คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา

ตอนที่ 10 : สภาสูงแดนเวทมนต์


     อัพเดท 13 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เวทมนต์, จอมเวท, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : จักรพรรดิอักษรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จักรพรรดิอักษรา
My.iD: https://my.dek-d.com/parpat
< Review/Vote > Rating : 86% [ 10 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 31,143
553 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 401 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 10 : สภาสูงแดนเวทมนต์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2913 , โพส : 14 , Rating : 86% / 10 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


สภาสูงแดนเวทมนต์

 

            สภาสูงแดนเวทมนต์เป็นสภาอันศักดิ์สิทธิ์ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านช่วงเวลารุ่งเรืองตกต่ำมานับพันๆปีประวัติศาสตร์ของจอมเวทเริ่มก่อนมนุษย์หลายพันปี ถึงกับมีทฤษฏีที่ว่าโลกที่มนุษย์ธรรมดาๆอาศัยอยู่นั้นคือโลกที่ชาวจอมเวทเป็นผู้ค้นพบและมีเหล่าผู้ทรงเวทที่เบื่อหน่ายเวทมนต์ไปอาศัยตั้งรกรากที่นั่น

            สภาแห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามความเหมาะสมของแต่ละยุคแต่ละสมัย เพราะเป็นโลกที่มีพลังอันน่าเกรงขามอาศัยอยู่มากมาย สภาเวทมนต์จึงหลากหลายตามไปด้วยไม่ว่าจะประกอบไปด้วยเผ่าพันธุ์ต่างๆที่เป็นสมาชิกของผู้ใช้เวทมนต์ หรือจะเป็นที่ไม่ได้ใช้เวทมนต์เลยอย่างพวกนักสู้สาขาต่างๆ แต่เขาทั้งหมดต่างยอมรับในความสามารถอันน่าทึ่งของเวทมนต์ จึงยอมรับให้เป็นตัวหลักของสภาแห่งนี้

            และเช่นกันเฉกเช่นสภาอื่นๆ สภาแห่งนี้ก็มีไว้เพื่อตัดสินความเป็นไปของโลกเวทมนต์แล้วหากมีการเปิดประชุมสูงสุดก็หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกเวทมนต์ เช่นจะมีปีศาจเผ่าพันธุ์ลึกลับจะโจมตีโลกเป็นต้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ประชุมจะประกอบไปด้วยองค์มนตรี สิบแปดคน หัวหน้าสาขาวิชาต่างๆ อีกหนึ่งร้อยหกสิบคน และประธานสูงสุดอีกหนึ่งคน รวมเป็นหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดคน

           

            ริต้า มาลีนหัวหน้าสาขาเวทมนต์ดำและคำสาปกำลังนั่งมองการโต้เถียงอย่างดุเด็ดเผ็ดมันของจอมเวทและอีกหลายท่านที่กำลังแข่งตะโกนเสียงกันอยู่ จอมเวทเหล่านี้คือผู้ที่จะมาเสนอตัวเลือกของคณะร่วมเดินทางไปยังบ่อแห่งความรู้ บ่อน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีความรู้มากมายเหลือคณานับทุกคนต่างอยากให้ตนเองหรือลูกหลานมีส่วนร่วมในการเดินทางครั้งนี้

            แน่นอนไม่ใช่เพราะแค่อยากช่วยโลกเวทมนต์จริงๆหรอก เอาเข้าจริงๆเธอนึกสงสัยนักว่ามีใครอยากรู้เบื้องลึกของการออกวางแผนแสนระห่ำครั้งนี้บ้าง มันเป็นเรื่องบ้าบอแต่ก็เป็นไปแล้วภาษานับสิบภาษาที่คอยโอบอุ้มเวทมนต์นั้นสาบสูญไปแล้วคนที่เข้าใจก็ไม่ยอมถ่ายทอดต่อ คนที่ไม่เข้าใจก็ได้แต่โง่ต่อไปมันจึงเกิดปรากฏการณ์การเสื่อมทรามของเวทมนต์อย่างรวดเร็ว การตามหาบ่อน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เคยมีใครไปถึงจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุดจริงๆ

            เพราะต่อให้เจ้าหนุ่มจากโลกนั่นล้มเหลว เธอก็เชื่อเหลือเกินว่าสภาสูงแดนเวทมนต์นี่ยังมีความลับอีกมากมายและทรงพลังพอที่ค้ำจุนเวทมนต์ให้อยู่รอดต่อไป แต่คนเหล่านี้ที่กำลังถกเถียงไร้สาระโอ้อวดคุณสมบัติลูกหลานของตัวเองไปแกนๆทั้งๆที่ความสามารถจริงจะถึงหรือเปล่านี่ พวกเขากำลังหวังในสิ่งที่จะได้จากการเป็นส่วนร่วมของภารกิจนี้ รางวัลเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

            รางวัลใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรู้อะไรก็ได้ที่อยากรู้ ใครละที่จะไม่อยากสวยไปตลอดกาล ใครละที่จะไม่อยากแข็งแกร่งไร้พ่าย บางทีอาจจะเป็นวิธีการทำให้ตนเองเป็นอมตะแบบไร้ข้อเสีย ถามถึงปัญหาส่วนลึกที่ไม่มีใครตอบได้ นั่นคือสิ่งที่พวกเขาหมายปองจริงๆ

            “หลานชายข้าเป็นผู้ทรงเวททุกคนต่างเห็นในงานประลองฝีมือเวทมนต์แล้ว เขาเป็นที่หนึ่งข้าเสนอเขา”ริต้ามองไปทีชายชราผู้เชื่อมั่นเหลือเกินว่าหลานชายของเขานั้นเป็นเลิศในทุกด้านๆทั้งๆที่เธอรู้มาว่าเขาแอบเล่นตุกติกกับกรรมการ แถมคะแนนสอบก็หวิดจะร่วงเต็มที

            การเสนออย่างไร้สาระนี่ไม่รู้จะดำเนินไปถึงไหน เพราะการปรากฏตัวของอัญมณีน้ำตาแห่งเทพธิดาแท้ๆแถมยังเป็นหนึ่งในเทพธิดาแห่งธรรมชาติที่ปกติจะไม่สุงสิงกับมนุษย์ซะด้วย สปริง เทพธิดาแห่งใบไม้ผลิผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่นะ

            ริต้าเหลือบมองดูอัญมณีจำลองที่ถูกเสกโดยคาถาแยกตัวจาก อัญมณีตัวจริงที่ตอนนี้คงอยู่ติดตัวของนายไค เซนเคนไปแล้วด้วยมนตราปกป้องชั้นสูงสุด อัญมณีที่สามารถฟื้นฟูทุกสิ่งทุกอย่างที่มีชีวิตได้เป็นที่รวมของพลังแห่งชีวิต หากได้ถือครองก็จะชะลอความแก่ชราหากป่วยไข้ก็จะหายเป็นหนึ่งในสุดยอดแรร์อัญมณี และที่สำคัญมันถูกมอบให้แก่มนุษย์คนสำคัญเท่านั้น

            เมื่อคิดถึงนายคนนั้นเธอก็อดคิดไม่ได้ว่าหากไคได้มาเห็นการทะเลาะกันแทบจะฆ่ากันเพื่อเข้ากลุ่มเดินทางไปยังดินแดนลึกลับ แถมแต่ละคนก็ไม่ได้เรื่องพอๆกันมันจะมีใครสักคนไหมนะที่จะจริงใจพอและพร้อมจะช่วยเหลือคนที่ไม่ต่างอะไรกับตัวถ่วงดีๆอย่างหมอนั่นกันนะ

