คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา

ตอนที่ 4 : ริต้า มาลีน


     อัพเดท 12 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เวทมนต์, จอมเวท, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : จักรพรรดิอักษรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จักรพรรดิอักษรา
My.iD: https://my.dek-d.com/parpat
< Review/Vote > Rating : 86% [ 10 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 31,143
553 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 401 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 4 : ริต้า มาลีน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3113 , โพส : 22 , Rating : 93% / 15 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ริต้า มาลีน

 

            หลังจากการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องอันน่าเหลือเชื่อ เกี่ยวกับเวทมนต์ รีเจนจึงได้รับอนุญาตให้ไปพักหายใจหายคอซะบ้างส่วนไคกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้รับแขกมีน้ำหวานรสสตอรเบอร์รี่สีแดงสดให้จิบแก้คอแห้ง

            หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ไค เซนเคนที่พบเจอเรื่องพิลึกพิสดารมาค่อนชีวิตคงจะสติแตกไปแน่นอนแต่ไม่ใช่ว่าเรื่องการคงอยู่ของมนตราและชาวเวทมนต์จะไม่ทำให้ไคตกใจ แน่นอนไคย่อมตกใจแต่เพราะสภาพแวดล้อมที่แปลกประหลาดของไคทำให้มีความสุขุมจนเยือกเย็นในสถานการณ์เช่นนี้ อีกทั้งไคยังเคยได้ยินเรื่องเวทมนต์มาจากคาร์ลแล้วด้วย

          การได้พบจริงๆแม้ว่าจะน่าตกใจแต่ไคก็มีเกราะป้องกันมากจนความรุนแรงของการหักเหชีวิต มันจึงเบาบางจนเหมือนแค่คนธรรมดาที่ตกใจเท่านั้น

            “บ๊ะ...อะไรนะ...งั้นเหรอๆ...ความผิดข้างั้นสิที่เจ้าหมอนี่มันมีพลังพิเศษและหัวไวพอจะเค้นความลับออกจากปากของข้า อ้อได้ๆ เอางั้นก็ได้เอาไปเลยข้าจะไปส่งถึงที่”รีเจนที่คุยโทรศัพท์กับใครบางคน กดวางสายนั้นอย่างไม่พอใจแล้วก็หันมาทางไค ซึ่งไคคิดว่าประโยคเมื่อครู่คงเกี่ยวข้องกับเขาแน่ๆและข้อสงสัยอีกอย่างโลกเวทมนต์ภาษาไหนมีเทคโนโลยีล้ำยุคอย่างโทรศัพท์ ไม่ใช้กระจกเงาหรือ

            “อะไรหรือ”ไคถามเบาๆ เพราะว่ารีเจนมองเขาเหมือนจะกินไปได้ทั้งตัว

            “งานเข้า เจ้าจะได้พบกับผู้อบรมก่อนเวลา เพราะว่าข้าทำความแตกข้าเลยชวดเงินเดือนสองเดือนนี้ หนี้เก่าดอกขึ้นอีกบาน เจ้าว่าข้าลาออกดีไหม”รีเจน โชลตันถามปัญหานี้ราวกับต้องการสื่ออะไรบางอย่างกับไค

          “ไม่รู้...”ไคตอบอย่างเบาแรง เพราะดูเหมือนว่ารีเจนจะมีอาการทางจิตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

            ห้านาทีต่อมา ไคถูกพาตัวโดยมีรีเจนที่คุมเชิงอย่างเงียบกริบด้วยบรรยากาศแปลกๆที่น่าจะเรียกว่ามาคุทำเอาไคไม่กล้าชวนรีเจนคุย กลัวว่าชายหนุ่มที่ท่าทางเหมือนคุ้มดีคุ้มร้ายจะบ้าใส่เอาง่ายๆ

            ห้องสีขาวสะอาดนวลตา มีจอโปรเจคเตอร์ขนาดกลางกึ่งกลางห้องเป็นโต๊ะประชุมไม้ซีดานอย่างดี เรียงแถวหันหน้าสู่จอโปรเจคเตอร์  สตรีผมสีทองนวลดวงตาสีเขียวมรกตนั่งอยู่บนเก้าอี้เกือบๆกึ่งกลางของโต๊ะประชุม

            “ริต้า มารีน” ไคพึมพำชื่อของผู้หญิงที่เซ็กซี่สะท้านใจคนนั้นอย่างงุนงง

            “ผมเอาเขามาส่งแล้วนะหัวหน้าไปละ”รีเจนพูดเสียงแข็ง

            “เดี๋ยวซิรีเจน เมื่อเธอขึ้นเสียงกับใครนะรู้ไหมเอ่ย” พริบตาถัดมามารีนก็มายืนถัดไปจาก รีเจนไม่กี่ก้าวรีเจนสั่นขึ้นมาราวกับลูกแมวทำเสียงหงิงๆฟังไม่ได้ใจความ

            “เอ่อ คือ...”

          “ขึ้นเสียงกับสุภาพสตรีนะ รู้ไหมว่ามันไม่สุภาพและคนที่ไม่สุภาพก็จะได้รับบทลงโทษนะค่ะ”เธอยิ้มขยิบตาพร้อมแล่บลิ้นอย่างสวยบาดใจน่ารักใจหาย

            “อ๊าก หัวหน้าอย่าทำผมเลยคร้าบบบ ผมผิดไปแล้ว...อ๊บ ๆ”ไคหลับตาลงเมื่อเห็นแสงสีน้ำเงินสว่างจ้า เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีก็พบว่าที่ๆรีเจนเคยยืนอยู่บัดนี้เหลือเพียง กบตัวหนึ่งที่หน้าตาอุบาทว์สุดๆ

            “เอาละจ้ะ ไปหาคนแก้คำสาปเองนะจ้ะ ถ้าจะให้ฉันช่วยละก็ฝันไปเถอะจ้ะ”เธอยิ้มน่ารักสะบัดเรือนผมสีทองราวกับเป็นนางแบบโฆษณายาสระผม

            “อ๊บๆ อ๊บๆ”กบร้องอย่างเศร้าใจก่อนกระโดดออกไปด้วยท่าทางไม่ค่อยเหมือนกบซะเท่าไร่นัก ไคเห็นแล้วนึกถึงเวทมนต์บทหนึ่งในนิยาย เจ้าชายกบนั่นเอง

          “อ้าวคุณไค แหมเจอกันอีกแล้วนะค่ะยินดีจังเลยค่ะ”ริต้า เอ่ยทักทายอย่างสุภาพราวกับพึ่งเจอกัน ทั้งๆที่ตอนเธอสาปรีเจนผู้โชคร้าย ไคก็ยืนอยู่ตรงหน้าเธอมาก่อนราวห้านาทีแล้ว

            “เอ่อ สวัสดีครับ ยินดีที่ได้เจอกันอีก”ไครู้สึกว่าการรักษาสวัสดีภาพและสถานะความเป็นมนุษย์สำคัญกว่าเรื่องที่รีเจนถูกสาปเป็นกบน้อยน่าเกลียดนั่นเยอะ

            “คิกๆ น่ารักจังเห็นการแสดงเล็กๆน้อยของริต้าแล้วเป็นอย่างไรมั่งคะ เวทบทเดียวกับเทพนิยายที่แพร่หลายอยู่ในโลกของคุณไคเลยนะคะ”เธอยิ้มหวานแต่ไครู้สึกเสียวสันหลังวาบ

