คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา

ตอนที่ 12 : คณะเดินทางและงานเลี้ยง


     อัพเดท 13 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เวทมนต์, จอมเวท, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : จักรพรรดิอักษรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จักรพรรดิอักษรา
My.iD: https://my.dek-d.com/parpat
< Review/Vote > Rating : 86% [ 10 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 31,143
553 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 401 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 12 : คณะเดินทางและงานเลี้ยง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2708 , โพส : 10 , Rating : 95% / 8 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


คณะเดินทางและงานเลี้ยง

 

            “อ้าว เอ๋ ทำไมมาไวจังฉันเองก็พึ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง”ชายหนุ่มหน้าหล่อผมสีดำยาวเล็กน้อยในชุดเชิ้ตสีดำกางเกงคล้ายๆสแล็คแต่งตัวตามสบาย เอ่ยทักเมื่อเห็นไคเดินมาหาตรงมุมเดิมที่เคยพบกันเป็นครั้งแรก

            “ก็นะ พอดีได้อารี่ช่วยไว้นะ”ไคตอบพร้อมนั่งถอนหายใจยาว ถ้าไม่ได้อารี่เป็นตัวหลอกละก็มีหวังได้โดนเหล่าผู้กระหายอยากจะเป็นเพื่อนร่วมทางจิกเข้าให้ซะนี่ อารี่เข้ามาทางหลังบ้านพอไคบอกถึงแผนเธอก็เข้าใจทันทีและเสนอตัวเป็นตัวล่อ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นด้วยอะไรมากนักแต่เธอก็ยินยอมให้ไคไปหลบอยู่ที่บ้านของเทรนสักพัก

            “อ่านอะไรน่ะ เริ่มต้นการคบเพื่อน:สำหรับหนุ่มขี้อาย”ไคเกือบหลุดหัวเราะเมื่อเห็นหนังสือที่เทรนกำลังถืออยู่ เจ้าตัวรีบเก็บมันให้พ้นจากสายตาไคพร้อมกับมีใบหน้าแดงระเรื่อๆ

            “นายนะน่ะหนุ่มขี้อาย บ้าไปแล้ว”ไคส่ายหน้ายิ้มๆ หล่อลากไส้อย่างกับเทพบุตรกรีกขนาดนี้เรียกว่าหนุ่มขี้อาย เทรนพ่นลมหายใจฟู่ใหญ่ก่อนจะปรับอารมณ์แล้วพูดตอบไคออกมา

            “ช่างเถอะน่า แต่ว่านายหาที่พักอื่นไว้แล้วหรือยังละ”เทรนเปลี่ยนเรื่องทันที ไคมองหน้าเทรนชัดๆก่อนตอบคำถามของเพื่อนชาย

            “เดี๋ยวๆนะ นายไม่ได้จะพาฉันไปพักที่บ้านนายเหรอ รู้สึกว่าตอนคุยกันทางโทรศัพท์นายจะบอกให้ฉันไปหลบที่บ้านนายนะ”

          “ก็แบบ มาคิดอีกทีฉันวู่วามไปที่เอ่ยชวนนาย บางทีนายอาจจะเอ่อ...แบบไม่อยากมาหรือ...คือ”

          “ว้อย เอาเถอะน่าขืนฉันไปพักโรงแรมตอนนี้ใช้บัตรเครดิตฉันจ่ายเงินมันก็เท่ากับประกาศโต้งๆว่า ไคเซนเคนอยู่นี่นะ หรือนายไม่อยากให้ฉันไปบ้านนายกันแน่”ไคหรี่ตาถามและเป็นดังคาดเมื่อเทรนรีบปฏิเสธว่าไม่ใช่ทันที

            “ไม่ใช่ๆแบบนั้น คือแบบ ยังไงละใจฉันนะอยากอยู่แล้วตั้งแต่เด็กก็ไม่เคยมีใครสนิทถึงกับไปบ้านเลย เพียงแต่ว่า พ่อฉันปู่ฉันก็เป็นโซลเมจิคฉันกลัวว่านายจะไม่ชอบ แบบนั้นมันออกจะ...”

          “นายนี่มันหยุมๆหยิมๆกว่าที่เห็นนะเนี้ย เอานะฉันบอกว่าไปก็ไปแน่อยู่แล้วไม่ใช่ด้วยสถานการณ์บังคับหรอกนะ อีกอย่างฉันเองก็เป็นคนชวนนายไปทำเรื่องอันตรายๆก็น่าจะโผล่หน้าไปให้พ่อให้แม่นายเห็นบ้าง ถ้านายไม่อยากให้ฉันไปก็ปฏิเสธมาตรงๆฉันไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว”

          “ไม่ๆ ตกลง งั้นนายพักที่บ้านฉันเรื่องความปลอดภัยไม่ต้องห่วง ถ้าไม่ใช่พี่น้องตระกูลฟาร์เดอร์ที่ปล่อยข่าว พวกที่ตามนายก็ไม่น่าจะรู้ว่านายไปอยู่ที่บ้านฉัน แต่ว่านะฉันว่านายควรมีโทรศัพท์เวทมนต์สักเครื่องนะเพราะจากนี้บางทีเราอาจจะต้องแยกกันเพื่อหนีจากการจับตัวนาย”

          “อืมม จะว่าไปฉันยังไม่โทรหาแม่เลยมีโทรศัพท์ที่โทรไปที่เครือข่ายของโลกฉันไหม อย่างน้อยก็น่าจะบอกแม่ก่อนทำเรื่องอันตรายๆนะ”ไคเปรยๆ

            “มีสิ เรื่องนี้ฉันว่าอารี่น่าจะจัดการได้แต่คงไม่ใช่วันนี้แน่อย่างเร็วน่าจะอีกสองวัน กว่าทางการจะเชื่อมไปยังเครือข่ายที่โลกของนาย ที่สำคัญคือเสื้อผ้าของนายมันเด่นไปนิดหน่อยนะ”เทรนว่าพลางมีแววตาเป็นประกายไคกลับรู้สึกแปลกๆรู้อยู่หรอกว่าเทรนมันคงแกล้งเพื่อนไม่เป็นแต่ว่าความรู้สึกนี่มันอะไร

 

 

            “อย่างกับชุดแฟนตาซี”ไคบ่นเบาๆ เมื่อตัวเองใส่ชุดเกราะสีขาวหนักเอาการมีดาบสีเงินที่เป็นของจริงสะพายอยู่ด้านหลังมีผ้าคลุมสีแดงสด เป็นชุดเกราะขนาดกลางแทบจะเป็นเหล็กทั้งตัวไม่มีลวดลายอะไรมากนักเป็นชุดของนักรบศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยเซอร์แวนด์ อันเป็นคู่แข่งตลอดกาลของมหาวิทยาลัยลิ้ตเติ้ลแซงทัวร์รีที่สอนสั่งเฉพาะศาสตร์แห่งนักรบ

            เทรนเล่าว่ามหาลัยเซอร์แวนด์มีที่ตั้งอยู่บนพื้นดินแค่ชั้นเดียวแต่มีพื้นที่อยู่ใต้ดินนับร้อยๆชั้น บรรยากาศไม่แตกต่างจากโลกข้างนอกสักนิดมีแสงแดดแบบหลอกๆว่ากันว่าแต่เดิมเคยเป็นเมืองใต้พิภพมาก่อนที่จะมาใช้ชื่อเป็นมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังคงมีข้าวของเครื่องใช้ครบครัน ถึงกับมีคำกล่าวว่า จอมเวทแห่งท้องนภา นักรบใต้พิภพ อันหมายถึงนักศึกษาที่จบจากมหาลัยทั้งสองนั่นเอง

            หลายสิบปีที่เวทมนต์เสื่อมถอยลงมหาวิทยาลัยเซอร์แวนด์ก็เฟื่องฟูขึ้นอย่างมาก เพราะการล่าเนื้อจำพวกเนื้อสัตว์นั้นต้องใช้นักรบจำนวนมาก ยังไม่รวมถึงการกำจัดมอนเตอร์ป่าที่เข้ามาระรานมนุษย์อีกด้วย นักรบจึงมีบทบาทเป็นทรัพยากรที่เริ่มมีความสำคัญ

            “แล้วแบบนั้นภารกิจของฉันทำไมเขาไม่ขัดขวางละ ถ้าฉันกลับมาได้จริงพวกก็คงหมดความสำคัญไปแน่นอน”ไคถามเมื่อรู้สถานการณ์ของโลกเวทมนต์มากขึ้น

            “มันคงเป็นแบบนั้นแหละ แต่ทว่าการล่าสัตว์เวทใช้แค่นักรบมันไม่ได้หรอกนักรบเป็นอาชีพที่ฝึกได้ยากและต้องใช้ระยะเวลานาน ในแต่ละปีจะมีจำนวนนักรบสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆเพราะไม่มีจอมเวทคอยสนับสนุนหรือช่วยเหลือ นั่นหมายความว่าการเสื่อมถอยก็จะมาถึงฝ่ายนักรบในที่สุดแม้ว่าพวกเขาจะไม่หวังในการเดินทางครั้งนี้แต่ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากที่จะให้เวทมนต์กลับมาเฟื่องฟูเหมือนเดิม”

