ตอนที่ 22 : ความรู้สึก (100)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 270 ครั้ง
    7 ธ.ค. 60







-21-

ความรู้สึก

[Vee Vivis]




          “มาร์คมาร์ค!

          “อย่าตาม!” เจมส์ดึงแขนผมไว้ก่อนที่ผมจะได้ก้าวตามมาร์คไป ผมสะบัดแขนออกจากมือไอ้รุ่นน้องหน้าลูกครึ่งก่อนจะมองไปที่มัน ผมไม่สนว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ไม่สนว่าที่นี่จะมีใคร ผมจะไปหามาร์ค

          “มึงเป็นเหี้ยอะไรมาห้ามกู กูจะไปหามัน!

          “มึงไม่มีสิทธิ์ไปหามันตั้งแต่ยืนจูบกับเมียเก่ามึงแล้ว!” เจมส์ตะโกนกลับมา ผมมองไปที่พลอยซึ่งพลอยก็มองมาที่ผมอย่างตกใจ มือเล็กยื่นมาจับแขนผมไว้อย่างกล้าๆ กลัวๆ

          “วีใจเย็นนะ”

          “พลอยออกไปก่อน” ผมบอกคนตัวเล็ก มองย้ำอีกทีจนพลอยยอมเดินออกไป

          “จะไปไหน” เจมส์ดึงแขนผมไว้ ผมหันกลับไปมองด้วยความหงุดหงิดก่อนสะบัดแขนออกจากมือมันแรงๆ

          “มึงมายุ่งอะไรเรื่องของผัวเมียคนอื่นวะ” ผมหันไปพูดกับรุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัยเสียงนิ่ง

          “สำหรับกู มาร์คไม่ใช่คนอื่น” มันตอบกลับมานิ่งไม่แพ้กัน สายตาที่มันมองผมทำให้ผมรู้ว่ามาร์คสำคัญกับคนตรงหน้าแค่ไหน ผมยอมรับว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนเป็นอะไรที่น่านับถือมาก แต่มองจากสายตาไอ้เด็กนี่มันไม่น่าจะใช่แค่เพื่อน แค่ความคิดหนึ่งที่แล่นเข้ามาในหัว แค่ความคิดบ้าๆ นั่นมันทำให้ผมกำมือเข้าหากันจนชาไปหมด ตวัดสายตามองไอ้เจมส์อีกทีก่อนจะเดินออกจากตรงนี้ เพื่อไปหาอีกคนที่สำคัญกับผมไม่แพ้มัน

          “อะไรกันเนี่ย!” ยี่หวาเดินเข้ามาจับแขนพลอยไว้ก่อนที่จะเดินออกไป ตาสวยตวัดมองมาที่ผมแล้วมองไปที่เจมส์อีกที

          “ถามเพื่อนพี่กับเมียเก่าไม่สิ ถามเพื่อนพี่กับเมียเขาดูสิ” เจมส์แค่นยิ้มแล้วมองหน้าพลอยที่กำลังตื่นกลัว

          “พวกมึงทำอะไรกัน” ยี่หวาปล่อยพลอยแล้วเดินเข้ามาหาผม “กูถามว่าพวกมึงทำอะไรกัน! ทำไมมาร์คมันเดินร้องไห้ออกไปแบบนั้น!” ยี่หวาตวาดใส่หน้าผม

          “กู

          “พวกมันจูบกันแล้วมาร์คเข้ามาเจอ” ยี่หวาตวัดสายตามามองผมทันทีที่เจมส์พูดจบ

          “จริงเหรอ?” เสียงหวานของคนเพื่อนผมถามขึ้นเบาๆ

          “อือ”

          เพี้ยะ!

          มือขาวตวัดใส่หน้าผมทันทีที่ผมยอมรับ ยี่หวาตบมาที่ซีกแก้มข้างเดียวกับเจมส์ ตอนนี้มันเจ็บจนชาไปแล้ว เสียงของพลอยที่ตะโกนเรียกชื่อผมไม่ได้ทำให้ผมสนใจเท่ากับสีหน้าของมาร์คที่มองผมเมื่อกี้ แววตาที่บอกว่าผิดหวังกับน้ำตาที่ผมทันได้เห็นก่อนที่มันจะเดินออกไป

          “ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วยยี่หวา มันเรื่องอะไรกัน” พลอยเดินเข้ามาหาผม มือบางประคองแก้มผมแล้วหันไปถามยี่หวา แต่พลอยก็ต้องหันกลับมาขมวดคิ้วมองผมเมื่อผมเบี่ยงหน้าออกจากมือนุ่มๆ ของพลอย

          “พวกมึงเลิกกันหรือยัง หรือพวกมึงกลับมาเอากันอีก พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันอยู่!” ยี่หวาไม่ได้ตอบแต่กลับตะคอกถามแทน

          “ยี่หวามึงใจเย็น” กล้าเดินเข้ามาจับแขนเล็กที่เหมือนกับพร้อมจะง้างมือออกตบทุกที

          “มึงออกไปกับจากชีวิตมันแล้วมึงกลับเข้ามาทำไมพลอย ตอนที่มันจะดีขึ้นมึงกลับเข้ามาทำให้แย่ลงทำไม!