            ถ้าหากเลือกได้เธอคงเสนอตัวไปแล้วแต่ว่ากฎย่อมเป็นกฎ โลกยังต้องเดินต่อไปแม้ว่าจะให้อัครมหาจอมเวทย์ทั้งห้าซึ่งถือเป็นยศสูงสุดของจอมเวทที่กำลังนั่งปะปนอยู่ในองค์มนตรีไปด้วยมันจะง่ายกว่า โลกต้องเคลื่อนไหวต่อไปคนยุคใหม่ต้องหัดรับผิดชอบต่อโลกของตนเอง ส่วนคนยุคเก่าได้แต่นั่งมองคนยุคใหม่ล้มเหลวหรือสำเร็จราวกับเป็นคนดูไม่มีสิทธิ์เข้าไปช่วยเหลืออย่างตรงๆเว้นว่าจะเกี่ยวข้องกับตนเอง

            ตาแก่ยายแก่พวกนี้ล้วนแต่เป็นบุคคลที่แค่พลิกฝ่ามือก็ไปถึงที่นั่นได้ง่ายๆแท้ๆน่าปวดหัว เดี๋ยวพวกเธอต้องมาลงคะแนนเสียงงี่เง่านั่นอีกเพื่อเลือกคนไปเดินทาง จำนวนคนแค่สิบคนมันจะไปรอดอะไรถ้าไม่มีแต่พวกหัวกระทิแบบไม่ผสมน้ำ แล้วดูแต่ละรายชื่อที่เลือกมาให้เธอลงคะแนนมันคงจะรอดหรอกนะ

            ริต้าส่ายหน้าก่อนกดไม่ลงเสียง เธอคิดว่าอย่างน้อยก็ขอไม่ลงเสียงฆ่าหมอนั่นแล้วกัน เกิดมารู้ทีหลังว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่เอาตัวไม่ได้เรื่องไปให้ในภารกิจเสี่ยงตายบ้าบอแบบนี้เธอจะได้แก้ตัวได้ ก็ได้แต่หวังละนะว่าภารกิจนี้จะรอดแบบมีชีวิตครบสามสิบสองกลับมา

 

            “ฮ้าดเช้ย โอ้ย ใครบ่นเนี้ย”ไคที่กำลังถกแขนเสื้อทอดเต้าหู้อยู่ บ่นออกมาตั้งแต่เขากลับมาบ้านแล้วรู้สึกว่าจะจามบ่อยเหลือเกิน หลังจากทำนายเสร็จยมทูตสาวก็พาตะล่อนๆไปทั่วแนะนำสถานที่ต่างๆให้เขาไม่เว้นแม้แต่โรงแรมชั่วคราว ให้ตายเถอะคิดว่าเขาเป็นคนยังไงเนี้ยจากนั้นก็พาไปที่สำนักงานดุลลาฮาน ไคแอบใช้เนตรทิพย์ดูก็เห็นแต่หมอกดำๆเต็มไปหมดไม่เห็นกระทั่งมือตัวเองจนต้องรีบปิด และก็ได้สายตาค้อนจากสำนักงานยมทูตมาแบบเอาไปแจกช่างทั่วโลกได้ไม่มีหมด

            พวกนั้นขอดูอัญมณีที่ได้มา แล้วก็พูดจาด้วยภาษาถิ่นเร็วจี๋บางคนก็ไม่เชื่อต้องวิ่งมาดูบางคนก็ขอถ่ายรูปขอลายเซ็นพอมาถึงตรงนี้ อารี่ก็พาไคกลับมาส่งที่บ้านและจัดการสอนการขับรถให้ไคในระหว่างกลับมันง่ายกว่ามากๆ ไคค้นพบว่าตัวเองคุมรถได้ยอดเยี่ยมมันแค่ใช้จิตที่มั่นคงเท่านั้นในการบังคับรถคนที่เคยฝึกสมาธิมาแล้วอย่างเขาทำได้ไม่ยาก

            ก่อนไปอารี่สั่งว่าเธอต้องไปตรวจสอบเรื่องของผู้โจมตีที่มาโจมตีเขาในวันนี้ ดึกๆถึงจะกลับตอนแรกไคก็งงว่าเธอจะบอกเขาทำไม ที่แท้เธอก็จะมากินข้าวเย็นกับเขาไม่สิต้องบอกว่ามื้อค่ำ แต่ขืนไปเรียกตรงๆแบบนั้นมีหวังโดนเสยด้วยหมัดแน่ แถมพอไคเอาผ้าไปตากที่หลังบ้านก็เห็นว่ามียมทูและสัตว์ในตำนานแปลกๆคอยบินวนเวียนอยู่เป็นระยะ

            “เสร็จแล้วคานัน”ไคว่าส่งอาหารไปให้ หมอกสาวแสนสวยที่วันนี้อยู่ในชุดเอี๊ยมน่ารักมัดผมทรง ทวินเทลปากจิ้มลิ้มแลบลิ้นยินดีอย่างไม่รักษากริยา

            “ขอบพระคุณค่ะ โหย ไคเมนูนี้นะอยากกินมากๆ ทำเยอะๆเลย อา อย่อย”หมอกสาวที่ตอนนี้พัฒนามาเป็นการกินแบบมนุษย์มานาแล้วเพราะร่างกายเริ่มมีสะสารมากขึ้นจากการแช่น้ำทั้งวัน เธอบอกว่าน้ำจืดมากทำเอาเบื่อไปเลย

            “ตอนกินนะอย่าพูด ต่อให้เป็นหมอกก็เหอะ ฉันว่ามันน่าจะติดคอได้นะแล้วก็ทำแค่นี้ก็กินแค่นั้นแหละ”ไคบอกปัดๆพร้อมกับมองจานเต้าหู้ทอดที่แทบจะพูนจานใหญ่พร้อมน้ำจิ้มอีกสองถ้วย

            “บู่ คนอะไรไม่รู้ขี้งก เก็บไว้กินกับยัยยมทูตหน้าสวยนั่นละสิ ชิ”

          “เธอชื่ออารี่”

          “แน่ะๆ มีปกป้องด้วย นี่ๆ เลิฟๆกันแล้วเหรอ ไปถึงไหนแล้วอ้ะ เลิฟซีนกันยัง”ไคถึงกับปวดหัวขึ้นมาทันตากับคำถามของแม่หมอกสาว

            “ไม่มี ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ พูดมากเดี๋ยวยึดจานคืนแล้วไปกินน้ำเปล่าซะ”

          “อะอ๊า อย่าๆ ไม่พูดแล้วๆ”คานันรีบเอาหมอกล้อมไว้ทันที เป็นภาพที่ชวนสยองเหมือนกันดูเหมือนเธอจะทราบเหมือนกันจึงยิ้มแก้ตัวอย่างสดใสแล้วหันไปกินอย่างมนุษย์อีกครั้ง ไคมองอาหารที่ทำเพื่ออารี่ไม่รู้ว่าโอรี่จะมาด้วยหรือเปล่า ไม่น่าจะมาบังคับเขาเลยว่าต้องกินพร้อมกันเพราะตอนนี้เขาก็ชักหิวเหมือนกัน

            “เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำนะ”ไคบอก หมอกสาวพยักหน้าหงึกงักโดยไม่สนใจตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียว ไคส่ายหน้าก่อนเดินขึ้นไปอาบน้ำ แม้ว่าไม่อยากคิดมากแต่ก็ยอมรับเหมือนกันว่าคำทำนายนั่นก็ตามมาหลอกหลอนเหมือนกัน

            “ตายเหรอ ฉันนะน่ะ”ไคเหม่อมองตัวเองในกระจก ก่อนสะบัดไล่ความคิดที่จะทำพินัยกรรมต่อให้ไม่ทำมรดกก็ต้องตกเป็นของคนที่ใกล้ชิดที่สุดอยู่ เขามีแม่คนเดียวจริงสินะแม่มีนาตอนนี้อยู่ไหนแล้วนะ กำลังเดินท่องปารีสกับเพื่อนสนิทอยู่หรือเปล่า หรือว่าแอบเหล่หนุ่มๆอยู่

