(END) Red fox น้องจะตอบแทนพี่เอง (Yaoi)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 255,536 Views

  • 6,045 Comments

  • 12,298 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    964

    Overall
    255,536

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 : น้องจะมอบความรักให้พี่เยอะ ๆ ! (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2101 ครั้ง
    14 ก.ค. 61










06


                “เอาตัวนี้ไหม”


                “เอา”


                “ตัวนี้ล่ะ”


                “เอา”


                “ระหว่างตัวนี้กับตัวนี้ชอบตัวไหน”


                “เอาทั้งคู่”


                “นี่ใจคอจะให้ฉันหมดตัวเลยหรือไง”


                “ก็น้องชอบอะ” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกจ้องชริณตาแป๋วอีกครั้ง หลังถูกพามาโซนเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายและไม่ว่าชริณจะหยิบยกเสื้อตัวไหนขึ้นมาถาม เจ้ามนุษย์จิ้งจอกก็ชื่นชอบหมด ไม่มีอิดออดหรือลังเลเลยสักครั้ง


                “แล้วแบบนี้ชอบปะ”


                หลังจากเลือกเสื้อผ้าขนาดเท่าตัวของมนุษย์จิ้งจอกได้หกเจ็ดชิ้นแล้ว เขาก็พาเจ้ามนุษย์จิ้งจอกไปยังโซนชุดชั้นในสำหรับผู้ชายต่อ ชริณหยิบชั้นในเนื้อดีสีเหลืองอ๋อยให้เจ้ามนุษย์จิ้งจอกดู อยากลองใจว่ามันจะชอบไหม จะเอาลูกเดียวเหมือนเดิมไหม เพราะถ้าเป็นเขา ต่อให้แม่จ้างก็ไม่มีวันใส่แน่นอน ถ้าสาวรู้มีอาย


                “เอา....ถ้าชาริน ซังใส่สีนี้ด้วย” ว่าจบเจ้ามนุษย์จิ้งจอกก็หันไปคว้าชั้นในสีแดงแสบตามาให้ “ถ้าชาริน ซังใส่จะกลายเป็นคนร้อนแรง”


                “แก่แดด” ชริณว่าเพียงสั้น ๆ ก่อนจะหันไปหยิบเช็ตชั้นสีเทาและขาวใส่เจ้ามนุษย์จิ้งจอกแทน การพาเจ้ามนุษย์จิ้งจอกมาห้างแห่งนี้ เหมือนได้เปิดโลกอีกใบให้เจ้าตัวได้รู้จัก เพราะเจ้ามนุษย์จิ้งจอกดูตื่นตาตื่นใจไปหมด โชคดีที่ไม่แตกตื่นผู้คนที่มาซื้อของอย่างที่ชริณกลัว


                ทันทีที่เดินผ่านผู้คนเบียดเสียด มือเล็กก็รีบคว้าหมับเข้าที่แขนของเขา ดูท่าไม่มีทางปล่อยง่าย ๆ แน่ เพราะเจ้ามนุษย์จิ้งจอกกลัวชริณทิ้งไว้ที่นี่ หลังเขาขู่ว่าถ้าดื้อหรือทำให้ทุกคนสงสัย จะไม่พากลับบ้านด้วย ดูเป็นวิธีที่โหดร้ายกับเจ้ามนุษย์จิ้งจอกไปหน่อย แต่ก็ได้ผลเลยทีเดียว


                “ชาริน ซัง...อันนี้เอากลับบ้านเราได้ไหม”


                “กินเป็นเหรอ”


                “ไม่เป็นอะ แต่น้องอยากลอง นะ ๆ”


                ฝั่งเจ้ามนุษย์จิ้งจอก เมื่อมาถึงแผนกข้าวปั้น ซูซิสำเร็จรูป น้องก็หยุดชะงักโดยทันที ดวงตากลมโตจ้องซูซิสำเร็จรูปตาลุกวาว ดวงตาเหมือนถูกสะกดให้มองแต่ถาดซูชิ


                ความฝันในวัยเด็กถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง หลังเคยอยากกินมาเนิ่นนาน ตั้งแต่ชีวิตนี้ยังไม่รู้จักชาริน ซัง แต่ตอนนั้นได้กินแค่คราบซอส เศษข้าวที่ติดอยู่ตามถาดโฟม แล้วอาศัยจินตนาการถึงรสชาติของมันเท่านั้น เพราะในแต่ละวันแค่อาหารตามถังขยะ หายากมาก จึงแทบไม่มีอะไรตกถึงท้อง ตัวผอมซูบ รอดมาได้ถึงขนาดนี้ก็ดีเท่าไรแล้ว


                ตอนนี้น้องคิดว่าน้องสามารถซื้อได้ แต่ติดที่ว่าไม่มีเงิน แค่น้องไม่มีเงินเอง ไม่งั้นก็ซื้อได้แล้ว....


            “แล้วมีเงินเหรอ” ชริณถามต่อ


                “ไม่มีอะ”


                “อ้าว แล้วจะซื้อไง”


                “ฮือ...ซื้อให้น้องนะ ๆ”


                “ถ้าจะให้ซื้อ ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน รู้จักไหมของฟรีไม่มีในโลก”


                “น้องจะเป็นเด็กดี!


                “อืม...ไม่ค่อยคุ้มเลย เด็กดีนี่ต้องเป็นอยู่แล้ว”


                “งั้น...น้องจะทำงานบ้าน”


                “ก็ทำอยู่ทุกวันไม่ใช่เหรอ”


                “งั้นชาริน ซังต้องการอะไร” เมื่อไม่รู้ว่าจะต่อรองด้วยอะไร น้องก็เอ่ยถามชาริน ซังอย่างจนปัญญา หากจะบอกว่าจะทำลูกทุกวัน ชาริน ซังก็คงไม่ตอบตกลงอยู่ดี เพราะเท่านี้ยังไม่ยอมเลย


                “ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออก เป็นว่านายติดหนี้ฉันไว้ก่อนแล้วกัน เจ้าตัวแสบ” ชริณว่าหน้ายิ้ม ก่อนจะปล่อยให้เจ้ามนุษย์จิ้งจอกเลือกว่าจะเอาซูซิถาดไหน ซึ่งเจ้ามนุษย์จิ้งจอกก็ฉลาดพอที่จะหยิบถาดที่แพงที่สุดในนั้นมา


                “น้องเอาถาดนี้!