          “พลอยกับวีเลิกกันแล้ว” พลอยตอบ

          “แล้วจูบกันทำไม พวกมึงเลิกกันแล้วแล้วจูบกันต่อหน้าเมียมันทำไม!” ยี่หวาตวาดถาม

          “เมีย?...น้องมาร์คเหรอ?” พลอยเงยหน้าขึ้นมาถามผม ผมเลยพยักหน้าให้แล้วค่อยๆ แกะมือเล็กออจากแขน

          “ปล่อยวีก่อนพลอย วีจะไปหามาร์ค” ผมบอกกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้น้ำตากำลังปริ่มที่หางตา

          “ก่อนจะไปก็คิดด้วยว่าไปแล้วจะพูดอะไร ก่อนจะไปก็คิดก่อนด้วยว่าจะทำยังไงต่อ เพื่อนกูไม่ใช่ของเล่น” เจมส์มันหันมาพูดกับผมก่อนจะเดินเบียดกล้าออกไป ยี่หวามองมาที่ผมก่อนจะมองไปที่พลอย

          “กูแม่งไม่อยากให้มึงไปหามันเลยอ่ะวี น้องกูดีเกินกว่าที่มึงจะได้ไป” ยี่หวาบอกแล้วเดินกระแทกไหล่พลอยออกไป

          “ค่อยๆ คุยกันนะมึง มึงไปตั้งหลักก่อนก็ได้ น้องมันไม่ไปไหนหรอก” กล้าเดินเข้ามาบอกผม

          “กูก็เคยคิดแบบนั้น เคยคิดว่ามันจะไม่หันหลังให้กู แต่วันนี้มันไม่ใช่ว่ะ” ผมตอบเพื่อนก่อนที่จะเดินออกไป

          “พลอยขอโทษนะวี” แรงดึงที่ชายเสื้อทำให้ผมหันกลับไปมอง พลอยร้องไห้เงียบๆ พร้อมกับบอกขอโทษผม

          “ไม่เป็นไรพลอย วีผิดเอง” ผมจับมือเล็กออกจากเสื้อแล้วเดินออกมา

          ผมเดินออกมาที่ลานจอดรถมองหาร่างสูงของเด็กรุ่นน้องก็ไม่เจอ อยากจะบอกอยากจะพูดอะไรหลายๆ อย่าง อยากจะอธิบายแม้ว่ามันไม่อยากฟัง อยากจับมันเข้ามากอดแล้วเช็ดน้ำตาให้ อยากบอกมันว่าผมกับเขาไม่มีอะไรต่อไปนี้ผมจะมีแค่มันคนเดียว

          พลอยเดินเข้ามาหาและขอจูบสุดท้ายจากผม จูบแบบที่เรายังรัก จูบแบบที่จะเก็บไว้เพื่อนึกถึงความรู้สึกดีๆ ที่เราเคยมีต่อกัน พลอยยื่นหน้าเข้ามาจูบก่อนและผมก็จูบตอบ ตอนแรกก็งงแต่พอเห็นสายตาอ้อนวอนจากคนที่เคยรักมากๆ ผมก็ใจอ่อน ถ้าทั้งหมดนี้จะโทษใคร คนคนนั้นก็ควรจะเป็นผมเอง

          ผมรู้ว่ามาร์คต้องการความชัดเจนจากผมและผมรู้ว่ามาร์คไม่ชอบให้พลอยเข้ามายุ่งกับผม ผมยอมจูบกับพลอยเพื่อตัดความสัมพันธ์ที่ยืดเยื้อและเพื่อการเริ่มต้นใหม่ของเราทั้งสองคน ผมไม่รู้ว่าเราจูบกันนานเท่าไหร่ แต่มันก็นานพอที่มาร์คจะเดินเข้ามาเห็น

          “แม่งเอ้ย!” ผมสบถก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ผม ป่านนี้มาร์คจะเป็นอย่างไร มันจะเข้าใจผมผิดไปมากแค่ไหน มันจะยอมให้อภัยผมหรือเปล่า

          “วี” ผมหันกลับไปมองคนที่เดินออกมาหา เพื่อนหน้าหล่อเดินเข้าหยุดตรงหน้าผมแล้วมองผมอย่างหนักใจ

          “ทำไม? มึงจะมาต่อยกูอีกคนไหม?” ผมถามปอนด์ที่มองผมอยู่

          “มึงไปทำแผลกับกูแล้วค่อยไปหาน้องมัน” ปอนด์บอกแล้วเดินมาจับไหล่ผมแต่ผมสะบัดออก

          “น้องมันอยู่ไหน! มันอยู่ที่ไหนกูยังไม่รู้แล้วกูจะมีหน้าไปทำแผลห่าเหวอะไร!” ผมตะคอกกลับไปแต่ปอนด์ก็ยังนิ่ง มันถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินเข้ามากอดผม

          “กูรู้ว่ามึงเสียใจ กูรู้ว่ามึงรู้สึกผิด แต่มึงจะไปแบบนี้ไม่ได้วี อย่างน้อยมึงต้องคิดก่อน” ปอนด์ว่า ผมดันมันออกก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ไม่รู้ว่าไหลลงมาตั้งแต่ตอนไหน รู้แค่ว่าตอนนี้หัวใจผมแห้งเหี่ยวเหลือเกินและผมก็รู้ว่ามาร์คคงบอบช้ำไม่ต่างกัน

          “กูอยากไปหามันอ่ะปอนด์” ผมพูดกับเพื่อนด้วยเสียงสั่นๆ

          “เออ กูจะพาไป”

          ปอนด์พาผมมาที่หอมาร์ค ผมหยุดยืนอยู่หน้าห้องที่ผมเข้าออกบ่อยมากในช่วงนี้ ผมกดออดและรอคนข้างในมาเปิด แต่รอแล้วรอเล่ามันก็ไม่ออกมา ผมตัดสินใจยกมือขึ้นเคาะประตูแล้วเรียกมัน พร่ำบอกขอโทษและขอโอกาสอธิบาย แต่ความเงียบคือสิ่งที่ผมได้รับกลับมา