            “ลำบากใจเหมือนกันแฮะมีแม่วัยรุ่น”ไคบ่นปนขำๆ แช่น้ำร้อนทำให้เขารู้สึกคลายเมื่อยได้เป็นอย่างดีอะไรๆก็ดูจะรู้สึกดีไปหมดถึงว่าทำไมชาวญี่ปุ่นถึงได้ชอบแช่น้ำพุร้อน

           

            “นี่นาย ยัยยมทูตหน้าสวยอารี่รออยู่ข้างนอกแน่ะ”เสียงใสๆเอ่ย ไคหันไปก็ไม่เจอใครแต่ก็นึกได้ว่ามันน่าจะมาจากอินเตอร์คอมที่เขาสอนคานันให้ใช้ เพราะตอนนี้เขาใช้คานันให้เป็นยามเฝ้าบ้านไปแล้วไม่รู้เหมือนกันว่าจะดุไหม แต่บางทีอาจจะเป็นแบบพวกพุดเดิ้ลสวยขี้อ้อนเอาแต่ใจแต่ใช้การไม่ได้ ไม่รู้ว่าคิดดังไปหรือเปล่า มีเสียงไม่พอใจมากจากอินเตอร์คอมด้วย

            ไคแต่งตัวง่ายๆคือกางเกงยีนส์และไม่ใส่เสื้อเพราะเสื้อผ้าเอาไปซักหมดแล้วเหลือแต่ยีนส์นี่แหละที่ยังไม่ได้ซัก มันไม่ใช่ความผิดเขาเลยนะถ้ายัยหมอกสาวไม่หวังดีโกยผ้าทั้งหมดในกระเป๋าลงเครื่องแถมยังไม่แยกสีอีก ไม่รู้ว่าสีจะตกไหมคิดแล้วเซ็ง

            “ไง รอนานไหม อาหารรออยู่แล้วมีของว่างด้วยนะ...อ้า โอรี่ กะแล้วว่าเธอต้องมาทำเผื่อไว้แล้วละนะ”ไครีบพูดเพื่อหวังลดแรงความเหวี่ยงวีนของอารี่ แต่ผิดคาดที่พวกเธอเอาแต่นิ่งไม่กระดุกกระดิก

            “เฮ้ เป็นอะไรไหม” ไคทำท่าจะเข้าไปใกล้ สองยมทูตสาวตอบโต้ทันทีด้วยการเคลื่อนย้ายในพริบตาจนไคมองไม่ทันรู้ตัวอีกทีอารี่ก็เรียกเคียวออกมาแล้ว ส่วนโอรี่เอาหนังสือฆาตกรรมหมู่ฯบังหน้าอย่างเอียงอายไม่รู้เหมือนกันว่าอันไหนมันน่ากลัวกว่ากัน เคียวยมทูตเพียวๆกับหนังสือแอบอำมหิตพรรค์นั้น

            “ไปใส่เสื้อซะ เจ้าบ้าคิดอะไรทำไมไม่ใส่เสื้อ เสื้อเขามีไว้ให้ใส่ ไม่ใส่นี่มันหมายความว่าไงฟะ อวดเรอะคิดว่าหุ่นดีตายแหละ”อารี่พูดอย่างรวดเร็ว ไคเห็นว่าเธอแอบหน้าแดงด้วยใบหน้าสวยดุแบบสาวฝรั่งเศสกำลังอายทำให้ดูสวยไปอีกแบบ

            “เสื้อซักไปแล้ว มันเป็นเรื่องของความผิดพลาดน่ะ ตอนนี้ก็เหลือแต่กางเกงละ”ไคบอกตรงๆ แต่สองสาวก็ยังไม่เปลี่ยนท่าที จนโอรี่ถอดเสื้อคลุมจอมเวทให้ใส่นั่นแหละทั้งสองคนถึงจะยอมเข้าใกล้แต่ก็ยังเว้นระยะเอาไว้ ทำอย่างกับเป็นเชื้อโรครังเกียจมากนักก็อย่ามากินข้าวบ้านเขาสิฟะ

            ไคก็ได้แต่คิด ในระหว่างจัดอาหารและวางโต๊ะโดยมีโอรี่ที่ไม่พูดอะไรเป็นผู้ช่วย อารี่ไม่ได้ทำอะไรเอาแต่นั่งเช็ดขวดไวน์แดงโดยแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้อย่างชัดเจน

            “โหว    นี่อะไรอะ นี่ด้วยๆ จานนี้น่ากินมากๆ โอ๊ะๆ อันนี้ฉันรู้จักเต้าหู้ทอดใช่ไหม ว้าว สุดยอด”บรรยากาศเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมเมื่อ อาหารวางพร้อม

            “หมูกระเทียมทอด แต่อันนี้หมูป่านะตอนหมักฉันว่าคงเหนียวแหงๆ อันนี้เรียกเนื้อหมักซีอิ้วหมดชุดนี้ก็ไม่มีเหลือแล้วนะ เนื้อมีสี่ขีดที่ผ่านมาก็กินแบบไม่เต็มที่ครั้งนี้ก็เลยจัดหนักๆหน่อย”ไคอธิบายสองยมทูตดูจะชอบใจมาก กินเนื้อที่ละน้อยๆส่วนไคไม่กินเนื้อเลยเพราะทำผักบุ้งไฟแดงส่วนตัวไว้แล้วเขายังมีเรื่องจะถามสองคนนี้ด้วย

            “นี่ เรื่องวันนี้ว่าไงบ้างละ”ไคเอ่ยถามราวกับว่ากำลังถามเรื่องดินฟ้าอากาศไม่สำคัญอะไร แต่อารี่กับโอรี่สบตากันแวบหนึ่งราวกับนัดแนะกันมาแล้ว

            “เป็นพวกที่มาจากฝ่ายมืดน่ะ มันคงต้องการอัญมณีนั่น”อารี่ตอบ หากไคเลือกได้อยากจะเปิดเนตรแล้วดูซิว่าเธอโกหกหรือเปล่าแต่ทำไม่ได้เพราะจะกลายเป็นการเสียมารยาทและแสดงออกว่าไม่เชื่อใจพวกเธอ

            “อัญมณีนั่นมันมีดีขนาดนั้นเลยเหรอ”

          “ดีขนาดที่ว่า มีคนยอมตายเพื่อให้ได้มันมาเลยละคะ ยิ่งมีลักษณะแบบนี้ด้วยฉันเชื่อค่ะว่าต้องมีคนคิดแย่งชิงมันไปอีกแน่ๆ ไม่งั้นที่สำนักงานเวทมนต์เขาไม่ร่ายเวทปกป้องของชิ้นนั้นให้กับคุณมากมายขนาดนั้นหรอกคะ”เธอเอ่ยพลางมองไปที่หน้าอกของไค ที่ตอนนี้มีรอยสักล้อมรอบอัญมณีที่ตอนนี้เปล่งแสงสีเขียว อัญมณีนั่นถูกฝังลงไปตรงกระดูกใกล้หัวใจ เนื่องจากเชื่อว่ามันจะฟื้นฟูหัวใจให้ยามที่บาดเจ็บ

            “ฮะๆผมมองทีไรชอบนึกว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนอยู่เรื่อย ไม่รู้ว่าจะมีการร้องเตือนเวลาหมดหรือเปล่า แบบนั้นละแย่เลยไม่รู้ทางกลับดาวเอ็มเจ็ดสิบแปดซะด้วย”ไคเล่นมุกที่คิดว่าน่าจะฮา ถ้าเป็นเพื่อนๆนะปานนี้ลงไปกลิ้งแล้ว แต่

            “...”