                “ร้ายนักนะ” เขากลั้วหัวเราะ แต่สุดท้ายหยิบถาดซูซิที่เจ้ามนุษย์จิ้งจอกเลือกลงตะกร้า


                เราช่วยกันซื้อของเข้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นของใช้ เสื้อผ้าหรืออาหาร ชริณก็อาศัยจังหวะนี้สอนให้เจ้ามนุษย์จิ้งจอกได้รู้จักด้วย ว่าอะไรเป็นอะไร หากคิดจะอยู่บนโลกของมนุษย์ ไม่กลับคืนสู่ร่างจิ้งจอกแดงแล้ว มันก็ต้องเรียนรู้ทุกอย่างที่มนุษย์รู้จัก มันอาจจะเป็นเรื่องยากเสียหน่อย แต่ชริณเชื่อว่ามันทำได้


                “แล้วอันนี้ไว้ใช้ทำอะไรอะ”


                “.....”


                “น้องอ่านไม่ออกด้วย”


                เมื่อมาถึงแผนกคิดเงินเตรียมกลับบ้าน เจ้ามนุษย์จิ้งจอกที่กำลังเรียนรู้โลกของมนุษย์ก็เกิดความสงสัยไม่หยุด หันไปคว้ากล่องถุงยางอนามัยแบบมีปุ่มสัมผัสมาถามชริณหน้าตาเฉย


                “เอาไปเก็บ มันไม่ใช่เรื่องของเด็ก” ชริณกระซิบบอกเจ้ามนุษย์จิ้งจอกที่เกิดอาการสงสัย ในเรื่องที่ไม่ควรสงสัย มิหนำซ้ำตอนนี้พนักงานกำลังอมยิ้มให้กับความสงสัยของเจ้าจิ้งจอกด้วย นั่นทำให้ชริณรู้สึกอาย


                “น้องอยากรู้ บอกน้องหน่อยนะ ๆ”


                “ก..ก็เอาไว้ใช้งานตอนไม่อยากมีลูก” ชริณเลือกที่จะตอบแบบเลี่ยง ๆ มันใช่เรื่องที่เขาจะต้องมาอธิบายเรื่องถุงยางอนามัยกลางห้างไหมเนี่ย!


                “แต่ว่า....”


                “ขอเถอะ....เอาไปเก็บไว้ อย่าสงสัย” ชริณว่า ภาวนาให้เจ้ามนุษย์จิ้งจอกเชื่อฟังคำสั่งของเขาเสียที เขายอมแล้ว...


 




                “แล้วถ้าน้องอยากมีลูก ก็ไม่ต้องใช้ใช่ไหม”


                “อืม”


                “งั้นแสดงว่าตอนนั้นทำถูกแล้ว”


                “ตอนไหน”


                “ก็ตอนที่เราทำลูกด้วยกันครั้งแรกไง” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกพูดออกมาหน้าซื่อ ทำเอาชริณถึงกับกุมขมับ แม้เขาจะจำเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้ แต่เขาก็อายทุกครั้งเจ้ามนุษย์จิ้งจอกพูดถึงมัน เหมือนพยายามตอกย้ำว่าเขาได้ตกเป็นเมืองขึ้นของเจ้าตัวไปแล้ว


                เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาก็จัดการเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง ทำอาหารสองที่เผื่อเจ้าจิ้งจอกด้วย เขาก็ลืมไปเสียสนิทว่ามันต้องกินอาหารเหมือนกับเขา เคยชินแต่การอยู่คนเดียว จึงไม่ได้ไถ่ถามอย่างที่ควรจะทำ


                 พอชริณถามว่าก่อนหน้านี้สองสามวันที่เป็นกลายร่างมนุษย์แล้ว ได้กินอะไรบ้าง เจ้าจิ้งจอกก็ตอบกลับเสียงซื่อ ว่ากลายร่างกลับคืนเป็นจิ้งจอกแดงแล้วกินอาหารเม็ดเอา เคยลองกินอาหารเม็ดในร่างมนุษย์แล้วมันเคี้ยวยาก ติดฟันด้วย เลยต้องกินในร่างจิ้งจอก


                “เมื่อไรชาริน ซังจะใจอ่อนอะ น้องอยากแล้วน้า เป็นเด็กดีมาก ๆ แล้วด้วย ไม่ดื้อ ไม่ซนแล้ว”


                “ดูพูดเข้า อายไหมเนี่ย” ชริณถามต่อ เขายอมความมุ่งมั่นของเจ้ามนุษย์จิ้งจอกเสียจริง


                 ตั้งแต่วันแรกที่เขาล่วงรู้ความลับ มันก็เชิญชวนเขาเป็นสามีแทบทุกวัน ไม่มีวันไหนไม่พูดถึงเลย เรื่องภารกิจทำลูกด้วยกันเนี่ย พูดบ่อยเสียจนเขาเริ่มเกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมานิด ๆ  อดคิดไม่ได้ว่าหากให้เขาทำขึ้นมาจริง ๆ จะมาร้องโอดโอย เจ็บสะโพกไหม


                “ไม่อาย จะอายทำไมก็ภารกิจน้องนี่นา...”


