คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา

ตอนที่ 13 : แฟนตาซี แห่งความลับ


     อัพเดท 13 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เวทมนต์, จอมเวท, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : จักรพรรดิอักษรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จักรพรรดิอักษรา
My.iD: https://my.dek-d.com/parpat
< Review/Vote > Rating : 86% [ 10 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 31,143
553 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 401 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 13 : แฟนตาซี แห่งความลับ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2548 , โพส : 14 , Rating : 96% / 10 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


แฟนตาซี แห่งความลับ

           

            “แล้วอิกเนเทียส นี่ใครเหรอ”ไคเอ่ยถามหลังจากที่เทรนแปลข้อความในจดหมายให้ฟัง สภาเวทนี่ก็เหลือเกินไม่ยอมแปลภาษาอังกฤษมาให้แล้วเขาจะอ่านรู้เรื่องไหมละนั่นแต่บางทีเขาอาจจะคิดเผื่อไว้แล้วว่าจะต้องมีใครรับหน้าที่แปลข้อความให้อยู่อย่างแน่นอน

            “ก็ตระกูลจัดงานเลี้ยงที่ได้รับการยอมรับของโลกเวทมนต์น่ะ”เทรนตอบสั้นๆตามเนื้อหาที่ตนได้อ่านมา เขาไม่เคยไปงานเลี้ยงระดับสูงที่ถูกจัดโดยตระกูลอิกเนเทียสเลยสักครั้ง ตั้งแต่มีเรื่องราวของโซลเมจิคสิทธิของตระกูลผู้น่าเกรงขามอย่างเขาก็หกหายไปมากมาย

            ความจริงแล้วก่อนที่จะมีเรื่องโซลเมจิคเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นตระกูลฟีเนเซียร์เป็นผู้ที่นับหน้าถือตาในฐานะเจ้าของความรู้ที่สร้างไม้เท้าเวทมนต์ได้ไม่กี่ตระกูลที่มีอยู่ขนาดว่าบัตรงานเลี้ยงที่ส่งมาในแต่ละวันมากมายขนาดที่ถ้านั่งอ่านเองหนึ่งร้อยปีก็อ่านไม่หมด แต่หลังจากมีมลทินหลายๆคนก็เริ่มห่างหายจนในที่สุดเพียงสามรุ่นของโซลเมจิคเรื่องงานเลี้ยงก็ไม่มีในหน้าประวัติศาสตร์ของตระกูลอีก

            “เหรอ”ไครับคำง่ายๆเพราะคิดว่าเป็นงานเลี้ยงทั่วๆไป ที่แค่ว่าเดินไปเดินมาโต๋เต๋ไปเรื่อยๆกินนู่นนี่นั่นไปแล้วก็กลับนั่นคือข้อมูลที่มีอยู่ในหัวของไคเพราะไคนั้นนอกจากงานเลี้ยงของเพื่อนๆและหมู่ญาติที่เป็นกันเองแล้วก็ไม่เคยไปไหนอีก โดยหารู้ไม่ว่ามันผิดไปจากงานเลี้ยงเวทมนต์มากมายนัก

            “อือ อ้อ จริงสิเรื่องที่นายอยากโทรไปหาแม่ที่โลกนั้น ฉันไปคุยมาให้แล้วนะโชคร้ายหน่อยที่บ้านฉันไม่มีสายเชื่อมต่อ อินเตอร์เน็ท เรียกกันงี้หรือเปล่านะ นั่นแหละเลยต้องไปที่บ้านของนายเพราะบ้านนายมีไวเลส กับอินเตอร์เน็ททางการจะเชื่อมต่อให้ในเวลาเที่ยงน่ะ”เทรนว่าไคตาเป็นประกายเมื่อคิดว่าจะได้คุยกับคุณนายมีนาอีกครั้ง แต่เขาคิดว่าไม่บอกเรื่องการผจญภัยหลุดโลกจะดีกว่านะ

            หลังจากคุยเรื่องสัพเพเหระจำพวกเรื่องราวของมังกรกับเทรน ไคก็ตัดสินใจไปทำอาหารเที่ยงไว้ให้ครอบครัวฟีเนเซียร์ซึ่งเทรนเองก็เห็นด้วยเพราะเขาก็มีเมนูที่สนใจอยากให้ไคสอนอยู่เหมือนกัน

            ระหว่างนี้ทั้งคู่ไม่ได้รู้เลยว่ากำลังมีอีกด้านหนึ่งที่กำลังวุ่นวายสุดๆเพราะการจัดงานเลี้ยงระดับสูงที่นานทีปีหนจะจัดขึ้นครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ยังจัดโดยสภาเวทมนต์ซึ่งรับประกันได้ว่ามันต้องยิ่งใหญ่และอลังการแค่ไหน มิหนำซ้ำผู้จัดครั้งนี้คือ ตระกูลอิกเนเทียสที่มีชื่อเสียงเป็นตำนาน

            เคยเล่ากันว่าตระกูลอิกเนเทียส สามารถจัดงานสังสรรค์จนเหล่าเทพอดใจไม่ไหวต้องขอมาร่วมวงด้วยเป็นเหตุให้หลายๆคนได้มีโอกาสขอพรต่อเทพองค์นั้น

            แต่เพราะว่าเรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ถูกเตรียมพร้อมไว้แต่เนิ่นๆทุกคนจึงวุ่นวายไปหมด สำหรับมืออาชีพระดับมาสเตอร์อย่างตระกูลอิกเนเทียสมือไม้ไม่สับสนและยังจัดเตรียมสถานที่ได้อย่างดี ใช้เส้นสายจัดหาของต่างๆตามคำสั่ง แต่ที่วุ่นที่สุดคือผู้คนที่อยากเข้าร่วมงานต่างหาก

            แน่นอนว่างานระดับสูงการเข้าไปได้ต้องมีความสามารถเส้นสายพอสมควร สำหรับชนชั้นสูงงานครั้งนึ้จึงพลาดไม่ได้ที่จะเข้าร่วม พวกเขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อจะคงหน้าตาและชื่อเสียงเอาไว้มิเช่นนั้นหากไม่ได้ไปคราวหลังอาจจะมีคนพูดถึงหรือเยาะเย้ยให้เป็นที่ขายหน้าได้นั่นคือข้อคิดของคนชั้นสูง

            ด้วยเหตุนี้งานเลี้ยงส่งที่สมควรจะอลังการในระดับปานกลาง จึงพุ่งทะยานไปอยู่ในระดับสูงสุดทันทีเพราะว่ามีคนชั้นสูงจำนวนมากที่เข้าร่วมงานนี้ทั้งเหล่าเชื้อสายผู้สูงส่ง หรือคนที่มีอำนาจต่างๆส่วนหนึ่งของทุกคนย่อมต้องการที่จะมีหวังในการเดินทางของไค หรืออาจจะเป็นผู้วาดหวังได้ให้ความช่วยเหลือกับขุมอำนาจที่ไม่ยังเกิดอย่างไค

