ตอนที่ 7 : สิ่งที่เปลี่ยนไป (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 265 ครั้ง
    27 พ.ย. 60





-6-

สิ่งที่เปลี่ยนไป

[Mark Masa]




          ผมเดินออกจากห้องเรียนเงียบๆ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเพิ่งเรียนคำนวณเสร็จและเพื่อนกำลังคุยเรื่องการคำนวณที่ผิดพลาดไปมากแต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ค่าผิดพลาดที่เรียนวันนี้คงไม่เท่ากับความผิดพลาดทางความรู้สึกของผม ทั้งๆ ที่มันไม่น่าจะใช่อย่างที่ผมคิด ทั้งๆ ที่เรื่องราวต่างๆ มันผ่านเข้ามาและควรจะผ่านออกไป แต่มันกลับไม่ใช่

          “อ้าวพี่วี! มาทำอะไรแถวนี้พี่” เสียงของไอ้ฟิวส์ดังขึ้นทำให้ผมเงยหน้ามองคนหล่อที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากผมสักเท่าไหร่ พี่มันมองมาที่ผมก่อนจะกระตุกยิ้มหนึ่งทีแล้วเดินเข้ามาหา

          “กูเอาของมาให้เพื่อนมึง” พี่มันว่าแล้วยื่นถุงกระดาษให้ผม

          “” ผมไม่ตอบอะไรหลังจากที่รับมา เปิดดูแล้วข้างในเป็นชีทเรียนที่คาดว่าจะเป็นของพี่ยี่หวาเพราะพี่เขาบอกผมตั้งแต่สองวันก่อนว่าจะเอามาให้

          “ขอบคงขอบคุณไม่มี กูสั่งซ่อมดีไหม?” พี่มันว่าขึ้นเบาๆ แล้วมองมาที่ผม

          “ขอบคุณครับ” ผมตอบแต่เลี่ยงที่จะสบตาคม

          “เออมาก็ดีแล้วพี่วี ผมมีเรื่องจะถามหน่อย ได้ข่าวว่าวิชานี้พี่เก่ง ผมอยากรู้มากเลยว่าพวกผมทำผิดตรงไหน” ฟิวส์ว่าก่อนจะกางกระดาษทดลงกับโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆ

          “ใช่พี่ แล้วอาจารย์บอกว่าผิดนะ แต่ไม่ให้แก้ เลวร้ายมาก” คำผานว่าแล้วนั่งลงตรงข้ามพี่วี

          พวกผมสามคนอยู่กลุ่มเดียวกันเพราะในภาคผมสนิทกับพวกมันสองคนที่สุด ฟิวส์เป็นเดือนคณะผมซึ่งแน่นอนว่ามันต้องสนิทกับไอ้พี่วีที่เป็นเดือนคณะเมื่อสองปีที่แล้ว นอกจากจะเป็นเดือนคณะแล้วพี่มันยังได้ตำแหน่งเดือนมหาลัยไปครอง ที่สำคัญมันได้ใจดาวมหาลัยอีกด้วย แล้วผมคงไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นอย่างไรเพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับผม ถึงแม้ว่ามันจะมีส่วนทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ เวลาอยู่กับพี่มันก็ตาม ส่วนอีกคนคือคำผาน ผมเห็นป้ายชื่อมันตอนแรกก็ตกใจ แต่พอไปๆ มาๆ ก็เลยรู้ว่าเป็นฉายาที่รุ่นพี่ตั้งให้ รุ่นพี่ก็เรียกมันแต่คำผานๆ และพวกผมก็เรียกตาม จนสุดท้ายไม่มีใครสนใจจะเรียกชื่อมันจริงๆ ความจริงแล้วผมก็ลืมไปด้วยซ้ำว่ามันไม่ได้ชื่อคำผาน

          “แล้วมึงไม่ฟังเหรอ? หรือรู้เรื่องแล้ว?” พี่วีเงยหน้ามองผมที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ผมถอนหายใจก่อนจะนั่งลงที่ว่างข้างๆ พี่มัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอพี่มันหลังเลิกเรียน แต่ละครั้งที่มันโผล่มาธุระมันจะไม่ซ้ำสักครั้ง อย่างเช่นเมื่อวานคือมาบอกเรื่องกีฬากับคำผาน วันก่อนมาคุยเรื่องเดือนกับฟิวส์ ทุกครั้งที่มาพี่มันจะมองมาที่ผมก่อนแต่เรื่องที่มันมาไม่ได้เกี่ยวกับผมโดยตรง หลังจากที่พี่มันคุยธุระเสร็จมันก็จะหันมาคุยกับผมต่อ ถามเรื่องต่างๆ ไร้สาระของมันไป ถ้าผมไม่คุยด้วยหรือทำเป็นไม่สนใจแม่งก็โมโหจนผมต้องยอมคุยๆ กับมันไปจนเป็นเรื่องเคยชินไปแล้ว

