่างสัตว์ผู้ซื่อสัตย์





 

                “หน้ากลุ้ม คิ้วขมวดเชียว มีไรเลยเหรอวะ”


                “หน้ากูชัดขนาดนั้นเลยเหรอ”


                “ก็เออน่ะสิ ว่าแต่มีเรื่องอะไร” เมฆเอ่ยถามเพื่อนอีกครั้ง หลังเห็นชริณทำหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าคอมนานสองนาน ทั้ง ๆ ที่ปกติไม่ใช่คนแบบนั้น


                “ก็...เครียดเรื่องงานแหละ” ชริณตอบอย่างเลี่ยง ๆ ในขณะเดียวกันเขาก็ยังหยุดคิดเรื่องนั้นไม่ได้เสียที


                “ใช่เหรอวะ วันนี้ทำงานแค่ครึ่งวันเองนะ” เมฆพูดต่อ เขาทำหน้ามีความสุขกันทั้งบริษัท มีแต่ชริณคนเดียวที่หน้าเคร่งเครียด มันต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างแน่ ๆ


                “.....”


                “เอาล่ะ บอกกูมาได้แล้ว อย่าเฉไฉ”


                “เออ ๆ ...กูกำลังสงสัยว่ามีคนเล่นตลกกับกูอยู่”


                “ก็กูนี่ไง เห็นมึงขำกับมุกกูทุกวัน”


                “ไม่ใช่ตลกแบบนั้น ไอ้เมฆกูจริงจังอยู่นะเว้ย”


                “อะ ๆ เล่ามา”


                “คือบ้านกูอะ เมื่อหนึ่ง สองสัปดาห์ที่ผ่านมามีคนคอยทำความสะอาดบ้านให้ ทั้งล้างจาน ซักผ้า รีดผ้าให้กูด้วย”


                “มึงอยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ?


                “ใช่ กูไม่ได้จ้างแม่บ้านด้วยไง กูอยากรู้ว่าใครทำ”


                “เขาไม่ได้เอาทรัพย์สินไปใช่ไหม”


                “ไม่ ของทุกอย่างยังอยู่ครบ”


                “งั้นก็เป็นเรื่องดีแล้วนี่ มึงจะสงสัยไปทำไม” เมฆขมวดคิ้ว


                “มึงจะไม่ให้กูสงสัยได้ยังไง เรื่องแบบนี้เจอเองมันน่ากลัวนะไอ้เมฆ ไม่รู้ว่าหวังดีประสงค์ร้ายหรือเปล่า” ชริณว่า เขาไม่เชื่อการทำงานบ้านให้นี่จะเป็นการทำดีโดยไม่หวังผล มันไม่มีทางแน่นอน แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร


                “.....”


                “มึงคิดดูดิ ถ้าเขาสามารถเข้ามาทำงานบ้านกูได้ แต่แสดงก็สามารถเข้าออกบ้านกูได้ตลอดปะ แล้วถ้าแอบเข้ามาตอนกูนอนหลับนะ ไม่ตายห่าเลยวะ” ชริณว่าด้วยน้ำเสียงเครียดจัด


                เขายิ่งเป็นคนนอนหลับลึกด้วย ชนิดที่ว่าวางนาฬิกาไว้ข้างหมอนยังไม่ค่อยอยากจะตื่น ถ้าใครเข้ามาในบ้าน ในยามวิกาลเขาจะรู้ได้ยังไง


                “มึงไม่คิดว่าจะเป็นผีบ้างเหรอวะ”


                “จริง ๆ กูก็เคยคิดนะมึง แต่พอคิดดี ๆ แล้ว...กูว่าไม่ใช่ผีว่ะ คนนี่แหละ” ชริณว่า ถ้าเป็นผีในบ้านจริง ๆ คงออกมาหลอกหลอนเขาตั้งแต่วันแรก ๆ ที่ย้ายเข้ามาอยู่แล้ว แต่นี่อยู่มาปีกว่าทำไมเพิ่งมาหลอกหลอนกัน?