            “อะไร ตร้าๆแมนๆน่ะ แล้วทำไมต้องเวลาหมด อัญมณีนี่มีพลังในตัวเองไม่มีวันหมดง่ายๆหรอกนอกจากนายจะใช้มันในทำสิ่งที่เกินตัวอย่างพยามจะคืนชีพคน เล่นอะไรของหมอนี่ฟะ”อารี่ตอกให้ทันที ไคถึงกับหน้าเสีย ลืมไปว่ายัยพวกนี้ไม่รู้จักอุลตร้าแมนนี่หว่า

            “อย่างที่คุณไคน่าจะทราบนะคะว่าอัญมณีเม็ดนี้มีพลังในการฟื้นฟู ระวังหน่อยนะคะมนตราของพวกเราปกป้องไม่ให้ใครมาขโมยไปได้ก็จริง แต่ก็ยังมีวิธีอีกมากในการแย่งชิงมันไป”โอรี่บอกอย่างถนอมน้ำใจ แต่ไคก็เดาได้ว่าวิธีเหล่านั้นคงไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่าไร่

            “ครับ แล้วตามตัวมันเจอไหมครับ”ไคกลับมาสู่ประเด็นหลักอีกครั้ง อารี่เลิกคิ้วนิดๆ

            “ไม่เจอหรอก มันทำลายหลักฐานไปหมดแล้วกลิ่นไอเวทมนต์ที่พอจะตามได้ก็แทบไม่มีเพราะโดนไอเวทของเทพธิดาสปริงกลบไปหมด เธอคงใช้เวทสะท้อนเวลามาพบนายจริงๆนั่นแหละคนอะไรโชคดีชะมัดได้พบเทพอย่างง่ายๆซะงั้น”อารี่บ่นเซ็งๆ เพราะเธอไม่เคยเจอเลยแม้ว่าจะเป็นดุลลาฮานมานานเต็มที ผิดกับน้องสาวของเธอที่เจอมาแล้วถึงสององค์

            “ผมว่าเรื่องนี้มันแปลกๆอยู่นะ ถ้าพวกเทพธิดาแข็งแกร่งขนาดนั้นอะไรกันที่เขาบอกจะเป็นภัย ถ้าผมไม่รีบไปที่บ่อน้ำนั่น เรื่องราวมันดูมีปมแปลกๆนะครับแถมยัง....”

          “ไค เราก็ไม่รู้อะไรมากพอหรอกนะ ที่นายถามๆอยู่น่ะมีแต่คนที่สูงกว่าฉันเท่านั้นถึงตอบได้แต่พวกนั้นคงไม่ตอบนายหรอก ส่วนเรื่องพวกนั้นก็อย่าไปคิดมากเลยคิดซะว่ามันเป็นเกมและกัน ตอนนี้นายก็กำลังรับภารกิจไง เดี๋ยวมันก็มีคำใบ้มาให้นายใช้เองแหละ”อารี่ตัดบท แถมคำพูดมันดูตีรวนพิกลๆ

            “พี่คะ อย่าอิจฉาไคสินะ ชีวิตคนมันเทียบกับได้เกมที่ไหนไคเขาไม่ใช่ยมทูตอย่างเรานะที่จะตายแล้วฟื้นไม่สิ้นสุดนะ”โอรี่พูดประโยคนี้คล้ายมีเงามืดแฝงเร้นเข้ามา อารี่ยักไหล่อย่างไม่สนใจ

            “อิจฉา อิจฉาอะไรฉัน บอกหน่อยสิ”ไคยิ้มๆ อารี่เช็ดปากก่อนจะมองอย่างหาเรื่อง

            “ฉันไม่ได้อิจฉานาย จุดประสงค์ที่จะบอกก็คือนายมันคิดมากเกินไป เอาคำทำนายมาปนกันมั่วไปหมด ขอบอกนะถ้านายคิดว่านายจะต้องตายนายก็ตาย ไม่ใช่เพราะอุปสรรคหรอกนะแต่เพราะนายมันใจไม่สู้แค่เห็นทางขวากหนามทางขรุขระนายก็กลัว ก็เกรงไปหมด มองนายผิดไปจริงๆนะ”อารี่บอกออกมาตรงๆ ไคค่อยเข้าใจว่าเธอคิดว่าเขาคิดมากเรื่องภารกิจและความตายที่รออยู่ แต่รู้สึกเหมือนกันว่าเขาออกจะกังวลนิดๆ

            “แหม พูดซะอย่างกับนางเอกให้กำลังใจพระเอกก่อนออกไปปราบจอมมารเลยนะครับ”ไคพูดจบอารี่ที่กำลังดื่มไวน์แดงอย่างสง่างามถึงกับสำลักทันที

            “แค่กๆ ใคร แค่กๆ ใครนางเอก ฉันไม่ใช่นางเอกของนายแน่เฟ้ยพนันได้เลย”

          “ฮ่าๆ ผมล้อเล่นน่ะครับ เต้าหู้ทอดยังมีอีกเอากลับไปทานที่บ้านไหมครับเดี๋ยวผมแร็กซีนให้”ไคเอ่ยถามโอรี่ที่กำลังหน้าแดงอีกแล้ว ดูท่าเธอจะอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้มากเลยนะ

            “ค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยค่ะ แล้วถ้าอยากจะจีบพี่จริงๆก็เอาเลยคะ พี่เขาบ่นมาตั้งนานแล้วว่าอยากลองมีแฟนเป็นมนุษย์บ้าง”

          “เดี๋ยวเซ่ ไอ้ที่พูดน่ะมันตั้งร้อยกว่าปีที่แล้วไม่ใช่หรือไง”อารี่รีบแก้ตัวหน้าแดงพอๆกัน

            “แหม ตั้งแต่นั้นพี่ก็ไม่เห็นจะมีใครเลยนี่ ไคเค้าก็ดีนะ...”โอรี่กำลังจะพูดต่อ แต่อารี่ก็งัดประเด็นสำคัญมาเบี่ยงหัวข้อสนทนาทันที

            “นี่ไค นายรู้เรื่องการลงเสียงหาตัวคนเดินทางไปกับนายหรือยัง”อารี่ถามไคขึ้น ไคเลิกคิ้วหันมามอง

            “เขาไม่ได้จัดเตรียมไว้เหรอครับ”ปกติถ้าคิดตามตรรกะแล้ว ของแบบนี้น่าจะวางตัวเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ รีเจ้นบอกว่าเขาถูกวางตัวไว้นานมากแล้ว แล้วทำไมถึงยังไม่มีผู้เดินทางร่วมอีกละ

            “จัดนะจัดอยู่ แต่สภาสูงพอยกเรื่องนี้มาพูดก็ชอบมีเรื่องมีราวทุกทีมันเลยไม่ค่อยหยิบยกมาเป็นหัวข้อประชุมนะ นี่พอมีสัญญาณให้รีบเร่งก็เลยต้องมาตาลีตาเหลือกเลือกกันแบบนี้แหละ ความจริงพวกสภานี่เขาโปรแกรมนายให้ไปอีกสามเดือนนะจะบอกให้ระหว่างนั้น นายจะได้ฝึกภาษาแบบเบาๆสื่อสารกันพอรู้เรื่องเวทมนต์สักบทสองบท วิชาดาบพอป้องกันตัวได้ แต่น่าแปลกใจนะครั้งนี้ทั้งสภาดันเห็นตรงกันทุกฝ่ายไม่น่าเชื่อเลยละนะ”

          “หื้อ ทำไมละมันเป็นเรื่องที่สมควรไม่ใช่เหรอ”ไคชักงงๆ

            “ไม่หรอก ความเชื่อก็คือความเชื่อ มันก็มีบางส่วนนะที่ไม่เห็นกับตาได้ยินกับหูหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่เชื่อคนอื่นท่าเดียว พวกนี้เชื่อในหลักวิทยาศาสตร์ของพวกนายอะแหละและก็ชอบขัดแข้งขัดขาสภาเวลาทำเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อโบราณหรือเกี่ยวกับพวกเทพ ก่อนที่นายจะมาพวกนี้ก็ฟาดปากกับสภาสูงจนอ่วมไปแล้วรอบหนึ่งเรื่องการเดินทางไปบ่อนั่นน่ะ”