          “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง แต่ที่ฉันรู้มายังมีอาชีพอื่นๆอีกนี่อย่างผู้บงการธาตุอะไรเทือกนั้น”ไคยังถามต่อ

            “อ้อ ใช่ครับ ในเวลานี้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ผู้ใช้พลังแห่งธาตุกับซัมมอนเนอร์หรือผู้อัญเชิญ แม้จะเป็นอย่างนั้นก็ตามพวกนี้ก็มีจำนวนน้อยเกินกว่าที่จะทำให้โลกเวทมนต์เคลื่อนไหวไปได้ คนที่จะเป็นผู้บงการธาตุได้ต้องมีพลังธาตุที่แข็งแกร่งมากๆมาตั้งแต่เกิด และยังต้องได้รับการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อควบคุมมันเมื่อก่อนก็ถือว่าเป็นคู่ปรับคู่เปรียบของผู้ใช้เวททีเดียว แต่พวกเขามีจำนวนที่น้อยและสืบทอดกันแต่ในสายเลือดหรือตระกูล พวกนี้จะเคร่งเรื่องการสืบทายาทมากๆเพราะถือว่าเป็นความอยู่รอดของพลังของเค้า ในคณะเดินทางฉันว่าน่าจะมีสักคนสองคนละน่า

ส่วนผู้อัญเชิญ อาชีพนี้ก็อ่อนแอพอๆกับแข็งแกร่งถ้าโชคดีได้พันธะสัญญาดีๆก็แกร่งสุดๆแต่โชคร้ายก็ได้ตัวที่อ่อนแอแถมการเพิ่มพลังให้ก็ไม่ใช่แค่การฝึกฝนเท่านั้นยังต้อง หาไอเท็มต่างๆเพื่อเพิ่มพลังแก่คู่สัญญาซึ่งปัจจุบันแทบจะสาบสูญไปแล้ว แต่ก็คิดว่าคงมีอยู่ในกลุ่มเราแน่ๆ”

“แล้วพาราดินละ”ไควาดฝันถึงอาชีพสุดหรูที่เขาอยากเป็น ในเกมออนไลน์ผู้ที่ใช้ทั้งดาบและเวทมนต์มักจะถูกเรียกว่าพาราดินหรือนักรบเวทมนต์นั่นเอง แต่เทรนกลับยิ้มเหมือนไคถามคำถามเด็กๆแต่แววตาคล้ายเจือความเศร้า

“ไม่มีแล้วละครับ อาชีพพาราดินเกิดจากการผสมผสานระหว่างเวทมนต์กับเพลงอาวุธโบราณที่เสริมพลังเวท ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเรียกว่าอะไรแต่มันจะเพิ่มพูนการโจมตีด้วยเวทและกายภาพเป็นสองเท่า คนที่เป็นพาราดินคนแรกในตำนานคุณก็เคยได้ยินชื่อแล้วนี่”

“หือ”ไคหันมามองหน้าเทรนทันที

“ไกจินไงครับ ไกจินคือคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คิดค้นศาสตร์นั้นขึ้นมา เขาถึงได้เป็นที่บูชาของฝั่งเวทมนต์และฝั่งนักรบและเป็นศาสดาของผู้ใช้อาชีพพาราดิน แต่บางทีพระราชวงศ์อาจจะเป็นพาราดินก็ได้อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ”

ไคในชุดเกราะหนักสีขาวๆออกเงินกับเทรนที่อยู่ในชุดเวทแบบดั้งเดิมคือเป็นเสื้อคลุมยาวลากพื้นมีฮู้ดยาวคลุมหน้าและแขนเสื้อกว้างใหญ่ มีคทาไม้เก่าๆสะพายอยู่ด้านหลังทั้งๆที่เป็นภาพที่สุดแปลกแฟนตาซีขนาดนี้แต่คนทั่วไปที่ผ่านไปมาตรงจุดที่ทั้งสองนั่งคุยกันอยู่กลับไม่มีความสนใจ

“แปลกใจเหรอครับที่ไม่มีคนสนใจเรา”เทรนถาม

“นายอ่านใจฉันได้เรอะ”ไคเคยมีประวัติโดนอ่านใจ จึงสงสัยขึ้นมาทันที

“เปล่าหน้าคุณมันฟ้องน่ะ แถมยังหันมองซ้ายมองขวาอีก คนเดี๋ยวนี้เขาชอบเป็นแบบสมัยนิยม อีกอย่างเราอยู่ในห้างสรรพสินค้าด้วยผู้คนเลยแต่งตัวแบบตามสบาย พวกเราคงถูกมองว่าเป็นพวกหัวเก่าทึ่มทึบไม่รับอารยะธรรมใหม่ๆ”

“เหรอ แต่ฉันว่าวัฒนธรรมพวกนายเจ๋งออก”

“ฮะๆ ที่ไคว่างั้นเพราะว่านายไม่เคยอยู่กับมันมาตั้งแต่เกิดไงละ อารมณ์เดียวกันแหละพวกเราเองก็ตื่นตาตื่นใจกับวัฒนธรรมใหม่ๆเหมือนกับนายที่ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยิน มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย”

“โห พูดจามีหลักการตลอด ช่างเถอะเราไปซื้อโทรศัพท์ดีกว่าใกล้เที่ยงแล้วฉันอยากไปฝากท้องที่บ้านนายน่ะ”ไคบอกตรงๆ เทรนมีสีหน้าปุเลี่ยนแปลกๆก่อนพยักหน้าตกลง

 

โทรศัพท์เวทมนต์เป็นอีกตัวที่เลียนแบบเทคโนโลยีในโลกของไค ความจริงแล้วโลกเวทมนต์มีการสื่อสารทางจิตมานานโดยเรียกกันว่าเทเลพาธี เป็นการสื่อสารแบบใจถึงใจเพียงแค่คิดก็สามารถบอกความรู้สึกนึกคิดต่อจุดหมายปลายทางได้ แต่เทเลพาธียังมีจุดอ่อนมากมายเช่นต้องเป็นผู้ฝึกฝนมานานจึงจะทำได้อีกทั้งยังเป็นการเปิดช่องว่างของใจ อันเป็นส่วนละเอียดอ่อนให้อีกฝ่ายได้รับรู้

ดังนั้นเมื่อชาวเวทมนต์ประจักษ์ถึงวิธีพิสดารอย่างการสื่อสารโดยเครื่องจักร จึงทำการสร้างและลอกเลียนแบบโดยใช้เป็นต้นแบบทันที แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวเพราะโลกเวทมนต์ยังมีพลังงานอยู่ชนิดหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ มันจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเกิดอาการบ้าคลั่งหรือเรียกว่ารวนเพราะว่าเป็นพลังชนิดตรงข้ามกันนั่นเอง

แต่ไม่ใช่ว่าเทเลพาธีจะเป็นเรื่องล้าสมัย มันยังคงดำรงอยู่ในโลกเวทมนต์เช่นกันเพียงแต่ใช้ไม่แพร่หลายเหมือนก่อน โดยใช้กับคู่รักที่รักกันมากๆ สามีภรรยา หรือเพื่อนรักที่ไว้ใจขนาดตายแทนกันได้

 

ร้านมือถือเวทมนต์ก็เหมือนร้านมือถือทั่วๆไปเพียงแต่มีรูปแบบอื่นๆที่ไคไม่คาดคิดอยู่ด้วย เช่นสร้อย แหวน กำไล ต่างหู ตุ๊กตาหรือจะเป็นสิ่งมีชีวิตเวทมนต์ที่เสกขึ้นมา เทรนอธิบายว่ามันคล้ายกับโอโตโรบอทหรือหุ่นยนต์สุนัขนั่นเองซึ่งพวกนี้จะมีการรับคำสั่งมากขึ้น เหมาะสำหรับพวกนักธุรกิจที่มีงานยุ่งเร่งรีบก็จะใช้พวกนี้ หรือใช้เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็ได้เช่นกัน

ไคฟังคุณสมบัติที่หลากหลายที่เทรนพูดให้ฟังจึงตัดสินใจเลือกมือถือแบบธรรมดาๆที่ไม่มีฟังชั่นหรูหราอะไรมากมายอีกทั้งยังเป็นแบบทัชสกรีนอีกด้วย เทรนอธิบายเบาๆว่าเพราะเป็นตัวใหม่ทางผู้สร้างจึงเรียกเงินจากลูกค้าโดยการให้ลูกค้าเลือกซื้อฟังชั่นมาใส่ได้ตามใจชอบ แต่ตอนแรกจะให้มาแต่เครื่องเปล่าๆก่อน