          “น้องมันอาจจะไม่อยู่” ปอนด์บอกผม

          “มันไม่อยู่นี่แล้วมันจะอยู่ไหน นี่ห้องมัน” ผมหันไปบอกเพื่อน

          “กูบอกแล้วว่าให้มึงกลับไปตั้งหลักก่อน” ปอนด์บอกผม

          “กูไม่ไหวแล้วปอนด์ ใจกูจะขาดอยู่แล้ว กูอยากอธิบายให้มันฟังใจจะขาดอยู่แล้ว” อยากเจอหน้ามัน อยากพูดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในใจให้มันได้รู้ อยากบอกอยากอธิบายทุกเรื่องที่มันเข้าใจผม แต่ตอนนี้ผมทำไม่ได้

          ผมทรุดตัวนั่งลงหน้าห้อง หันหลังพิงประตูแล้วยกมือขึ้นมาปิดหน้า ปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเงียบๆ หวังว่ามันจะช่วยให้ใจผมชื้นขึ้นบ้างแต่ก็ไม่เลย น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ได้ช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย

          “มึงอึกกลับไปเลยก็ได้นะ” ผมบอกกับปอนด์ที่ยืนมองผมอยู่ไม่ไกล

          “แล้วมึงล่ะ”

     “กูจะรอมันที่นี่” ผมบอกเพื่อนเบาๆ เช็ดน้ำตาออกแล้วเหม่อมองออกไปที่ลิฟต์ “เหมือนที่มันเคยรอกู”

          “มึงนี่มัน” ปอนด์กลืนคำที่จะด่าผมลงคอเมื่อผมเงยหน้าขึ้นมองมัน มันสบถหยาบคายออกมาก่อนจะยกมือลูบหน้าแล้วหันหลังกลับไป

          ตอนนี้ที่นี่เหลือแค่ผมแค่ผมคนเดียว

          หันกลับไปมองบานประตูที่ปิดกั้นห้องของเราเอาไว้ ห้องที่ทุกตารางนิ้วนั่นมีความทรงจำของผมกับมันอยู่ อยากเข้าไปในห้องนั้น อย่างน้อยได้มองที่ที่เราเคยอยู่ด้วยกันหรือได้กอดหมอนที่มันเคยหนุนก็ยังดี แต่ผมทำไม่ได้ ตอนนี้ผมทำได้แค่นั่งรอมันอยู่หน้าประตู รอมันเหมือนที่มาร์คมันเคยรอผม

          ผมหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก หมายเลขปลายทางยังไม่สามารถติดต่อได้เหมือนเดิม ผมไม่มีเบอร์เพื่อนมันทั้งเจมส์และวินด์ ผมไม่มีเบอร์ของสองคนนั้นเพราะมาร์คมันไม่เคยแนะนำผมในฐานะอื่นนอกจากรุ่นพี่ร่วมคณะ มาร์คไม่เคยบอกใครว่าผมเป็นอะไรกับมัน เรื่องราวของเราไม่เคยมีใครรู้เพราะผม ผมเองที่ไม่ชัดเจนพอให้มันเชื่อใจ

          ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วแต่ผมยังนั่งอยู่ตรงนี้ ผมยังอยู่ที่เดิม รอมาร์คเหมือนเดิมและมาร์คก็ยังไม่กลับมาเหมือนเดิม มันอาจจะล่วงเข้าสู่วันใหม่มาหลายชั่วโมงแล้วแต่ใจผมยังคิดถึงวันที่ผ่านมา เวลาที่ผ่านมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงนั้นผมยังจำได้ดี คำพูดทุกคำยังดังก้องอยู่ในหูผม ทุกการกระทำและทุกการเคลื่อนไหวของมาร์คยังติดตาผม

          “พี่วี” ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่เรียกผมช้าๆ ตาที่เริ่มจะปรือหลับก็เบิกกว้างเมื่อเห็นว่าคนคนนั้นเป็นใคร

          “มาร์ค!” ผมทะลึ่งตัวลุกขึ้นนั่ง กำลังจะก้าวเข้าไปหาคนที่ผมรอแต่มันกลับถอยห่างจากผม

          ผมไม่รู้ว่ามาร์คมันไปอยู่ไหนมา ข้างหลังของมาร์คคือเหนือและเจมส์ ผมไม่ได้สนใจสองคนนั้นแม้ว่ามันจะมองมาที่ผม ดวงตาผมมองตรงไปที่มาร์ค มาร์คที่กำลังถอยห่างจากผม

          “ผมขอเข้าห้องหน่อยครับ” มันถอยออกไปได้ประมาณสองก้าว ระยะห่างของเราเพิ่มมากขึ้นพอๆ กับความสัมพันธ์ คำพูดสุภาพและเรียบนิ่งถูกเปล่งออกมาจากปากสวยที่ผมเคยจูบ ดวงตาคู่ที่ผมเคยจ้องมันนิ่งสงบไม่ฉายแววใดๆ ให้ผมได้รับรู้ความรู้สึกของมันอีกต่อไป

          “ฟังกูนะฟังกูก่อน” ผมก้าวเข้าไปหา  มือก็เอื้อมไปข้างหน้าอยากจะจับมือมันเอาไว้แต่คนตรงหน้ากลับเบี่ยงตัวหลบแล้วเดินห่างออกไป