          “นี่มึงทำหน้าบึ้งทำไมวะมาร์ค ยิ้มเลยไอ้เพื่อนรัก เดี๋ยวกูพาไปอ่อยสาวต่อ” คำผานว่าแล้วฉีกยิ้มสอนผม ไอ้นี่มันเป็นคนหล่อครับ ไม่ได้สูงมากแต่ก็ไม่เตี้ย มันขาวแล้วหน้ามันก็หล่อๆ หน่อย เหมือนพวกลูกคุณหนูซึ่งผมคิดว่าก็น่าจะใช่ ดูจากการแต่งตัวและอะไรหลายๆ อย่างของมันแล้วก็น่าจะรวยไม่น้อย

          “ยิ้มมากๆ เดี๋ยวเหล็กดัดก็หลุดออกมาหรอกไอ้ผาน” ฟิวส์ว่าแล้วเคาะหัวมันทีหนึ่ง มันเลยหุบยิ้มแล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่ไอ้ฟิวส์แทน

          “คำผานครับคำผาน อย่าเรียกผานเฉยๆ” มันบอกฟิวส์

          “นี่มึงชื่อคำผานจริงเหรอวะ” พี่วีหันไปถามมัน

          “ก็พวกพี่อยากให้ชื่อนี้ผมก็ชื่อนี้อ่ะ เดี๋ยวอีกหน่อยจะขอพ่อเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้จริงๆ แล้ว” มันตอบกวนๆ ตามประสามัน

          “เออๆ คำผานก็คำผาน” พี่มันว่าอย่างไม่ใส่ใจแล้วหันกลับไปดูแบบฝึกต่อ

          “พี่ทำได้ป่ะ” ฟิวส์ยื่นหน้าเข้าไปหาพี่วีอีก

          “กูเพิ่งอ่านได้สามตัว ให้เวลากูอ่านโจทย์ด้วย” พี่มันพูดหลังจากผละออกจากฟิวส์แล้วทำหน้าอืมใส่

          “ครับพี่ครับ” เพื่อนผมว่าแล้วถอยออกไปนั่งที่เดิม

          “ตรงนี้ไง พวกมึงแทนผิด” พี่มันบอกแล้วชี้ลงที่กระดาษแต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจจะหันไปดูเหมือนเพื่อน

          “โห~ ตรงนี้มึงเลยมาร์ค หันมาดูครับเพื่อน” คำผานว่าแล้วเอามือล็อคคอผมให้หันไปดู เลยกลายเป็นว่าหน้าผมมันเข้าไปใกล้ไอ้พี่วีมากกว่าเดิม แต่ผมก็ทำเป็นไม่สนใจเสี้ยวหน้าหล่อๆ ของพี่มันแล้วมองลงไปที่กระดาษทด

          “มึงทำเหรอวะ?” พี่มันหันมาถามผม ปากนี่เฉียดแก้มไปนิดเดียว ถ้าถอยออกมาไม่ทันนี้คงโดนแก้มผมไปแล้ว ผมชะงักนิดหน่อยแต่ก็คิดว่าไม่มีใครสังเกตทัน

          “อืม” ผมตอบมันหลังจากนั่งตัวตรงแล้ว ผมแอบมองหน้าพี่วีแต่พี่มันก็แค่พยักหน้าเฉยๆ

“ผิดได้ไงวะ ตัวเลขก็มากจากตรงนี้ไง เปลี่ยนหน่วยหน่อยเดียวก็ถูกแล้ว” พี่มันชี้ลงตรงสมการข้างบนแล้วสอนเร็วๆ

          “ไม่รู้มันเป็นเหี้ยอะไรพี่ ช่วงนี้เหม่อๆ ลอยๆ ทดเลขผิดๆ ถูกๆ แค่อกหักนี่จะตายขนาดนี้เลยเหรอวะ กูก็หล่อไม่เคยอกหักซะด้วย” ฟิวส์ว่าแล้วส่ายหัวไปมา กูล่ะอยากกระโดดถีบจริงๆ ไอ้พวกหล่อแล้วไม่เคยอกหักเนี่ย

          “ไหนบอกตัดใจได้แล้วไงวะ” คำผานถามผม แล้วไอ้คนข้างๆ ก็เงยหน้าขึ้นมองตาม พี่วีมันมองหน้าผมแล้วผมก็เบี่ยงหน้าออกไปอีกทาง

          “มันง่ายเหมือนตัดกระดาษก็ดีสิวะ” ผมตอบกลับไปตอบมัน

          “จะอะไรก็อย่าให้เสียการเรียน” คนข้างๆ ว่าขึ้นดุๆ เสียงพี่มันเหมือนจะขัดใจมากจนผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง และนั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาดมากๆ ตาคมมองมาที่ผมไม่ได้ดุอย่างเดียว มันทั้งเหมือนเป็นห่วงและเหมือนกังวลด้วย ถ้าผมไม่ได้ตาฝาดไปเองอ่ะนะ

          “อือ” ผมตอบเบาๆ ในลำคอแล้วเลี่ยงไปมองกระดาษทดตรงหน้า หยิบปากกาขึ้นมาขีดๆ เขียนๆ จนได้คำตอบที่ถูกต้อง

          “มึงแม่งเก่งอ่ะมาร์ค พี่เขาบอกแค่ครั้งเดียวก็ทำได้แล้วเหรอวะ” ฟิวส์ถามแล้วยื่นหน้าเข้ามาดูกับผม

          “ใครจะโง่เหมือนมึง สอนอยู่สิบครั้งจำได้แค่ครั้งเดียว” คำผานว่า

          “เออกูมันโง่ กูมันไม่รวย ใครมันจะเหมือนมึง  เข้าใจที่มันเขียนไง?”