            ไคยังนึกทึ่งกับวิธีการหาเงินของผู้ผลิต เพราะแบบนี้ออกมาแต่ฟังชั่นการใช้งานก็สามารถเรียกเงินได้แล้วโดยแทบไม่ต้องเสียแรงเสียเงินสร้างมือถือรุ่นใหม่ๆขึ้นมา เป็นแผนธุรกิจที่กินได้สองทางจริงๆ

            “เครื่องเปล่าๆนี่ราคาเกือบแสน”ไคบ่นอุบ เพราะบัตรเครดิตตนเองตอนนี้เหลืออยู่แค่ประมาณแสนเจ็ดเท่านั้น เพราะว่าใช้ไม่ค่อยจะบันยะบันยังถึงแม้ว่าวงเงินจะไม่จำกัดก็เถอะ

            “ฉันจะซื้อให้นายก็ไม่เอานี่นา”เทรนบ่นเหมือนกัน เพราะว่าเจ้าตัวจะออกเงินให้แต่พอไครู้ราคาก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะออกเงินเอง

            ตอนนี้ทั้งคู่ที่อยู่ในชุดจอมเวทแบบเก่าและนักดาบฝึกหัดก็เดินเรื่อยๆเอื่อยๆไปตามกระแสของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เทรนดูจะชอบบรรยากาศแบบนี้มากๆเพราะว่าไม่มีใครสนใจตัวเองและยังใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไปโดยไม่ต้องมีสายตารังเกียจมาทิ่มแทง

            สำหรับไคหลังจากได้ฟังเรื่องสถานการณ์ความตึงเครียดแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เพราะดูราวกับว่าตนเองเป็นฟันเฟืองตัวสำคัญของโลกๆนี้ทั้งๆที่ไครู้ตัวเองดีว่าเขามีความสามารถธรรมดาๆไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วๆไปสักเท่าไร่ จะมีดีก็แค่ตาวิเศษก็เท่านั้นเอาเข้าจริงๆก็คงช่วยเหลือใครไม่ได้ แต่ความรู้สึกนี้ก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ

          “เย็นซะแล้ว แถมฝนยังจะตกอีกด้วย”เทรนบอกลอยๆทั้งๆที่ฝนยังไม่ทันตั้งเค้าอะไรเลย ดูเหมือนเจ้าตัวจะอ่านสีหน้าไคเก่งขึ้นเรื่อยจึงพูดก่อนที่ไคจะถาม “มันเป็นความสามารถของโซลเมจิคน่ะ รับรู้ได้กระทั่งอากาศที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงสุดยอดไหมละ”เทรนบอกเรียบๆไม่มีความภาคภูมิใจในสำเนียงเลยแม้แต่น้อยกลับกันมันคล้ายกับ ขมขื่นเสียมากกว่า

            “นั่นสิ ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้กิน ข้าวเช้าก็ไม่ได้กิน กินแต่ขนมแปลกๆเดี๋ยวเอาเป็นว่าไปที่บ้านนายดีกว่านะเดี๋ยวฉันจะทำอาหารมื้อใหญ่ๆสักหน่อยนะ”ไคบอกเทรนเลิกคิ้วสีหน้าแดงๆก่อนกลับมาซีดๆ แต่ก็พยักหน้าเงียบๆ ไคที่เห็นแบบนี้ก็ไม่กล้าถามมากความ

           

            “สนธยาแสนสงสัย สิ่งใดกันที่ปรารถนา โชคชะตาสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียน เมื่อใดจึงสิ้น สนธยา” เสียงแผ่วๆเอ่ยขึ้นก่อนจะวางหนังสือบทกลอนสนธยา ลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างหรูหรา ผู้พูดอยู่ในชุดคลุมสีดำทำจากำมะหยี่ชั้นเลิศอาบไปด้วยมนต์ตราแห่งการป้องกันชั้นสูง

            “เจ้าได้แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มแห่งการเดินทางแล้วใช่ไหม”ผู้สวมใส่เสื้อคลุมมนต์ตราเอ่ยถามต่อคนเบื้องหน้า ซึ่งบัดนี้กำลังก้มหน้าอย่างพินอบพิเทาเพราะรู้ดีว่ากำลังอยู่ต่อหน้าบุคคลซึ่งมีพลังเกินใฝ่ฝัน

            “ครับ ผมได้แฝงตัวเข้าสู่กลุ่มของการเดินทาง นับว่าเป็นโชคของกระผมอย่างยิ่งที่ได้ผู้ช่วยที่คาดไม่ถึง”ชายที่ก้มหน้าเอ่ยตอบ น้ำเสียงยังคงแฝงความหวาดหวั่นอยู่บ้าง

            “หึหึ นั่นสินะแต่จงระวังเอาไว้เจ้าหนุ่มนั่นดูเหมือนว่าจะมีอะไรที่คาดไม่ถึงอยู่เรื่อยๆ อย่างการเชิญผู้ใช้โซลเมจิคเทรนมาเป็นพรรคพวกนี่คาดไม่ถึงจริงๆ”

          “โปรดวางใจเถอะขอรับ ต่อให้เทรนกล้าใช้สิ่งนั่นก็คงไม่คณามือข้าแน่นอน”ทาสรับใช้ตอบกลับด้วยเสียงหยิ่งผยองโดยไม่รู้เลยว่าวาจาประดานี้กลับทำให้เจ้านายของมันประเมินมันต่ำลงไปตรงกันข้ามกับความตั้งใจของมัน

            “จงระวังให้หนักโซลเมจิค เป็นเวทมนต์ที่ทรงพลังมันมีอำนาจมากมายนักยิ่งและยังมีความลี้ลับอยู่ในตัวเอง หากไม่ใช่คนที่มีพลังระดับเดียวกับข้าคงยากที่จะสะกดมันไว้โดยไม่บาดเจ็บอันใด อย่าทำให้แผนและความหวังของเราเสียเพราะความหยิ่งผยองของเจ้า จงระวังทุกฝีก้าวหลังจากเดินทางไปแล้วข้าจะส่งผู้ติดตามไปช่วยเหลืออีกครา”บุคคลในชุดคลุมดำก็หายไปกับความมืดทิ้งไว้เพียงทาสรับใช้ของมัน

 

            “พระราชวังชัดๆ”ไคพูดออกมหลังจากได้เห็นสิ่งที่เทรนเรียกว่า บ้าน พระราชวังระดับเดียวกับแวร์ซายเถากุหลาบสีสันต่างๆถักทอเป็นซุ้มกำแพงอย่างโออ่า ประตูรั้วเก่าแก่และมีตราสัญลักษณ์ฟีนิกส์ล้อมไฟ ที่เทรนบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูล

            สวนประดับก็ไม่ธรรมดาเต็มไปด้วยลูกเล่นแบบสุดยอด แม้เทรนจะออกตัวว่ามันเก่ามากแล้วและเชยมากๆด้วยแต่ไคก็ยังทึ่งกับการที่อยู่ๆสิงโตพ่นน้ำก็กระโดดมาต้อนรับอย่างกับหมาเฝ้าบ้าน แถมมีการกระดิกหางให้ด้วย เชื่องสุดยอด

            หรือว่าจะเป็นการถามตอบกับเทพบุตรที่กำลังอ่านหนังสือ มีเทพธิดาที่มีผ้าคลุมหน้าเก้าองค์ซึ่งเทรนอธิบายว่าเป็นเทพธิดามิวส์เทพธิดาแห่งศิลปะทั้งเก้า ซึ่งทั้งเก้าองค์ก็กำลังเล่นเครื่องดนตรีแต่ละชนิดหากไปขอเพลงอย่างสุภาพก็จะเล่นให้ฟัง นี่สิถึงจะเรียกว่าบ้านเวทมนต์ของแท้แน่นอน

            “สุดยอดๆ นี่มันอะไรน่ะ”ไคชี้ไปที่กำแพงซุ้มที่ดอกไม้กำลังบานเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ไคไม่รู้จัก มันไม่เหมือนดอกไม้ปลอมด้วย แถมยังมีแสงเรืองๆออกมา

            “ดอกไม้เวทมนต์นะมันก็เชยๆนะ ขอโทษนะที่บ้านฉันไม่ค่อยทันสมัยนะ”เทรนพูดอย่างอ้อมแอ้มๆ

            “ไม่เลยๆ นี่แหละๆ หืม นั่นๆ”ไคพูดพลางชี้มังกรหินตัวจิ๋วๆที่กำลังไล่งับหางพรรคพวก ซึ่งดูพวกมันจะมีตาแป๋วๆน่ารักชอบกล

            “อ๋อ มังกรเฝ้าบ้านนะ ไม่ค่อยดุนะถ้ามากับเจ้าของบ้านแต่ถ้ามาโดยไม่ติดต่อกับเจ้าของบ้านก็...นะ”เทรนเว้นระยะไม่ได้พูดถึงผลลัพธ์ของการบุกบ้าน เมื่อเห็นไคจับตัวมังกรจิ๋วขึ้นมาเหวี่ยงเล่นและเจ้ามังกรหินจิ๋วก็หัวเราะเอิ๊กอ๊าก อย่างสนุกชอบใจตัวอื่นๆเห็นอย่างเล่นบ้างรีบรุมล้อมไคเป็นการใหญ่

