คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา

ตอนที่ 15 : ของขวัญ


     อัพเดท 13 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เวทมนต์, จอมเวท, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : จักรพรรดิอักษรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จักรพรรดิอักษรา
My.iD: https://my.dek-d.com/parpat
< Review/Vote > Rating : 86% [ 10 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 31,143
553 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 401 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 15 : ของขวัญ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2487 , โพส : 11 , Rating : 94% / 13 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ของขวัญ

 

            นักรบมังกรหรือดราก้อนไรเดอร์จะมีเวทมนต์ในอีกรูปแบบหนึ่ง เรียกกันทั่วๆไปว่าเวทมนต์มังกรซึ่งเวทมนต์ชนิดนี้จำต้องเรียนกับมังกรซึ่งเป็นคู่หูของตนเท่านั้น ซึ่งมังกรแต่ละตัวก็จะมีเวทมนต์ที่ให้ผลแตกต่างกันแล้วแต่ความคิด ลักษณะอุปนิสัย ประสบการณ์ที่ผ่านมาของชีวิตดังนั้นจึงถือว่ามังกรของดราก้อนไรเดอร์ ไม่ใช่เพียงเพื่อนร่วมเป็นตาย หรือทาสรับใช้แต่ยังเป็นครูของเหล่านับรบด้วย

            และมังกรศักดิ์สิทธิ์ของลิซ่า ไซเลสก็มีเวทมนต์เฉพาะรูปแบบที่เรียกว่าบันทึกแก้วตามังกรซึ่งมังกรตนนี้สามารถคายลูกแก้วเวทมนต์ขนาดจิ๋วออกมาได้ เป็นลูกแก้วที่บันทึกเศษเสี้ยวของความทรงจำที่เห็น

            และขณะนี้ลูกแก้วเวทมนต์ก็กำลังอยู่กลางกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นหลักใหญ่ของดินแดนแห่งเวทมนต์ หัวหน้าอัครจอมเวทวินเซ็นผู้ซึ่งได้ชื่อว่าใกล้เคียงกับไฮคลาสเมจิคเชี่ยน มาสเตอร์ที่สุด

            ไฮคลาสเมจิคเชี่ยน มาสเตอร์ นั้นคือระดับของจอมเวทที่สูงกว่าอัครจอมเวทเป็นขั้นสูงสุด จะรู้ได้โดยการที่คนๆนั้นร่ายเวทมนต์ด้วยลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใคร หรือจะบอกว่าเพียงแค่คิดและออกคำสั่งในใจเท่านั้นการที่ไคร่ายเวทโดยไม่ขยับแม้กระทั่วปากก็เป็นข้อให้ชวนคิดอยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมถึงการร่ายวงเวทจำนวนร้อยๆวงในเวลาเดียวกันเพื่อให้สัมฤทธิ์ผลในครั้งเดียวมันเป็นเรื่องที่ยากพอๆกับการ จับม้าลมกรดที่วิ่งอยู่ด้วยมือเปล่าทีเดียวเชียว

            “มีหลายวงเหมือนกันนะที่ฉันไม่รู้จัก”วินเซ็นยอมรับออกมาหลังจากพิจารณา วงเวทอักขระนับร้อยๆที่กำลังเปล่งสีสันค้างไว้ที่เขาแปลกใจไปกว่านั้นคือมีคนหลบหนี มหาหมื่นพันธนาการนี่ได้ด้วย

            มหาหมื่นพันธนาการเป็นเวทชนิดหนึ่งที่พิเศษและใช้ออกได้ยากหากใช้กับสิ่งมีชีวิตประเภทมนุษย์แล้วมันจะทำร้ายได้ยากทำได้เพียงแค่พันธนาการเอาไว้แต่นั่นก็ยากลำบากมากกว่าจะแก้ออกได้ ถ้าหากใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์วงเวทก็จะสามารถทำร้ายได้ถึงขั้นตายแบบสูญสิ้นดวงวิญญาณเลยทีเดียว

            มิหนำซ้ำเจ้าหนุ่มคนนี้ยังร่ายเวทอาณาเขตหมื่นพันธนาการเอาไว้ล่วงหน้า การใช้มหาเวทหมื่นพันธนาการซ้ำเข้าไปมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใคร หรือสิ่งใดหลบหนีออกไปจากกรงอักขระที่เป็นสายพันธนาการกักขังนับร้อยๆนี่ แต่เจ้าเงาสีดำที่น่าสงสัยนี่ทำได้

            “ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย เด็กนั่นมีความสามารถที่ไปได้ถึงขั้นนี้เชียวหรือ”รองหัวหน้าอัครจอมเวทพูดด้วยเสียงที่คาดเดาไม่ออก ชายคนนี้ใช้ระยะเวลาเกือบค่อนชีวิตจึงก้าวผ่านมาถึงจุดๆนี้จุดที่เรียกว่าสูงที่สุดของจอมเวท แต่ทว่ากลับปรากฏเด็กหนุ่มที่ไหนไม่รู้พุ่งทะยานสูงเหนือตนเองไปอีกมันน่าเจ็บใจนัก

            “อืม เท่าที่ข้าดูๆเขายังไปได้อีก ดูท่าว่านี่คงเป็นเทอุสกลับมาเกิดละมั้ง ใช้เวทกาลเวลาได้ด้วย”อัครจอมเวทคนหนึ่งเอ่ยด้วยสีขำๆ อีกสี่คนที่เหลือได้แต่ส่ายหน้ากับความเล่นไม่รู้จักเวลาของคนๆนี้

            “ไม่ใช่หรอก เทอุสน่ะทำได้มากกว่านี้ ตำนานกล่าวเอาไว้ว่าเขาสามารถหยุดเวลาได้ และไหลไปตามกระแสของกาลเวลาได้ เขาคือคนที่มองเห็นกระแสธารแห่งกาลเวลา แต่เด็กคนนี้ไม่ได้ใช้เองไม้เท้านั่นต่างหากที่เป็นสิ่งที่ใช้เวทแห่งกาลเวลา”

          “นั่นสิ เก่งขนาดนี้ก็สมควรอยู่หรอกที่พวกเราคาดหวังไว้”

          “นั่นเป็นเรื่องต้องห่วงรองๆลงไป แต่ที่น่าห่วงจริงๆคือเจ้านี่มากกว่า”วินเซ็นที่เงียบมาตลอดพูดตัดบท ทุกคนนิ่งฟังเขาย้อนเวลาบันทึกแก้วตามังกรกลับไปตรงช่วงที่เงามืดปรากฏขึ้น

            “เจ้านี่ เป็นอะไรกันแน่ นอกจากจะพวกเราจะไม่รู้แล้วเจ้าสิ่งนี้ยังเก่งมากพอที่จะหลบพ้นเงื้อมือของเจ้าเด็กนั้นในอนาคตได้ แสดงว่าพลังของมันต้องยิ่งหย่อนไปกว่าพวกเราเลยทีเดียว”วินเซ็นพูดจบก็เกิดกระแสแห่งความตึงเครียด เพราะทุกคนต่างคิดไปในแบบเดียวกันว่าเป็นหนึ่งในห้าของอัครจอมเวทหรือเปล่า

            “อย่าเพิ่งกังวลไปเลย ดูจากอาการที่มันรีบฉกเอาดวงวิญญาณที่สิงอยู่ในร่างตุ๊กตานั่นกลับไปข้าว่ามันคงบาดเจ็บไม่มากก็น้อย ไม่แน่ตอนนี้มันอาจจะไปหลบเลียแผลที่ไหนสักแห่ง”หนึ่งให้ห้าอัครจอมเวทเอ่ยจบก็มีเสียงขำๆเล็กน้อย ก่อนที่ทุกคนจะมองภาพของไคที่กำลังยิ้มด้วยความมั่นใจ รอยยิ้มนั้นร่าเริงและดูราวกับว่าเขาคือคนที่จะไม่มีอะไรทำให้หวั่นไหวได้แม้เพียงน้อยนิด

           

 

 

“ฉันจะอยู่เคียงข้างเจ้าตลอดไป ไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น ขอเพียงเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ข้า อลิสจะต้องตอบแทนเจ้าเป็นแน่”เสียงแผ่วๆ คล้ายเสียงกระซิบของสตรีที่กระซิบข้างๆหูช่างอ่อนหวานและเต็มไปด้วยความเคารพจริงใจอย่างที่สุด มันเป็นสียงที่ชวนฟังอะไรแบบนี้

 

            “พ่อ พ่อ ไค ไคตื่นแล้ว”เทรนเรียกบิดาตนเองที่อยู่ห้องข้างๆ ในขณะที่ไคสะลึมสะลือตอนนี้ตลอดร่างของเขาเหมือนโดนชกด้วยหมัดหนักๆร่างกายแค่ขยับก็เจ็บปวดจนน้ำตาคลอเบ้าแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นจริงสิเราถูกดึงเข้าไปในท้องเข้าเจ้าก้อนเมือกนั่นแล้วจากนั้นก็….