            “ค่อนข้างน่าทึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอะไรแบบนี้อยู่จริงๆ”ไคพูดตรงๆ ริต้าเอียงคอสงสัยทันที

            “คุณนะเหรอ  ฃทึ่งไม่มั้งคนที่มีเนตรพิเศษที่ว่ากันว่ามองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติได้อย่างง่านดาย อย่างคุณนะเหรอหลอกให้ริต้าดีใจหรือเปล่าเอ่ยแต่ ริต้าดีใจนะที่คุณดู...อืม รับได้ หมายถึงเรื่องสตินะไม่ได้หมายถึงหน้าตาไม่ต้องดีใจไปหรอกคุณยังไม่ผ่านมาตรฐานของริต้าเลยคะ”คำพูดใสๆใจเชือดคอนี่มันอะไรกัน ไคชักจะเข้าใจความรู้สึกของรีเจนขึ้นมาตะหงิดๆเธอเป็นคนละเรื่องกับตอนอยู่บนเครื่องบินเลย

            “เอาเถอะค่ะ เรามาพูดคุยถึงเรื่องงานดีกว่า ความจริงคุณควรจะได้รับการอบรมอย่างไม่เสียสุขภาพจิตนะคะ พวกรัฐบาลเขาเตรียมมินิปฐมนิทัศน์ฉบับโลกเวทมนต์ไว้แล้วเชียวแต่ ในเมื่อคุณรู้เรื่องแล้วก็มาคุยกัน”

          “ครับ”ชายหนุ่มตอบรับหญิงสาว ริต้าเดินไปที่โต๊ะซีดานนั้นด้วยท่าทางไม่ต่างอะไรกับสาวที่มั่นใจตัวเองเกินร้อย คนแบบนี้ไคเองก็เคยเห็นให้เดาเธอคงเป็นประเภทผู้นำเกินร้อยนิสัยเผด็จการแน่นอน แบบนี้สวยแค่ไหนคงหาแฟนได้ยากแน่ๆ

            “เอาละ คุณรู้เกี่ยวกับเนื้อหางานอะไรบ้างที่รีเจนพูดคุยให้คุณฟังน่ะ”ทันทีที่ไคนั่งเสร็จเธอก็ยิงประเด็นคำถามทันที ไคพยักหน้าเล็กน้อยก่อนทบทวนแล้วค่อยตอบ

            “งานของผมคือการดูแลห้องสมุดของมหาวิทยาลัยลิ้ตเติ้ลแซงทัวร์รี่ ซึ่งเป็นเหมือนรังของปีศาจที่เกิดจากการกลืนกินกันเองของเวทมนต์”

          “ชัดเจน ถูกต้องแต่กระชับจนขาดเนื้อหาอื่นๆไปเล็กน้อย ก่อนที่คุณจะเข้าไปดูแลนั้นคุณจำเป็นต้องการได้รับการศึกษาเวทมนต์ให้มากพอเสียก่อน เพื่อไปจัดการ เอ๊ย ดูแล ห้องสมุดแห่งนั้น อีกอย่างหนึ่งที่คุณควรทราบไว้คือ หอสมุดแห่งนั้นไม่มีคนเข้าไปเกือบร้อยกว่าปีแล้ว

ดังนั้นการเข้าไปดูแลจึงเสมือนเป็นการนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด เพราะเชื่อเถอะค่ะว่าหนังสือนั่นป่านนี้โดนรื้อเละเทะไปเป็นที่เรียบร้อย หรือบางทีคุณอาจจะต้องมานั่งจารึกหนังสือที่มากกว่าเจ็ดร้อยล้านเล่มใหม่ทั้งหมดโดยตัวคนเดียว...”ไครู้สึกเหมือนตัวเองหูหนวกไปชั่วขณะ งุนงงไม่เข้าใจสิ่งที่ริต้าพูดในตอนท้าย

“เดี๋ยวๆครับ คุณบอกว่าจำนวนหนังสือนั่น เจ็ดร้อยล้านเล่ม”ไคทวนคำพูดนั้นพร้อมตะแคงหูฟังให้ชัดๆ

“อ้อ เอ่อ มันแค่การประมาณเบื้องต้นน่ะคะ”ริต้าตอบ ไคถึงกับถอนหายใจโล่งอก

“โหย ตกใจหมดเลยครับ...”

“ที่จริงน่าจะเกินกว่านั้น สักห้าหรือหกร้อยล้านนี่แหละคะ”

“หา นี่มัน รวมกันก็....”หัวสมองของชายหนุ่มเกิดอาการเออร์เร่อขึ้นมากะทันหัน ฝ่ายหญิงจึงตอบให้แทนเสร็จสรรพ

“หนึ่งร้อยสิบเอ็ดร้อยล้านเล่มโดยประมาณนะค่ะ เราคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นจำนวนนั้น แต่จำนวนสิ่งมีชีวิตเวทมนต์ที่เกิดจากการกลืนกินไม่ได้มีจำนวนเท่านี้หรอกนะคะ”เธอพูดเหมือนจะปลอบใจชายหนุ่มที่มีสีหน้ากำลังไปงานศพญาติ

“เหรอ..ครับ”

          “ค่ะ จำนวนน้อยกว่านี้เยอะ แต่ว่าจัดการยากเท่านั้นเอง”

          “เหอะๆ”ไคแค่นหัวเราะในความอับโชคของ ชีวิตตนเองพลันเกิดความหวังขึ้นมา ลาออก แบบนี้ลาออกลูกเดียวเงินเยอะแค่ไหน แต่แบบนี้มีหวังได้โดนใช้งานเยี่ยงทาสแน่นอนทว่าไม่รู้เพราะว่าริต้ามีทักษะอ่านใจหรือว่าเคยเห็นลักษณะของไคมาก่อนจึงชิงพูดดักทางไว้

            “คุณจำเอกสารที่เซ็นตอนรับสมัครงานได้ไหมคะ”

          “เห”ไคงุนงงที่อยู่ๆริต้าเกิดเปลี่ยนเรื่องแต่ก็พยักหน้าหงึกหงักว่าจำได้

            “สัญญานั่นเป็นสัญญาพันธะนาการชีวิตคะ ถ้าทางเราไม่ไล่คุณออกคุณไม่สามารถออกจากงานนี้ได้แต่ว่าคุณจะออกจากงานนี้ไปทำไมละคะเงินเดือนเยอะกว่าริต้าอีก คิกๆ ว่างั้นไหมคะ”คำพูดที่เป็นประดุจสายฟ้าอันหฤโหดฟาดใส่ดวงใจน้อยๆที่บอบช้ำของไค

            “แถมถ้าคุณคิดหนี คุณก็หนีไม่ได้เพราะว่าการเคลื่อนย้ายมนุษย์ไปยังอีกโลกหนึ่งจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลเสียก่อน ดังนั้นต่อให้คุณหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียวคุณก็หนีไม่รอดหรอกค่ะ ช่างเป็นงานที่ให้สวัสดิการดีกับพนักงานจริงๆนะคะ สมมุติว่าพนักงานของเราทำงานอยู่ดีๆหายไปเราสามารถติดตามมาทำงานได้ภายในห้านาทีเลยละคะ”เสียงหวานใจดำยังคงเจื้อยแจ้วโดยไม่สนใจสีหน้าของผู้รับฟัง

