คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา

ตอนที่ 5 : เทพโอดิน


     อัพเดท 12 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เวทมนต์, จอมเวท, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : จักรพรรดิอักษรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จักรพรรดิอักษรา
My.iD: https://my.dek-d.com/parpat
< Review/Vote > Rating : 86% [ 10 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 31,143
553 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 401 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 5 : เทพโอดิน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3026 , โพส : 11 , Rating : 89% / 15 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เทพโอดิน

 

          หลังจากการรับประทานอาหารอย่างสุภาพของลูเซียส เด็กหนุ่มเจ้าสำอางทั้งคู่ก็เดินออกมาจากร้านโดยค่าอาหารทั้งหมดลูเซียสเป็นคนออกให้ทั้งหมด จากนั้นลูเซียสจึงอาสาตนนำเที่ยวให้ทั่วๆเมืองหลวงแห่งแองเจิ้ล แปลตรงตัวว่าเมืองแห่งนางฟ้าซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งทวีป เอดิสเซีย หนึ่งในสี่มหาทวีปของโลกเวทมนต์

            ไคเหม่อมองกับสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่ รถที่เขานั่งคือรถม้าสีดำทรงยุโรปที่วันนี้มีคนขับคือลูเซียสไม่น่าเชื่อว่าเด็กตัวเล็กๆจะสามารถบังคับรถที่ใหญ่ขนาดนี้ได้ รอบๆตัวไคเองก็มียานพาหนะรูปแบบแปลกแตกต่างจนไคแทบจะหัวหมุน มีครอบครัวหนึ่งกำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานโดยอยู่บนพรมบินได้ท่าทางเป็นพรมชั้นดีซะด้วย หรือหญิงสาวอัศวินชุดเกราะเบาสีเงินขี่ยูนิคอร์นสีขาวปลอดสะอาด ดูไม่แตกต่างกับอัศวินในเทพนิยายสักเท่าไร่

            “โว้ว ยูนิคิอร์นสีขาวนั่นชื่ออเลติก้าวิ่งเร็วมากๆแถมยังโหดได้ใจระดับเจ้าป่า ไม่เก่งจริงไม่รวยจริงอย่าได้แอ้มเลยครับ”เด็กหนุ่มหัวทองพูดจาแทรกซ้อนทำลายความฝันอันสวยงามของไค จนชายหนุ่มต้องหันไปเหล่มองนิดๆ

            “แล้วรู้ได้ไงว่ามันชื่ออเลติก้า”

            “ก็ คนๆที่ขี่อยู่ก็เป็นลูกศิษย์ของลิตเติ้ลแซงทัวร์รี่นะสิ ยัยนั่นเป็นเจ้าหญิงของแคว้นโซราเรียรวยมากทีเดียวนะ แต่ได้ยินว่ามีแฟนแล้วนายคงหมดสิทธิ์จีบแล้วละ”

          “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการไปจีบเธอเล่าเจ้าบ้า ฉันแค่สนใจยูนิคอร์นนั่นเท่านั้นเองแล้วก็รีบๆพาฉันไปร้านอาวุธซินซองซะทีสิ ช้าเอื่อยจริง”ไคแก้เขินด้วยการแขวะเจ้าเด็กแสนรู้

            “คร้าบๆนายท่าน แต่ว่าพี่ไคนี่ดูสงบสติอารมณ์ได้ดีกว่าคนอื่นเยอะเลยนะครับ ถ้าเป็นคนจากโลกนั้นมาถึงที่นี่ได้เห็นของแบบนี้โดยไม่ได้เตรียมใจมาคงบ้าไปแหงๆ”

          “เหอะ ชีวิตฉันเจออะไรที่มันสาหัสกว่านี้เยอะ ของแค่นี้มันจิ๊บๆ”ไคโอ่ตัวเล็กน้อย เด็กหนุ่มข้างๆทำท่าอยากจะเถียงแต่สัญญาณให้ออกตัวก็มาถึงซะก่อน แน่นอนว่ายูนิคอร์นที่ไคกำลังมองอยู่นั้นออกตัวไปราวสายลมจนไคต้องกระพริบตา

            “ของเขาแรงจริงแฮะ”ลูเซียสบ่นๆไคจับกระแสของความอยากได้ของเจ้าเด็กนี่เหมือนกัน

            “จะว่าไปฉันก็มองมานาน มีกระทั่งตู้เย็นบินได้นี่เพกาซัสคงมีด้วยใช่ไหม”ไคเอ่ยถามพี่เลี้ยงเด็กที่เลิกคิ้วเหมือนเจอคำถามโง่ๆ หันมามองไคด้วยสายตาที่ยากจะบรรยายทีหนึ่งก่อนพ่นลมหายใจและอธิบาย

            “มันก็มี แต่ใครละจะไปปราบมันได้พูดจริงๆนะพี่ไค โลกนี้นะใช่ว่าจะเป็นเหมือนนิยาย เทพนิยาย นิทานบนโลกที่พี่เคยได้ยินทั้งหมดหรอกนะ เพกาซัส มังกรไฟ มังกรลม หรือสัตว์ที่ถูกจัดว่าอยู่ในระดับตำนานอื่นๆนั้น ใช่ว่าพ่อมด นักรบทั่วๆจะจับมาใช้งานได้หรอกนะพวกนี้นะมีสติปัญญาเท่าเทียมกับมนุษย์เลยละ ดีไม่ดีจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ

บางทีก็อาจจะมีอย่างเวทมนต์พันธะสัญญาอะไรเทือกนั้นแต่ว่ามันก็หายสาบสูญไปกว่าร้อยปีแล้วแต่ที่พี่เห็นๆว่ามันเอามาใช้งานได้นั้นเป็นเพราะวิธีการทางอ้อม อย่างยูนิคอร์นอเลติก้านั่นก็ได้มาจากการที่ยูนิคอร์นป่าเกิดไปผสมกับม้าที่วังของแคว้นโซราเรีย บนโลกนี้นะยูนิคอร์นที่สามารถเอามาใช้งานได้จริงๆมีแค่หกตัวเท่านั้น แล้วก็นะบอกให้เป็นความรู้ ผู้ที่ใช้มังกรได้มีแค่ สี่ตนด้วย”

“มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ การจับสัตว์พวกนั้น”ไคถามอย่างสงสัย