            มันเป็นเรื่องราวซับซ้อนของเหล่าคนมีอำนาจ พวกเขารู้ดีว่าหากทำให้ไคติดหนี้บุญคุณได้ก็ถือเป็นกำไรเพราะว่าไค หากทำงานนี้สำเร็จจริงเขาจะได้รับให้วางอยู่ในตำแหน่งที่ทรงอำนาจและมีผลกระทบต่อหลายๆวงการ ความรู้ที่ขาดหายไปเพราะสิ่งมีชีวิตเวทมนต์จะได้รับกลับคืนมาอีกครั้ง

            อีกทั้งหลายๆคนยังทำนายไว้ว่าไคจะต้องได้รับตำแหน่งระดับสูงในสภาแดนเวทมนต์แน่นอนเพื่อไม่ให้คิดหวนกลับไปอยู่ในโลกเดิม ด้วยเหตุนี้หลายๆคนที่คิดได้จึงมุ่งมั่นที่จะทำความรู้จักกับบุรุษผู้ที่ที่อนาคตไกลผู้นี้หากไคไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็แค่หน้าแตกไปพร้อมๆกับสภาเวทมนต์

           

          “ได้เรื่องแล้วละ พ่อไปติดต่อมาแล้ว เขาบอกว่างานนี้จะเป็นงานเลี้ยงแฟนตาซีแห่งความลับ ทุกคนจะต้องใส่ชุดเวทมนต์ในเซทที่เป็นจำพวก การปลอมแปลงตนเองมีเฉพาะผู้ได้รับเกียรติชั้นสูงและคนบางกลุ่มที่จะได้อุปกรณ์พิเศษสำหรับติดต่อกันในงานเลี้ยง”ไททันบอกเสียงเรียบๆ ขณะกำลังคีบส้มตำปูกินอย่างเมามัน

            เทรนพยักหน้าเข้าใจก่อนอธิบายให้ไคที่ตอนนี้รับหน้าที่ย่างไก่อยู่ข้างๆเตาไฟ ซึ่งกำลังทำหน้างุนงง นี่มันจะดูแฟนตาซีเวทมนต์จ๋าไปเสียแล้วนะเนี้ยไคแอบคิดในใจ

            งานเลี้ยงรูปแบบความลับกำเนิดมานานแล้ว ไม่ว่าจะจัดสรรในแบบต่างๆซึ่งเกือบทุกครั้งการจัดงานเลี้ยงเช่นนี้ย่อมที่จะมีเบื้องหลังอยู่ เทรนอธิบายว่าบ่อยครั้งที่งานเลี้ยงประเภทนี้จะมีการซื้อขายอย่างลับๆเกิดขึ้น การลอบสังหารชนชั้นสูงระดับสำคัญแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่เพราะงานเลี้ยงชนิดนี้ไม่กำหนดแบ่งชนชั้นและยังมีความตื่นเต้นน่าค้นหาทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย

            ไททันคาดไว้ว่าน่าจะเป็นใครสักคนที่ต้องการได้ตั๋วที่นั่งสำหรับการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งขอเพียงแค่ทำให้ไคยอมรับได้ก็จะได้รับการอนุญาตให้เดินทางได้ การเดินทางครั้งนี้มีผลประโยชน์แฝงไว้มากกว่าที่คนเข้ามาใหม่อย่างไคจะเดาออก

            “แล้วจะต้องแต่งตัวแบบไหนเหรอ”ไคเอ่ยถาม พร้อมกับคิดว่าคงเป็นแบบชุดแฟนตาซีของชนชั้นสูงแบบที่เคยแพร่หลายในอังกฤษยุคกลางแน่ๆ พลางยิ้มยินดีที่ว่าตัวเองจะได้แต่งตัวแบบนั้นเข้าไปในงานเลี้ยงคงสนุกไม่น้อย

            “อืม ลองดูนี่สิ นี่คือแคตตาล็อกที่พ่อฉันหามาให้ มีอยู่หลายๆแบบเลยนะ”เทรนว่า พลางหยิบขึ้นมาดูเล่มหนึ่ง ไคเองก็เกิดความสนใจขึ้นมาเขาเลือกเล่มที่น่าสนใจที่สุด เอามาเปิดดู

            ปรากฏว่ากลับเป็นรูปสัตว์อสูรหน้าตาแปลกๆกับและรูปคนอีกหลายร้อยคน บ้างสวยบ้างหล่อบางคนก็แก่แต่แต่งชุดเหมือนจอมเวททั่วๆไป บางคนก็แต่งแบบชั้นสูงบางคนก็ดูพิสดารไปหน่อย

            “หือ ชุดพวกนี้ไม่เห็นจะดูลึกลับตรงไหน ไม่มีหน้ากากสักอัน”ไคว่า ไคเอาภาพงานเลี้ยงใส่หน้ากากของอังกฤษยุคกลางมาเป็นมารฐานพอเห็นแบบนี้ก็งุนงง แบบนี้มันจะเรียกว่าความลับได้อย่างไง เทรนทำหน้าตาสงสัยอยู่สักครู่ก่อนเบิกตาและอธิบายใหม่

            “อ้อ นายหมายถึงชุดนี่เอง ความจริงแล้วชุดแค่องค์ประกอบแต่ความจริงแล้วแม้เราจะเรียกว่าชุดแต่จริงๆก็คือน้ำยาแปลงร่างกลายเป็นสิ่งนั้นๆ ซึ่งเราจะต้องลงชื่อกับทางเจ้าของงานว่าจะเลือกอะไรทั้งนี้เพื่อประโยชน์หลายอย่าง หนึ่งคือเพื่อไม่ซ้ำแบบ สองหากเกิดเรื่องร้ายสามารถเอาผิดได้ สามถ้าหากมีอะไรผิดพลาดในน้ำยาเราสามารถเอาผิดกับเจ้าของงานได้ สี่ก็เพื่อความสะดวกสบายและหลายๆอย่าง

เพราะฉะนั้น ที่เรากำลังพูดนี่ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าหรอกที่เป็น แฟนตาซีแห่งความลับ แต่มันคือทั้งตัวเราไงละ เราสามารถกลายเป็นใครก็ได้ที่เห็นอยู่ในแคตตาล็อกนี่ อย่างคนนี้ก็เป็นวีรสตรี…”เทรนอธิบายอีกหลายคน ชี้ให้ดูเหล่าคนที่น่าสนใจอีกหลายคน

ไคที่ไม่เคยได้ยินตำนานของโลกฝั่งนี้มาก่อนจึงไม่รู้จักเกือบซะหมด แม้ว่าจะเป็นเทรนเองก็รู้จักไม่หมดเช่นกันไคเห็นมีตั้งแต่สัตว์ประหลาดในตำนานไปยันจนถึงวีรบุรุษรุ่นตั้งแต่หมื่นกว่าปีก่อน

“แล้วไกจินกับเทอุสละ”ไคถามออกมา เพราะไม่เห็นมีอยู่ในรายชื่อที่เทรนแนะนำ เทรนกลับยิ้มออกมาเล็กน้อยทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูสง่างามคล้ายเทพบุตรเข้าไปอีก

“มีอีกหลายคน ที่ถูกห้ามไม่ให้สวมรอยในงานเลี้ยงแฟนตาซี ไม่ใช่แค่ไกจินกับเทอุสหรอกนะ จอมวายร้ายในประวัติศาสตร์หลายๆคนก็เหมือนกัน”