            พลาดไปซะแล้วไค นายพาตัวเองมาสู่หนทางที่ไร้ทางออกซะแล้วเดี๋ยว รีเจนบอกว่าถ้าไม่ผ่านจากการทดสอบนั่นเขาก็มีสิทธิ์ที่จะได้กลับบ้าน ไม่ก็อาจจะทำเรื่องชั่วๆสักเรื่องแค่นี้ก็โดนไล่ออกแล้ว

            “เสียใจนะคะไค ถ้าคุณคิดทำเรื่องชั่วๆเพื่อที่จะโดนไล่ออก ที่นี่นะไม่เหยียดชนชาติหรือสายพันธุ์ก็จริง แต่ว่า ถ้าทำผิดโทษน่ะ ถึงประหารเลยนะคะ ส่วนเรื่องการทดสอบ...นี่แหละคะหัวข้อที่เราต้องคุยกันก่อน”ไคชักหวาดๆกับหญิงสาวนามริต้านี่ขึ้นทุกที พูดตอบได้เหมือนอ่านใจ ชิ

            “การทดสอบนั่นคืออะไรกันแน่ครับ ผมสงสัยมากๆ”ไคเอ่ยถามถึงบททดสอบที่รีเจนทิ้งท้ายไว้อย่างน่ากลัว แต่ความจริงไครู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีอะไรให้กลัวแล้วละหรืออาจจะเพราะต่อมความกลัวเขาได้ด้านชาไปแล้วก็ได้นะ

            “คุณเคยได้ยินเรื่องบ่อน้ำแห่งความรู้ไหมคะ ที่เทพโอดินในตำนานชาวนอสท์เล่าขานกันนะค่ะ”

          “อ้อ เคยสินั่นเป็นบทเริ่มต้นของ รูน อักษรแห่งมนตราทั้งยี่สิบสี่ตัวนี่ ผมจำได้โอดินยอมแลกดวงตาข้างหนึ่งกับการได้ดื่มน้ำในบ่อน้ำแห่งความรู้นั่น เมื่อเขาได้กินเขาก็มีความรู้มากมายมหาศาลแต่คิดหาทางเอาความรู้นั้นมาถ่ายทอดแก่ลูกหลานไม่ได้จึงไปผูกคอใต้ต้นอิกดราซิล เพื่อให้ห้วงแห่งความตายทำให้สมองเฉียบแหลมขึ้น เจ็ดวันเจ็ดคืนผ่านไปโอดินก็ลงมาพร้อมกับอักษร รูน”ไคเล่าเรื่องตำนานเทพโอดินอย่างย่นย่อ ริต้าเอามือเท้าคางฟังด้วยใบหน้ายิ้มๆ

            “คะนั่นเป็นตำนานฉบับย่อที่โลกของคุณเล่าขานกัน แต่มันมีอยู่จริงบ่อแห่งความรู้นั่นก็เป็นของจริง ถึงแม้ว่าริต้าจะไม่รู้ว่าเทพโอดินเคยดื่มมันหรือเปล่าก็ตามที นั่นคือสถานที่ๆคุณต้องไปค่ะ ภารกิจแรกของคุณคือการดื่มน้ำในบ่อแห่งความรู้”

          “พูดเป็นเล่น”ไคขึ้นเสียงตกใจ ริต้าเพียงอมยิ้มและเอียงคอน้อยๆ

            “ไม่เล่นค่ะ สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพราะว่าคุณไม่มีพื้นฐานของภาษาบนโลกเวทมนต์เลย คุณอาจจะฟังริต้าเข้าใจและรีเจนเข้าใจ แต่นั่นเป็นเพราะริต้าและรีเจนต่างพูดภาษาอังกฤษได้ โลกเวทมนต์ ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่หรอกนะคะ แล้วถ้าจะมาฝึกคุณใหม่ตั้งแต่ต้นมันก็กินเวลายาวนานเกินไป เราต้องการใช้งานคุณให้เร็วที่สุด”ไคขมวดคิ้วนึกสงสัยในคำพูดของริต้า แต่ยังนึกถึงข้อเท็จจริงที่อิงตำนานอีกข้อ

            “ผู้เฝ้าบ่อน้ำละ เขาใจแข็งขนาดเทพโอดินยังต้องเสียดวงตาไปข้างหนึ่งเพื่อแลกกับน้ำอึกหนึ่ง แล้วตามตำนานนั่น บ่อน้ำนั่นมันอยู่ที่ซอกหนึ่งของต้นไม้โลกอิกดราซิล จะไปเอามันมากินได้ยังไงกัน”

          “โอ้ การจับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่สำคัญพวกนี้นายเก่งจริงนะ ไปฝึกวิธีแบบนี้มาจากไหนนะ อืม...”ไคได้แย้งในใจว่าคนใกล้ตัวเขามีคนที่ถนัดเรื่องนี้ซะจนกรมตำรวจอยากจะให้ไปสอบสวนผู้ต้องหาแทน

            “บอกเท่าที่บอกได้แล้วกันนะ ผู้เฝ้าบ่อน้ำไม่ได้เป็นอมตะนะเขาจะถูกเปลี่ยนไปทุกๆหนึ่งพันปีหรือพูดง่ายๆว่าทุกๆครั้งที่ต้นอิกดราซิลผลัดใบ จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผู้เฝ้าจะหัวอ่อนเชื่อคนง่าย ก็คือช่วงที่พึ่งเปลี่ยนนั่นเอง และนั่นก็อยู่ในช่วงเวลาของยุคนี้โชคดีของนายนะ

ผู้เฝ้ามักใช้กฎความจำเป็นเสมอทางสภาเวทคาดการณ์ว่าถ้านายพูดถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เกี่ยวกับการเสียหายของเวทมนต์ ผู้เฝ้ายังต้องใจอ่อนไปกว่าครึ่งอีกทั้งการเสียหายนั้นยังครอบคลุมถึงศาสตร์แห่งรูนซึ่งถือเป็นความรู้แขนงสำคัญสำหรับผู้เฝ้ามาก ส่วนเรื่องต้นไม้โลกริต้าบอกนายได้แค่ว่า นายจะได้คนนำทางที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้บนโลกใบนี้”

“แล้วความเสี่ยงที่รีเจนพูดถึงละ เธอไม่เอ่ยถึงมันถ้าของมันมีแค่นี้ทำไมคำใบ้ที่รีเจนบอกต้องมีความตายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”ไคเอ่ยถามอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนจะตรงประเด็นมากไปจนริต้าเปลี่ยนสีหน้าจนไคแอบคิดว่าเธอจะไม่ตอบเสียแล้ว สุดท้ายแล้วเธอกลับถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูดออกมา

“บ่อแห่งความรู้นั่นไม่ใช่ว่าใครก็กินได้นะ ตำนานไม่ได้กล่าวเอาไว้ก็จริงแต่ในตำนานของเราขณะที่เทพโอดินดื่มน้ำนั้นเขาต้องเจ็บปวดทรมานดุจกลืนใบมีดหมื่นใบ นั่นขนาดเขาเป็นเทพเขายังเจ็บปวดแล้วนายละนายเป็นใคร เตรียมใจไว้เถอะชายหนุ่มที่น่ารักของฉัน”

