Angel academy [MarkBam]

  • 80% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 182,181 Views

  • 3,441 Comments

  • 4,387 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    303

    Overall
    182,181

ตอนที่ 180 : ภาค 2 - 287- 300

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    21 พ.ค. 61

 

   “ใคร? เธอขอโทษใคร?”

   “อ่ะ..เอ่อ มารีนขอโทษพี่ค่ะ”

   “มาริ ฉันชื่อมาริ” ยังไม่สาแก่ใจมาริ เธอมองร่างเล็กที่ก้มกราบแนบเท้ากับการพยายามพูดขอโทษให้ถูกใจอย่างมีความสุข อย่างน้อยก็ไม่ต้องเหนื่อย ดีที่เด็กนี่เป็นคนหัวอ่อน

   “มารีนขอโทษพี่มาริค่ะ”

   “หึ ดี! คราวหลังถ้าเจอฉันที่ไหนเธอต้องนอบน้อมเข้าใจใช่มั้ย?”

   “...”

   “เงยหน้าขึ้นมาได้”

   “ค่ะ ฮึก... ฮือ...” เสียงร้องไห้แทรกขึ้นมา

   มาริมองด้วยสายตาเหยียดๆ เธอไม่ชอบคนอ่อนแอ คนแบบนี้ไม่น่าที่มาร์คจะไปชอบได้ อย่างเพื่อนของเธอสิที่คู่ควรกับมาร์คมากที่สุด

   “เลิกกับมาร์คซะ!” บอกสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาเสียงเข้ม มาริมองร่างบางที่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากเท้าของตนเองเขม็ง หวังจะขู่เพราะคิดว่าหัวอ่อนอย่างนี้น่าจะจูงจมูกได้ง่ายๆ

   “พี่มาริว่ายังไงนะคะ” เสียงหวานเอ่ยถาม เธอยกลำตัวขึ้นตั้งตรงเรียบร้อยแล้ว น้ำตาอาบแก้ม มือบางยังคงวางอยู่บนเท้าข้างนั้นที่เพิ่งก้มลงกราบ

   “ปล่อยได้แล้ว” มาริทำทีจะสะบัดเท้าหนีแต่ก็ต้องหน้าเหวอเมื่อร่างบางกลับย้ายมือน้อยๆ นั้นเข้าหาข้อเท้าของเธอ มาริโวยลั่น “นี่ปล่อยนะ จะมาจับทำไมเนี่ย? ปล่อย!!

   พลั่ก!

   มาริผลักไหล่ของคนตัวเล็กกว่าที่บัดนี้จากมือบางที่จับข้อเท้าของเธอเอาไว้ ลามมากอดรัดเธอเอาไว้ทั้งขา เอาหน้าแนบซุกพร้อมๆ กับแขนที่รัดยังกับงูเหลือม

   “ว้าย!! เป็นบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยสิยะ!” พยายามยกขาขึ้นสะบัด หากแต่คนที่กอดอยู่ก็หนักเกินกว่าจะทำอย่างนั้นได้

   “คิก คิกๆๆๆ”

   เสียงหัวเราะที่ทำเอามาริคิ้วกระตุก เธอไม่รอช้าฟาดฝ่ามือเข้าที่กลางหลังของร่างบางทันที

   ผัวะ!

   ผัวะ!

   ผัวะ!

   แต่กลับไม่มีเสียงร้องดังออกมา เสียงที่มาริได้ยินกลับมาเป็นเสียงเดิมก่อนหน้านี้ เสียงหัวเราะคิกคักเหมือนสนุกเสียเหลือเกินกับการโดนทำร้ายร่างกาย มาริฟาดเข้าไปไม่ยั้ง เธอยังไม่ใช้เวทย์แต่ถ้าอีกฝ่ายยังดื้อต่อไปอีกก็ไม่แน่

   “ปล่อย ฉันให้เวลาสองนาที ถ้าไม่ปล่อยฉันจะร่ายเวทให้เธอพิการไปสักสองเดือน มารีนจะ....”

   “ไม่ปล่อย คิก คิกๆ คิกๆๆๆๆๆๆ” ไม่พูดเปล่าเพราะคราวนี้เงยหน้าขึ้นสบตากันด้วย แต่พอมาริเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายก็ถึงกับอึ้ง

   “ธ..เธอ ม..มารีน มารีน แม่ ม..แม่เหรอ ปล่อยนะ ไม่ใช่หรอก”

   ใบหน้าที่มาริเห็นจากเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นใบหน้าของมารดาเธอเสียอย่างนั้น

   มันจะเป็นไปได้อย่างไร?

   “มาริให้แม่กราบมาริทำไมเหรอจ๊ะ? หือ? ให้แม่กราบทำไม? ห๊ะ! ฉันถามว่าแกให้ฉันกราบแกทำไม? กูถามว่ามึงให้กูกราบมึงทำไม!!!  มึงตอบกูมาสิ?”

   ปึ่ก!