“ยากสิ การจับมันมาใช้งานน่ะยากกว่าการสังหารมันซะอีก เพราะพอเราไม่มีพันธะสัญญาเวทมนต์โบราณที่เราเคยใช้ผูกมันเข้ากับเรา พวกนี้ก็จะทำตามใจได้หลายอย่างๆและถ้ามันไม่คิดรับใช้เราด้วยใจ เรื่องการใช้งานก็ไม่ต้องพูดถึง”

“แต่ สร้างมันขึ้นมาก็ได้นี่เวทมนต์นั่นน่ะ นายเป็นจอมเวทไม่ใช่เหรอ”

“สร้าง...พี่ไคเอ๋ย เวทมนต์ก็เสื่อมถอยมากว่าร้อยปี การสร้างเวทขึ้นมาสักบทไม่ใช่เรื่องง่ายๆต้องอิงหลักการมากมายกฏมหาศาล ยังไม่รวมถึงความเชี่ยวชาญระดับสูงของผู้ใช้เวท ซึ่ง ณ เวลานี้คนที่มีความสามารถไปถึงระดับนั้น ไม่มีสักกะคนหนึ่ง”

“งั้น เดี๋ยวสินายจะบอกว่า เวทมนต์ของนายไม่เคยพัฒนามาเลยตั้งแต่ร้อยปีก่อนนะเหรอ”ไคคิดได้ถึงข้อเท็จจริงอีกข้อหนึ่งขึ้นมาได้ เพราะถ้าไม่มีการสร้างสรรค์เวทมนต์ก็คงหยุดนิ่งหรือเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ เหมือนกับเทียนนั่นเอง และสุดท้ายมันก็จะหายไป

“ในที่สุดพี่ก็เข้าใจถึงปัญหาใหญ่หลวงของโลกเวทมนต์จนได้ ผมละดีใจจริงๆอาจจะฟังดูเพ้อเจ้อแต่พี่น่ะคือคนที่เรารอคอยมาตั้งแต่ร้อยปีก่อน ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรความหวังของโลกเวทมนต์ก็ฝากไว้ที่พี่แล้วละนะ....เอาละถึงแล้วร้านอาวุธซินซอง”ไคยังตกตะลึงกับข้อเท็จจริงที่ตัวเองพบไม่ได้ นี่เขาแบกรับปัญหายิ่งใหญ่ขนาดนี้เลยงั้นเหรอ

เมื่อชายหนุ่มผมดำยาวกระเซิงๆเพราะต้านลมหนาวมาหลายนาทีลงจากรถมีคนสนใจพอสมควร เพราะชายหนุ่มคนนี้รูปร่างดีสมส่วน แถมเสื้อผ้ายังเป็นเสื้อผ้าสีดำชุดสูทสากลแบบโอเวอร์โค้ทที่คนมีเงินมีระดับเท่านั้นถึงจะซื้อใส่ได้ ทั้งหมดทำให้ไคดูลึกลับและมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ

ร้านอาวุธซินซองเป็นร้านอาวุธที่หรูมาก นั่นคือคำนิยามของไคในครั้งแรกที่พบแทบจะไม่ต่างอะไรกับร้านจัดโชว์เสื้อผ้าแบร์นเนมหรูๆสักแห่ง มีแสงไฟส้มนวลสีขาวสว่างอ่อนๆให้ความรู้สึกเบาสบายผ่อนคลาย ในขณะที่ประตูเป็นประตูเปิดสองด้าน

พี่เลี้ยงเด็กก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับบอกให้ไคเดินตามไป ซึ่งไคก็เข้าไปแต่โดยดีด้านในมีอากาศเย็นๆแต่ไม่ถึงกับหนาวมีเสียงหึ่งๆที่คุ้นเคย

“เฮ้ย เสียงแอร์นี่หว่า”ไคพึมพำงงเล็กน้อย นี่เขาอยู่โลกเวทมนต์แน่เรอะทำไมโลกเวทมนต์มีแอร์ด้วยฟะ

“แหมๆลูกค้านี่หูดีนะครับ รุ่นนี่รุ่นประหยัดพลังงานเบอร์ห้าเชียวนะครับ จะเลือกดูอาวุธชิ้นไหนครับ ประเภทไหนบอกผมมาได้เลยครับ”ไคเหมือนโดนชกด้วยหมัดแย็ปตอนเจอคำว่าประหยัดพลังงานเบอร์ห้า แต่ก็ยังตั้งสติได้มองหาพี่เลี้ยงเด็กที่ตอนนี้หายไปไหนไม่รู้

“อ้อ คุณลูเซียสเขาคงไปดูอาวุธชิ้นนั้นนะครับ มาทีไรต้องไปดูทุกทีเลย”เจ้าของร้านยิ้มแย้ม ไคงุนงงเล็กน้อย ก่อนเจ้าของร้านจะเอ่ยถามอย่างสุภาพ

“ไปดูด้วยกันไหมครับ”

“อ้อ เอ่อครับ เอะ คุณพูดภาษาอังกฤษนี่”ไค พึ่งนึกออกว่าชายคุยกับชายคนนี้รู้เรื่อง

“อ้อ แน่นอนครับผมมีฝึกฝนเอาไว้ใช้งานในเวลาแบบนี้แหละครับ แต่ยังอ่อนไปหน่อยนะครับ”คนขายที่มีหน้าตาเหมือนเจ้าของร้านจิวเวอรี่ก็เดินพาไปที่มุมๆหนึ่ง

“ดาบอาไลค์คัส สร้างตามแบบที่ไกจินเคยใช้ ใช้แร่เหล็กชั้นดีสี่ประการแร่เวทมนต์ที่หายากได้ยิ่งเจ็ดประการ ขาดไปแค่หัวใจของมังกรดาเรอุสไม่งั้นก็คงครบตามต้นฉบับเดิมแต่เราใช้ หัวใจนรินามแทนหัวใจมังกรดาเรอุส”

“หัวใจนิรนาม”ไคเอ่ยถามศัพท์แปลกใหม่ คนขายยิ้มอย่างมีเลห์กลก่อนกระซิบเบาๆ

“ตั้งเอาไว้เพื่อความลับทางการค้านะครับ มีแค่คนที่สร้างกับผู้สืบทอดเท่านั้นที่ทราบว่าคือหัวใจอะไรปัจจุบันเคยสร้างมาแค่ห้าเล่มเท่านั้น แต่ละเล่มก็มีความแข็งแกร่งและไปสร้างตำนานมากมาย”