            “เทรน นั่นใครน่ะ”เสียงดุดังขึ้นทั้งไคและเทรนต่างสะดุ้งโหยงกันทั้งสองคน โดยเฉพาะเทรนที่รู้ทั้งรู้ว่าต้องเจอแบบนี้แต่ก็ยังอดสะดุ้งไม่ได้

            “เอ่อ เพื่อนครับพ่อ”เทรนตอบเสียงเบา มังกรตัวจิ๋วทั้งหลายเจอชายผู้มาใหม่ก็หดหางกางปีกจิ๋วๆของมันบินหนีไปทันที ไคจึงมีโอกาสได้เห็นชายผู้มาใหม่ชัดๆ

            คนที่เทรนเรียกว่าพ่อนั้นหล่อลากไส้ไม่ผิดลูกเลยทีเดียว ผิดกันแค่เค้ามีเส้นผมสีทองดวงตาสีแดงสดดูๆไปเหมือนเทพบุตรมากๆแต่ใบหน้าดุจเทพบุตรกรีกกำลังพิโรธด้วยเรื่องอะไรสักอย่าง

            “เอ่อ สวัสดีครับคุณลุง คือผมเป็นเพื่อนของเทรนชื่อว่าไค เซนเคนครับ คือผมมีปัญหานิดหน่อยเลยจะมาขอหลบที่บ้านของเทรนน่ะครับ แต่คงเป็นการรบกวนเกินไป”ไคพูดพลางมองหน้าอีกฝ่ายที่ดูจะมีความกระอักกระอ่วนใจแบบเดียวกันกับเทรนเป๊ะ

            “โอ๊ย ไม่รบกวนหรอกพ่อหนุ่ม แต่ว่าพ่อหนุ่มเถอะมาถึงบ้านแบบนี้ก็ต้องเป็นเพื่อนกับเทรนแล้วสินะ”ลุงแกเน้นคำว่า เพื่อน เป็นพิเศษไคก็พยักหน้าเพราะมันเป็นความจริง

            “เทรน พ่อสอนลูกแล้วใช่ไหมให้เป็นคนดีทำไมถึงทำแบบนี้ หะ ทำไมถึงทำแบบนี้ ไปหลอกคนๆนี้มาเป็นเพื่อนใช่ไหม”เทพบุตรสุดโหดก็เผยโฉมหน้าออกมา กำลังจะง้างตบเทรนเป็นการสั่งสอนแต่ไคก้าวเข้ามาอยู่ในรัศมีเสียก่อน พ่อของเทรนจึงต้องชะงักเล็กน้อย

            “เอ่อ ลุงครับเทรนไม่ได้หลอกหรอกนะครับ คือผมเป็นเพื่อนกับเทรนด้วยใจจริงๆครับ” เทรนพูดไปก็โอดครวญไปว่าทำไมต้องมาพูดอะไรน้ำเน่าๆแบบนี้ด้วยนะ

            “จริงหรือ แน่ใจนะว่าตอนบอกเป็นเพื่อนกันไม่ได้โดนน้ำยาวิเศษอะไรเทือกนั้น เอ๊ะ เดี๋ยวนะภาษาอังกฤษนี่ ไค เซนเคน เอ๋ หรือว่าคนที่เป็นผู้นำของการเดินทางไปค้นหาบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์”

            “เอ่อ ครับ”พูดกันมาตั้งนานพึ่งรู้หรือไงว่าพูดกันด้วยภาษาอังกฤษน่ะ ไคสงสัย ทันทีที่ไคตอบไปใบหน้าของคุณลุงผู้ไม่รู้จะเรียกว่าหวงลูกหรืออะไรดี ก็มืดลงก่อนจับไหล่ไคและลากเข้าไปในบ้านอย่างไม่ปราณี

            “ถ้าข้ารู้ว่าเอ็งไปหลอกคนๆนี้มาละก็ เอ็งโดนหนักแน่เจ้าลูกไม่รักดี”บิดาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนพาไคเข้าไปในบ้าน หรือจะเรียกว่ามหาปราสาทก็ได้ โดยทิ้งบุตรชายไว้ให้สับสนกระอักกระอ่วนใจ

 

 

            “ขอบพระคุณมากขอรับที่กรุณามาเป็นเพื่อนกับไอ้ลูกชาย”เสียงดังมาจากชายที่หล่อปานเทพบุตรวัยสามสิบกว่าปีแต่ใบหน้ายังอ่อนเยาว์ราวกับอายุสักยี่สิบห้า ซึ่งก็คือพ่อของเทรนหรือก็คือไททันข้างๆก็มีผู้หญิงที่คุกเข่าอยู่ข้างๆใบหน้าสะสวยเส้นผมสีดำสนิทกำลังเช็ดน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้าลายลูกไม้ ร้องไห้อย่างเงียบๆ ด้านหลังมีคุณปู่คุณย่าที่กำลังลูบหัวไคไม่หยุด

            หลังจากไคได้รับการทดสอบหลายๆอย่าง เช่นให้ดื่มน้ำที่จะแสดงผลของยาเวทมนต์ที่มีแฝงอยู่ในร่างกายซึ่งผลมันเป็นศูนย์และยังใช้เวทมนต์แปลกๆที่ทำให้ยาหรือมนต์สะกดแสดงผลซึ่งก็ไม่มีอีก ทั้งเทรนและไคจึงต้องมานั่งเล่าเรื่องราวทั้งหมด พอมาถึงตรงที่ว่าไคจะให้เทรนไปร่วมเดินทางเพื่อหาวิธีแก้ไขโซลเมจิค คุณลุงแกก็พูดขอบคุณเสียงลั่นบ้านเช่นนี้แหละ

            ความจริงก็ยังมีคนอื่นๆที่อยากจะพูดด้วยกับไค แต่ว่าต้องผ่านการแปลก่อนเพราะคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ในตระกูลฟีเนเซียร์ร่า มีแค่สองคนคือไททันและเทรนเท่านั้น เทรนเองก็ดูเหมือนจะอายจนเลือกที่จะทำหน้านิ่งๆไม่ได้แสดงออกมากนัก

“เฮ้อ นึกไม่ถึงเลยทีเดียว ว่าเจ้าหนูมันจะมีเพื่อนที่ดีๆแบบคุณไคได้”ไททันพูดอย่างสุภาพ ไคกลับรู้สึกแปลกๆมันเป็นความรู้สึกประหม่าๆทุกครั้งแหละเวลาต้องอยู่กับผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นเคย ไททันไม่ถือสาพูดต่อไปว่า

            “นับตั้งแต่ครอบครัวเราโดนโซลเมจิคกัดกิน เพื่อนและสังคมก็เริ่มที่จะห่างหายไปจากตัวเรามากขึ้นทุกทีๆ ถ้าไม่ติดว่าครอบครัวเราเป็นหนึ่งในครอบครัวที่มีภูมิความรู้อันเลอค่า ก็ไม่รู้ว่าจะมีวันพรุ่งนี้ของทายาทครอบครัวเราหรือเปล่า”

          “ความรู้อันเลอค่า”ไคทวนคำ ไททันยิ้มพรายเล็กน้อยก่อนดึงมือไคไปที่ห้องๆหนึ่ง ด้านในเป็นห้องเปล่าๆเต็มไปด้วยสิ่งของต่างๆที่ดูจะแฟนตาซีมากๆ เช่น เศษอัญมณี ขนนกสีสันแปลกๆ

            “ความรู้และทักษะที่สามารถประดิษฐ์ไม้เท้ากายสิทธ์ ของจอมเวทยังไงละครับไม้เท้าประจำตัวของจอมเวทไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างกันได้ง่ายๆ จำต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญของผู้สร้าง แม้ว่าจะมีการเปิดสอนอย่างแพร่หลายแต่คนที่มีคุณสมบัติถึงพร้อมก็แทบหาไม่เจอ”ไททันอธิบาย พร้อมดึงคทาแสนสวยอันหนึ่งมาจากกองสิ่งของต่างๆ

            “นี่แหละ คือเหตุผลที่พวกเขายังไม่กำจัดพวกเราทั้งๆที่มีโซลเมจิคที่ก่อปัญหามากขนาดนี้”ไททันพูดราวกับทอดถอนใจเสียมากกว่า

            “อ้อ ลืมไปเลย เลือกมาสักอันสิครับ”ไททันเอ่ยขึ้น ไคถึงกับสะดุ้งของพวกนี้ดูไม่เหมือนกับไม้เท้าเก่าๆที่ไคเคยเห็นในร้านมันไม่หรูหราเกินจำเป็น ด้วยอะไรบางอย่างไครู้ว่าของพวกนี้คือความลงตัวทุกๆอย่างคือสิ่งจำเป็นต่อไม้เท้าเวทมนต์