   คนตัวโตกว่าล้มก้มกระแทกพื้นด้วยความตกใจ ใบหน้าและน้ำเสียงของเด็กคนนี้ไม่เหมือนเดิม มาริตาเบิกโพลง เริ่มผวาเล็กๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายปล่อยขาของเธอให้เป็นอิสระ หากแต่กำลังเขยิบเข้ามารัดเรียวแขนเล็กๆ นั้นที่เอวของเธอแทน แรงมหาศาลที่รัดรึงแนบแน่นทำเอามารินิ่วหน้า

   แต่ที่ทำเอาเธอตาเบิกตากว้างกว่าเดิม ขนลุกไปทั่วร่างก็เมื่ออีกฝ่ายค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าที่เหมือนมารดาของเธอเข้ามาหา เข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับอาการแสยะยิ้ม

   “กรี๊ด!!!!!!!

   มาริร้องลั่น บัดนี้ใบหน้านั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ ปากที่ฉีกยิ้มส่งมาให้ก็ดุเหมือนมันจะฉีกถึงรูหูเพราะมันกว้างขึ้นๆ เรื่อย ลิ้นสีชมพูอย่างคนสุขภาพดีก็แลบออกมานอกปากก่อนจะค่อยๆ ยืดยาวออกมาเรื่อยๆ น้ำเหนียวหนืดย้อยอยู่ปลายลิ้นยาวนั้น สีที่ชมพูจนคล้ายจะเป็นสีแดงอยู่รอมร่อของลิ้นอันนุ่มนิ่มนั้นมองดูแล้วน่ากลัวไม่หยอก มาริขนหัวตั้งเมื่อเห็นว่าเรียวลิ้นนั้นกำลังยืดมาหาพร้อมๆ กับที่ใบหน้าที่เหมือนมารดาของเธอกำลังอ้าปากกว้าง

   เฮือก!

   บัดนี้แน่แก่ใจแล้วว่าปากของอีกฝ่ายฉีกกว้างถึงรูหูจริงๆ เพราะปากที่อ้าอวดฟันเรียงกันสวยทุกซี่ทั้งบนล่างใบปากก็เป็นเครื่องการันตีได้พอๆ กับรอยฉีกของมุมปากที่มีเลือดไหลเปื้อนอยู่เห็นๆ กับตา

   “กรี๊ด!! ออกไปนะ ขอร้องเถอะ”

   “หึๆๆ มาริจะหนีแม่ไปไหนจ๊ะ”

   “ไม่! ปล่อยนะ ฮือ....” ร้องไห้ออกมาเมื่อกลัวสุดขีด มาริเขยิบตัวถอยหลัง เธอพยายามจะออกไปให้คนอื่นเห็นเธอให้ได้ นาทีนี้ความกลัวบดบังจนไม่มีแม้แต่สติ “อย่าเข้ามานะ”

   “ทำไมล่ะ ไม่อยากให้แม่กราบแนบอกเหรอจ๊ะ? คิกๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะกวนประสาท หลอนจนมาริทนไม่ไหว เธอเขยิบถอยหลังไปไม่ได้ดูเลยว่าตัวเองนั้นสร้างเวทย์หลุมดำเอาไว้

   พรึ่ด!

   หลุดแล้ว!

   สาวสวยหอนาคาดีใจเป็นที่สุดที่อ้อมแขนแน่นหนาที่เอวของตัวหลุดออกจนได้ มาริใช้เท้ายันร่างเล็กๆ ที่หน้าเหมือนมารดาของตนก่อนจะหันหลังพุ่งตัวเพื่อหนีออกจากจุดๆ นี้

   ฟุ่บ!!

   “อ๊ะ! ว๊าย!

   โดยลืมไปว่ามีหลุมดำขนาดใหญ่อยู่ตรงด้านหลังของเธอ เสียงกรีดร้องดังก้องออกมาอยู่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหายไปเมื่อหลุมดำที่เปิดกว้างก่อนหน้าปิดลง ท่ามกลางสายตาของร่างเล็กที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้นเวที

   พรึ่บ!

   “คิกๆ คิกๆๆ” เสียงหัวเราะดังแว่วอยู่แต่ร่างเล็กที่นั่งอยู่บนพื้นกลับสลายหายกลายเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ยืนอยู่แทนที่

 

   เจบียืนกอดอกอยู่ที่เดิมเงียบๆ เขาไม่รู้ว่าเพื่อนจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร รู้เพียงแค่คร่าวๆ ตั้งแต่เห็นว่าที่น้องเขยพาน้องสาวคนเดียวของเขาไปด้านหลังเวทีเพื่องีบหลับ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ว่ากันตรงๆ พวกเขาไม่ค่อยอยากให้น้องห่างสายตา หากจะงีบหลับก็มางีบแถวนี้ก็ได้ อยู่ในสายตาของเพื่อนๆ คนอื่นด้วยจะได้ไม่ต้องห่วงมาก แต่วันนี้ดูเหมือนมาร์คไม่เห็นด้วย

   จากที่เป็นเพื่อนกันมาหลายปี เจบีก็ไม่คิดแย้งท่านชายแห่งเผ่าวารี เขารู้เสมอว่าฝ่ายนั้นทำอะไรไปก็ต้องมีเหตุผลซึ่งดูเหมือนจะจริงซะด้วย ก่อนหน้านี้มาร์คเข้าไปสะกิดแจ็คสันขอให้ช่วยเข้าไปถ่วงเวลาผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ แต่แค่นิ้วสะกิดนะนอกนั้นพวกเขาคุยกันทางโทรจิต คนจากหอนาคาที่เขาเห็นตั้งแต่แกล้งกระแทกไหล่ใส่แบมแบม ดูก็พอจะรู้ว่าเป็นเพื่อนกับแยมโรลปีเดียวกันกับพวกเขา