“เอ่อ ขอโทษนะครับแล้วไกจินนี่ใครกันครับ”ไคเอ่ยถามขณะเหลือบมองดาบที่ว่าและเจ้าเด็กที่อยากได้อยากได้จนน้ำลายหก

ดาบอาไลค์คัส งดงามมากจริงๆนั่นแหละดาบทั้งเล่มเป็นผลึกแก้วสีขาวจนไม่น่าจะไปฟันอะไรขาดด้ามทำจากเงินแวววาวดูงดงามไม่ต่างอะไรจากดาบของอัศวินผู้จะไปโค่นล้มราชาปีศาจอะไรเทือกนั้นจริงๆ

“เอ้อ คุณไม่รู้จักไกจินหรือครับ”คนขายสะกิดอย่างสงสัยก่อนหรี่ตาในแบบที่มองดูก็รู้ว่าอันตราย

“ไม่รู้ครับ”ไคตอบตามตรง

“หยามเกินไปแล้วว”อยู่ๆคนขายก็ตะโกนออกมา พริบตานั้นเนตรทิพย์ของไคก็เห็นว่ามีอะไรผิดไป พลังไอบางอย่างหมุนวนอย่างรวดเร็วก่อนจะพุ่งมาทางไค ด้วยความรู้สึกที่คุ้นชินกับพลังเหนือธรรมชาติมานานไคจึงรู้ได้ว่ามันอันตราย

ชายหนุ่มก้มก่อนกระโจนหลบอย่างรวดเร็ว พลังไอนั่นกำลังจะรวบรวมอีกครั้งแต่กลับถูกไอสีทองสว่างเรืองขัดขวางไว้เสียก่อนจนสลายไป

“คุณคิทชิน เขาไม่ใช่พวกปีศาจปลอมตัวมาหรอกแต่เขาไม่ใช่คนของโลกนี้ด้วยเหตุที่เขามาผมคงตอบให้ไม่ได้ แค่ว่าผมยืนยันได้ว่าเขามาได้ด้วยตำแหน่งของผมเลยละ”เสียงนุ่มๆของพี่เลี้ยงเด็กกล่าว ไคหันไปดูพบว่าลูเซียสกำลังกางมือใส่คิทชินเจ้าของร้าน

“แล้วผมจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าเค้าไม่ใช่...”

“ไปถามริต้าสิ แล้วคุณจะได้คำตอบแบบถึงพริกถึงขิงเลยละนะ”

“ถ้าเอาท่านริต้ามาพูดแบบนี้ แสดงว่าคงใช่คนธรรมดาจริงๆแต่ว่าทำไมถึงหลบเวทมนต์ล่องหนของผมได้ผมไม่เข้าใจ ต่อให้เป็นปีศาจก็เถอะ”คิทชินแสดงอาการหนาวๆร้อนๆบ้างเมื่อได้ยินชื่อแม่มดดำผู้สร้างตำนานอันน่ากลัว

“อ่า ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่ยืนยันตัวเขาได้ พี่ไคโชว์เนตรทิพย์ให้เขาดูหน่อยสิครับ”ลูเซียสกันมาพูดกับไค ซึ่งไคก็ทราบดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถามมากจึงโชว์แต่โดยดี ดวงตาสีน้ำตาลแดงจึงเผยออกมาจากม่านผมสีดำเข้ม

“โอ๊ะ แย่แล้วละ ผมเผลอเสียมารยาทกับคุณลูกค้าไปซะแล้ว ต้องขออภัยอย่างสูงขอรับ”ทันทีที่คิทชินเห็นดวงตาไคก็มีทีท่าเปลี่ยนไปทันทีไอสีเขียวขุ่นก็หายไปพร้อมๆกับที่ลูเซียสสลายพลังสีทองนั่น

“ไม่เป็นไรครับ”ไคตอบปัดๆแต่รู้ตัวดีว่าใบหน้าคงบึ้งตึงไม่น้อย ทำไมนะเหรอก็ตรงพื้นที่เจ้านั่นยิ่งไอบางอย่างใส่กลายเป็นรอยไม้ขนาดเท่าลูกบอล นี่ถ้าโดนก็คงมีเจ็บบ้างละดูเหมือนลูเซียสจะรู้ความไม่พอใจของไคเหมือนกัน สำหรับคิทชินแล้วเครดิตกับลูกค้าสำคัญเสมอจึงต้องแก้สถานการณ์

“เอ้อ เอาเป็นว่าชมดูของไปสักพักนะครับเดี๋ยวผมเอาของพิเศษมาให้คุณไคดูดีกว่า เป็นการต้อนรับเข้าสู่โลกเวทมนต์ขอรับ”พูดจบคิทชินก็หายตัวไปจากตรงนั้นทันที

“อะไรกัน บ้าหรือเปล่าหมอนี่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย”ไคบ่นทันทีที่คิทชินหายตัวไป

“ฮะๆ ไม่แปลกหรอกพี่ไค โลกใบนี้นะมีอะไรที่พี่คาดไม่ถึงเยอะมากๆที่เขาเข้าใจผิดว่าพี่เป็นพวกปีศาจที่คอยสร้างความปั่นป่วนให้กับโลกนี้ก็ไม่แปลก”

“ปีศาจ หมายถึงปีศาจจริงๆเหรอ ลูซิเฟอร์อะไรเทือกนั้นนะ”

“โอย ไม่ใช่หรอกครับ ปีศาจก็หมายถึงพวกที่เป็นเอ่อ สิ่งมีชีวิตเวทมนต์ อธิบายยังไงดีละผมไม่เก่งด้วยสิเอาเป็นว่ามันเหมือนมอนเตอร์ในเกมออนไลน์ที่โลกพี่ แต่แบบว่าพวกนี้จะไม่ค่อยปรากฏตัวนักหรอก”ลูเซียสที่อธิบายแบบงงๆให้ไคฟัง แต่ที่ไคงงกว่าคือลูเซียสรู้จักเกมออนไลน์ได้ไง

“ช่างเถอะ”ไคตัดบท ก่อนกำลังจะเดินดูรอบๆ คิทชินก็ปรากฏตัวพร้อมกล่องสีดำสลักลวดลายสวยงามดูแล้วเป็นของราคาแพงมีระดับ