          “ห้องพี่พลอยอยู่ตรงนั้นครับ” ก่อนจะเดินเข้าห้องมาร์คหันมาบอกกับผม นิ้วเรียวชี้ไปห้องถัดไปซึ่งเป็นห้องของอดีตแฟนผม มุมปากมันกระตุกขึ้นเมื่อผมมองสบตามัน ไม่รู้ว่าผมทำหน้าอย่างไร แต่ตอนนี้ใจผมเจ็บเหลือเกิน

          “กูมาหามึงมาร์ค กูรอมึง” ผมบอกกับมันแบบนั้นก่อนที่มันจะก้าวเข้าห้อง แม้เสียงผมจะสั่นแม้ใจผมจะแกว่งหรือแม้ว่าแรงผมมันจะหดหายไปแล้วก็เถอะ ผมอยากคุยกับมัน

          ตาสวยมองผมชั่วขณะก่อนจะมองไปที่เพื่อนของมันกับทิศเหนือ ตาเรียวรีนั่นไม่แม้แต่จะมองมาที่ผมอีก มาร์คมองไปที่สองคนนั้นก่อนจะขยับปากขึ้นยิ้ม

          “ขอบคุณที่มาส่งนะครับ” มาร์คพูดกับเหนือแล้วยิ้มให้ เหนือมันก็พยักหน้าแล้วยิ้มตอบ

          “ให้กูอยู่เป็นเพื่อนไหม?” เจมส์ถามมาร์คแต่มาร์คกลับยิ้มบางๆ แล้วส่ายหน้า

          “ไม่”

          “อยู่ได้แน่นะ?”

          “อือ”

          จบคำตอบรับในลำคอของมาร์ค ประตูบานสวยก็ปิดลง ไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากพูด ไม่ทันที่ผมจะได้ร้องขอ ไม่ทันแม้แต่จะได้มองคนที่เดินเข้าไป ผมทำได้แค่มองบานประตู

          คนที่ผมรอหายเข้าไปในห้องนั้นแล้ว อยากจะเรียกให้เต็มปากว่าห้องของเราแต่ผมก็เรียกไม่ได้ เรื่องของผมกับมาร์คไม่ได้เริ่มแบบถูกต้อง ไม่ได้เริ่มแบบที่ควรจะเริ่มแต่มันก็เริ่มขึ้นแล้ว ผมยอมรับว่าตอนแรกผมไม่ได้อยากจะสานต่อสิ่งที่เริ่มทำไว้ แต่พอตอนนี้ผมไม่อยากให้เรื่องของเราจบลง

          ผมยกมือขึ้นลูบหน้า สัมผัสชื้นแฉะที่หางตานี่มันน่ารำคาญพอๆ กับสายตาของอีกสองคนที่มองผมอยู่ ผมจัดการกับใบหน้าตัวเองแล้วหมุนกลับมาสบตาเหนือและเจมส์ เหนือมันสงสารผม ผมรู้เพราะทุกอย่างมันส่งผ่านสายตามาหมด เหมือนกับเจมส์ที่ตอนนี้มันคงยิ้มเยาะผมอยู่ในใจ

          “กลับกับกูป่ะ” เหนือเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับยื่นมือมา แต่ผมกลับทำตัวไม่ดีด้วยการเมินมือคู่นั้น

          “ไม่” ผมตอบเพื่อนนิ่งๆ แล้วค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงที่เดิม

          “กลับไปตั้งหลักก่อนวี ถ้าน้องมันอยากคุยเดี๋ยวมันก็คุย” เหนือบอกผมแบบนั้นแต่ผมกลับไม่ขยับตัว เงยหน้าขึ้นมองมันนิ่งๆ เพื่อบอกไม่ให้มันเข้ามายุ่ง

          “แล้วเมื่อไหร่มันจะอยากคุย ถ้าเกิดอีกหนึ่งชั่วโมงมันอยากคุยกับกูแล้วกูกลับ กูก็ไม่ได้คุยกับมันสิ” ผมตอบกลับ

          “แล้วที่ดูๆ น่ะ เหมือนมันอยากคุยหรือไง” รุ่นน้องร่วมมหาลัยบอกกับผมแบบนั้น สายตาที่มันมองมาทำให้ตัวผมชาวาบ มุมปากที่เหยียดยิ้มมองผมนั่นทำให้ผมจุก

          “มันเป็นยังไงบ้าง” ผมพูดก่อนจะทาบมือกับบานประตู แม้ว่าหลังผมจะพิงอยู่ตรงนี้ แม้ว่าเราจะอยู่ใกล้กันแค่นี้แต่ผมเองก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามาร์คกำลังทำอะไรหรือรู้สึกอย่างไร

          “ก็แย่” เจมส์ตอบผมกลับ

“ตอนนี้กูก็ไม่รู้หรอกว่ามาร์ครู้สึกยังไง ตอนกูเจอน้องมันก็ร้องไห้ ตอนกูพาออกมามันก็ร้องไห้อยู่ มันร้องไห้จนมันหลับ ไม่ได้พูดอะไรกับกูเลย” เหนือบอก

          ผมรู้สึกเย็นที่ข้างแก้ม น้ำตาผมมันคงกำลังไหล หัวใจผมกำลังบีบแน่นเหมือนจะไม่คลายออก แค่คำบอกเล่าที่ว่ามันร้องไห้หนักขนาดไหน แค่คิดว่ามันร้องไห้เพราะอะไร แค่คิดว่าใครเป็นสาเหตุที่ทำให้มันร้องไห้ขนาดนั้น ใจผมมันก็ปวดขึ้นมาเองเสียดื้อๆ

          “วีมึงโอเคไหม?”

