คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา

ตอนที่ 19 : กระดิ่งเรียกวิญญาณ


     อัพเดท 13 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เวทมนต์, จอมเวท, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : จักรพรรดิอักษรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จักรพรรดิอักษรา
My.iD: https://my.dek-d.com/parpat
< Review/Vote > Rating : 86% [ 10 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 31,143
553 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 401 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 19 : กระดิ่งเรียกวิญญาณ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1929 , โพส : 13 , Rating : 96% / 10 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กระดิ่งเรียกวิญญาณ

 

“ไม่อยากเชื่อ เขาใช้เวทมนต์บทนั้นได้ยังไงแถมยังชุดนั้นอีก”แองเจล่ามีความสงสัยกับตัวบุรุษที่กำลังนอนอยู่บนพื้นให้เธอดูอาการ เธอรู้ดีว่ามนต์บทนั้นคือเวทมนต์รักษาขั้นสูงสุด แน่นอนเธอไม่รู้จักมันหรอกแต่เธอรู้ได้จากลักษณะของเส้นแสงเวทมนต์ที่กระจายตัวออกมาเป็นสีทองสะอาดสบายตานั่น คงไม่ต่ำชั้นกว่าเวทไฟชำระเลือดแน่ๆ และชุดสูทหรูหรานั่นอีก

“โอย ปวดหัวเป็นบ้าเลยแฮะ นี่อาการของพวกนั้นเป็นไงบ้าง”ไคที่สะดุ้งก็เอ่ยถามคำถามแรกกับแองเจล่าทันที ซึ่งเธอก็ยักไหล่ก่อนตอบ

“ก็ดี ตอนนี้ส่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดแล้วส่วนภาพที่ถูกบันทึกเอาไว้โดนลบไปหมดแล้วไม่ต้องห่วงเรื่องนี้กระทรวงเวทมนต์เอาจริงกว่าทุกที”แน่ละถ้าเกิดมีภาพชุดสูทนั่นของไคเผยแพร่ออกไป รับรองนายได้ลำบากกว่านี้อีกสิบเท่าแน่ๆ แองเจล่าคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป

“เออ แล้วเจ้าพวกเพื่อนๆฉันละ”ไคถามต่อเมื่อหันซ้ายหันขวามองไปไม่เห็นใครรอบกายทั้งอเลนและเทรน

“อ้อ เทรนกับอาธีน่าไปดูอาการของ ไดอาน่า ส่วนอเลนตามไปดูการทำงานของกระทรวงให้แน่ใจว่าไม่มีข่าวนายหลุดออกไป เดี๋ยวอีกสักครู่สองคนนั้นก็แจ้นไปหานายเอง”แองเจล่าเอ่ยเบาๆ พร้อมกับฉุดตัวไคให้ลุกขึ้น

“เหอะๆเทรนนี่เป็นเอามากนะ รักไดอาน่าซะไม่ลืมหูลืมตา ว่าแต่มันมองเห็นผู้หญิงได้ไงไหนเคยบอกว่าตัวเองถูกสาปไว้นี่หว่า”ไคบ่นกับตัวเองเบาๆแต่กลับมีคนได้ยินจึงแถลงไขให้ฟัง

“นายนี่เป็นเพื่อนกันประสาอะไรไม่รู้อะไรสักอย่าง เรื่องคำสาปนะเทรนเค้าหลุดไปตั้งแต่กลายร่างเป็นโซลเมจิคครั้งแรกแล้ว ก็รู้ๆอยู่ว่าโซลเมจิคแข็งแกร่งถึงเพียงไหนกะคำสาปที่สาปไว้ที่ร่างต้นมีหรือจะแก้ไขไม่ได้ แล้วเทรนเค้าก็ไม่ได้รักไดอาน่าด้วย แต่ไดอาน่าเป็นน้องสาวห่างๆของเขาถึงฝ่ายนั้นจะไม่ยอมรับนับญาติก็เหอะ”แองเจล่าเอ่ยออกมาจนไคต้องงุนงง

“เดี๋ยวสิ หมายความว่าไดอาน่าเป็นน้องสาว มิน่าละ”ไคเข้าใจแล้ว ทุกอย่างตรงล็อคพอดีทำไมเจ้านั่นถึงได้ห่วงขนาดนั้นทั้งๆที่เจอกันครั้งแรกแถมอาการเกร็งๆตอนทานมื้อค่ำที่บ้านอีก

“อือ วันหลังก็หัดรู้อะไรหน่อยนะ” คิดไปคิดมาแองเจล่านี่ก็ค่อนข้างมีนิสัยซ้ำเติมคนจริงๆ ไคแอบคิดเมื่อสตรีเบื้องหน้าซ้ำเติมกันไม่หยุดโดยที่เขาไม่รู้สาเหตุแม้แต่น้อย แต่ไคคงไม่รู้หรอกว่าแองเจล่ากำลังอิจฉาไคในอนาคตต่างหากเธอน่ะ ฝันมาตลอดว่าจะใส่ชุดสูทนั้นแต่นั่นคง...

“อ้อ แล้วเรื่องที่เธอบอกว่าจะให้อยู่คุยละ”ไคดึงหญิงสาวกลับมาจากโลกแห่งความฝัน เธอค้อนไคทีหนึ่งก่อนถอนหายใจเบาๆ

“ฉันอยากพบแม่”

 

 

สุสานของจอมเวทนั้นไม่ใช่สุสานแบบธรรมดาๆ หากเป็นคนสำคัญหรือว่าอยู่ในตระกูลที่สูงส่งแล้วสุสานจะยิ่งลึกลับและอันตรายไปทุกที เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าเหล่าจอมเวทเกรงกลัวว่าจะมีคนอื่นเอาซากศพของบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วมาใช้เป็นเครื่องมือ เป็นที่น่าสมเพชถึงเพียงไหนหากลูกต้องเข่นฆ่าพ่อที่ถูกคืนชีพมาด้วยเวทซอมบี้ หรือพวกเวทเนโครแมนเซอร์ ยิ่งเกิดความหวาดกลัวปราการป้องกันก็ยิ่งรุนแรง

ทว่าก็มีคนบางคนที่เชื่อว่าการย้ายศพเข้าไปในสุสานนั้นจะทำให้วิญญาณที่ไม่มีที่สิงสถิตเพราะวิญญาณไม่อาจจะห่างจากซากศพของตนเองได้ นั่นคือความเชื่อของชาวเวทมนต์

“ในที่สุดก็ยอมจนได้นะครับ รุกกี้อันดับหนึ่งของโลกเวทมนต์”ชายชราเคราสีเงินร่างกายอวบๆดูคล้ายคุณลุงซานตาครอสผู้ใจดี อาเซเนียร์บิดาของแองเจล่าที่รู้ว่าไคตอบรับคำขอของลูกสาวก็รีบบึ่งมาทันทีเท่าที่จะทำได้ จุดนัดพบที่ชายสุสาน ไม่ไป