            “ฉันเป็นอะไรไปเนี้ย”ไคเอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วๆ เทรนจัดการให้ไคเอาหลังพิงหมอนขนนกหรูหราอันหนึ่ง ไคจึงค่อยมองเห็นว่าเตียงของห้องนอนใหม่ที่ไม่ใช่ห้องนอนของเทรนห้องๆนี้หรูหราและดูใหม่มากๆแต่งในแนวอังกฤษยุคกลาง มีชั้นหนังสือว่างๆและโต๊ะไม้เงางามอยู่ไม่ไกลจากเตียงที่ไคนอนอยู่เท่าไร่ เทรนที่อยู่ร่วมกับไคมาสักระยะจึงรู้ว่าเพื่อนคนนี้ขี้สงสัยมากและ รู้ได้ทันทีว่าไคคิดอะไรอยู่

            “ห้องของนายไง หิวไหมเดี๋ยวฉันสั่งให้คนจัดอาหารให้”เทรนพูดเรียบๆใบหน้าหล่อๆแฝงรอยยิ้มดีใจที่เพื่อนฟื้นคืนสติขึ้นมาหลังจากสลบไปถึงสองวัน

            “อือ รู้สึกดีขึ้นแล้ว แต่หัวยังตื้อๆมึนๆอยู่เลย”

          “นายตื่นช้าไปนะ เมื่อกี้ท่านวินเซ็น ไวเลสพึ่งจะกลับไปเองเขามาเยี่ยมนายด้วยนะ เห็นเขาบอกว่าถ้านายตื่นขึ้นมาจะมีเรื่องให้พวกเราแปลกใจอีก”

          “หื้อ ยังจะมีเรื่องแปลกใจมากกว่าเจ้าพวกนั้นบุกเข้ามาอีกเหรอ เออ แล้วสรุปเจ้าพวกนั้นเป็นยังไง มันเป็นใครมาจากไหน ต้องการอะไร แล้วตอนนี้มันอยู่ไหน”ไคยิงคำถามจนคนที่ปกติพูดน้อยอย่างเทรนมึนไปกับถาม แต่กลับมีเสียงหัวเราะทุ้มๆของไททันเข้ามา

            “ใจเย็นๆไค ฉันรู้พวกที่สลบไปมักจะมีคำถามเสมอ เจ้าพวกนั้นที่เธอว่าตอนนี้มันตายกลายเป็นผีตายซากกระทั่งดวงวิญญาณยังไม่มี เป็นใครมาจากไหนเรายังไม่รู้พวกกระทรวงความมั่นคงก็อุบเรื่องนี้เงียบ ส่วนต้องการอะไรนั้น ฉันพอจะตอบได้เธอจำสัญญาที่นักรบมืดสองเพศนั่นให้เธอเซ็นได้ไหม”ไททันนั่งลงพร้อมๆกับร่ายคำตอบที่ไคต้องการ

            “ได้ แต่ผมอ่านมันไม่ออก”ไคตอบตามจริง

            “อือ มันเป็นภาษาเวทมนต์เก่าแก่ แต่คือการเซ็นสัญญาแลกวิญญาณฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพวกนั้นมันคิดว่าเราโง่หรือยังไงแต่ฉันยอมรับว่าฉันประมาทไปกับมาตรการป้องกันของบ้านเรา และตอนนี้พวกมันก็นอนนิ่งให้ฝ่ายชันสูตรสับมันเป็นชิ้นๆอยู่ที่แลปของกระทรวงความมั่นคง”

            “แลป หมายถึงห้องทดลอง”ไคทวนคำ

            “ถูกต้องเพื่อให้ได้ ผลที่ถูกต้องว่าไอ้เจ้าพวกนั้นคืออะไรกันแน่ แต่ก็รู้ๆอยู่ศพของคนที่สู้กับโซลเมจิคไม่ค่อยสวยนักหรอก ตอนนี้เธอก็กำลังดังทีเดียวนะ”ไททันยิ้มๆ ไคหันไปสบตากับเทรนที่ทำหน้าบอกเป็นนัยๆว่าไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

            “ดูสิ”ไททันเฉลยพร้อมกับ ส่งหนังสือพิมพ์สีภาพคมชัดหน้าแรกของมันเป็นชายหนุ่มที่กำลังลอยอยู่บนอากาศ ด้วยใบหน้ามั่นใจมีพลังรอยยิ้มที่แสนมั่นใจนั้นชวนให้คนมองทั้งรักทั้งชังทีเดียว ไคมองให้ชัดๆก็ต้องร้องออกมา

            “เฮ้ยย นี่มัน...”

          “นายไง เท่ห์น่าดูเลยละ แต่กลับ...เฮ้อ”เทรนที่ดูเหมือนพึ่งเห็นเหมือนกัน ในภาพที่สองรองลงมาก็มีภาพของอะไรบางอย่างที่เหมือน ราชาแห่งโลกปีศาจสำหรับไคแล้วมันดูเท่ห์แบบโกธิคพิลึกๆแถมมีใบหน้าอย่างกับโกรธใครมาสักร้อยปี

            “ฉันว่าดูดีกว่าไอ้รอยยิ้มกวนประสาทนี่อีกนะ ว่าแต่หมอนี่มันใครน่ะ แล้วมันมาแปลงโฉมเป็นฉันทำไมไม่เข้าใจเลย”ไททันหันไปมองหน้ากับลูกชายทันทีที่ไคพูดประโยคนี้ เทรนจึงเป็นคนพูดให้ไคเข้าใจใหม่

            “นั่นไม่ใช่ใครหรอก นั่นนะนายจากอนาคต”

            “หือ อ้อ ฉันจากอนาคต เอ๊ะ...เดี๋ยวสิหมายความว่าไง”ทั้งไททันและเทรน ต่างลอบถอนใจเพราะว่าพวกเขาคาดเดาเอาไว้อยู่แล้วว่าไคต้องไม่รู้เรื่อง

            หลักการของไม้เท้ากาลเวลาชนิดนี้คล้ายกับการทรงเจ้า แต่ว่าไม่ได้อัญเชิญจ้าวแห่งภูติที่ไหนมาเหมือนซัมมอนเนอร์แต่จะอัญเชิญตัวเองที่อยู่คนละห้วงเวลามา แบบนั้นจะทำให้ตัวเองเกิดความปลอดภัยมากกว่าเพราะว่าตัวของตัวเองย่อมไม่คิดร้ายอยู่แล้ว เพียงแต่วิธีนี้ยากเกินไปตรงที่ต้องดึงตัวตนในอนาคตมานั่นเอง

            สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็พอจะเรียกสิ่งนี้ว่าการข้ามเวลาได้คร่าวๆ เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อแทบเป็นไปไม่ได้ที่มีบทเวทมนต์ที่มีพลังพอจะข้ามกาลเวลาอยู่จริงๆ กว่าชายหนุ่มจากต่างโลกเข้าใจเรื่องราวก็ต้องซักถามกันจนเลยเวลาอาหารเที่ยงเกือบบ่าย ไคถึงจะยอมเลิกรา