“อ้าวทำไมละ สำหรับพวกวายร้ายพอเข้าใจอยู่ว่ามันต้องมีคนไม่พอใจแถมยังไม่น่าเอามายกย่อง ดังนั้นไม่เอามาเป็นตัวมาสคอตพวกนี้ก็ดีแล้ว แต่ไกจินกับเทอุสได้รับความนิยมอย่างมากไม่ใช่เหรอ”ไคถามซึ่งเทรนก็พยักหน้ารับ

“เพราะได้รับความนิยมอย่างไรละในช่วงที่มีการคิดค้นน้ำยาแปลงเป็นไกจินกับเทอุสได้ และตัวละครในตำนานของไกจินทั้งหมด ทำให้ช่วงนั้นมีแต่การจัดงานเลี้ยงประเภทนี้และไปที่ไหนก็จะต้องเห็นไกจินกับ เทอุส อยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยกว่าคน บางคนแม้ไม่มีงานเลี้ยงก็แต่งเป็นไกจินไปทำเรื่องราวต่างๆ

เรียกว่าช่วงนั้นมีแต่ไกจินเดินให้เกลื่อนถนน จนคนสับสนทำให้เกิดการติดขัดและอาญากรรมในคราบของไกจินอีก ทางรัฐบาลคิดว่าไม่ควรให้พวกวีรบุรุษอย่างไกจินต้องมัวหมอง จึงระงับและสั่งห้ามขาดในการปรุงน้ำยาปลอมเป็นไกจินแถมผ่านมายุคนี้แล้วสูตรคงไม่มีแล้วมั้ง”

“เดี๋ยวนะแล้วแบบนี้แล้วผู้ชายปลอมเป็นผู้หญิงแบบนี้ไม่ได้กำไรตายเลยเหรอ”ไคคิดอีกข้อมาได้ แบบนี้ก็น่าสนใจเหมือนกันนะ วีรสตรีหลายคนสวยๆหุ่นเช้งกระเด๊ะทั้งนั้นคราวนี้ไม่ใช่เทรน แต่ไททันก็หัวเราะออกมาพร้อมกับหันไปแปลให้ครอบครัวฟังซึ่งก็หัวเราะตามเช่นกัน

“อะไรเล่า”ไคท้วงทันที

“เปล่าๆพ่อเค้านึกถึงคนที่เคยถามคำถามเดียวกับนายนี่แหละ”เทรนตอบอย่างไม่เต็มเสียง แต่ด้วยความที่เป็นคนโกหกไม่เป็นแถมยังแพ้แรงกดดันที่มาจากไคอีกด้วย

“ใครละฟะนั่น”

“ฉันเองละ”ไคอึ้งไปเล็กน้อย ส่วนเทรนก็มีสีชมพูๆที่หน้าเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนเรื่องมาอธิบายเรื่องที่ไคถามเอาไว้

“น้ำยาพวกนั้นจะลวงตานะ เวทมนต์มันมีรูปแบบของมันเองนะไค พอนายได้กินแล้วนายจะรู้ถึงผลมันนายจะได้เป็นในสิ่งที่นายเลือก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นนายด้วยเวทมนต์ซับซ้อนเกินกว่าที่จะเอาบรรทัดฐานของวิทยาศาสตร์ของโลกนายมาวัดค่าได้ไค”เทรนปลอบอย่างอ่อนโยน

ในขณะเดียวกันไททันก็เดินมาสะกิดขอให้ไปไปตำส้มตำปูอีกรอบ คราวนี้ๆขอเผ็ดๆและก็ต่อด้วยน้ำตกหมูย่างอีกต่างหาก ไคกับเทรนจึงเลื่อนการเลือกชุดแฟนตาซีไปก่อน ส่วนเทรนก็หันไปท้วงกับบิดาที่ใช้ให้แขกไปทำอาหารแบบนี้

“น่าๆเทรน ทำไมน้าเจ้าคนใดคนหนึ่งไม่เป็นผู้หญิงนะ”ไททันว่าพร้อมกับบ่นๆพลางมองเบื้องหลังของไคที่กำลังตำส้มตำอาหารสุดหายากที่อร่อยจนหยุดไม่ได้แบบนี้ ปกติแล้วเขากับพ่อเป็นคนกินยากแต่ไม่รู้ทำไมตั้งแต่ไคเข้ามาทำอาหารให้ไม่ว่ามื้อไหนๆก็หมดเกลี้ยง

“ทำไมละ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วนี่นา”ซันเดียภรรยาของไททันเอ่ยถาม เห็นรอยยิ้มหล่อลากไส้ของผู้เป็นสามียิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เหลือคณา

“ก็จะได้จับสองคนนี้แต่งงานกัน เจ้าไคก็หนีไปไหนไม่รอดทำอาหารให้พวกเราทานกันตลอดไปยังไงละ ฮะๆ ฮ่าๆๆ”ไททันหัวเราะก่อนตามด้วยคนอื่นๆที่เห็นด้วย ทรานถึงกับเป่าหนวดถอนหายใจนึกเสียดายตามคำพูดของไททันลูกชายตน โดยไม่ดูสีหน้าของเทรนทายาทสักกะนิด

“…”แต่ด้วยความเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง จึงไม่รู้จะเอาอะไรไปตอบโต้ได้แต่นิ่งๆ พร้อมกับคิดว่าดูท่าเขาคงจะต้องหาแฟนหรือคนรักให้ได้เร็วๆซะแล้ว

 

 

          หญิงสาวในชุดอยู่บ้านแบบสบายๆตามแฟชั่นคือ กางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีขาวล้วนซึ่งเป็นเซทที่ทำลอกเลียนแบบโลกอีกฝั่งหนึ่ง ยุคสมัยนี้โลกเวทมนต์เสื่อมทรามอำนาจของมนตราไปมากทำให้ผู้คนเริ่มหันเหไปสนใจความสะดวกสบายในอีกรูปแบบหนึ่งแทน

            มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบสรรค์หาความสุขใส่ตนเอง เมื่อขาดสิ่งหนึ่งก็จะทดแทนด้วยอีกสิ่งเช่นกัน ชาวโลกเวทมนต์ที่ใช้เวทมนต์ยากขึ้นและเรียนรู้มันยากขึ้นเพราะปัญหายุ่งวุ่นวายเมื่อร้อยปีก่อน ทำให้เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่เวทมนต์ เป็นปัญหาอีกหนึ่งอย่างที่รัฐบาลเวทมนต์หวาดกลัวเพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้โลกเวทมนต์ก็คงเป็นอดีตเพราะจะไม่มีใครใช้เวทมนต์ได้อีก

            แต่กระนั้น อารี่ สาวน้อยที่มีรูปลักษณ์น่ามองคนนี้กลับชืดชาต่อปัญหาร้ายแรงเหล่านี้ เพราะเธอเชื่อว่าโลกเวทมนต์ไม่มีวันที่จะสูญสิ้นเวทมนต์ไปได้จริงๆหรอก โลกแห่งนี้กว้างใหญ่และมีอะไรที่มากกว่าจะมองด้วยตาเปล่าเห็น