“สุสานไม่ไป ตรงตัวดีจริงๆ”ไคอดแขวะคนตั้งชื่อสุสานไม่ได้ เขาไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับโลกวิญญาณเลยสักนิดแต่เขาก็พยามคิดว้าโดนวิญญาณรังควาญเขาจะไปขอความช่วยเหลือจากยมทูตไร้หัวแบบไหนดี

“คะ มันคือสุสานสำหรับคนที่มั่นใจว่าวิญญาณที่ของคนที่อยู่ในนี้จะไม่จากไปจนกว่าจะถึงเวลา มีอยู่มากเหมือนกันนะคะ ที่วิญญาณจะรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อปรากฏกายให้คนสำคัญได้เห็นเพียงครั้งเดียว”เธออธิบายอย่างง่ายๆ ไคสังเกตว่าเวลาเธออยู่ต่อหน้าพ่อของเธอแล้วเธอค่อนข้างจะสงบและเรียบร้อยขึ้นมาทันที

“ใช่ ข้าเชื่อว่าแอนต้องอยากบอกเรื่องเกี่ยวกับโรคนั้นแน่ๆ เราเกือบชนะมันแล้วขาดแค่ว่า แอนรู้สึกแบบไหนตอนเป็นระยะสุดท้าย ร้อน เย็น อุ่น คัน สบาย เจ็บปวด ความรู้สึกพวกนี้คือสิ่งที่เราขาดไป ถ้าเรารู้การชนะไอ้โรคบัดซบนั่นก็อยู่ไม่ไกลเกินฝัน”คุณลุงซานตาครอสดูโหดขึ้นมาทันทีเวลาพูดถึงโรคที่คร่าภรรยารักของตนไป

“ผมไม่แน่ใจว่าเธอจะอยู่ แต่ถ้าเธออยู่ผมจะคุยให้”ไคตอนแรกจะพูดกลางๆเพื่อจะได้มีเกราะกันตัวหากเขาทำไม่สำเร็จแต่ก็ต้องรีบเสริมเมื่อเห็นแววตาเอาจริงของสองพ่อลูก

“รุกกี้ เจ้าไม่รู้จักแอนเหมือนที่ข้ารู้จัก เจ้ารู้จักเจ้ารู้ว่าเธอจะต้องแก้แค้นโรคนั้นและบอกหนทางเพื่อเอาชนะมันอย่างแน่นอน เอาเถอะเสียเวลามามาแล้วเริ่มกันเสียทีแองเจล่า”อาเซเนียร์เอ่ยเตือนลูกสาวที่หยิบกระดิ่งแก้วออกมายื่นให้ไค

ถึงไคจะรู้ขั้นตอนอยู่แล้วตอนที่แองเจล่าอธิบายมาตลอดเส้นทางการบิน แต่พอมาเจอกระดิ่งเรียกวิญญาณจริงๆเขามีความรู้สึกเหมือนแองเจล่ากำลังส่งน้ำแข็งแห้งมาให้เขาถือ

กระดิ่งแก้วนั้นสำหรับไคนั้นมันเย็นเชียบดุจมือคนตายที่แช่งแข็งไว้นานปี เขารู้สึกไม่ดีคล้ายกับเขาไม่ได้ถือกระดิ่งที่สวยงามแต่กำลังถือมือของคนที่ตายไปแล้ว แต่เขาไม่อยากพูดมากให้สองพ่อลูกใจเสียเพราะถึงสองคนจะแสดงท่าทีว่าตนแกร่งพอจะรับเรื่องพวกนี้ได้ แต่เห็นได้ชัดว่าสองพ่อลูกหวาดกลัวเวลานี้ที่สุด

ประตูรั้วแบบโบราณสลักลายเถาไม้ย้อมด้วยสีดำ ไคนึกสาปแช่งคนก่อสร้างพวกนี้แต่ไม่รู้เพราะอะไรตั้งแต่เขาจับกระดิ่งเรียกวิญญาณราวกับว่าพระอาทิตย์มืดไป มีเพียงเมฆแสนอึมครึมทั้งๆที่เมื่อครู่ก่อนจับเขายังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอยู่เลย

“ฟู่”ไคถอนหายใจปลุกกำลังใจ ก่อนจับมือแองเจล่าซึ่งมีเลือดของ แอนซิสต้า มารดาของนางอยู่การจะเรียกวิญญาณให้กลับมานั้นจำต้องใช้เลือดของผู้ตายหรือสายเลือดเดียวกับผู้ที่ตายไปแล้ว มือของเธอเย็นและเต็มไปด้วยเหงื่อจนไคสัมผัสได้

“ของแท้จริงๆด้วยคะพ่อ”แองเจล่ากระซิบกับอาเซเนียร์ที่พยักหน้าขรึมๆ กระดิ่งเรียกวิญญาณเนื้อแท้แล้วคือการพาตัวตนของจอมเวทเข้าสู่โลกวิญญาณไปครึ่งหนึ่งและเมื่อจอมเวทที่มีพลังวิญญาณมากพอจะสื่อสารกับวิญญาณได้นั้นสั่นกระดิ่งวิญญาณที่ถูกเรียก หากขานตอบก็จะปรากฏกาย

แองเจล่ากับอาเซเนียร์ตามหาคนที่มาทำภารกิจนี้อยู่หลายสิบคน แต่ไม่มีใครเลยที่มีพลังมากพอจะพาคนสองคนเข้าสู่โลกแห่งวิญญาณได้แบบไค ขณะที่แองเจล่านึกชื่นชมบุรุษหน้าใหม่ ไคก็เริ่มออกเดิน

 

ทิวทัศน์ของสุสานไม่ไปนั้น ความจริงค่อนข้างสว่างเป็นพื้นที่กลางแจ้งมีหญ้ามีประติมากรรมที่สวยงามน่ารักสื่อความหมายถึงความตายและการกำเนิดใหม่และแฝงปรัชญาด้านการใช้ชีวิตให้คุ้มค่า เพื่อให้ผู้ที่มีจิตผูกพันกับวิญญาณได้รู้จักละทิ้งความผูกพันกับคนที่ตายไปแล้ว

แต่ว่าวันนี้มันดูมืดหม่นเหลือเกิน ม่านหมอกแห่งความมืดปรากฏไปทุกหย่อมหญ้าความรู้สึกไม่สบายใจเหมือนมีดวงตานับร้อยๆคู่กำลังจ้องมองคนทั้งสามอยู่ มือของแองเจล่าบีบมือไคแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเลยไคเองแทบไม่มีความรู้สึกที่มือแล้วด้วยซ้ำ

หลุมศพที่มีรูปปั้นเทพธิดาปีสองคู่กำลังนั่งอ่านหนังสือด้วยท่าทีสบายใจ นั่นคือหลุมศพของ แอนซิสก้า ปกติใช้เวลาเดินทางแค่นาทีเดียวแต่คนทั้งสามกลับรู้สึกว่าระยะทางมันยืดยามออกไปมากกว่านั้น

“อย่าหันไปมองที่อื่น” ไคเอ่ยเตือนอาเซเนียร์ที่ดูจะมีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าลูกสาว พิธีกรรมนี้จะอันตรายมากแองเจล่าเองก็รู้ดีแต่เธอยืนยันว่าเธอกับพ่อซักซ้อมกันมาไม่รู้กี่สิบเที่ยวแล้ว