          “กูไม่เข้าใจตั้งแต่พี่วีอธิบายแล้วสัส สอนกูเลยนะมึงพรุ่งนี้น่ะ” มันบ่นในประโยคแรกก่อนจะหันมาพูดประโยคหลังกับผม

          “เดี๋ยวกูสอนอีกที” ผมบอกพวกมันแล้วพวกมันก็ยิ้มกว้าง ไม่ใช่พวกมันโง่นะครับ แค่ตอนเรียนมันไม่ตั้งใจเลยต้องมารื้อใหม่เยอะหน่อย  สอนมันครั้งสองครั้งก็ทำได้แล้วล่ะ  ถ้ามันตั้งใจฟังที่ผมสอนน่ะนะ

          “งั้นวันนี้กูยืมตัวเพื่อนมึงสักวันหน่อยสิ” พี่วีพูดกับเพื่อนผม

          “ใครวะพี่”

          “นี่ไง” พี่มันชี้นิ้วมาที่ผมหลังจากที่ฟิวส์ถามจบ ไอ้สองคนนั้นมองหน้าผมงงๆ ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงได้แต่ทำหน้านิ่งๆ แบบไม่รู้เรื่องรู้ราวแค่นั้น

          “มาร์ค?”

          “นี่ใช่ไอ้มาร์คไหมล่ะ? ถ้าใช่กูยืม”

          พี่มันนพูดแล้วลุกขึ้นฉุดแขนผมให้ลุกตาม ผมอยากจะขืนแรงไว้แต่ไม่รู้ทำไมถึงทำไม่ได้ ยอมเดินตามมันมาจนเห็นรถ จักรยานยนต์คันสวยที่ผมเคยเห็นพี่มันขับบ่อยๆ จอดอยู่ตรงหน้า ผมเงยหน้ามองพี่วีงงๆ แต่มันก็แค่กระตุกยิ้มกลับมาให้ผม

          “จะพาผมไปไหน” ผมถามเสียงแข็งๆ

          “ไปดูหนัง” พี่มันตอบนิ่งๆ ให้ผมได้ขมวดคิ้วงงๆ

          “บ้านพี่สิ” พอคิดได้ เลยว่าให้พี่มันไป ไปดูหนังบ้าบออะไรของมัน ทำไมผมต้องไปกับมันด้วย

          “บ้านกูไม่มีโรงหนัง” พี่มันก็ตอบกลับมากวนๆ แล้วมีกระตุกยิ้มมาให้ด้วยนะ

          “พี่วี ผมไม่ตลก” ผมกดเสียงต่ำพูดกับพี่มันก่อนจะหันหลังเดินออกมา

          “กูก็ไม่ตลกเว้ย ถ้ามึงยังหงอยๆ เหงาๆ เหมือนคนอกหักแบบนี้มันก็ไม่ใช่แล้ว ไปเลยไปดูหนังคลายเครียดกับกู” พี่วีเดินตามมาแล้วดึงแขนผมกลับไปที่รถ ผมสะบัดออกเบาๆ พี่มันก็หันกลับมามองผม

          “เรื่องอะไรผมต้องไป”

          “หนังเข้าใหม่ กูก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรเหมือนกัน”

          “” ผมเงียบแล้วมองคนตรงหน้านิ่งๆ แค่พี่มันมาป้วนๆ เปี้ยนๆ อยู่แถวๆ นี้ทุกวันผมก็รำคาญจะตายอยู่แล้ว นี่ยังมากวนประสาทให้ผมเป็นบ้าไปกว่าเดิมอีก

          “เออๆ มากับกูหน่อยเถอะน่า กูไม่มีเพื่อน” พี่มันว่าหลังจากที่ทนสายตาผมไม่ไหว มันตบที่ไหล่ผมสองสามทีแล้วดันให้เดินไปข้างหน้า

          “ผมไม่อยากดู”

          “อะไรวะ นี่มึงคิดถึงไอ้บาร์จนไม่อยากทำอะไรเลยเหรอ? แค่ไปนั่งดูหนังกับกูนี่ก็ไม่ได้เหรอ?” ทำไมผมต้องไปด้วยล่ะ? กับพี่วีที่คุยกันดีๆ แค่ไม่กี่ครั้งนี่นะ โอเคช่วงหลังๆ มานี่เราอาจจะคุยกันดีขึ้น แต่นั่นเป็นเพราะว่ามันคุยของมันไปส่วนผมก็เงียบไง ถามมาค่อยตอบไปแค่นั้น ถึงจะแค่นั้นแต่ผมก็ดันรู้สึกแปลกๆ ทั้งหงุดหงิด ทั้งรำคาญ

          “ผมไม่อยากไป” ผมตอบก่อนจะหันกลับไปมองหน้าหล่ออีกครั้ง เพื่อนพี่มันมีเยอะแยะทำไมไม่ชวนไป แล้วที่สำคัญแฟนพี่มันก็มีด้วยทำไมต้องมาชวนผมที่ทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกัน

          “ทำไมวะ กับกูนี่ไม่ได้หรือไง? มึงมีแค่อดีตเหรอ? ไม่มีปัจจุบันเหรอ? ถ้าจมปลักอยู่แต่กับอดีตปัจจุบันมึงก็ไม่มีความสุขหรอก” เสียงเข้มว่าจริงจัง ตาคมก็มองผมไม่หลบ แต่ผมก็ไม่เก่งพอที่จะรู้ความหมายของสายตานั่นหรอก ไม่เก่งพอที่จะรู้เหตุผลของสิ่งที่พี่มันทำอยู่ด้วย

          “ทำไมผมต้องไปกับพี่”

          “ไม่ไปกับกูแล้วมึงจะไปกับใคร ไอ้เด็กสองตัวนั่นเหรอ? หรือเพื่อนที่ไหน กูเห็นช่วงนี้มึงก็ปลีกตัวอยู่คนเดียว”

          “งั้นเอาใหม่” ผมพูดหลังจากที่คนตรงข้ามพูดจบ  “ทำไมพี่ต้องไปกับผม”

          “อ้าวไอ้เด็กนี่...กูก็บอกไปเมื่อกี้ว่ามึงอยู่คนเดียว กูเลยอยากชวนมึงไปผ่อนคลาย”

          “ทำไมพี่ไม่ไปกับแฟน” ผมถามก่อนที่พี่มันจะอ้าปากอธิบายอะไรที่ผมไม่เข้าใจออกมาอีก

          “พลอยเรียนอยู่” อืมอย่างนี้นี่เอง

          “แล้วทำไมพี่ไม่ไปกับเพื่อนพี่”

          “ถามอะไรของมึงนักหนาวะ ถ้ากูจะไปกับเพื่อนกู กูจะมาชวนมึงไหม?”

          นั่นแหละผมไม่เข้าใจ ทำไมต้องเป็นผม

          ถึงผมจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นผมแต่ผมก็มากับมัน มันไม่ได้แปลกอะไรหรอกกับการที่จะมาดูหนังกับใครสักคน มันจะไม่อะไรเลยถ้าผมไม่คิดมากแล้วเดินเข้าไปดูเฉยๆ แบบที่พี่มันกำลังทำ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองทั้งๆ ที่ย้ำกับตัวเองแล้วก็บอกพี่มันไปแล้วว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราสองคนให้ถือว่าไม่มีอะไร เราสองคนคือคนรู้จักและรุ่นพี่รุ่นน้องที่เรียนอยู่คณะเดียวกัน ผมบอกกับตัวเองอย่างนั้น แต่แปลกที่ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น

          มันอาจจะฟังดูแย่แต่ผมชอบนึกถึงพี่มันเวลาว่างๆ ยิ่งช่วงแรกๆ หลังจากที่พี่มันอะไรๆ กับผมที่ห้องผมยิ่งนึกถึงบ่อย อาจจะเป็นเพราะทำอยู่ในห้องด้วยนั่นแหละผมเลยรู้สึกว่ามันติดตา หลังจากที่พี่มันขอโทษแล้วเราก็เริ่มคุยกันดีๆ พี่มันทักทายกลุ่มผม และเพื่อนผมมันก็เป็นรุ่นน้องทีดีเหลือเกิน เจอที่ไหนยกมือไหว้ตลอด ทำให้ผมต้องมองพี่มันบ่อยๆ จนผมเผลอคิดไปว่าทุกวันนี้ผมนึกถึงพี่วีมากกว่าพี่บาร์แล้ว

          “ดูเรื่องไหนดี” พี่วีหยุดยืนดูโปรแกรมหนังแล้วหันมาถามผม

          “ไหนบอกว่ามีหนังเข้าใหม่”

          “หึมึงก็สนใจคำพูดกูนี่หว่า” พี่มันว่าแล้วมองผมยิ้มๆ  ก็คุยกันอยู่สองคนไม่ให้สนใจมันแล้วจะให้ผมสนใจใครล่ะครับ

          “” ผมเลือกที่จะเงียบ มองพี่มันที่มองหน้าผมอยู่แล้วเบือนกลับมาดูโปรแกรมหนัง หนังแอคชันที่เพิ่งเข้าล่าสุดก็น่าดู ฟิวส์กับคำผานมาดูแล้วแต่ผมยังไม่มีโอกาสมา

          “กูก็มีเรื่องที่อยากดูแล้วแหละ แต่ก็ถามมึงไง เผื่อมึงมีเรื่องไหนที่อยากดูเป็นพิเศษ” พี่วีว่า

          “เรื่องนั้น” ผมชี้ไปที่ชื่อหนังเรื่องที่ผมอยากดู

          “กูไม่ชอบหนังแอคชันว่ะ ดูเรื่องที่กูจะดูเถอะนะ เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง” พี่มันว่าแล้วเดินไปต่อคิวโดยที่ผมยังไม่ได้พูดอะไร ผมถอนหายใจกับคนที่ชื่อวี ถ้าจะถามแล้วไม่เอาคำตอบนี่ทีหลังไม่ต้องถามก็ได้นะ เปลืองพลังงานเปล่าๆ

          ตอนแรกที่พี่วีบอกว่าไม่ชอบดูหนังแอคชันผมก็นึกว่ามันจะดูหนังผีหรืออะไรเทือกๆ นั้น แต่มันกลับต่างกันสิ้นเชิง มันพาผมมาดูหนังรักโรแมนติกที่สุดแสนจะน่าเอียน มันโง่หรือมันลืมคิดหรืออะไรกันแน่วะ ผมเพิ่งอกหักแต่บังคับผมเพื่อที่จะพามาดูเขาบอกรักกันนี่เหรอ?