“ยังมีอีกคำถามหนึ่ง”ไคกลั้นใจถามออกมา

“ได้สิ คำถามสุดท้ายนะเพราะว่าการอบรมของเราจบแล้ว เป้าหมายการอบรมของเราครั้งนี้คือการทำให้นายเข้าใจและรับรู้ถึงตัวตนโลกเวทมนต์และหน้าที่ของนาย ซึ่งดูจะเกินไปหน่อยว่ามาสิ”

“ก่อนหน้าผม มีใครบ้างที่เคยดื่มน้ำจากบ่อแห่งความรู้บ้าง ใครบ้างที่รอดเขาเป็นใคร ผมจะได้ไปสอบถามข้อมูลจากเขา”ไคเอ่ยอย่างสิ้นหวัง ริต้ามีสีหน้าปนสงสารขึ้นมาทันทีใบหน้าเธอดูสงบสวยงามแต่ดูเหมือนเธอกำลังไว้ทุกข์ให้ไคมากกว่า

“มี มีอยู่คนหนึ่ง เขาดื่มแล้วเขาก็รอดจริงๆ น่าจะอย่างนั้นนะ”

“ใคร”

“นั่นเป็นคำถามที่สองนะจ้ะ”

“คุณต่างหากที่ตอบไม่ตรงคำถาม ในคำถามสุดท้ายที่คุณบอกผมถามว่า ‘ใคร’ก็แปลว่าต้องการให้คุณระบุตัวตนของเขาในการสนทนาด้วย”ไคเอ่ยรุกกับหญิงสาวซึ่งเธอนอกจากจะไม่เหนื่อยใจกับการถามไม่หยุดของไค กลับยิ้มอย่างอ่อนแรงแทน

“คนๆนั้นคือเทพโอดินไง แน่ละว่าเขารอด แต่อาจจะเพราะว่าเขาเป็นอมตะก็ได้มั้ง คิกๆลองไปสอบถามเขาดูนะเขาอยู่ใกล้ที่สุดก็คือร้านจำหน่ายอาวุธ ซินซองจ้ะ”คำตอบสุภาพแต่ทำเอาไคงุนงงเหมือนคนโดนชกอัปเปอร์คัตแล้วตามด้วยหมัดแย็ปอีกร้อยทีได้

          “แต่..แต่ว่า...”

          “ไม่มีแต่จ้ะหนุ่มน้อย เอาละเกินเวลาแล้วริต้าว่าเราเลิกอบรมกันนะคะ ตามริต้ามาคะเดี๋ยวริต้าจะพาไปพบกับพี่เลี้ยงของคุณ”

          “พี่เลี้ยง”ไคทวนคำ

            “ถูกคะ คุณคิดว่าจะอยู่บนโลกนี้โดยไม่รู้อะไรเพียงคนเดียวหรือคะ ตามมาคะและระหว่างทางอย่าถามอะไรแปลกๆชวนปวดหัวอีกนะคะ เพราะริต้าความอดทนต่ำค่ะอาจจะเป็นอย่างรีเจนได้ในพริบตา”เธอขยิบตาให้อย่างน่ารักน่าชัง แต่สำหรับไคคงมีแต่ชังอย่างเดียวกระมัง

           

            ทางเดินทอดยาว ด้านข้างมีห้องต่างๆดูคล้ายโรงแรมหรูๆที่ไหนสักแห่งไคเดินออกมานอกตัวตึกก็พบว่า ด้านนอกมีการจัดทำถนนอย่างดีเยี่ยม เอ่อ สำหรับม้าเดิน...ใช่สำหรับม้า เพกาซัส มังกรตัวหนึ่ง และสารพัดสัตว์บินได้

            “นี่หลุดเข้ามาในนิยายแฟนตาซีหรือไงวะเนี้ย”ไคเผลอโพล่งออกมาเมื่อเห็นนักรบใส่เกราะเบาสีเงินแวววาวเดินผ่านหน้าไป ดูท่าทางไม่ใช่คนบ้าแต่แต่งตัวซะพิลึก

            “นั่นแหละ ถ้านายจินตนาการว่าโลกแห่งนี้คือโลกแห่งเทพนิยาย โลกแฟนตาซี นายจะเข้าใจมันมากขึ้นและไม่ตกใจเวลามีเรื่องอะไรประหลาดๆเกิดขึ้น จะได้ง่ายต่อการมีชีวิตอยู่”

          “...ง่ายต่อการมีชีวิตอยู่ เอ่อ...”

          “อย่างน้อยก็ไม่ประสาทเสียเวลา มีพ่อมดแม่มดสักคนสองคนยิงเวทใส่นายเพียงเพราะนายไปเหยียบนิ้วเท้าเขาไง หรือว่าอยู่ๆดีก็มีคนมาท้าประลองนายเวลานายไปเหล่แฟนสาวของเขา”คนตอบไม่ใช่ริต้า แต่เป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังไค ไคหันไปมองพบเป็นเด็กชายร่างสะโอดสะอง ผมสีทองประกายแวววาว ดวงตาสีทองรับกับสีผมดูเหมือนใครบางคนที่ไครู้จัก

            “เอ่อ...คุณคือ”

          “ยินดีที่รู้จักครับคุณไคเซนเคน ผมลูเซียส แพทเทอร์ทริค ได้ยินว่าคุณเองรู้จักกับญาติห่างๆของผมด้วย คาร์ล วินดีเซ่นะครับ”หนุ่มร่างสะองดูคล้ายคนเจ้าสำอางพูดแนะนำอย่างสุภาพ

            “ครับ ผมไค เซนเคน คุณคือญาติของคาร์ล งั้นแปลว่าคาร์ลก็เป็นคนของโลกฝั่งนี้สินะครับ”

          “อ้อ ไม่หรอกครับคาร์ลไม่รู้เวทมนต์สักบท คงถือว่าไม่ใช่คนที่นี่หรอกครับ”ลูเซียสดูจะพึ่งนึกถึงความจริงข้อนี้จึงทำหน้าคิดใคร่ครวญทันที ขณะที่หญิงสาวผู้ถูกลืมก็เอามือแตะไหล่ไคที่สูงกว่าเธอช่วงศีรษะหนึ่ง

            “อยู่กับพ่อมดน้อยมหัศจรรย์คนนี้ไปแล้วกัน เขาคือพี่เลี้ยงของเธอส่วนฉันจะได้ไปจิบกาแฟแล้วนอนพักยาวๆซักที วันนี้วันอาทิตย์นะทำไมต้องทำงานแนะนำให้ตาเซ่อที่ไหนก็ไม่รู้ อุ๊ย ไม่ได้ว่าเธอหรอกนะไค คิกๆ” เป็นคนที่เดาใจยากจริงๆแปรเปลี่ยนไปมา นี่แหละนิสัยผู้หญิงแท้ๆชายหนุ่มผมดำคิด แม้จะอย่างนั้นแต่ก็ยังมองส่งเธอไปจนสุดสายตา

            “อย่าไปหลงเชียวนะครับ”คำเตือนจากหนุ่มน้อยที่ดูจะอายุน้อยกว่าไคเยอะ เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าสยองขวัญเขย่าประสาท

            “เอ๋...”