          “วุ่นวายเหมือนกันแฮะ แล้วคนที่เลือกมาเดินทางกับฉันนี่เป็นยังไงมั่งละ เก่งกว่าเธอไหม”

            “โอรี่ หมอนี่มันถามฉันว่าพวกนั้นเก่งกว่าฉันไหม ฮะๆ จี้เป็นบ้า ฮ่าๆ”อารี่หัวเราะสดใสแต่ไคสิงง หรือว่าเกจวัดความเก่งของที่นี่มันใช้ไม่ได้

            “พี่ค่ะ ไคเขาไม่รู้เรื่องด้วยซะหน่อย ไคคะเอามนุษย์มาเทียบกับยมทูตอย่างเราไม่ได้หรอก ต่อให้เป็นยมทูตที่ต่ำศักดิ์อ่อนด้อยที่สุดมนุษย์ที่เก่งที่สุดก็แพ้ค่ะ มันเป็นเรื่องของการข่มกันเหมือนลมข่มไฟอะไรทำนองนั้น”

          “อ้อ แบบนี้นี่เอง แล้วเธอคิดว่าเก่งไหมละ ฮะ ที่นั่นมันไม่เคยมีใครไปถึงคงเลือกเอาแต่คนที่เป็นหัวกระทิสดๆมาเลยละสิ”ไคยิ้มพรายอย่างคาดหวัง อารี่กับโอรี่สบตากันเล็กน้อยอย่างมีความหมาย

            “ช่างเหอะ เดี๋ยวนายก็รู้ อ้อ นี่ๆ นายเชิญคนไปได้อีกสองคนนะ อยากเชิญใครเชิญได้เลย อะเทียบนี่”อารี่ส่งเทียบสีแดงมาให้ไค ไครับออกมาอ่านพบว่าเป็นภาษาของโลกนี้อีกแล้ว มันเหมือนการ์ดซะมากกว่า อย่างกับซองอั่งเปาเลยแฮะ ไคคิดเล่นๆ

            “แต่เชิญได้เฉพาะคนในโลกนี้เท่านั้นนะ อีกสักสี่วันห้าวันนี่แหละเดี๋ยวจะมีการแจ้งให้นายไปพบกับสมาชิกของผู้ร่วมเดินทาง ช่วงนี้ก็เดินๆเล่นๆกินนอนไปตามสบาย”อารี่บอก ไคกลับรู้สึกเหมือนหนักอึ้ง ไอ้อยากผจญภัยตอนแรกมันก็รู้สึกดีอยู่หรอก พอมาคุยกับอารี่เขาถึงได้รู้ว่าสภาพเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับตัวถ่วงตัวหนึ่ง

            วิชาอะไรก็ไม่มีติดตัว มีแต่แม่ไม้มวยไทยเกิดเจอสัตว์อสูรอย่างเคลเบลรอสก็เป็นกระดูกให้มันคาบเล่นอย่างเดียวละทีนี้ เวทมนต์ก็ไม่มีสักบท เวทมนต์ จริงด้วย

          “อารี่ เธอช่วยสอนเวทมนต์ให้ฉันหน่อยสิ เอาสักบทสองบทที่มันแรงพอจะป้องกันตัวเองได้น่ะ”ไคเอ่ยจบอารี่กลับมีสีหน้าประหลาดพิสดาร

            “จะบ้าเหรอ มนต์ตราของฉันเป็นสายความตายสิ่งมีชีวิตทุกชนิดใช้แล้วจะเป็นผลร้ายทั้งสิ้น ยิ่งกับนายมันจะอันตราย ไม่สิกับนายโดยเฉพาะเป็นเท่าตัว ฉัน ฉันเสียใจฉันสอนให้ไม่ได้จริงๆ”อารี่ปฏิเสธแววตาไม่ได้มีความล้อเล่นอะไรอีก ไคพยักหน้าอย่างเข้าใจได้แต่นึกหาเหยื่อคนถัดไปจะไปขอร้องเจ้าเด็กบ้าอย่างลูเซียสมันก็นะท่าจะไม่รอด หรือ คิทชินอันนี้ก็ไม่สนิท

            “ไคคะ เดี๋ยวพวกฉันไปก่อนนะคะ”โอรี่แตะแขนไคเพื่อเรียกไคออกมาจากภวังค์แห่งความคิด ไคพยักหน้าพร้อมกับย้ำว่าเดี๋ยวจะซักเสื้อคืนให้ในวันพรุ่งนี้

คืนนั้นความรู้สึกกังวลใจมันคืบคลานเข้ามาในจิตใจเขาจริงๆ คืนนี้แม้คานันจะดูสารคดีสัตว์โลกเวทมนต์แบบเลือดกระเซ็นติดจอ เขาก็ยังรู้สึกเฉยๆคานันยังมีแก่ใจอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้ฟังอีกพร้อมทั้งอธิบายจุดอ่อนและวิธีกำจัดอย่างเสร็จสรรพ

           

          หมาป่าตัวใหญ่ขนาดเท่าภูเขาลูกย่อมๆแม้จะใหญ่แต่เขาก็แปลกใจที่ยังมองเห็นมันได้ทั้งหมดในด้านหนึ่งดวงตาของมันเปล่งประกายสีทองอำพันลึกลับ มันไม่ได้แยกเขี้ยวหรือตั้งท่าขู่คำรามกลับกันมันแค่นอนเฉยๆมองดูมาทางไคอย่างสงสัยใคร่รู้มากกว่า

 


          “
มิตร หรือ ศัตรู แยกให้เป็น”

 

            “หะ”ไคผุดลุกขึ้นมาบนเตียงทำให้คานันที่ตอนนี้มีสะสารมากพอมีสภาพคล้ายโดนผลัก กลิ้งโคโร่ลงจากเตียงหล่นไปที่พื้นเสียงดัง ตุ้บ จากนั้นก็ปรากฏสายตาดุๆจากสาวสวยแต่เช้า

            “ฝากไว้ก่อนเถอะ”คานันกระซิบทั้งน้ำตาแล้วก็จางไปไหนไม่รู้ สงสัยสาวเจ้าจะงอนแต่ไคมีเรื่องให้คิดมากกว่าเรื่องหยุมๆหยิมๆอย่างเด็กน้อยขี้งอน เช้านั้นเขาอาบน้ำโดยไม่รู้ตัวเลยว่าอาบมาได้ยังไงรู้ตัวอีกทีคือตอนกำลังกัดขนมปังแข็งกระด้างแบบฝรั่งเศสสมัยดั่งเดิมของแท้ ขนมปังแถวของฝรั่งเศสนั้นแต่เดิมไม่ได้นุ่มจนแค่กดนิ้วเบาๆเนื้อก็ขนาดตรงกันข้าม มันแข็งขนาดฟาดคนหัวแตกได้สบายๆ

            “ฟันจะหัก อะไรของมันฟะ”ไควางลงอย่างไม่สบอารมณ์ เขากังวลกับคำพูดที่ติดหู มันเป็นเสียงทุ้มลึกของผู้ที่ผ่านโลกมามาก กังวานและมีพลังเหมือนโอดินแต่ยังด้อยกว่ามากมายจริงสินะโอดินนั้นชื่นชมหมาป่าบางทีอาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงของโอดินก็ได้ แต่จะส่งมาทำไมมีอะไรให้ต้องส่งสารหรือไง ไคส่ายหน้าไล่ความคิด