          “ดูแล้วอย่าร้องนะมึง” คนที่นั่งข้างๆ ผมบอก

          “ไม่ได้ปัญญาอ่อนขนาดนั้น” ผมตอบกลับไปนิ่งๆ ก่อนจะยกน้ำอัดลมขึ้นมาดูด มองผู้หญิงกับผู้ชายสองคนที่กำลังเลื่อนปากเข้าประกบกัน ตาสองดวงมองกันเพื่อส่งผ่านคำว่ารักที่แสนหวาน นักแสดงแสดงดีมากจนเข้าถึงอารมณ์ หลายคนอาจจะกำลังยิ้มตามภาพยนตร์ฉากนี้แต่ไม่ใช่ผม ผมกำลังนั่งเบะปากมองความรักที่แสนเลี่ยนของคนสองคนนั่นอยู่

          ถ้าจะคิดถึงคู่รักสุดแสนเพอร์เฟคและรักกันมากๆ ก็คงจะไม่พ้นคู่ดาวเดือนที่เป็นตำนาน ถึงแม้ว่าตอนนี้คู่รักทศรากำลังมาแรงก็เถอะ แต่ผมกลับคิดว่าผู้ชายคนนั้นเป็นไอ้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วผู้หญิงคนนั้นคือรุ่นพี่ต่างคณะที่หน้าตาสะสวย เหอะ! อยากเอียนจนไม่รู้จะเอียนอย่างไรแล้ว

          “มาร์คไม่สนุกเหรอ?” คนข้างๆ ถามเบาๆ

          “ต้องตอบว่าไง?” ผมตอบกลับเสียงเนือยๆ สนุกมากมั้ง? เมื่อไม่นานก็เพิ่งอกหัก ต่อมาอีกไม่เท่าไหร่ก็เพิ่งไปนอนกับคนที่มีแฟนแล้วมา หนังรักนี่สนุกมากเลยมั้ง?

          “มึงนี่มันดูให้สนุกสิวะ คิดถึงตอนที่มึงมีความสุขอ่ะ” พี่มันว่าแล้วผาดแขนผ่านคอผม กลายเป็นว่ามันนั่งโอบไหล่ผมอยู่

          “ปล่อย”

          “ที่กูพามึงมาดูเรื่องนี้เนี่ย เพราะเผื่อว่ามึงดูกับกูแล้วมึงจะมีความสุขไง” พี่วีกระซิบที่ข้างหูผมเบาๆ ผมหันมองคนข้างๆ ที่ส่งยิ้มมาให้บางๆ แม้ว่าที่นี่จะมืดแต่ผมกลับเห็นรอยยิ้มของพี่มันชัดเจน ชัดเจนจนอยากจะถามว่าทำอย่างนี้แล้วไม่รู้สึกอะไรเหรอ แต่ก็กลัวคำตอบ

          เพราะแบบนี้ไง ผมถึงไม่อยากอยู่ใกล้พี่มัน

          ออกจากโรงหนังแล้วเราสองคนก็เดินหาอะไรกิน ความจริงผมก็ไม่อยากใช้คำว่าเราหรอกนะครับ แต่ผมไม่รู้จะหาอะไรมาเรียกแทนผมกับพี่มันแล้ว เอาเป็นว่าเราเดินผ่านร้านอาหารมาหลายร้านแล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าคนข้างๆ ผมจะเดินเข้าไปสักที

          “จะกินอะไร พี่เลี้ยงหนังแล้วเดี๋ยวผมเลี้ยงข้าว” ผมหยุดยืนที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังแล้วหันกลับไปถามคนข้างๆ

          “เฮ้ย! กูพามึงมา ให้กูเลี้ยงสิ” พี่มันหันกลับมาบอก

          “” ผมไม่ตอบอะไรแต่ทำหน้าเหนื่อยหน่ายกลับไปให้มัน ท่ามกลางความเงียบระหว่างเรา พี่วีมองตาผมก่อนที่ดวงตาคมนั่นจะฉายแววดุ เหมือนเราจะพูดกันทางสายตารู้เรื่อง เพราะหลังจากที่จ้องกันอยู่นานตาคมนั่นก็อ่อนลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจเหมือนยอมแพ้ของพี่วี

          “คนละครึ่ง โอเคไหม?”