“คุณไคครับ เชิญมาดูของพิเศษทางนี้เลยนะครับ”ชายเจ้าของร้านแนะนำไคก็เดินตามไป จนไปถึงเคาท์เตอร์แก้วที่มี การตั้งโชว์ธนูหัวต่างๆวางเรียงกันสวยงาม

“คุณคิทชินครับ ไม่ทราบว่าแถวนี้มีรูปปั้นเทพโอดินไหมครับ”

“เอ๋ อ้าว คุณไคสนใจเหรอครับ ก็มีนะครับเป็นรูปปั้นประจำตระกูลผมเองแหละครับถ้าอยากดูเดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ผมจะพาไปครับ”คิทชินยิ้มก่อนเปิดกล่องสีแดงสดออกมา ด้านในเป็นชุดแหวนต่างๆที่ประดับด้วยเพชรพลอย แม้ว่ากล่องจะกว้างแต่แหวนในกล่องนี้กลับมีแค่ไม่กี่วง

“นี่มัน หรือว่าคือสิ่งนั้น แหวนแห่งอาวุธ”ลูเซียสโพล่งออกมาพร้อมกับพยามเขย่งเท้ามองอย่างสุดตัว ไคเลิกคิ้วสงสัยทันทีจนคิทชินต้องอธิบาย

“มันคือแหวนที่ใส่แล้วจะแปลงเป็นอาวุธได้นะครับ แต่ละชิ้นทุกคนต่างยอมรับว่ามันร้ายกาจมากและอาวุธนั้นจะยอมรับเจ้าของเพียงคนเดียว แต่ความสนุกของมันคือเราจะไม่มีโอกาสรู้ว่าแหวนวงไหนจะออกมาเป็นอาวุธแบบไหนนี่แหละความสนุกของมัน”

“ข้อเสียละไม่ว่า”ลูเซียสบ่นๆ

“ขอโทษด้วยนะครับ แต่แพงแบบนี้ผมคงไม่เงินซื้อนะครับขอโทษด้วยนะครับ”ไคยิ้มแห้งๆ

“ไม่เป็นไรครับ เลือกเอาไปเลยวงหนึ่งผมให้ครับในฐานะที่เสียมารยาทไปเมื่อครู่ขอเพียงแค่คุณเอ่อ ไม่ติดใจเอาความก็พอครับ”ไคหันมามองกับลูเซียสพอจะเข้าใจแล้วว่าคิทชินต้องการจะสื่ออะไร ไคเกาหัวเล็กน้อยเขาไม่ได้อยากได้ของพวกนี้เลย ไคถอนหายใจเล็กน้อยและเอื้อมมือไปหยิบแหวน

ขณะที่มือกำลังจะหยิบแหวนหัวสีดำดวงตาไคก็ทำงานซะก่อน ไคเห็นออร่าแบบเดียวกับตอนที่คิทชินโจมตีแต่คราวนี้มันเป็นกลุ่มก้อนเล็กๆราวกับดวงไฟดวงน้อยๆหลากสี และที่ดึงดูดสายตาไคที่สุดก็คือแหวนที่มุมล่างซ้าย มันเป็นแหวนสีทองเกลี้ยงๆชวนนึกถึงนิยายไตรภาคเรื่องหนึ่งแต่รัศมีสีทองของมันนั้นกินพื้นที่มากกว่าวงอื่นๆไคจึงหยิบแหวนวงนี้โดยปริยาย

“วงนี้แล้วกันครับ”ไคพูดกับคิทชินที่ยิ้มๆแต่อ่านไม่ออก ใครจะรู้ว่าในใจคิทชินกำลังโวยวายบ้าคลั่งไปแล้วเพราะแหวนวงนี้นะมีราคาสูงที่สุดในบรรดาแหวนที่เขาขายแถมคนที่คิดจะซื้อยังต้องทำให้เขาพอใจซะก่อนเขาถึงจะยอมขาย ที่ผ่านมามีคนมากมายมาขอซื้อตีราคาสูงมากแต่คิทชินไม่คิดจะขายทว่าในวันนี้กลับต้องเสียของไปฟรีๆ

“เอ่อ มันราคาสูงเหรอครับผมไม่เอาก็ได้นะครับ”ไคทำท่าจะวางลง แต่คิทชินชิงปิดกล่องสีแดงสดไปก่อนขืนปล่อยให้เป็นแบบนั้นชื่อเสียงร้านอาวุธเขาได้มีอันป่นปี้แหงๆ จึงฝืนยิ้มขึ้นมา

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมอยากให้แหวนวงนี้เป็นของคุณจริงๆ” คิทชินบอกกับไค ซึ่งเก็บมันลงกระเป๋าอย่างเงียบๆซึ่งคิทชินก็มองตามไปจนมันหายไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทไค

 “ผมอยากดูรูปปั้นโอดินครับ”ไคพูดขึ้นคิทชินพยักหน้าเล็กน้อย

“เดี๋ยวคุณลูเซียสรอดูอาวุธไปก่อนนะครับ”คิทชินพูดก่อนเดินนำไคเข้าไปในเขตชั้นใน ซึ่งจัดโชว์อาวุธต่างๆดูจากตัวตึกเล็กๆไม่น่าเชื่อเลยว่าด้านในจะกว้างขวางจนไม่เชื่อ แถมยังดูดีพอๆกับที่จัดโชว์ด้านนอกเลยทีเดียวไคอดชื่นชมเจ้าของร้านอาวุธคนนี้ไม่ได้

“คุณไคคิดยังไงครับถึงอยากดูรูปปั้นของ เทพโอดินนะครับ”ไคคิดอยู่แล้วว่าต้องเจอคำถามราวๆนี้จึงได้เตรียมคำตอบเอาไว้ล่วงหน้า

“ผมสนใจตัวของเทพโอดินครับ”นั่นเป็นข้อเท็จจริงเขาสนใจแหงๆละก็เขาเป็นคนเดียวที่รอดจากการดื่มน้ำแห่งความรู้นี่ ถ้าไม่ถามเขาแล้วจะไปถามใคร

“อืม ผมสัมผัสได้ถึงความจริงใจนะครับ เอาเถอะครับรูปปั้นนะอยู่ส่วนในสุดเลยแต่ว่าคุณไครู้มาจากไหนครับเนี้ยว่าตระกูลผมมีรูปปั้นเทพโอดินฉบับดั้งเดิมอยู่ ปกติคนทั่วๆไปเขามักจะไปดูที่ด้านข้างๆของร้านซะมากกว่า” อ้าว คนละที่กันหรอกเรอะตายละหว่า จะยอมรับตอนนี้ก็หน้าแตกพอดี นั่นคือความคิดของไค