                “แล้วใครบอกว่านี่คือภารกิจ มีคนบอกเหรอว่าต้องทำให้สำเร็จ” ชริณถามในสิ่งที่ตนสงสัยต่อ


                “สัญชาตญาณบอกน้องเอง”


                “ไม่มีหลักการเลยว่ะ มั่วไปเองหรือเปล่า จริง ๆ นายอาจเป็นแค่จิ้งจอกแดงลามกก็ได้”


                “ไม่ใช่สักหน่อย น้องไม่ใช่จิ้งจอกลามกนะ” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกเถียงกลับ ก่อนจะล้มตัวนอน แล้วขยับไปซุกอกชาริน ซังอย่างช่างอ้อน ยามที่ตัวของชาริน ซังไม่มีน้ำหอมของผู้หญิง น้องรู้สึกชอบจริง ๆ อยากกอดตลอดเวลา แถมสัมผัสของชาริน ซังก็ยังอบอุ่นด้วย


                ฝั่งชริณเองก็ยอมปล่อยให้เจ้ามนุษย์จิ้งจอกขยับเข้ามากอดตัวเองเอาไว้ น่าแปลกที่เขาไม่คิดจะผลักไสเจ้ามนุษย์จิ้งจอกออกให้พ้นตัว ห้ามเข้าใกล้ในรัศมีห้าสิบเมตร เหมือนในช่วงแรก ๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเจ้าจิ้งจอกเขยิบเข้ามากอดเขาเช่นนี้ ป่านนี้คงได้ไปนอนพื้นแล้ว


                “ชอบจัง...ตัวชาริน ซังห๊อมหอมมมมม”


                “ไม่ทำ”


                “น้องยังไม่ได้พูดอะไรเลย”


                “รู้หรอก”


                “ว่าแต่ไม่ทำจริงอะ”


                “ไม่” ชริณพูดน้ำเสียงเฉียบขาด เขาเดาผิดเสียที่ไหนกะแล้วว่าเจ้ามนุษย์จิ้งจอกจะวกมาพูดเรื่องนี้อีกครั้ง มันน่านัก


                “งั้นทำแบบเมื่อวานไม่ได้เหรอ ที่เราเอาปากแตะกันอะ” เมื่อขอสิ่งหนึ่งไม่ได้ เจ้ามนุษย์จิ้งจอกก็เลือกที่จะขออีกสิ่งแทน มันรู้ดีว่าจะทำยังไงให้ชริณใจอ่อน คราวนี้เอียงคอมองชริณตาแป๋วตามแบบฉบับของเจ้าตัว พยายามใช้สายตาอ้อนขออย่างที่ต้องการ ทำให้เจ้ามนุษย์จิ้งจอกดูน้องเข้าไปใหญ่


                “แบบเมื่อวาน เขาเรียกว่าจูบ ไม่ใช่การเอาปากแตะกัน” ชริณอธิบาย พอพูดเขาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองหายใจติดขัดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ  ขนาดเจ้ามนุษย์จิ้งจอกยังไม่เขินอายเลย พูดมันออกมาหน้าตาเฉย ทำไมเขาไม่เป็นแบบนั้นบ้าง รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองกับหูแดงแน่ ๆ


                พอนึกไปถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ก็แอบคาดไม่ถึงเหมือนว่าว่าตัวเองจะกล้าจูบน้องกลับแบบนั้น ทุกอย่างมันเป็นไปเองตามธรรมชาติ เขารู้สึกว่าจูบรอบแรกมันไม่พอ เรียกว่าปากโดนกันเฉย ๆ ก็ได้ ชริณรู้แค่ว่านั่นไม่ใช่การจูบที่ถูกวิธี มารู้สึกตัวอีกทีเขาก็เป็นฝ่ายเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ เพื่อสอนน้องจูบเสียแล้ว


                “งั้นคืนนี้เราจูบกันอีกได้ไหม”


                “.....”


                “นะ ๆ เมื่อคืนน้องหลับฝันดีมาก ๆ เลย คงเป็นเพราะเราจูบกัน” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกพยายามอ้อนขอ อยากได้รับความรู้สึกดี ๆ แบบนั้นอีก


                “ฝันดีอะไร นั่งร้องไห้ไม่ใช่เหรอ” ชริณแย้ง เขาจำได้ว่าเมื่อคืนตนเห็นคราบน้ำตาของเจ้ามนุษย์จิ้งจอก


                “แล้วเมื่อคืนร้องไห้ทำไม” เขาถามต่อ


                “ก็...ก็น้องกลัวถูกทิ้ง” เมื่อถูกถาม เจ้ามนุษย์จิ้งจอกก็ได้แค่ตอบเสียงแผ่ว ไม่กล้าสบตา


                “ถูกทิ้ง?


                “น—น้องรู้ดีว่าชาริน ซังแค่มีความเมตตากับน้องเฉย ๆ น้องก็แค่กลัวว่าหากวันหนึ่งชาริน ซังรักผู้หญิงคนนั้น ยอมให้เธอเข้ามาในบ้านนี้ ชาริน ซังก็จะทิ้งน้อง”


                “.....”


                “บ้านหลังนี้อยู่ด้วยกันสามหรอกคนไม่ได้หรอก ใช่ไหมล่ะ?” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง


                “แต่..แต่อย่าทิ้งน้องนะ น้องมีแค่ชาริน ซังคนเดียว” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกว่าด้วยน้ำเสียงเว้าวอน ท่อนแขนเล็กโอบเอวหนาไว้ทันที เมื่อความกลัวที่มีอยู่ในใจถูกสะกิดอีกครั้ง ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์อันซ้ำซ้อนของมนุษย์มากนัก แต่น้องก็ฉลาดพอ รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร


                “.....”