“รู้แล้วน่า พ่อคะแหวนคะ”แองเจล่าเอ่ยเตือนบิดา อาเซเนียร์ถอนใจยาวก่อนยกมือถอนแหวนแต่งงานอย่างเงอะงะเพราะว่าต้องถอดแหวนทั้งๆที่มีมือของแองเจล่าจับมือซ้ายอยู่

พิธีกรรมเรียกวิญญาณโดยอาศัยกระดิ่งเรียกวิญญาณนั้น เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุดในขณะเดียวกันก็แบบรับความเสี่ยงสูงที่สุดด้วย ขอเพียงจอมเวทที่นำพาเข้าสู่โลกวิญญาณนั้นเกิดปล่อยมือที่จับกันไว้นอกจากจอมเวทผู้นำทางแล้วคนอื่นก็จะหลงทางอยู่ในโลกแห่งวิญญาณไปตราบเท่าอายุขัยของตน เหตุที่ต้องจับมือกันไว้นั้นแองเจล่าอธิบายว่า มันคือตัวแทนของความสัมพันธ์เมื่อความสัมพันธ์นั้นขาดลงหนทางก็จะขาดตามไปด้วย

“นี่”อาเซเนียร์ปล้ำเอาแหวนออกมาได้อย่างน่าใจหาย เพราะมีหลายครั้งที่เกือบจับมือลูกสาวไม่อยู่ ไครับมาด้วยท่าทีแข็งๆเขาวางมันไว้ที่หนังสือที่เทพธิดากำลังอ่าน อยู่ตรงจุดสายตาของเทพธิดากำลังมองพอดีไม่รู้ว่าเป็นเพราะซิกเซ้นส์ของไคมีสูงหรือว่าไควางไปสุ่มๆ แต่งนั่นคือจุดสนใจที่ดีที่สุดในการเรียกแอนนาซิส

“เริ่มแล้วนะ”ไคเตือนเบาๆ

“อือ”สองพ่อลูกรับคำ พวกเขารอเวลานี้มานานแล้ว

 

กริ๊ง....กริ๊ง....กริ๊ง....

 

            เสียงสั่นของกระดิ่งแก้วสะท้อนกังวานออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่นี่เป็นสถานที่โล่งมากแท้ๆ ที่สำคัญคือมันไม่เคยดังขนาดนี้มาก่อนคนที่ทำให้ดังที่สุดที่อาเซเนียร์เคยพบก็ทำได้แผ่วเบาราวกับเป็นเสียงกระซิบแต่นี่มันดังชัดเจนคล้ายมีคนมาสั่นกระดิ่งอยู่ใกล้หูของตนอย่างนั้นแหละ

            จุดสีขาวๆเริ่มผุดขึ้นมาที่ละจุดที่ละจุดแต่ยังไม่มีจุดไหนที่เคลื่อนที่ เพราะไครู้สึกได้ว่าแอนนาซิสยังไม่มาเขาจึงสั่นต่อไปเรื่อยๆ

            “นี่แม่ยังไม่มาเหรอ”แองเจล่าเอ่ยถาม เธอเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้วเมื่อเห็นวิญญาณสีดำกำลังพยามวนเวียนเข้ามาใกล้พวกเธอสามคน แถมมันเริ่มเพิ่มกันเป็นสองสามจุดแล้ว

            “ฉันยังสัมผัสไม่ได้ถึงพลังจากแหวนอีกวงเลย อาเซเนียร์คุณแน่ใจนะว่า แอนนาซิสเธอใส่แหวนนั่นขณะกำลังจะตายจริงๆ”ไคเอ่ยถามตรงๆ อาเซเนียร์มีแววตาจริงจังขึ้นมาทันที

            “ข้าแน่ใจ เรากุมมือกันอยู่ข้าอยู่ดูเธอตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย เรื่องราวเหล่านั้นมันคล้ายกับเกิดขึ้นเมื่อวาน ข้าจดจำได้ทุกอย่างทั้งสีหน้าท่าทางกริยาแววตาอ่อนล้าไม่ยอมแพ้ของเธอ...”อาเซเนียร์หยุดพูดไปเมื่อรู้สึกว่าตนเองมีน้ำร้อนๆระรื้นมาที่ดวงตา

            “แม่อาจจะหลับอยู่เพื่อรวมรวบพลัง ความจริงเราน่าจะมาวันครบรอบวันตายของแม่”แองเจล่าพูดอย่างหดหู่แต่เธอไม่มั่นใจว่าไคจะผ่านภารกิจหฤโหดอย่างตามหาบ่อน้ำแห่งความรอบรู้

            “มีอะไรไหมที่พอจะเรียกความทรงจำของแม่เธอนะ”ไคเอ่ยถามตรงๆเขารู้สึกว่าถ้ายังมัวเกรงใจต่อไปเขาอาจจะได้เป็นเหยื่อของพวกวิญญาณสีดำสีแดงที่เริ่มจะมีมากขึ้นทุกที

            “แหวนยังไม่พออีกหรือไง”แองเจล่างุนงง

            “ก็เห็นได้ชัดว่ามันไม่พอ”ไคโต้ไปอย่างตรงไปตรงมา จนสองพ่อลูกต้องชะงักก่อนจะยอมรับว่าเป็นจริงตามนั้น

            “แต่พวกเราไม่เตรียมอย่างอื่นมาเลย เลือดเป็นสิ่งต้องห้ามเราใช้มันไม่ได้มันจะทำให้แม่เป็นวิญญาณพยาบาท”แองเจล่าศึกษาเรื่องเหล่านี้มาดีพอที่จะไม่ทำอะไรโง่ๆอย่างการใช้เลือด เพราะมันจะทำให้วิญญาณที่ถูกเรียกคับแค้นใจโศกเศร้าและบ้าคลั่งในที่สุด

            “อะไรก็ได้ เธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่เธอหรือไง อย่างพวกเพลงกล่อมเด็ก นิทานของแม่ ความประทับใจ อะไรก็ได้น่ะเธอเข้าใจความหมายของคำว่าอะไรก็ได้ไหม”ไคเหลืออดแล้วโพล่งออกไป บอกตรงๆความรู้สึกที่ต้องมาจับมือคนตายที่เย็นเชียบนี่ เขาเชื่อว่าไม่มีใครอยากลอง

            “เอ่อ...”อาเซเนียร์กำลังครุ่นคิดใบหน้าแดงเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้นมา ราวกับกำลังพูดกับภรรยาที่ตายไปแล้วจริงๆ