                มันดูตลกเกินไป....


                “แล้วมึงจะทำยังไงต่อไป” เมฆถามต่อ


                “วันนี้กูจะพิสูจน์ความจริง”


                “งั้นให้กูไปเป็นเพื่อนไหม มันอันตรายนะ”


                “.....” ชริณนิ่งไปครู่หนึ่ง ลังเลว่าจะเอาเมฆไปเป็นเพื่อนดีไหม


                “ว่าไง”


                “ขอบใจ แต่กูคิดว่ากูจัดการเรื่องนี้ได้” ชริณว่าอย่างหนักแน่น สันนิษฐานแล้วคนทำความสะอาดในบ้านเขาคงทำแค่หนึ่งคน ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้ชาย เขาก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ลองสู้กันสักตั้งให้รู้กันไปเลย


                ไม่มีใครต่อบทสนทนาอีก เราต่างแยกย้ายกลับไปสวมบทเป็นพนักงานบริษัทอีกครั้ง ชริณมองเข็มนาฬิกาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนี้เขาอยากจะกลับบ้านไปพิสูจน์ความจริงแล้ว แต่ดูเหมือนวันนี้เข็มนาฬิกาจะช้าเสียเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่วันนี้ทำงานเพียงแค่ครึ่งวัน


                “ไปก่อนนะมึง” ในที่สุดก็สิ้นสุดการรอคอยของชริณสักที เมื่อถึงเวลาที่บริษัทประกาศเลิกงานครึ่งวันแล้ว เขาโบกมือลาเมฆ เตรียมจะรีบกลับบ้านอย่างที่ตั้งใจไว้


                “จะไม่ให้กูไปเป็นเพื่อนแน่นะ”


                “ไม่ต้องหรอก ขอบใจมากนะ”


                “เออ ๆ ถ้ามีเรื่องอะไรไม่ชอบมาพากล รีบโทรหากูได้เลยนะมึง”


                “เออ เจอกันพรุ่งนี้” ชริณโบกมือลาเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะรีบตรงไปที่ลิฟต์เพื่อรีบกลับบ้าน ระหว่างทางเขาก็เห็นซากุระกำลังยืนรออยู่หน้าลิฟต์เช่นกัน เธอหันเจอเขาด้วยความบังเอิญ ก่อนจะส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจมาให้เขาตามมารยาท แต่กลับทำให้ชริณใจเต้นแรงอีกแล้ว


                “สวัสดีครับ” เขาเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายเธอก่อน


                “สวัสดีค่ะ”


                “อ้อ เรื่องแผล.... หายดีหรือยังครับ” ชริณทักท้วงเรื่องแผลที่มือของเธออย่างนึกขึ้นได้ เกิดจากเจ้าตัวป่วนที่อยู่บ้านนั่นแหละ อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เขี้ยวของเจ้าจิ้งจอกดันไปกวนมือเธอด้วย


                “ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ” ซากุระพูดเสียงหวาน ยิ่งทำให้ชริณรู้สึกประทับใจ “ชริณคะ”


                “ครับ?


                “ข้างบริษัทเรา มีคาเฟ่เปิดใหม่.... ชริณ ซังสนใจไปด้วยกันไหมคะ”


                “ครับ....อา แต่วันนี้ผมคงไม่สะดวกนะครับ พอดีมีธุระที่บ้าน” ชริณว่าด้วยน้ำเสียงสุดแสนจะเสียดาย อยากจะไปตามคำชวนของซากุระที่นานที มีหนเหมือนกัน แต่ดูเหมือนตอนนี้เรื่องจับโจรที่บ้านจะสำคัญกว่ามากนัก


                “อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ” ซากุระนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้ชริณ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดมากขึ้นเท่านั้น