          “ไม่ดีกว่าครับ คือว่าของพวกนี้มันคงจะ...”ก่อนที่ไคจะตอบปฏิเสธ คุณปู่ทรานก็เข้ามาโวยวายกับไททันเป็นภาษาโลกเวทมนต์ คุณปู่ทรานมีลักษณะอ่อนกว่าวัยที่เห็นแม้ว่าเทรนแอบกระซิบว่าจริงๆแล้วคุณปู๋อายุเกือบห้าสิบหกแล้ว เคราดกสีเงินเส้นผมสีเงินสะอาดดูไปดูมาก็คล้ายๆกับแกนดาร์ฟพ่อมดเทาอยู่เหมือนกัน แต่ไคไม่กล้าพูดดังไป

            “แหมๆ คุณปู่ท่านบอกว่าของพวกนี้ที่ลุงสร้างคงไม่เหมาะกับคุณไค เดี๋ยวตามมานะคุณปู่เขาจะพาไปเลือกไม้เท้าวิเศษที่ตระกูลเราสร้างขึ้นมา”ไททันเอ่ยพร้อมยิ้มแย้ม ไคก็ได้แต่ปลงตกแบบนี้ถ้าไม่รับมาก็เสียมารยาทมากๆแน่

            เดินตามคนทั้งสองไปๆมาๆก็มาถึงห้องๆหนึ่งซึ่งเป็นห้องที่มีกล่องไม้ยาวประมาณไม้พลองวางเรียงรายเป็นมุมสี่สิบห้าองศาลอยค้างอยู่บนอากาศ ห้องทั้งห้องเป็นทรงกลมคุณปู่ทรานโบกมือเพียงเล็กน้อยกล่องต่างๆก็ลอยหมุนมาราวกับเป็นลูกโลกพิสดาร

            ไคมองดูด้วยความทึ่งกับเวทมนต์ที่เกินจินตนาการ แถวของกล่องมีทั้งหมดเจ็ดแถวแต่ละกล่องมีลวดลายไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว ไคมารู้ที่หลังว่าสิ่งที่เขาได้คือสิ่งที่จอมเวททุกคนเฝ้าใฝ่ฝันหาไม้เท้าวิเศษที่ทรงอำนาจมากๆเท่านั้นถึงจะถูกกักอยู่ในห้องทรงกลมนี้

            และน้อยครั้งที่จะมีคนของตระกูลฟีเนเซียร์ร่าใจอ่อนยอมให้มันถูกนำไปใช้ แม้ว่าจะบีบบังคับเพียงใดถึงตายคนของครอบครัวฟีเนเซียร์ร่าก็ไม่เคยยินยอม มีเพียงครั้งเดียวที่ให้อัครจอมเวททั้งห้ายืมไม้เท้าไปใช้เพื่อทำการกักหน่วงสิ่งมีชีวิตเวทมนต์

            การกระทำในครั้งนั้นทำให้ทุกคนบนโลกเวทมนต์ประจักษ์ถึงอานุภาพแห่งไม้เท้าวิเศษของตระกูลฟีเนเซียร์ร่า จึงพยามขอร่ำเรียนหรือติดต่อขอซื้อแต่ทว่าแม้แต่อัครจอมเวทยังทำได้แค่หยิบยืมไปใช้ในภารกิจเท่านั้นแต่ไคกลับได้มันไปเลยอย่างฟรีๆเสียด้วย

            “เลือกเอาสิ ใช้ตาวิเศษแล้วเลือกเอาเลยกล่องจะเปิดได้เพียงครั้งเดียว”ไททันแปลคำพูดของทรานให้ไคฟัง ไคแปลกใจนิดๆเพราะตนไม่เคยบอกใครเลยว่ามีตาวิเศษแม้ว่าเทรนเหมือนจะรู้อยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก

            ไคทำตามที่บอกดวงตาวิเศษวาวโรจน์เป็นสีสันสวยสดกว่าเคย ราวกับมันตอบสนองต่อพลังที่สุมกันอยู่ในห้องทรงกลมนี้ และไคก็ได้เห็นในสิ่งที่น้อยคนจะได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของไม้เท้านั่นเอง

            ต้องอธิบายก่อนว่าไม้เท้าเวทมนต์เป็นศาสตร์ที่ล้ำลึกยิ่ง แม้ว่าปัจจุบันโลกเวทมนต์จะจัดให้ทุกๆวิชาที่ใช้สร้างไม้เท้าอยู่ในหมวดเดียวกัน แต่ความเป็นจริงแล้วหาใช่เช่นนั้นแม้ว่าจะสร้างได้เหมือนกันแต่รูปลักษณ์แท้จริงและพลังนั้นแตกต่างกันอย่างมากมาย เช่นตระกูลฟีเนซียร์ร่าที่เมื่อสร้างแล้วจะปรากฏรูปลักษณ์แท้จริงเป็นสิ่งมีชีวิตต่างๆที่เหมาะสมกับตัวผู้ใช้ แต่ตระกูลชินโซ เมื่อสร้างแล้วรูปลักษณ์แท้จริงจะเป็นธาตุต่างๆ

            ดังนี้สิ่งที่ไคเห็นคือภาพของสิ่งมีชีวิตในตำนานที่เรียงรายกันไป ไม่ว่าจะเงือก เซนเทอร์ เทพธิดา หรือสิ่งต่างๆนานา แข่งกันเปล่งแสงไคก้าวออกไปมองห้องทรงกลมให้ชัดเจน เบื้องล่างก็ยังมีสิ่งต่างๆมากมายนัก เรียกว่าไคดูทั้งหมดก็ไม่มีวันหมด

            “เลือกสิ่งที่คิดว่าเหมาะสมกับการเดินทางครั้งนี้สิ”ไททันแปลข้อความจากคุณปู่ทรานให้ฟังอีกครั้ง ไคเองก็เห็นด้วย แต่คิดไปๆภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับเทพและตำนานอันเหลือเชื่อไม่ว่าจะเอาอะไรไปก็เหมาะสมทั้งนั้น ไคเหลือบมองเทพธิดาที่กำลังหลับตาโดยมือกุมประสานกันตรงระหว่างอก

            “นี่”ไคชี้มือไปที่กล่องทองคำเก่าๆคร่ำคร่ามีจุดดำเป็นด่างๆดวงๆ เพราะว่ามัวแต่สังเกตรูปลักษณ์ของกล่องจึงไม่ได้เห็นอาการสะดุ้งของปู่ทรานและไททัน คุณปู่โบกมือเพียงเล็กน้อยกล่องก็มาอยู่ตรงหน้าและเปิดออก

            ด้านในเป็นไม้เท้ายาวรูปลักษณ์ธรรมดาๆและดูจืดสุดๆไม่ได้มีอะไรประดับประดาสวยงามมากนัก เพียงแต่บนสุดของไม้เท้าคือเพชรที่เจียระไนเป็นทรงกลมสนิท ไคหยิบมันออกมาจากกล่องบุกำมะหยี่ทองด้วยดวงตาวิเศษเขาเห็นชัดเจนว่านั่นคือเทพธิดาที่กำลังลืมตาตื่น ดวงตาสีเงินจับจ้องไคอย่างยินดีที่เลือกตน

            มือที่ไคไปจับไม้เท้าไคมองเห็นชัดๆว่าเขากำลังดึงมือของเทพธิดาออกมาจากที่นอนต่างหาก เทพธิดาโน้มตัวลงมาทำให้เห็นใบหน้าสะสวยเรียบง่ายหมดจดชัดเจน เส้นผมยาวจรดข้อเท้าเป็นสีขาวสะอาดเธอลอยตัวอยู่เหนือพื้นราวสองนิ้วเศษไม่ทราบว่าเป็นเพราะปีกคู่งามของเธอหรือว่าเพราะพลังของเธอ

            “ข้าชื่ออลิส”เสียงของเธอราวกับเสียงสวรรค์ ไคที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความสง่างามก็รู้สึกตัว อลิสก็ กลายเป็นแสงสีขาวพุ่งมาที่แขนซ้ายของไค ไครู้สึกอุ่นวาบที่แขนสักพักก็จางหายไป ไททันรีบเข้ามาเปิดแขนเสื้อดูอย่างกังวลใจ

            ปรากฏเป็นภาพเทพธิดากำลังหลับใหลปีกและเส้นผมชัดเจนและละเอียดทั้งหมดเป็นสีเงินจางๆคล้ายเป็นรอยสักของช่างผู้ชำนาญการฝีมือ

            “เลือกได้ดี รู้ชื่อของเธอหรือเปล่า”ไททันถาม ไคสะดุ้งที่แท้เขาไม่ใช่คนเดียวที่เห็นภาพนิมิตหรอกหรือ

            “รู้ครับเธอชื่อ...”