            หลายสิบปีมานี้ความจริงแล้วเป็นวันพักผ่อนยาวๆของเธอที่โหมทำงานไล่ล่าจอมเวทผู้ใช้วิญญาณในการทำสิ่งเลวร้าย แต่เบื้องลึกของเหตุผลนั้นคือเธอบาดเจ็บสาหัสต่างหากเธอมักจะนอนหลับเพื่อเข้าสู่ภวังค์ความเป็นความตายเพื่อเร่งรักษาอาการบาดเจ็บ

            ภวังค์ความเป็น ความตายนั้นเป็นความสามารถหนึ่งในหลายๆอย่างของยมทูต มันคล้ายกับการบำเพ็ญพรตและการนั่งสมาธิของเหล่านักบวช เพียงแต่ว่าไม่ใช่เท่านั้นพลังสมาธิเป็นสิ่งที่ลึกล้ำเป็นรากฐานที่ยังไม่มีใครเคยคิดจะเข้าใจมันจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยอารี่จำได้ลางๆว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนเคยมีจอมเวทคนหนึ่งเคยค้นหาเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นผลงานเพื่อเลื่อนขั้นเป็นอัครจอมเวท

            ไปๆมาๆเขาคนนั้นกลับสูญหายไร้ร่องรอยพบสิ่งของที่น่าจะเป็นของๆเขาอยู่ที่ อินเดียทุกคนจึงให้ความหวาดกลัวที่จะทำผลงานเกี่ยวกับเรื่องสมาธิ ดังนั้นเรื่องที่เกี่ยวกับสมาธิจึงเป็นพลังที่ยังลึกลับเสมอๆแม้ว่าอัครจอมเวทหลายคนจะให้ความสนใจในฐานะที่มองว่า สมาธิคือรากฐานแห่งชีวิต ก็ตาม

            กริ๊ง........กริ๊ง........

            เสียงโทรศัพท์ปลุกให้อารี่ตื่นขึ้นมาจากห้วงความคิด เห็นเบอร์โทรก็เดาได้แล้วว่าต้องเป็นเรื่องยุ่งๆเกี่ยวกับหมอนั่นแน่ๆ

            อารี่บ่นๆ ตั้งแต่เธอถูกเชิญให้ไปเป็นไกด์นำเที่ยวกับเจ้านั่นเพราะมีค่าตอบแทนดีหรอก ถึงแม้ว่าจะต้องทำการคุ้มครองอย่างลับๆไปด้วย แต่ในทางกลับกันเจ้านั่นกลับเป็นตัวดึงดูดเรื่องยุ่งวุ่นวายหลายแหล่แถมยังพบเจอประสบการณ์อะไรที่ชาวเวทมนต์บางคนชั่วชีวิตก็ไม่มีทางได้เจอ

            ที่สำคัญเจ้านั่นยังมีนิสัยกวนบาทาอีก มีอย่างที่ไหนเจอหน้ากันครั้งแรกก็ปิดประตูใส่ มองร่างจริง ปรักปรำคนอื่นอย่างไม่ดู ปากยังเสียอีกด้วย เชอะ ถ้าไม่ติดว่าเจ้านี่เก่งด้านการทำอาหารจำพวกเนื้อละก็เธอจะไม่มีทางชายตามองให้เสียลูกกะตาแน่ๆ

            “กว่าจะรับนะอารี่ นี่ภารกิจของเธอ งบประมาณก็มีให้เท่าที่ระบุอยากได้ที่แพงๆก็จ่ายเอง”ภาพสีดำสนิทอันเป็นภาพรอหน้าจอสามมิติ ไม่ใช่ภาพเจ้าของกล่าวขึ้นด้วยเสียงของหัวหน้ายมทูตอารี่รับจดหมายสีแดงสดมาด้วยใจระทึกๆ

            เธอจำได้ครั้งล่าสุดที่เธอได้จดหมายพรรค์นี้ มีอยู่งานเดียวแหละจำแลงกายไปคุ้มครองเป้าหมายและส่วนใหญ่เป้าหมายที่มาถึงมือของยมทูตนั้นจะยุ่งยากและมีระดับความสำคัญสูงขนาดเปลี่ยนโลกได้ทั้งใบ

            “....”อารี่ที่ก้มลงอ่านเนื้อความของภารกิจ ที่แนบจดหมายของงานเลี้ยง แฟนตาซีแห่งความลับ

          “อืม เข้าใจแล้วสินะ ไม่ต้องห่วงในงานนี้มีอีกหลายหน่วยงานที่คอยทำงานเดียวกับเธออยู่งานจะเริ่มในอีกสามวัน เธอน่าจะไปคุยกับเป้าหมายเกี่ยวกับงานของเธอนะเราเชื่อว่า เขา ต้องให้ความร่วมมือกับเธอแน่”

          “ค่ะ”อารี่ตอบด้วยเสียงแผ่วๆ ทั้งๆที่ซ่อนความดีใจเกือบไม่มิด งานที่จัดโดยอิกเนเทียส ทุกงานเป็นแบบบุฟเฟต์ตลอดแถมยังมีเมนูเนื้อจานเด็ดๆอีกเพียบ

            “ยังไงก็รักษาหน้าของหน่วยเราด้วยนะ”เสียงหัวหน้าบอกเรียบๆ ไม่รู้ว่าอ่านใจอารี่ได้หรือเตือนไปตามแบบของตัวเองพูดเสร็จก็วางสายไป อารี่แลบลิ้นส่งอย่างทะเล้นแบบนี้คนในหน่วยคงอิจฉาเธอแย่ได้ไปงานหรูหราแบบนี้ คงเพราะเธอรู้จักกับไค เซนเคนผู้เป็นเป้าหมายสินะการที่คุ้มครองยิ่งมีความสนิทกับเป้าหมายมากเท่าไร่ก็ยิ่งดี

            “แบบนี้ต้องไปคุยก่อนสินะว่าหมอนั่นเลือกชุดอะไร คงไม่ใช่ชุดจำพวกสัตว์น่าขยะแขยงหรอกนะ”อารี่พูดพลางฝันหวานถึงงานเลี้ยงระดับไฮคลาสที่จะถึงนี้

 

           

 

            “มาถึงจนได้”เสียงไคบอกกับตัวเอง กว่าจะบุกบ่าฝ่าฟันมาถึงบ้านพักของตัวเองได้ไคก็แทบแย่เพราะว่าในเวลานี้มีแต่การประโคมโอ่เกี่ยวกับ งานแฟนตาซีแห่งความลับ ถ้าแค่นั้นก็ยังไม่เท่าไร่แต่ดันอุตริเอารูปเขาไปอยู่ในกลุ่มของคนสำคัญ

            ไคอดนึกถึงภาพตัวเองที่อยู่ในชุดสูทสีขาวยิ้มสง่างามอย่างน่าหลงใหลแม้ว่าจะมีเค้าอยู่บ้างแต่ในรูปนั้นหล่อกว่าชัดๆ อีกอย่างเขาก็จำไม่ได้ว่าเคยถ่ายรูปนี้ตั้งแต่ตอนไหนเทรนอธิบายว่าคงเป็นลูกเล่นใหม่ๆของพวกอิกเนเทียส แต่ก็นั่นแหละทำให้เขาเป็นจุดสนใจทันทีเพราะดูเหมือนว่าทุกคนจะรู้จักเขากันหมด