            “แอน จำได้ไหมเราเจอกันที่ไหน? เราเจอกันที่โรงเรียนเวทมนต์เดวิลแซงทัวร์รี่ไง เธออยู่ห้องสองส่วนฉันอยู่ห้องสามเรารู้จักกันตอนปีสาม สมัยนั้นเธอเฮี้ยวสุดๆไปเลยเหมือนแองเจล่าตอนนี้เปี๊ยบเลยอย่างกับถอดแบบกันมา เธอบอกว่าเธออยากเป็นจอมเวทที่สู้รบเก่งมาตลอดเราออกผจญภัยตั้งหลายครั้งแล้วดูตอนนี้สิ เธอแม้แต่จะตื่นขึ้นมาคุยกับฉันเธอยังไม่ทำเลย ลืมฉันไปแล้วหรือไง จำอาร์เนียร์คนนี้ไม่ได้แล้วหรือไงลูกของเราโตตั้งขนาดนี้แล้ว จะไม่ตื่นขึ้นมาดูจริงๆหรือ เธอใจร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ”อาร์เซเนียร์เอ่ยถ้อยคำรำพันปล่อยทุกอย่างไหลผ่านไปกับคำพูด เขาไม่สนใจแล้วว่าจะมีคนนอกอย่างไคอยู่ด้วยนี่คือสิ่งที่เขาอยากพูดมาตลอด

 

 

 

 

            “ไม่ว่าจะกี่วันที่เลยไป กี่เดือนผันตาม กี่ปีพาดผ่าน จะนานเท่าไร่ ฉันก็จะรักเธอคนเดียว คนเดียวเท่านั้น ตลอดไป ตลอดกาล ตราบลมหายใจสิ้นไป”คำกลอนแบบไม่มีสัมผัสแต่ใช้หัวใจแต่งของอาเซเนียร์ทำเอาไคขนลุกซู่ไปทั้งตัวนี่แหละเขารู้ดีวิญญาณที่อยู่ใต้เบื้องลึกของหลุมศพเริ่มขยับตัวแล้ว

            “แบบนั้นแหละ ดีมากเอาอีกสิมีอีกไหม”ไคเอ่ยอย่างเร่งร้อนเขาในตอนนี้ที่เปิดดวงตาวิเศษมองเห็นชัดเลยว่าในหลุมศพนั้นมีหญิงสาวกำลังสะลึมสะลือ

            “ถ้าจะมีก็คำสัญญาของแม่ แม่ลืมคำสัญญาไปแล้วหรือไงว่าแม่จะกลับมาบอกทุกสิ่งที่เกี่ยวกับโรคนั้นโรคแอนนาซิส แม่บอกจะไม่ยอมให้คนอื่นเป็นแบบแม่แต่ทำไมแม่ถึงหลับอยู่ละตื่นมาสิทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหนู ตอนนี้มีเด็กทีชื่อโซริต้ากำลังซ้ำรอยแม่อยู่นะคะพวกเขากำลังรอ....”

          “มาแล้ว”ไคสะดุ้งเมื่อดวงวิญญาณใต้หลุมศพพุ่งออกมากลุ่มควันสีขาวสะอาดค่อยๆกลายเป็นสตรีที่มีลักษณะใกล้เคียงกับแองเจล่าคือสวยแบบเฮี้ยบๆมีแว่นตาใบหน้าสดใสยิ้มแย้ม

            “พอแล้วจ้ะ แม่ตื่นแล้ว ขอโทษด้วยที่หลับนานไปหน่อยไม่นึกว่าลูกจะ...โอ้ นี่แฟนลูกหรอจ้ะ”แอนนาซิสเอ่ยอย่างยิ้มแย้มแต่อาเซเนียร์แม้จะดีใจปนเศร้าที่ได้พบภรรยาแต่ก็หึงหวงลูกเหมือนกัน

            “ไม่ใช่หรอก คนนำทางน่ะแอนข้าคิดว่าเจ้าจะลืมข้าไปแล้วเสียอีก เสียงของข้าทำไมจึงไม่ตอบรับ”อาเซเนียร์ตัดเพ้อทันทีแอนนาซิสเพียงยิ้มเย็นๆให้เท่านั้น ดวงตาของทั้งสบตากันอยู่นานราวสองนาทีแต่ในความรู้สึกของไค ไครู้สึกเหมือนทั้งคู่ได้สื่อสารถ้อยคำนับล้านๆคำในการสบตาครั้งนี้

            “ข้ารู้สึกร้อนตอนที่เป็นโรคนั้นในระยะสุดท้าย ให้ใช้ตัวยาซินซูลินข้าคิดว่านั่นคงจะบรรเทาได้”แอนนาซิสเอ่ย ตอนเธอเป็นระยะสุดท้ายนั้นเธออัมพาตไปทั้งตัวทำให้ไม่สามารถบอกอาการใดๆได้นั่นทำให้การรักษาสิ้นสุดเพราะคนไข้ไม่อาจบอกอาการหมอไม่อาจจะเสี่ยงให้ตัวยาผิดๆแม้อาเซเนียร์จะลองเสี่ยงในวินาทีสุดท้ายแต่ก็ไม่เป็นผล

            “ท่านแม่ตัวยานั่นเก่าไปแล้วมีข้อเสียมากไป พ่อได้คิดตัวยาอาร์ลาที่เหลือเพียงผสมยาที่ดับความรู้สึกของคนไข้ในขณะที่เป็นโรคแอนนาซิสได้สำเร็จแล้ว แต่พ่อไม่อยากเสี่ยงใช้มันตราบเท่าที่ยังไม่รู้อาการของคนไข้ระยะสุดท้าย”แองเจล่าเล่าให้ฟัง

            แอนนายิ้มเธอรู้ดีว่าสามีคงใช้เวลาว่างทั้งหมดเพื่อคิดค้นการรักษาโดยใช้ตัวยาต่างๆ การรักษาโรคแอนนาซิสนั้นไม่ง่ายเลย หากไม่ได้หมออันดับหนึ่งอย่างอาเซเนียร์เกรงว่าต้องรอในรอบร้อยปีหน้าจึงจะปรากฏคนที่รักษาโรคนี้ได้จริงๆซักคน

            “ท่านจอมเวท ข้ามีเรื่องมากมายที่จะคุยกับลูกสาวและสามีอยากจะขอให้ท่านช่วยตรึงเวลาเอาไว้เช่นนี้ได้หรือไม่”แอนนาซิสหันมาเอ่ยขอร้องกับไคที่ถูกลืมไปแล้วแต่ยังอยู่ที่เดิม

            “คุยตราบเท่าที่คุยได้เถอะไม่มีงานเลี้ยงไหนไม่เลิกรา เมื่อข้าบอกว่าพอก็คงถึงเวลาที่ต้องลากันแล้วทำใจซะด้วยละ”ไคตอบแต่ก็แอบแฝงคำเตือนไปในตัวกับสองพ่อลูก

          แองเจล่าเล่าความสำเร็จของชีวิตต่างให้แอนนาซิสฟัง รวมทั้งเรื่องอื่นๆทั้งเรื่องความรักเรื่องเพื่อนเรื่องการเดินทางภารกิจต่างๆรวมถึงภารกิจที่บ่อน้ำแห่งความรู้ด้วย ส่วนอาเซเนียร์ก็เฝ้ามองภรรยาของตนอย่างแสนคะนึงหาอาร์เซเนียร์คือคนที่ไคกลัวว่าจะปล่อยมือมากที่สุด แต่ภาวนาไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้น

            สำหรับเรื่องในครอบครัวคนอื่น ไคก็ได้แต่ทำตัวเป็นท่อนไม้ดูโน่นนี่นั่นไปเขาสังเกตว่าวิญญาณสีดำเริ่มมีมากกว่าสิบจุดแล้ว และมีจุดที่ใหญ่ที่สุดกำลังพยามแทรกแซงอาณาเขตของกระดิ่งเรียกวิญญาณ

 

กรึ๊ก....