                ไม่เคยคิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิต นอกจากบทบาทของลูกชายคนเดียวของพ่อแม่ พนักงานบริษัท จะต้องมาสวมบทเป็นตำรวจจับโจรอีก ชีวิตของเขาแฟนตาซีเกินไปแล้ว หลังจากลงรถไฟ ชริณก็รีบเร่งฝีเท้ามากขึ้น เพื่อให้รีบไปถึงบ้านตัวเองเร็ว ๆ ตลอดระยะทาง เขาใจเต้นตึกตัก คิดหาวิธีการรับมือเจ้าโจรแปลกทุกรูปแบบ


                จากเดินกลับบ้าน กลายเป็นการวิ่งแทน จนสุดท้ายชายหนุ่มต้องมาหอบแฮ่กอยู่หน้าบ้านแทน เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติตัวเองแล้วค่อย ๆ เอาหูแนบประตู ฟังเสียงจากข้างในว่าได้ยินอะไรไหม


                นั่นมันเสียงโทรทัศน์นี่!


                 ชริณเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไรว่านั่นคือมนุษย์ เขาแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ ถึงกับต้องรวบรวมสติตัวเองอีกครั้ง แล้วค่อย ๆ ไขประตูเข้าไปอย่างเบาเสียงมากที่สุด


                “เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน!” เขาพูดกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูออก


                ไม่มีใครนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา... แต่กลับปรากฏเป็นร่างของเด็กผู้ชายคนนั้นกำลังเปลือยเปล่า ผิวขาวเหมือนเปลือกไข่ กำลังตั้งหน้าตั้งตาล้างจานอย่างสบายอารมณ์ มิหนำซ้ำยังหันหลัง โชว์แผ่นหลังอันขาวเนียนและก้นสีชมพูอ่อน ๆ มาทางเขาอีกด้วย! ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาชริณถึงกับอ้าปากค้าง


                น—นี่มันไม่ใช่ภาพที่เขาคิดไว้นี่ ภาพในจินตนาการมันไม่ใช่แบบนี้!!


                อีกฝ่ายหันมามองเขาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจไม่ต่างกัน พร้อมกับปล่อยจานลงสู่อ่างเหมือนเดิม ก่อนจะ พรึบ! กลายร่างเป็นเจ้าจิ้งจอกน้อยของเขาอย่างรวดเร็วและ พรึบ! กลายร่างกลับคืนเป็นเด็กหนุ่มเช่นเดิม...


                “แหะๆ ส—สวัดดีฮะ ชาริน ซัง” เด็กชายตรงหน้าเอ่ยคำทักทายพร้อมกับส่งรอยยิ้มบริสุทธิ์มาให้.....