   แต่ก็ไม่รู้ว่ามาร์คจะจัดการเรื่องนี้แบบไหน เจบียืนมองเพื่อนที่กลับมานั่งหลับตาอยู่ที่เดิม ทำเหมือนรอเวลาอะไรสักอย่าง ดูไม่ค่อยทุกข์ร้อนทั้งๆ ที่แบมแบมหลับอยู่ด้านหลังนั่นเพียงคนเดียว ไม่รู้ว่าป่านนี้ฆ่าผู้หญิงคนนั้นไปหรือยัง

   นี่บอกตรงๆ เลยก็ไม่ได้ห่วงน้องสาวสักนิด เอาจริงๆ คือในใจของเจบีตอนนี้ห่วงคู่กรณีซะมากกว่า เขาพอจะเดาออกว่า คนอย่างแบมแบมไม่ยอมเจ็บตัวแน่ๆ ถ้าเกิดมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เตรียมตัวขุดหลุมฝังศพรอคู่กรณีได้เลย ที่เคยเห็นยอมก็มีกรณีของปานเทพนั่นแหล่ะที่ใช้ตัวบางๆ นั่นรับหมัดเข้าไปเต็มๆ แต่ก็ตามนิสัยของน้องสาวเขานั่นแหล่ะว่าไม่มีทางเจ็บตัวง่ายๆ หรอก

   ครั้งนั้นเท่าที่เจบีเห็นอาการของปานเทพแล้ว ก็ได้แต่สงสารลูกพี่ลูกน้องมาจนถึงบัดนี้ เท่าที่ได้ยินข่าวจากลูกน้อง ทหารบางคนที่เขาส่งไปไว้คอยสอดแนมในหน่วยต่างๆ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปานเทพกลายเป็นคนที่หลีกหนีเลือด ทหารคนไหนมีเลือดออกตามตัวนี่ไม่ต้องเดินเข้าไปใกล้ปานเทพเลยเพราะอีกฝ่ายจะเดินหนีทันที ท่าทางจะยังฝังใจกับเลือดของแบมแบมครั้งนั้นสินะ แจ็คสันเดินกลับมาจากไปฟังอาจารย์อธิบายงาน เขาเลิกคิ้วขึ้น

   “อ้าว ไอ้มาร์คยังนั่งหลับอีกเหรอพี่เจบี แล้ว...” ชี้นิ้วไปทางด้านหลังชั้นวางโหลยาซึงเจบีเห็นแล้วก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายถามถึงน้องสาวที่นั่งหลับอยู่ที่นั่น

   “อืม ก็ว่าจะถามมันอยู่นี่แหล่ะ ว่ายังไง...” เพราะเขายืนกอดอกมองทางเข้าออกด้านเดียวกับที่ผู้หญิงคนนั้นเข้าไปอยู่ตลอด จนบัดนี้ยังไม่มีคนออกมาสักคน “มาร์คเว๊ย ตื่นได้แล้วมั้ง ป่านนี้ผู้หญิงคนนั้นเป็นศพซะละมั้ง”

   “...” ไม่มีเสียงตอบรับมีแต่เพียงเปลือกตาที่เปิดขึ้นเผยให้เห็นตาคมคู่เดิม

   “ตื่นแล้วก็ดี ไปดูน้องได้แล้วมั้ง แต่จะว่าไปแล้วก็ไม่มีเสียงอะไรดังออกมาเลยนะ หรือว่ามันไม่เกิดอะไรขึ้นหว่า?” เจบีทำหน้าสงสัย

   “จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ อาจารย์บอกว่าอีกสิบห้านาทีการแข่งขันปรุงยาจะเริ่มแล้ว พวกเราก็สลายตัวลงไปนั่งด้านล่างได้เลย แค่เวลามีอะไรก็ให้เข้ามาช่วยด้วยก็เท่านั้น ส่วนเรื่องยืนประจำโต๊ะนี่ เห็นว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มายืนคุมแต่ละโต๊ะเลยน่ะ” เร่งทั้งสองคนทันที แจ็คสันถือโอกาสบอกทั้งพี่ชายและก็เพื่อนด้วยเลยเรื่องที่อาจารย์ฝากมาบอก “ถ้าอย่างนั้นสองคนก็ดูน้องแล้วกันนะ ขอตัวไปดูรุ่นน้องนั่งที่ให้เรียบร้อยก่อน”

   แจ็คสันไม่รอช้า เขาวิ่งไปทำหน้าที่ของตนรวมทั้งของทำแทนในส่วนของสองคนนี้ด้วยเลยอย่างรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ ไม่มามัวกระจุกกันรอเวลา เดี๋ยวจัดการเสร็จยังไงเสียพี่ชายก็เดินมาเล่าให้ฟังอยู่ดี

   “รออีกเดี๋ยว” เสียงทุ้มของมาร์คเอ่ยขึ้น เจบีขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าเพื่อนต้องการให้รออะไร

   “รออะ.....” คำถามค้างอยู่ที่คำเดิม ตาเรียวเห็นเหมือนมีตัวอะไรวิ่งผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว เจบีหันไปมองหาทันทีแล้วก็ต้องมีเรื่องให้ประหลาดใจ “เห้ย! ตัวนี้มันคุ้นๆ ว่ะ”

   มาร์คที่ละความสนใจจากเจบีหันไปสนใจสัตว์ตัวเล็กสูงประมาณศอกของเขา รูปร่างคล้ายลิงแต่ขนของมันเป็นสีดำสนิท นัยน์ตาแวววาวสีแดงเหมือนทับทิม อุ้งมืออุ้งเท้าเป็นสีน้ำตาลเข้ม เขาก้มลงมองมันที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้า “เรียบร้อยใช่มั้ยไฮพ์?”

