ตอนที่ 27 : เดจาวู 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 263 ครั้ง
    9 ธ.ค. 60





-26.1-

เดจาวู

[Mark Masa]





          คำพูดของพี่วีมันยังติดอยู่ในหูผมแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานเป็นอาทิตย์แล้ว สีหน้าเศร้าๆ กับแววตาที่เจ็บปวดนั่นมันยังลอยไปลอยมาแม้ว่าผมจะพยายามลืมแค่ไหน เหมือนเจ้าของของมัน แม้ผมพยายามลืมพี่วีเท่าไหร่ แต่พี่มันก็ยังอยู่ในใจผมอยู่ดี

          ยิ่งเมื่อไม่นานมานี้ คำพูดขอร้องเบาๆ เหมือนจะขาดใจนั่นทำให้ความตั้งใจผมสั่นคลอน

          วันนั้นที่เจอพี่มันไม่ใช่ว่าผมไม่ตกใจ ผมเองก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน แต่สิ่งที่ตั้งใจไว้และคำพูดของใครหลายๆ คนมันทำให้ผมตัดสินใจแสดงออกอย่างนั้น การแสดงออกที่ผมทำมาตั้งครึ่งเดือน แต่ความโหยหามันไม่ลดลงสักครึ่งเลย

          พี่มันทรมานผมเองก็ทรมาน

          "จะนั่งเหม่ออีกนานไหมครับคุณชาย" ผมหันไปมองไอ้ฟิวส์ที่ทักผม

          "คุณชายอะไร" ผมตอบกลับนิ่งๆ มันก็เบะปากกลับกลับมา

          "กูเบื่อบรรยากาศรอบตัวมึงมากบอกเลย เมื่อก่อนเเม่งก็นิ่งอยู่แล้ว ทุกวันนี้แย่กว่า เหมือนกูอยู่โลกมืด" ฟิวส์ว่าแล้วทำหน้าขยาด

          "ขนาดนั้นก็ไม่ต้องมาใกล้กู" ผมตอบแล้วหันมาสนใจเนื้อหาที่ต้องเรียนต่อ

          "ทำเป็นงอน ทำเป็นเงียบ พอเขาไม่มาแล้วก็รอ" คำผานนั่งลงข้างผมแล้วพูดกรอกหู

          "รอพ่อง" ผมหันกลับไปตอบมันแล้วหันกลับมา

          "เออ พี่วีน่ะพ่อกู รออ่ะดิ?" ฟิวส์นั่งลงอีกข้างแล้วเอาไหล่มาแซะไหล่ผม ผมหันไปมองเอือมๆ แล้วเบี่ยงตัวหลบ

          ใครบอกว่าผมรอ...

          ผมแค่แปลกใจที่ช่วงนี้พี่มันไม่ค่อยโผล่มา มันอาจจะเริ่มตั้งแต่วันนั้นที่พี่มันไปหาผม หลังจากนั้นเราก็เจอกันบ้างเพราะความบังเอิญ แต่คนที่หาเรื่องมาหาผม เดี๋ยวนี้ไม่เห็นแล้ว

          "กูก็เฉยๆ" ผมตอบมันแบบนั่นแต่สายตาโง่ๆ กลับมองไปที่ประตู

          "ความงอนผัวมากไหมมึง ฟังเขาหน่อยก็คงไม่เป็นแบบนี้" คำผานว่าเอือมๆ

          "ใครผัว" ผมหันกลับไปตอบมันเร็วๆ

          "พี่วีไง หรือมึงวะ?" มันเอียงคอมองผมเหมือนจะถาม แต่ผมกลอกตาตอบมัน

          เรื่องที่ผ่านมาแล้วจะพูดทำไม แต่ว่าเพื่อนก็เหมือนว่าตัวเอง คนที่แค่ผ่านเข้ามาแล้วผ่านออกไป จะไปนึกถึงเขาทำไม

          ผมยอมรับว่าช่วงนี้มีคนเข้าหาผมมาก แต่ทุกคนที่ผ่านเข้ามาไม่เหมือนพี่วีสักคน ผมคุยเพื่อที่จะลืม ลองทำเหมือนที่บอกให้พี่มันทำตอนพี่มันจะลืมพี่พลอย และสุดท้ายผมก็ได้รู้ คนที่รักมากๆ จะมีคนดีแค่ไหนผ่านเข้ามาเราก็ลืมเขาไม่ได้หรอก ไม่แปลกที่พี่มันจะไม่ลืมพี่พลอยเพราะผมเอง ถึงแม้จะเจอคนอื่นแต่ผมก็ไม่เคยลืมพี่วีเลย จะกอดกับใครก็ไม่ลืมเขา จะมองหน้าใครก็ยังมีหน้าเขาซ้อนทับ แต่จะให้กลับไปตอนนี้ ผมบอกเลยว่าไม่ทำ

          แค่อยากให้เขาพยายามอีกสักนิด แต่แค่อาทิตย์สองอาทิตย์พี่มันก็หายหัวแล้ว สมกับเป็นพี่วีจริงๆ