ความจริงแล้วรูปปั้นที่ริต้า มาลีนประชดให้ไคมาถามนั้นเป็นรูปปั้นเชิงศิลปะที่เน้นความดุดันของสงครามไม่ได้อิงกับความจริงของโลกแห่งเทพแม้แต่น้อย ส่วนที่ไคเอ่ยถามกับคิทชินเพราะคิดว่าคิทชินคงแนะนำได้ว่ารูปปั้นอยู่ที่ไหน แต่กลับกลายเป็นว่าคิทชินมีรูปปั้นที่ตรงกับความจริงเสียนี่

เรื่องราวคล้ายกับถูกเทพแห่งโชคชะตาปั่นเล่น เพราะว่าไคคิดจะไปพูดกับเทพแห่งโอดินจริงๆโดยไม่รู้เลยว่าต่อให้เป็นโลกเวทมนต์ก็ยังมีขีดจำกัดของความจริง ไคแค่คิดว่าเพราะเป็นโลกเวทมนต์อะไรๆก็น่าจะเป็นไปได้บวกกับเพราะริต้าแนะนำแบบประชดแต่ไคกลับคิดจริง ในขณะที่รูปปั้นของคิทชินคือรูปปั้นเพียงชิ้นเดียวที่สามารถติดต่อกับเทพโอดินได้จริงๆเพราะว่ามีมนตราโบราณที่ผูกพันกับเทพโอดินอยู่

ขอเพียงมีความศรัทธาที่ไร้กังขาก็จะสามารถพบกับท่านเทพโอดินได้อย่างแน่นอน แต่มีน้อยคนนักที่จะได้พบที่ผ่านมาคนที่สามารถปลุกเทพโอดินได้นั้นมีแค่สี่คนไม่รวมไค และสี่คนนั้นก็ยังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆที่ยังไม่รู้เรื่องราวใดๆทั้งสิ้นอีกต่างหาก

 

ไคไม่ได้ตอบเพราะงุนงงกับความผิดพลาดครั้งนี้ ในขณะที่คิทชินก็ไม่คิดจะสืบถามราวเรื่องเพราะว่าเป็นลักษณะของอาชีพ คิทชินที่ต้องอยู่กับความลับเสมอมาเขาเปิดประตูห้องๆหนึ่งเป็นห้องโล่งๆตรงกลางเป็นรูปปั้นชายคนหนึ่งที่สลักจากหินอ่อนสีขาวสะอาด ชายคนนี้ดูเยาว์วัยแต่ก็ไร้กาลเวลาไปพร้อมๆกันเขามีลักษณะของคนที่เป็นอมตะ

เส้นผมยาวระคอดวงตาด้านซ้ายถูกปิดด้วยผ้าคาดงดงามใบมีหนวดเคราเล็กน้อยอยู่ในท่านั่งสบายๆบนบัลลังก์ที่สร้างด้วยหอกแหลมยาว มือขวากุมหอกกุงกุนีล ที่ว่ากันว่าไม่มีวันพลาดเป้าและจะกลับมาหาเจ้าของเสมอๆ มือซ้ายนิ้วกลางสวมแหวนดรอพเนอร์ที่จะถอดแบบตัวเองเป็นเจ็ดวงทุกเจ็ดวัน เพื่อให้แหวนใหม่อยู่เสมอๆ ชายคนนี้อยู่ในชุดเกราะหรูหราใบหน้าเคร่งครึมที่เท้ามีถังเหล้าไม้แบบโบราณไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเหล้าน้ำผึ้งแน่ๆ

“คุณไคดูๆไปนะครับ เดี๋ยวผมมารู้สึกว่ามีลูกค้าเข้าร้านนะครับถ้าจะออกไปให้สั่นกระดิ่งสีทองด้านนอกนะครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณออกไปเอง”ไคพยักหน้ารับ เมื่อประตูไม้เนื้อหนาปิดลงไคเดินวนรอบ รูปปั้นเทพโอดินรอบหนึ่ง ก่อนจะไปคุกเข่าตามแบบพวกนอสท์หน้าเทพโอดิน

“ท่านเทพโอดิน”ไคเอ่ยเสียงอย่างแผ่วเบา พลางคิดว่าตัวเองกำลังเพี้ยนอยู่หรือเปล่าแต่นี่มันโลกเวทมนต์นี่นะอะไรๆก็เป็นไปได้พยามคิดถึงเทพโอดินและเอ่ยเสียงเรียกอีกครั้ง

“ท่านเทพโอดิน ท่านเทพโอดิน” ไคกำลังจะลุกออกจากที่นั่งเพราะคิดว่ามันคงไม่ได้ผล ทว่าบรรยากาศเปลี่ยนไป ด้วยเนตรทิพย์ไคมองเห็นคลื่นพลังสีฟ้ามหาศาลก่อตัวขึ้นที่รูปปั้น พลังสีฟ้านั่นค่อยๆซึ่มเข้าไปในตัวของรูปปั้นที่ละสัดส่วนนั่นคือสิ่งที่ไคเห็นจนกระทั่ง

 

“....ไม่ใช่เด็กสี่ขวบนี่นา เจ้ามีธุระอะไร”คำทักทายแรก ทำเอาไคผงะพลังกดดันแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนเพียงแค่อยู่เบื้องหน้าก็รู้สึกได้ทันทีถึงพลังมหาศาล เหงื่อตกไคเข้าใจเลยว่าพลังกดดันที่พูดกันบ่อยๆในการ์ตูนมันเป็นอย่างไร หัวใจแทบเต้นไม่เป็นระส่ำความกลัวที่มาพร้อมกับความยำเกรง

“เจ้าคงไม่เรียกข้าเพราะอยากดูหน้าเฉยๆหรอกใช่ไหม เจ้าหนุ่ม”ท่านเทพโอดินเอ่ยขึ้นถึงตอนนี้ไคก็ยังไม่กล้าเงยหน้ามองเทพเบื้องหน้า