          “ผมหมายถึงเธอคนนั้นนะครับ คุณไคเธอนะมีเสน่ห์แพรวพราวตามแบบฉบับแม่มดดำดั้งเดิม ร้ายกาจดุดันแต่สง่างาม มารยาแพรวพราวแต่ถ้าเกิดไปหลงเธอคุณจะได้เป็นทาสเธอไปชั่วชีวิตแบบไม่ได้ลืมหูลืมตาเลยละครับ”ลูเซียสเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังเกินเด็กอายุสิบแปดสิบเก้า

            “เอ่อ...แต่นินทาเพื่อนแบบนี้จะดีหรือครับ”

          “เอ่อ อืม ผมเธอไม่ใช่เพื่อนผมหรอกครับ รุ่นพี่นะครับ อย่าไปพูดเรื่องสยดสยองแบบนั้นตอนเช้าๆดีกว่านะครับ คุณทานอะไรมาหรือยังผมมีร้านอาหารเด็ดๆแถวนี้ด้วยละไปกินกันไหม”เด็กหนุ่มสะบัดหัวข้อเกี่ยวกับรุ่นพี่สาวทิ้งไป และพูดด้วยท่าทางเป็นกันเองไม่เสแสร้ง

            “อ้อ เอาสิ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะยอดเยี่ยมแค่ไหน อาหารแดนเวทน่ะ” ไคพูดแล้วก็นึกคึกความอยากรู้อยากเห็นสายเลือดของแม่เขามันคงวิ่งพล่านไปละมั้ง เขาถึงได้รู้สึกสนุกสบายๆทั้งๆที่จะเสี่ยงตายอยู่แล้วเชียว

            เด็กหนุ่มผมทองเล่าถึง การสัญจรในโลกเวทมนต์และบ่นว่ามันยุ่งยากแค่ไหนเวลาม้าเกิดตีกันเอง หรือเกิดการไล่จีบกันกลางถนน ยิ่งเกิดเป็นม้าวิเศษที่สื่อสารกันรู้เรื่องมันจะเอาแต่ใจสุดๆขนาดอยากเอาไปทำม้าต้มซุปกินเลย ถึงไคจะเถียงว่าใครจะกินม้าต้มซุปกันแต่หนุ่มผมทองกลับยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วบอกว่ามีมากกว่าที่ไคคิดเสียอีก ไคเลยคิดว่าอะไรที่ไม่รู้บางทีมันอาจจะดีต่อสุขภาพจิตของเขามากกว่าจึงไม่ได้ถามต่อ

            “มาถึงแล้ว ร้านอาหารที่ขึ้นชื่อและโอชาที่สุดแห่งยุค แต๊นนน”เด็กหนุ่มร่าเริง ทำท่าเชิญไคเหมือนพวกบริกรที่โอเวอร์สุดขีด จนไคนึกอยากแจกมะเหงกซักทีข้อหาทำให้เป็นที่น่าอับอายและเป็นเป้าสายตาต่อคนทั้งร้านแบบนี้

            “ร้าน โจ๊กนี่นา”ไคเอ่ยเบาๆ โจ๊กแบบนี้เขากินมาเป็นร้อยชามแล้วเจ้าหนู นี่นะเรอะอาหารขึ้นชื่อแดนเวทถ้าบอกว่าอาหารขึ้นชื่อแดนมังกรจะไม่เถียงซักคำ

            “ก็ร้านโจ๊กนะสิ ถ้าโชคดีเราอาจจะได้ชามที่มีเนื้อหมูไส้หมูด้วยนะ แต่ถ้าโชคร้ายเราก็จะได้ผักชีเป็นเครื่องปลอบใจ มันช่างน่าตื่นเต้นดีไหมละฮะๆ”

            “ตรงไหน”คำถามเย็นชาจากบุรุษตาสองสี เด็กน้อยผมทองคิดว่าชายหนุ่มผู้มาจากโลกอื่นไม่เข้าใจที่ตนพยามโฆษณาจึงตั้งต้นโฆษณาใหม่

            “ฮะแฮ่ม เรากำลังพูดถึงเนื้อหมูนะ เนื้อหมูนะครับ ย้ำว่าเนื้อ-หมู อาจจะมีกระดูกหมูมาด้วยเชียวนะ”

          “แล้วยังไง”

          “ก็...ว้า เข้าใจยากจัง ไปกินเองดีกว่าแล้วนายจะซึมซาบร้องโอ้โห กับปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาในวันธรรมดาๆแบบนี้”เด็กหนุ่มเดินลากไคเข้าไป ที่จริงเพราะไคตัดสินใจเดินตามไปต่างหาก มิเช่นนั้นเด็กที่ร่างกายบอบบางอย่างลูเซียสมีหรือจะลากไคที่เป็นหนุ่มเต็มตัวได้

            ร้านอาหารนี้มีชื่อร้านโจ๊กเวทมนต์ แต่เท่าที่ฟังมาจากรีเจนการเสกอาหารนั้นเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้นอกจากเวทมายาที่สาบสูญไปเป็นวิชาแรกๆ เวทมายาก็ไม่ใช่ว่าจะอิ่มด้วยมันแค่หลอกลวงเฉยๆดังนั้นไคจึงคิดว่า คำว่าเวทมนต์คงติดไว้โก้ๆเฉยๆเป็นแน่แท้

            บรรยากาศหรูสไตล์จีนจ๋า มีมังกรทองสองถึงสามตัวเลื้อยไปตามผนังพร้อมกระดาษดินสอ บางทีก็เอ่ยปากพูดกับลูกค้าที่สั่งของอยู่ด้วย บ้างก็จดเมนูลงกระดาษแล้วไปส่งที่พ่อครัวที่อยู่ด้านหลังเคาท์เตอร์บริการ มีอาหมวยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มในชุดกี่เพ้า คอยเสริฟอาหารด้วยท่าทางน่ารักน่ากอด

            ไคและลูเซียสปักหลักกันที่มุมโต๊ะหนึ่ง ซึ่งลูเซียสบอกว่าตรงนื้ถือว่ามีรังสีแห่งความโชคดีที่สุดไคเองก็กำลังอึ้งทึ่ง กับเวทมนต์อลังการงานสร้างอยู่เลยไม่ได้สนใจถึงเมนูโจ๊กใส่ผักหลายๆอย่างที่ลูเซียสแนะนำ

            “รับอะไรดีครับ”จู่ๆมังกรทองตัวหนึ่งก็เลื้อยไต่ผนัง มาจนถึงโต๊ะไค ไค เซนเคนชายหนุ่มผู้เคยเห็นสิ่งแปลกประหลาดมามากมายแต่ไม่เคยเกี่ยวข้องถึงกับตัวแข็งเกร็ง เหงื่อตกงุนงงคล้ายจะเป็นลม

            “เอ่อ เอาโจ๊ก ใส่กุ้ยช่ายสองผักบุ้งอีกสอง เอ่อ นายจะเอาอะไรละ”ลูเซียสหันมาถามไคด้วยท่าทางธรรมดาสามัญราวกับ มังกรทองนั่นเป็นบริกรธรรมดาๆ

            “เอ่อ...คือ...”ไค ยังคงมึนกับสถานการณ์พลิกผันแบบนี้

            “จะสั่งก็รีบสั่งสิครับ ไม่ได้ว่างทั้งวัน” โดนมังกรทองด่าแต่เช้ามันจะถือเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะ

            “เอาโจ๊กกุ้ยช่ายมาสองแล้วกันนะ นายคงชอบกุ้ยช่ายนะอร่อยเหาะเลย”ลูเซียสโม้ แต่ไคอยากจะเถียงที่อร่อยกว่ากุ้ยช่าย ก็เคยกินเฟ้ย