          "ปีสามเขาเรียนหนักไงมึง" ฟิวส์บอกแล้วหันมาหาผม แต่ผมก็ทำเป็นเฉยๆ

          "มันไม่สนเขาหรอก เอาเด็กไปนอนแล้วเขามาเจอมันยังเฉยๆ เลย" คำผานว่า

          "มึงรู้ได้ไงวะ"

          "อ้าว! กูจะเปิดเพจใต้เตียงมาสะแข่งกับเพจพี่ดิวแล้ว" คำผานตอบฟิวส์

          "เรื่องของคนอื่นน่ะรู้ดี" ผมหันไปว่าเพื่อน

          "คนอื่นที่ไหน นี่เรื่องของมึงกับพี่กู" ผมเบือนหน้าหนี เลิกที่จะเถียงกับพวกมัน พูดไปก็ไร้ประโยชน์ เหมือนกับทุกวันนี้ที่รอไปก็ไร้ประโยชน์

          การเรียนของวันนี้เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายแต่ผมก็ไม่เข้าใจมัน อาจจะเป็นเพราะผมไม่มีสมาธิหรืออาจจะเป็นเพราะผมคิดถึงเรื่องอื่นมากเกินไป ไม่รู้ทำไมไปคิดถึง ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

          มันใช่เรื่องไหมที่ต้องไปคิดว่าเขาอยู่ไหน มันใช่เรื่องไหมที่ไปอยากรู้ว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า มันใช่เรื่องไหมที่ต้องเดาว่าเขาจะอยู่กับใคร บางทีผมก็เบื่อความงี่เง่าของตัวเอง

          “จะกลับเลยไหม?” ฟิวส์สะกิดแล้วถามผม

          “กูคิดว่า

          “ฟิวส์!” มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นก่อนที่ผมจะพูดจบ เรียกให้ทุกคนที่ยังอยู่ในห้องหันไปมอง

          “พี่วี! หายไปไหนมาวะ เพื่อนเอ้ย! ผมคิดถึง” ฟิวส์มันเลิกสนใจเรื่องที่ผมจะพูด เดินออกไปหาคนที่หอบอยู่หน้าห้อง

          “ใครคิดถึงกูนะ?” พี่วีพูดกับฟิวส์แต่สายตาเหลือบขึ้นมามองที่ผม

          “ผมครับพี่ ผมเองอย่ามองคนอื่น” ฟิวส์ยืดตัวขึ้นบังผมกับพี่วีแล้วพูดขึ้น

          “ที่กูหาย กูไม่ได้อยากให้มึงคิดถึง” พี่วีเลิกที่จะพยายามมองมาที่ผมแล้วหันไปสนใจฟิวส์

          “แล้วพี่หายไปไหน? หายไปทำไม?” ฟิวส์ถามพี่วี พี่มันเงียบไปก่อนจะมองมาที่ผม

          “ก็เรื่องของกูเถอะ นี่กูมาเรียกมึงไปถ่ายรูปโปรโมทงานเข้าค่ายเนี่ย”  พี่วีบอกปัด

          “หาเรื่องอีกแล้ว บอกแค่นั้นโทรมาก็ได้ไหม?” ฟิวส์กระตุกยิ้มถาม

          “ก็เออน่าไปตอนนี้เลย”

          “พี่จะบ้าเหรอ บอกวันนี้ได้วันนี้ คิดว่าผมง่ายหรือไง? นี่เดือนคณะนะครับ โปรดติดต่อผู้จัดการส่วนตัวก่อนจองคิวครับ” ฟิวส์พูดแล้วผายมือมาที่คำผาน ไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างผมขยับตัวเล็กน้อยแล้วยกมือขึ้นกอดอก

          “ต้องขออภัยจริงๆ นะครับคุณวี วันนี้เดือนคณะของผมไม่ว่าง” คำผานบอกพี่วี

          "พวกมึงอย่าเล่น กูจริงจังเนี่ย" พี่วีบอก

          "เอาจริงๆ นะ มันไม่ได้จริงๆ อ่ะพี่วี วันนี้พี่ยี่หวาบอกให้ผมไปช่วยงานมหา'ลัยอ่ะ" ฟิวส์พูดจริงจัง

          "อ้าวเหรอ..." พี่วีครางเบาๆ แล้วพยักหน้าตาม "แล้วกูจะทำยังไงดี" คนหล่อมองหน้ากันแล้วฟิวส์ก็มองขึ้นมาที่ผม

          "ถ้ามันไม่อะไรมาก ให้เพื่อนผมไปแทนได้ไหมล่ะ?" ฟิวส์หันกลับไปบอกพี่วี

          "ไอ้คำผานอ่ะนะ?"

          "มาร์คเถอะ อย่างไอ้บ้องนั่นเอาไปทำอะไรได้" ชื่อที่ออกจากปากเพื่อนทำให้ผมต้องเงยหน้ามองมัน ฟิวส์มันสบตากับผมแล้วส่งยิ้มมาให้

          เพื่อนชั่ว...

