Angel academy [MarkBam]

  • 80% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 182,273 Views

  • 3,442 Comments

  • 4,386 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    395

    Overall
    182,273

ตอนที่ 7 : AA MB - 06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    24 มี.ค. 60

#ฟิคแฟนตาซีมบ #21*33 #AA MB - 06

*

*

*


                “เอ่อ... สวัสดีจ้ะ เราชื่อจูเนียร์นะ”



                ร่างบางนิ่งไปชั่วครู่ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าหลงลืมอะไรไปเธอก็ยิ้มออกมา วางสิ่งที่ถืออยู่หันมาใส่ใจกับคนข้างๆ ยองแจที่หันมามองตั้งแต่แบมแบมหยุดกินก็นึกขึ้นได้เช่นกันว่าเธอทั้งสองคนมัวแต่ห่วงกิน ลืมเพื่อนร่วมโต๊ะไปเลย



                มาเรียนก็ต้องมาหัดเข้าสังคมสินะ



                “สวัสดีจ้ะจูเนียร์ เราชื่อแบมแบมนะ ส่วนนี่เพื่อนเราเอง ชื่อยองแจ” แนะนำตัวเสร็จก็ไม่ลืมแนะนำเพื่อนรักต่อทันที



                “สวัสดีจ้ะจูเนียร์ เรายองแจนะ ขอโทษด้วยที่เราสองคนมัวแต่กิน ไม่ทันได้ทักใครเลย”



                สาวผมดำส่ายหน้าไปมาจนผมกระจาย ยกมือขึ้นโบกตรงหน้า “ไม่เป็นไรจ้ะ”



                “ตกลงแล้วหอเรามีผู้หญิงแค่สามคนจริงๆ ใช่มั้ย ขนาดผู้ชายยังน้อยเลย อะไรกันมีแค่สิบเจ็ดคนเนี่ยนะ” ยองแจชวนอีกฝ่ายคุย



                แบมแบมนั่งอยู่ระหว่างสองคนที่ตอนนี้คุยกันอย่างเดียวไม่ยอมกินอะไร ร่างบางตักอาหารเข้าปากเคี้ยวไปด้วยฟังไปด้วย ถึงเธอจะไม่ได้ร่วมคุยแต่ก็พยักหน้าแทนเสียงตอบเมื่อสองคนหันมาถามความเห็น



                “เรามาแนะนำตัวกันดีมั้ย ตอนนี้อยู่กันครบน่าจะทำความรู้จักกันไว้ก็ดีนะ” ยองแจเสนอความคิด



                “ดี เราเห็นด้วย” จูเนียร์พยักหน้ารัวๆ “แบมแบมว่าไง?”



                ทั้งสองหันมามองร่างบางเป็นตาเดียวอย่างรอคอยคำตอบ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้าเป็นความหมายเชิงเห็นด้วย ยองแจก็ยืนขึ้น



                “เพื่อนปีหนึ่งหอมังกร...” เสียงหวานที่ดังขึ้นเรียกความสนใจของเพื่อนมาได้ทั้งหมด ทุกสายตาตอนนี้หันมาจ้องอยู่ที่จุดเดียวกัน



                “เราขอโทษที่รบกวนเวลากินอาหารนะ เราเห็นว่าน่าจะแนะนำตัวให้รู้จักกันเอาไว้น่ะ” เมื่อเห็นว่าไม่มีใครค้าน ร่างอวบจึงพูดต่อทันที



                “เริ่มจากเราก่อนก็แล้วกันนะ เราชื่อยองแจ มาจากเผ่าวิหคอัคคี ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ” ส่งรอยยิ้มให้ทุกคน



                เพื่อนผู้ชายที่นั่งร่วมโต๊ะจากที่นั่งนิ่งๆ ตอนนี้เริ่มระริกระรี้ขึ้นมาทันที สาวสวย ขาว หมวย ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ถือตัวอีกต่างหาก ทำเอาหัวใจผู้ชายปีเดียวกันสั่นไหวระนาว



                ยองแจหันมองเพื่อนรักแวบหนึ่งก่อนจะหันไปทางขวามือทันที “ตานาย”