                “ถ้าน้องท้อง น้องจะหายไปก็ได้ ขอสิ่งเดียวจากชาริน ซังจริง ๆ ช่วยน้องก็พอแล้วน้องจะหายไปจากชีวิตเอง”


                “บ้า...จะให้ฉันดูเป็นคนใจร้ายไปถึงไหน” ชริณพูดเบา ๆ ก่อนจะลูบหัวเจ้าจิ้งจอกน้อยอย่างอ่อนโยน “กับซากุระไม่มีทางเป็นไปได้เลย เธอมีเจ้าของแล้ว”


                “แต่ชาริน ซังรู้สึกดีกับเธอและเธอก็รู้สึกดีกับชาริน ซัง” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกว่าต่อ มั่นใจว่าสัญชาตญาณตัวเองไม่ผิดพลาด อันที่จริงน้องมั่นใจตั้งแต่เห็นผู้หญิงคนนั้นแอบเหลือบมองชาริน ซังเป็นระยะ ๆ ในบ้าน ตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว นั่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องไม่ชอบเธอ เพราะกลัวจะถูกแย่งชาริน ซังไป


                “ใครบอก” ชริณถึงกับขมวดคิ้ว


                “สัญชาตญาณของน้องไง”


                “เฮ้อ.... เขามีคนรักอยู่แล้วจะมีรู้สึกดีกับผู้ชายคนอื่นไม่ได้หรอกนะ มันเท่ากับไม่ซื่อสัตย์กับคนรักของเขา” ชริณว่า


                “แต่น้องมั่นใจ!” เจ้าจิ้งจอกน้อยเถียง


                “สัญชาตญาณนายผิดพลาดแล้วมั้ง” ชริณว่า ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เจ้ามนุษย์จิ้งจอกเข้าใจอย่างนั้น แต่ถ้าเป็นอย่างที่อีกฝ่ายว่าจริง ๆ เขาก็คงมองซากุระเปลี่ยนไป


                “งั้นคืนนี้จะให้แค่จูบหน้าผากแล้วกัน ข้อหาสัญชาตญาณนายผิดพลาด” ชริณพูดตัดบท แล้วโน้มหน้าลงไปจูบหน้าผากเจ้ามนุษย์จิ้งจอกเบา ๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเถียงเรื่องซากุระต่อ ทันทีที่ได้รับสัมผัส เจ้ามนุษย์จิ้งจอกถึงกับหลับตาพริ้มในทันที แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าชอบในสัมผัสของชริณ


                “งือ...ชอบจัง” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกว่าอย่างเพ้อ ๆ


                “ทำตัวน่ารัก ๆ เดี๋ยวจะทำบ่อย ๆ” ชริณว่า เขารู้สึกเลยว่าตัวเองกำลังใจดีกับเจ้ามนุษย์จิ้งจอกสุดแสนประหลาดตัวนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพียงเพราะคิดว่าเจ้ามนุษย์จิ้งจอกไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอะไร นอกจากชอบทำตัวน่ากลัว ล่อเขาขึ้นเตียงบางครั้ง แต่โดยรวมก็ช่วยให้เขาคลายเหงาได้ดี บางครั้งก็ทำให้หายเหนื่อยเช่นการทำงานบ้านของเจ้าตัว


                “ฮือ...รักชาริน ซัง” ฝั่งเจ้าจิ้งจอกพอได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ น้องเลือกที่จะบอกรักชาริน ซังต่อหน้า จากที่แต่ก่อนมักจะแอบบอกรักลับหลัง เพราะวันนี้ชาริน ซังใจดีกับน้องมาก น้องก็จะมอบความรักให้ชาริน ซังเยอะ ๆ ทั้งต่อหน้าและลับหลังเพื่อตอบแทน


                “อือ ฝันดีครับ” ชริณว่าก่อนจะข่มตานอน ในขณะที่เจ้ามนุษย์จิ้งจอกอยู่ในอ้อมกอดเขาทั้งคืน







               กลายเป็นว่าทุก ๆ เช้า ก่อนออกไปทำงาน ชริณต้องคอยกำชับให้เจ้ามนุษย์จิ้งจอกอย่าทำอะไรที่เขาไม่ได้สั่ง เพราะเจ้าจิ้งจอกไม่เคยอยู่เฉย


                เมื่อตื่นเช้ามาแทนที่เขาจะเห็นเจ้าจิ้งจอกนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายก็ออกไปกวาดห้อง ทำนั่นนี่ที่เรียกว่าเป็นงานบ้านไปเรื่อย พอชริณถามว่าไปจำวิธีพวกนี้มาจากไหน ก็บอกว่าจำมาจากเขาส่วนหนึ่งและอาศัยความฉลาดของเจ้าตัว พอเขาบอกว่าไม่ต้องทำอีกแล้ว ก็มีการตัดพ้ออีก บอกว่าอยากช่วยแบ่งเบาภาระ ทำเอาชริณถึงกับกุมขมับ


                “ถ้าใส่อันนี้แล้ว ไม่ใส่อันนี้ไม่ได้เหรอ”


                “ไม่ได้”


                “แล้วทำไมต้องใส่หลายชั้นด้วย”


                “ก็อันนี้ชั้นในแล้วอันนั้นชั้นนอก”


                “แล้วถ้าน้องใส่แต่ชั้นนอกล่ะ”


                “ไม่ได้”


                “แล้วถ้าใส่แต่ชั้นใน...”


                “ก็ไม่ได้อีก”


                “แต่....แต่ถ้าใส่หลายชั้น มันอึดอัดนะ”


                “เดี๋ยวก็ชิน” หลังจากบอกให้หยุดทำความสะอาด ชริณก็ต้องมาปวดหัวกับเรื่องการแต่งตัวของเจ้าจิ้งจอกต่อ หลังเจ้าตัวแสบต่อรองขอใส่แต่กางเกงขาสั้น ไม่ใส่ชั้นใน ไม่ก็ขอใส่ชั้นใน แต่ไม่ใส่กางเกงแทน


                “ชาริน ซังใส่แบบนั้นไปได้ไง” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกถามอย่างอึ้ง ๆ ลำพังตอนนี้แค่ใส่ชั้นใน น้องก็รู้สึกไม่สบายตัวแล้ว ไม่รู้มนุษย์จะใส่อะไรซ้ำซ้อน


                “ก็มันชินไง ถ้าเราอยากอยู่โลกมนุษย์ก็ต้องปรับตัวให้ได้นะ จะมาไม่ใส่เสื้อผ้า ขอใส่แค่กางเกงในแบบนั้นไม่ได้หรอก” ชริณสอน