          “อือ” ผมตอบรับในลำคอ อย่างน้อยจ่ายกันคนละครึ่งก็ดีกว่าให้พี่มันเลี้ยงคนเดียว ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณ

          “แล้วจะกินอะไร?” พี่วีถาม

          “แล้วแต่พี่

          “อย่ามาแล้วแต่กู ถ้าแล้วแต่กูกูพากลับไปกินลาบเลือดที่หน้าปากซอยนะ” เสียงพี่มันว่าขุ่นๆ เหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง ผมเลยเลิกคิ้วมองคนตรงหน้า พี่วีก็ขมวดคิ้วมองมาที่ผม

          “มีอะไร?” ผมถามแล้วจ้องตากลับ

          “เปล่า” เสียงทุ้มตอบแล้วเบือนหน้าหนี ผมเลยเลิกที่จะใส่ใจเรื่องนั้น หันมองรอบๆ ตัวว่ามีร้านไหนที่ผมอยากเข้าหรือเปล่า

          “ไก่ย่างแล้วกัน” ผมบอกแล้วชี้ไปที่ร้านไก่ชื่อดังของจังหวัด พี่วีมันก็พยักหน้าแล้วเดินนำไป

          ผมไม่แปลกใจเลยที่ระหว่างทางมีแต่คนมองมาที่เราสองคน เพราะมันอาจจะเป็นเรื่องที่แปลกที่ผู้ชายสองคนเดินตามกันต้อยๆ ทั่วห้างฯ ผมน่ะไม่อะไรหรอกเพราะอย่างไรผมก็ไม่แคร์ใครอยู่แล้ว แต่คนตรงหน้าผมนี่สิ มันนั่งขมวดคิ้วแล้วทำหน้าดุๆ ตั้งแต่เราหยุดคุยกันเมื่อกี้ ผมก็เข้าใจนะว่าบางทีพี่มันอาจจะรับเรื่องซุบซิบแบบนี้ไม่ได้ แต่ก็แล้วไง? ผมไม่ใช่คนสร้างเรื่อง

          “ทำไมคนมองเยอะจังวะ” เสียงทุ้มว่าออกมา ปลายเสียงแสดงความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ไม่ได้โวยวาย

          “จะไปรู้เหรอ?” ผมก็ตอบกลับไปเบาๆ พี่วีเงยหน้าแล้วมองตรงมาที่ผมก่อนจะพึมพำอะไรสักอย่างที่ผมไม่ได้ยิน ผมเลยเลิกคิ้วขึ้นถาม

          “กูบอกว่าเด็กโต๊ะนั้นมองมึง” พี่วีว่าแล้วพยักเพยิดหน้าไปทางด้านข้างของผม ผมมองจากหางตาเป็นเด็กมัธยมปลาย ผมเลยไม่สนใจอะไร

          “แล้วแต่สิ”

          “ผู้ชายทั้งกลุ่มนะมึง มองอย่างกับจะแดกมึงแทนไก่” พอพี่มันพูดแบบนั้นผมเลยหันหน้าไปมองแบบเนียนๆ เอาเป็นว่าน้องเขาไม่รู้ตัวแล้วกันครับ ทั้งกลุ่มมีทั้งเด็กผู้ชายน่ารักและเด็กผู้ชายหล่อๆ น้องมันกำลังกินข้าวกัน สงสัยเพิ่งเลิกเรียนแล้วมาเที่ยวตามประสาเด็ก

          “ชอบไง?” คนตรงหน้าถาม เรียกความสนใจผมให้กลับคืนมาที่โต๊ะเหมือนเดิม

          “เด็กไป” ผมตอบสั้นๆ

          “ชอบผู้ใหญ่ว่างั้นเถอะ”

          “ก็รู้ๆ กันอยู่” ผมไม่ได้ตอบตรงๆ พี่วีก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ พอดีกับที่อาหารที่สั่งไปมาเสิร์ฟ เราเลยสนใจที่อาหารมากกว่า

          รสชาติอาหารกำลังดี กินง่าย ไม่เค็มไม่จืดจนเกินไป ไก่ก็กรอบนอกนุ่มในตามที่เขาล่ำลือว่ามีกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างจากที่อื่นไม่มีผิด ผมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรพวกนี้หรอกครับ แค่อยากกินก็กิน กินแล้วรู้ว่าอร่อยแค่นั้นเอง

          “กูว่ารสชาติมันก็ไม่ได้แย่ ทำหน้าเหมือนมันอร่อยหน่อยได้ไหม” คนตรงหน้าพูดกับผม

          “หน้าผมก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว”  ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่มันดุๆ แล้วตอบ อร่อยไม่อร่อยนี่มันต้องแสดงออกมาทางสีหน้าด้วยเหรอครับ เอาเป็นว่าผมกินแล้วผมรู้เรื่องก็พอไหม

          “ทำอย่างกับกูบังคับมา” พี่มันก้มหน้าลงพูดเบาๆ มือเรียวนั่นก็เขี่ยไก่ในจานไปด้วย ก่อนที่จะตักขึ้นมากิน 

          “ก็ไม่ได้เต็มใจมาด้วยจริงๆ” ผมก็ว่าเบาๆ แล้วสนใจข้าวในจานเหมือนที่พี่มันทำ

          “กูก็แค่อยากให้มึงสนุกบ้าง ไม่ใช่ทำหน้าตายไปวันๆ เดินผ่านแล้วกูรู้สึกผิดนี่” พี่มันว่าจริงจัง

          “แล้วพี่จะรู้สึกผิดทำไม พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด”

          “ก็กู” เสียงทุ้มหายเข้าไปในลำคอเมื่อตาของเราสบกัน “กูไม่อยากให้มึงยึดติดกับอดีต ปัจจุบันกับอนาคตมึงมันยังมีอะไรที่มากกว่านี้ มึงก็เพิ่งจะ