“ข้าอยากรู้วิธีเอาตัวรอดจากบ่อน้ำแห่งความรู้”ไคโพล่งออกไป พร้อมๆกับรู้สึกว่ามันน่าเกลียดไปหน่อยที่พูดจาไม่เคารพจอมเทพแบบนั้น แต่จอมเทพกลับยิ้มเยาะ

“แบบนั้นนะสิดีแล้ว กล้าๆหน่อยไอ้หนุ่มข้าชอบคนกล้า อยากรู้วิธีเอาตัวรอดจากบ่อน้ำนั่นหรือ อืม ความจริงก็คือถ้าเจ้าดื่มได้นะ ข้ากำลังพูดถึงถ้าเจ้ามีสิทธิ์ที่จะดื่มเจ้าก็จะรอดเองแม้ว่ามันจะมีโอกาสที่จะทำให้เจ้าฟั่นเฟือนอยู่มากก็ตาม แต่ข้าเห็นว่าเจ้าจะรอดสบายใจเถอะ”

“แต่ข้าพเจ้าได้ยินมาว่าไม่เคยมีใครรอด นอกจากท่าน”ไคถึงตอนนี้ก็พูดอย่างเปิดเผยกับเทพพร้อมกับสำรวจจอมเทพเบื้องหน้าไปพลาง จอมเทพขยับตัวเล็กน้อยก่อนตอบ

“ที่ว่าไม่มีใครรอด เพราะว่าไม่มีใครเคยไปถึงต่างหากละและไม่มีใครเคยขอสิทธิ์นั้นได้สำเร็จ พวกที่เคยไปถึงแล้วกลับมาเล่านั้นต่างไม่ได้ไปถึงจริงๆ เขาไปแค่เกือบถึงเท่านั้น”

“หมายความว่า...เอ่อ อธิบายด้วยครับ”ไคอ้อนวอนเทพโอดิน

“ทุกอย่างมีราคาเจ้าหนู เอาของบูชามาก่อนสิข้าจะบอก”มาถึงตอนนี้ไครู้สึกงงๆไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต

“อ่า เบื่อจริง คราวที่แล้วก็เด็กบ้าที่มาถามข้าเรื่องห้องน้ำ เอาเถอะๆในฐานะที่เจ้าเรียกข้ามาได้ในรอบหลายพันปีข้าจะใจดีเป็นพิเศษ”จอมเทพพูดอย่างเหนื่อยใจก่อนอธิบาย

“เวลาเจ้าจะขออะไรกับเทพ ไม่สิแค่จะพูดคุยอะไรกันเจ้าก็ต้องเตรียมของที่จะต้องแลกเปลี่ยนเอาไว้ ยิ่งเป็นการพูดคุยถึงของวิเศษต่างๆ มันก็เหมือนๆกับการซื้อข่าวนั่นแหละเข้าใจแล้วใช่ไหม แล้วก็จำไว้ให้ขึ้นใจละเจ้าหนู”เทพโอดินอธิบาย มาถึงตอนนี้ไคค่อยเข้าใจแต่ก็คิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรไปถวายขืนเอาลูกอมฮอล์รสน้ำผึ้งไปให้มีหวังโดนเสียบด้วยหอกแหงๆ

“เจ้าก็มีแล้วไม่ใช่ของนั่นน่ะ แหวนนะ”ท่านเทพดูเอาใจช่วยสุดฤทธิ์ ไคก็นึกได้ว่าพึ่งได้แหวนเวทมนต์มามาดๆจึงหยิบแหวนสีทองออกมา

“เอ่อ...นี่ครับ”

“นี่บ้าอะไร พูดสิ ว่าบูชาต่อข้า”เทพโอดินชักสีหน้าใส่ คลื่นพลังสีฟ้าใสสะท้อนเป็นวง

“อ้อ เอ่อ ....ข้าแต่ท่านจอมเทพโอดินข้าขอบูชาแหวนวงนี้แก่ท่าน”อยู่ๆไคก็พูดจาออกมาโดยที่ไม่ได้คิดมาก่อน ราวกับว่ามันอยู่ใต้จิตสำนึกหรือใครดลใจให้พูด

“ดีมาก ข้ารับแหวนนี้ก็ได้ เพื่อแลกกับสิ่งที่เจ้าต้องการ”จอมเทพเอ่ย พลางยกมือขึ้นอย่างสง่างาม แหวนสีเงินจึงลอยออกจากมือของไคก่อนสลายหายไปกับธาตุอากาศ

“การจะไปถึงบ่อน้ำแห่งความรู้นั้น เจ้าต้องตามหาประตูทั้งเก้าให้เจอเสียก่อน ขอพรจากผู้เฝ้าประตูทั้งเก้าแล้วจากนั้นจงไปขอพรกับเทพธิดาแห่งกาลเวลา ร้องขอต่อนางจะด้วยอะไรก็ตามแต่ หากเจ้าขาดพรไปแม้พรเดียวจากผู้เฝ้าทั้งเก้าก็จะไม่มีวันไปถึง เทพธิดาแห่งกาลเวลา และถ้าเจ้าไม่ได้พรจากเทพธิดาแห่งกาลเวลาก็จงหันหลังกลับเถิด”จอมเทพเอ่ยในขณะที่บรรยกาศแผ่ความขลังแห่งมนตราออกมาจนไคสัมผัสได้

“...แล้วถ้าได้ละ”

“ฮ่าๆ เนิ่นนานแล้วนะที่เทพธิดาแห่งกาลเวลาไม่ได้ให้พรแก่ใคร พรนั้นเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่สามารถบังคับได้ทั้งโลก หากเจ้าได้มันมาเรื่องการช่วยเหลือโลกเวทมนต์คงง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ”

“ท่านพูดราวกับข้าจะไม่สำเร็จในงานนี้”

“ข้าเปล่าพูด เปล่าพูดเลยนะเด็กเอ๋ย แม้จะหันหลังกลับแต่ก็ใช่ว่าจะล้มเหลว โอ้ ข้าพูดเกินไปสินะ เอาละเด็กเอยได้เวลาที่ข้าต้องไปแล้ว หมดภาระหน้าที่ของข้าแล้ว”

“เดี๋ยวสิ แล้วผมจะหาผู้เฝ้าทั้งเก้าได้ที่ไหนละ”

“คำถามนั้นมีราคา เด็กน้อย เอาเถอะข้าเห็นว่าเจ้าจะได้พบพานมันในไม่ช้า แต่จงระวังตัวเจ้าเอง ความเชื่อความศรัทธาอย่างหมดหัวใจเท่านั้น ที่จะทำให้เจ้าผ่านพ้นและไปถึงที่หมายของเจ้าได้ นั่นคือพรของข้าที่มอบให้เจ้า...”จอมเทพสายฟ้าเอ่ยลาพร้อมรอยยิ้มที่กล้าหาญราวกับจะแบ่งปันความกล้าหาญกับนักรบหนุ่มผู้ยังไม่ลืมตาตื่นอย่างไค

 

 

ครืนนนนน......