            ไคจึงต้องหวนกลับไปใส่ชุดนักดาบฝึกหัดที่ดูเซอร์ๆซักหน่อย พอมาถึงหน้าบ้านก็พบเจอกับกลุ่มคนที่ตั้งใจแน่วแน่จะเดินทางร่วมไปกับเขา ตั้งเต้นท์รออยู่บางคนก็ออกลาดตระเวนบางคนก็ลอยอยู่บนฟ้าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือของลูเซียสเจ้าเด็กผมทองนั่นละก็มีหวังป่านนี้เขาก็ยังไม่ได้เข้ามาในบ้านพักของตัวเองหรอก

            “ให้ตายสิมีเวลาแค่สามสิบกว่านาทีเอง”ไคบ่นๆพลางกดสวิตซ์ไฟเพื่อเปิดไฟเพราะรู้สึกว่าในบ้านมันจะมืดทึบๆแถมยังมีบรรยากาศชวนเสียวสันหลังด้วย

            “เหรอ มีเวลาแค่สามสิบนาทีเองเหรอ”เสียงคานันเอ่ยขึ้น กับหมอกสีดำที่หายเข้าไปในร่างเธอปรากฏให้เห็นว่าไฟถูกเปิดไว้แต่แรกแล้ว ไคมองใบหน้าของหมอกสาวแสนสวยที่กำลังน้ำตาคลอๆน้อยใจอยู่ เธอก้มใบหน้ากำลังทำปากพึมพำๆไคฟังไม่ถนัดจึงต้องก้มหน้าตามพลางถามว่า

            “เธอพูดว่าอะไรน่ะ”ไคเอ่ย ฉับพลันสาวน้อยก็เงยหน้าขึ้นมาใกล้ห่างกันแค่ไม่กี่เซนติเมตร

            “อีตาบ้า รู้ไหมว่าน้ำก๊อกมันไม่อร่อยเลยสักนิดนะ! หายไปไหนก็ไม่บอกสักคำ รู้ไหมว่าหิวๆแล้วกินได้แต่น้ำก๊อกมัน...มัน ฮือๆๆ”อยู่      ๆสาวเจ้าก็พาลบ่อน้ำตาแตกซะอย่างนั้น ทำเอาไคมือไม้อ่อนไปหมดยังรู้สึกผิดเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเลยทีเดียวที่ลืมเธอไปแบบง่ายๆ

            “อย่าร้องๆ เดี๋ยวทำอาหารให้กินเดี๋ยวนี้แหละ”ไคปลอบโยน คานันหยุดส่งเสียงทันทีแต่ยังหยุดอาการสะอื้นแบบเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆไม่ได้ น้ำตาใสๆไหลออกมาเยอะทีเดียวสงสัยเหมือนกันว่าเป็นเพราะกินน้ำก๊อกมากไปหรือเปล่า

            “เอาแบบมีเนื้อเยอะๆด้วยนะ”

          “ได้สิๆ”

          “แล้วต้องอธิบายเรื่องที่นายหายหัวไปด้วย ถ้าเหตุผลไม่สวยมีเรื่องแน่”คานันว่า ไคเลิกคิ้วที่หมอกสาวตนนี้ดูเหมือนมนุษย์จริงๆ

            “เอาเถอะๆ ไปนั่งรอไปเดี๋ยวฉันทำอะไรให้กิน”ไคเอ่ยเบาๆ ยังไงซะเขาก็มาก่อนเวลาที่จะโทรศัพท์ เขาทำอาหารง่ายๆให้คานันรับประทานไปสี่ห้าอย่าง ดูสาวเจ้าจะหิวเอามากๆเธออธิบายว่าน้ำกินแล้วมันแค่อิ่มแต่ไม่มีรสชาติกินมากๆก็เอียน

            แต่พอมาคิดดูแล้วไคก็แปลกใจเพราะเขาไม่ได้ใช่เนตรทิพย์ในการมองเธอ แต่กลับมองเห็นเธอได้ตามปกติ

            “พึ่งสังเกตเหรอย่ะ อีตานี่ ฉันเองก็ไม่ได้หวังพึ่งนายอยู่คนเดียวหรอกนะ ตั้งแต่นายหายไปฉันก็เลยพยามสร้างร่างกายขึ้นมาเพื่อออกไปข้างนอกซื้ออะไรกินซะบ้าง แต่พยามเท่าไร่ๆมันก็มาถึงจุดที่ว่าแค่มีกายหยาบๆแต่บอบบางเกินไป ถ้าโดนแดดแรงๆฉันก็คงระเหยกลายเป็นหมอกเหมือนเดิม”เธออธิบาย

            “แล้วนายละ ไปไหนมาอธิบายมาเลย”คานันรุกไคบ้าง ไคก็ยิ้มๆก่อนเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังแต่ก็ข้ามๆช่วงที่พบเจอเทพโอดินและเก็บหนทางการเดินทางไปยังบ่อน้ำแห่งความรู้เอาไว้กับตัว

 

          “งั้นฉันไปด้วย”คานันพูดสรุป สั้นๆจนไคร้องเหวอ

            “เฮ้ย ไม่ได้ ภารกิจนี้มันอันตรายนะ”ไคอ้างเพราะลำพังเขาเป็นตัวถ่วงแย่อยู่แล้วขืนเอาคานันไปด้วยมีหวังแย่แหงๆ

            “เอาน่า ฉันมีวิธีของฉันแล้วกัน เดี๋ยวนายไปโทรศัพท์หาแม่นายก่อนเลย คุยเสร็จฉันคงเตรียมตัวเสร็จละนะ”คานันยิ้มเล็กๆทำให้ใบหน้าที่ดูคล้ายเทพธิดาแสนซุกซนเข้าไปอีก

            “วิธีอะไรของเธอ บอกมาเลย”

          “ไม่บอก เจ้าลูกแหง่ ฮะๆ ”เธอแขวะไคจนไคนึกฉุน แต่เจ้าตัวดีหายตัวเข้าไปในพื้นดินเสียแล้ว ไคจึงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากเดินไปที่โทรศัพท์บ้านตรงทางเดิน ที่เขาเห็นตั้งวันแรกที่มาถึงที่นี่แต่ไม่นึกว่ามันจะใช้โทรออกได้จริงๆเพราะเขาไม่เห็นสายโทรศพท์เชื่อมต่อกับบ้านนี้เลย

            ไคเอาเบอร์โทรของแม่ออกมา ก่อนสูดหายใจลึกๆเขาเตรียมคำพูดไว้แล้วตั้งใจจะไม่บอกอะไรกับแม่มากนักเพราะก่อนมานี่ก็โดนย้ำอยู่หลายรอบว่าห้ามแพร่งพรายเกี่ยวกับเรื่องของโลกเวทมนต์ออกไป ไคยกหูขึ้นมาก่อนกดโทรออกไปหาแม่ที่อยู่ปารีส