                “เรา!” ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง



                “อือ นายนั่นแหล่ะก็นายนั่งต่อเรานี่” เมื่อเห็นว่าแบมแบมส่ายหน้าเบาๆ ก็รู้แล้วว่าเพื่อนรักยังไม่อยากเป็นคนที่สอง ยองแจนั่งลงทันที



                ร่างหนาตัวโตที่ต้องแนะนำตัวเป็นคนต่อมายืนขึ้น หน้าตาหล่อเหลาผมสีบลอนด์ประกายทองยิ่งทำให้ร่างสูงเด่นขึ้นไปอีก



                “เราชื่อยูตะ จากเผ่าวารี ยินดีที่ได้รู้จักนะ”



                แบมแบมนั่งมองเพื่อนแนะนำตัวไปทีละคน พยายามจดจำเท่าที่จะทำได้ แต่แล้วก็รู้สึกได้ถึงการจดจ้องจากนอกโต๊ะ แรงจนรับรู้ได้ว่ากำลังถูกจ้องมอง คิ้วได้รูปขมวดเล็กน้อยก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้แสดงท่าทีว่ารับรู้การจ้องมองนั้น



                โต๊ะฝั่งนั้น...ปีห้า?



                ร่างบางได้แต่สงสัยเพราะตอนนี้เป็นคิวของเพื่อนใหม่ข้างเธอแล้วนั่นเอง



                “สวัสดีค่ะ เราชื่อจูเนียร์นะ มาจากเผ่าพฤกษา” สาวผมดำยาวเลยกลางหลัง หน้าสวยหวาน ตาดำขลับเอ่ยขึ้นช้าๆ เป็นความสวยแบบหวานๆ กินขาดคนอื่นไปหลายขุม



                ถ้ายองแจสวยแบบหมวย สาวผมดำคนนี้ก็ต้องจัดอยู่ในพวกสวยอ่อนหวานนั่นเอง เมื่อเห็นว่าจูเนียร์นั่งลงเรียบร้อยแล้ว ร่างบางที่ต้องแนะนำตัวเป็นคนสุดท้ายจึงยกห่อผ้าสีน้ำเงินไปวางที่ตักเพื่อนรักแทน



                “เราชื่อกันต์พิมุกต์นะ เรามาจากเผ่าวิหคอัคคีเหมือนกับยองแจน่ะ” เมื่อเห็นว่าทุกคนเงียบมัวแต่จ้องจึงเอ่ยถาม



                “มีใครสงสัยอะไรไหม?” สิ้นเสียงหวานไม่ทันไร



                “มี”



 

                แบมแบมหันไปหาคนพูด เมื่อเห็นว่าไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นปีก็สำรวจอีกฝ่ายเงียบๆ



                “พี่อยากรู้ว่า ห่อสีน้ำเงินนี้มันมีอะไร เห็นหอบอยู่ตลอดเวลาเลยครับ”



                ชายหนุ่มผมบลอนด์เดินเข้ามาจนชิดโต๊ะ จ้องสาวตรงหน้าไม่วางตา ผมสีน้ำตาลอ่อนเป็นลอนธรรมชาติทิ้งตัวยาวเลยกลางหลัง อยากจะเอื้อมมือไปลองจับดูสักครั้งว่ามันจะนุ่มสักแค่ไหน



                หญิงสาวสบตาสีเขียวตรงๆ ยังไม่ทันตอบคำถามคนเข้ามาใหม่ พวกเพื่อนร่วมชั้นปีคนอื่นก็พยักหน้าเห็นด้วย พึมพำสนับสนุน



                “ใช่ๆ เราก็อยากรู้นะกันต์พิมุกต์ว่ามันมีอะไร”



                แบมแบมทำหน้าเซ็งเล็กน้อย มือบางหยิบห่อผ้าขึ้นมาจากตักเพื่อนรัก ยองแจก็ดีใจหายยกจานออกให้อย่างรู้หน้าที่ เมื่อวางห่อผ้าสีน้ำเงินลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วก็ลงมือแกะห่อ