เสียงสนั่น ไครู้สึกเหมือนโลกมืดลง หลับตาพร้อมๆกับความรู้สึกเย็นเฉียบที่ด้านข้างมีใครบางคนกำลังเขย่าตัวเขาพร้อมกับส่งเสียงเรียกอะไรสักอย่าง

“คุณไค คุณไค เป็นอะไรไปครับมาล้มอยู่ตรงนี้” ไคค่อยๆลืมตาพบว่าเป็นคิทชินกับลูเซียสที่มีหน้าซีดๆ

“เปล่า...ไม่ได้เป็นอะไร”ไคตอบแบบสั่นๆ เขากำลังงุนงงว่าเมื่อครู่เขาฝันหรือว่ามันเป็นจริงกันแน่

“เปล่าได้อย่างไง ก็เมื่อกี้นายไม่หายใจ คิทชินฉันว่าส่งหมอนี่ไปให้โรงพยาบาลเวทเถอะ หมอนี่สำคัญนะ”ลูเซียสเอ่ยพร้อมๆ กับยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครสักคน

“จริงเหรอ ที่ฉันหยุดหายใจน่ะ”ไคเอ่ยถามคิทชิน ซึ่งคิทชินก็พยักหน้าเงียบๆ ไคเคยได้ยินว่าผู้ทรงวิญญาณในแอฟริกาจะกินยาชนิดหนึ่งที่ทำให้ตนเองมีสภาพกึ่งเป็นตายเพื่อไปบูชาเทพในพิภพอื่น ไคถอดถุงมือออกเผยมือขาวซีดก่อนจะล้วงไปหาแหวนที่ได้มา ก่อนจะพบว่ามันหายไปแล้ว

“ไคออกไปได้แล้วรถจะมาในอีกห้านาที”ลูเซียสวางโทรศัพท์เวทมนต์แล้วหันมาพูดกับใคร เด็กหนุ่มผมทองดูจะจริงจังมากๆ

“ฉันก็บอกว่าไม่เป็นไรไงเล่า ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้”ไคโวยวาย แต่ลูเซียสไม่ยินยอมบอกว่าไคต้องไปอย่างเดียว โดยที่ไคไม่ได้สังเกตว่าคิทชินมีท่าทีแปลกไป

“คุณไคครับไปเถอะครับ อย่างน้อยก็ไปตรวจร่างกายวิทยาการที่นี่ดีกว่าที่โลกนู้นมาก เดี๋ยวผมไปส่งครับ ไปครับ”คิทชินบอกไคกึ่งบังคับสุดท้ายจึงต้องเดินออกมานอกร้าน

ขณะที่ลูเซียสรีบเดินออกไปด้านนอกเพื่อรอรถพยาบาลที่จะมาถึงนั้น คิทชินกลับรั้งตัวไคเอาไว้ก่อนก่อนพร้อมๆกับมอบของบางอย่างให้ไค

“นี่คงเป็นสิ่งที่คุณตามหา สร้อยคอที่รวมผลึกของน้ำของเจ็ดคาบสมุทรเอาไว้”

“เอ๋...”ไค งุนงงทันทีแต่คิทชินกลับยิ้ม

“เป็นคำทำนายที่ผมได้มาพร้อมๆกับเจ้านี่มันจะเป็นของคนที่พบเทพโอดินนะครับ ตอนแรกผมนึกว่าเป็นผมเสียอีก แต่เป็นคุณไปซะได้เอาเถอะครับว่างๆก็เยี่ยมเยือนผมใหม่นะครับ...นั่นรถมาแล้วครับ”คิทชินพูดอย่างไม่มีโอกาสให้ไคถาม

“ไคเร็วๆสิ พวกนายไปจับหมอนั่นมาเร็ว”ลูเซียสออกคำสั่งกับบุรุษพยาบาลร่างยักษ์ ซึ่งรับคำสั่งอย่างฮึดฮัดก่อนเดินมาหาไค และจับไคซึ่งร่างกายเล็กกว่าไปอย่างเรียบง่าย

 

ในขณะเดียวกันหญิงคนชุดดำที่ใส่ฮู้ดปกปิดหน้าตาตนเอง ยืนเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่แถวนั่นก็เริ่มเดินออกไปจากจุดที่ไคกำลังโวยวายกับเหล่าบุรุษพยาบาล เธอเดินเลี้ยวเข้าตรอกหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้าจุดที่มีเงาของตึกทั้งตึกทาบมา จุดหนึ่งเป็นมุมตัดของเงามืดตรงนั้นมีกระแสธาตุมืดที่แข็งแกร่งยิ่งนัก เธอเอามือขาวซีดแตะที่ความมืดนั้นก่อนร่ายมนต์เบาๆ

พริบตาเธอก็เข้าสู่ห้วงแห่งความมืดและมาปรากฏตัวที่ห้องโถงยาวๆ ที่มีคนใส่ชุดแบบเดียวกับเธออีกหลายคนกำลังอยู่ในท่าทางต่างๆไป เธอไม่ได้สนใจคนพวกนั้นเธอเดินตรงไปที่สุดทางเดินของพรมแดง

“ฉันมีข่าว”เธอพูดสั้นๆกำแพงที่ไม่น่าจะมีอะไรก็กลายเป็นประตูขนาดใหญ่บานหนึ่งเธอไม่จำเป็นต้องผลักเดินไปตรงๆมันก็เปิดให้เธอ

“เธอมีอะไร”เสียงหงุดหงิดของสตรีที่ไม่ชอบหน้าดังขึ้น

“คิทชินยกสร้อยคอนั่นให้กับ ชายคนนั้นไปแล้ว”เธอพูดเนื้อหาข่าวสั้นๆ แต่กลุ่มคนเบื้องหน้าไม่ได้มีท่าทีแตกตื่นกับข่าวนี้มากนัก กลับกันใจเย็นกว่าที่เธอคาดไว้เยอะ