            “ไม่อยากจะเชื่อ แล้วทำไมพวกนั้นเขาไม่เก็บข่าวละปกติเรื่องแบบนี้ต้องปกปิดไว้ไม่ใช่เหรอครับ”ไคเอ่ยถามอีกประเด็นหนึ่ง ที่ทำให้ไททันขมวดคิ้วเครียดขึ้นมาทันทีเทรนก็ด้วย ไคกำลังคิดว่าตัวเองคงเรื่องมากไปแต่ไม่ใช่เลย

            “ก็เพราะเจ้าพวกบ้ากระทรวงความมั่นคงนะสิ ดันทำข่าวรั่วไคเองก็โมโหใช่ไหมละดีเลยๆ เดี๋ยวพอนายพลนาวิน ดัชเชสก้า มาเธอรีบต่อว่าเลยนะและบีบบังคับเรื่องที่ข่าวมันหลุดไปทั้งยวงแบบนี้”ไททันพูดพร้อมๆกับใส่อารมณ์เต็มที่เทรนแม้ไม่พูดแต่พ่อของตนก็พูดแทนใจไปหมดแล้ว

            “เดี๋ยวๆครับ ใครนะครับ”ไคสะดุ้งเฮือก เมื่อได้ยินชื่อๆนี้

            “ก็นายพลนาวิน ดัชเชสก้ายังไงละเจ้าหมอละนี่ขี้โอ่เป็นบ้า พูดออกมาได้ยังไงว่าถ้ามันเอ่ยปากขอโทษคำเดียวแล้วละก็ เธอก็จะไม่ถือสาหาความอีก กล้าพูดแบบนี้มันดูถูกเธอชัดๆเธออย่าไปยอมมันนะเดี๋ยวลุงช่วยเต็มที่ไม่ต้องกลัว”ไททันยังคงกรุ่นด้วยอารมณ์โมโห ดูท่าจะโกรธแทนไคมากๆ

            “เฮ้อ ถ้าเป็นเขาละก็ ช่างเถอะครับคุณลุงก็ปล่อยๆเขาไปเถอะครับ ถึงโกรธแต่ก็อย่าไปทำอะไรเสียมารยาทกับเขาละครับ ถือว่าผมขอร้องละครับ”ไคแตะมือของไททันที่ตอนนี้กำลังงุนงงสุดฤทธิ์ที่คำพูดของนายพลนาวินเป็นจริงอย่างกับตาเห็น

            “ไค”เทรนเองก็ท้วงเหมือนกัน ไคไม่มีทางเลือกจึงต้องบอกความลับออกไปในที่สุด

            “นี่อาจจะเป็นความลับที่ใช่ความลับนะครับ ดวงตาข้างนี้ของผมได้มาจากเขาละครับ”ไคพูดพร้อมกับชี้ไปที่ดวงตาวิเศษข้างขวาที่บัดนี้อยู่ในสภาพของดวงตาสีดำทั่วไป ทั้งไททันและเทรนเข้าใจในทันทีเขาลืมไปได้อย่างไร มิน่าเล่ากระทรวงความมั่นคงถึงได้ลงมติส่งตัวนายพลผู้นี้ออกมาเพื่อขอโทษกับเรื่องข่าวรั่วเป็นเหมือนเขื่อนแตกแบบนี้

            “เข้าใจละ แบบนี้นี่เอง เฮ้อ จากนี้ไปเธอคงต้องรับมือกับพวกนี้อย่างลำบากแล้วละ”ไททันเอ่ยปากถอนหายใจดังๆ ก่อนจะปรบมือสองสามครั้ง ไคถึงกับงุนงงที่ได้เห็นนางรับใช้ที่ปกติแล้วไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็นถือข้าวของจำนวนมากเดินเข้ามาวางลงตั่งปลายเตียง

            “อะไรกันครับเนี่ย”ไคที่แปลกใจกับกล่องจำนวนมาก ที่มีลักษณะไม่ต่างอะไรกับห่อของขวัญแถมแต่ละกล่องเขาก็สัมผัสได้ว่ามันไม่ธรรมดา

            “ลูกเล่นของพวกชั้นสูงนะ ตอนแรกฉันตั้งใจจะวางแผนให้เธอไม่พอใจกับกระทรวงและบอกปัดของขวัญพวกนี้ แต่ในเมื่อเธอยอมรับคำขอโทษฉันคงไม่อาจจะต้านทานลูกเล่นนี้ได้แล้วละนะ”ไททันพูดด้วยเสียงละเหี่ยใจ ไคงุนงงเทรนจึงรับหน้าอธิบายเช่นเคย

            “นี่คือของขวัญเยี่ยมไข้ แต่จริงๆแล้วมันเป็นการทำให้นายติดบุญคุณนะ ถ้านายจะลองเปิดดูสักกล่องนายก็จะรู้เองว่ามันมีค่าแค่ไหน”เทรนว่า ไคมองหน้าเทรนแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

            ไคที่เริ่มมีแรงจึงลุกขึ้นไปหยิบกล่องบนสุดซึ่งมีขนาดเล็กเท่าสมุดใหญ่ๆมันทำจากไม้ชั้นเลิศ ผ้ากำมะหยี่ที่ห้อคลี่ออกอย่างอัตโนมัติทันที่ที่สัมผัสกับมือของไค เผยให้เห็นกล่องไม้สีดำด่างเก่าคร่าคร่ำ ไคสอดนิ้วเรียวยาวแซะมันขึ้นมาดู

            ปรากฏว่าด้านในเป็นหน้ากากไม้ลงทองสลักเป็นรูปใบหน้าของมังกรยามแยกเขี้ยว มีอัญมณีสีขาวจางๆฝังอยู่ใจกลางหน้าผากของมังกร รายละเอียดของหน้ากากนี้นับว่าเยอะสุดยอดแต่ก็เป็นแค่ของประดับขณะที่ไควางกล่องลงและหยิบขึ้นมาจะสวมเข้าที่หน้า มือแข็งแกร่งของไททันก็คว้าข้อมือของไคไว้ได้ทันท่วงทีก่อนเกิดเรื่องยุ่งๆ

            “เฟส เดอะ แบล็คดราก้อน (Face the Backdragon) หรือจะเรียกว่าใบหน้ามังกรดำก็ได้เป็นไอเท็มระดับแรร์ถูกสร้างมาแค่ห้าใบเท่านั้นมีคุณสมบัติทำให้ผู้สวมกลายร่างเป็นมังกรดำที่ทรงพลังได้ตามใจปรารถนานานเท่าใดก็ได้ สามในห้าคนที่เคยสวมใส่ ใส่แล้วไม่เคยถอดออกด้วยต้องการเป็นมังกรตลอดไป”ไททันรีบอธิบาย ไคได้ฟังก็รู้สึกอึ้งๆ

            “ขนาดนั้นเลยเหรอเจ้านี่นะ”ไคอยู่บนโลกใบนี้มานานพอที่จะเชื่ออะไรที่ไม่น่าเชื่อ เขาจัดการวางมันไว้ที่เดิมและปิดกล่องนั้น และลองเปิดอีกกล่อง

            กล่องนี้ไม่หนักมากแต่แม้กับไคก็ยังรู้สึกได้ว่ามันมีกลิ่นของความยะเยือกลอยออกมา ไคล้วงหยิบเอาของที่อยู่ในกล่องออกมา สัมผัสแรกคือความเย็นปนอุ่นๆ

            “โห ตระกูลซีการ์ดหวังซื้อใจนายเลยนะเนี้ย”เทรนโพล่งออกมา หลังจากเห็นสิ่งที่อยู่บนมือของไค มันคือขวดแก้วใบเล็กๆที่มีน้ำอยู่เกือบเต็มเรียกว่าสามในสี่ทีเดียว

            “คืออะไรละ ไม่รู้จัก”ไคงง กับใบหน้าทึ่งๆของสองพ่อลูกตระกูลฟีเนเซียร์ ไททันที่คุมสติได้ก่อนเลยรีบอธิบาย