                ยิ่งนับวันเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังเลี้ยงลูกอยู่ โชคดีที่วันนี้เราตื่นเช้ากว่าปกติ เขาจึงไม่ต้องรีบเร่งไปทำงานอย่างในทุกวัน ยังพอมีเวลาได้บอกได้สอนเจ้ามนุษย์จิ้งจอกให้เรียนรู้โลกของมนุษย์อยู่บ้าง แต่ชริณก็ต้องอาศัยความใจเย็นอยู่ไม่น้อย บางครั้งการอธิบายเรื่องง่าย ๆ ครั้งเดียวก็ไม่สามารถทำให้เจ้ามนุษย์จิ้งจอกเข้าใจได้ แม้ตัวน้องจะมักอวดอ้างสรรพคุณว่าตัวเองแสนฉลาดก็ตาม


                สุดท้ายเจ้าจิ้งจอกก็ยอมใส่กางเกงชั้นในและนอกตามคำสั่งของชริณ น้องอิดออดเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามอยู่ดี ร่างเล็กอยู่ในเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นเลยหัวเข่านิดหน่อย ดูแล้วก็เหมือนคนปกติดี สามารถเนียน ๆ ไปกับคนทั่วไปได้ จะมีพอให้สังเกตว่าแตกต่าง ก็ตรงการพูดจา ที่บางครั้งก็ชะงักไป เหมือนยังไม่ค่อยเข้าใจภาษามนุษย์


                “วันนี้ชาริน ซังไม่ต้องทำอาหารเผื่อนะ น้องจะกินซูซิ” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกว่า เมื่อเห็นชาริน ซังลงทุนเข้าครัวแต่เช้า เตรียมทำอาหารเช้าสำหรับเราสองคน


                “อ้าว ยังไม่กินอีกเหรอ”


                “น้องยังกินไม่หมด ตั้งใจว่าจะกินวันละคำ เดี๋ยวมันหมดเร็ว” เจ้ามนุษย์จิ้งจอกว่า คาดการณ์ไว้แล้วว่าซูซิถาดนี้ น้องจะกินได้นานถึงหนึ่งอาทิตย์!


                “ของแบบนั้นจะค่อย ๆ กินไม่ได้นะ ถ้าปล่อยไว้นานแล้วมากินทีหลังจะท้องเสีย รีบเอามากินให้หมดไป”


                “แต่มันจะหมดเร็ว น้องอยากกินนาน ๆ” เจ้าจิ้งจอกว่า เพิ่งรู้ว่าของโปรดตัวเองคือซูซิ เพียงแค่ได้กินคำเดียวก็รู้เลยว่านี่สิ่งที่ตามหามาทั้งชีวิต แทบจะลืมอาหารเม็ดที่บ้านไปเลย รสชาติของเจ้าซูซิไม่ได้ต่างจากที่จินตนาการไว้ เผลอ ๆ อร่อยกว่าที่คิดเสียอีก ฉะนั้นถ้าอยากกินนาน ๆ ก็ต้องค่อย ๆ กิน เพราะเดี๋ยวจะหมดเร็ว


                “หมดก็ซื้อใหม่ได้ ถ้าอยากกินอีกก็ค่อยซื้อ”


                “ชาริน ซังจะซื้อให้น้องใช่ไหม”


                “ก็คงมีแค่ฉันนี่แหละหรือว่านายมีเงิน?


                “ฮือ น้องรักชาริน ซังที่สุด!


                หลังจากอาหารเช้าเสร็จ ชริณก็แต่งตัวเตรียมออกไปทำงาน ยังไม่ลืมกำชับเจ้ามนุษย์จิ้งจอกให้อยู่เฉย ๆ อีกครั้ง  อย่าทำอะไรนอกเหนือจากคำสั่งของเขรา อย่าเล่นเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะอยากทำให้ไฟไหม้ได้ ซึ่งเจ้ามนุษย์จิ้งจอกก็ตกปากรับคำเสียดิบดี


                “ห้ามดื้อด้วย จะไปแล้ว”


                “ชาริน ซัง” เสียงเจ้ามนุษย์จิ้งจอกดังขึ้น เมื่อชริณหันหลังให้


                “......”


                “รีบกลับมานะ น้องจะรอ” เจ้าแสบสันว่าพร้อมกับส่งยิ้มโชว์เขี้ยวเล็ก ๆ มาให้กับเขา ทำเอาชริณถึงกับหลุดยิ้ม ดูเผิน ๆ เหมือนภรรยารอสามีไปทำงานยังไงไม่รู้...


                แต่เดี๋ยวนะ ทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น ชริณบ้าไปแล้ว!


                “ไอ้บ้าเอ้ย!” เขาด่าตัวเองหนึ่งที หลังรู้สึกว่าตัวเองเริ่มคล้อยตามคำเชิญชวนของเจ้าจิ้งจอกเสียแล้ว


                ฝั่งเจ้ามนุษย์จิ้งจอก เมื่อแผ่นหลังชาริน ซังพ้นสายตาไปแล้วก็กลับมาหงอยเหมือนเดิม คล้ายหมาเฝ้าหน้าประตูรอเจ้าของกลับบ้าน น้องได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ชอบเวลาที่ชาริน ซังไปทำงานแล้วน้องตามไปไม่ได้ที่สุด


                เมื่อปิดประตูบ้านและพ้นสายตาชาริน ซังไปแล้ว กางเกงชั้นนอกก็ถูกถอดออกแล้วโยนทิ้งไว้มุมบ้านอย่างไม่ใยดีทันทีโดยน้องเอง การใส่กางเกงหลาย ๆ ชั้นเป็นเรื่องที่แปลกใหม่เกินไปและน้องก็ไม่เคยชิน แต่เพราะชาริน ซังบอกให้ใส่ น้องก็เลยต้องเชื่อฟัง เพราะอยากเอาใจ


                เบื่อ....