          “อย่า ไม่ต้องบอกฉัน กฎคือห้ามบอกชื่อไม้เท้ากับใคร ชื่อสำหรับไม้กายสิทธิ์ที่สร้างจากตระกูลฟีเนเซียร์ร่าคือสิ่งที่สำคัญ ถ้าเค้าเลือกที่จะบอกเธอต้องเก็บไว้ให้ดีห้ามบอกใครเด็ดขาด”ไททันย้ำอย่างน่ากลัวจนไคกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่

            คุณปู่ทรานพูดอะไรบางอย่างแต่ไททันไม่ได้แปลให้ฟังอีก ทั้งหมดจึงเดินออกไปที่ห้องโถงซึ่งตอนนี้คุณย่าและแม่ของเทรนรวมทั้งตัวเทรนด้วยกำลังนั่งรออยู่ ทุกคนไม่ได้เอ่ยถามอะไรเกี่ยวกับไม้เท้าดูราวกับว่ารู้อยู่แล้วแต่ไม่ได้พูดอะไร

            “จริงสิเดี๋ยวผมขอทำอาหารหน่อยได้ไหมครับ หิวจะแย่แล้ว”ไคเอ่ยถามกับไททันซึ่งเลิกคิ้วนิดๆก่อนมีสีหน้าเหมือนเข้าใจ

            “ที่แท้เธอก็ทำอาหารจากโลกเป็นด้วย อืม ความจริงเดี๋ยวอีกสักสองชั่วโมงก็ถึงเวลาอาหาร รอหน่อยก็ไม่ต้องเหนื่อยแล้ว แต่ว่าฉันก็อยากกินอาหารของโลกเธอเหมือนกันนะ อืม เอาไงดีละเนี้ย”

            “อ๋อ ฮะๆ แบบนั้นเดี๋ยวผมทำเผื่อครับ”ไคบอกเพราะว่ารู้ดีว่าสิ่งที่ทั้งปู่ทรานและลุงไททันให้เขานั้นเป็นสิ่งมีค่ายิ่ง ไททันหันไปบอกกับทุกคน แล้วก็เกิดการโต้เถียงขึ้นสุดท้ายไปๆมาๆเหมือนจะมาลงที่เทรน ซึ่งก็ยอมตามฝ่ายไหนก็ไม่ทราบ แต่ผลคือไคได้มาทำอาหาร

            เทรนมาเล่าให้ฟังในภายหลังว่าคุณย่ากับคุณแม่ยืนกรานหนักแน่นว่าขอชิมและเรียนรู้สูตรของอาหารโลกของไคเพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะได้เรียนรู้ ในขณะที่ทั้งคุณปู่และพ่อต่างเห็นว่าการให้แขกมาทำอาหารมันไม่ถูกต้อง พอพวกคุณแม่เถียงว่าตัวเองก็ช่วยด้วยผลมาลงที่เทรน

          การทำอาหารมื้อนี้จึงเต็มไปด้วยความสนุกปนความเหนื่อยของเทรนเพราะต้องคอยแปลภาษา ส่วนพวกคุณปู่กับคุณลุงก็สวมรอยเป็นหัวขโมยตัวฉกาจคอยฉกอาหารอร่อยๆที่ทำเสร็จไปกิน ทุกคนเป็นกันเองและไม่ถือตัวไคสึกเริ่มรู้สึกสบายใจมากขึ้น

            หลังจากอาหารที่เต็มไปด้วยไก่ทอด เนื้อหมักย่าง เนื้อสเต็กและผัดผักอาหารประเภทแกงและซุปซึ่งถือว่าเป็นมื้อใหญ่ แต่ไคก็ไม่คิดว่าแปลกอะไรสำหรับครอบครัวใหญ่ขนาดนี้แต่ความจริงแล้วถ้าเอาเฉพาะแค่เนื้อจำนวนมากก็เรียกได้ว่าเป็นมื้อสำหรับงานเลี้ยงแล้ว

 

            “ฮ่า สนุกจริงๆเลย ไม่ได้สนุกแบบนี้มาตั้งนานแล้ว”เทรนพูดกับไคที่กำลังเช็ดหัวด้วยผ้าขนหนู อันที่จริงเขาเคยเห็นความสนุกสนานเฮฮาแบบนี้แต่ในทีวีเมจิคเท่านั่นแหละ ไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดขึ้นกับเขาได้ ไคที่ตอนนี้มานอนห้องเดียวกับเทรนชั่วคราวเพราะห้องนอนของไค พวกคุณแม่ยืนยันหนักแน่นว่าต้องจัดเตรียมให้พร้อมก่อน

            “แต่มันเหมือนลืมอะไรไปอย่างสองอย่างน้า”ไคพูดพลางคิดทบทวนว่าลืมอะไรไป “นายช่วยคิดสิวันนี้ฉันลืมอะไรไปนะ”

            “ไม่รู้สิ มือถือนายละลืมไปหรือเปล่า”เทรนที่จริงก็ไม่รู้หรอกแต่ก็เดามั่วไป ไคหยิบถุงมือถือออกมาโชว์แทนคำตอบว่าไม่ได้ลืม

            “นั่นสิน้า มันติดอยู่ที่ริมฝีปากแต่คิดไม่ออก”

          “ช่างเถอะน่า นอนเหอะฉันชักจะง่วงแล้วนะ”เทรนว่าพลางล้มตัวนอนลงบนเตียงขนาดคิงไซด์ ทั้งที่นี่มันพึ่งจะทุ่มกว่าๆเอง

            “เออ นอนก็ได้”ไคพูดพลางสะบัดไล่ความคิดที่ว่าตัวเองลืมอะไรบางอย่างไป โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะโดนเฉ่งในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

 

 

          เช้าวันถัดมาของบ้านฟีเนเซียร์ร่า ก็มีจดหมายสีเงินสดใสจากสภาสูงแดนเวทย์มาถึงที่บ้านด้วยการอารักษ์ขาของมังกรดำและผู้ขับขี่มัน

            เป็นเวลาเกือบหกโมงเช้าแต่ไคก็ตื่นแล้ว เขากำลังเดินดูดอกไม้แปลกๆของโลกเวทมนต์ก็ปรากฏลมแรงสุดฤทธิ์ชนิดพอๆกับเฮลิคอปเตอร์เลยทีเดียว น่าแปลกที่ข้าวของต่างๆกลับไม่เคลื่อนไหวตามแรงลมใดๆไคเงยหน้าขึ้นไปเขาก็พบกับความประทับใจอีกหนึ่งอย่าง

            มังกรดำขนาดยักษ์ลำตัวยาวแกร่งมีกล้ามเนื้อแข็งกล้าผิวหนังสีดำสนิทดุจรัตติกาลเขี้ยวสีเงินเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมีเขี้ยวคู่หน้าที่ยาวเป็นพิเศษ ดวงตาสีไพลินของมันดูสงบนิ่งและล้ำลึกคล้ายผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน ยามสยายปีกมังกรดำตนนี้ดูคล้ายจะบดบังแสงอาทิตย์ของโลกนี้ให้มืดไปเลยทีเดียว

            ไคยังต้องตกใจเข้าไปอีกเมื่อ มังกรดำที่แสนยิ่งใหญ่นี้กลับมีผู้ขับขี่มันได้ มิหนำซ้ำยังเป็นชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเสียอีก

            บุรุษเส้นผมสีน้ำตาลทองดวงตาสีน้ำตาลทองทอแววสนุกสนาน รอยยิ้มสดใสกระโดดลงจากหลังของมังกรดำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าวัยรุ่นๆทั่วไปแต่กลับมีดาบนักรบสีดำแดงสะพายอยู่ที่เอวเป็นสิ่งเดียวที่ไม่เข้ากับการแต่งตัวสไตล์เกาหลีสักนิด

            “เฮ้ นายสินะไค ที่ว่านะ นี่จดหมายของนาย”ชายผู้ผู้ปกครองมังกรดำที่น่าเกรงขามเอ่ยอย่างไร้เรื่องไร้ราวแถมไม่มีธรรมเนียมมารยาทอะไร หากเป็นคนอื่นคงไม่แคล้วต้องขมวดคิ้วและต่อว่าไปสักคำสองคำ นั่นคือสิ่งที่ อเลน แรนทิส เจอประจำแต่เขาชอบให้เป็นแบบนั้นมากกว่ารู้สึกสนุกที่ได้กวนอารมณ์คนเล่น

            “เหรอ อือ ขอบใจนะ นายเป็นบุรุษไปรษณีย์เหรอ” และเป็นครั้งแรกที่อเลน เจอคนที่เจอมังกรดำที่มีอายุมากกว่าหกร้อยปีเป็นครั้งแรกแล้วสีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้เส้นขนขยับ แถมยังกวนประสาทกลับมาได้อีกต่างหากพอเห็นแบบนี้ อเลนถึงกับยิ้มกว้าง