          “ไม่ อึก!...กูไม่โอเค”

          เหนือพาผมกลับมาที่บ้าน อยากจะคัดค้าน อยากจะขืนตัวเพื่อยืนอยู่หน้าห้องนั้นแต่ผมก็ไม่มีแรงมากพอ เวลาตีสามตีสี่คนในบ้านผมนอนหมดแล้ว รวมทั้งพี่ชายผมด้วย เพื่อนมันพยุงผมมาที่ห้อง มันมองมาที่ผมแล้วถอนหายใจออกมา

          “มึงบอกกูแล้ว” ผมพูดกับเหนือหลังจากที่ระหว่างเรามีแต่ความเงียบ “มึงบอกกูแล้วแต่กูโง่เอง”

          “มึงควรจะพักนะวี ให้เวลากับตัวเองแล้วคิดดีๆ ว่าจะเอายังไงต่อ ถ้ามึงคิดว่าที่เป็นอยู่มันไม่จริงพอ ถ้าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันลำบาก มึงก็หยุด” ไม่บ่อยนักหรอกที่พวกผมจะคุยกันแบบมีสาระ ไม่บ่อยนักหรอกที่พวกผมจะเปิดปากคุยกันเรื่องความรู้สึก เพราะปกติแค่มองตากับท่าทางก็รับรู้กันหมดทุกอย่างแล้ว

          “มึงดูไม่ออกเหรอวะ? กูจะเป็นจะตายขนาดนี้มึงยังคิดว่ากูอยากหยุดอีกเหรอวะ!” ผมตะคอกเหนือกลับ น้ำตาที่แม่งเพิ่งจะหยุดไหลก็เริ่มกลับมาไหลอีก

          “มึงพักก่อนวี นอนก่อน ถ้าไม่อยากหยุดค่อยกลับไปหาน้องมันใหม่” เหนือถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดกับผม

     “มันไม่อยากคุยกับกูแล้ว หน้ากูมันยังไม่อยากจะมอง มันมองกูเมื่อกี้กูแทบหมดแรงลงตรงนั้น”

          “กูเลยบอกให้มึงนอนไง พักแล้วก็ค่อยๆ คิดว่าจะทำยังไงต่อ” เหนือเดินมาหาก่อนจะดันไหล่ผมลง แต่ผมก็ขืนตัวไว้ ตอนนี้ใครจะหลับลง

          “แต่ว่า

          “กูบอกให้นอน!

          “พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกัน!” ยูเดินเข้ามาตวาดใส่พวกผม ประตูห้องที่ไม่ได้ปิดนั่นทำให้มันมองเห็นว่าพวกผมกำลังทำอะไรกันอยู่

          “พี่ยู

          “เป็นอะไร” มันเดินเข้ามาในห้องแล้วมองมาที่ผม แต่ผมหลบตามัน “กูถามว่ามึงเป็นอะไร!

          “อะไรกันตายู ทำไมต้องเสียงดังตายแล้วตาวี!” แม่บ่นพลางเดินเข้ามาในห้องผม ก่อนจะหยุดอยู่กลางห้องเมื่อมองเห็นว่าผมเป็นอย่างไร ไม่อยากคิดถึงสภาพตัวเองตอนนี้ แม่อุทานดังขนาดนั้นผมคงดูไม่ได้เลยสินะ

          “น้องเป็นอะไรทำไมเป็นแบบนั้น” พ่อหันไปถามยู

          “ไม่รู้มัน ผมถามมันก็ไม่พูด มันเป็นอะไร?” ยูตอบพ่อก่อนจะหันไปถามเหนือต่อ เหนือมันก็อ้ำอึ้งพลางมองมาที่ผม

          “แม่ครับ

          ผมหยุดสนใจสายตาของเพื่อน หยุดคิดถึงสิ่งที่พี่กับพ่อพูด หันไปมองคนที่กำลังมองผมด้วยสายตาที่เจ็บปวดราวกับรับรู้ถึงความรู้สึกของผม ผู้หญิงคนนั้นคนที่ผมอยากกอดมากๆ ในตอนนี้

          “เป็นอะไรลูก วีของแม่เป็นอะไรครับ”  แม่ถามแล้วนั่งลงที่ผม มือเล็กยกขึ้นโอบเอาแผ่นหลังผมให้ขยับเข้าไปหา ผมวางหัวลงบนไหล่แคบของแม่ก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลอีกครั้ง

          “วีเจ็บ อึกเจ็บมากๆ เลยแม่” ผมซุกหน้าเข้ากับซอกคอที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว กลิ่นที่ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กจนโต กลิ่นหอมๆ ของแม่ผม

          “ออกไปก่อน ทั้งพ่อทั้งพี่ยูเลย เหนือด้วยนะลูก แม่ขอบใจที่พาวีมานะ” ผมไม่รู้ว่าคนที่เหลือออกไปตามที่แม่บอกไหม ไม่รู้ว่าพ่อเขาทำหน้าอย่างไร ผมแค่ร้องไห้เงียบๆ และซบไหล่แม่อยู่แบบนี้

          “วีรักมันแม่ฮึกรัก”

          “รักใครลูก วีรักใคร ลูกไปบอกเขาสิ แล้วก็ถามเขาว่าเขารักลูกไหม?” แม่ลูบแผ่นหลังผมเพื่อปลอบ เสียงหวานเอ่ยกระซิบเบาๆ เพื่อถามและแนะนำ

          “มันรักวีแต่มันไม่ยอมให้วีบอกว่ารักมัน” ผมพูดกับไหล่ของแม่แล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลต่อ แม่ยกมือขึ้นลูบหัวผมอยู่นาน จนมือคู่นั้นค่อยๆ ลดลงมาที่ไหล่ผมแล้วดันผมออกมา

          “ไหนเล่าให้แม่ฟังสิ?”