            คำนี้สามารถอธิบายความรู้สึกของน้องได้เป็นอย่างดี ความเบื่อหน่ายเข้าเล่นงานอย่างจัง หลังชาริน ซังไม่อยู่บ้าน ครั้นจะทำงานบ้านก็ถูกสั่งไม่ให้ทำอีก ทั้ง ๆ ที่น้องฉลาดจะตาย แต่ชาริน ซังกลับไม่เชื่อใจ


                ดวงตากลมโตได้มองไปรอบ ๆ บ้านอย่างเบื่อหน่าย เพราะไม่รู้จะทำอะไรหรือว่าควรแอบออกไปเที่ยวเล่นในป่าดี พอชาริน ซังใกล้กลับบ้าน ค่อยมารอที่บ้านเหมือนเดิม ความคิดนี้ดูเหมือนจะเข้าท่าในทันที เมื่อวูบหนึ่งในความคิดอยากลองล่ากระต่ายป่าเพื่อแก้มืออีกสักครั้ง


                หนที่แล้วอาจเป็นกระต่ายของมนุษย์ที่เลี้ยงแบบปล่อย คราวนี้น้องจะเข้าไปในป่าลึก ๆ เลยจะได้ไม่ต้องถูกมนุษย์ใจร้าย (ยกเว้นชาริน ซัง) ครหาว่าเป็นฆาตกร ฆ่าสัตว์เลี้ยงของพวกเขาอีก


                 ครั้งที่แล้วน้องไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้ากระต่ายนั่นมีเจ้าของแล้ว ถ้ารู้ก็คงไม่คิดจะฆ่า ให้เขาชังน้ำหน้าจิ้งจอกแดงยิ่งกว่าเดิมหรอก


                แต่ตอนนั้นที่ฉีกเนื้อกิน น้องก็แอบแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าทำไมเนื้อตัวของเจ้ากระต่ายสะอาดสะอ้านนัก มิหนำซ้ำยังตัวเล็กกว่ากระต่ายป่าทั่วไปอีก แต่คราวนี้น้องจะไม่พลาด จะหากระต่ายป่ากินด้วยตนเอง แม้มันจะค่อนข้างยากก็ตาม


                เมื่อตั้งเป้าหมายได้แล้วว่าวันนี้จะล่ากระต่ายป่าให้ได้อย่างน้อยหนึ่งตัว ก่อนที่ชาริน ซังจะกลับบ้าน เจ้ามนุษย์จิ้งจอกแสนซุกซนในร่างมนุษย์ที่สวมใส่เพียงเสื้อยืดบาง ๆ และกางเกงในตัวเดียวก็เดินตรงไปยังประตูบ้านที่ถูกชาริน ซังล็อกไว้แค่จากด้านใน น้องบิดลูกบิดค่อย ๆ เปิดประตูออกอย่างช้า ๆ เตรียมออกจากบ้าน


                ดวงตากลมโตหันมองซ้ายขวา กวาดสายตาไปทั่วบริเวณเพื่อตรวจตราว่ามีใครอยู่แถวนี้ไหม ก่อนจะจัดการล็อกประตูบ้านไว้เช่นเดิม แต่ก็ลืมเสียสนิทว่าตัวเองไม่มีกุญแจบ้านเหมือนชาริน ซัง....


                หลังล็อกประตูบ้านเสร็จสรรพแล้ว น้องเดินไปด้านหลังบ้าน เพื่อกลายร่างเป็นจิ้งจอกแดง นักล่ากระต่ายที่เก่งที่สุดในป่าอีกครั้ง ทิ้งเสื้อยืดและกางกางในไว้ข้างหลัง พอใกล้เวลาชาริน ซังกลับบ้าน น้องจะค่อยกลับมาเก็บ


 

                อยู่ไหนน้า....


            เมื่อนักล่ากระต่ายป่ากลับมาสวมบทบาทอีกครั้ง หลังเดินย่างเท้ามาได้เกือบกลางป่าแล้วและมั่นใจว่าแถวนี้จะไม่มีสัตว์เลี้ยงของมนุษย์มาโผล่แน่นอน ดวงตาคมโตก็สวมบทเป็นสายตานักล่า กวาดสายตามองรอบ ๆ บริเวณอย่างระวังภัยและมองหาอาหารในเวลาเดียวกัน


                แน่นอนเมื่อที่ตรงนี้จะไม่มีสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ ก็แปลว่าสิ้นสุดเขตมนุษย์และนิ้วตารางนิ้วต่อจากนี้ไปจะเต็มไปด้วยสัตว์ป่า ที่มีทั้งเหยื่อและผู้ล่าแทน.....


                หูที่สามารถรับความถี่ได้มากกว่ามนุษย์ถึงกับตั้งชัน เมื่อได้ยินเหมือนเสียงเคลื่อนไหวของสัตว์ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตำแหน่งที่ยืนอยู่ คราวนี้เจ้าจิ้งจอกแดงไม่ใจร้อนอีกแล้ว มันยืนนิ่งฟังเสียงให้แน่ใจอีกครั้งว่านั่นไม่ใช่สัตว์ใหญ่อย่างเจ้าหมาป่า ศัตรูตลอดกาลของตนเหมือนครั้งก่อน


                เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็นเสียงขยับตัว เสียงเหยียบเศษใบไม้จนแน่ใจแล้ว เจ้าจิ้งจอกแดงตัวจ้อยก็ถึงกับเลียปากตัวเอง เพราะเสียงเคลื่อนไหวที่ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ บ่งบอกว่าสัตว์นั้นไม่ได้ตัวใหญ่ไปกว่ามัน ดีไม่ดีอาจจะตัวเล็กกว่าด้วยซ้ำ