            “เปล่าหรอก พอดีเป็นภารกิจเล็กๆน้อยๆที่พ่อให้มาน่ะ อีกอย่างอยากมาดูหน้านายด้วย”อเลนไม่ได้บอกว่านอกจากคนของตระกูลฟีเนเซียร่าจะพาคนอื่นเข้าบ้านด้วยตนเองแล้ว แทบจะไม่มีใครบุกมาได้ถึงหน้าบ้านเลยด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้จึงต้องใช้คนที่มีระดับฝีมือเกินเอสคลาสอย่างเขาและยังไม่บอกด้วยว่าเขายังไม่ตอบตกลงภารกิจของสภาสูงที่เชิญเขา แต่ตอนนี้ในใจเขาตกลงไปเรียบร้อยแล้ว

            “ทำไมเหรอ ไม่เคยเห็นหน้าคนหล่อๆสินะ”ไคที่รู้ดีว่าคนตรงหน้าเป็นประเภทเดียวกับเพื่อนสาวหัวใจชายของเขา ทิมนั่นเองหรือทับทิมพวกชอบกวนบาทาชาวบ้านแต่ถ้ามีคนกวนกว่าจะชอบใจที่สุด เขาว่านายนี่น่าจะเข้ากันได้ดีกับทับทิมเลยทีเดียว

            “เออ หล่อมากๆเลยนะเนี้ยสุดยอด เห็นแล้วอยากจับไปดองโหลแก้วเลยละ”อเลนกวนกลับก่อนแนะนำตัวเอง “อ้อ ฉันชื่อ อเลน แรนทิสนะ ไม่ยินดีที่ได้รู้จัก”อเลนพูดกวนๆประโยคนี้หากเป็นคนอื่นคงคิดว่าอเลนไปท้าต่อยแน่ๆ

            “แล้วนั่นละ”ไคพยักหน้าเอ่ยถามถึงเจ้ามังกรดำสุดเท่และแข็งแกร่งที่จ้องมาทางเขาอย่างเขม็ง อเลนแปลกใจเล็กน้อย เพราะความที่เขาเป็นดราก้อนไรเดอร์หรือผู้ขี่มังกรจึงมีความรู้สึกและความคิดร่วมกับมังกรในส่วนหนึ่ง และความรู้สึกรวมถึงความคิดของเจ้า ซีก้า ของเขาในตอนนี้คือ กลัว ทั้งๆที่มันไม่เคยกลัวอะไรมาก่อนแล้วความรู้สึกนี่เป็นเพราะเจ้าไคหรือนี่

            “ชื่อซีก้าน่ะ แต่วันนี้ดูมันแปลกๆไป หรือว่าจะเหนื่อย”อเลนแนะนำเขาเห็นไคเดินเข้าไปใกล้เจ้ามังกร ซีก้าเป็นมังกรดำที่แกร่งที่สุดในทุกๆด้านแม้แต่ในสี่ดราก้อนไรเดอร์เองสำหรับการต่อสู้มันถูกจัดให้อยู่ในอันดับหนึ่งมาตลอด เพราะเหตุนี้มันจึงมีความหยิ่งทะนงมาก

            ก่อนที่ไคจะเข้าไปหาซีก้ากำลังชูคออย่างผยองแต่พอไคเข้าไปใกล้มันกลับซบลงกับพื้นอย่างว่าง่ายทั้งๆที่มันไม่เคยเป็นเช่นนั้นมาก่อน นี่กลับเป็นอีกเหตุหลักที่ทำให้อเลนสนใจในตัวของชายผู้นี้ขึ้นมา

            “เฮ้ อเลนมันจะกัดไหมน่ะฉันอยากลองแตะมันดูนะ”อเลนเลิกคิ้ว บางคนในของตระกูลที่มังกรรับใช้แทบไม่มีโอกาสได้แตะต้องตัวมังกรเลยด้วยซ้ำ เพราะพลังในสายเลือดอ่อนไปแต่อเลนกลับสัมผัสได้ถึงความเกรงกลัวและยินยอม

            “อืมม ลองดูสิ”อเลนพูดจบ ไคก็วางมือลงบนปลายจมูกของจ้าวแห่งสัตว์ทั้งมวล ดวงตาสีไพลินของมันดูคล้ายเป็นอัญมณีมีชีวิต ผิวหนังของมันไม่สมควรเรียกว่าผิวหนังเลยทีเดียวน่าจะเรียกเกราะเหล็กหนามากกว่า

            มังกรดำที่แสนหยิ่งผยอง อเลนจำได้ว่าโซดาเรียเจ้าหลานชายห่างๆของเขาเคยอยากขึ้นมังกรครั้งหนึ่งในตอนนั้นพ่อและปู่เขาของพูดคุยกับมันหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ แล้วนี่คืออะไรเพราะอะไรทำไมซีก้ากลับยินยอมที่จะให้ชายผู้ไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกับผู้ผูกพันธะแตะต้องมัน

            “อยากลองขี่มันเลยแฮะ ถ้าได้ขึ้นบนท้องฟ้าพร้อมๆกับเจ้านี่ละก็ แฮะๆ คงสุดยอดไปเลยนะ”ไคพูดพึมพำเบาๆขณะเดินมาที่ช่วงต้นคอซึ่งเป็นจุดที่น่าจะใช้สำหรับนั่ง อเลนรู้ถึงอันตรายดีกว่าจึงรีบเข้าประชิดตัวไคและแตะไหล่เอาไว้

            “อย่า ผู้ที่ไม่ใช่นายผู้ผูกพันธะกับมันจะไม่สามารถขี่มันได้ นอกจากมันจะยินยอมหรือมีพรสวรรค์พิเศษ”อเลนว่าใบหน้าของหนุ่มขี้เล่นกวนประสาทกลับจริงจังอย่างไม่น่าเชื่อ ไคเลิกคิ้วนิดๆ

            “พรสวรรค์อะไรเหรอ”

          “หึ มันมีหลายชื่อนะ บ้างก็เรียกว่าจ้าวแห่งมังกร มาสเตอร์ดราก้อนไรเดอร์ หรือพรสวรรค์แห่งไกจิน”อเลนว่าพลางรำลึกถึงตอนที่เขารู้เรื่องนี้ เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าจะมีความสามารถที่ขี้โกงกับอาชีพดราก้อนไรเดอร์ได้ขนาดนี้

            “ไกจินอีกแล้ว”ไคชักเบื่อ กับชื่อนี้แล้วนะอเลนยิ้มอย่างเข้าใจเพราะเขาเองก็เป็น เมื่อเข้ามาในโลกของเวทมนต์แห่งนี้ เขาก็ประสบพบเจอแต่ชื่อของสุดยอดวีรบุรุษคนนี้ตลอดจนคล้ายกับเป็นเรื่องในตำนาน แม้ว่าวีรบุรุษคนอื่นๆจะมีวีรกรรมที่สู้จนตัวตายแต่สุดท้ายก็ไม่อาจจะไปเปรียบได้กับไกจิน

            “แล้วยังไงต่อละ”ไคเอ่ยถามต่ออเลนค่อยรู้สึกตัว และค่อยๆบอก

            “พรสวรรค์นั้นคือ การควบคุมมังกรสมบูรณ์แบบ ไม่ว่ามังกรตัวนั้นจะเป็นของใคร เป็นมังกรป่าหรือไม่ จะมีอายุแค่ไหน จะหยิ่งแค่ไหน หรือว่าเป็นมังกรของศัตรู ต่างตกอยู่ใต้อาณัติของผู้มีพรสวรรค์การควบคุมมังกรสมบูรณ์แบบนี้ เป็นพรสวรรค์ที่เหล่าดราก้อนไรเดอร์ต่างเทิดทูนและชิงชังในเวลาเดียวกัน มีเพียงมังกรตัวเดียวจริงๆที่ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของพรสวรรค์นี้”

          “มารดาแห่งมังกรเรอะ”อเลนสะดุ้งเล็กน้อยที่ไคโพล่งออกมา เขาถึงกับยิ้มหมอนี่หัวไวจริงๆถึงกับถามปัญหาที่คงมีแต่ไกจินเท่านั้นที่ตอบได้ออกมา

            “อันนี้ก็ถกเถียงกันมานานแล้วละ ในวงการของฉัน เขาว่าแม้แต่มารดาแห่งมังกรก็สยบได้แต่แค่ชั่วคราวไม่ถาวร ไม่เหมือนกับมังกรตัวอื่นๆ ตัวที่ต่อต้านได้สมบูรณ์แบบจริงๆคือมังกรที่มาพร้อมกับกับนามของไกจินเสมอๆ ดาเรอุสไงละ”

          “อ้อ เรอะ มันคงเก่งน่าดู”

          “สุดๆเลยละ นายน่าจะอ่านตำนานเรื่องนี้นะ รับรองนายจะได้ตื่นตะลึงกับการใช้ชีวิตของวีรบุรุษคนนี้ ฉันเองตอนอ่านครั้งแรกยังหลงประทับใจไม่ได้ ขนาดว่าฉันเป็นดราก้อนไรเดอร์นะ ฮะๆๆ”