                อยากรู้อยากเห็นกันจังนะไอ้พี่พวกนี้ ร่างบางได้แต่บ่นพึมพำในใจ



                “อาหารว่างน่ะ แม่เราทำมาให้กินเผื่อจะหิว ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก” อธิบายเสียงเนือย ส่งสายตาอาฆาตให้เจ้าของคำถามเล็กน้อย



                มาร์คยิ้มอย่างอารมณ์ดี จากตอนแรกที่หลงเสียง ตอนนี้จะเรียกว่าหลงรูปและหลงทางไปไกลกู่ไม่กลับเสียแล้ว โต๊ะของชั้นปีที่ห้าอยู่ข้างๆ ปีหนึ่ง เขามองตั้งแต่เด็กปีหนึ่งเริ่มทยอยเข้ามานั่งตั้งแต่แรกแล้ว ยิ่งดีใจเข้าไปอีกเมื่อเด็กที่ชื่อยองแจออกความคิดให้เพื่อนๆ แนะนำตัวเอง



                แม้จะขัดใจเล็กน้อยที่วนไปทางผู้ชายจนหมดก่อนจะวกกลับมาที่ผู้หญิงอีกสองคนที่เหลือ แถมคนที่เขารอคอยก็แนะนำตัวเป็นคนสุดท้ายซะด้วยสิ เขาจ้องตอบร่างบางอย่างอารมณ์ดี รับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าใดนัก



                “พี่ขอแซนวิชชิมสักชิ้นได้หรือเปล่า?”



                แบมแบมจ้องรุ่นพี่ปีห้าเขม็ง แต่คนผมบลอนด์กลับไม่สะทกสะท้าน เอื้อมมือมาหยิบแซนวิชไปหนึ่งชิ้นท่ามกลางความเงียบอย่างดูท่าที เพราะตอนนี้ทุกคนที่ร่วมโต๊ะจ้องพวกเขาทั้งคู่ทุกการกระทำ ไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรออกมาอีก เป็นยองแจซะอีกที่ต้องห้ามทัพ เมื่อเห็นว่าแบมแบมเริ่มยืนนิ่ง มืออวบจับที่ข้อมือบางเบาๆ เพื่อเตือนสติ แต่ก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมาก็ต้องนิ่งไปเมื่อมีรุ่นพี่อีกสองคนเดินเข้ามาสมทบ



                “เห็นว่ามีแซนวิชด้วย พี่ขอกินด้วยได้หรือเปล่า?”



                แบมแบมมองผู้มาใหม่ ทั้งคู่ผมสีแดง คนตัวสูงกว่าเป็นคนเริ่มพูดก่อน ในเมื่อมันมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็คงทำอะไรไม่ได้จำต้องให้ไป



                กล้าขอก็กล้าให้!



                “ตามสบายเลยค่ะ” ไม่รอให้อีกฝ่ายเอื้อมมือมา คราวนี้เธอเป็นคนหยิบส่งไปด้วยตัวเอง เล่นเอาคนผมบลอนด์นัยน์ตาสีเขียวคิ้วกระตุก



                ทีเราทำไมทำหน้าโหดวะมาร์คคิดอย่างขัดใจ



                “พี่ขอแอปเปิ้ลสองลูกนะ...น้องกันต์พิมุกต์”



                แบมแบมถอนหายใจก่อนส่งมันไปให้ตามที่รุ่นพี่อีกคนขอ



                “ขอบใจนะ แอปเปิ้ลจากป่ากาลเวลา พี่ไม่ได้กินนานแล้วสิ”



                คำพูดประโยคนี้ทำให้แววตาของแบมแบมเปลี่ยนไปทันทีก่อนจะปรับกลับสู่ความเรียบเฉยในชั่วเสี้ยววินาที ถ้าไม่สังเกตให้ดีก็คงไม่มีทางรู้ แต่มันไม่ได้รอดพ้นสายตาคมดุจเหยี่ยวของหนุ่มผมแดงร่างสูงไปได้เลย