          ผมเริ่มเล่าเรื่องของผมกับมาร์คให้แม่ฟัง ตั้งแต่เห็นมันวันแรกที่เดินเข้าคณะ หน้านิ่งๆ ที่เดินมาพร้อมกับว่าที่เดือนวิศวะฯ รอยยิ้มน้อยๆ ที่วาดไว้ตรงมุมปากมันเวลาที่หันไปหาเพื่อนสนิท หรือแม้แต่ตอนที่มันยิ้มกว้างจนตาปิดเวลาที่โดนรุ่นพี่แกล้ง

          ผมบอกให้แม่รับรู้ว่าภายใต้หน้านิ่งนิ่งๆ นั้น มาร์คของผมสดใสแค่ไหน จนถึงวันที่ผมทำร้ายมัน มันกลายเป็นคนนิ่งๆ นิ่งจนแทบเหมือนคนไม่มีความรู้สึก บางครั้งก็เหม่อลอยจนผมที่มองอยู่รู้สึกผิด ผมเลยเข้าหามัน เราเริ่มแลกเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างและมันก็ช่วยผมได้ในหลายๆ เรื่อง ผมบอกกับแม่ว่ามาร์คทำให้ผมรู้จักอีกความรู้สึกหนึ่ง ความรู้สึกที่เรียกว่ารักแบบไม่ต้องการสิ่งตอบแทน

          มาร์คไม่เคยเรียกร้องทั้งๆ ที่มันเองมีสิทธิ์ในตัวผมไม่ต่างจากใคร มันไม่เคยขอให้ผมให้สิทธิ์มันและมันก็ไม่เคยโวยวายเวลาผมทำให้มันไม่พอใจ มีแต่ผมผมที่โวยวาย ผมที่เรียกร้อง ผมเองที่ทำทุกอย่างพัง ทั้งๆ ที่มาร์คมันประคองมาตั้งนาน ทั้งๆ ที่มาร์คมันอดทนมาขนาดนั้น แต่ผมกลับทำพังในไม่กี่นาที

          “มาร์คคงพิเศษมากเลยใช่ไหม? แม่ก็พอดูออกตั้งแต่ตอนนั้น แม่ก็ยอมรับด้วยว่าแม่ไม่พอใจ แม่ไม่ชอบที่เห็นวีอยู่กับมาร์ค”

          “แม่” ผมครางเรียกคนตรงหน้าแผ่วเบา ลำคอแห้งผากไปหมด ไม่อยากให้แม่พูดว่าให้ผมตัดใจ ไม่อยากให้แม่บอกให้ผมหยุด

          “วีวีทำผิดนะลูก” แม่ยื่นมือมาเช็ดคราบน้ำตาให้ผม คนสวยขยับเข้ามาใกล้แล้ววางมือแนบที่แก้มผม “วีทำผิดกับพลอย วีทำผิดกับมาร์ค วีทำร้ายทั้งสองคนเลยนะรู้ไหม? และตอนนี้วีก็กำลังทำร้ายตัวเอง”

          “ผม

          “ถ้าวีเลิกรักพลอยแล้ววีก็อย่าทำแบบนั้น ถ้าวีรักมาร์คแล้ววีก็ต้องทำให้มาร์คเห็น” แม่ว่าแล้ววางมือลงบนไหล่ผม

          “มาร์คมันไม่คุยกับวีแล้วแม่ วีรอมันทั้งคืน พอมันกลับมามันก็เดินหนีวี วีเจ็บแม่วีเจ็บ” ผมบอกกับคนเป็นแม่แล้วมองสบตาคู่สวย ถึงแม้ว่ามันจะพร่ามัวถึงแม้ว่ามันจะเลือนรางเพราะม่านน้ำตามันบดบังแต่ผมกลับเห็นความห่วงใยจากแม่ชัดเจน

          “วีต้องอดทนรู้ไหม? น้องเขายังรอวีและทำให้วีเป็นคนใหม่ได้ วีก็ต้องทำให้น้องเห็นว่าวีเป็นคนใหม่แล้ว หัวใจวีมันไม่เหมือนเดิมแล้ว ทำให้น้องรู้ว่าหัวใจลูกมันมีแต่น้อง” แม่ว่าแล้วบีบไหล่ผมเพื่อให้กำลังใจ

          “แม่ไม่ห้ามใช่ไหม?”