          “ถ้าจะพูดเรื่องพี่บาร์ผมโอเคแล้ว” ผมพูดแทรกก่อนที่พี่วีจะพูดจบ พี่มันเลิกคิ้วขึ้นเหมือนกับจะให้ผมทวนที่ผมพูดอีกครั้งแต่ผมก็ไม่พูดซ้ำอีก แค่มองพี่มันนิ่งๆ แค่นั้นพอ

          “โอเคบ้าบออะไร แค่ไม่กี่อาทิตย์มึงบอกว่ามึงโอเคนี่นะ? กูไม่เชื่อหรอก ดูหน้ามึงกูก็รู้แล้วหน้าตาเหมือนคนคิดอยู่ร้อยแปดพันเรื่องแบบนี้นี่เหรอโอเค” พี่มันพูด

          ผมขอยอมรับจากใจว่าผมคิดหลายเรื่องจริง แต่มันไม่บ่อยที่ผมจะคิดเรื่องพี่บาร์  ซึ่งการที่เราไม่คิดถึงคนที่ทำให้เจ็บได้แสดงว่าต้องมีอะไรมาทำให้เราสนใจมากกว่า  ผมไม่อยากยอมรับหรอกว่าเรื่องที่แทนที่พี่บาร์ได้มันคือเรื่องของคนตรงหน้าตอนนี้ พนันด้วยอะไรก็ได้ที่ผมมี พี่วีมันไม่รู้หรอกว่าที่มันทำอยู่ทุกวันนี้มันทำให้ผมคิดมากแค่ไหน

          ผมดีใจที่ผมเคลียร์กับพี่บาร์เรียบร้อยและเราพร้อมที่จะเป็นพี่น้องกัน ส่วนเรื่องแฟนพี่เขาผมก็ไม่ไปยุ่งแล้ว ปล่อยให้พี่เขาจัดการกันเอง ผมถอยห่างออกจากพี่บาร์มามาก ทางโซเชียลหรือเจอกันที่คณะก็ไม่ค่อยมี แต่กับคนที่อยู่ตรงหน้าผมนี่มันตรงข้าม พี่วีชอบโผล่มาเวลาที่สมองผมโล่งๆ พอเจอพี่มันผมก็พลันนึกไปถึงเรื่องเดิมที่สัญญาว่าจะลืม พอผมจะอยู่เฉยๆ พี่มันก็มาพาไปนู่นไปนี่เหมือนตอนนี้  ผมไม่เข้าใจที่พี่วีทำ ไม่เข้าใจจริงๆ ถึงแม้จะพยายามคิดแล้วคิดอีกแต่ก็ยังหาเหตุผลไม่ได้อยู่ดี

          “ผมไม่ได้คิดเรื่องพี่บาร์แล้ว” ผมตอบ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมไม่เข้าใจ ทำไมพี่มันชอบคิดว่าผมจะคิดเรื่องพี่บาร์ทั้งๆ ที่ตอนนี้ตรงหน้าผมคือพี่วี มันเป็นไปได้เหรอครับที่คนไกลจะทำให้เราหวั่นไหวได้เท่ากับคนที่เจอกันทุกวัน

          “แล้วมึงคิดเรื่องอะไร?”

          “เรื่องของพี่หรือไงล่ะ” ผมไม่ตอบแต่ถามกลับ

          “กวนกูแล้วมึง” คนตรงหน้าว่าแล้วมองแบบไม่พอใจ “ไม่ตอบก็แล้วแต่มึง กูก็แค่อยากรู้ เผื่อจะช่วยอะไรได้”

          “ผมคิดว่าถ้ามันเป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ พี่ก็คงช่วยผมไม่ได้” ผมตอบแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้มองคนตรงหน้าที่ทำหน้างง

          “เอาจริงๆ คือกูยังรู้สึกผิดและกูก็อยากจะทำอะไรไถ่โทษบ้าง” พี่วีตอบ “ถ้าเกิดว่ากูจะช่วยได้ มึงก็

          “ถ้าแค่รู้สึกผิดก็ไม่ต้องอะไรหรอก ผมไม่ถือ” ผมบอกตัดคนตรงหน้า

          “แต่กูถือ” พี่มันเถียงกลับมาแล้วจ้องผมจนผมต้องถอนหายใจยอมแพ้

          “ถ้ามีอะไรให้ช่วยผมจะบอกพี่แล้วกัน” ผมว่าเบาๆ เลี่ยงที่จะสบตาคนตรงหน้า

          “ดีมาก เป็นเด็กดีพูดรู้เรื่องก็เป็นนี่มึง” พี่มันว่าแล้วกระตุกยิ้มเท่ๆ ส่งมาให้

          “แก่กว่าแค่สองสามปี”

          “ก็พี่ไหมวะ” มันถามกลับดุๆ 

          “เออ”

          “เออบ้านมึงสิ” แล้วมันก็ทำเสียงดุอย่างจริงจัง ตาคมมองดุผมแต่ผมก็จ้องกลับไม่แพ้กัน

          “ครับ” ถึงผมจะมั่นใจว่าสายตาผมมันแข็งแกร่ง แต่พอมาเจอตาพี่วีแล้วผมไม่รู้ว่าทำไมต้องหลบ