                “ขอบใจสำหรับของว่างนะ พี่ชื่อกรชวัล จะเรียกพี่ว่าเจบีก็ได้ ส่วนนี่น้องชายพี่ชื่อกฤตภาส เรียกว่าแจ็คสันก็ได้ พี่ไปก่อน ทานข้าวให้อร่อยนะกันต์พิมุกต์” ร่างสูงส่งยิ้มอบอุ่นให้ ก่อนจะหันมองคนที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง



                “มาร์ค แกน่าจะกลับที่ได้แล้วนะ ลุกออกมานานแล้วนี่”



                “เออ รู้แล้วน่า” น้ำเสียงทุ้มหงุดหงิดไม่ใช่น้อยแต่ก็ทำตาม



                “ไปนะครับน้อง” มาร์คส่งยิ้มหวานให้คนน่ารัก หวังว่าคนแก้มป่องตาโตจะยิ้มตอบบ้างแต่ก็ไม่เป็นผล ได้รับกลับมาแค่แววตาหมางเมินอย่างจงใจ ร่างสูงหัวเราะร่วนอารมณ์ดีที่สาวทำหน้ายักษ์ใส่



                สงสัยสาวจะจำเขาไปจนตายแน่ แต่จำแบบเกลียดหรือรักอันนี้ไม่แน่ใจสิ หึ



                “อ้าว กลับกันหมดแล้ว พี่แจ็คสันก็คงต้องขอตัวเหมือนกันนะน้อง...แบมแบม” เดินออกไปอย่างรวดเร็วกว่าตอนขามาซะอีก



                ร่างบางเบิกตากว้างอย่างสงสัย เธอหันมาส่งยิ้มให้เพื่อนๆ ร่วมโต๊ะราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตอนนี้ในหัวสมองกำลังพยายามหาเหตุผล เธอแนะนำตัวแค่ชื่อจริง ไม่แปลกที่คนอื่นจะรู้ชื่อจริง อาจารย์มิรันดาก็พูดชื่อเธอออกไมค์ด้วย แต่ชื่อเล่นยังไม่เคยได้บอกใคร คำถามก็คือ



                ...ผู้ชายคนนั้นรู้ได้ยังไง



                ไหนจะเรื่องแอปเปิ้ลอีกล่ะ แอปเปิ้ลที่มารดาให้มามันคือแอปเปิ้ลที่มีปลูกแค่บ้านของเธอเท่านั้น ไม่ได้มีขายทั่วไป ว่าง่ายๆ ก็คือมีกินแค่บ้านของเธอบ้านเดียวเท่านั้น และบ้านของเธอตั้งอยู่ในป่ากาลเวลาที่อยู่ติดกับเผ่าวิหคอัคคี แบมแบมเลี่ยงคำถามเรื่องที่อยู่จึงมักบอกคนอื่นว่าอยู่เผ่าวิหคอัคคี



                ...ไม่คิดว่าจะมีคนรู้เรื่องป่ากาลเวลา



                ‘ทั้งหมดต้องโทษนายสินะ ไอ้คนตาสีเขียว ไอ้หัวบลอนด์ ไอ้รุ่นพี่บ้า


 


                “เซ็งว่ะ”



                เสียงของยองแจเรียกเธอให้ออกจากภวังค์ ร่างบางหันหน้าไปมองเพื่อนรัก



                “...”



                “เซ็งที่แอปเปิ้ลหายไปสองลูก ฉันยังไม่ได้กินสักคำเลยนะ รู้อย่างนี้กัดแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้ดีกว่า ไม่น่าปล่อยให้แกเก็บก่อนเลย”



                ยองแจรู้ว่าแอปเปิ้ลจากบ้านเพื่อนอร่อยกว่าที่อื่น ปีหนึ่งจะได้กินสักครั้งไม่เหมือนแอปเปิ้ลที่ซื้อจากตลาดที่หาซื้อได้ตลอดทั้งปี ราคาก็แพงมาก ได้กินฟรีนี่ต้องรีบกินเข้าไปเลยห้ามหยิ่งเด็ดขาด