 

 

            “ฮัลโหล มีนาคะ อ้าวไคเองเหรอ สบายดีใช่ไหม...งานละ อืมๆดีแล้วๆ...แม่เองก็กำลังช้อปปิ้งอยู่ละเมื่อวันก่อนไปเที่ยวที่ลาสเวกัสเล่นพนันได้อีกกว่า สามสิบล้านปอนด์แน่ะเลยว่าจะเที่ยวให้นานๆหน่อย...อะไรนะ กล้าว่าแม่เป็นพวกชอบพนันเหรอ แม่ไม่ได้อยากซะหน่อยแค่เดินหลงเข้าไปเอง จ้าๆ ดูและตัวเองด้วยนะกลับไทยเมื่อไร่ โทรบอกแม่ด้วยเราจะได้กลับพร้อมกัน...จ้า ดูและตัวเองดีๆนะ”มีนาพูดพร้อมกับกดวางสายเจ้าลูกชายตัวดี

            เธอเป็นคนที่ไม่ชอบการโกหกแต่วันนี้กลับโกหกไปมากกว่าสิบประโยค นับว่าไคโทรไม่ได้จังหวะจริงๆแบบนี้เจ้านั่นคงรู้พิกัดของเธอแล้วละแย่ชะมัด

            ตึก ตึก...

            เสียงเดินอย่างช้าๆขึ้นมาบนดาดฟ้าของตึกสูงที่มีนากำลังนั่งชมพระจันทร์อยู่ กลับเป็นชายใบหน้าหล่อเหลามีเค้าโครงคล้ายไคเป็นชายที่มีนารู้จักดีทีเดียว

            “โกหกอีกแล้วสินะ เธอเคยบอกฉันว่าเธอไม่ชอบคนโกหกนี่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนนิสัยแล้วเหรอ”เสียงเรียบๆเอ่ยเป็นภาษาไทยอย่างชัดเจนทั้งๆที่ไม่ใช่ภาษาบ้านเกิด

            “ถ้าโกหกแล้วลูกของฉันไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับคุณละก็ ฉันยินดีที่จะเป็นคนโกหกค่ะ คุณเองก็เหมือนกันมายุ่งกับฉันทำไม ทีน่าไม่ว่าหรอกหรือ”มีนาโต้กลับไปอย่างดุเดือดแต่ชายคนนั้นกลับยิ้มอย่างเยือกเย็นเท่านั้น

            “ทีน่ายินดีเสมอที่จะให้คุณร่วมตระกูลของผม แต่เป็นคุณต่างหากที่ถือข้อคิดโบราณๆในหัว ผมแค่มีภรรยาสามคน และคุณเป็นคนที่สี่เท่านั้นคุณไม่เห็นต้องโกรธผมเลยนี่”ชายคนนั้นเอ่ย พร้อมกับเดินตรงหน้ามีนาอย่างช้าๆ

            “บังเอิญว่าฉันเป็นคนไทย ชอบผู้ชายจริงใจ ไม่ใช่แบบคุณ”

            “เฮ้อ ยังไงก็เถอะ ไค อยู่ที่ไหนคุณใจร้ายมากเลยนะ ที่ปิดบังไม่ให้พ่อลูกได้พบเจอกัน”

            “อยู่ในที่ๆคุณไม่มีทางได้หาเจอคะ โครว คุณเองก็มีลูกชายอยู่แล้วหนึ่งคนนี่ทำไมละ ไคไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สืบทอดของตระกูลคุณเลยนี่”มีนาแย้งอย่างฉลาดเฉลียว โครวยิ้มสบายๆเขารู้ดีว่ามีนาเป็นคนฉลาดและมีพรสวรรค์ที่หลับใหลอยู่ในตัวสูงเพราะสิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้เธอหนีรอดการจับกุมของเขามาได้หลายสิบปี

            “ตามกฎของตระกูลผม ในการเลือกผู้นำจะต้องเลือกทายาทที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามการคัดเลือกจะเริ่มต้นขึ้นไม่ได้หากขาดทายาทที่ยังมีชีวิตอยู่”โครวพูดเช่นนี้ เพราะบ่อยครั้งที่คนของตระกูลไม่ต้องการให้คนนอกได้อำนาจหรือรับรู้อะไรก็จะทำการสังหารทายาทเหล่านั้นเสีย โครวรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ไคเป็นอันตรายได้แต่มีนาไม่เคยยอมเข้าใจ เธอเชื่อว่าภายใต้ปีกแห่งเทพธิดาของเธอ เธอจะให้ความคุ้มครองบุตรชายของเธอได้ตลอดไป

            “ไคไม่ใช่ทายาทของคุณ”

          “งั้นหรือ เท่าที่ผมสืบมาคนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณมีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น แล้วไคเป็นลูกใครละถ้าอย่างนั้น”โครวถามตรงๆ จนมีนาหน้าแดงนึกอยากเตะก้นของเจ้ามาเฟียบ้าอำนาจคนนี้

            “ไม่มีคำตอบเหรอ อืม ช่างเถอะยังไงคุณก็หนีผมไปไม่รอดหรอก หน่วยมังกรดำของผมคุมพื้นที่แถบนี้ไว้หมดแล้ว”โครวกล่าวหวังได้เห็นสีหน้าของมีนายามตกใจแต่ผิดคาดเธอกลับยิ้มเรื่อยๆไม่สนใจ

            “งั้นเรามาดูกัน ว่ามังกรจะบินได้ไหม”มีนาพูดออกมาเสร็จ โครวก็ตีสีหน้างุนงงแต่หูกลับได้ยินเสียง บางอย่างที่แผ่วๆพอหันไปเงยหน้าก็พบว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กที่กำลังทอดสะพานลิงให้กับมีนา พร้อมกับมีหน่วยคอมมานโดอีกกว่าสิบคนโรยตัวลงมาจ่อกระบอกปืนใส่โครว

            กลุ่มมาเฟียมังกรดำถลันเข้ามาบนดาดฟ้าในชั่วพริบตาบรรยากาศกลับกลายตึงเครียด โครวเองก็รีบประเมินสถานการณ์ แต่พลันฉุกคิดได้หันไปมองจุดที่มีนาเคยยืนอยู่กลับไม่ปรากฏร่างของสาวน้อยบอบบางในชุดขนสัตว์สังเคราะห์สีขาวสะอาดอีกแล้ว

            “หนีไปจนได้สิน่า ไม่น่าเชื่อว่าจะรู้จักกับ คาร์ล วินดีเซ่”ไคขมวดคิ้ว ตระกูลวินดีเซ่เป็นหนึ่งในอำนาจธุรกิจที่มีเครือข่ายเยอะมากอยู่สมควรกับตระกูล มิยาโมโต้ไซกะ แล้วนั้นเป็นน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลองหากเรื่องนี้มีนาได้รับตระกูลวินดีเซ่หนุนหลังจริง การจับตัวเธอจะยากลำบากอีกโข