          "เพื่อนมึงเขาจะไปให้กูเหรอ?" คนอายุมากกว่าพูดแล้วช้อนตามองผม

          น่าสงสารจนตัวผมเองรู้สึกผิด

          “มาร์ค! ช่วยหน่อย งานคณะนะเว้ย” ผมมองเพื่อนที่ตะโกนขึ้นมานิ่งๆ อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนั้น แล้วประเด็นสำคัญคือผมไม่ชอบที่จะทำอะไรแบบนี้

          “กูไม่อยากทำ” ผมตอบฟิวส์ เพื่อนผมมันอ้าปากเหมือนจะด่า แต่อีกคนที่ตั้งหน้าตั้งตารอแสดงออกว่าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

          “เฮ้ย! นิดเดียวเองมึง ไม่นานหรอก” ฟิวส์หว่านล้อมผม

          “เออช่วยๆ มันหน่อย มันติดจริงๆ มึงก็รู้ งานมหาลัยมันเลี่ยงได้ที่ไหน แล้วงานนี้นี่ก็เร่งด้วย ใช่ไหมพี่วี!” คำผานบอกกับผมแล้วตะโกนถามคนข้างล่างในท้ายประโยค

          “ถ้าไม่อยากทำจริงๆกูไปขอให้ไอ้เก่งภาคไฟช่วยก็ได้” คำพูดเหมือนจะเข้าใจแต่สายตาที่มองมากลับฉายแววชัดเจนว่าเสียดายและผิดหวัง

          “เฮ้ยพี่ผมรู้สึกผิดอ่ะ มันงานผมอ่ะ เดี๋ยวผมคุยกับมันเอง พี่ไปรอเถอะ เขานัดกันกี่โมง” เพื่อนผมนี่ก็ดี๊ดี คุยกับรุ่นพี่ที่น่าเคารพแบบนั้นแต่ไม่ถามกูสักคำ

“กูบอกว่ากูจะไปเหรอ?” ผมพูดขึ้น คนสองคนที่อยู่ข้างล่างเลยเงยหน้าขึ้นมา

          “มึงต้องไป” มันหันมาพูดหันมาพูดกับผมทีละคำ “เดี๋ยวผมจัดการให้ พี่กลับไปก่อนเลย” มันหันกลับไปบอกพี่วีอีกครั้ง คนที่อายุมากกว่าก็เหมือนจะลังเล แต่สุดท้ายก็พยักหน้า

          “หกโมงเย็นที่ห้องซ้อมดาวเดือนนะมึง” พี่วีพูดกับฟิวส์ ก่อนจะเดินออกไปตาคมนั่นหันมาสบกับผมครู่หนึ่งแล้วเบือนหลบเร็วๆ ผมเองก็ไม่กล้าสบตากับเขานานๆ อานุภาพแห่งสายตาของเขามันทำลายล้างสมองผมได้มากเหลือเกิน เพียงแค่ได้สบตากับเขาแค่ครู่เดียวสมองมันก็ว่างเปล่าและขาวโพลน เหมือนไม่เคยได้คิดอะไร

          “กูขอร้อง!” ผมสะดุ้งเมื่อเสียงเพื่อนมันดังอยู่ใกล้ๆ ฟิวส์เดินมาที่โต๊ะผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันเท้าแขนกับโต๊ะ ยื่นหน้ามาหาผมแล้วบอกเสียงดัง

          “ก็กูไม่

          “มึงอยากไป เชื่อกู” มันว่ากลับมาก่อนที่ผมจะว่าจบ

          “กูเห็นด้วยกับมันนะมาร์ค มึงเองก็คิดถึงเขา เขาเองก็คิดถึงมึง นี่ลองไปดู ถ้าเกิดไม่มีอะไรก็ถือว่าช่วยงานเพื่อน แล้วถ้ามันมีอะไรขึ้นมาจริงๆ มึงจะได้รู้ไงว่าต้องทำยังไงต่อ” คำผานว่า

          “จริงครับแล้วที่บอกว่าทำใจๆ เนี่ย กูคิดว่ายังไงก็ทำไม่ได้ว่ะ นี่มึงก็ไป จบงานแล้วจะเอายังไงก็พูดกับ มาคาราคาซังกันแบบนี้กูเพลียแทน” ฟิวส์จ้องตาผมแล้วพูดออกมา

          “ก็

          “ไปหาอะไรรองท้อง เดี๋ยวในนั้นเขาก็มีอะไรให้กินอยู่แต่กินไปสักนิดก็ดี นี่กูต้องไปงานมหาลัยแล้ว กูฝากนะ” มันตบไหล่ผมหนึ่งทีหลังพูดจบ คนหล่อขยิบตาให้เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างผมแล้ววิ่งออกไปเร็วๆ จะอ้างปากค้านก็ทำไม่ได้

          “นี่กูก็ต้องคุมมึงไปใช่ไหม? ป่ะไปกินโตเกียวกัน” คำผานชวน

          “กูต้องไปจริงเหรอ?” ผมถาม

          “ถามโง่ๆ อีกแล้วครับเพื่อน พวกกูสรุปแล้วมึงต้องไป” ผมถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกแล้วเดินออกจากห้อง