   “คี..” มันเปล่งเสียงต่ำๆ ตอบกลับมา มาร์คส่งยิ้มไปให้ เขาคุยกับมันด้วยเสียงที่แสดงความเป็นมิตร

   “ขอบใจนะที่ช่วยเหลือ วันหลังถ้ามีเรื่องให้ช่วยอีกจะเรียกใช้นะ กลับไปพักเถอะ” มาร์คไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเริ่มร่ายเวทออกมาเสียงแผ่ว เพียงชั่วเวลาไม่ถึงเสี้ยวนาที ร่างของสัตว์ตัวน้อยนัยน์ตาทับทิมก็เป็นอันแตกสลายกลายเป็นควันสีดำกลับเข้าสู่ฝ่ามือเรียวแกร่งดังเดิม

   “ม..มาร์ค” เจบีที่เพิ่งเปล่งเสียงออกมาได้เรียกออกมา

   “...” มาร์คที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมหันไปสนใจว่าที่พี่เขย เขาเลิกคิ้วเชิงถาม จ้องตาไม่กระพริบ

   “นั่นมันสัตว์เวทย์นี่ ไฮพ์โนเดวิล สัตว์เวทย์ตัวอันตราย ถ้าเผลอไปอยู่ใกล้ๆ มันเมื่อไหร่ มันจะเข้าไปล้วงเอาความลับจากสมอง ดูว่าใครมีอิทธิพลกับชีวิตคนนั้นมากที่สุด แล้วก็บงการให้ตกอยู่ในการสะกดจิต โห...ว่าแต่สัตว์เวทย์แพงแสนแพงนั่นมาทำอะไรที่นี่ล่ะ อย่าบอกนะว่า..” เจบีเริ่มคิดไปถึงสิ่งที่ควรจะเป็น เมื่อสักครู่เขาเห็นว่ามันวิ่งมาจากทางนั้น ทางที่เขาเฝ้ามองอยู่ตลอดหลายสิบนาทีที่ผ่านมา

   “อือ อย่างที่คิดนั่นแหล่ะ”

   “...” ประธานหอมังกรอ้าปากค้างเล็กน้อย

   “ลงไปข้างล่างกันเถอะ” มาร์คเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าคนอื่นเริ่มเดินลงจากเวทีกันแล้ว

   “ห๊ะ! เออไป ไปข้างล่างกัน” เจบีตอบรับทำท่าจะเดินนำแต่ก็หันกลับไปมองคนที่เพิ่งลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว “แล้วแบมแบมล่ะ?”

   “เรื่องนั้นเดี๋ยวจัดการเอง รีบเดินเถอะ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบคำถาม

   มาร์คเดินนำเจบีไปอย่างรวดเร็วและแน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองกำลังเดินผ่านผู้หญิงสวยสองคนที่ยังปักหลักยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหนกับอาการชะเง้อคอมองไปทางที่เอาไว้เดินไปด้านหลังชั้นวางโหลยา

   “อ้าว มาร์คจะลงแล้วเหรอคะ?” แยมโรลถามขึ้น ส่งยิ้มหวานไปให้โดยมีเพื่อนหอเดียวกันยืนอยู่ข้างๆ

   “...” ทำแค่พยักหน้าส่งกลับไปให้ แต่เจบีผู้รู้หน้าที่เป็นคนเอ่ยออกมาแทน

   “แล้วทำไมสองคนนี้ยังไม่ลงไปอีกล่ะครับ ยืนรออะไรกันอยู่เหรอ” ถามออกไปทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

   แยมโรลยกยิ้มเมื่อเห็นโอกาสใกล้ชิด “พอดีมาริเดินเข้าไปทำธุระด้านหลังชั้นยาน่ะ แยมโรลก็เป็นห่วงว่าทำไมยังไม่กลับมา กำลังคุยกับเพื่อนอยู่เหมือนกันว่าจะเดินเข้าไปดูดีหรือเปล่า”

   “...” ร่างโปร่งยังคงนิ่งเช่นเดิม มาร์คทำแค่เหลือบมองคนที่เพิ่งพูดจบเท่านั้นไม่ได้มีท่าทีว่าจะอยากเสนอตัวเข้าช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น เจบีเองก็เข้าขากับเพื่อนเป็นอย่างดี เขาทำเหมือนว่าตัวเองก็มีธุระเช่นกัน

   “อ๋อ ถ้าอย่างนั้นพวกเราสองคนไม่กวนแล้วนะ ไปตามเพื่อนเถอะ เดี๋ยวต้องขอตัวก่อนเพราะว่าต้องไปจัดการพวกเด็กๆ ให้นั่งที่ให้เรียบร้อยน่ะ” เป็นข้ออ้างที่ไร้สาระโดยสิ้นเชิงเพราะแจ็คสันลงไปดูพวกเด็กๆ ปีหนึ่งให้ก่อนหน้านี้แล้วไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงสักนิดเดียว

   แยมโรลที่ได้ยินดังนั้นใบหน้าก็ยังคงยิ้มอยู่เช่นเดิม หากแต่แสร้งทำแววตาเศร้าสลดลงเล็กน้อย จงใจสบตาเข้ากับมาร์คเพื่อจะได้ให้เขาเห็นแววตาที่เธอบรรจงปั้นแต่งอย่างสุดฤทธิ์

   “ถ้าอย่างนั้นเราไม่กวนมาร์คแล้วกันนะ เราผู้หญิงสองคนเดินไปดูกันเองก็ได้” พูดเสียงแผ่วทำเป็นลังเลดูน่าสงสาร

   เจบีเลิกคิ้วขึ้นอย่างทึ่งๆ กับมารยาหญิง เขายังยึดหลักความเป็นสุภาพบุรุษอยู่บ้างไม่อย่างนั้นเขาคงเอ่ยบอกพูดอะไรบางอย่างออกไปแล้ว แต่กับมาร์ค...

   ตาคมตวัดมองคนสวยที่เดินเบียดเข้ามาใกล้ น้ำเสียงกับประโยคที่พูดออกมาทำเอาเขาต้องแสยะยิ้ม เสียงทุ้มเอ่ยออกมาหลังจากที่นิ่งอยู่นาน

   “หึ ถ้าจะมามัวยืนบิดไปบิดมาอยู่อย่างนี้ ชาตินี้ก็ไม่ได้ไปตามเพื่อนหรอกมั้ง ไปได้แล้วเจบี” พูดจบก็เดินจากไปทันที เจบีก็ส่งยิ้มให้สาวๆ ทั้งสองก่อนจะเดินตามไปติดๆ แม้ในใจของประธานหอมังกรปีห้าจะเริ่มมีข้อสงสัยก็ตาม

   แล้วแบมแบมล่ะ?

   ทำไมมาร์คไม่เข้าไปรับน้อง?

   มันเกิดอะไรบ้าง? นั่นคือสิ่งที่เจบีอยากรู้ที่สุด...

   แต่ก็ไม่ได้กระโตกกระตาก ดูจากลักษณะการพาเขาเดินลิ่วๆ ก็พอรู้ว่าไม่ต้องห่วงอะไรมากมาย มาร์คพาเจบีเดินตรงเข้าไปตรงที่แจ็คสันยืนอยู่ เมื่อน้องชายหันมาเห็นพี่ชายเดินเข้าไปกับว่าที่น้องเขยก็ยิงคำถามใส่ทันที

   “อ้าว แบมแบมล่ะ?”

   “...” มาร์คยังไม่ตอบ เขาเลือกที่จะนั่งลงตรงที่ว่าง ตบมือปุๆ ลงที่เก้าอี้เป็นความหมายเรียกให้อีกสองคนทิ้งตัวลงนั่งตามมา

   เจบีกับแจ็คสันไม่ขัดศรัทรา ทั้งสองเดินเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็ว รู้ด้วยตัวเองว่าถ้าเพื่อนเรียกมาแบบนี้แล้วอีกไม่เท่าไหร่ก็คงจะรู้คำตอบกับสิ่งที่สงสัย...

   อีกด้านหนึ่ง

   แยมโรลกำมือแน่น เธอรู้สึกเสียหน้าเป็นที่สุด เจนมองเพื่อนสาวอย่างเห็นใจเขยิบเข้าไปใกล้มากขึ้นจนแยมโรลต้องเงยหน้าขึ้นมามอง

   “แยมโรลเราต้องรีบเข้าไปตามมาริแล้วนะ อีกไม่กี่นาทีเราต้องลงจากเวทีกันแล้ว มันใกล้จะได้เวลาเริ่มแข่งขันแล้วน่ะ”

   “อืม” ตอบรับไปอย่างเสียมิได้ ใจจริงก็คิดเพียงแค่ว่าใครจะสนกันว่ามาริจะออกมาหรือยังไม่ออกมาจากด้านหลัง

   อย่างไรเสียเด็กปีห้าก็ไม่น่าจะโดนเด็กปีหนึ่งทำอะไรได้อยู่แล้ว แต่ถึงจะมีเรื่องกันขึ้นมาจริงๆ กฎของที่นี่ก็คือต้องไม่ถึงตาย เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรจะต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น

   “ปะแยมโรล เราเข้าไปตามมาริดีกว่า” เจนกำลังจะลากเพื่อนให้เดินไปด้วยกันก็มีอันหยุดชะงักเมื่อแยมโรพูดขัดขึ้น

   “เจนไปคนเดียวได้หรือเปล่า เราไปไม่ไหวจริงๆ อยากลงไปนั่งพักแล้วน่ะ”

   “อ่ะ เอ่อ ได้สิ เราไปคนเดียวก็ได้...” แต่เจนยังไม่ทันจะพูดออกมาได้จบประโยคก็ต้องหันไปทางผู้มาใหม่

   “เด็กๆ ลงจากเวทีได้แล้วนะ อีกเดี๋ยวอาจารย์จะเรียกตัวแทนของแต่ละหอของแต่ละชั้นปีขึ้นเวทีกันแล้ว รบกวนสองสาวลงไปก่อนนะ บนเวทีขอให้อยู่แค่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็พอจ้ะ”

   “เอ่อ แต่อาจารย์คะ คือว่า...”