          “ตอนแรกแม่จะห้าม แต่พอเห็นลูกเป็นแบบนี้แล้วแม่ก็ห้ามไม่ได้ ถ้าวีอยู่กับน้องแล้ววีมีความสุขแม่ก็ไม่ว่าอะไร”

          “แล้วพ่อ

          “มันไม่ได้อยู่ที่พ่อหรือแม่ มันอยู่ที่มึง” เสียงทุ้มที่ดังอยู่ตรงหน้าประตูเรียกให้ผมหันไปมอง

          “พ่อ

          “ตอนนี้มึงไปเอาเขากลับมาให้ได้ก่อน สิ่งสำคัญตอนนี้คือมึงต้องทำให้เขาเห็นว่ามึงรักเขาก่อน” พ่อเดินเข้ามาหาผมวางมือบนไหล่ผม

          “พ่อกับแม่ยอมทุกอย่างที่ลูกมีความสุข ไม่ต้องห่วงนะวี” แม่ระบายยิ้มอ่อนๆ แล้วพูดกับผมก่อนจะลุกขึ้นยืน ตาสวยทอดมองมาที่ผมแบบเดียวกับที่พ่อทำ คนที่ผมมองว่าหล่อที่สุดยกมือขึ้นลูบหัวผม

          “ยูอยู่เป็นเพื่อนน้องนะคืนนี้” พ่อหันไปบอกกับยูแล้วค่อยเดินออกไป

          “นอนพักนะลูกนะ ตอนเช้าค่อยไปหาน้องนะคะ” แม่บอกแล้วกดจูบลงที่หน้าผากผม รอยยิ้มหวานถูกส่งมาให้ผมเหมือนจะบอกฝันดี มือขาวลูบแก้มผมอีกสองสามครั้งก่อนที่ท่านจะเดินตามพ่อไป

          พ่อกับแม่ออกไปแล้วและในห้องก็เหลือแต่ความเงียบ ยูยังยืนอยู่มุมเดิมและผมยังนั่งอยู่บนเตียงเหมือนเดิม มันมองมาที่ผมและเป็นผมเองที่ไม่กล้าสบตามัน

          “จะด่ากูไหม?” ผมเงยหน้าขึ้นถามพี่ชาย มันกระตุกยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาหาผม

          “เจ็บหรือเปล่า” มันชอนค้างผมขึ้น ใช้นิ้มแตะแผลที่มุมปากผมเบาๆ

          “ไม่ด่ากูเหรอ?” ผมช้อนตาขึ้นมองมัน มันถอนหายใจก่อนจะยืดตัวขึ้นตรงๆ มือของคนเป็นพี่ชายวางอยู่ที่หัวของผม

          “กูไม่ซ้ำน้องตัวเอง” มันว่าแล้วกดหน้าผมลงกับท้องของมัน “จะดีจะเลวแค่ไหน กูก็รักของกู” มันลูบหัวผมที่กำลังสะอื้น ผมร้องไห้อีกแล้ว ความอบอุ่นที่ไม่สมควรได้รับ ความรักที่ผมไม่ควรจะได้สัมผัสมัน สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้คิดถึงมาร์ค มันคงจะนอนอยู่คนเดียว บนเตียงกว้างนั่นไม่มีผมให้กอด มันคงเหงาและคงเดียวดาย

          ป่านนี้มันจะหยุดร้องไห้หรือยังนะ

          “ยู” ผมผละออกจาหน้าท้องของพี่ตัวเอง มันก้มลงมามองผมเหมือนรอให้พูดต่อ “กูคิดถึงมาร์ค”

          “เฮ้อ~ น้องมันว่ายังไงบ้าง” ยูถอนหายใจแล้วนั่งลงข้างผม

          “มันไม่พูดอะไรเลย ไม่มองหน้ากูเลยยู” ผมบอกมัน คิดถึงตอนที่สบตากันครั้งล่าสุดแล้วปวดหัวใจ น้ำตาก็พาลจะไหลอีกรอบ แค่ผมเห็นมันเมินแค่นั้น แค่มันเย็นชาใส่ผมแค่นั้นผมยังเจ็บขนาดนี้ แล้วตัวมันที่เห็นผมทำอย่างนั้นกับพลอยมันจะเจ็บขนาดไหน

          “รอให้น้องมันใจเย็นก่อน” ยูบอกแล้วทิ้งตัวลงนอน

          “กูกลัวใจมัน” ผมก้มหน้าลงมองมือแล้วพูดออกมาเบาๆ

          มาร์คมันเหมือนจะเดาง่าย แต่นั่นมันเป็นสิ่งที่มันแสดงให้เราเห็น ทุกครั้งที่สบตาผมรู้ว่ามันรู้สึกอย่างไรกับผม ทุกครั้งที่พูดคุยผมรู้ว่ามันต้องการอะไร มันแสดงออกให้เห็นตรงๆ มาตลอด แต่ครั้งนี้กลับไม่มี ไม่มีแววตาที่บอกว่าอาลัยอาวรณ์หรือคำพูดประชดประชันให้ผมเดาทางได้ มีแค่ความนิ่งกับสายตาเย็นๆ ที่เหลือบมองผมแค่ครั้งเดียว

          “มึงผูกเอง มึงก็ต้องแก้เอง” ยูบอกผมอยู่ข้างหลัง ผมหันไปมองมันก่อนจะนอนลงข้างๆ พี่ชาย

          มันจริงอย่างที่ยูบอก แล้วมันก็จริงอย่างที่แม่พูด ผมผิดเองและผมเป็นคนผูกเรื่องนี้ขึ้นมาเอง ผมเข้าไปหามาร์คเอง ผมนอกใจพลอยเอง ผมทำร้ายมาร์คเองและผมก็โง่เองที่ทำให้มาร์คถอยออกไป

          ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวดมากแค่ไหนผมก็ควรรับความเจ็บปวดนั้นไว้เอง ผมต้องร้องไห้อีกมากเท่าไหร่เพื่อให้รู้สึกดีขึ้นผมก็ต้องทำ ผมต้องไปคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องมาร์คแค่ไหนผมก็ต้องไป ผมต้องเป็นคนที่ทำให้มาร์คเห็นด้วยตัวเอง ต้องทำให้มันรับรู้ให้ได้ว่าผมรักมันไม่น้อยไปกว่าที่มันรักผมเลย