                มันหยุดเคลื่อนไหวครู่หนึ่ง รอฟังเสียงขยับตัวของว่าที่อาหารอีกครั้ง เพื่อฟังว่าตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ตำแหน่งไหน ซ้ายหรือขวา ไกลจากจุดที่กำลังยืนอยู่มากน้อยเพียงใด ก่อนจะค่อย ๆ ย่องเงียบ เคลื่อนตัวเข้าไปหาว่าที่อาหารอย่างเบาเสียงยิ่งกว่าแมวป่า


                ดวงตากลมโตวูบไหวเล็กน้อยเมื่อไม่ได้กระต่ายป่าอย่างที่ต้องการ แต่กลับเป็นหนูป่าตัวเล็ก ๆ ที่กำลังแทะเมล็ดพืชโดยไม่ระแวงข้างหลังแทน แต่ถึงจะไม่ใช่กระต่ายป่า เป็นเพียงแค่หนูก็ถือว่าเป็นอาหารของจิ้งจอกแดงอยู่ดี มันจึงไม่คิดจะปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือ


                ตุบ!


                เท้าหน้าทั้งสองข้างตะครุบเข้าที่หนูพัลวัน ก่อนจะฝังคมเขี้ยวลงบนตัวนุ่มนิ่ม เพื่อให้เจ้าอาหารหยุดดิ้นเสียที เพราะความยังอิ่มท้องจากอาหารมนุษย์อยู่ ปากแหลมจึงทำหน้าที่คาบหนูป่าไว้ในปาก ขณะที่ดวงตาก็กวาดมองรอบ ๆ เผื่อเจอเหยื่อรายใหม่


                ตั้งใจจะเอาหนูตัวนี้ไปฝากชาริน ซัง เพื่อบอกตัวเองก็เก่งไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน....


            แม้น้องจะได้ย้ายเข้าบ้านชาริน ซังเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว แต่ป่าแห่งนี้ก็ยังคงขาดแคลนอาหารเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุไหน ที่ทำให้ธรรมชาติขาดความดุล แต่ที่แน่ ๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน อาหารก็ยังขาดแคลนเหมือนเดิม จนสัตว์ป่าต้องเข้าใกล้เขตของมนุษย์ เพื่อความอยู่รอด


                ดวงตากลมโตเบิกกว้างอีกครั้ง เมื่อเห็นเงาบางอย่างกำลังตะคุ่ม ๆ จ้องมองน้องอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ หูทั้งสองข้างตั้งขึ้นอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเริ่มร่วงไปถึงตาตุ่ม กลัวประวัติจะซ้ำรอยอีกครั้ง คราวนี้ขาหลังทั้งสองข้างถอยหลังในทันที หลังเห็นพวงหางบางอย่างโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้


                ปากแหลมที่กำลังคาบซากหนูป่าเอาไว้ ถึงกับปล่อยว่าที่อาหารร่วงลงสู่พื้น เมื่อเจ้าหมาป่าปรากฏกายออกมาและกำลังจ้องเขม็งมาทางเจ้าจิ้งจอกแดงตัวจ้อย แต่ทว่ากับเจ้าหมาป่าตัวนี้ เจ้าจิ้งจอกแดงกลับรู้สึกคุ้นเคยแปลก ๆ เหมือนเราเคยพบพานกันมาก่อน


                ไม่รู้ว่านึกบ้าอะไร แต่ด้วยความสงสัย ทำให้เจ้าจิ้งจอกเลือกที่จะขยับเดินหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เจ้าหมาป่าอย่างระแวดระวัง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านั่นมันอันตราย อยากถูกจับกินเป็นอาหารก็ได้ แต่เพราะความอยากรู้ ทำไมมันเลือกที่จะพิสูจน์หาความจริง แทนที่จะวิ่งหนี


                จิ้งจอกแดงแยกหน้าตาสัตว์ชนิดอื่นไม่ค่อยออกนัก ต้องดมกลิ่นพิสูจน์เอา...


            จมูกเล็ก ๆ ที่ยื่นยาวค่อย ๆ ดมขนตรงแผลงอกของหมาป่าอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตเหลือบมองเจ้าหมาป่าอย่างหวาดหวั่น เพราะกลัวจะถูกทำร้าย ทว่าเจ้าหมาป่าหนุ่มกลับมองเจ้าจิ้งจอกแดงตัวกระจ้อยร่อยด้วยสายตานิ่ง ๆ


                แอ๊!


                เมื่อมั่นใจว่าไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เจ้าจิ้งจอกแดงก็ถึงกับส่งเสียงร้องอย่างดีอกดีใจ จำได้แม่นเลยว่าเป็นกลิ่นนี้ คิดไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นคุณหมาป่า ศัตรูต่างสายพันธุ์เพียงตัวเดียวที่ไว้ชีวิตน้องในคราวนั้น เจ้าจิ้งจอกแดงรีบเอาหน้าถูไถแผลงอกคุณหมาป่าอย่างดีใจ อย่างกับมิตรสหายที่ไม่ได้เจอกันมานาน ทั้ง ๆ ที่ในความจริงอีกฝ่ายก็แค่เคยไว้ชีวิตก็เท่านั้น


                แอ๊!


                ดูเหมือนเจ้าจิ้งจอกแดงจะดีอกดีใจฝั่งเดียว พวงหางที่ขาดวิ่นเพราะอุบัติเหตุคราวนั้น โบกสะบัดไปมาอย่างดีใจ วิ่งไปรอบ ๆ คุณหมาป่า ทำเอาสัตว์ใหญ่ถึงกับงุนงง ก่อนที่น้องจะเดินไปคาบเอาซากหนูที่เพิ่งล่ามา วางไว้ต่อหน้าคุณหมาป่า เพื่อเป็นของขวัญในการพบกันของเรา แทนที่จะเอากลับไปให้ชาริน ซังอย่างที่ตั้งใจไว้


                ฝั่งหมาป่าเองที่แอบถ้ำมอง จิ้งจอกแดงตัวน้อยอยู่นานสองนานก็ถึงกับแอบยกยิ้ม แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความสุขุม หน้านิ่ง ตามประสานักล่าและนิสัยของตนเอาไว้ ดีใจไม่น้อยที่จิ้งจอกแดงตัวนี้ยังไม่ลืมกัน ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยลืมเจ้าตัวเล็กเลย นับตั้งแต่วันนั้น....