   “ลงไปก่อนเนอะ” พูดจบอาจารย์ก็หันไปคุยกับเจ้าหน้าที่ที่สวมคลุมสีแดงและปักรูปมังกรกางปีกมีงูตัวใหญ่พันมังกรอีกทีอยู่ที่กลางอก

   “เห้อ! สงสัยเราคงต้องลงไปก่อน มาริอยู่ด้านหลัง เดี๋ยวคงตามลงไปเอง ปะ เราไปกันเถอะแยมโรล” คว้ามือเรียวของเพื่อนสาวแล้วพากันเดินลงเวทีไปทันที ไม่รอให้อาจารย์เอ่ยปากอีกเป็นครั้งที่สอง

   แยมโรลมองมือที่ถูกจับเอาไว้อย่างไม่ค่อยพอใจ

   ปกติแล้วเธอเป็นคนหวงตัวอยู่พอสมควร แต่เพราะภาพลักษณ์ที่เธอสร้างขึ้นมาก็ทำให้ต้องรักษามันเอาไว้ให้ถึงที่สุด กลั้นใจอดทนไม่สะบัดมือของตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุม แยมโรลหันไปส่งยิ้มหวานให้เพื่อน วางมือลงบนมือของเจนบีบเบาๆ

   “ขอบใจนะ”

   “...อย่าคิดมากนะแยมโรล” เจนพาตัวเองไปยังที่นั่งว่างๆ ใกล้กับกลุ่มเพื่อนจากหอเดียวกัน ยังมีบางอย่างที่เธออยากจะพูดออกมาแต่ก็เพราะว่าเรื่องบางเรื่องมันไม่ใช่เรื่องของเธอ หากพูดออกไปก็กลัวว่าคนอื่นจะว่าตนเองยุ่งไม่เข้าเรื่อง โดยเฉพาะมาริที่เข้าข้างแยมโรลทุกอย่าง ผิดกับเธอที่เห็น่าบางเรื่องมันก็สมควรเป็นตามนั้น

   อย่างเช่นเรื่องที่จะไปเอาอาลัยอาวรณ์กับมาร์คและพาลเกลียดคนที่เป้ฯคุ๋หมั้นมาร์คนั้น เจนไม่เห็นด้วยเลยสักนิด เพราะความรักมันไม่สามารถบังคับกันได้

   “อือ เราไม่คิดมากหรอก มาร์คก็เป็นคนนิ่งๆ แบบนี้แหล่ะ”

   “...แต่เราเคยเห็นตอนมาร์คอยู่กับน้องคนนั้นนะ มาร์คพูดเยอะแถมยังอารมณ์ดีมากด้วย”

   “เหรอ” หลุบตามองพื้นข่มอาการไม่พอใจ

   “จริงๆ นะ เจนเห็นออกจะบ่อย สองคนนั้นชอบไปหาอะไรทานด้วยกันตอนหัวค่ำ คุยกันมุ้งมิ้งน่ารักจะตาย ไม่แปลกที่เขาจะไปไกลจนถึงได้หมั้นกัน...ที่เราพูดน่ะ เราแค่อยากให้แยมโรลตัดใจก็เท่านั้นเอง” ในที่สุดเจนก็ตัดสินใจพูดออกไป

   “...” อยากจะวีน อยากจะเหวี่ยง อยากจะทำทุกอย่างให้คนนั้นหันมาสนใจเธอ แค่มาร์คไม่สนใจเธอก็ว่าแย่แล้ว ตอนนี้เธอยังจะต้องมาฟังใครก็ไม่รู้ที่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเธอเลยสักนิดมาสั่งสอน “เรื่องนี้เราขอตัดสินใจเองก็แล้วกัน มันเป็นเรื่องของเรา”

   เจนที่ได้ยินเพื่อนพูดออกมาอย่างนั้นก็ได้แต่เงียบ ถือว่าได้บอกได้เตือนกันแล้ว ร่างบางยักไหล่ขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้เอาท่าทางของแยมโรลมาเป็นอารมณ์ หันไปคุยกับเพื่อนคนอื่นต่ออย่างมีความสุข ผิดกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่ตอนนี้รู้สึกอยากเจอมาริขึ้นมาซะแล้วสิ

   อยากรู้ว่าที่ไปจัดการ ได้เรื่องอย่างไรบ้าง?