            “เออ วันหลังให้มันเร็วๆไม่ได้ว่างทั้งวัน ประสาท...”มังกรยังคงบ่นอุบ ก่อนเลื้อยสะบัดหางไปมาเหมือนงูหงุดหงิด ครั้งแรกที่โดนมังกรด่าไคจะรู้สึกเป็นเกียรติ แค้น ชิงชังหรือเซ็งกันแน่นะ บอกไม่ถูกเลือกไม่ถูกเลยจริงๆ

            “แล้วจะเอาน้ำอะไรหรือเปล่า หื้ม ลองนี่ไหมน้ำปั่นลูกตาค้างคาวสด(น้ำแตงโม)หรือว่า เนตรสีเพลิงของยักษา(น้ำสตอเบอร์รี่) เอๆ โตแล้วน่าจะกิน ผงธุลีแห่งความมืด(กาแฟ) ไม่สิแต่ตอนเช้าๆแม่เคยบอกว่าน่าจะกินฝุ่นแห่งไกอา(โอวัลติน)มันจะดีสุขภาพมากกว่า นายจะเอาอะไรเหรอ”

          “...น้ำเปล่า”ไคเกิดความรู้สึกว่า โจ๊กคือทางออกที่ดีที่สุดของชีวิตขึ้นมาทันทีทันใด โอเค ขอบใจมากลูเซียสถ้านายพาฉันไปกินร้านอาหารเวทมนต์เฉพาะทางจริงๆฉันคงอ้วกพุ่งแน่ๆ

 

          นั่งรออยู่สักพัก ก็มีสาวหมวยหน้าตาพิมพ์เดียวกันจนไคอดคิดไม่ได้ว่าโคลนกันมาหรือเปล่าเดินเข้ามาหาพร้อมชามดินเผาขนาดกลางทรงลวดลายจีนโบราณเขียนคำว่า อร่อย ไว้อยู่สี่ทิศของชาม

            ไคมองดูลูเซียสที่ดูจะเคร่งครึมกับช่วงเวลานี้เป็นพิเศษ ชามสี่ใบพร้อมฝาปิดอย่างดีวางตรงหน้าของลูเซียส ในขณะที่สาวหมวยอีกคนวางชามเพียงใบเดียวตรงหน้าไค สองสาวรินน้ำด้วยท่วงท่างดงามราวกับเทพธิดา แต่ไคจำท่าทางเหล่านี้ได้นี่มันท่านางงามรินชา ของแผ่นดินแดนมังกรเจ้าของต้นตำหรับนี่หว่า ก็อบกันมาขนาดนี้ยังมีหน้าใส่คำว่าเวทมนต์ต่อท้ายอีกเรอะ

            แม้จะคิดเช่นนั้นแต่ไคก็ไม่อาจจะพูดออกไปได้เพราะดูแล้วพูดออกไปดูท่าสวัสดิการทางชีวิตและสุขภาพจิตจะโดนบั่นทอนจนอาจจะไม่เหลือกลับบ้านเกิด ลูเซียสยังคงมีความเป็นเด็กมากกว่าที่แสดงให้ไคเห็น เด็กชายผมทองรีบเปิดฝาครอบชามอย่างรวดเร็วที่สุด

            ชามแรกมีแค่ผักชีก้านหนึ่งลอยเด่นเป็นสง่า ทำเอาหนุ่มเจ้าสำอางสะดุ้ง ชามที่สองแย่หนักกว่าอีกมีโจ๊กเปล่าๆไม่มีอะไรทั้งสิ้น ชามที่สามยังมีผักบุ้งลอยอยู่สองสามก้าน ไม่รู้ว่าไคคิดไปเองหรือเปล่าที่เห็นเด็กชายแอบยิ้มสะใจ ชามที่สี่เป็นโจ๊กมี เอ่อ...สิ่งที่น่าจะเรียกว่าเศษหนังหมูอยู่หนึ่งชิ้น

            “โว้ว โชคดีเป็นของเรา เย้ หนังหมู”ลูเซียส หยิบช้อนขึ้นมาพร้อมตักมันขึ้นพร้อมชูขึ้นราวกับตัวเองเป็นผู้ชนะในงานชิงแชมป์อะไรสักอย่าง ไคอยากจะเอาหน้ามุดโต๊ะตกลงเด็กนี่มาเป็นพี่เลี้ยงเขาหรือเขาต้องไปเป็นพี่เลี้ยงมันฟะเนี้ย

            “โฮ่ๆ พี่ชายไม่ต้องกังวลไปหรอก รางวัลที่สองออกแล้วแต่ยังมีรางวัลที่หนึ่งให้ลุ้นนะจ้ะ”เด็กชายยิ้มเยาะก่อนวางช้อนที่มีหนังหมูลง รอคอยการเปิดฝาของไค

            “หือ อะไร”ไคงุนงง เหลือบมองข้างๆก็เห็นหลายๆโต๊ะกระซิบกระซาบ และหลายโต๊ะก็กำลังจ้องมองมาทางไคอย่างเยอะทีเดียว

            “อ้าว ก็ไม่รู้เหรอ ร้านนี้น่ะนะเขาจะมีรางวัล เนื้อในชามของผู้โชคดี ตามลำดับไงอย่างของผมนี่ถือเป็นลำดับที่สองแต่ลำดับที่สองกับหนึ่งนี่คนละเรื่องเลยนะ รางวัลลำดับที่หนึ่งว่ากันว่าใครได้ถือว่าเป็นโชคดีแห่งชีวิตเลยทีเดียวเพราะปีหนึ่งๆจะมีแค่หนเดียวเท่านั้นที่รางวัลนี่จะออก”ลูเซียสอธิบายซะชัดเจน

            มาถึงตอนนี้ไคค่อยเข้าใจ คำบอกรีเจนเขาพึ่งกระจ่างเพราะว่าสัตว์เนื้อส่วนใหญ่ในโลกนี้ล่าได้ยาก ผลก็คือประชากรส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้กินเนื้อนิยมกินพืชผักเสียมากกว่า การเจอเนื้อคงถือว่าเป็นโชคดีของพวกเขา คิดแล้วไคก็อดนึกถึงตัวเองในสมัยเด็กที่ชอบกินแต่เนื้อ ผักไม่ค่อยได้กินน่าสงสารเด็กพวกนี้แฮะ

            “เปิดซิ จะได้กินกัน ไม่ได้รางวัลที่หนึ่งก็ไม่เป็นไรหรอกครับของมันต้องรอนานๆ ฮ่าๆ”เจ้าเด็กนี่ดูท่าว่ามันจงใจเยาะเย้ยนี่หว่า ไคส่ายหน้าก่อนถอดถุงมือหนังเปิดฝาชามภาพน่ารำคาญก็ปรากฏ

            เด็กสาววัยสิบแปดอายุพอๆกับลูเซียสเธอมีใบหน้าหมดจดดูดีทีเดียว แต่ออกหมวยๆเธอหยิบเนื้อหมูใส่ชามของไคสายตาของเธอมองไปที่ชายชุดดำที่นั่งตรงข้ามกับเด็กชายผมทองแถมแอบยิ้มน้อยๆ เธอเทเนื้อหมูใส่ชามที่ดูคุ้นๆลงจนหมดกระปุก

            “ขอให้อร่อยนะ”คำพูดเบาๆเสียงหวานใสของเธอ

กล่าวว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ไคได้ยินเสียงจากภาพนิมิตด้วย เพราะไคในโลกมนุษย์นั้นเขาไม่ค่อยได้พบเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยนัก คาดว่าเพราะการเข้ามาในโลกที่มีพลังเวทมนต์ไหลเวียนอยู่ทำให้อำนาจดวงตาทวีอำนาจมาขึ้น

“ไค ไค...”