             “จนได้สิน่า เฮ้อ”โครว มินาโมโต้ไซกะมองกลุ่มคอมมานโดที่มีความสามารถสูงไม่ต่างอะไรกับพวกนินจาสายสังหาร ถอยออกไปอย่างไร้ร่องรอยตระกูลวินดีเซ่มีฐานอำนาจสูงมากการต่อกรจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแต่คาดเดาว่าการเจรจาคงไม่สำเร็จผลเช่นกัน เขาคงต้องเหนื่อยอีกแล้วละนะ

โครวยิ้มพรายขณะที่ลูกน้องกำลังตรวจหาแหล่งการไปของมีนา ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่มีนาหนีจากเงื้อมมือเขาไปได้เขามักจะต้องยิ้มอย่างนี้ทุกทีเลย

 

“แปลกๆแฮะ ปกติต้องโม้นานกว่านี้สิ”ไคบ่นๆ แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากมายเพราะนิสัยของแม่เขาก็เป็นพวกลุยๆไม่อ่อนไหวเหมือนผู้หญิงทั่วๆไป

“เสร็จแล้วใช่ไหมนายไค”คานันถามไคหันตามกลับพบว่าคานันกำลังอยู่ในชุดลำลองแบบสบายๆ แต่ดูเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างในตัวเธอที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“อือ เสร็จแล้ว”ไครับ

“วันก่อน ตอนฉันกำลังพยามออกไปจากที่นี่ ฉันก็เจอเจ้านี่วางอยู่ตรงหน้าไม่รู้ละนะว่ามันคืออะไรแต่ว่ามันทำให้ฉันผนึกตัวเองอยู่ในนั้นได้”คานันพูดซะให้ไคงง เธอเองก็คงรู้เช่นกันจึงวางแหวนหัวสีดำดำทั้งวงเลยทีเดียวมีลักษณะเป็นหัวแก้วอัญมณีชนิดที่ไม่สะท้อนแสงไคไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ต้องเอามาสำรวจดูเล็กน้อยประกอบเหมาะกับมือเรียวเล็กของคานันจัดการใส่แหวนนั้นที่นิ้วชี้ในทันที

“ดูให้ดีๆละ”คานันว่าอย่างนึกสนุก

ไคกำลังจะเอ่ยถามถึงเหตุผลที่ต้องใส่แหวน ปรากฏว่าเขารู้สึกเหมือนคานันสลายร่างกลายเป็นหมอกสีดำสนิทไอหมอกนั้นค่อยๆพุ่งไปรวบรวมอยู่ที่หัวแหวน ไคที่สวมแหวนอยู่รู้สึกเหมือนกำลังถือสายยางที่เปิดน้ำแรงเกินพิกัดไว้ในมือจนต้องยกมือขวาเข้ามาช่วยประคอง

พอมันมั่นคงก็เริ่มแรงขึ้นจนไคขมวดคิ้วต้องตั้งสมาธิกับมันอย่างแน่วแน่เพราะเขาไม่รู้ว่า ถ้าคลาดสมาธิไม่ควบคุมเจ้าแหวนนี่ไว้นิ้วมือเขาจะกระเด็นออกไปหรือเปล่า ในที่สุดเวลาเหมือนผ่านไปชั่วโมงเศษแต่จริงๆแล้วพึ่งผ่านไปแค่ห้านาที

“ไง ตอนนี้ฉันอยู่ในแหวนละ ฉันว่าถ้านายเดินออกไปตอนนี้ละก็รับรองฉันไม่เป็นอะไรแน่”คานันว่า

“อืม ก็อาจจะเป็นอย่างที่เธอว่า แต่ว่าทำไมแหวนวงนี้ถึงปรากฏกับเธอในเวลาที่เหมาะสมขนาดนี้ละ”ไคถามแต่สาวเจ้ากลับบ่ายเบี่ยง

“เงียบเถอะน่า แต่ว่านะในนี้น่านอนสุดๆเลยละ เอาละถ้าไม่มีเรื่องจำเป็นก็ไม่ต้องปลุกฉันนะ ฉันจะขอนอนยาวๆซักรอบ”

“เฮ้ยเดี๋ยวสิ คานัน คานัน โถ่ ถ้าตื่นขึ้นมาต้องถามให้รู้เรื่อง”ไคบ่นอุบ เขาจัดการซ่อนมือไว้ในกระเป๋าเขาเชื่อแน่ว่า ที่มาของแหวนวงนี้ต้องไม่ธรรมดา

แม้จะเป็นยามสนธยาแล้วแต่ตัวตึกของมหาวิทยาลัยเวทมนต์ยังคงโออ่าเรืองแสงสีขาวนวลตาออกมาต้านรับกับความมืดที่แผ่กลายเข้ามา ไคเดินขึ้นจากหลุมดำๆที่เป็นทางเชื่อมต่อบ้านของเขากับห้องเรียนเล็กๆ

“ไงเทรน รอนานไหม”ไคเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กำลังอ่านหนังสืออะไรสักอย่างกับจิบกาแฟฆ่าเวลา ใบหน้าของเทพบุตรหนุ่มยิ้มนิดๆก่อนจะตอบ

“ไม่หรอก นายน่าจะคุยกับแม่ให้นานกว่านี้นะ ถึงแม้ว่าสภาเวทจะรับประกันแล้วว่านายจะมีชีวิตกลับมาแน่นอนหลังจากจบภารกิจนี้ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่นายได้คุยกับแม่นายในฐานะของมนุษย์นะ”เทรนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“ไม่เอาละ ถ้าแม่รู้ว่ามีโลกเวทมนต์ด้วย มีหวัง...เหอะๆ ช่างเถอะนี่ก็ใกล้จะมืดแล้วยังไม่ได้กินอะไรกันเลย ฉันว่าเราไปเที่ยวกันซักหน่อยเป็นไง”

“เที่ยวกลางคืนนะเหรอ ฉันใช้เวทมนต์ไม่ได้นะ”เทรนแย้ง

“ได้สิ ถ้าฉันอนุญาต”ไคแย้งกลับด้วยสียิ้มแย้ม ส่วนเทรนกลับรู้สึกเหนือคาดหมายคิดจะยิ้มก็ยิ้มไม่ออกได้แต่ถอนหายใจ

“เอาเถอะๆ มีตลาดนัดกลางคืนอยู่ บางทีนายอาจจะสนใจของแปลกๆของโลกเวทมนต์เราก็ได้นะ ฉันเห็นนายชื่นชอบวัฒนธรรมเก่าแก่ของเราซะขนาดนั้น”เทรนเก็บหนังสือว่าด้วยการสร้างเสริมมิตรภาพลงในแหวนเก็บของ

“นั่นสินะ ดีเลย อาจจะได้เจอของน่าสนใจด้วยไปเถอะ ฉันหิวแล้ว”

“งั้นลองไปกินร้านของพวกอัศวินไหมละ พวกอัศวินมักจะมีเนื้อดีๆมาทำเป็นอาหารเสมอๆละแต่มันจะออกแนวบาร์บีคิวซะหมด”

“ลองไปดูแล้วกัน....” ทั้งสองคนเดินคุยกันไปตามทางเดินยาวของห้องโถงที่กำลังส่องแสงสีขาวไข่มุกราวกับสองคนนี้เป็นเพื่อนรักกันที่คบกันมานานปี