                ก่อนที่ดวงตาคมจะเบิกกว้าง ดูเหมือนเจ้าจิ้งจอกแดงตัวนี้จะดีใจเกินไปที่เราได้กลับมาพบอีกครั้ง ถึงได้กระโดดเลียปากเขา จนเราจูบทางอ้อม...






________________

สกรีมแท็ก #น้องจะตอบแทนพี่เอง

พี่หมาป่ามาแล้ววว พาว่า10บทมันไม่พออะ อันนี้บทที่6แล้ว ยังไม่ทำลูกเลย น่าจะ12-15 บทเลยค้าบ

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.101K ครั้ง

282 ความคิดเห็น

  1. #6043 famandfriends (@famandfriends) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 10:34
    ทำไมนี่แอบเชียร์ให้น้องได้กับคุณหมาป่าด้วยยยย ชั้นชอบบบบบ
    #6043
    0
  2. #6038 Kumy (@febru2102) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 16:32
    คงไม่ใช่ว่าคุณหมาป่าก็แปลงเป็นมนุษย์ได้หรอกนะ
    #6038
    0
  3. #6025 Sea121 (@Sea121) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:38
    น้องงงงงงงงงง ไปจูบทางอ้อมกับคนอื่นได้ไงฮึ!!! *รูดก้านมะยม*
    #6025
    0
  4. #6010 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 00:23
    โอ้วโหวว พระเอกอีกหนึ่งโผล่มาอีกแล้วค่าา หมาป่าอปป้า ยัยน้องดีใจใหญ่เลย555555
    ปล. น้องลูก แม่ว่าชารินซังไม่อยากได้ซากหนูป่าเป็นของฝากมั้งลูก
    #6010
    0
  5. #5983 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 17:55
    แงงงง คุณหมาป่าาาา น่ารักกกก
    #5983
    0
  6. #5931 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 13:03
    กรี๊ดดดด น้องงเดี๋ยวชารินซังรู้แล้วจะโดนตีน้าา
    #5931
    0
  7. #5919 Russadakorn (@poad) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 16:35
    เนี่ยย ชอบหมาป่า มีความเป็นพระเอกสุดดดด
    #5919
    0
  8. #5915 yu-na (@yu-na) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 13:44
    ชั้นชอบบบบบบบน้องหมาป่าาาาาา แง๊!!!!!!
    #5915
    0
  9. #5913 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 02:15
    โอ้ยยยยย นี่แหละพระเอกของชั้น ชารงชารินอะไรไม่รู้จัก! 5555
    #5913
    0
  10. #5888 aim42404 (@aim42404) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 08:56
    น้อนนนนจ๋าา
    #5888
    0
  11. #5867 Present (@hiiro-kwan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 13:06
    น้องงงง อย่าแจกอ้อย
    #5867
    0
  12. #5857 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 22:11
    เรารู้แล้วล่ะว่าใครคือพระเอกที่แท้จริง อรั๊ยยยย
    #5857
    0
  13. #5838 Neko4869 (@Neko4869) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 20:03
    พี่หมาป่าาาาา
    #5838
    0
  14. #5576 cheerchanbaek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 10:52

    แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย พี่หมาป่าาาา ฮื่อออออออ น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก น้องก็น่ารักกกกกกก มีการไปอ้อนพี่เค้าอีกกกก โอ้ยยยยๆๆๆๆ น่าฟัดสุดๆเลยอ่ะ

    #5576
    0
  15. #5547 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 14:03
    น้องเอยยย ทำใครเขารักแบบไม่รู้ตัวอีกแล้ว
    #5547
    0
  16. #5513 tuntiiz (@tuntiiz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 19:21
    พระรองเป็นหมาป่าหรอ นี่เรามาถึงจุดที่พระรองไม่ใช่คนแล้วหนอเนี่ย 555
    #5513
    0
  17. #5503 mmamaexx (@metalx) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 17:49
    น้อง-อย่าขี้อ่อยยยย
    #5503
    0
  18. #5502 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 17:27
    น้องงงงง น้องอ่อยชายอื่นแบบนี้ไม่ได้นะน้อง!!!! แงงงงง
    #5502
    0
  19. #5493 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 13:35
    ทีมคุณหมาป่างื้อออ
    #5493
    0
  20. #5469 Bbiwbiw (@Bbiwbiw) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 19:14
    ขำรีดเดอร์ ทุกคนบอกให้เปลี่ยนพระเอก 55555555
    #5469
    0
  21. #5459 mingdaya (@mingdaya) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 16:03
    เปลี่ยนพระเอกเถอะค่ะ
    #5459
    0
  22. #5441 ✰ MELT (@jaonookanoomwarn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 01:40
    เปลี่ยนพระเอ๊กกกกกกกกกกกก เปลี่ยนเลยค่ะ! คุณหมาป่าหล่อมาก มาดสุขุมดีจย์ค่ดดดดดดดด ชารินซังก็เอาไว้แค่ทำลูกพอเนอะน้อง ส่วนคูมหมาป่าเป็นตัวจริงไป ฮืออออออออออ คุณหมาป่า ฉันรักเขา ใจเต้นแรงมาก
    #5441
    0
  23. #5429 plspeachh (@ppppjih) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 23:15
    ชอบคุณหมาป่าจัง
    #5429
    0
  24. #5351 หยาดน้ำค้าง. (@chichiyuki) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 16:53
    คุณหมาป่าเป็นลูกครึ่งมนุษย์ไหมเนี่ยยยย
    #5351
    0
  25. #5205 กระรอกoneday (@stepme) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 23:33
    คุณหมาป่าของน้องง
    งื้ออ น่ารัก
    #5205
    0