            “หยดน้ำตาของฟีนิกส์ ไม่อยากจะเชื่อว่ายังมีคนไปหามาได้อีกนอกจากท่านทวดที่ไปหามาเมื่อทศวรรษที่แล้วยังมีคนอื่นอีกเหรอ”ไททัน หยิบออกไปสำรวจดูซึ่งไคเองก็ไม่มีจิตหวงแหนอยู่แล้วจึงให้ไปอย่างง่ายดาย

            หากถามว่าตระกูลใดคือผู้ที่ใช้หยดน้ำตาของฟีนิกส์มากที่สุด คำตอบก็คือตระกูลฟีเนเซียร์นี่แหละที่ตระกูลนี้มีฟีนิกส์เป็นสัญลักษณ์นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นเพราะ ว่ากันว่าคนของตระกูลนี้มักจะมีพรสวรรค์พิเศษที่ทำให้ฟินิกส์หลงรักและต้องบินมาหาคนของตระกูล ก่อนจะร้องไห้และบินจากไปเสมอๆว่ากันว่าเพราะใบหน้าที่สง่างามนี่เองที่ทำให้ฟีนิกส์หลงใหล บ้างก็ว่าบรรพบุรุษของตระกูลนี้เคยเป็นฟีนิกส์มาก่อน

            จะอย่างไรก็แล้วแต่หากถามหาผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบสิ่งอะไรๆที่เกี่ยวข้องกับนกอมตะในตำนานชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือคนของฟีเนเซียร์

            ไททันเอียงหยดน้ำไปในมุมต่างๆตามองสีรุ้งสิบเก้าเฉดสีที่เปลี่ยนแปลงไม่ซ้ำเฉดสี เดินไปที่หน้าต่างเปิดบานหน้าต่างออก ทำให้ลมเย็นๆหอมกลิ่นดอกไม้เวทมนต์ลอยเข้าห้องแต่เขาไม่สนใจ เขาเพียงเอาหยดน้ำตาสะท้อนกับแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับลาขอบฟ้า

            น่าแปลกใจและอัศจรรย์ยิ่งเมื่ออยู่ดีๆหยดน้ำตานั้นก็อมแสงเป็นหยดน้ำสีทองอำพันสวยสดงดงามขวดแก้วที่โอบอุ้มมันไว้ก็เรืองแสงเป็นสีเพลิงเข้มทำให้หูจับดูคล้ายปีกของนกฟีนิกส์ตัวเล็กๆ ฐานของมันกลับมีรุ้งหลายเฉดสีพุ่งออกมาดูคล้ายนกอมตะขนาดย่อส่วนเลยทีเดียว

            “ของแท้แน่นอน ตระกูลซีการ์ดคิดอะไรอยู่นะถึงเอาสิ่งนี้มาให้ขนาดนี้ไคฉันว่าส่งกลับเถอะ ฉันบอกตรงๆนะถ้าเธอจะต้องตอบแทนพวกนี้ให้ตรงค่ากับของที่เขาให้มานี่ มันเป็นไปไม่ได้เลยนี่มันไม่ต่างอะไรกับการผูกมัดตัวเองเข้ากับพวกเขาเลยนะ”ไททันเอ่ยเสียงเครียด

            “นั่นสินะครับ ส่งคืนไปก็ดีผมเองก็คงไม่รู้วิธีใช้ของพวกนี้เหมือนกัน เอามาก็คงได้แค่ตั้งประดับละครับ”ไคเห็นด้วย เขารู้ดีว่าโลกของผู้มีอำนาจการตอบแทนกลับไปเป็นเรื่องสำคัญการที่ไททันเอ่ยเตือนถึงขนาดนี้นับว่าครอบครัวฟีเนเซียร์ดีกับเขาเหมือนกับเขาเป็นลูกชายอีกคนทีเดียว

            “แต่ฉันคิดว่ามีอยู่อย่างสองอย่างเธอควรเก็บไว้ ของๆจากสองคนนี้ฉันเชื่อว่าเขาไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนอะไรเธอลงดูแล้วกัน”ไททันพูดจบก็เก็บขวดน้ำตาของฟีนิกส์ลงกล่องด้วยสีหน้าเคร่งๆ ก่อนหยิบกล่องยาวๆที่ท้ายสุดของกองของขวัญเยี่ยมขึ้นมาและ กล่องขนาดเท่ากล่องรองเท้าอีกอันหนึ่ง

            “จากนายพลนาวินกับ หัวหน้าอัครจอมเวทวินเซ็น ฉันเองก็คิดนะว่าเขาไม่ได้ให้ของที่ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว”ไททันพูดเป็นปริศนา จนไคเองก็สงสัยจึงรีบเปิดกล่องของนายพลนาวินก่อน

            กล่องของนายพลนาวิน ดัชเชสก้าเป็นกล่องยาวและหนักมากไม่มีลูกเล่นเวทมนต์อะไรหรูหราขนาดกล่องก็ยังเป็นกล่องไม้ขัดเงาที่หาได้ทั่วไป

            แต่ของด้านในกลับเป็นดาบ ด้ามจับทำจากเงินไล่ไปจนจรดปลอกของดาบกั้นดาบทำออกมาเป็นธรรมดาเทรนสูดหายใจเฮือกใหญ่ทันทีที่เห็นเขารู้ดีว่านี่คืออะไร แต่ไคยังไม่รู้แม้ว่าเขาจะคุ้นๆตากับรูปร่างของมันก็ตามที

            ไคจับด้ามดาบและถอดมันออกจากฝักดาบ ตัวดาบเป็นดาบแบบเครเมอร์คมขนานกันและไปจรดกันที่ปลายดาบอย่างสวยงาม มันทำมาจากคริสตัสทึบสะท้อนแสงเป็นทางเดียวคล้ายกระจกดูเผินๆเหมือนดาบที่ตีจากทองคำขาวเหมาะไว้ใช้เป็นเครื่องประดับ แต่ไม่ใช่น้ำหนักและรังสีของความคมกล้านี่ไคกล้าพูดได้เลยว่าฟันเหล็กก็ขาดได้

            “อย่างกับเป็นโชคชะตาเลยนะ รู้ไหมดาบเล่มแรกที่ฉันเห็นตั้งแต่มาบนโลกนี้ก็คือดาบเล่มนี้แหละ ดาบอาไลค์คัสผู้ซึ่งถูกตีด้วยหัวใจนรินาม”ไคยิ้มๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเจ้าลูเซียสจะทำหน้ายังไงตอนเขาบอกว่าเขาได้ดาบเล่มนี้มาฟรีๆ เดี๋ยวสิไม่ฟรีนี่นา...นายพลคนนี้เขาชักจะติดหนี้มากไปแล้วนะไคคิดแต่คิดอีกทีในเมื่อไททันแนะนำให้เก็บไว้เขาก็ควรจะเชื่อ

            ไคเอาดาบใส่ฝักแล้ววางในกล่องเหมือนเดิม เทรนดูเหมือนจะมองตามมันไปเลยทีเดียวไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเทรนเองก็คงเป็นแฟนของไกจินเหมือนกันแต่ไม่ได้แสดงออก ก็นะ ดาบเล่มนี้คงเป็นความฝันของเด็กผู้ชายทุกคนบนโลกนี้เลยละมั้ง

            ไคเปิดกล่องที่ได้มาจากอัครจอมเวทวินเซ็น พลางนึกว่าคนที่มียศสูงขนาดนั้นจะให้อะไรเขา ซึ่งพอมองเข้าไปเขาก็ต้องงุนงง เมื่อมันเป็นผ้าคลุมสีดำสนิท