          ถือว่าไปช่วยงานคณะก็แล้วกัน

          ผมนั่งทำหน้าโง่ๆ อยู่ที่ห้องซ้อมดาวเดือน คำผานมาส่งผมก่อนเวลาตั้งยี่สิบนาที และมันก็ทำแค่มาส่ง ไอ้คนที่บอกว่าจะคอยตามคุมผมมันหายไปไหนไม่รู้บอกแค่ว่ามีธุระด่วนให้ผมอยู่เองคนเดียว

          ผมรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ ผมไม่ได้ลงคัดเดือนคณะและไม่ชอบที่จะถ่ายรูปแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ว่าทำไมครั้งนี้ผมถึงยอมทำ อาจจะเป็นเพราะคำพูดของเพื่อนหรือสายตาของคนคนนั้นที่มองผม แต่ก็เอาเป็นว่าลองสักครั้งอย่างที่เพื่อนพูดก็แล้วกัน ผมเองก็พอจะโอเคแล้วสำหรับเรื่องที่ผ่านมา เวลาทั้งหมดที่ใช้กับการอยู่กับตัวเองมันทำให้รู้แล้วว่าผมหยุดคิดถึงเขาไม่ได้จริงๆ

          “นี่เพื่อนน้องฟิวส์ที่จะมาถ่ายรูปแทนใช่ไหม?” พี่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทักผม

          “ครับ” ผมหมุนตัวกลับไปมองและตอบรับเรียบๆ พี่เขามองผมตาปริบๆ ก่อนจะหันไปหาเพื่อน

          “ตายแล้วน้องมาร์คนี่นา หล่อขึ้นป่ะเนี่ย” พี่เขายิ้มหลังจากที่แซวผม

          “น้องมันก็ดูดีอยู่แล้วป่ะมึง มึงอ่ะตาไม่ถึงตั้งแต่แรกเอง” พี่อีกคนบอก

          “เออขอโทษได้ป่ะล่ะ พี่ชื่อแพรวนะคะน้องมาร์ค” ผมทำหน้าโง่ๆ มากกว่าเดิมเมื่อพี่เขาแนะนำตัวก่อน ซึ่งปกติแล้วควรเป็นผมที่เป็นน้องเป็นคนแนะนำตัว

          “เอ่อผม

          “โอ๊ย! ไม่ต้องเกร็งค่ะ แล้วก็ไม่ต้องเยอะพิธีรีตองอะไรนั่นด้วย พวกพี่เป็นคนง่ายๆ พี่ชื่อเชอร์รีนะคะ” พี่อีกคนบอก

          “สวัสดีครับ” ผมจะทำอะไรได้นอกจากยกมือขึ้นไหว้และกล่าวทักทายพี่เขา

          “เดี๋ยวเรารอช่างกล้องกับพวกเซตไฟแป๊บนะ นี่พี่นัดห้าโมงกว่าทำไมยังไม่มากันอีก” พี่แพรวบ่น

          “มาแล้วจ้าๆ ใครเป็นนายแบบ เห็นยี่หวาบอกว่าฟิวส์ไม่ว่าง” เสียงคุ้นๆ ที่ผมได้ยินบ่อยๆ ดังขึ้นเรียกสายตาของทุกคนให้หันไปมอง

          “ตายแล้วน้องมาร์คผัวกู” พี่ตี๋เอามือทาบอกแล้วเดินเข้ามาหาผม

          “เก็บนอด้วยค่ะ น้องเขามาให้กำลังใจกู” พี่ลี่ผลักหัวพี่ตี๋แล้วเดินนำมาแทน

          “เจ้คะน้องเขามาเป็นนายแบบให้เราค่ะ”

          “ตายแล้ว! ไอ้วีไปเรียกไอ้ฟิวส์ยังไงให้ได้น้องมาร์คมา กลับมาคุยกันแล้วเหรอลูก?” คำถามแรกผมก็พอจะตอบได้แต่คำถามหลังนี่มัน

          “เอ่อ

          “มาแล้วก็พาน้องมันไปแต่งตัวสิ เดี๋ยวก็บ่นว่าต้องกลับดึกอีกหรอก” เสียงทุ้มที่ดังอยู่หน้าประตูพูดขึ้น พี่วีเดินเข้ามาช้าๆ มองมาที่ผมครู่หนึ่งแล้วหันไปหาเพื่อน

          “ถามถึงหมาหมาก็มา” พี่ลี่ลอยหน้าลอยตาพูด

          “ไปค่ะมาร์ค เราไปแต่งตัวกัน เดี๋ยวพี่จะเอาให้หล่อกว่าเดือนคณะ เดือนมหาลัย เดือนจักวาลเลยค่ะ” พี่ตี๋กระตุกแขนผม ผมเลยลุกตามพี่เขาไป

          พี่วีเบี่ยงตัวหลบทางให้ผมเดินผ่าน ปากเรียวนั่นขยับเล็กน้อยเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายพี่เขาก็หันไปถามงานจากพี่เชอร์รี ผมได้ยินพี่ลี่พูดเบาๆ ว่า ลำไย พี่วีหันมามองเล็กน้อยแต่ไม่ได้ว่าอะไรเพื่อน