   เพราะเท่าที่สังเกตดูก็ไม่เห็นว่าจะมีใครออกมาจากด้านหลังชั้นยาสักคน ไม่ว่าจะเป็นมาริหรือแม้แต่...ยัยเด็กคนนั้น

 

   สามหนุ่มปีห้าจากหอมังกรนั่งอยู่เกือบหลังสุด มาร์คเอนหลังพิงพนักอย่างสบายอารมณ์ มือก็ล้วงเข้าไปในเสื้อจับสร้อยเงินลายสวยที่มีขวดคริสตัลขนาดเล็กห้อยอยู่ออกมาดู เจบีที่อดรนทนไม่ไหวเพราะนั่งรอเงียบๆ หลายนาทีแล้วจึงอ้าปากขึ้นหมายจะถาม แต่แล้วเสียงก็ก้องขึ้นในหัว

   ทางนี้เสียงทุ้มของมาร์คดังขึ้น เป็นอันรู้กันว่าทังสามคนต้องใช้การคุยกันด้วยวิธีนี้

   เล่ามาซะที นี่อยากรู้จนจะอกแตกตายแล้วไอ้มาร์คแจ็คสันใส่ก่อนเลยซึ่งเจบีเองก็เห็นด้วยเช่นกัน

   ใช่ สรุปนี่เกิดอะไรขึ้นเนี่ย แล้วแบมแบมที่ยังนอนอยู่ด้านหลังชั้นยานั่นอีกล่ะ จะไม่พาน้องมานั่งที่นี่ด้วยกันหรือยังไง

   น้องไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้วแทรกขึ้นมาเบาๆ แต่ทำเอาสองพี่น้องเงียบลงชั่วขณะก่อนจะรัวคำถามทันที

   เห้ย! ถ้าไม่อยู่ที่นั่นแล้วจะอยู่ไหน น้องยังไม่ได้ออกมาเลยนะเว๊ย

   ใช่ ไอ้มาร์ครีบบอกมาได้แล้ว ก่อนที่พวกกูจะอกแตกตายเจบีบอกด้วยเสียงเครียดๆ มาร์ค มึงเอาน้องกูไปไว้ไหนวะ?

   มือเรียวที่ถือขวดคริสตัลด้วยความทนุถนอมก็ชูมันขึ้นเล็กน้อย น้องอยู่นี่ไง

   ห๊ะ!!’ สองพี่น้องประสานเสียงกันดังก้อง จนมาร์คต้องนิ่วหน้าเพียงเพราะว่าเสียงโทรจิตที่ดังเกินจะรับได้

   โทษที ดังไปหน่อยเจบีขอโทษขอโพยเพื่อน

   รออีกสักหน่อยแล้วจะเล่าให้ฟัง ตอนนี้ก็ตั้งใจดูการแข่งขันไปก่อนแล้วกันนะสิ้นคำของมาร์ค สองพี่น้องนี่ก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในอก ลองเพื่อนพูดแบบนี้ก็เท่ากับว่าจะเอาอะไรมาง้างปาก มาร์คก็ไม่พูดออกมาแน่นอน

   พวกเขาคงทำอะไรไม่ได้นอกจากรอสินะ

 

   ยองแจนั่งชะเง้อคอมองหาเพื่อนรักอยู่ตลอด ตอนแรกที่เธอเห็นว่าแบมแบมขึ้นไปบนเวทีแต่แล้วก็เห็นว่ามาร์คพาไปด้านหลัง และตอนนี้ทั้งหมดที่เห็นอยู่บนเวทีการหน้านี้ลงมากันหมดแล้ว ยกเว้นเพื่อนรักของเธอ

   “จูเนียร์ ตกลงแบมแบมอยู่ที่ไหนกันแน่ พวกพี่ๆ เขาลงมากันหมดแล้วนะ” นิ้วชี้ไปทางเจบี แจ็คสันและมาร์คที่นั่งนิ่งกันอยู่ด้านหลัง

   “เราก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่ายังไง ก็เห็นพี่มาร์คพาเข้าไปนอนด้านหลังเวทีน่ะ ไม่รู้ว่ายังไงกันแน่สิ”

   “ที่ถามนี่ไม่ใช่อะไรหรอก แบมมันอยากดูว่าเขาแข่งกันยังไงน่ะ ถ้ามันหลับเดี๋ยวเราไปปลุกมันเองก็ได้” ด้วยความที่ยองแจเป็นเพื่อนที่รู้จักนิสัยกันมานาน เธอรู้ว่าเรื่องแบบนี้แบมแบมไม่มีทางพลาดแน่ๆ

   “ถ้าอย่างนั้นลองถามพี่มาร์คดูก็แล้วกัน ให้เนียร์ไปเป็นเพื่อนหรือเปล่า”

   “ไม่เป็นไรเดี๋ยวแจไปถามเอง เนียร์นั่งเถอะ”

   ร่างอวบลุกขึ้นเดินไปทางด้านหลังตรงที่หนุ่มๆ สามคนนั่นกันอยู่ บนเวทีก็เริ่มที่จะประกาศชื่อเรียกคนจากแต่ละชั้นปีของแต่ละหาขึ้นไปประจำที่ ยองแจเดินมาหยุดยืนอยู่ในระยะสายตาก่อนจะยกมือขึ้นโบกไปมาในอากาศเพื่อเรียกร้องความสนใจ แล้วแจ็คสันก็หันไปเห็นจนได้ยองแจจึงกวักมือเรียกให้ออกมาหา

   “ไงยองแจ เรียกพี่ออกมาทำไมเนี่ย ทำไมไม่ไปนั่งเชียร์เพื่อนล่ะ” แจ็คสันถามขึ้น เขาเดินออกมาหาเจ้าตัวถึงที่

   “ก็ว่าจะมาถามพวกพี่น่ะค่ะว่าแบมแบมไปไหน หลับอยู่หรือเปล่า ถ้ามันหลับอยู่ก็ต้องปลุกให้ตื่นนะคะเพราะแบมแบมอยากดูการแข่งขันนี้”