                “ยังเหลืออีกสามลูกนะ” แบมแบมแย้งเบาๆ เมื่อเห็นเพื่อนเริ่มบ่นออกมา




                “แต่หายไปสองลูก” ไม่วายเถียง ยองแจชักเริ่มไม่ชอบหน้าอีตาผมแดงขาสั้นขึ้นมาแล้วสิ บังอาจมาแย่งของโปรดของเธอไปกิน



                “เดี๋ยวเราให้แม่ส่งมาให้อีกก็ได้นะ” เพื่อเป็นการยุติปัญหาจึงเอ่ยออกมา




                “จริงดิ ขอบใจมากเพื่อนรัก” ไม่พูดเปล่าโอบแขนรอบเอวเพื่อนโยกร่างบางกว่าไปมา



                “นี่ กินข้าวเข้าไปเยอะๆ หน่อยนะแบมแบม ผอมบางจนจะปลิวลมอยู่แล้วเนี่ย ว่าแต่จะบอกแม่ยังไงเรื่องแอปเปิ้ลล่ะ”



                แบมแบมมองเพื่อนรักที่ห่วงแต่ของกินอย่างปลงตก ก่อนจะยักคิ้วกวนๆ ใส่ยองแจหนึ่งที มือเรียวล้วงสร้อยคอที่สวมอยู่ขึ้นมา จี้กลมทำจากเงินแท้ล้อมกรอบด้วยดอกกุหลาบสีแดงอยู่บนมือของเธอแล้ว กดลงไปที่ปุ่มเล็กๆ ใต้จี้เข็มเงินเรียวเล็กเด้งออกมา



                ตอนนี้ร่างบางได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เธอบรรจงจรดเข็มเงินลงบนพื้นที่ว่างกลางจี้อย่างช้าๆ



                แม่คะ ขอแอปเปิ้ล



                เกิดเป็นร่องรอยของตัวอักษรปรากฏขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลือนหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แบมแบมเก็บเข็มเงินเข้าที่ แต่แล้วจี้ที่ถืออยู่ก็ร้อนขึ้นพร้อมทั้งมีตัวเลข



                10



                “สิบ?” เสียงของยองแจที่เฝ้าดูอยู่ตลอดพูดขึ้นอย่างสงสัย “สิบอะไร สิบวันหรือสิบลูกน่ะ แต่ช่างเถอะ...ถ้าส่งมาสิบลูกครึ่งหนึ่งต้องเป็นของฉันนะแก” ร่างอวบแบ่งให้ตัวเองเสร็จสรรพ



                “...” แบมแบมไม่ทันได้ตอบอะไร



                มารดาของเธอก็เป็นแบบนี้ประจำ คำตอบสั้นๆ ที่ทำเอาบางครั้งต้องนั่งแปล ไม่รู้จะประหยัดคำเขียนไปทำไมกัน สาวหน้าหวานที่นั่งฟังสองเพื่อนรักคุยกันได้โอกาสถามขึ้นบ้าง



                “สร้อยน่าสนใจจังเลย ขอดูหน่อยได้หรือเปล่า?”



                “ดู? อ๋อ ได้สิ” แบมแบมยื่นจี้ที่กำลังจะหย่อนไว้ใต้เสื้อไปให้ดูตามที่ขอ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อยองแจที่อยู่ด้านข้างร้องขึ้น



                “อย่าจับ!” “โอ๊ย!” สองเสียงประสาน



                “จูเนียร์เป็นยังไงบ้าง? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” แบมแบมถามอย่างเป็นห่วง



                “นั่นสิ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ขอโทษนะเราห้ามไม่ทัน” คราวนี้เป็นเสียงยองแจบ้าง



                “...” จูเนียร์ที่มัวแต่อึ้งอยู่ตอบอะไรไม่ถูก รู้แค่ว่าตอนจับจี้มันร้อนมากเหมือนจะลวกมือ แต่พอปล่อยก็ไม่ได้ทิ้งความเจ็บปวดหรือร่องรอยอะไรเอาไว้ให้จดจำ ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น



                “ร้อนสินะตอนจับ เราลืมบอกน่ะว่าดูได้แต่จับไม่ได้ ขอโทษอีกครั้งนะจูเนียร์” เสียงหวานพูดขึ้น มองเพื่อนใหม่อย่างสำนึกผิด