          พี่ลี่ให้ผมไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำแล้วออกมาแต่งหน้า เครื่องสำอางที่ป้ายลงหน้ามันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเหนียวเหนอะหนะเพราะบางทีผมก็ใช้มันอยู่ อย่างเช่นตอนที่หน้าโทรมมากๆ หรือตอนที่ไม่ได้นอนแล้วต้องออกไปข้างนอก ผมไม่ได้มีปัญหากับการแต่งหน้าหรือแต่งตัว แต่ปัญหาที่ผมมีมันคือตัวผมเอง ผมไม่ได้กล้าที่จะแสดงออกขนาดไอ้ฟิวส์ ไม่ใช่คนที่จะไปยิ้มเริงร่าใส่กล้องได้แบบนั้น ผมก็คือผมแล้วถ่ายรูปโปรโมทค่ายนี่มันทำหน้านิ่งๆ ได้ที่ไหน

          “ยิ้มให้สดใสกว่านี้หน่อยครับ!” ช่างกล้องตะโกนตอบกลับมาเมื่อผมโพสต์ท่าเสร็จ พี่เขาทำหน้าเพลียใจไปตามๆ กันเมื่อถ่ายมาเกือบสิบแล้วมันใช้ไม่ได้สักรูป

          “น้องมาร์คขยับไปทางซ้ายแล้วเอียงนิดหนึ่งค่ะลูก”

          “อย่าเกร็งขนาดนั้นสิคะ ทำตัวเป็นธรรมชาติหน่อย”

          “ยิ้มอีกนิดหนึ่งค่ะ ยิ้มหวานๆ ค่ะ”

          เวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมงกว่างานจะเสร็จ รุ่นพี่กำลังเก็บกระเป๋าและคุยกันเรื่องจะไปไหนต่อดี พี่ต่อที่เป็นช่างภาพขอตัวกลับเพราะต้องไปดูรูปและคัดรูป ผมขอบคุณพี่เขาที่อดทนทำงานร่วมกับผมและพี่เขาก็ยิ้มให้ บอกว่าถ้าครั้งหน้ามีอีกผมคงจะทำได้ดีขึ้น การทำงานครั้งนี้แม้จะเป็นงานเล็กๆ แต่ก็ทำให้ผมรู้จักคนมากขึ้นและทำให้ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เพิ่มขึ้น

          “มาร์ค! ไปต่อกับพวกพี่ป่ะ เนี่ยพี่จะเลี้ยง” พี่ลี่เอ่ยชวนผมที่กำลังเก็บกระเป๋า

          “นะไปนะมาร์ค ให้พวกพี่เลี้ยงตอบแทน” พี่ตี๋พูดเสริม พี่เชอร์รีกับพี่แพรวก็พยักหน้าตาม

          “ครับ” ผมตอบเมื่อคิดแล้วว่าเลี่ยงไปก็ไม่ดี พี่วีมันมองมมาที่ผมแล้วหันไปเก็บของต่อ

          เราใช้เวลาไม่นานก็มาถึงร้านที่พี่เขาเลือก พี่ลี่บอกว่าอีกไม่นานพี่ยี่หวากับพี่แพนก็คงตามมา นี่ไม่ใช่ร้านเดิมที่ผมเคยมีข่าวกับพี่วี พี่ลี่บอกว่าเป็นร้านประจำของพี่ลี่แต่พวกพี่วีไม่ชอบมา ก็ตรงนี้ผู้ชายมันเยอะกว่าผู้หญิงนี่นา

          ร้านนี้มันไม่ได้ให้อารมณ์บาร์เกย์หรืออะไรเทือกนั้นหรอก มันก็เป็นร้านเหล้าธรรมดาๆ มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายแต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ชาย ไม่มีการตรวจบัตร ซึ่งนั่นง่ายต่อการเข้ามาใช้บริการของเด็กมัธยม

          “สวัสดีครับ” ร่างเล็กน่าตาน่ารักเดินเข้ามาทัก ในมือมีแก้วสองใบที่คาดว่าคงเอามาให้ใครสักคน และผมก็คิดไม่ผิดเมื่อเด็กนั่นยื่นมาให้ผม “ผมชื่อทิว”

          “โหยยย อะไรอ่ะ นั่งอยู่ด้วยกันตั้งเยอะ ทำไมได้คนเดียวล่ะ” พี่เชอร์รีส่งเสียงแซว

          “ขอโทษนะครับพี่สาว ผมไม่ได้ชอบผู้หญิงน่ะ” เด็กคนนั้นหันไปยิ้มให้พี่เชอร์รีแล้วมองมาที่ผมเมื่อพูดจบ

          “ชื่อมาร์คขอบคุณ” ผมรับมาและบอกชื่อตัวเองไป

          “ถ้าผมจะขอนั่ง

          “คุยงานอ่ะ เดี๋ยวเดินไปหานะ” ผมยิ้มให้แล้วบอกออกไป ทิวยู่หน้าเล็กน้อยแต่ก็ยอมพยักหน้า

          “ผมจะรอนะ” เด็กนั่นเดินกลับไป เสียงแซวของพี่ๆในโต๊ะเลยดังขึ้น

          “ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอน้องมาร์ค” พี่แพรวถาม ผมเลยยิ้มตอบ

          “คือแค่นั่งลงก็มีคนชงเหล้ามาให้แล้วเหรอ?” พี่ลี่ถามต่อ

          “กูมาทุกวันแต่ไม่เห็นมีอะไรตกมาหาเลยอ่ะ” พี่ตี๋มองมางอนๆ แล้วพูดออกมา

          “ขอโทษนะคะ คือพี่วี” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหากลุ่มเราแล้วยิ้มให้พี่วี

          “ครับ?”