 

            เสียงเบาๆแต่ความรู้สึกสั่นไปทั้งมือกระดิ่งแก้วที่เย็นอยู่แล้วยังเพิ่มความเย็นไปจนมือขวาของไคชาด้านไปขณะหนึ่ง ไคยกกระดิ่งขึ้นมาสังเกตก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามีรอยร้าวเล็กๆคาดว่าคงเกี่ยวพันกับเจ้าวิญญาณสีดำที่พยามแทรกแซงเข้ามาในอาณาเขตกระดิ่งแก้ว

            “พอแล้วได้เวลาไปแล้ว”ไคบอกตรงๆ วินาทีนี้เหมือนเขาเป็นคนใจร้ายไส้ระกำขึ้นมาทันทีราวกับเป็นผู้คุมนักโทษที่บอกเวลาหมดเยี่ยมของนักโทษประหารกับพ่อแม่

            “อีกสักสองนาทีไม่ได้หรือไงพ่อหนุ่ม”อาเซเนียร์ที่ดูเป็นคนแข็งๆแต่ตอนนี้กลับพูดอย่างอ่อนโยนกับไคไคสบตากับดวงตาชราภาพทดท้อแววตาราวกับว่าไคกำลังพรากสิ่งสำคัญไปจากพวกเขาพ่อแม่ลูก เพราะแบบนี้ไงละถึงได้ไม่อยากรับงานพรรค์นี้น่ะ!!

            “ผมขอโทษแต่รีบบอกลาเถอะ มีคนกำลังพยามแทรกเข้ามาระหว่างการคุยของพวกเรา พวกคุณคงรู้ดีว่าถ้ากระดิ่งแก้วแตกพวกเราจะเป็นยังไง”ไคพยามพูดด้วยเหตุผล แม้ว่าในเวลานี้เหตุผลจะเป็นตัวร้ายก็เถอะ

            “เหอะ คนหนุ่มสมัยนี้...”อาเซเนียร์ขึ้นเสียงใส่ทันทีที่รู้ไคไม่อ่อนข้อให้ เขาหันกลับไปมองภรรยาราวกับว่าเขาจะต้องจากกันเป็นครั้งที่สอง

            “เฮ้อ อาร์เซเนียร์ข้าจะรอเจ้าที่ปลายทาง ลูกแม่อย่าสิ้นหวังกับชะตากรรมแม่เห็นว่าลูกจะต้องพบเจอกับเรื่องราวมากมาย ทั้งดีและไม่ดีขอให้จำไว้และเป็นบทเรียน วันหนึ่งพวกเราจะได้พบกันอีกแน่นอนแม่เชื่ออย่างนั้น แม่จะรอ อ้อ ท่านจอมเวทข้าไม่มีของจะตอบแทนนอกจาก สิ่งนี้ เอสสองสี่หกสาม รหัส สามสองหนึ่งสองสามสี่(321234)จำไว้ให้ดีแล้วทวงถามกับกับชายที่ชื่อสมิธเขารู้ว่าจะต้องทำอะไร”เธอลาเสร็จก็จางหายไปทิ้งไว้เพียงแหวนแต่งงานอีกวงหนึ่ง ที่บัดนี้กลับมาอยู่คู่กันอีกครั้ง

            “สมกับเป็นแม่จริงๆเลือกที่จะไปก่อนดีกว่าจะต้องเสียน้ำตาให้เราเห็น”แองเจล่าเอ่ยอย่างเศร้าๆน้ำสีใสๆร่วงพรูลงมาเป็นสายธาร อาร์เซเนียร์ก็ไม่ต่างกันเขาหยิบแหวนคู่นั้นขึ้นมาด้วยอาการสั่นจนแทบประคองแหวนไม่อยู่

 

กรึ๊ก....

            กระดิ่งแก้วร้าวมากขึ้นกว่าเดิมอีก ไม่มีเวลาแล้วไคหันไปมองวิญญาณสีดำที่เพิ่มขึ้นเกือบสิบจุดเขาไม่รู้หรอกว่าคืออะไรแต่มันจะต้องทะลุผ่านมาได้แน่ๆ

            “ไปได้แล้วเร็วเข้า”ไคร้องเตือนและออกเดินก้าวยาวๆทันที ทั้งแองเจล่าและอาร์เซเนียร์แม้เศร้าใจแต่ก็รู้สถานการณ์รีบทำตามที่ไคบอกไม่อิดออด กระดิ่งแก้วนำทางให้เห็นเส้นทางกลับมันยืดยาวออกไปกว่าตอนขามาเสียอีกแม้ว่าไคจะออกเดินด้วยความเร็วมากแล้วก็ตาม

            ขณะที่ไคเริ่มรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาทั้งแองเจล่าและอาร์เซเนียร์เริ่มหอบบ้างแล้ว เพราะต่างก็เป็นแพทย์ที่เก็บตัวอยู่ในหองาช้างมานานจึงไม่ค่อยมีกำลังมาก แสงจากปลายทางก็ปรากฏ

            พรึ่บ

            ทั้งสามคนกลับมาอยู่หน้าหลุมศพของแอนนาซิส แต่คราวนี้เป็นบรรยากาศแบบสบายๆท้องฟ้าสีฟ้าเมฆสีขาวสายลมเย็นๆพัดเอื่อยๆกระดิ่งแก้วเรียกวิญญาณให้ความรู้สึกเหมือนเย็นๆเท่านั้น ไควางมันลงตรงป้ายหลุมศพ ทั้งอาร์เซเนียร์แองเจล่าต่างก็ทรุดตัวนั่งลงพื้นอย่างเหนื่อยๆ

            “ไม่อยากเชื่อเราเดินตั้งไกล แต่ไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากหน้าหลุมศพของแอน”อาร์เซเนียร์เอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองจริงๆ

            “มันคือเส้นทางวิญญาณ แสดงว่าไคพาเราไปลึกมากอาจจะเป็นเส้นขอบของปรโลกเลยก็ว่าได้”แองเจล่าเอ่ยตรงๆ

            “นายเป็นอะไรละ จับมืออยู่นั่นแหละ”แองเจล่าเอ่ยถามไคที่กำลังทำอะไรกับมือซ้ายที่ถือกระดิ่งแก้วอยู่ดูเหมือนเจ้าตัวจะเจ็บๆซะด้วย

            “ตกลงไอ้กระดิ่งนี่ที่เย็นๆนี่ไม่ใช่รู้สึกไปเองสินะ”ไคแบมือซ้ายให้แองเจล่าดู เผยให้เห็นถึงรอยแผลน้ำแข็งกัดเป็นจ้ำๆเขียวช้ำม่วงๆดูน่ากลัว

           

 