#กลรักวีมาร์ค


อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

 

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 270 ครั้ง

6,557 ความคิดเห็น

  1. #6557 Benzz Zaza Chokrom (@kanon-596) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 22:47
    ไม่สงสารชายขั่วหญิงร่าน
    #6557
    0
  2. #6550 NattPaweena (@NattPaweena) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 22:20
    สงสารน้อง สมน้ำหน้าอีพี่วี
    #6550
    0
  3. #6541 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 01:42
    ฮืออออออออออ ร้องไห้เลย สงสารมาร์ค อยากจะด่าอิพี่วี แต่ก็ด่าไม่ลง ฮืออออออ
    #6541
    0
  4. #6483 napa22 (@napa22) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 10:38
    อื้อหืออออออ เพิ่งด่าอิพี่วีตอนที่แล้วไปเองนะ ตอนนี้ทำน้ำตาท่วมมากกกกก อ่านไปปาดน้ำตาไป จะสงสารก็สงสารไม่สุด สมน้ำหน้าาาา แต่เราสงสารน้องมาร์คคคค หนูควรได้กับพี่เหนือนะลูกกกกกก
    #6483
    0
  5. วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 18:07

    นอกจากที่ต้องทนปวดตาเพราะอ่านแล้ว ยังต้องทนปวดตาเพราะร้องไห้อย่างนักหน่วงอีก ชีวิตกูแม่งโค ตะ ระ ลำบากเลยว่ะ

    #6469
    0
  6. #6459 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 20:45
    สงสารน้องงง หัวร้อนมาก!!
    #6459
    0
  7. #6438 toonytoony (@toonytoony) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:28
    โอ้ยยยหน่วงงง
    #6438
    0
  8. #6421 nannapas331 (@nannapas331) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 20:58
    นั้นไงพี่วีไปตูบกะพลอยทำไม....อินจัด
    #6421
    0
  9. #6408 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 18:07

    สู้ๆๆน้า
    #6408
    0
  10. #6390 <N-O> (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 22:18
    ไหนบอกไม่โง่ซ้ำไง
    #6390
    0
  11. #6377 Singularitybts (@Singularitybts) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 03:16
    สงสารสงสารมาร์คมากก ไม่เข้าข้างวีอ่ะเอาจริง คือคิดง่ายไปรึไม่คิดไรเลยจูบสุดท้ายเพื่อตัดความสัมพันเนี้ยน่ะ ถ้ารักถ้าแคร์มาร์คมากพอก็ไม่ควรทำงั้นกับคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนเก่าอ่ะ ต่อให้มาร์คจะมาเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม ต่อให้จะจบดีไม่ดีจบก็คือจบจะมากอดมาจูบสุดท้ายอะไรอี๊กกกก คิดถึงใจความรู้สึกมาร์คบ้าง อินเบอร์แรงมากค่ะไรท์ ฮื่อออ สงสารน้อง
    #6377
    0
  12. #6376 burana_j (@burana_j) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 00:10
    ทำไมเรียกน้ำตาเราออกมาได้กับตอนนี้
    #6376
    0
  13. #6374 Natnicha_F (@Natnicha_F) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 08:47
    ไมเปนไรน่ะสู้ๆ
    #6374
    0
  14. #6356 ICECHYWINNY (@silvernigth) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 14:32
    ดอกส์!!!เพื่อ!?
    #6356
    0
  15. #6345 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 21:07
    ทำไรไม่คิดจริงๆ
    #6345
    0
  16. #6342 ⓒoup . t (@1900hqilo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 21:23
    ทำอะไรไม่คิด
    #6342
    0
  17. #6324 insinsutee (@insinsutee) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 21:38
    วีนี่โง่สุดๆแหมจูบสุดท้ายก่อนตัดสัมพันธ์ ช่างคิดนะ
    สมนำ้หน้า
    #6324
    0
  18. #6305 Nada Am (@nda29853) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 02:40
    น้ำตาไหลไปตามๆกัน..รวมถึงคนอ่านด้วย ฮึกก &#12640;&#12640;
    #6305
    0
  19. #6224 Minsoek_Baozii69 (@xiumin_minsoek) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 00:24
    อ่านรอบสองแต่ก็ยังชอบพี่วี ฮือออ
    #6224
    0
  20. #6202 Rrattikan07 (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 18:45
    เกลียดความใจอ่อนของวีแต่ชอบครอบครัวนี้ ยังไงก็รีบง้อน้องให้ได้หละ #น้ำตาจะไหลกั้นแบบสุดๆอ่ะ555(ร้องตอนนี้ม่ได้พ่อกับพี่นั่งอยู่ด้วยT_T)
    #6202
    0
  21. #6075 ileedy (@ileedy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 22:55
    จูบสุดท้ายบ้าบออ เจ็บบ้างนะวี
    #6075
    0
  22. #5469 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 20:51
    เราร้องไห้เลยอ่ะ อินจัด555555 หน่วงอ่ั
    #5469
    0
  23. #4332 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 11:05
    ^________^
    #4332
    0
  24. #3979 l'izm (@y-lizm) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 19:00
    จำไว้นะวีบทเรียน เลิกรากันไม่จำเป็นต้องจูบคะ แค่กอดนี่ก่หึ่มมม ไปง้อหน่องมากเลยนะคนบร้าาา
    #3979
    0
  25. #3933 hh_9094 (@9094_hh) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 07:49
    พี่วีต้องง้อน้องนะ
    #3933
    0