          “คือ จะขอถ่ายรูปได้ไหมคะ? ช่วงนี้เฟซบุ๊กพี่ไม่ค่อยอัพเดทเลย” พี่มันมองมาทางผมหลังจากที่ฟังจบ ผมยกแก้วขึ้นจิบเพื่อเลี่ยงที่จะสบตา มองมาที่ผมทำไม อยากทำอะไรก็ทำไปสิ

          “มานั่งนี่มา แล้วค่อยถ่าย” พี่วีบอกแล้วขยับให้พี่คนสวยนั่นนั่งลงข้างๆ

          “วี! นี่มึงยังกล้า” พี่ตี๋พูดแล้วมองมาที่ผม

          “อะไร? กูทำแบบนี้แล้วผิดอะไร มากกว่านี้ยังได้เลย” ผมยกแก้วขึ้นกระดกเมื่อได้ฟังอย่างนั้น อารมณ์หงุดหงิดมันค่อยๆ ปะทุขึ้นเรื่อยๆ คนที่บอกจะเข้ามาขอถ่ายรูปตอนนี้ยังไม่ห่างจากพี่วีเลย เวลายิ่งมากขึ้นยิ่งแนบกันเยอะขึ้น อีกหน่อยคงหลอมรวมกันได้แล้ว

          “ให้ติมชงให้นะคะพี่วี” คนสวยที่ชื่อไอติมเอ่ยขอแล้วแย่งแก้วออกจากมือพี่วี จัดการชงให้แล้วยกขึ้นป้อน พี่วีมองมาที่ผมสายตาที่ส่งมาบอกว่าน้อยใจ ตัดพ้อ เพื่ออะไร? ที่ทำอยู่นั่นคิดแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วจะมามองผมแบบนั้นเพื่อ?

          “เดี๋ยวผมมานะครับ” ผมบอกพี่ลี่แล้วลุกขึ้น

          “จะไปหาน้องทิวเหรอ?” พี่แพรวถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ

          “ครับ” ผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเด็กนั่นเดินเข้ามาหา มองไปที่พี่วีหลังจากพูดจบพี่มันก็จ้องตอบกลับมา

          “อย่างนี้พี่ต้องรอไหมนะ?” พี่ลี่ยิ้มแซว

          “ไปกันเถอะครับไอติม” พี่วีพูดขึ้นก่อนที่ผมจะพูดจบ

          “โอ๊ะ! พี่วี” ผู้หญิงเขาทำท่าเขินอาย ตากลมโตนั่นมองมาที่ผมแล้วปากเคลือบสีสวยก็เหยียดยิ้มให้ คิดว่าผมจะเดินเข้าไปดึงตัวพี่วีออกมาอย่างนั้นเหรอ? ถึงแม้ว่าผมจะไม่ชอบภาพตรงหน้า ถึงแม้ว่าผมจะเจ็บปวดกับสิ่งที่เห็น แต่นั่นก็เป็นเรื่องของพี่เขา

          “ไม่ต้องรอหรอกครับพี่ลี่” ผมตอบพี่ลี่ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา

          ไม่สนใจแล้ว

          สมองมันคิดอย่างนั้นแต่สายตากลับหันไปมองที่เดิม พี่วีกับไอติมอะไรนั่นเดินออกไปแล้ว ผมกำมือแน่นก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำ สายตาตัดพ้อที่น่าสงสารเมื่อตอนเย็นมันอยู่ไหนกัน คำพูดที่บอกว่าอย่าทรมานกันและกันอีกมันหายไปไหน

          “พี่มาร์ค!” ก่อนจะที่ผมจะเดินไปถึงห้องน้ำ เสียงเล็กๆ นั่นก็เรียกไว้ก่อน ผมหันไปมองแล้วเลิกคิ้วขึ้น

          “ผมนึกว่าพี่จะไม่มาแล้วนะเนี่ย” ทิวเดินมาทางผม แล้วยกมือขึ้นคล้องแขน

          “อายุน้อยกว่าเหรอ?” ผมถามขณะที่เดินตามทิวไปนั่งที่โต๊ะ

          “ใช่น่ะสิ ผมเพิ่งมอห้าเอง” เด็กมันแอบกระซิบผมแล้วหัวเราะท้ายประโยค

          “ไอ้ทิว! มึงไปลากพี่มาร์คมาได้ไงเนี่ย” ผมขมวดคิ้วเมื่อคนในโต๊ะพูด

          “รู้จักพี่เหรอ?” ไม่ค่อยชินกับสรรพนามที่ใช้แทนตัวเองแบบนี้ แต่ผมก็ถามออกไปขณะที่หย่อนตัวลงเก้าอี้