                “ไม่เป็นไรจ้ะ มือเราไม่เป็นอะไร” คราวนี้จูเนียร์มองสร้อยตรงหน้าอย่างสงสัยว่ามันคืออะไร เมื่อเห็นว่าเพื่อนใหม่คงจะสงสัยไม่ใช่น้อย แบมแบมก็เลยต้องบอก




                “แม่เราให้มาน่ะ ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร แต่รู้แค่ว่ามันถอดออกจากคอเราไม่ได้ เห็นสายสร้อยยาวแบบนี้แต่พอเลื่อนขึ้นจะถอดออก สายสร้อยมันก็จะหดเล็กจนไม่สามารถถอดออกได้ กระชากก็ไม่ขาดเคยลองแล้ว แถมใครก็ตามที่ไม่ใช่เรากับแม่มาจับ มันจะร้อนจนลวกมือ”



                อธิบายยืดยาวด้วยถือคติบอกครั้งเดียวไม่ต้องเปลืองน้ำลายอีกรอบ แม้จะบอกรายละเอียดบางอย่างไม่หมดก็ตาม



                คุยกันได้สักพัก ทุกคนในโต๊ะก็ดูว่าจะทานอาหารกันอิ่มแล้ว เสียงทักทายพูดคุยทำความรู้จักเป็นเพื่อนใหม่กันก็ดังไปทั่วโต๊ะ ยิ่งผู้หญิงที่มีแค่สามคนแถมยังสวยทุกคนทำให้เป็นจุดศูนย์รวมของบทสนทนาโดยปริยาย



                ยองแจเป็นคนพูดเก่ง จูเนียร์ก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยทั้งที่เพิ่งเจอกันวันแรก แบมแบมนั่งยิ้มฟังเพื่อนๆ คุยกันอยู่ตลอด



                “นี่ เคยได้ยินเรื่องของที่นี่บ้างหรือเปล่า” เสียงของยูตะที่นั่งข้างยองแจถามขึ้น



                “เรื่องอะไร?” ยองแจหันไปถามแทนทุกคนที่ตอนนี้หันมาสนใจที่นี่ที่เดียว



                เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายชักช้าไม่ทันใจก็ยกมือกอดอกใช้น้ำเสียงกดดันคนข้างๆ ทันที “เล่ามาดิ อย่าลีลา เพื่อนทุกคนอยากรู้”



                “ก็เรื่องที่ปีหนึ่งที่เป็นผู้หญิงจะได้รับจดหมายปริศนา จดหมายจะบอกเงื่อนไขและจุดนัดหมายเอาไว้ ถ้าไปตามที่นัดและทำตามเงื่อนไขจะมีจดหมายบอกให้ไปเอาของมีค่าหนึ่งชิ้นตามที่ต่างๆ หลังจากรับของมีค่าแล้วชิ้นนี้ให้มองหาจดหมายอีกฉบับ มันจะบอกใบ้ถึงสถานที่ซ่อนสมบัติ เขาว่ากันว่าจดหมายจะส่งถึงคนที่สวยมากๆ เท่านั้น” ยูตะเล่าจบ ตอนนี้เพื่อนผู้ชายทุกคนในโต๊ะหันมามองผู้หญิงเพียงสามคนทันที




                “ตำนานอะไร ประหลาดว่ะ” เสียงยองแจออกแนวสงสัย โดยมีจูเนียร์หยักหน้าเห็นด้วย



                “ใช่ เราก็ว่าประหลาด” คราวนี้เป็นเสียงของอารอน หนุ่มผมม่วงจากเผ่าเงือก “ทำไมถึงต้องส่งจดหมายเพื่อให้ไปเอาของมีค่า แล้วก็ส่งจดหมายให้ไปเอาสมบัติด้วย แถมยังส่งให้เฉพาะผู้หญิงสวยเท่านั้นเนี่ยนะ”