            เสื้อสีตกจริงๆอย่างที่คิด เสื้อสีขาวจำนวนหกตัวต่างมีสีสันจางๆราวกับเป็นภาพอิมเพลสชั่นนิส ใส่แล้วอารมณ์ได้ฮาร์ดคอร์มาก ไคถึงกับยืนอึ้งไปสองนาทีเมื่อเห็นภาพเหล่านี้ ได้แต่ตัดสินใจออกจากบ้านไปซื้อเสื้อผ้าใหม่

            เหมือนอยู่ต่างประเทศนั่นแหละ นั่นคือสิ่งที่ไคพยามคิดคนต่างถิ่นเมื่อไปอยู่ต่างประเทศก็ต้องเจอประสบการณ์หัวเดียวกระเทียมลีบแบบนี้ บากหน้าไปขอร้องใครก็ไม่ได้เพราะวันนี้เป็นวันทำงานไคเดาว่ายมทูตสาวเองก็คงมีธุระปะปังเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้จึงต้องใส่ชุดโค้ทและเสื้อสีดำที่ยังพอดูดีอยู่

            “อ๊ะ นายจะไปไหนอะ”คานันที่ตอนนี้โผล่มาดูทีวีที่ห้องนั่งเล่นเอ่ยถามอย่างสงสัย

            “ไปซื้อเสื้อน่ะ พอดีสีมันตกใส่ดูท่าคงใส่ไม่ได้อีก หึหึ”ไคยิ้มสยองให้ไปทีหนึ่ง

            “อ๊ะ เอ่อ โชคดีนะ ฮ่าๆ เดี๋ยวฉันเฝ้าบ้านให้เอง”สาวน้อยพยามทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ ไคก็ได้แต่ปลงตอนนี้เขาไม่มีกำลังอะไรจะไปสั่งสอนเธอ ก็ได้แต่ปลงๆในสถานภาพกึ่งทาสแบบนี้นะน่ะ

           

            รถที่ไม่ต้องเติมน้ำมันแค่เสียค่าบำรุงบางส่วนเท่านั้น สุดยอดรถในฝันเลยนะเนี้ยถึงแม้ว่ามันจะใช้พลังงานจามนุษย์ที่มีพลังเวทก็เถอะ การขับรถม้าแบบนี้อาศัยอยู่ที่ความเคยชินกับพลังเวทถ้าคนไม่เคยขับเลยแต่มีพื้นฐานครบ พลังเวทถึงระดับก็สมารถขับได้ทันทีเหมือนไค พลังเวทอย่างไคแม้จะไม่รู้ตัวแต่อยู่ในระดับที่สูงมาก

            ไคตรงดิ่งไปห้างสินค้าเวทมนต์ทันที ไม่นานก็ถึงจุดหมายผู้คนยังคงคับคั่งแต่ยังดูบางตาไปมากเพราะเป็นวันธรรมดาที่หลายๆคนก็ยังมีภารกิจธุระ ไคตวัดแส้ครั้งเดียวรถม้าก็หายไปเขาเก็บแส้ลงกระเป๋าเสื้อด้านในตอนนี้สภาพไคก็ไม่แตกต่างเท่าไร่คนอื่นๆ บวกกับเขาไม่ได้หน้าตาดีอะไรมากมายออกจะธรรมดานิดๆ

            การไม่มีใครสนใจเป็นเรื่องแปลก ไคเดินไปตามห้างรู้สึกเหงาๆเหมือนกันที่ไม่มีใครมาเป็นเพื่อนถ้ามี  อารี่มาด้วยป่านนี้เธอคงลากตัวเขาไปดูข้าวของต่างๆพร้อมแนะนำอีกสารพัด ไคซื้อเสื้อยืดที่คาดว่าน่าจะเป็นเสื้อยืดธรรมดาๆมาห้าตัวและเดินออกจากห้างทันที

 

            ฟู่

            ขนมปังที่ลอยอยู่กลางอากาศ ถูกไฟสีน้ำเงินเผาอย่างพอดีจนเหลืองส่งกลิ่นหอมนมข้นหวานลอยขึ้นมาแผ่เป็นวงกลมขนาดเท่าถ้วยรองกาแฟแล้วโปะเข้าไปซึมไปทั้งก้อน จากนั้นก็ลอยลงไปนอนอยู่บนกระดาษห่อที่เตรียมไว้อย่างสวยงาม

            นี่สิถึงจะเรียกว่าอาหารเวทมนต์ ไคยืนมองคนขายทำแบบนี้มาสักสิบนาทีได้แล้วมั้ง ตรงอยู่หน้าสวนสาธารณะจึงมีพ่อค้าแม่ค้ามาหาบเร่ขายของ แต่พ่อค้าคนนี้มีลีลาน่าสนใจที่สุด ในที่สุดไคก็ตัดสินใจลองเอาซักหน่อย

            “เอาสองอัน เครดิต”ไคชี้ไปที่ขนมปังที่วางอยู่แล้วชูนิ้วสองนิ้ว ก่อนจะยื่นบัตรเคดิตให้จากนั้นพ่อค้าก็พูดจาน้ำไหลไฟดับปกติก็ไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว แต่ยิ่งมาพูดเร็วๆแบบนี้ยิ่งไม่รู้เรื่องไปกันใหญ่ขณะที่คิดว่ากำลังจะถอยอยู่นั้นเองกลับมีคนเดินเข้ามา พูดอะไรบางอย่างสีหน้าพ่อค้าเหมือนเจอสัตว์ประหลาดก่อนจะรีบทำให้อย่างรวดเร็วนับสิบแผ่น

            “ร้านนี้เขาไม่รับบัตรเครดิตหรอก สถานที่ใช้บัตรเครดิตได้มีแค่ห้างกับตลาดไม่กี่แห่งเท่านั้น นี่ผมซื้อให้แล้วนะ กินได้ตามสบาย”ชายเข้ามาใหม่มีลักษณะเหมือนเทพบุตรก็ไม่ปานหล่อลากดิน ผมสีดำดวงตาดำออกเย็นชานิดๆดูท่าหมอนี่คงมีสาวกรี๊ดชัวร์

            “ขอบคุณมากครับ ผมชื่อไค เซนเคน”ไคขอบคุณยิ้มพร้อมแนะนำตัวทันที อีกฝ่ายดูแปลกใจกับท่าทางนิดๆก่อนหยักหน้าแล้วจ่ายเงินเป็นเหรียญๆให้กับพ่อค้า

            “ผมชื่อเทรน ฟีเนเซียร์ร่า”เทรนพูดจบก็ทำท่าจะเดินหายไป ไคออกจะงงๆพึ่งรู้จักกันหมอนี่จะไปไหน

            “นี่นายจะไปไหนเหรอ”ไคตามตื้อทันทีอุตสาห์เจอคนที่พูดกันรู้เรื่องทั้งที ต้องจอยกันหน่อย

            “อ๊ะ เอ่อ ผมอยู่คุยกับคุณไคคงไม่ดี เงินก็ไม่ต้องก็ได้นะครับ”อีกฝ่ายพูดโดยไม่สบตา หมอนี่มันเป็นโรคขี้อายขั้นสาหัสแน่ๆ

            “ใครบอกว่าผมไม่อยากคุย ตอนนี้นะผมอึดอัดขนาดว่าถ้าระเบิดได้เพราะความอึดอัดนี่ระเบิดไปนานแล้วละ”ไคกล่าวอย่างติดตลก ดูเหมือนอีกฝ่ายก็ตลกเหมือนกันจึงยิ้มๆ

            “แต่จะดีหรือครับ”

          “เฮ้ย พูดจาแบบนี้นายรังเกียจฉันเหรอ ขอโทษนะที่รบกวน”ไคแกล้งโยนหินถามทาง

          “เปล่าๆ คือ แบบว่าฉันมันตัวอันตราย ใครๆเขาก็ไม่อยู่ใกล้ฉันกันหรอก”เทรนบอกด้วยสีหน้านิ่งสนิทอะไรบางอย่างในตัวเทรนจุดประกายให้ไคเห็นความคนๆนี้จริงใจ ด้วยความไม่ใส่ใจไคจึงดึงมือเทรนด้วยมือที่ว่างอยู่ทันที