          “จับได้ไหมคะ”อารี่ที่ถูกตามตัวเข้าเวรในวันที่ยุ่งวุ่นวายที่สุดวันหนึ่ง กระทรวงความมั่นคงเวทมนต์กำลังยุ่งๆกับเรื่องการอาละวาดของนักรบฮามัน หน่วยข่าวกรองก็พยามปิดกั้นข่าวจากทุกสื่อเพื่อไม่ให้ภาพของข่าวหลุดออกไป ในจังหวะไม่ช้าไม่นานดันมีคนใช้เวทประหลาดปลุกวิญญาณ

            จริงๆตอนแรกพวกเธอคิดว่าคงเป็นพิธีกรรมง่ายๆอย่างพวกพิธีของกระดิ่งแก้วเรียกวิญญาณ แต่ไปๆมาๆพลังวิญญาณนั่นกลับสูงจนน่าตกใจราวกับอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณที่ไม่รู้จบ จอมเวทวิญญาณส่วนใหญ่สามารถตรึงพิธีวิญญาณที่กินแรงแบบนี้อย่างมากก็แค่เจ็ดถึงแปดนาทีนี่ถือว่ายอดเยี่ยมแต่เจ้าคนๆนี้กลับตรึงได้ถึงครึ่งชั่วโมง ซ้ำยังไปถึงชั้นกลางของเขตแดนคนตาย

            ตอนที่เธอไปถึงหัวหน้าเธอก็งัดเคียวกวาดวิญญาณออกมาใช้แล้ว แต่ยังฝ่าไปไม่ถึงเพราะพลังนั่นปลุกเอาวิญญาณพยาบาทอาฆาตแค้นออกมาด้วย พอจะจัดการกับพวกวิญญาณโง่ๆนั่นเสร็จเจ้านั่นก็ดันหายไปอย่างไร้ร่องรอย นับเป็นการหยามหน้าขององค์กรเธอที่สุด

            แถมหน่วยข่าวกรองก็ยืนยันที่จะไม่ใช่ปกปิดข่าวนี้เพราะต้องการให้ข่าวเสียหน้าขององค์กรเธอไปกลบเรื่องของไค เซนเคนในมุมมองหนึ่งอารี่ก็คิดว่ามันก็ดีที่กลบเรื่องของไคให้พ้นจากอันตรายไปได้แต่อีกมุมหนึ่งก็นึกแค้นใจที่ดันต้องมาเป็นการเสียสละของพวกเธอซะได้

            อารี่นั่งอยู่กลางประชุมที่มียมทูตในรูปแบบต่างๆนั่งอยู่ในโต๊ะประชุมทุกคนคือยมทูตที่มีพลังวิญญาณสูงส่งแต่ว่าการฝ่าคลื่นวิญญาณที่รายล้อมพิธีกรรมนั่นเข้าไปนั่นก็ยังเป็นเรื่องยาก แสดงให้เห็นว่าเจ้าคนที่ใช้หากไม่เป็นผู้มีพลังวิญาณสูงจริงๆคงทำไม่ได้

            “คิดว่าเป็นใคร”หัวหน้าใหญ่เอ่ยถามสั้นๆ เขาเป็นบุรุษที่อยู่ในร่างอายุยี่สิบหกปีมาสองร้อยกว่าปีแล้วใบหน้าเรียบๆแต่ดวงตาดุลึกล้ำน่ากลัว ไม่เคยมีใครกล้ามองเข้าไปในดวงตาของเขาตรงๆเพราะว่าเขาคือบุตรชายของเทพฮาเดสกับมนุษย์ พูดง่ายๆก็คือเดมิก็อด ลูกครึ่งเทพที่ตายจากร่างมนุษย์มาทำหน้าที่ให้บิดา

            “เซลัน คนนี้น่าจะเป็นได้ไป มันมีพลังสูงมากพอรู้จักพิธีกรรมลึกลับที่เรายังไม่รู้ งานนี้ไม่รู้ว่ามันขนเอาวิญญาณไปกี่ดวงกันแน่”หนึ่งในผู้ประชุมเสนอตัววายร้ายอันดับหนึ่งที่กบดานรอดพ้นสายตาขององค์กรยมทูตไปเกือบสิบปี

            “ใครอีก”เดมิก็อดพูดอย่างไม่พอใจลึกๆ

            “อาลูเต้, โซดาร์ค, โซลแมน”หลายคนพยามไล่ชื่อจอมเวทที่เป็นระดับเนโครมันเซอร์ หรือผู้ควบคุมซากศพ เนโครมันเซอร์เป็นสายเวทมนต์ที่สิ้นเปลืองทั้งพลังเวทและพลังวิญญาณ อีกทั้งยังต้องมีพรสวรรค์ในการควบคุมขั้นสูง

            จอมเวทส่วนใหญ่ทีได้เป็นเนโครมันเซอร์นั้นมักจะถูกใช้การสงครามไม่ก็ ถูกตามล่าในฐานะของผู้ใช้วิญญาณในทางที่ไม่เหมาะสมเป็นจอมเวทมนต์สายมารที่ปัจจุบันไม่มีการเรียนการสอนถึงวิชานี้ และผู้ที่เคยใช้กว่าครึ่งก็ล้วนถูกจับไปประหารเกือบทั้งสิ้น

            เวทมนต์นั้นจะมีการแบ่งลำดับของตัวความอันตราย หากเป็นเวทมนต์ที่อิงการคุมธาตุ เช่นลูกไฟ คลื่นอากาศ อาจจะนับได้ว่าเป็นเวทมนต์ระดับที่ไม่มีความอันตราย แต่ถ้าเป็นโซลเมจิคนั่นถือว่าอยู่ในสภาพกึ่งมาร และถ้าเป็นเนโครมันเซอร์ ดอลมาสเตอร์ ซอมบี้มาสเตอร์ สามสายที่เป็นเวทมนต์คุมกองทัพคือสายเวทมนต์ที่ถูกจัดว่าเป็นสายมารโดยแท้

            เหตุผลก็คือเวทมนต์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับผู้วายชนม์โดยตรงและมีไม่มากนักที่จะไม่ดึงเอาวิญญาณของผู้ที่ยึดติดอยู่บนโลกไปใช้เป็นเครื่องมือพิธีกรรม น่าเสียดายที่ยุคก่อนหน้านี้มีการทำสงครามกับชนเผ่าต่างๆที่มารุกรานโลกเวทมนต์ทำให้เวทมนต์สายคุมกองทัพทั้งสามกลับมาเฟื่องฟูพอสมควร นั่นส่งผลให้เศษความรู้ด้านมืดนั้นก็ยังตกมาอยู่ในยุคของปัจจุบัน

            “ข้าคิดว่าอาลันเต้”

          “ข้าคิดว่าเป็นซีวิคมากกว่า เจ้านี่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆมอร์ลิสมานานแล้ว แถมเคยเจ็บใจกับพวกเราไม่แปลกถ้ามันคิดจะหยามหน้าเราแบบนี้”

          “พอ”เสียงเบาๆแต่สะท้านไปทั้งห้องประชุม อารี่สะดุ้งสายตากลับมาจ้องมองไปยังองค์ประธานหรือหัวหน้าของเธอที่ตอนนี้กำลังยิ้มอย่างน่ากลัวทีเดียว