   “อ้าวเหรอ! ขอโทษที พวกพี่ไม่รู้เลย ขอบใจยองแจมากนะ เดี๋ยวพี่ให้มาร์คจัดการเรื่องนี้ก็แล้วกัน เราไปนั่งกับเพื่อนเถอะ” แจ็คสันพยักหน้าไปทางจูเนียร์ที่หันหน้ามาทางนี้เป็นระยะๆ

   “ก็ได้ค่ะ ฝากพี่แจ็คสันด้วยนะคะ การแข่งขันก็ใกล้จะเริ่มแล้ว รีบพาแบมมานะ” สั่งรุ่นพี่ทิ้งท้ายเป็นทำนองว่าถ้าเพื่อนตื่นแล้วก็ให้รีบๆ พามาหาด้วย

   แจ็คสันได้แต่ส่งยิ้มไปให้ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม เจบีเป็นคนแรกที่เอ่ยถามออกมา

   “สรุปน้องเขามาทำไม?”

   “ไม่มีอะไรมากพี่เจบี ยองแจมาบอกว่าแบมแบมอยากดูการแข่งขันมาก ให้พวกเราปลุกน้องมาดูด้วย เดี๋ยวจะไม่ทันเวลา” หันไปพูดกับมาร์คโดยตรง “ได้ยินแล้วใช่มั้ยท่านชาย”

   “อ้าว น้องอยากดูเหรอ มาร์คแกไปจัดการเอาน้องออกมาเลยนะ รีบๆ เข้าล่ะ เขาเรียกคนขึ้นไปครึ่งนึงแล้วเนี่ย”

   “เออ รู้แล้วน่า” ว่าจบร่างโปร่งก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที

   แยมโรลที่คอยมองมาร์คอยู่ตลอด เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นลุกขึ้นปลีกตัวออกจากกลุ่มเพื่อนก็รู้สึกลังเล เธอไม่มั่นใจว่าควรลุกตามไปหรือไม่ อีกฝ่ายต้องการความเป็นส่วนตัวหรือเปล่า แต่แล้วก็ยั้งใจตัวเองไม่ได้ เธอขอทำตามใจของตัวเองอีกครั้งก็แล้วกัน

   ร่างสูงบอบบางลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินฉีกออกจากกลุ่มเพื่อน แต่แล้ว...

   “แยมโรลจะไปไหน การแข่งขันกำลังจะเริ่มแล้วนะ” เจนคว้ามือของเธอเอาไว้ แยมโรลถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างขัดใจ ตาก็คอยมองไปอีกทางด้วยกลัวว่าจะคลาดกัน

   “ไปเข้าห้องน้ำน่ะ” ว่าจบก็สะบัดมือของเพื่อนร่วมชั้นปีออกอย่างรวดเร็ว รีบเดินตามมาร์คไปไม่หันหลังกลับมามองเจนที่ส่ายศีรษะไปมาเบาๆ อย่างปลงๆ

   “เราเตือนเธอได้แค่นี้นะแยมโรล” พึมพำเสียงแผ่ว



***เรื่องเล่มนิยาย กำลังอยู่ระหว่างจัดการค่ะ จะพยายามให้ออกมาไล่ๆกันทั้งอีบุ๊คภาค 2 +ตอนพิเศษ 6 ตอน กับเล่มทั้ง ภาค 1 และ 2 จะมาแจ้งข่าวอีกทีค่ะเพราะเรื่องเล่มนี่อาจต้องใช้วิธีพรีออเดอร์ค่ะ ปกติไรต์เป็นสายอีบุ๊คเพราะความไม่สะดวกในการทำงาน


(ใครที่เจอปัญหาช่วงนี้ก็อดทนนะคะ ขอให้ผ่านปัญหาไปด้วยกันค่ะ ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่เจอปัญหาในชีวิต แวะเข้ามาอ่านนิยายให้ช่วยเยียวยาจิตใจแล้วค่อยกลับไปสู้กันต่อเนอะ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #3440 Faye V. Charlotte (@maiko0401) (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 19:48
    ปล่อยเถอะเจนเธอเตือนให้ตายมันก็ไม่ฟังยุดี
    #3440
    0
  2. #3350 lovely_pink (@pure_kan) (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 12:24
    รออออออ
    #3350
    0
  3. #3349 Lyn. (@sryko1a) (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:17
    ยัยแยมโรลกับเพื่อนนี่แส่ไม่เข้าเรื่อง ต้องโดนดีซักหน่อย
    #3349
    0
  4. #3346 MyFishy (@myfishy) (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 08:25
    จะรอนะ รอเล่ม เลาอยากเก็บมากมายอ่าาาาา
    #3346
    1
    • #3346-1 MyFishy (@myfishy) (จากตอนที่ 180)
      22 พฤษภาคม 2561 / 08:26
      ***เรา
      #3346-1
  5. #3340 praeguy (@prae7) (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 00:12
    รอน๊าาา💖กำลังเก็บตังค์ซื้อE-bookอยู่55555
    #3340
    0
  6. #3339 Glbbgot7 (@Glbbgot7) (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 21:16
    รักคนแต่งงงงงง
    #3339
    0
  7. #3338 NokJS (@NokJS) (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 21:12
    ยัยแยมมโรบฝลบไม่ตายดีแน่ๆฟ
    #3338
    0