            “งั้นก็มาเล่าให้ฉันฟังหน่อย ฉันอยากรู้ อ้อ ตรงนั้นว่างพอดีเลย”ไคลากตัวชายหนุ่มทันที โต๊ะม้าหินอ่อนสร้างด้วยรูปแบบอย่างกับบัลลังก์ราชาอยู่ในมุมลับตานิดๆ เทรนดูจะแปลกใจและดีใจไปพร้อมๆกัน

 

 

 

          เวทมนต์มีหลากหลายรูปแบบมากมายจนอาจจะถึงขั้นไร้ขอบเขต หนึ่งในนั้นคือเวทมนต์แบบสถิตวิญญาณ โซลเมจิค โซลเมจิคเป็นเวทมนต์ที่จะตรึงอยู่กับวิญญาณของผู้ใช้มันมีความลี้ลับอยู่ในตัวและไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก ด้วยทราบดีว่ามันก้ำกึ่งกับการแลกวิญญาณเพื่อให้ได้เวทมนต์ที่ทรงพลังมา คนทั่วไปจึงมองว่าเป็นความขี้โกงและอยุติธรรม เป็นเวทมนต์ที่เกือบจะถูกจัดอยู่ในด้านมืดแล้ว

            โซลเมจิค บทหนึ่งที่ตระกูล ฟีเนเซียร์ร่าคิดค้นขึ้นคือ เอเนจี้เมจิคมันคือเวทมนต์ที่ทรงพลังและควบคุมไม่ได้ทันทีที่ กราฟ ฟีเนเซียร์ร่าประดิษฐิ์มันขึ้นมาได้มันก็ตรึงเข้ากับวิญญาณและร่างกายทำงานราวกับเป็นปรสิตที่คอยควบคุมทั้งร่างกายและจิตใจ กราฟเป็นอัจฉริยะจอมเวทเขารู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือภัยหายนะใหญ่หลวง เวทมนต์บทนี้เป็นเวทที่ใช้เพื่อการทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างเขาจึงจัดการปิดผนึกมันไว้ได้ทันกาล

            แต่น่าเสียดายที่การปิดผนึกไม่ทำให้เวทมนต์สูญสิ้นไปกับเขาด้วย เมื่อกราฟรู้ว่าเวทเอเนจี้เมจิคคือหนึ่งในประเภทโซลเมจิคที่จะติดวิญญาณไปแต่มันจะแยกตัวออกก่อนที่นายเก่ามันจะตาย หากนายเก่ามันมีบุตรหลานที่สืบทอดวิญญาณ เวทบทนี้ก็จะติดตามไปด้วย

            โชคดีที่กราฟรู้ก่อนที่จะมีบุตรสืบสายเลือด แต่เอเนจี้กลับมีความนึกคิดเป็นของมันเองมันทำตามสัญชาติญาณ เมื่อกราฟมีจิตใจรักหรือเพียงแค่ชื่นชม เอเนจี้เมจิคจะทำงานโดยการแปรสภาพกลายเป็นพลังงานจู่โจมอีกฝ่าย และให้กำเนิดวิญญาณและสายเลือดของกราฟทันที

            เมื่อ วิเวียน เซียร์ดาร์ หนึ่งในยอดหญิงเวทมนต์ที่เก่งกาจรอบด้านถูกโจมตีด้วยมนต์บทนี้มันทำให้เธอท้องทันที เธอกลับกลายเป็นภารชนะโอบอุ้มบุตรและสายเลือดของกราฟทันทีไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามเด็กที่อยู่ในท้องก็มีโซลเมจิคที่ทรงพลังอยู่มันจะคอยปกป้องชีวิตของทารกที่เกิดมา ไม่มีใครฆ่าทารกได้

            เด็กที่เกิดมาถูกรังเกียจจากมารดาทันที เพราะว่าเด็กคือผลผลิตที่เธอไม่เคยต้องการแม้ว่ากราฟจะไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลยก็ตามที โซ่แห่งคำสาปก็เริ่มหมุนวนคนที่มีโซลเมจิคเอเนจี้นี้จะเป็นบุคคลที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่มีใครอยากเป็นเพื่อน ไม่มีสตรีใดที่ย่างกรายเข้าใกล้

            หนึ่งในสาเหตุที่ไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนกับผู้ถือครองเอเนจี้เมจิคก็เพราะว่า เวทมนต์ผนึกที่กราฟคิดค้นขึ้นนั้นจำเป็นต้องใช้เลือดของผู้ที่ถือครองเอเนจี้ยอมรับว่าเป็นเพื่อน เพราะกราฟต้องการที่จะใช้เวทมนต์ของเขาได้รับการอนุญาตทุกครั้งก่อนใช้ แต่มันตาลปัตรกันเมื่อหนึ่งในทายาทของเขาฆ่าเพื่อนรีดเลือดเพื่อทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง

            “เพราะฉะนั้น ฉันเลยไม่มีใครคบด้วย ลำพังแค่พูดแค่คุยยังไม่มีเลย การติดต่อสื่อสารข่าวสารอะไรฉันก็ได้รับอนุญาตให้เป็นแค่ตัวอักษรเท่านั้นไม่มีภาพอะไร ที่สำคัญดวงตาของฉันนายดูดีๆนะ ที่ตรงนี้มีรอยสักชนิดพิเศษที่จะทำให้เวลาฉันเห็นผู้หญิงมันก็จะกลายเป็นร่างเงาๆ เรียกว่าบอดสตรีก็ได้”เทรนเล่ายืดยาวเหมือนมันเป็นเรื่องเล่า แต่ที่แตกต่างคือไม่ว่าไคจะถามอะไรเทรนก็ตอบได้หมด

            “โห มีชีวิตเหมือนถูกจองจำเลย มันไม่มีวิธีแก้หรือไง”ไคเอ่ยถามเมื่อได้ฟังโชคชะตาสุดหดหู่จากคนตรงหน้า ซึ่งทำแค่ยิ้มเล็กๆ

            “ไม่มีหรอก ฉันและบรรพบุรุษอีกสิบรุ่นขึ้นไปต่างตามหาทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่รุ่นที่ห้าที่เป็นคนสร้างเรื่องอื้อฉาว ตั้งแต่เกิดเรื่องรุ่นที่หกลงมาก็ถูกกำจัดสิทธิ์การใช้ชีวิตจนมาถึงรุ่นฉันนี่แหละ”

          “แย่แฮะ แล้วมีลูกได้ยังไงละถ้าถูกจำกัดสิทธิ์น่ะ”ไคสงสัยแต่เทรนกลับยิ้มอย่างยากเย็น

            “นักโทษหญิงที่มีโทษร้ายแรงที่สุด คือโทษประหารจะถูกบังคับให้รับการตั้งท้องของทายาทโซลเมจิค แล้วมันจะลดโทษให้พวกเธอ ฉันเองก็ด้วยเพราะแบบนี้ไงถึงได้มีคำกล่าวกับเด็กผู้หญิง หากทำไม่ดีระวังได้รับทัณฑ์จากโซลเมจิคนะ แต่จริงๆแล้วมันก็มีผู้หญิงบางคนละนะที่รักคนอย่างพวกเราจริง”เทรนยิ้มเศร้าๆ

          “ไม่มีวิธีแก้จริงๆหรอ”ไคเอ่ยถามย้ำ เทรนส่ายหน้า

            “จริงสิ นายจะไปบ่อแห่งความรู้กับฉันไหม ถ้าไปที่นั่นละก็มันน่าจะมีหวังนะเพราะว่ามันจะตอบคำถามนายได้ทุกอย่าง ฉันว่าถ้าไปถึงมันต้องมีแน่ๆ”ไคเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ แต่เทรนกลับงุนงง