ทั้งสองกลับตกอยู่ในสายตาของใครบางคนที่กำลังห้อมล้อมด้วยความมืดมิด เธอคนนั้นมีสรีระของสตรีที่งดงามทว่าเธอกลับคลุมใบหน้าของเธอไว้ เส้นผมที่ยาวเลยเท้าอันเปลือยเปล่าไปนั้นเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเธอคนนี้ไม่เคยเดินบนพื้นดินมาก่อน และก็เป็นเช่นนั้นตั้งแต่ นิกซ์ เกิดมาเธอยังไม่เคยที่จะแตะต้อง ไกอา เทพีผู้ที่มีพลังทัดเทียมกับเธอเลย

          ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ผ้าคลุมหน้าดำมืดนั้นเธอ มีสายตาเช่นไรเพียงแต่ที่เธอมองชายทั้งสองจนลับไปก็มีคนจับสังเกตได้เช่นกัน เขาคนนั้นเองก็เป็นคนที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน

            “เทพธิดา ท่านสนใจทั้งสองหรือ”ชายชราผู้มีเคราดำยาวจรดอกเอ่ยถามกับเทพธิดาแห่งความมืดผู้แข็งแกร่งอย่างสุภาพเป็นภาษาแห่งเทพ เขาเองก็เคยเจอเธอผู้นี้มาหลายสิบครั้งแล้วตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน

            “…”

          “ท่านเทพ...”

          “ข้ามาส่งลูก”สั้นๆง่ายๆจากเทพผู้ไม่เคยจำเป็นต้องโกหกใคร เธอไม่แม้แต่เหลือบตามองชายชราผู้มีศักดิ์เป็นถึงอดีตอัครเวทสี่ธาตุ ก่อนจะสลายออกเป็นความมืดธรรมดาอย่างไร้ร่องรอยหลงเหลือเพียงกลิ่นไอของเทพธิดาแห่งความมืดเท่านั้นที่รุนแรงอยู่ระแวกนั้น

            ทั้งนิกซ์และชายชราต่างเข้าใจไปในแบบของตน และมันกลับส่งผลสะท้อนไปถึงคนทั้งสองที่จะมีปัญหาใหญ่หลวงในเวลาอันสั้นนี้

---------------------------------------------------------------
แก้ไขคำผิด ครั้งที่ 1 ณ วันที่ 13/11/2554 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 13 : แฟนตาซี แห่งความลับ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2548 , โพส : 14 , Rating : 96% / 10 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 14 : ความคิดเห็นที่ 518
ชอบเรื่องด้านแม่มีนาจัง อยากรู้ๆ
PS.  อัจฉริยะกับปัญญาอ่อน มีเพียงเส้นบางๆที่กั้นกันอยู่
Name : little-red-cap < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ little-red-cap [ IP : 182.53.139.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มกราคม 2557 / 23:04
# 13 : ความคิดเห็นที่ 429
ลูกสาวมั้งที่เป็นเงาตะคุ่มๆ
Name : O_0 [ IP : 110.168.113.229 ]

วันที่: 10 สิงหาคม 2555 / 23:07
# 12 : ความคิดเห็นที่ 412
ไคมีพ่อที่เทพมากกก เป็นมาเฟียด้วย เทพนิกซ์มาทำไมแล้วใครลูก
PS.  เราชอบ yaoi ความสำเร็จอยู่ที่ความพยายาม
Name : Joker Mask < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Joker Mask [ IP : 49.230.200.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2555 / 20:00
# 11 : ความคิดเห็นที่ 386
 ผู้ชายน้อย แต่........ อืม เอาไปเข้าใจกันเอง
คนไหนคือลูกกันน้า?
Name : GreenLand-เขียวแลนด์! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ GreenLand-เขียวแลนด์! [ IP : 124.122.64.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2555 / 18:35
# 10 : ความคิดเห็นที่ 210

สนุกมาก เสีดดายที่อัพช้าไปหน่อย ขอให้ไรเตอร์แต่งต่อเร็วๆ อ่านวันเดียวเกือบทันเลย

Name : นักอ่านอาชีพ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่านอาชีพ [ IP : 110.77.165.62 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:27
# 9 : ความคิดเห็นที่ 209
หุหุหุ ถึงจะเป็นเพศเดียวกัน ก็ได้นะคุณพ่อไททัน
Name : undernetwork < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ undernetwork [ IP : 125.26.97.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ธันวาคม 2554 / 22:19
# 8 : ความคิดเห็นที่ 208
 กินส้มตำไก่ย่าง 555+
PS.  เจ้าของกลุ่ม นิยายน่าอ่านใน Dek-d ที่โลกลืม ปี 2554 เจ้าของกลุ่ม My useful knowledges
Name : jsoc < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jsoc [ IP : 180.183.48.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤศจิกายน 2554 / 18:50
# 7 : ความคิดเห็นที่ 207
แม่ใครล่ะค่ะเนี่ย ฮะๆๆ
PS.  ชีวิตคนเรามันก็มีหลายอย่าง มีทั้งชอบและไม่ชอบและดีไม่ดี บางอย่างก็รับไม่ได้... ก็แหม เราไม่ใช่ผู้เฒ่าที่ปลงแล้วนี่นา ถึงจะได้ปล่อยวางได้น่ะ ;)
Name : Dreamever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dreamever [ IP : 58.9.114.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 15:00
# 6 : ความคิดเห็นที่ 206
สนุกมากค่ะ
PS.  สนุกมากค่ะ
Name : [Op]Ko_Ke < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [Op]Ko_Ke [ IP : 223.205.116.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 15:26
# 5 : ความคิดเห็นที่ 205
ลูกนี้หมายถึง คานัน หรือป่าว

สนุกมากค่ะ ^^
Name : 8lek [ IP : 125.26.52.37 ]

วันที่: 21 ตุลาคม 2554 / 18:42
# 4 : ความคิดเห็นที่ 204
สนุกดีค่ะ แม้บางครั้งจะงงไปหน่อย 555 หรือว่าเป็นเทคนิกคนเขียนนะ จะได้มาอ่านซ้ำๆหลายๆรอบ ขอบคุณค่ะ
PS.  Just thinking of you make me smile @^_^@
Name : Zephyr @^_^@ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Zephyr @^_^@ [ IP : 61.19.66.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กันยายน 2554 / 21:44
# 3 : ความคิดเห็นที่ 203
คานัน ?
Name : Dark God < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dark God [ IP : 58.8.189.211 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กรกฎาคม 2554 / 19:50
# 2 : ความคิดเห็นที่ 202
 ส่งลูก??
หมายถึงคนไหนล่ะเนี่ย
กลับมาต่อน้อออออ><
PS.  I love TVfXQ 4ever *-*
Name : Killer มายา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Killer มายา [ IP : 58.9.64.118 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กรกฎาคม 2554 / 23:21
# 1 : ความคิดเห็นที่ 201
น่าติดตาม
Name : นักอ่านมาร ระดับ 3 [ IP : 58.8.156.18 ]

วันที่: 10 กรกฎาคม 2554 / 22:03
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android