“หา มีอะไร”ไคตกใจสะดุ้งออกจากภวังค์ มือละออกจากฝาเพราะรู้แล้วว่าอะไรที่อยู่ในชาม

“เป็นอะไร เปิดได้แล้วแม่ผมสอนไว้ว่าให้ทานอาหารอย่างมีมารยาทแล้วการทานอาหารพร้อมกับอีกฝ่ายคือมารยาทที่ดีนะครับ อีกอย่างตอนนี้ผมหิวมากๆแล้วด้วย”ลูเซียสปากก็พูดไปแต่สายตาจับจ้องที่ชิ้นหมูที่วางเด่นอยู่กลางชามโจ๊ก

“ก็ได้ อย่าตกใจแล้วกันนะ”ไคกล่าวเตือนสั้นๆ เด็กหนุ่มผมทองส่ายหน้าไปมา

“ครับๆ ผมไม่ตกใจแน่นอนครับ”

“งั้นกินกันเถอะ”ไคกล่าวก็เปิดฝาครอบชามออก ชามโจ๊กที่ดูเหมือนจัดแต่งสวยงามกุ้ยช่ายถูดจัดวางเรียงกันอย่างปราณีต มีเนื้อหมูสับเป็นชิ้นๆกลิ่นพริกไทยหอมหวลชวนน้ำลายไหลอยู่อีกครึ่งหนึ่งในฝั่งตรงข้ามกับกุ้ยช่าย ตรงกลางมีไข่ลวกสุกดิบสีเหลือนวลตัดกับสีขาวขุ่นของไข่ขาวและโจ๊ก

ไคบอกได้เลยว่า อึ้งกันทั้งร้านแค่ตอนไคเปิดชามออกกลุ่มหลังร้านก็ลุกขึ้นยืนเหมือนโดนของสายตาจากโต๊ะรอบข้างหันมาทางไคด้วยสายตาที่แตกต่างกันนับล้านแปดพันเก้า ร้านทั้งร้านแต่ก่อนส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจบัดนี้เงียบกริบ ขนาดว่าตะเกียบตกก็คงได้ยินกันทั้งร้าน

“กินสิ ไหนบอกไม่ตกใจ”ไคเอ่ยถามคนตรงหน้าที่ดูจะมึน งง อิจฉาอย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด ไคเข้าใจสำหรับเขาไม่มีการแอกติ้งเกินจริงแบบพวกนี้หรอกเพราะของแบบนี้เขาเคยได้กินทุกวันกินจนบางครั้งก็เบื่อ

“คะ..ครับ”ลูเซียสดูหงอยเหงาไปถนัดตา ไม่ร่าเริงเหมือนตะกี้นี้ไคเองเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้เขาจึงได้ทำอะไรบางอย่างลงไป ทำในสิ่งที่บ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ใช่ชาวเวทมนต์แต่เป็นมนุษย์จากโลกอีกด้านหนึ่ง

“แลกกันไหม...”

“หา.......”ไม่ใช่แค่ลูเซียสแต่ทั้งร้านอีกแล้ว แต่คราวนี้ทุกคนมีสภาพเหมือนปลาโดนไฟช็อต

“แต่ว่า พี่ไค...”

“เอาเหอะ รีบๆกินพี่มีที่ๆอยากไป”ไคไม่รอคำตอบแถมยังแอบขำเจ้าเด็กนี่อยู่ไม่น้อย พอแลกโจ๊กกันหมอนี่ก็นอบน้อมสุภาพถ่อมตนทันที ทั้งๆที่ตั้งแต่แรกนั้นทำตัวตีเสมอมาตลอดไคจัดแจงเคลื่อนชามของเขาที่อุดมไปด้วยสารอาหาร แลกมากับโจ๊กเปล่าๆและลงมือปรุงรสทันทีไคจึงไม่เห็นว่า ลูเซียสแอบน้ำตาซึมอยู่นิดๆใครจะรู้ละว่าโจ๊กแค่ชามเดียว มันจะกลายเป็นคำมั่นสัญญาที่เด็กน้อยมหัศจรรย์แห่งสาขาเวทมนต์บอกกับตัวเองว่าต่อให้ต้องตอบแทนด้วยชีวิตอะไรก็จะทำเพื่อพีชายที่ใจกว้างดุจมหาสมุทรผู้นี้
------------------------------------------------------------
แก้ไขคำผิดครั้งที่ 1 ณ วันที่ 12/11/2554



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 4 : ริต้า มาลีน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3113 , โพส : 22 , Rating : 93% / 15 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 22 : ความคิดเห็นที่ 513
โอ้ ตกตะลึง
PS.  อัจฉริยะกับปัญญาอ่อน มีเพียงเส้นบางๆที่กั้นกันอยู่
Name : little-red-cap < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ little-red-cap [ IP : 182.53.139.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มกราคม 2557 / 09:04
# 21 : ความคิดเห็นที่ 510
ทำไมเราน้ำตาไหลนะตอนนี้ ไม่ไหว ก๊ากกกกกกกก ฮาปวดท้องกันเลยทีเดียวว
Name : >Iฟื่oJฟ้าIหมัu๓์< < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ >Iฟื่oJฟ้าIหมัu๓์< [ IP : 171.4.20.141 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มกราคม 2557 / 17:45
# 20 : ความคิดเห็นที่ 474
โห..อาหารขาดแคลนขนาดนั้นเลยเหรอสงสารจนน้ำตาจะไหลแล้วเนี่ยให้อารมณ์ประมาณอยู่เอธิโอเปียเลยอ่ะ
Name : ไจแอนท์คุง [ IP : 113.53.55.132 ]

วันที่: 25 ธันวาคม 2556 / 18:33
# 19 : ความคิดเห็นที่ 424
โอ้วโหว ถ้าเป็นเราก็คงซาบซึ้ง T^T

แต่งได้ฮาดีอ่ะ ฮิฮิ
PS.  ขอจดจำช่วงเวลาดีๆในช่วงชีวิตไว้...ตราบนานเท่านาน
Name : NanoO_o < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NanoO_o [ IP : 58.8.36.168 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กรกฎาคม 2555 / 16:00
# 18 : ความคิดเห็นที่ 384
 เข้าใจว่าของหายากถ้าหาเจอแล้วโครตสวรรค์
Name : GreenLand-เขียวแลนด์! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ GreenLand-เขียวแลนด์! [ IP : 124.120.8.208 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มิถุนายน 2555 / 21:09
# 17 : ความคิดเห็นที่ 137
เอ่อ... อยากจะพูดว่า "แค่เนื้อหมูเองไม่ใช่เร๊าะ!!" อยู่หรอก
แต่พอนึกได้ว่าสมัยก่อนสมัยสงครามพวกคนจนก็ได้กินแต่แป้งนี่นะ = =a
Name : undernetwork < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ undernetwork [ IP : 125.26.97.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ธันวาคม 2554 / 03:53
# 16 : ความคิดเห็นที่ 136
 