            “นิกส์เหรอเนี้ย สุดยอด”เทรนโพล่งออกมาอย่างสุดระงับ แต่ไคทำหน้าฉงนสนเท่ห์จึงเป็นหน้าที่ของไททันที่ต้องอธิบายเพราะเจ้าลูกชายสติแตกไปแล้ว แต่ก็อดขำไม่ได้ที่นานๆทีจะเห็นลูกชายตนหลุดฟอร์มตั้งแต่มีไคเข้ามาปราการน้ำแข็งที่ก่อตัวในบ้านฟีเนเซียร์ดูเหมือนจะค่อยๆพังทลายลงอย่างช้าๆ

            “ชุดคลุมที่ซึมซับแรงกระแทกจากทุกสรรพสิ่งไม่ว่าจะเวทมนต์ การโจมตีทางกายภาพ จิต ธาตุ มันถูกถักทอมาจากเศษเสี้ยวหนึ่งของนิกส์เทพพีแห่งความมืด เทอุสเองก็ใช้มันถักผ้าคลุมเวทมนต์ของตนเองเหมือนกันสมัยนั้นนะ ยอมรับกันเลยว่าไม่มีอะไรที่ผ้าคลุมแห่งความมืดของเทอุสจะกลืนกินไปไม่ได้”ไททันยิ้มแย้มเมื่อมีคนเข้าใจความหมาย

            “เดี๋ยวสิ ดาบอาไลค์คัส เคยเป็นดาบรูปแบบเดียวกับไกจินใช้ ผ้าคลุมนิกส์ก็เป็นแบบเดียวกับที่เทอุสใช้เหรอ หมายความว่าไคเป็นผู้สืบทอดของทั้งสองคนเหรอเนี้ย”เทรนแถลงไขออกมา ไททันแทบยิ้มค้างเจ้าลูกชายดันเข้าใจแค่ส่วนเดียว

            “ไม่ใช่ทั้งหมด ที่ว่าสืบทอดน่ะเป็นเจตนารมณ์ต่างหากทั้งนายพลนาวิน และอัครจอมเวทวินเซ็นต่างบอกกับเธออย่างอ้อมๆว่าให้ช่วยปกป้องโลกเวทมนต์ด้วย เพราะทั้งไกจินและเทอุสต่างมีอุดมการณ์เดียวกันนั่นก็คือปกป้องโลกเวทมนต์จากมังกรอมตะผู้ชั่วร้ายอย่างไรละ”

            “ว้าว หื้ม เทรนนายชอบป่าวฉันให้เอาไหม”ไคที่เห็นสายตาของเพื่อนมองมาที่ ผ้าคลุมสีดำในกล่องจึงยกให้อย่างไม่มีลังเล เทรนถึงกับสะดุ้งรีบโบกไม้โบกมือเป็นพันวัน แต่ก่อนจะเถียงกันไททันกลับจับไหล่ของทั้งสองคนเอาไว้

            “อย่าเพิ่งด่วนดีใจไป เรายังมีเรื่องที่ต้องหาทางออกกันอีก”ไททันพูดพลางชี้นิ้วโป้งข้ามไหล่ไปตรงจุดที่กองของขวัญวางกองสูง

หลังจากปรึษาจนพบทางออกที่คิดว่าดีที่สุดแล้ว ทั้งเทรนและไททันต่างขอตัวออกไปจัดเตรียมทุกอย่างตามแผนขณะที่กำลังเช็ดของขวัญเหล่านั้น เทรนเห็นของในจำนวนหนึ่งจึงหยิบมาให้ไคพร้อมการ์ดเยี่ยมไข้มาให้ปรากฏว่าเป็นของขวัญของพวกดราก้อนไรเดอร์

            กล่องของอเลนเป็นหนังสือเกี่ยวกับสายพันธุ์มังกรมีลูกแก้วลูกจิ๋วๆอยู่ทุกหน้าไคลองเปิดอ่านขณะที่คิดจะเปิดไปยังหน้าสุดท้ายก็ต้องงุนงงเมื่อหนังสือสันทองคำเล่มนี้กลับไปไม่ได้ถึงหน้าสุดท้ายซะที จนเทรนที่เห็นต้องอธิยายเปื้อนยิ้ม

            หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเงาตัวจริงของมันมีการเชื่อมต่อหนังสือและความรู้อีกมากมาย ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่เปิดไปมันจะไม่พบหน้าสุดท้ายได้ง่ายๆ ไคถึงกับงุนงงกับวิวัฒนการด้านหนังสือเกิดหนังสือที่ห้องสมุดเป็นอย่างนี้แล้วเขาจะจัดหมวดอย่างไร ขณะที่เปิดไปหน้าแรกอ่านดูเล่นๆ

            ทว่าไคกลับเข้าใจได้ดีเหมือนกับอ่านหนังสือ ภาษาของตนเองเขาถึงกับรู้ด้วยว่านี่สารบัญมังกรลูกแก้วจำนวนมากที่เรียงรายกันอยู่ด้านข้างคือการเลือกเล่มเงา หมายความว่ามีหนังสือเล่มนี้เล่มเดียวเท่ากับมีหนังสืออยู่ในมือถึงยี่สิบสามเล่ม รวมสายพันธุ์ ระดับ การดำรงชีวิต วิธีการสยบมังกร และหลายๆอย่าง

            “เทรน”

          “หือ อะไร”เทรนที่เช็ดของอยู่ยังไม่เงยหน้ามาจากบัญชีของขวัญ

            “นี่มันคือ มังกรสายพันธุ์ไอริว ใช่ไหม มีลักษณะสีแดง ดำ เงิน ทอง ไม่ชอบอยู่รวมเป็นกลุ่มมีนิสัยชอบบินท่องเที่ยวรักอิสระ จะกลับมารวมฝูงในทุกๆห้าร้อยปีเพื่อผสมพันธุ์ ใช้เวลาอีกห้าสิบปีในการดูแลไข่ ตัวผู้กับตัวเมียจะผลัดกันเฝ้าไข่ครั้งละห้าสิบปีจนครบสองร้อยปี หากลูกมังกรยังไม่เกิดก็จะทอดทิ้งไข่นั้นไป...”

          เทรนที่รับฟังภาษากลางของเวทมนต์อย่างคล่องปากของไค จนมือไม้อ่อนทำเอาปากกาขนนกและหนังสือที่ถืออยู่ร่วงลงกับพื้นก่อนทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกและวิ่งออกไป เดาว่าคงไปหาพ่อ

            ไคยิ้มเล็กน้อยกับหน้าเหวอๆของเทรน ก่อนหันไปมองของขวัญเล็กๆที่ห่อด้วยกระดาษสีเงินมีลักษณะเหมือนกล่องนาฬิกาอันเล็กๆไคเปิดออกมากลับพบว่าเป็นการ์ดที่เขียนด้วยภาษากลางเวทมนต์ที่เขาเข้าใจแล้วตอนนี้

            “ยัยนี่คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงให้ของพรรค์นี้มาเนี้ยะ สมกับเป็นเพื่อนของอเลนจริงๆ”

 

ใบอนุญาตการเดต

                   อนุญาตให้เดตได้หนึ่งครั้ง วันไหนก็ได้ที่ฉันว่าง ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงนะค่ะ

          รินารี่ ซีเลเซีย

ดราก้อนไรเดอร์ผู้งามสง่า

          สิ่งแรกที่เข้ามาในหัวก็คือ เอาไปให้เทรนเพื่อจะแกล้งสักรอบหนึ่งไม่ก็ส่งคืนไปซะ เขาเชื่อว่าผู้หญิงที่กล้าส่งของแบบนี้มาให้เขาได้ ไม่มีวันที่จะเป็นคนที่ใช่ของเขาแน่นอน

            ไคมองไททันและปู่ทรานรวมทั้งเทรน ด้านหลังยังมีคุณป้าซินเดียคุณยายแอนนาดูท่าเขาคงจะต้องอธิบายกันยาว แต่ว่าเขาเองก็ไม่รู้อะไรสักหน่อยจะเอาอะไรไปอธิบายดีละเนี้ย ไคยิ้มแห้งๆให้กับครอบครัวฟีเนเซียร์

 