___________________

สกรีมแท็ก #น้องจะตอบแทนพี่เอง

น้องมาแล้วววว


เรื่องนี้ตอนแรกมี6-7บท เดี๋ยวเราจะขยายไปเป็น 10 บทถ้วนนะคะ

น่าจะพอดีแล้ว 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.726K ครั้ง

461 ความคิดเห็น

  1. #6035 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:50
    เอ้า น้องง ไปกลายร่างให้เขาเห็น5555ซากุระซังนี้ไม่ธรรมดาแล้วนะ
    #6035
    0
  2. #6023 Sea121 (@Sea121) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:23
    เอ็นดูน้องงงงงงงงงงงงงงงง
    #6023
    0
  3. #6007 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 23:43
    ว่าแต่ชรินซังจะเป็นลมมั้ยคะ5555555
    #6007
    0
  4. #6006 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 23:42
    เอ็นดูน้องไม่ไหวแล้ววววว โง้ยยย หนูลูก ตอนหนูเจ็บอิแม่น้ำตาแทบไหลอ่ะ แต่ตอนท้ายนี้คืออ่านที่บรรยายแล้วอยากหาผ่ามาห่อน้อง หวง!!!!
    #6006
    0
  5. #5980 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 16:37
    น้องงงง5555555555
    #5980
    0
  6. #5971 nannapas331 (@nannapas331) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 13:57
    เขาเห็นกันแล้วจะตกใจไหมล่ะ...
    #5971
    0
  7. #5965 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 02:25
    รู้แล้ววววว ชารอณจะเป็นลมมั้ยเนี้ยย
    #5965
    0
  8. #5941 Kspcy612 (@pcyd2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 00:21
    รู้สักที แงะ เป็นนี้ช็อคหมาป่าไม่พอช็อคก้นน้องอีก
    #5941
    0
  9. #5929 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 12:02
    แงงง พี่เอ็นดูน้องหน่อยนะคะ
    #5929
    0
  10. #5899 maaminddd (@maaminddd) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 12:59
    ฮืออออ สงสารน้องงง
    #5899
    0
  11. #5893 Patcharin0423 (@Patcharin0423) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 16:58
    งื่ออ เอ็นดูน้องง ขยันทำงานบ้านมากกว่าเราอีก;__;
    #5893
    0
  12. #5886 aim42404 (@aim42404) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 17:04
    น้อนนนนเอ็นดูหนูมากลูก
    #5886
    0
  13. #5573 cheerchanbaek (@cheerchanbaek) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 08:33
    ชาริณซังน่าจะช็อกตายไปแล้วววว 55555+ มีเด็กมาแปลงร่างเปนหมาจิ้งจอกสลับไปมา น่าจะช็อกไปแช้วแน่ๆๆ
    #5573
    0
  14. #5572 inunu (@inunu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 08:07
    น้องน่ารัก ช่วยทำงานบ้านทุกอย่างเลย ชารินซังเอ็นดูน้องด้วยน้า
    #5572
    0
  15. #5561 ゼリー (@aroonratdevil) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 12:51
    ชารินซังช็อกไปแล้วแน่ๆ แต่อย่าว่าน้องเลยนะแง ถูกจับได้แล้ว;--; สงสารน้องมากอ่ะตอนโดนน้ำร้อน ดีใจที่ชารินซังรับเลี้ยงน้อง น้องน่ารักจริงๆนะอย่าเพิ่งช็อกก
    #5561
    0
  16. #5558 CornettoX (@litter_lba17) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 11:56
    โธ่ น้องน่าสงสารรรร แล้วพี่จะทำอะไรน้องต่อละเนีาย
    #5558
    0
  17. #5545 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 13:20
    สงสารน้องงง หนูเจออะไรมาเยอะจริงๆนะ
    #5545
    0
  18. #5497 bampido (@D_daBoo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 13:56
    ตอนแรกน้ำตาจะไหลสงสารน้อง ตอนหลังๆนี้โอ้ยยยยน้องงงงงงโดนชารินซังจับได้แล้วววว
    #5497
    0
  19. #5451 Thitima Udchachon (@primprimzzt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 10:00
    น้องงงงง
    #5451
    0
  20. #5420 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 22:23
    ชารินซัง ช๊อคไปแล้วมั่ง 55555
    #5420
    0
  21. #5202 chachayuchun (@chachayuchun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 22:56
    น้องน่ารักจัง สวัสดีฮะ !! ชารินซัง
    #5202
    0
  22. #5201 กระรอกoneday (@stepme) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 22:55
    อ้าว เวรกรรมแล้วน้องงง
    เซอร์ไพรไหมล่ะ

    ซากุระมีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะ
    ยังจะมา....เดี๊ยๆ
    #5201
    0
  23. #5164 Modtanoy (@modtanoy177) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 20:12
    ซากุระนางแปลกๆอ่ะ ก็ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วปะ แล้วก็รู้ว่าพระเอกชอบตัวนางด้วยแต่ก็ยังจะชวน ยังจะอ่อย งง นางเว่อร์ ต้องการอะไรเหรอคะแม่นาง
    #5164
    0
  24. #5093 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 10:37
    ผู้หญิงอะไรมีแฟนอยู่แล้วมาช่วยผู้ชายคสอื่นไปด้วยกัน
    #5093
    0
  25. #5086 parkxbyun (@oohsenoey) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 09:41
    โป๊ะแตกแล้วน้องงง
    #5086
    0