“เร็วไปหน่อย แต่ก็ดีเพราะเราชอบถ้ายังติดตามต่อไปเรื่อยเธอไปรับรางวัลของเธอได้”เสียงหนึ่งในกลุ่มนั้นบอก เธอไม่ได้อินังขังขอบมากนักเพราะเธอรู้ดีว่าพวกนี้เห็นเธอเป็นแค่เครื่องมือเท่านั้นจึงถอยออกไป ในขณะที่กลุ่มคนนั้นก็เลิกเล่นโป๊กเกอร์และหันมาพูดคุยจริงจัง

“เร็วขนาดนี้ คิดว่าไงจะสำเร็จไหม ข้าไม่คิดว่าการเก็บผลึกธาตุทั้งเก้าดินแดนและเอามาท่องมนต์เปิดเส้นทางมันจะเป็นหนทางที่เร็วพอ แถมยังมีโอกาสสำเร็จน้อยอีกด้วย”

“ข้าก็คิดแบบนั้น”อีกคนเห็นด้วย

“สภาสูงคิดว่าวิธีนี้ของมันจะเป็นวิธีที่ถูกต้องจริงๆเหรอวะ”

“หึหึ ช่างเถอะพวกเราก็รอดูเขาไปอีกหน่อย อย่างไรเสียเขาก็คือคนในคำทำนาย แถมคิทชินยังมอบสร้อยนั่นให้แสดงว่าเด็กนั่นต้องได้พบหนทางที่แท้จริงแล้ว ความรู้ที่พวกเราหมายปองก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแล้วละ อีกเพียงนิด ก็จะสำเร็จแล้ว”

“เหอะ หัวหน้ากลัวว่าเวลาที่พวกเราเฝ้าพยามกับหมอนี่มันจะสูญเปล่านะสิ”

“ไม่หรอก คำทำนายไม่เคยผิดพลาด และไม่เคยให้มันผิดพลาดไปแม้สักนิด ดูต่อไปข้าคิดว่าการสนับสนุนหมอนั่นคือหนทางที่เร็วที่สุด”

“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องแทรกแซงสภาสูงสินะ”

“ก็คงต้องเริ่มเลยละนะ...”ทั้งกลุ่มรับคำหัวหน้า ก่อนจะหายตัวไปทีละคนๆก่อนที่คนเป็นหัวหน้าจะทิ้งโจ๊กเกอร์ลงกลางวง พร้อมกับๆยิ้มนิดๆที่มุมปาก
------------------------------------------------------------
แก้ไขคำผิดครั้งที่1 ณ วันที่ 12/11/2554





Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 5 : เทพโอดิน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3026 , โพส : 11 , Rating : 89% / 15 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 531
สนุกมากค่ะ น่าติดตามด้วย ส่วนตัวคิดว่าหากไรเตอร์ต้องการแต่งเรื่องราวให้เป็นอย่างไร ก็สุดแต่จินตนาการของไรเตอร์เลยค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ
Name : ศกุนิชญ์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ศกุนิชญ์ [ IP : 110.171.220.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 มกราคม 2557 / 03:39
# 10 : ความคิดเห็นที่ 425
อื้มมม กว่าจะได้เป็นบรรณารัก คงต้องภาค 2 หรืออย่างไร??
PS.  ขอจดจำช่วงเวลาดีๆในช่วงชีวิตไว้...ตราบนานเท่านาน
Name : NanoO_o < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NanoO_o [ IP : 58.8.36.168 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กรกฎาคม 2555 / 16:25
# 9 : ความคิดเห็นที่ 146
ม่ะไหร่จาได้ไปถึงห้องสมุดอ่ะ - - ไม่เร้าใจเลย
Name : undernetwork < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ undernetwork [ IP : 125.26.97.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ธันวาคม 2554 / 04:15
# 8 : ความคิดเห็นที่ 145
 เอ่อ กว่าจะเสร็จการทดสอบแล้วได้เป็นบรรณนารักษ์นี่ ท่าจะนานน่าดูนะคะ
PS.  ชีวิตคนเรามันก็มีหลายอย่าง มีทั้งชอบและไม่ชอบและดีไม่ดี บางอย่างก็รับไม่ได้... ก็แหม เราไม่ใช่ผู้เฒ่าที่ปลงแล้วนี่นา ถึงจะได้ปล่อยวางได้น่ะ ;)
Name : Dreamever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dreamever [ IP : 58.11.28.19 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 03:15
# 7 : ความคิดเห็นที่ 144

สนุกดีครับ

Name : pleza009 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pleza009 [ IP : 110.168.184.164 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ตุลาคม 2554 / 03:26
# 6 : ความคิดเห็นที่ 143
สนุกมากค่ะ
PS.  สนุกมากค่ะ
Name : [Op]Ko_Ke < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [Op]Ko_Ke [ IP : 223.205.116.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 13:57
# 5 : ความคิดเห็นที่ 142
ลึกลับน่าติดตามค่ะ ^^
Name : 8lek [ IP : 125.26.52.37 ]

วันที่: 21 ตุลาคม 2554 / 12:53
# 4 : ความคิดเห็นที่ 141
สนุกค่ะ.....มาต่อเร็ว ๆ น่ะคะ
Name : อารีส [ IP : 113.53.40.18 ]

วันที่: 26 มีนาคม 2554 / 13:21
# 3 : ความคิดเห็นที่ 140
มาอัพช้าจังเลยค่ะ กำลังสนุกเชียว
Name : 6892 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 6892 [ IP : 203.147.0.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 18:01
# 2 : ความคิดเห็นที่ 139
โห ขั้นตอนก่อนที่จะไปถึงบ่อน้ำพุได้เนี่ย สงสัยแค่ภารกิจนี้ก็ได้เป็นหนึ่งภาคแล้วมั้ง หุหุ
Name : เอกเองครับ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เอกเองครับ [ IP : 112.143.9.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มีนาคม 2554 / 14:28
# 1 : ความคิดเห็นที่ 138
สนุกดี แต่อัพเร็วกว่านี้จะดีมากเลยละครับ เรื่องราวเริ่มจะเดินๆไปได้ต่อเนื่องดีแล้ว
Name : asdong < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ asdong [ IP : 223.204.101.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มีนาคม 2554 / 06:02
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android