            “ชื่อที่พวกเจ้าพูดมานี่ เป็นชื่อของอาชญากรที่หลบหนีออกจากเมืองเวทมนต์ไปนานแล้ว และกำลังถูกตามล่าโดยพวกชั้นหนึ่งของเราบวกกับกองกำลังพิเศษของกระทรวงความมั่นคง หากยอมรับว่าพวกนั้นกลับมาจริงเจ้าคิดหรือว่าจะมีเราโดนลำพัง เรื่องนี้มันกระทบถึงหน่วยงานอื่นๆนับสิบหน่วยงานแต่เราจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเงาไปไม่ได้”เดมิก็อดถอนหายใจ

            “เรื่องตัวการคงคิดอะไรไปไม่ได้มา เอาเป็นว่าพวกเจ้าคิดว่าใครก็ไปเขียนชื่อนั้นบนกระดานดำและออกไปหาหลักฐานของคนที่เจ้าคิดว่าใช่ซะ อารี่เธอรีบตรงดิ่งไปคุ้มครองเจ้าหมอนั่นที่ชือไซ หรืออะไรนั่นซะบางทีมันอาจจะเบี่ยงประเด็นเรื่องนี้ก็ได้”

          “เอ๋ หัวหน้าคะเดี๋ยวคะๆ ไหงเรื่องมันมาลงทีฉันละ”อารี่งงยิ่งกว่างงตามความคิดระดับผู้บริหารไม่ทัน

            “เอาน่า ถ้าเป็นไปได้สร้างข่าวลือกุ๊กกิ๊กกับเจ้านั่นซะ ฉันจะลองคุยกับหน่วยข่าวกรองดูว่าพอจะใช้เรื่องนี้กลบเรื่องหน้าแตกของเราได้ไหม ถ้าได้พวกเราจะขอบคุณเธอด้วยการส่งเนื้อสดๆไปถึงที่บ้านตามจำนวนที่เธอต้องการเลย เอาละเลิกประชุม”

          “อ๊า เดี๋ยวก่อนซิหัวหน้า...”อารี่ร้องเสียงหลง แต่คนออกคำสั่งมีเรื่องยุ่งให้ต้องจัดการจึงสลายร่างกลายเป็นไอหมอกสีดำและจางหายไปในอากาศ ยมทูตตนอื่นๆก็พึมพำทำนองว่าโชคดีจริงนะพวกเราโดนใช้ให้ไปหาหลักฐานที่ไม่มีอยู่จริง หลังแข็งแน่ๆงานนี้

            ถ้าเลือกได้ฉันก็อยากไปหาหลักฐานดีกว่าต้องไปกุ๊กกิ๊กกับหมอนั่นเฟ้ย อารี่ตระโกนก้องอยู่ในใจแต่ว่าทำอย่างไรได้เธอเป็นแค่ระดับพนักงานที่มีดีแค่ด้านบู๊เจ้านายเขาสั่งมาก็ได้แต่ทำตาม

 

 

            “แล้วเธอก็เลยต้องขนข้าวของมาอยู่ห้องฉันนี่นะ”ไคถามกลับอย่างอึ้งๆหลังจากที่อารี่บุกมาถึงห้องนอนเขาและจัดข้าวจัดของพร้อมอัปเปหิให้ไคไปนอนใกล้ๆประตูห้องแทน

            “แน่นอน ช่วยๆกันหน่อยเถอะน่า”อารี่พูดพลางกดเล่นเกมส์เพลย์ที่วางค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน แถมมีขนมหลายอย่างวางรอบตัว กินไปเล่นไปดูมีความสุขดีไคฟังเรื่องราวใหญ่โตแล้วต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่

            ความจริงแล้วพอทำพิธีกรรมกระดิ่งแก้วเรียกวิญญาณเสร็จแล้วเขาก็ขอแยกตัวออกมาก่อนโดยส่งข้อความไปบอกเพื่อนทั้งสองให้เจอกันที่บ้านของเทรน เพื่อปรึกษาเรื่องแบนชีเป็นครั้งสุดท้ายเหตุผลที่เขาไม่แยกตัวออกมาก่อนนั้นเพราะ หลังจากแองเจล่าทำแผลให้ไคแล้วเธอกับอาเซเนียร์ต่างจิตตกราวกับอยู่ในงานศพของใครบางคน พอเขาพูดอะไรไปคำหนึ่งก็ได้แววตาที่อ่านได้ประมาณว่า ‘ทำไม ไม่ให้เราพ่อลูกได้เจอเธอนานกว่านี้’ ไคทนรับสายตาแบบนี้ไม่ไหวจริงๆจึงรีบคืนกระดิ่งนั่นแล้วออกจากบ้านพักของทั้งสองจัดการซื้ออาหารเล็กๆน้อยๆพร้อมหนังสือพิมพ์วันนี้มาอ่าน

            ทว่าเมื่อกลับมาก็พบยมทูตสาวนั่งเล่นเกมมีผ้าปูที่นอนสีดำตุ๊กตายูนิคอร์นวางแทนหมอน ฝ่ายเจ้าของบ้านนอกจากจะไม่ติเตียนแล้วยังพูดทำนองว่า ‘ดีจริงที่ไคมีคนดูแล’ มันหมายความว่ายังไงนี่

            “แล้วจะอยู่นานเท่าไร่”ไคตัดสินใจตามน้ำไปก่อน ในใจก็นึกอยากโทรหาไปเตี้ยมกับตัวต้นเหตุของเรื่องอีกสองคน

            “ก็จนกว่าเรื่องจะซา เอ๊ะ หยิบโทรศัพท์ให้หน่อยสิ”อารี่พูดเมื่อได้ยินเสียงริงโทนทำนองพิลึกๆเหมือนเป็นเสียงไวโอลินเพลงไหนสักเพลง  ไคเอื้อมหยิบกระเป๋าของเธอค้นๆอยู่ก็เจอแล้วโยนไปให้ อารี่ใช้มือซ้ายรับโดยไม่หันกลับมามองมือขวากดเล่นเกมเพลย์อย่างเหนือชั้น

            “ว่าไง”

            “อย่าบ้าน่า แค่ขนของมานอนห้องหมอนี่ยังไม่พอ....ก็ไม่ได้...เดี๋ยวสิทำไมต้องฉันจ่ายละ...ก็ได้หน่วยออกนะ....คิดถึงชื่อเสียงฉันหน่อยเถอะ..อืม”อารี่โยนโทรศัพท์กลับไปไว้บนเตียง โดยไม่สนใจจะอธิบายให้ไคฟัง ไคเองก็ไม่ได้อยากรู้เขาเลือกที่จะหยิบหนังสือพิมพ์โลกเวทมนต์มาอ่าน

            เพียงสักพักไคได้ยินเสียงเกมโอเวอร์ติดๆกันนับสิบครั้งขณะกำลังคิดแซวว่าอารี่เล่นได้ห่วยอยู่นั้นเอง แม่ยมทูตสาวก็หันใบหน้าสวยคมมาหาไค