          “เด็กดี” หรือบางทีผมอาจจะรู้ แต่ไม่อาจจะยอมรับ





#กลรักวีมาร์ค


อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

      

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 265 ครั้ง

6,557 ความคิดเห็น

  1. #6526 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 18:59
    รู้สึกผิดแล้วหรอ อิพี่วี
    #6526
    0
  2. #6325 Friendship_Lee (@capper-konnarak) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 09:01
    เริ่มรู้สึกกันทีละนิดแล้ว
    #6325
    0
  3. วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 09:54
    อะไรอ่ะ พี่วีอ่อยน้องหรอ?
    #6077
    0
  4. #5948 Petitcat (@jimmyza) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 22:59
    รู้สึกผิดอะไร๊ รู้สึกผิดกับแฟนแกด้วยมั้ยหื้มมม
    #5948
    0
  5. #5847 _mmmidnight_ (@guitarchocola) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 00:05
    อย่ามาทำเป็นบอกรู้สึกผิด ทั้งๆที่แกก็ทำร้ายน้องอยู่ อีวี
    #5847
    0
  6. #5429 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 05:59
    หวั่นไหวแทนนนน
    #5429
    0
  7. #4159 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 21:32
    ^________^
    #4159
    0
  8. #3964 l'izm (@y-lizm) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 16:00
    แล่วๆๆๆๆๆๆ 
    #3964
    0
  9. #3015 Timtha (@WIFE_ENGINEER) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 00:37
    โอ้นยย หวั่นไหวกันทั้งคู่
    #3015
    0
  10. #2684 hh_9094 (@9094_hh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 01:25
    พี่วีอ่อยมาร์คหรอ
    #2684
    0
  11. #2283 Disk Nara (@DISKNARA) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 00:36
    วีน่ารำคาญมากๆ ถ้าไม่ใช่ว่ามาร์คคู่กับวี ในความเป็นจริงคงเกรี้ยวกราดกว่านี้อ่ะ เป็นใครมาจากไหนมายุ่งมาเกาะแกะทำตัวงี่เง่าบังคับนู่นนี่
    #2283
    0
  12. #1883 Suchadakulkes (@Minrt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 23:03
    เอาเหอะ บางครั้งอยากให้มาร์ค หนีจากวี
    #1883
    0
  13. #672 gift_tyrDek59 (@gift_tyrDek59) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 14:17
    หมั่นไส้พี่วีค่ะ!!
    #672
    0
  14. #671 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 14:13
    เบื่ออิพี่วีจริงๆ ไปเลิกกับเมียก่อนมั้ยแกร๊~ ค่อยมาเต๊าะน้องอะ !!
    #671
    0
  15. #670 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 09:11
    เบื่อพี่มันจริงๆค่ะ
    #670
    0
  16. #669 Kayja_Giftkay (@Kayja_Giftkay) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 07:20
    เหอะ! อะไรคือรู้สึกผิดกับน้องค่ะพี่วี? ไม่ใช่แระ! No No! ตั้งใจไปนะ!
    #669
    0
  17. #668 kimhan.qmcs (@kimhan-qmcs) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:29
    นี่มันอะไรพี่วี!!!! ถ้าแค่รู้สึกผิดก็อย่ามาวอแวน้องง
    #668
    0
  18. #667 oldsiss (@oldsiss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:21
    มาร์คลูกกกกกกกก สับสนและวุ่นวายสุด
    #667
    0
  19. #666 Miony (@Miony) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 23:32
    มันก้จะได้รุสึกผิดเรื่อยไป ถ้าไม่เลือกซักคนอ่ะนะอิพี่วี
    #666
    0
  20. #665 Lizt (@zealend) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 23:13
    วีรู้สึกผิดไรอ่ะ? นอกใจเมีย? ข่มขืนมาร์ค?  ด่ามาร์คพูดจาแย่ๆใส่มาร์ค? ทำไมไม่ค่อยรู้สึกว่ามันรู้สึกผิดเลยหว่า กินข้าวเลี้ยงหนังแล้วถือว่าหมดเวรหมดกรรมกันนะ จงไปสู่สุขติเถิดดดด
    #665
    0
  21. #664 MMAIIII (@MMAIIII) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:44
    มาร์คน่ารักกกกกกก
    #664
    0
  22. #663 The-ChaBae (@The-ChaBae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:37
    วีไปเลิกกับแฟนได้แล้ว ไปเลิกกับแฟนนนนนน
    #663
    0
  23. #662 น้ำแข็งใส* (@snice_cz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:11
    พี่วีไปเลิกกับแฟนนนนนน มาร์คเอ๊ยยยยย
    #662
    0
  24. #661 FrokFran_MB (@tomtomkung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:50
    ชอบกระบวนการคิดของมาร์คมากๆ มันตรงไปตรงมาดี ดีกว่าอิพี่วีเยอะ
    #661
    0
  25. #660 Pornthima Seesorn (@ningz15) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:42
    ถ้าจะสนับสนุนให้พี่วีเลิกกับแฟนเร็วๆมันจะบาปมั้ยอ่ะ ฮื่ออออ 5555
    #660
    0