          “รู้จักสิ พี่ดังจะตาย” ผมขมวดคิ้วมากกว่าเดิมเมื่อเด็กมันตอบกลับมาแบบนั้น

          “ก็ข่าวพี่ไง” ทิวบอกผม

          “อ๋อ” ข่าวนั้นน่ะนะ เลิกพูดถึงมันเถอะ มันทำให้ชีวิตผมยุ่งยากพอๆ กับพี่วีนั่นแหละ

          “อย่าคิดมากนะพี่ พี่เจ็งโคตรเลยอ่ะ เดินหนีพี่วีแบบนั้น” เด็กคนหนึ่งในโต๊ะพูดขึ้นมา

          “แล้วมึงจะพูดทำไมวะ พี่เขาเครียดเลยเนี่ย” ทิวว่าแล้วยกมือขึ้นจับแขนผม

          “ไม่เป็นไร” ผมตอบน้องแบบนั้นแล้วรับแก้วเหล้าที่เด็กคนหนึ่งชงมาให้ ก็แค่เรื่องเก่าๆ ที่มันผ่านมาแล้ว และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะโอเคกับมันแล้ว ทั้งผมกับพี่วีก็คงจะมีทางของตัวเองแล้ว ทุกอย่างที่ผ่านมามันก็คงกลายเป็นความทรงจำของเรา

          แก้วแล้วแก้วเล่าที่ผมกรอกมันลงคอ เสียงห้ามของทิวยังดังอยู่ข้างหูไม่ห่าง แต่ไอ้เด็กเวสป้าที่ชงเหล้าให้ผมมันกลับยิ้มร่าแล้วขัดเพื่อนด้วยการชงเหล้าให้ผมไม่ขาด

          “ดื่มเถอะพี่ อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่ต้องคิดถึง” เวสป้าบอกแล้วยื่นอีกแก้วให้ผม

          “เวส! มึงนี่แม่ง พอแล้วพี่มาร์ค” ทิวว่าแล้วดึงแก้วออกจากมือผม

          “อีก” ผมพูดแค่นั้นแล้วคว้าเอาแก้วเหล้าคืนมา ไม่ใช่ว่าเมาจนไม่รู้เรื่อง ตอนนี้ผมฟังรู้เรื่องและรู้แหละว่าทิวเป็นห่วง รู้ด้วยว่าตัวเองอยู่ในระดับไหน

          “เมาแล้วพี่มาร์ค”

          “ยังไม่เมา แค่กำลัง” ผมตอบทิวแล้วดื่มอีกแก้ว

          “กลับนะ ผมขอล่ะ” ทิวบอกแล้วเขย่าแขนผม

          “มึงแม่งทำไมไม่เหมือนเขาวะ” ผมฟุบลงกับโต๊ะแล้วพึมพำกับตัวเอง

          กินไปเยอะแล้วก็ยังรู้เรื่อง ดื่มไปแค่ไหนก็ยังคิดถึง ผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยังไม่หายไป เจอใครมากมายแค่ไหนก็ไม่เหมือนพี่วี ทำไมไม่ดุผม ทำไมไม่ตะคอกผม ทำไมไม่ดึงผมให้ลุก เวลาผมเมาต้องทำแบบนั้นสิ ทำแบบที่พี่วีเคยทำ

          “พี่มาร์ค” เสียงเบาๆ ที่ปิดความตกใจไม่มิดนั่น ทำให้ผมผงกหัวขึ้นมอง
          “ไม่ได้แล้วว่ะ นี่มันไม่ใช่พี่มาร์คไม่ชอบพี่วีนะเว้ย นี่พี่เขาทำประชดกันชัดๆ” เวสป้าพูดกับเพื่อน

          “แต่กูชอบพี่มาร์คนะเว้ย” ผมไม่รู้ว่าเด็กกลุ่มนั้นคุยอะไรกันอีก จากที่คิดว่าตัวเองแค่มึนๆ ตอนนี้ผมคงต้องยอมรับว่าเมามากแล้ว เขาว่ากันว่าถ้าเมาแล้วห้ามฟุบนี่คงจะจริง

          ผมถูกประคองให้เดินขึ้นบันได ไม่รู้ว่าออกมาจากร้านนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าใครพาออกมาและไม่รู้ว่าออกมาตั้งแต่ตอนไหน เสียงบ่นงึมงำอยู่ข้างหูมันเหมือนจะดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมก็ไม่สามารถจับใจความได้

          “ดีๆ สิมาร์ค” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังอยู่ข้างหู แต่ผมก็ไม่อยากจะไปเชื่อหูตัวเอง เขาก็ไปกับผู้หญิงแล้วจะแบกผมกลับมาได้อย่างไร

          “ไม่ใช่” ผมครางในลำคอ พยายามจะก้าวขาขึ้นบันไดแต่สุดท้ายก็ก้าวพลาด

          “ไม่ใช่อะไรของมึง ก้าวเข้าห้องดีๆ สิ” เสียงเข้มดุอยู่ข้างหู ผมพยายามปรือตาขึ้นมองแต่ก็เห็นเพียงเลือนราง