            “ปะ...ไป เดตกันดีไหม เอ้อ คือว่าใจฉันไม่ได้อยากไปเดตหรอกนะแต่ว่า ทางหัวหน้าฉันสั่งให้สร้างข่าวกลบเรื่องแย่ๆเอ่อ ช่างเถอะสรุปแล้วโดยรวมต้นสายปลายเหตุของเรื่องมันก็นายนั่นแหละยังไงๆนายก็ต้องรับผิดชอบ”อารี่ตัดสินใจอธิบายให้ไคฟังตรงๆโดยไม่สบตา แม้ว่าฟังๆดูเหมือนเป็นคำอธิบายที่แย่สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องแต่กับไคเขารู้ดีเลยละ

          “ก็ได้ รอพวกอเลนได้ไหม”

          “แบบนั้นจะเรียกว่าเดตหรือไง”อารี่แขวะเธอไม่ใช่พวกผู้หญิงบ้าฮาเล็มนะ

            “ก็ไม่เชิง ถ้าข่าวมันอยากจะออกยังไงๆก็ต้องออกในแนวแบบนั้นอยู่แล้ว อีกอย่างเอาพวกเพื่อนฉันไปด้วยจะได้ลดความเสียหายทางชื่อเสียงให้กับเธอไง”ไคบอกตรงๆพับหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะ ความจริงเขาพอเดาได้จากเรื่องที่อารี่เล่าว่า เขานี่แหละคือตัวต้นเหตุแต่ขืนบอกไปว่าทำเรื่องให้เขาวุ่นๆกันถึงสองเด้งมีหวังถูกจับตาเป็นตัวอันตรายแหงๆ

            “ไม่อยากเชื่อแฮะนายก็เป็นสุภาพบุรุษกับเขาด้วย ขอบคุณจริงๆ”อารี่พูดด้วยความรู้สึกจริงๆ เพราะถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ไคคงหาโอกาสใช้ข่าวนี้เวลานี้สร้างความสัมพันธ์กับเธอแน่นอน

            แต่อารี่หารู้ไม่ยิ่งพูดไคยิ่งรู้สึกแย่ วันนี้เขาทำให้ครอบครัวคนอื่นเขาเศร้าสลดมาทั้งครอบครัว เป็นตัวต้นเหตุทำให้ใครหลายคนต้องเหนื่อยหนักและอาจต้องซวยด้วย แถมยังจะมาหลอกสาวไสไร้เดียงสาแบบนี้อีกรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวโกงทุกทีแล้วนะ ไคคิดเล่นๆ

-------------------------------------------------------------
แก้ไขคำผิดครั้งที่ 1 ณ วันที่ 13/11/2554 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 19 : กระดิ่งเรียกวิญญาณ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1929 , โพส : 13 , Rating : 96% / 10 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 13 : ความคิดเห็นที่ 541
ถ้าไม่มีคู่ยิ่งดี(ดอกมาด)
Name : Dark Wizard < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dark Wizard [ IP : 101.51.254.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2557 / 15:28
# 12 : ความคิดเห็นที่ 540
ทำไมต้องเอาอารี่มาเป็นคู่ โอรี่ยังดีกว่า เคียวก็เคียว...!!
Name : Dark Wizard < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dark Wizard [ IP : 101.51.254.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2557 / 15:28
# 11 : ความคิดเห็นที่ 521
ทำไมมีกลิ่นฮาเร็ม ไม่เอาฮาเร็มน้าาาา
PS.  อัจฉริยะกับปัญญาอ่อน มีเพียงเส้นบางๆที่กั้นกันอยู่
Name : little-red-cap < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ little-red-cap [ IP : 125.24.169.76 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มกราคม 2557 / 22:07
# 10 : ความคิดเห็นที่ 289
 ตกลงว่าเ้ดินไปถึงนรกเลยสินะ  555+
PS.  เจ้าของกลุ่ม นิยายน่าอ่านใน Dek-d ที่โลกลืม ปี 2554 เจ้าของกลุ่ม My useful knowledges
Name : jsoc < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jsoc [ IP : 180.183.48.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 พฤศจิกายน 2554 / 01:07
# 9 : ความคิดเห็นที่ 288
สนุกมากค่ะ ว่าเมื่อไหร่ไคจะส่งเทียบเชิญให้อีกคนล่ะคะเนี่ย

PS.  ชีวิตคนเรามันก็มีหลายอย่าง มีทั้งชอบและไม่ชอบและดีไม่ดี บางอย่างก็รับไม่ได้... ก็แหม เราไม่ใช่ผู้เฒ่าที่ปลงแล้วนี่นา ถึงจะได้ปล่อยวางได้น่ะ ;)
Name : Dreamever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dreamever [ IP : 58.9.114.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 16:22
# 8 : ความคิดเห็นที่ 287
สนุกมากค่ะ
PS.  สนุกมากค่ะ
Name : [Op]Ko_Ke < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [Op]Ko_Ke [ IP : 223.205.116.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 16:41
# 7 : ความคิดเห็นที่ 286
ดีใจที่อัพนะ คิดว่าจะดองยาวซะอีก
สนุกและชอบไค แต่เมื่อไหร่จะเดินทางซักที
นานมากกกก

PS.  оO (づ ̄ ³ ̄)づ~~♡ ข้าพเจ้า ก็บ้าๆอ่ะนะ อย่าเอาไรมาก
Name : IzabellaZ-izzi (ศรีนรา) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ IzabellaZ-izzi (ศรีนรา) [ IP : 124.122.163.33 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2554 / 18:58
# 6 : ความคิดเห็นที่ 285
เห็นด้วยครับ อัพเยอะๆๆ  ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆ

PS.  "Memories Keep Those We Love Close to Us Forever"
Name : Dexsar < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dexsar [ IP : 61.7.147.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2554 / 13:41
# 5 : ความคิดเห็นที่ 284
ชอบมากค่ะ อยากให้อัพเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
PS.  my mind
Name : toyo_jeab < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ toyo_jeab [ IP : 115.87.164.139 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2554 / 23:09
# 4 : ความคิดเห็นที่ 283
มาเดือนละตอนสองตอน แต่ก็ดีที่มีให้อ่าน ก็คงจะรอต่อไป
Name : asdong < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ asdong [ IP : 223.206.67.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2554 / 18:03
# 3 : ความคิดเห็นที่ 282
อ่อ เข้าใจแล้วในเรื่องของเทรน
ปล. เราชอบไคแบบตัวโกงจัง
PS.  สรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา โดยตัวของมันเองจะมีความหมายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการให้ค่าความสำคัญของเราเอง - ท่านว.วชิรเมธี
Name : Vagabond < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Vagabond [ IP : 101.51.205.163 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2554 / 17:24
# 2 : ความคิดเห็นที่ 281
มาแล้ว รอนานจัง แต่ก้อยังดี ที่ได้อ่าน
Name : nutjanglae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nutjanglae [ IP : 14.207.208.39 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2554 / 16:39
# 1 : ความคิดเห็นที่ 280
มาซักที อิอิ

จองที่1ก่อนละ เดี่ยวค่อยไปอ่าน
Name : ไม่ประสงออกตัง [ IP : 49.230.213.81 ]

วันที่: 8 ตุลาคม 2554 / 14:43
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android