            “เดี๋ยวนะ บ่อแห่งความรู้อะไร ฉันไม่เข้าใจ”แทนคำตอบไคยื่นเทียบเชิญสีแดงเหมือนอั่งเปาให้เขามันหยิบติดมือมาเพราะเขาไม่อยากให้มันอยู่ที่บ้านเดี๋ยวยัยคานันทำป่วนอีก เทรนรับมาอ่านก่อนจะมีสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปมา

            “แต่ ฉันต้องเป็นเพื่อนกับนายน่ะ”

          “โห นี่เราคุยกันแต่เช้าจนมันจะเที่ยงแล้วนะนายน่าจะนับฉันเป็นเพื่อนได้แล้วนะ”ไคพูดอย่างเซ็งๆ

            “นายไม่กลัวถูกฉันฆ่าหรือไง”เทรนขมวดคิ้วเครียดขึ้นมาทันที

            “เอาน่า นายอยากให้โซลเมจิคของนายหายไปไม่ใช่หรือไง”

          “มันก็จริงแต่เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มัน...”

          “พิรี้พิไรอยู่นั่นแหละ ไปไหม”ไคถามยิ้มๆ ในขณะที่อีกฝ่ายก็ยิ้มเหมือนกัน

            “หากมีวิธีที่ทำให้คำสาปหายไปจริงๆ ฉันจะต้องคว้ามันมาให้ได้และฉันสัญญานะไค ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามฉันจะไม่ฆ่านายเด็ดขาด ถ้าฉันทำขอให้ฉันไม่ตายแต่ทุกข์ทรมานตลอดนิรันด์กาล”

            “โฮ้ย พูดมาก ไป กินข้าวบ้านฉันกัน”

            “เฮ้ย เดี๋ยวสิ ไปบ้านกันเลยเหรอ เราพึ่งเป็นเพื่อนกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองนะ”

          “คำว่าเพื่อนเวลามันไม่สำคัญหรอก”ไคพูดจบก็ลุกออกไปฟาดแส้เรียกรถม้าทันทีไม่รอคำตอบจากเทรนที่ตอนนี้กำลังมีท่าทีลังเล แต่เมื่อไคขึ้นรถไปนั่งรอแล้วก็รีบตะกายขึ้นรถม้าอย่างรีบร้อนทันที
------------------------------------------------------------
แก้ไขคำผิด ครั้งที่ 1 ณ วันที่ 13/11/2554 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 10 : สภาสูงแดนเวทมนต์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2913 , โพส : 14 , Rating : 86% / 10 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 14 : ความคิดเห็นที่ 516
มันมีรังสีชมพูอมม่วงแผ่ แอบจิ้นไปไกล อิอิ ปล.Y จงเจริญ
PS.  อัจฉริยะกับปัญญาอ่อน มีเพียงเส้นบางๆที่กั้นกันอยู่
Name : little-red-cap < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ little-red-cap [ IP : 182.53.139.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มกราคม 2557 / 19:49
# 13 : ความคิดเห็นที่ 486
เขียนกว่าจะผ่านแต่ละฉาก หลายหน้ากระดาษมาก เหมือนอ่านแล้วไม่ไปใหนสักที ทั้งที่จุดจบของแต่ล่ะตอน ก็เห็นๆๆ อยู่ว่ามีอยู่แค่
ตรงนั้น แล้วก็เกิดฉากใหม่ต่อเนื่องขึ้นมา ช่วยทำให้สั้นและกระชับมากกว่านี้หน่อยจะดีมาก การอ่านจะได้ไม่น่าเบื่อมากเกินไป
Name : ขอทานสะท้านฟ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขอทานสะท้านฟ้า [ IP : 183.89.86.173 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มกราคม 2557 / 18:37
# 12 : ความคิดเห็นที่ 408
ได้เพื่อนใหม่แปลกดีนะครับ น่าสนุก
PS.  เราชอบ yaoi ความสำเร็จอยู่ที่ความพยายาม
Name : Joker Mask < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Joker Mask [ IP : 110.49.225.66 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2555 / 12:22
# 11 : ความคิดเห็นที่ 186
อร๊าง ตัวละครผู้หญิงเยอะจัง
แต่ตอนนี้กลิ่นดอกกุหลาบสีม่วงอบอวลเชียว
Name : undernetwork < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ undernetwork [ IP : 125.26.97.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ธันวาคม 2554 / 20:39
# 10 : ความคิดเห็นที่ 185
ดู ๆ ไปเทรนก็น่ารักดีน้า 55 
PS.  ┢┦aΡpy ToO-GeTher
Name : Aburame_Shino < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aburame_Shino [ IP : 171.4.118.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 / 17:56
# 9 : ความคิดเห็นที่ 184
 เป็นเพื่อนกันง่ายดีนะคะ ฮะๆๆ
PS.  ชีวิตคนเรามันก็มีหลายอย่าง มีทั้งชอบและไม่ชอบและดีไม่ดี บางอย่างก็รับไม่ได้... ก็แหม เราไม่ใช่ผู้เฒ่าที่ปลงแล้วนี่นา ถึงจะได้ปล่อยวางได้น่ะ ;)
Name : Dreamever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dreamever [ IP : 58.9.114.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 14:12
# 8 : ความคิดเห็นที่ 183
สนุกมากค่ะ
PS.  สนุกมากค่ะ
Name : [Op]Ko_Ke < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [Op]Ko_Ke [ IP : 223.205.116.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 14:47
# 7 : ความคิดเห็นที่ 182
มาซื้อเสื้อผ้านี้หน่า แล้วได้ซื้อหรือยังนี้

สนุกมากค่ะ ^^
Name : 8lek [ IP : 125.26.52.37 ]

วันที่: 21 ตุลาคม 2554 / 16:10
# 6 : ความคิดเห็นที่ 181
อย่างนี้เรียกใจง่ายอะ ไค
PS.  ‎"ทำดียังไม่ได้ดีเพราะเคยชั่ว ทำชั่วยังไม่ได้ชั่วเพราะเคยดี"...ธรรมะใกล้ตัวฉบับที่ 54
Name : Mink_C < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink_C [ IP : 125.27.186.177 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 สิงหาคม 2554 / 00:12
# 5 : ความคิดเห็นที่ 180
รีบมาต่ออัพนะค่ะ
PS.  ไม่รุ้จะเพิ่มอะไร ยังไง เพราะยังเล่นไม่ค่อยเป็นเลย
Name : ตาหยีหยีตา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ตาหยีหยีตา [ IP : 183.89.158.126 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤษภาคม 2554 / 20:43
# 4 : ความคิดเห็นที่ 179
สนุกทีเดียวค่ะเรื่องนี้ โชคดีที่เสิร์ชเจอ

อยากให้อัพบ่อยๆนะคะ จะเป็นกำลังใจให้^^
Name : brava [ IP : 113.53.132.196 ]

วันที่: 22 พฤษภาคม 2554 / 15:11
# 3 : ความคิดเห็นที่ 178
มาต่อไวๆๆไยอะๆๆๆด่วนๆๆๆด้วยนะคร๊าฟ
PS.  เมื่อแสงสีทองจางหายไป....ก็ถึงยามความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์เข้ามาเยือน
Name : np47 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ np47 [ IP : 110.164.210.181 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 / 22:25
# 2 : ความคิดเห็นที่ 177
lสนุกค่า รออยู่น้า
PS.  
Name : _fiona_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _fiona_ [ IP : 110.32.144.157 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 / 22:05
# 1 : ความคิดเห็นที่ 176

อา..ไค มิตรหรือศัตรูแยกให้ออกเน่อ

Name : nicedays < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nicedays [ IP : 124.120.123.244 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 / 09:16
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android