                แบมแบมเองก็คิดว่ามันแปลก เธอได้แต่นั่งฟังเพื่อเก็บข้อมูล




                “แล้วมีคนเคยได้จดหมายนี้หรือเปล่าล่ะยูตะ?” อารอนถามเพื่อน



                “เอ...เราไม่รู้เหมือนกันนะ ว่ามีใครเคยได้จดหมายหรือเปล่า ถ้า...” ยูตะที่ยังพูดไม่จบต้องหยุดชั่วคราวเมื่อเหลือบเห็นรุ่นพี่ปีห้าทั้งโต๊ะทยอยลุกขึ้นเดินมาทางนี้



                “น้องๆ ครับ คงทานกันอิ่มหมดแล้ว ขอให้น้องเดินตามพวกพี่ปีห้าไปที่ห้องประชุมด้วยนะครับ เดี๋ยวพวกพี่จะแจกกุญแจห้องพัก” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินนำไปก่อน



                แบมแบมจำได้ว่าพี่คนนี้คือคนที่เดินมาขอแซนวิชเธอคนที่สอง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อ กรชวัล ชื่อออกไปทางไทยซะด้วย ปกติแล้วก็ไม่แปลกที่แต่ละคนจะมีชื่อไปทางเอเชียบ้างยุโรปบ้าง แล้วแต่ว่าใครจะตั้งอย่างไร



                มารดาเล่าให้ฟังว่า ชื่อของเธอมาจากพ่อทูนหัวตั้งให้ แม้กระทั่งทุกอย่างในชีวิตพ่อทูนหัวก็เป็นผู้กำหนด ถ้าจะถามถึงบิดาแท้ๆ ตั้งแต่เกิดมาแบมแบมยังไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง แต่เมื่อมารดาบอกว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะได้เจอ เธอก็ต้องทำใจ



                แม้จะไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมถึงยังเจอไม่ได้



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #3383 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 16:42
    ซับซ้อนยิ่งนัก
    #3383
    0
  2. #3334 nuntnk (@nattanan1234) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 00:21
    เราอ่านจนถึงตอนที่ แบมเจอพ่อแล้วว แต่ว่าเราจำไม่ค่อยได้ นึกถึงเรื่องนี้แล้วคิดถึงเลยกลับมาอ่าน งะ
    #3334
    0
  3. #3046 Natty_thamonwan (@Natty_thamonwan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 18:40
    เราอ่านจนถึงตอนที่แบมจะตาย ตอนนั้นหนุกมากเลย
    เราจะรีบอ่านและจะเม้นบ่อยๆน้าาาาาา
    #3046
    0
  4. #2683 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 10:44
    โธ่ลูกแบมของมี๊ สิ้นลายเพราะความง่วงเชียวนะ
    แต่พี่มาร์คนี่ รุกและเนียนได้อีก ยอมใจ
    #2683
    0
  5. #1888 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 21:30
    พี่มาร์คพาน้องไปไหนนน
    #1888
    0
  6. #1631 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 20:41
    โอ๊ยยยยย แบมง่วงนอนเป็นลูกแมวเลยค่ะลูก น่ารักกกกก จับพี่นี่พรหมลิขิตหรอคะ? พี่มาร์คนี่รุกหนักมาก แอบเขินบีเนียร์อ่าาา
    #1631
    0
  7. #1431 numsaizaza (@rinjanana) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 10:47
    เอ๊ะได้คู่แบบนี้มีการใช้สิทธิรึเปล่าน้าาาาา
    #1431
    0
  8. #598 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 15:57
    เหมือนหวยล็อกเลยแฮะ
    #598
    0
  9. #172 บีม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:16
    เขาขึ้นห้องกันแล้วค่ะ ขุ่นแม่่่ 555555

    ไม่!! บีมม อย่าคิดดด!!
    #172
    0
  10. #131 Ms. Shadow (@bainie93) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:26
    ยองแจได้พี่สองคนเลย จะมีศึกชิงนางกันไหมเนี่ย แล้วคู่ของประธานหอกับน้องจูเนี่ยชักจะมีสัมติงใช่ไหมถึงได้นั่งหน้าแดงกัน
    #131
    0