          “ไม่เหมือน” ผมคว้าสะเปะสะปะ สุดท้ายก็ล้มลงไปที่เตียง

          “เหมือนอะไร? ไม่ใช่อะไร? มึงแม่ง” เสียงสบถด่านั่นมันคุ้นหูเหลือเกิน จะผิดไหมถ้าผมจะขยับเข้าไปใกล้ๆ เพื่อมองให้ชัดๆ จะแปลกไหมถ้าผมจะดึงเขาเข้ามาใกล้ๆ เพื่อดูให้แน่ใจ

          “พี่วีจะทำกับใครก็ไม่เหมือนทำกับพี่วี” 





#กลรักวีมาร์ค


อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 263 ครั้ง

6,557 ความคิดเห็น

  1. #6546 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:43
    จะได้คุยหรือได้ ... อะไรน้าาา
    #6546
    0
  2. #6516 nid45 (@nid45) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:36
    เครีนดวะ ประสาทจะแดก
    #6516
    0
  3. #6462 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 21:45
    เห้ออออออออ
    #6462
    0
  4. #6310 Nada Am (@nda29853) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 02:43
    คุยกันดีๆนะมาร์ค สงสารทั้งสองคนมากๆเลย
    #6310
    0
  5. #6228 Midnight2602 (@enjoy262) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 10:12
    ขอล่ะ กลับมาหากันสักที พี่วีหลังจากนี้ทำอะไรคิดหน่อย
    #6228
    0
  6. #6207 Rrattikan07 (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 20:23
    พระเอกขี่ม้าขาว555 (ไม่ใช่ล้ะๆ)
    #6207
    0
  7. วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 18:34
    ของแบบนี้มันแทนกันไม่ได้~ หึหึ
    #6114
    0
  8. #5715 Pa'yom (@family_fa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 12:47
    คนอื่นยังมองออก
    #5715
    0
  9. #5476 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 22:54
    ใครรรรรร
    #5476
    0
  10. #5065 mominear (@mominear) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 18:49
    กรี๊ดดดด เหมือนเดจาวู!!!
    #5065
    0
  11. #4831 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 16:31
    Many thanks!
    #4831
    0
  12. #4825 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 11:45
    ดีกันเถอะค่ะ ใจจะขาดรอนๆ ไหนๆก็รู้ตัวเองกันดีอยู่แล้ว ว่ารักกันจะประชดกันไป มันก็เท่านั้นแหละ
    #4825
    0
  13. #4757 Noknoy2525 (@Noknoy2525) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 18:16
    รอๆๆ..จัดหั้ยหนักเลยพี่วี
    #4757
    0
  14. #4756 tanpitcha_1414 (@tanpitcha_1414) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 17:48
    งื้อออ มาร์ค5555555
    #4756
    0
  15. #4755 WS_chn (@lukwaiiwaii) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 15:25
    อีกนิดเดี่ยวๆ เขาจะเข้าใจกันแล้ว
    #4755
    0
  16. #4753 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 12:28
    ประชดกันไปมา แต่ก็กลับมาด้วยกัน แง้~ เขาจะคืนดีกันแล้วใช่มั้ยคะ ><
    #4753
    0
  17. #4752 tt_yh (@tt12yh) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 11:41
    มีความประชดประชันกันไปมา แล้วมีความกลับมาด้วยกันมันคืออะรายยยยยย 
    #4752
    0
  18. #4751 Mymild007 (@Mymild007) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 11:40
    เกือบด่าอิพี่วีแล้วมั้ยละตอนที่นางชวนผญ.นั่งด้วย อย่าประชดก๊านนนนน ดีกันๆ
    #4751
    0
  19. #4750 Nonnzwandang (@Nonnzwandang) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 09:31
    โอ่ยยยยย ดีกันเต๊อะ!!
    #4750
    0
  20. #4749 TheBLuEStraGGlER (@TheBLuEStraGGlER) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 09:21
    ทำอะไรอ่ะน้องมาร์ค
    #4749
    0
  21. #4748 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 08:42
    แกอ่อยพี่วีหรอยะ555555
    #4748
    0
  22. #4747 ThanthepNan (@ThanthepNan) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 08:41
    เห้ยแกกกก เค้าจะดีกันแล้วใช่ปร้าาา
    #4747
    0
  23. #4746 bestapinya (@bestapinya) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 08:21
    งือน้องมีความอ่อยพี่ มาต่อเร็วๆนะคะไรท์
    #4746
    0
  24. #4745 elleonoell (@Minrt) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 07:54
    มี nc นะค่ะ อย่าตัดหัวเตียง
    #4745
    0
  25. #4744 Sudarak_sl (@Sudarak_sl) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 07:16
    รู้สึกมีความคิดถึงกำลังวิ่งรอบตัวทั้ง 2. คน งื้อออออออ. พี่วีไม่มีนกวิ่งยุรอบตัวแล้ว ดีใจ ????
    #4744
    0