“อ้าว เป็นดราก้อนไรเดอร์แล้วยังไงเหรอ หรือว่าไกจินไม่ถูกกับดราก้อนไรเดอร์”ไคงุนงง

“อืม จะว่ายังไงดีละในช่วงหนึ่ง เพราะพรสวรรค์ของไกจินทำป่วนจนทำให้ดราก้อนไรเดอร์ไม่ชอบใจการแย่งชิงมังกรของของไกจิน ไกจินน่ะไม่มีมังกรเป็นของตัวเองจริงๆหรอกพอไปเจอศัตรูที่เป็นดราก้อนไรเดอร์ก็ยึดอำนาจมาใช้

แถมพอใช้เสร็จก็ทำลายพันธะปล่อยเข้าป่าไปพอไกจินทำแบบนี้ก็มีคนอื่นๆที่ทำได้เหมือนกัน เขาจึงถือว่าเป็นบิดาแห่งการปลดปล่อยมังกรในอีกนัยหนึ่ง ด้วยเพราะอย่างนี้ดราก้อนไรเดอร์จึงถือว่าเขาคือต้นเหตุที่ทำให้พวกเราเสื่อมโทรม ก็เลย นะ”

“แบบนี้นี่เอง น่าเสียดายนะ อยากขึ้นไปบนท้องฟ้ากับมังกรใหญ่ๆแบบนี้เหมือนกัน”ไคเอ่ยอย่างเสียดายจริงๆ อเลนกลับรู้สึกได้ถึงความยินดีท่วมท้นจากซีก้า แต่ก็หายไปพร้อมๆกับไคที่เข้าไปนั่งอ่านจดหมายสีเงินบนโต๊ะหินสีขาว

“หรือว่า...ไม่ใช่หรอกมั้ง ไม่ใช่แน่ๆ”อเลนพึมพำกับตัวเองระหว่างนิ่งคิด เขาก็ตัดสินจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง ไม่แน่ว่าพรสวรรค์แสนป่วนอาจจะหวนกลับมาในอะไรๆที่ทุกอย่างกำลังเสื่อมโทรมโดยบุคคลที่ถูกทำนายว่าจะเป็นผู้ช่วยโลกเวทย์มนต์ไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า

“งานเลี้ยงส่งการเดินทางสู่ภารกิจ บ่อแห่งความรู้ จัดที่ อิสเนเทียส นี่มันอะไรน่ะ”ไคอ่านแล้วงงกับข้อความในขณะที่เงาของใครบางคนก็เข้ามา

“ไง เทรน มีของนายด้วยนะ”อเลนพูดยิ้มๆ เทรนก็รับมาอย่างไม่ค่อยพอใจกับหนึ่งในคนที่ทำหน้าบ้านเขาพังซะราบ แต่ทำอย่างไรได้หากจะมีคนคิดเข้ามาในบ้านก็ต้องแบบนี้ อเลนไม่ได้บอกไคไปอย่างหนึ่งว่าแม้แต่ตอนนี้ก็มีดราก้อนไรเดอร์หนุ่มสาวอีก สามคนอยู่ข้างนอกกำลังละเลงพลังเวทอย่างเมามันเพื่อรักษาทางให้กับอเลน

“อือ รู้แล้วทางนี้ฉันจัดการเอง นายก็รีบๆกลับไปได้แล้ว เพื่อนนายที่ชื่อ รินารี่ให้ฝากมาบอกนายว่าเค้ามีรายการนัดเดตอีก สิบสี่คน ต้องทำเวลา”เทรนพูดด้วยสีหน้านิ่งๆเพราะนอกจากคำฝากแล้วยังโดนด่ามาอีกหลายคำซึ่งคล้ายๆกับการด่าแทนและยังให้เขาไปด่าอเลนอีกทอดซึ่งคนอย่างเทรนทำไม่ได้อยู่แล้ว

“โอเค งั้น เราคงได้เจอกันในการเดินทางนะ แหม ครั้งนี้คงน่าสนุกสุดๆไปเลย ซีก้า”อเลน ทิ้งท้ายก่อนหายตัวไปอยู่บนหัวมังกรดำ ซีก้าสยายปีกมันกระพือเพียงครั้งเดียวก็ลอยขึ้นไปบนนภามากกว่าสิบเมตร

“งานเลี้ยงที่จัดโดย อิกเนเทียสงั้นหรือ อืมม แบบนี้พ่อฉันน่าจัดการได้นะ”เทรนว่า ไคกลับรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร่ขึ้นมาถนัดตาทั้งๆที่ยังเช้าอยู่


-----------------------------------------------------------------
แก้ไขคำผิดครั้งที่ 1 ณ วันที่ 13/11/2554

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 12 : คณะเดินทางและงานเลี้ยง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2708 , โพส : 10 , Rating : 95% / 8 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 10 : ความคิดเห็นที่ 508
แอบเห็นบรรยายกาศสีม่วงแฮะ...
PS.  No he can/\'t read my poker face
Name : iLaf < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ iLaf [ IP : 1.2.165.244 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มกราคม 2557 / 17:32
# 9 : ความคิดเห็นที่ 423
@ อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว ขอคอมเม้นท์บ้างแล้วกัน...

นิยายเรื่องนี้ ไรเตอร์เขียนได้สนุก น่าติดตามมากครับ แม้จะมีข้อบกพร่้องบ้างก็เพียงเล็กน้อย แบบการแบ่งวรรค แบ่งประโยคของคำพูด คำบรรยาย และคำผิดที่มีน้อยมาก

ขอเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์อีกหนึ่งเสียง อย่าท้อนะครับ ท่านแต่งได้ดีแล้ว แต่งได้เยอะๆ แล้วแก้ไขขัดเกลานิดหน่อย นำเสนอสำนักพิมพ์ การได้ตีพิมพ์คงไม่ไกลเกินเอื้อม...
Name : คนไทย [ IP : 223.205.11.34 ]

วันที่: 24 กรกฎาคม 2555 / 15:51
# 8 : ความคิดเห็นที่ 411
อยากให้ไคขี่มังกร คงน่าตื่นเต้นดี
PS.  เราชอบ yaoi ความสำเร็จอยู่ที่ความพยายาม
Name : Joker Mask < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Joker Mask [ IP : 49.230.200.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2555 / 20:00
# 7 : ความคิดเห็นที่ 200
 อยากให้ไคขึ้นขี่เจ้ามังกรดำจัง
PS.  เจ้าของกลุ่ม นิยายน่าอ่านใน Dek-d ที่โลกลืม ปี 2554 เจ้าของกลุ่ม My useful knowledges
Name : jsoc < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jsoc [ IP : 180.183.48.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤศจิกายน 2554 / 18:34
# 6 : ความคิดเห็นที่ 199
อ๊า ชอบนิยายเรื่องนี้จังเลย >< 
PS.  ┢┦aΡpy ToO-GeTher
Name : Aburame_Shino < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aburame_Shino [ IP : 171.4.118.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 / 18:45
# 5 : ความคิดเห็นที่ 198
เหมือนไคจะมีพรสวรรค์ที่ว่านั่นนะคะเนี่ย~
PS.  ชีวิตคนเรามันก็มีหลายอย่าง มีทั้งชอบและไม่ชอบและดีไม่ดี บางอย่างก็รับไม่ได้... ก็แหม เราไม่ใช่ผู้เฒ่าที่ปลงแล้วนี่นา ถึงจะได้ปล่อยวางได้น่ะ ;)
Name : Dreamever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dreamever [ IP : 58.9.114.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 14:43
# 4 : ความคิดเห็นที่ 197
สนุกมากค่ะ
PS.  สนุกมากค่ะ
Name : [Op]Ko_Ke < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [Op]Ko_Ke [ IP : 223.205.116.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 15:15
# 3 : ความคิดเห็นที่ 196
มาสมัครเป็นแฟนคลับรออ่านอีกคนจ้า สนุกมากเลยนะเนี่ย
PS.  เพราะโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล... ฉันจึงดีใจที่ได้รู้จักเธอ
Name : fayfena < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fayfena [ IP : 58.11.164.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2554 / 19:40
# 2 : ความคิดเห็นที่ 195
อ๊ากกก!!!!  ในที่สุดไรเตอร์ก็อัพแล้ววว แง้!! T0T

สนุกมากๆเลยจ้า...  ไคมีพรสวรรค์จริงๆเลย 555+

อัพต่ออีกน้า  จะรอจ้า!!>>>
PS.  "When life is giving you a hard time, try to endure and live through it. You must never run away from a problem. Convince yourself that you will survive and get to the other side."
Name : Lenna < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lenna [ IP : 223.207.95.6 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 / 13:08
# 1 : ความคิดเห็นที่ 194

สนุกค่ะ

มาอัพบ่อยกว่านี้ได้มั้ยอ่า

กาซิกกาซิก


PS.  
Name : _fiona_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _fiona_ [ IP : 110.32.132.193 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 / 05:08
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android