PS.  ┢┦aΡpy ToO-GeTher
Name : Aburame_Shino < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aburame_Shino [ IP : 171.4.118.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 / 16:07
# 15 : ความคิดเห็นที่ 135
 โจ๊กหมู ใส่ไข่......
ว่าแต่ ไข่ นั้นมัน ไข่อะไรกันนะ

และเป็นเพราะ ไข่ นี่หรือเปล่าทำให้ ไค เปลียน ชามโดยไม่ลังเล  555+

PS.  ทุกอย่างต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ได้อย่าง ต้อง เสียอีกอย่าง มีสาระได้ด้วย เก่งจริงๆเลยเรา ( แค่มองก็มึน )
Name : คุณมึนจัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คุณมึนจัง [ IP : 124.122.78.170 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 / 01:17
# 14 : ความคิดเห็นที่ 134
 ค...แค่โจ๊กหมู(ที่มีหมู)ชามเดียวนนี่ถึงกับตะลึงกันทั้งร้านที่เดียว
PS.  ชีวิตคนเรามันก็มีหลายอย่าง มีทั้งชอบและไม่ชอบและดีไม่ดี บางอย่างก็รับไม่ได้... ก็แหม เราไม่ใช่ผู้เฒ่าที่ปลงแล้วนี่นา ถึงจะได้ปล่อยวางได้น่ะ ;)
Name : Dreamever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dreamever [ IP : 58.11.28.19 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 03:02
# 13 : ความคิดเห็นที่ 133

พระคุณโจ็กหมู

Name : pleza009 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pleza009 [ IP : 110.168.184.164 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ตุลาคม 2554 / 03:07
# 12 : ความคิดเห็นที่ 132
 ถึงกับนับเป็นบุญคุณทีเดียวกับโจ๊กใส่เนื้อ  อิๆๆ
PS.  เจ้าของกลุ่ม นิยายน่าอ่านใน Dek-d ที่โลกลืม ปี 2554 เจ้าของกลุ่ม My useful knowledges
Name : jsoc < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jsoc [ IP : 180.183.102.141 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ตุลาคม 2554 / 07:14
# 11 : ความคิดเห็นที่ 131
สนุกมากค่ะ
PS.  สนุกมากค่ะ
Name : [Op]Ko_Ke < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [Op]Ko_Ke [ IP : 223.205.116.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 13:47
# 10 : ความคิดเห็นที่ 130

สงสาร  สาวน้อยเขาส่งหมูมาแทนใจแต่กลับยกให้คนอื่นกิน


PS.  ‎"ทำดียังไม่ได้ดีเพราะเคยชั่ว ทำชั่วยังไม่ได้ชั่วเพราะเคยดี"...ธรรมะใกล้ตัวฉบับที่ 54
Name : Mink_C < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink_C [ IP : 125.27.184.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 สิงหาคม 2554 / 21:28
# 9 : ความคิดเห็นที่ 129
ตอบความคิดเห็นที่ 75
ครับที่เขาพูดคุยกัน เป็นเพราะไคได้รางวัลที่หนึ่งของร้านนี้ ซึ่งนานๆทีจะออกมา(คนอื่นในร้านไม่ได้เข้าใจที่ไคพูดหรอก เพียงแต่สังเกตพฤติกรรมแล้วตกใจ เท่านั้นเอง ) ส่วนทำไมคนถึงดีใจที่ได้เนื้อ เพราะว่าเนื้อที่นี่นั้นเป็นเนื้อสัตว์ที่ใช้เวทมนต์ได้ ซึ่งมีราคาแพง ถ้าเทียบกับราคาของโจ๊กแล้วก็นับว่าคุ้มค่ามาก ในนิยายผมไม่ได้กำหนดลงไปว่าราคาเท่าไร่ แต่คิดเทียบเงินไทยแล้วก็คงไม้พ้น ชามละ15 บาท
PS.  [ตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับไหล ลุ่มหลงชาติจะเรืองมลายจมขึ้นอยู่กับเยาวชนทั้งหลาย!!]
Name : คนไม่จริงจัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คนไม่จริงจัง [ IP : 101.108.188.15 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2554 / 22:01
# 8 : ความคิดเห็นที่ 128
 ฉากนี้มีจุดพลาดจุดใหญ่แห่งหนึ่งค่ะ ก็ชาวเวทมนตร์ฟังภาษาปะกิดออกไม่กี่คนไม่ใช่เหรอคะ ดังนั้นตอนไคบอกว่าจะยกให้ คงไม่ "หา" กันทั้งร้านแน่ๆ

หรือเราอ่านอะไรตกไป?

PS.  เพราะโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล... ฉันจึงดีใจที่ได้รู้จักเธอ
Name : fayfena < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fayfena [ IP : 58.11.164.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2554 / 21:01
# 7 : ความคิดเห็นที่ 127

โจ๊กนี้สำคัญไฉน


PS.  ไม่รุ้จะเพิ่มอะไร ยังไง เพราะยังเล่นไม่ค่อยเป็นเลย
Name : ตาหยีหยีตา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ตาหยีหยีตา [ IP : 183.89.158.126 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤษภาคม 2554 / 19:20
# 6 : ความคิดเห็นที่ 126
แหม สาวหมวยอุตส่าห์ทำให้เป็นพิเศษนะ เสียน้ำใจสาวน้อยหมด
Name : เอกเองครับ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เอกเองครับ [ IP : 112.143.9.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มีนาคม 2554 / 14:27
# 5 : ความคิดเห็นที่ 125
โอ๊ย! จี๊ดอ่ะ+

แค่โจ๊กถ้วยเดียว...T^T
PS.  ความตาย...เมื่อไหร่ฉันถึงจะได้เจอ?
Name : om-let < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ om-let [ IP : 180.183.79.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มีนาคม 2554 / 14:55
# 4 : ความคิดเห็นที่ 124
สนุกมากเลยค่ะ
แอบอ่านตั้งแต่วันที่ลงวันแรกเลย
เราเข้ามาดูทุกวันเลยน่ะว่าเมื่อไรจะลงตอนใหม่เมื่อไร
สำนวนดี แนวเรื่องแปลกใหม่
ถ้าลงสม่ำเสมอด้วยรับรองว่าได้ขึ้นท้อปชาร์ตของหมวดแน่ๆค่ะ
Name : archaeal < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ archaeal [ IP : 114.38.24.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มีนาคม 2554 / 22:56
# 3 : ความคิดเห็นที่ 123
 อัพไวๆๆๆๆๆๆๆๆ หน่อย
Name : 6892 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 6892 [ IP : 203.147.0.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2554 / 16:27
# 2 : ความคิดเห็นที่ 122
น่าจะได้เพื่อนแท้คนแรกแล้วนะครับ ตอนต่อๆไปน่าจะมาแบบบะหมี่สำเร็จรูปนะครับ(ไวไว)
Name : asdong < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ asdong [ IP : 223.206.150.161 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2554 / 02:57
# 1 : ความคิดเห็นที่ 121
โห้...โจ้กชามเดียวกินยากแท้ รอติดตามอ่านอยู่ครับ

























Name : เส็ง [ IP : 223.205.135.223 ]

วันที่: 10 มีนาคม 2554 / 01:44
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android