            เช้าวันรุ่งขึ้นข่าวที่ไคได้สติพร้อมกับความสามารถที่พูดอ่านเขียนภาษากลางของโลกเวทมนต์ได้ ทำให้เกิดเรื่องแย่ๆลงไปอีก ด้วยเหล่าคนชั้นสูงต่างรวมตัวเข้ามาแวะเวียนเพื่อแสดงความห่วงใยต่อไค เซนเคนว่าที่วีรบุรุษของโลกเวทมนต์

            ด้วยเหตุนั้นอาหารเช้าที่ไคตั้งใจจะทำก็เป็นยกเลิกไป เพราะต้องไปร่วมโต๊ะกับแขกที่มีอำนาจและสูงส่งเหล่านั้นที่อาคารรับรองแขกของตระกูลฟีเนเซียร์

            อาคารรับรองแขกแห่งนี้แม้พึ่งเปิดใช้เมื่อสองสามชั่วโมงก่อนแต่กลับมีความงามและหรูหราราวกับว่าคนทั้งหมดหลุดเข้าไปยังช่วงเวลาของอดีตที่ทองคำยังคงรุ่งเรือง อาคารหลังนี้ถูกสร้างเพื่อรับรองคนที่ยังไม่คุ้นเคยพอจะเอาเข้าบ้าน

            ซึ่งทรานลงความเห็นกระต่ายขาเดียวว่าต้องไปรับรองที่นั่น ไม่งั้นไม่ยอมก็เลยลำบากคนทั้งหมดรวมถึงไคที่พึ่งจะหายจากอาการเจ็บปวดด้วย

            ผู้มาเยี่ยมไควันนี้ มีทั้งห้าท่าน ประกอบด้วยเจ้าชายแห่งแคว้นราชิน ชื่อกาซิม ราชินหรือเจ้าชายรัชทายาทอันดับที่สอง คนๆนี้มีลักษณะเหมือนชายวัยกลางคนที่เป็นนักธุรกิจหน้าเลือดจริงๆในความเห็นของไคใบหน้าอ่อนโยนยิ้มแย้มแต่ในนัยน์ตากลับเต็มไปด้วยอะไรทั้งหลายที่อ่านไม่ออก

          คนที่สองคือเศรษฐีลีโอแห่งตระกูลซีการ์ดผู้ส่งของขวัญล้ำค่าอย่างหยดน้ำแห่งฟีนิกส์มาให้ไค ไคประหลาดใจทีเดียวที่เห็นคนที่ทำธุรกิจมีใบหน้าสดใสและรอยยิ้มร่าเริงเขาดูเหมือนแป๊ะยิ้มขนาดย่อมๆ คำพูดและวาจาเต็มไปด้วยความจริงใจไม่มีเค้าของความกลอกกลิ้งให้เห็น แต่ไคยังอดสงสัยในตัวคนๆนี้ไม่ได้ว่าเหตุใดเขาต้องมอบของล้ำค่าแบบนั้นให้กับเขาด้วย

            คนต่อมาคือเชน แดสลิสหัวหน้ากองปราบปรามสัตว์ปีศาจไม่ได้มาเยี่ยมแต่มาเพราะต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ปีศาจที่หลุดรอดเข้ามาในดินแดนแห่งเวทมนต์ได้ ไครู้มาว่าเขาเป็นคนที่โดนเล่นงานหนักที่สุดในบรรดากลุ่มบุคคลที่โดนหางเลขเรื่องความรับผิดชอบ

            คนต่อไปถัดจากเชน แดสลิสก็คือ ซุย คุนชื่อเหมือนคนจีนยังไงไม่รู้แต่ไคคิดว่าคงไม่ใช่คนนี้ก็ไม่ได้มาเยี่ยมจริงๆแต่มาเพราะต้องการทำข่าว เทรนแอบกระซิบให้ระวังหมอนี่ให้ดีเพราะเป็นนักขาวอีกาปากเหล็กสามารถสาวไส้ของเสือสิงห์ได้อย่างง่ายดาย ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าแต่ไคก็พยามสงวนคำพูดจากับคนๆนี้ ซึ่งเขาเองก็ดูไม่สนใจไคเท่าไร่เพราะมีเป้าหมายใหม่คือ เชนที่กำลังทำหน้าตายอยู่นั่นเอง

            และคนสุดท้ายดูเหมือนว่าคนนี้จะมากินมากกว่ามาเยี่ยม และบ่นอยู่ตลอดเวลาว่าไคไม่ยอมลงมือทำอาหารบ้างละ ไคใจร้ายใจดำ ไคหายไปทำให้อดโซหิวท้องกิ่วบ้างละแต่ถึงอย่างนั้นคนๆนี้กลับเป็นคนที่ไคเห็นแล้วดีใจที่สุดถึงเจ้าตัวจะบอกว่ามาในฐานะงานก็ตาม อารี่ ดุลลาฮานตนเดิมเจ้าเดิมนี่แหละ

            ดูราวกับว่าทุกคนที่มาเยี่ยมเป็นกลุ่มแรกนี้นอกจากเจ้าชายแล้ว ทุกคนมีความสัมพันธ์กับไคไม่ว่าจะอ้อมหรือไกลไคจึงคอยลอบสังเกตชายผู้นี้เป็นระยะๆ

          การกินอาหารเป็นอะไรที่เงียบ และวังเวงอย่างมากเทรนไม่มีโอกาสร่วมโต๊ะเพราะโดนคุณแม่และคุณยายที่รีดเค้นเอาวิชาการทำอาหารไปจากไคและตอนนี้กำลังร้อนวิชา ดึงตัวไปเป็นลูกมือในครัวที่ตอนนี้กำลังวุ่นวายแน่ๆ

            เมื่อไม่มีเทรนไคจึงรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป ทำให้รู้สึกจ๋อยๆเล็กน้อยแม้จะมีอารี่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วแต่ก็พูดคุยกันได้ไม่มากนอกจากยักคิ้วและเตะขากันไปมาที่ใต้โต๊ะ

            ในที่สุดเจ้าชายผู้มีประสบการณ์ทางด้านการชักดึงบรรยายกาศมากที่สุดก็ลงมือเปิดประเด็นขึ้นมาหนึ่งประเด็นและประเด็นนี้เองที่ทำให้ไคต้องเดือดร้อนหนักไปอีก

           

          “ไคครับ ไคเคยได้ยินเรื่องของจ้าวแห่งมนตราไหมครับ”เจ้าชายเอ่ยด้วยเสียงเนิบๆเหล่าคนผู้รับฟังต่างมีสีหน้าแตกต่างกันไป

“ไม่เคยครับใครพอแนะนำได้บ้างครับ”ไคไม่รู้ว่าเจ้าชายจงใจให้เขาปล่อยไก่หรือเปิดประเด็นพูดกันแน่แต่ก็ตามน้ำไปก่อน แต่ซุยกลับหัวเราะหึๆออกมาพร้อมกับจิ้มมันฝรั่งทอดเข้าปากก่อนพูด

“จ้าวแห่งมนตรา ผู้ที่อยู่เหนือไปว่า ไฮเมจิคเชี่ยนมาสเตอร์ ระดับในฝันของจอมเวททุกนาม แค่คิดก็ใช้เวทได้นับหมื่น ไร้ผู้ต้านทาน พิชิตไปไร้ผู้ต้านในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีใครไปถึงนอกจาก...”

“เพ้อเจ้อ ในประวัติศาสตร์ไม่มีหรอก แต่ในนิทานหลอกเด็กนะมีแน่”อารี่โต้กลับทันทีเพราะเธออยู่มานานจนคิดว่าระดับของจอมเวทที่ว่านี่มันเป็นแค่ในฝันเท่านั้นแหละ ภาพที่ไคในอนาคตที่หลุดไปใช้เวทได้โดยแค่คิดอย่างมากนั้นก็ ไฮเมจิคเชี่ยนมาสเตอร์ ไม่มีทางใช่ แกรนด์เมจิคเชี่ยนแน่ๆ

“อดีตอาจจะไม่มี แต่อนาคตไม่เสมอไป จริงไหมครับไค”เชนพูดเรียบๆแต่กลับจุดเพลิงเผาไคชัดๆ ไคได้แต่ยิ้มรับเพราะไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของคนพวกนี้คืออะไร

“แล้วใครละครับคนที่ ซุนจะพูดถึงนะ รู้ไหมครับเจ้าชายกาซิม”ไคเอ่ยถามกาซิมที่ยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนเฉลยให้ฟัง

“ผู้ค้นพบมนตรายังไงละ เล่ากันว่าเมื่อก่อนเราไม่รู้เวทมนต์เราดำรงอยู่อย่างป่าเถื่อนทว่าวันหนึ่งกลับมีคนๆหนึ่งปรากฏขึ้นเขาสอนเวทมนต์ให้เรา แล้วก็นะ พวกเราเลยตั้งสมมุติฐานว่าคนๆนั้นต้องมีระดับที่สูงส่งอย่างแน่นอน”

“อ้อ ผมนึกว่าพวกผู้วิเศษซะอีก”ไคเอ่ยเบาๆแต่เจ้าชายและซุนกลับกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง เพราะไคเอ่ยทฤษฏีที่ค้านกับทฤษฏีจ้าวแห่งเวทมนต์ขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ

ทฤษฏีจ้าวแห่งเวทมนต์กล่าวคือเป็นทฤษฏีที่เชื่อว่าชาวเวทมนต์ใช้เวทมนต์ได้ก่อนที่พวกผู้วิเศษจะรู้จักการผูกเวทมนต์เป็นอานุภาพ และเป็นชาวเวทมนต์เองที่เป็นคนสอนเวทมนต์จนพวกผู้วิเศษรู้จักการใช้มนตราดังนั้นตามคติความเชื่อนี้พวกเขาจึงเชื่อว่า จ้าวแห่งมนตราจะมีพลังและอำนาจสูงกว่าผู้วิเศษ

อีกทฤษฏีหนึ่งคือทฤษฏีที่ไม่ได้รับการยอมรับแต่ก็ยังคงอยู่คู่กับทฤษฏีที่กล่าวไปเบื้องต้น ทฤษฏีที่ว่าก็คือทฤษฏีผู้วิเศษรู้จักการใช้พลังและอำนาจเวทมนต์ก่อนชาวเวทมนต์ และเป็นผู้วิเศษเหล่านี้เองที่เป็นคนสอนเวทมนต์แก่พวกชาวเวทมนต์ที่มาที่หลัง

ทว่าทฤษฏีหลังมักจะไม่ได้รับการเอ่ยถึงสักเท่าไร่และไม่ค่อยมีการพูดถึงมากนัก ในภาคการศึกษาก็มักจะใส่รายละเอียดน้อยเกินไปและไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเพราะชาวเวทมนต์ชอบที่จะเชื่อว่าตนเองมาก่อนผู้วิเศษและเป็นพวกตนนี่แหละที่เป็นคนสอนผู้วิเศษให้รู้จักใช้พลัง แม้ว่าในความเป็นจริงพวกผู้วิเศษจะมีพลังเป็นธรรมชาติและจะเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ก็ตามที

“ไคนี่หัวไวนะ ฮะๆ”อารี่หัวเราะนิดๆพร้อมกับลอบมองซุนที่มีแววตาเป็นประกาย ส่วนเชนที่ตอนนี้มีแววตาเหมือนประเมินไคใหม่หมด

“อืม ก็จริงนะครับคุณเองก็มีส่วนหนึ่งของผู้วิเศษด้วยแบบนี้จะเชื่อในทฤษฏีนั้นมันก็ไม่แปลกหรอก”เจ้าชายพูดนิ่มๆแต่ไคกลับงุนงงว่าพูดถึงทฤษฏีอะไร เนื่องจากตนไม่เคยศึกษาวิชาการประวัติศาสตร์ภาคพื้นฐานของโลกเวทมนต์มาก่อนจึงไม่รู้ลึกตื้นหนาบาง

“โฮ่ อะไรเนี้ย เรามาเยี่ยมไข้ไคเค้านะ วันนี้ทำไมมีแต่คนพูดเรื่องเครียดๆ อ้อๆจริงสิๆไคเธอคิดว่าจะไปงานเลี้ยงแฟนตาซีแห่งความลับไหวไหม ฮึ ไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนา ฉันเอายาดีมาฝากแล้วอยู่กับคุณไททันยังไงก็ลองเอาไปกินดูนะ”กลับเป็นลีโอแห่งตระกูลซีการ์ดที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ในระหว่างการโต้ตอบกันของประเด็น ไคมีความรู้สึกเหมือนถูกลีโอช่วยเอาไว้จึงรู้สึกดีๆกับชายคนนี้เล็กน้อย

เมื่ออาหารหลักมาถึงไคก็ตัดสินใจว่าจะไม่ร่วมวงอะไรมากมายอีก ซึ่งอารี่ก็ดูจะทราบความคิดนั้นเธอจึงคอยช่วยเปลี่ยนประเด็นให้จนดูคล้ายกับว่างานนี้เป็นงานเยี่ยมไข้ของเธอเอง ส่วนเจ้าชายกาซิมหลังที่แสดงความยโสออกมาให้เห็นก็ไม่ได้เก็บกรงเล็บเขี้ยวกลับไป

ขณะที่งานเลี้ยงสุดเซ็งสำหรับไคกำลังจะจบลงเพราะจบเมนูของหวานแล้ว กาซิมกลับยกช้อนเงินเคาะแก้วเจียระไนดัง กิ้งๆ เป็นสัญญาณให้ทุกคนบนโต๊ะหันมามอง

ทรานผู้เป็นประธานของโต๊ะมองเจ้าชายกาซิมด้วยสายที่แสดงความดูหมิ่นและเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง แม้แต่ไคเองก็ทราบว่าเคาะช้อนเพื่อเรียกความสนใจนั้นมีแต่ผู้นำงานเลี้ยงหรือเจ้าภาพเท่านั้นที่มีสิทธิ์กระทำได้ การที่กาซิมประพฤติเช่นนี้เท่ากับว่ามองไม่เห็นทรานอยู่ในสายตา

“ข้าเชื่อว่าทุกคนมาเพื่อพบปะกับ ไค เซนเคนด้วยธุระส่วนตัว และข้าขอเสนอให้ ตระกูลฟีเนเซียร์เปิดห้องเจรจาเพื่อที่พวกเราจะได้เข้าไปพูดคุยในเรื่องส่วนตัวกับไค ดีหรือไม่”เจ้าชายกาซิมพูดพร้อมยิ้มอย่างเสแสร้งไปทางทรานที่ปั้นหน้าเคร่งครึมอ่านไม่ออก

“เรื่องนั้นผมเองก็เห็นด้วยนะ”ซุนคุนที่คล้อยตามเจ้าชายเอ่ยอย่างกระตือรือร้นด้วยว่าเขามีข้อคำถามจำนวนมากที่อยากจะสัมภาษณ์เขารู้ดีว่าถ้าไคไม่อยู่ในความดูและของตระกูลฟีเนเซียร์ก็ไม่ต่างอะไรกับหมูทองคำอ่อนหัดสักเท่าไร่

“อืม ว่าไงละ ลีโอ เชน อารี่”กาซิมหันไปถามความเห็นของแขกอีกสามท่าน โดยละเลยที่จะไม่สนใจไคทั้งๆที่เรื่องแบบนี้สมควรที่จะถามความสมัครใจของไคก่อนอื่นใด แม้ว่าไคจะต้องตอบว่าได้เป็นการรักษามารยาทอยู่แล้วก็ตามที

“ไม่คิดจะถามเจ้าตัวเขาหน่อยหรือไง เจ้าชายรัชทายาทลำดับที่สอง กาซิม”อารี่เอ่ยช้าๆและเน้นไปที่คำว่าลำดับที่สองเป็นพิเศษ กาซิมยิ้มเยือกเย็นให้อารี่ครั้งหนึ่งแต่ก็ไม่คิดที่จะเอ่ยปากถามไคดูคล้ายเจาะจงให้ไคเป็นตัวตลกไปเสียอย่างนั้น

“อืม ไค เธอไม่ค่อยสบายอยู่ จริงอยู่ว่าพวกเราต่างก็มีเรื่องที่อยากจะคุยกับเธอ แต่ว่าถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นไรนะ ไปพักผ่อนให้สบายๆดีกว่าอีกไม่นานก็จะต้องไปงานเลี้ยงแล้วไหนจะเรื่องเตรียมตัวเดินทางอีกละเรื่องเยอะแยะวุ่นวายเลยเนอะว่าไหม”ลีโอพูดยิ้มๆเหมือนชวนคุยเรื่องง่ายๆ ซึ่งไคก็ยิ้มตอบพลางคิดหาคำพูดแก้เผ็ดเอาไว้

“ผมก็ไม่ค่อยจะไหวนั่นแหละครับ งั้นเดี๋ยวผมขอคุยสักสองสามคนแล้วกัน ที่เหลือก็ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะครับ”ไคพูดโดยซ่อนรอยยิ้มที่ได้เห็นเจ้าชายกาซิมหน้าแข็งเกร็งอีกครั้ง

“ข้าไม่คิดว่านั่นเป็นการปฏิสันฐานแขกที่ดีหรอกนะท่านไค เซนเคนหรือว่าชาวโลกของท่านมีปฏิบัติธรรมเนียมที่ให้แขกที่มาเยี่ยมพูดคุยเป็นการส่วนตัวเฉพาะเท่าที่ตนพอใจ”กาซิมโต้อย่างเผ็ดร้อนเมื่อทราบว่าไคกำลังเล่นลูกไม้กับตน

“ทุกคนเงียบ”เสียงแผ่วๆเรียบๆของทรานดังขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการพูดคุยและดื่มกินกัน ดูท่าท่านผ็เฒ่าจะถึงขีดสุดของความอดทนแล้วจริงๆทุกคนจึงเงียบเสียงตามคำบอกแม้แต่เจ้าชายกาซิมเองก็ยังคงหุบปากนิ่งสนิทเช่นกัน

“ไค ถึงหลานจะไม่ไหวแต่ปูขอให้เจ้าจงรับแขกนี้ทั้งห้าตามประสงค์ของเจ้าชายรัชทายาทอันดับสองด้วย การเปิดห้องเจรจานั้นจะมีผู้คุมกฎห้าคนเฝ้าอยู่เบื้องนอก ผู้คุมกฎนี้จะไม่ได้ยินเสียงคำพูดใดๆแต่จะรับรู้ถึงพฤติกรรมในห้องเจรจา ห้ามให้มีการใช่เวทมนต์เป็นอันขาดหากพบว่ามีการร่ายเวทแม้แต่บทเดียวอะไรก็ตามก็จะถูกหามออกจากห้องทันทีไม่มียกเว้น และถ้าหลานไคเหนื่อยหน่ายกับการพูดคุยพวกเจ้าทั้งหมดต้องออกจากห้องทันที รวมทั้งเจ้าชายรัชทายาทอันดับสองด้วย”ทรานร่ายยาวเหยียด กาซิมมีสีหน้านิ่งๆไม่สะทกสะท้านต่อคำด่าอ้อมๆของผู้เฒ่า

“งั้นก็ตกลง”อารี่เอ่ยและมันก็กลายเป็นมติเอกฉันท์ทันที

------------------------------------------------------------
แก้ไขคำผิด ครั้งที่ 1 ณ วันที่ 13/11/2554 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 15 : ของขวัญ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2487 , โพส : 11 , Rating : 94% / 13 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 530
เบื่อแย่
PS.  
Name : God Kenshin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ God Kenshin [ IP : 110.49.233.45 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มกราคม 2557 / 21:35
# 10 : ความคิดเห็นที่ 475
ขิงแก่ย่อมเผ็ดร้อนกว่าแน่นอน แจ๋วมากท่านปู่
Name : ไจแอนท์คุง [ IP : 113.53.57.21 ]

วันที่: 27 ธันวาคม 2556 / 15:16
# 9 : ความคิดเห็นที่ 414
ไคตอกกลับเจ้าชายแกไปเลยเอาให้เจ็บถึงทรวงใน พูดไม่ออกไปเลย นักข่าวนั่นก็ด้วย คนอื่นด้วย ยกเว้นอารี่
PS.  เราชอบ yaoi ความสำเร็จอยู่ที่ความพยายาม
Name : Joker Mask < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Joker Mask [ IP : 49.230.200.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2555 / 20:00
# 8 : ความคิดเห็นที่ 232
อยากฉกของไคจริงๆ
PS.  เจ้าของกลุ่ม นิยายน่าอ่านใน Dek-d ที่โลกลืม ปี 2554 เจ้าของกลุ่ม My useful knowledges
Name : jsoc < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jsoc [ IP : 180.183.48.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤศจิกายน 2554 / 21:37
# 7 : ความคิดเห็นที่ 231
ไอเจ้าขายนั้น ดูไม่เห็นหัวใครเลย -*-

อัดมัน ๆ เย้ ๆ 
PS.  ┢┦aΡpy ToO-GeTher
Name : Aburame_Shino < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aburame_Shino [ IP : 171.4.118.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 / 21:31
# 6 : ความคิดเห็นที่ 230
แก้คำผิด ตอนที่15
**ฉันจะอยู่เคียงข้างเจ้าตลอดไป ไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น.... >> ถ้าเปลี่ยนจากคำว่า "ฉัน" เป็นคำว่า "ข้า" ประโยคนี้น่าจะดูสมูทมากขึ้นนะคะ
**วันนี้มีแต่คนพูดเรื่องเครียดๆอ้อๆจิงสิๆไคเธอคิดว่าจะไปเลี้ยง.... >>  ไม่แน่ใจว่าไรเตอร์พิมพ์ผิดหรือตั้งใจใส่เป็นคำซ้ำนะคะ แต่คิดว่ามันซ้ำเยอะไปหน่อยค่ะ เอาแค่ ""เครียดๆ อ้อ จริงสิ..... แค่นี้น่าจะดีกว่านะคะ




แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2554 / 15:36
Name : BB121 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ BB121 [ IP : 161.200.208.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 15:33
# 5 : ความคิดเห็นที่ 229
 มาเยี่ยมหรือมาประชุมลับกันแน่ค่ะเนี่ย
PS.  ชีวิตคนเรามันก็มีหลายอย่าง มีทั้งชอบและไม่ชอบและดีไม่ดี บางอย่างก็รับไม่ได้... ก็แหม เราไม่ใช่ผู้เฒ่าที่ปลงแล้วนี่นา ถึงจะได้ปล่อยวางได้น่ะ ;)
Name : Dreamever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dreamever [ IP : 58.9.114.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 15:25
# 4 : ความคิดเห็นที่ 228
สนุกมากค่ะ
PS.  สนุกมากค่ะ
Name : [Op]Ko_Ke < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [Op]Ko_Ke [ IP : 223.205.116.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 15:49
# 3 : ความคิดเห็นที่ 227

มารยาทแย่มาก


PS.  ‎"ทำดียังไม่ได้ดีเพราะเคยชั่ว ทำชั่วยังไม่ได้ชั่วเพราะเคยดี"...ธรรมะใกล้ตัวฉบับที่ 54
Name : Mink_C < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink_C [ IP : 125.27.189.240 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 สิงหาคม 2554 / 17:46
# 2 : ความคิดเห็นที่ 226
 โหยยย เจ้าชายนี้ไม่ได้เรื่องเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
PS.  I love TVfXQ 4ever *-*
Name : Killer มายา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Killer มายา [ IP : 58.9.208.241 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กรกฎาคม 2554 / 09:23
# 1 : ความคิดเห็นที่ 225
แก่ โหด ออิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิ
Name : Dark God < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dark God [ IP : 58.8.69.233 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กรกฎาคม 2554 / 22:03
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android